พระสนมสองหน้า [Yaoi]

ตอนที่ 27 : 25 - เปิดโปง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 13,838
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,771 ครั้ง
    29 เม.ย. 63

พระสนมสองหน้า [Yaoi]

25 – เปิดโปง

 


            ข่าวลือเรื่องพระสนมเอกซีซิวหรงเล่นคุณไสยแพร่กระจายออกไปทั่ววังหลวง หากใส่สีตีไข่เข้าไปแล้วก็ดูเหมือนจะน่าเชื่อถือมากขึ้น


แหล่งข่าวหนึ่งตั้งข้อสังเกตว่านี่เองคงเป็นสาเหตุที่จู่ๆ องค์ไท่ชางหวงตี้ก็ปรากฏตัวขึ้นในวันข้ามปีโดยมิมีข่าวคราวใดหลุดรอดมาก่อน ทั้งยังมิได้เข้าร่วมงานเลี้ยงข้ามปีเพื่อถวายพระพรว่านฮองไทเฮาผู้เป็นมารดาตามธรรมเนียม ทรงเมินเฉยต่อเอ้อร์หนาฮองเฮาและพระสนมทั้งหลายในวันนั้น แต่กลับไปเลือกป้ายตำหนักผิงอันของหลิวเหม่ยเหรินที่ไร้ตัวตนมาโดยตลอด จากนั้นยังทรงให้ความโปรดปรานซีซิวหรงเรื่อยมา และดูเหมือนจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ อย่างน่ากังขา


ทั้งตำแหน่งเหม่ยเหรินที่บัดนี้เลื่อนเป็นซิวหรง ทั้งยังได้รับราชทินนาม ซี เป็นการระลึกถึงพี่ชายฝาแฝดที่จากไปของนาง เกิดเป็นคำถามว่าความโปรดปรานลำดับหนึ่งนี้มากเกินไปหรือไม่


            ในวังหลังมีบุปผางามมากมาย ซีซิวหรงนับว่ารูปโฉมปานกลางไม่โดดเด่น กิริยามารยาทก็ไม่มีสิ่งใดดึงดูดใจ ความสามารถหรือก็ไม่เป็นที่ประจักษ์ล้ำเลิศ เพียงเล่นพิณผีผาและหมากล้อมพอได้อยู่บ้าง ทว่าสิ่งเหล่าน็ก็ยังไม่อาจเทียบพระสนมชายาอื่นๆ ได้เลย


            อัครมหาเสนาบดีสกุลเฉินต่างได้ยินถึงเรื่องนี้ดี ทว่าพระสนมเอกสวีซิวเยวี่ยนดันปากโป้งไปก่อนในตำหนักคุนหนิงต่อหน้าพระพักตร์ฮองเฮา ทำให้ลี่กุ้ยเฟยไม่อาจลงมือได้ จำต้องเลื่อนแผนการใส่ร้ายออกไปก่อน เหล่าขุนนางพากันแสร้งยึดหลัก ขุนนางไม่ก้าวก่ายวังหลัง ทำเป็นไม่ทราบถึงสิ่งที่เกิดขึ้น


            ส่วนองค์จักรพรรดิแห่งต้าหลิงนั้นยังทรงราชกิจอย่างหนักตามปกติ ไม่มีใครทูลเรื่องขึ้นไป พระองค์ก็มิได้ตรัสถึง แต่ขั้วอำนาจเก่าต่างรู้ดีว่าไม่อาจดูแคลนบุรุษผู้กลับมาครองบัลลังก์ผู้นี้ ทำให้ต่างฝ่ายต่างต้องรอท่าทีกันอยู่เช่นนั้น


            สำหรับพระสนมเอกซีซิวหรงเอง กลับยิ่งไม่มีท่าทีทุกข์ร้อน วันหนึ่งที่แดดออกรำไรได้ไปเยี่ยมพระสนมเอกซุนเจาอี๋ถึงตำหนัก พากันเข้าไปสนทนาในห้องโปร่งที่มีหน้าต่างไม้ไผ่ทรงกลมบานใหญ่ ชวนให้ปลอดโปร่งเย็นสบาย


ซุนเจาอี๋สั่งให้นางกำนัลไปทำผลไม้เชื่อมใส่น้ำแข็งออกมารับแขก เป็นผลไม้หลากรสจากบ้านเกิดของนาง หลิวซีหลงชิมไปคำหนึ่งก็เอ่ยชมไม่หยุด อารมณ์แจ่มใสขึ้นทันตา


พูดคุยสัพเพเหระไปเรื่อย ในที่สุดก็ดำเนินมาถึงหัวข้อหนึ่ง


            “ดูเหมือนข่าวลือเรื่องคุณไสย คนยิ่งพูดจะยิ่งเลอะเทอะ น้องหญิงหลิวต้องระวังให้มาก”


ซุนเจาอี๋ผู้เป็นบุตรีตระกูลแห่งแม่ทัพเอกกลับร้อนใจแทน กลัวว่าซีซิวหรงจะไร้เดียงสาใสซื่อบริสุทธิ์เกินไป หลิวซีหลงมองนางแล้วก็เผยยิ้มกว้างออกมา รู้สึกชุ่มช่ำในใจตามประสาชายเจ้าชู้ที่แก้ไม่หายเสียที ตักผลไม้เชื่อมหวานช่ำเข้าปากแล้วถาม


            “ท่านเป็นห่วงข้าหรือ”


            “ข้าเห็นเจ้าเป็นเหมือนน้องสาวแท้ๆ จะไม่ห่วงได้อย่างไร”


ซุนเจาอี๋ส่งค้อนวงหนึ่งให้กับคนทำหน้าทะเล้น


ครั้งหนึ่งนางได้สนทนาสั้นๆ กับหลิวเหม่ยเหรินที่ตำหนักคุนหนิง ในยามนั้นนางรู้สึกถูกชะตาและเห็นอกเห็นใจอีกฝ่ายที่บิดาถูกลอบทำร้ายและต้องมาเสียพี่ชายฝาแฝดไป ต่อมาได้พูดคุยกันมากขึ้น ซุนเจาอี๋เพียงฟังอีกฝ่ายเอ่ยวาจาอย่างเจื้อยแจ้วก็รู้สึกเอ็นดูยิ่งนัก นึกไม่ถึงว่าหลิวเหม่ยเหรินที่ค่อนข้างจะขี้อายจะคุยสนุกเพียงนี้


พอเริ่มสนิทสนม จากที่สงวนถ้อยคำอย่างระวังและตั้งใจว่าจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับผู้ใด ซุนเจาอี๋ก็เริ่มเปิดเผยความคิดของตนเองมากขึ้น ยิ้มแย้มและหัวเราะไปกับน้องสาวผู้นี้ รู้สึกราวกับว่าได้น้องสาวแท้ๆ เพิ่มมาอีกคน


ในวังหลัง ยังมีพระสนมซินเจาหรงที่แต่เดิมซุนเจาอี๋นั้นสนิทสนมด้วยเพียงคนเดียว กระทั่งสตรีเฉียบคมเช่นซินเจาหรง พอมองหลิวเหม่ยเหรินเองก็ยังรู้สึกไม่ขัดหูขัดตา ถึงจะบ่นลับหลังว่าช่างพูดจนน่าบีบปากเสียเหลือเกิน แต่สุดท้ายแล้วก็ได้ยื่นมือเข้าไปช่วยอีกฝ่ายในกลลวงตกน้ำของสวีซิวเยวี่ยนและจูไฉเหริน


กลุ่มพระสนมชั้นสูงที่พอมีเส้นสายวงในอยู่บ้าง ต่างเข้าใจว่าหลิวเหมยอิงแท้แล้วถูกเลือกเป็นตัวหมากขององค์จักรพรรดิ ความโปรดปรานนี้จึงมิใช่คุณไสยแน่นอน ทว่าเป็นความตั้งใจขององค์เหนือหัวเพื่อมาคานอำนาจในวังหลังนั่นเอง


แต่เมื่อได้ใกล้ชิดกับซีซิวหรงสกุลหลิวผู้นี้ ซุนเจาอี๋ถึงได้รู้ว่าแท้จริงแล้วหลิวเหมยอิงก็อาจจะมีพื้นที่ในดวงพระทัยขององค์จักรพรรดิอยู่ไม่น้อย ด้วยบุคลิกที่ง่ายแก่การเป็นที่ชื่นชอบ พาให้คนที่อยู่ด้วยรู้สึกสบายใจ อีกทั้งดูแล้วนางยังค่อนข้างจะรอบคอบ รู้จักเก็บสีหน้าและอารมณ์ แต่บางคราซุนเจาอี๋ก็อดห่วงไม่ได้ว่านางจะไม่คิดสิ่งใดมากจนปล่อยตัว


            ตระกูลซุนของนางและครึ่งหนึ่งของตระกูลซินของซินเจาหรงจงรักภักดีต่อองค์ไท่ชางหวงตี้มาตั้งแต่ครั้งยังเป็นองค์รัชทายาท และก็จะเป็นเช่นนั้นสืบต่อไป แต่ด้วยความที่ซุนเจาอี๋มีอุปนิสัยอ่อนข้อไม่ชอบพัวพันปัญหา สุดท้ายนางหาญกล้าทูลขอ ความไม่โปรดปรานจากองค์จักรพรรดิ นับเป็นสิ่งที่ตระกูลซุนผิดหวังในตัวนางอย่างที่สุด


            ดังนั้น บัดนี้หลิวเหมยอิงกลับต้องมาตกอยู่ในสถานะเดียวกัน นางจึงตั้งใจดูแลสนับสนุนอีกฝ่ายอย่างเต็มที่


            “เจ้าอย่าได้ทำเป็นเล่นไป เรื่องนี้ถือว่าเป็นเรื่องใหญ่”


            “จริงสิพี่หญิง พระชายาจางซูเฟยเอ่ยว่าเรื่องคุณไสยเป็นเรื่องละเอียดอ่อนต่อพระทัยขององค์จักรพรรดิ สิ่งนี้หมายความว่าอย่างไร”


            ซุนเจาอี๋เม้มปากชั่งใจ เห็นดวงตากลมๆ แจ่มใสเฝ้ารออยู่ สุดท้ายก็ถอนใจ


            “ฝ่าบาทมิได้เล่าให้เจ้าฟังหรือ”


            “โธ่พี่หญิง” ซีซิวหรงหัวเราะไหล่สั่น “นอกจากแผนการแล้วส่วนใหญ่องค์จักรพรรดิก็มิได้เอ่ยสิ่งใด เรื่องส่วนพระองค์หรือก็นับครั้งได้”  


            ซีซิวหรงรู้ตัวว่าเป็นหมากในมือองค์จักรพรรดิ ขณะเดียวกันก็รู้ว่ามีสิ่งใดที่บอกนางได้และบอกนางไม่ได้ ตราบใดที่องค์จักรพรรดิไม่กริ้วก็เพียงพอ ซุนเจาอี๋คิดทบทวนอีกที ได้ข้อสรุปว่าอีกฝ่ายควรรู้เรื่องของฝ่าบาทเพิ่มขึ้นบ้าง


            “ที่ว่าองค์ไท่ซู่หวงตี้รัชกาลก่อน ปลายชีวิตลุ่มหลงสาวงามจนวิกลจริต ยังมีข่าวลืออีกอย่างหนึ่งเอ่ยว่าเป็นเพราะทรงถูกทำคุณไสยเสน่ห์ ตั้งแต่รับพระสนมฉางมาจากแคว้นฉางแคว้นแห่งสตรีงามก็เริ่มลุ่มหลงเลอะเลือนขึ้นเรื่อยๆ สั่งลงโทษเซียวฮองเฮาและพระสนมคนอื่นๆ ที่กล้าไปแตะต้องนาง มิหนำซ้ำยังสั่งประหารลงโทษขุนนางที่นำเรื่องขึ้นทูล จนในที่สุดได้ถูกลอบปลงพระชมน์จากกบฏ และหกแคว้นก็ลุกฮือขึ้นเป็นไฟ องค์ไท่ชางหวงตี้อย่างไรก็นับถือพระบิดา แม้เรื่องนี้จะพิสูจน์ไม่ได้เพราะต่อมาพระสนมฉางได้ฆ่าตัวตายตามองค์ไท่ซู่หวงตี้เสียก่อน แต่เรื่องนี้ก็ถือว่าละเอียดอ่อนอย่างยิ่ง”


            “สตรีแคว้นฉาง” หลิวซีหลงพึมพำก็อดรู้สึกสังหรณ์ใจแปลกๆ ไม่ได้ “ข้าไม่เคยเห็นพระสนมฉาง นางมีดวงตาเป็นสีอะไรหรือ”


            “แน่แล้วว่าเป็นสีฟ้าอมเทาดั่งม่านหมอก ข้าเองเคยพบนางไม่กี่ครา ทว่านอกจากพระชายาลี่กุ้ยเฟยแล้วจะมีผู้ใดงดงามได้ถึงเพียงนั้นอีก”


            หลิวซีหลงพลันนึกถึงแม่นางคณิกาอวี้ฮวาขึ้นมาในใจอย่างไม่ทราบสาเหตุ อาจเป็นเพราะนางเป็นสตรีแคว้นฉางคนเดียวที่เขารู้จักที่มีตาสีฟ้าอมเทาเช่นนั้น ในความเชื่อของชาวฉางจะถือว่าเป็นนัยน์ตาของเทพธิดาแห่งเสน่หาความรัก สามารถทำให้ผู้คนลุ่มหลงได้แม้เพียงปรายตาเดียว


            หลังจากที่มู่หลันกลับมาเมื่อวานได้รายงานเรื่องที่เกิดขึ้น ทว่าในเรื่องของแม่หมอกลับมิได้กล่าวอย่างละเอียดนัก เพียงแต่บอกว่าเป็นแม่หมอที่รู้จักกันในหมู่คณิกาแห่งต้าหลาง


            แผนการนี้เป็นการซ้อนแผนของพระชายาหลินเต๋อเฟยที่ให้นางกำนัลจิวเมี่ยวไปยุยงสวีซิวเยวี่ยนจนหน้ามืดเพื่อแก้แค้นไปถึงลี่กุ้ยเฟยด้วย ระหว่างทางกลับมานางยังโชคร้ายปะทะกับหัวหน้าราชองครักษ์อู๋หนิงเหอ กว่าจะเจรจาเสร็จก็นานสองนาน ยังดีที่อู๋หนิงเหอที่เป็นคนของหลี่ลู่จินยอมร่วมมือด้วย แม้จะไม่ค่อยเต็มใจนักก็ตาม


            ยามนี้ เขาพอเข้าใจแล้วว่าเหตุใดเรื่องคุณไสยจึงละเอียดอ่อน หลิวซีหลงตักผลไม้เชื่อมคำสุดท้ายเข้าปากเสร็จแล้วก็เช็ดปาก


            “ขอบคุณพี่หญิงที่เล่าเรื่องเหล่านี้ให้ แต่พี่หญิงก็ทราบดีว่าข้ามิได้คิดทำคุณไสยใดๆ ดังที่ใส่ร้ายเลย คนไม่ผิดจะกลัวร้อนใจไปทำไม”


            “ข้ากลัวก็แต่จะมีคนฉวยโอกาสนี้ใส่ร้ายเจ้า”


            “ข้าได้ยินมาว่าคุณไสยมนตร์ดำมักจะสนองคืนเจ้าของเอง ขอท่านเองก็ไม่ต้องเป็นห่วง”


หลิวซีหลงกระตุกมุมปาก ดวงตามีเลศนัย ซุนเจาอี๋มองแล้วก็เข้าใจว่าซีซิวหรงคงเตรียมรับมือไว้แล้ว


คนช่างจ้อกล่าวต่อไป “อ้อ จิ้นชิงอยู่ในตำหนักข้าทำงานดีอย่างยิ่ง ไม่เคยขาดตกบกพร่องเลย หากท่านคิดถึงเขา จะยืมตัวเขาไว้ก่อนก็ได้”


รอยยิ้มของซุนเจาอี๋เบาบางลง เหลือบมองขันทีหนุ่มหน้าหยกที่ยืนอยู่ห่างๆ เพียงแวบเดียว ก่อนเอ่ยขึ้น “บ่าวทำตัวดีไปที่ใดเจ้านายก็รักใคร่ ฝ่าบาทพระราชทานเขาให้เจ้าเอง ข้าคงมิกล้าทำตัวเป็นนายเก่าวางอำนาจหรอก”


            หลิวซีหลงสังเกตสีหน้าของนาง ดูแล้ววความสนิทสนมกับจิ้นชิงของนางอย่างไรก็ไม่อาจตัดขาดได้โดยง่าย แวบหนึ่งมองใบหน้าหล่อเหลาเกลี้ยงเกลาของจิ้นชิงที่ยืนสงบเสงี่ยมอยู่ไกลๆ ในใจพลันคิดเรื่องราวบางอย่าง แต่ครู่ต่อมาอดเคาะสมองบุรุษบัดซบของตัวเองไม่ได้ มิใช่เขาอาจนิยายรักประโลมโลกมากเกินไปหรือ


พระสนมตัวปลอมลุกขึ้นเอ่ยอำลาซุนเจาอี๋แล้วกลับตำหนักตนเอง

 



            30%

            ขอบคุณที่ติดตามกันค่า >< อิตาซีหลงคือ sister zone ตอนนี้จีบสาวไหนก็ได้แค่นี้แหละ 5555555 คิดว่าต่อให้เวิ่นเว้อก็ต้องปรับให้มีคำอธิบายสถานการณ์มากขึ้นแล้วล่ะ จากนี้อาจจะเรียกตาซีหลงว่า หลิวซีหลง ทุกคำนะคะ ตามธรรมเนียมนิยายจีนโบราณ ถึงจะไม่ชินก็เถอะ ฮา 

*มีคนแนะนำว่า กุ้ยเฟย เต๋อเฟย ไปเลย อะเคค่ะ สะดวกดี 555555



 


อากาศร้อนมาช่วงหนึ่ง ต่อมาจึงมีพายุเข้า ค่ำคืนนั้นท้องฟ้ามืดมัว เสียงฝนคำรามลั่นจนแทบไม่ได้ยินเสียงอื่นใด


พลันปรากฏเงาร่างของขันทีในชุดคลุมกันฝน ทำท่าลับๆ ล่อๆ อยู่ยังข้างตำหนักผิงอัน เวลานี้เวรยามต่างหละหลวมกว่าปกติ เพราะผู้อยู่เวรยามต่างจำต้องหาที่หลบฝนกันพัลวัน


ขันทีลึกลับดึงเสียมขนาดเล็กออกมาจากเสื้อ ย่อตัวขุดลงไปในดินที่ชื้นแฉะ ก่อนจะทิ้งบางอย่างลงไปในหลุมและกลบฝังอย่างละเอียดรอบคอบ


ลงมือเสร็จ เงาร่างนั้นรีบผุดลุกขึ้น หลบหนีไปในความมืดอย่างว่องไว สตรีในชุดนางกำนัลผู้หนึ่งเฝ้าดูอยู่ตลอด มู่หลันฝ่าฝนไปยังบริเวณหลุมที่เพิ่งถูกสร้างเสร็จหมาดๆ ขุดของที่อยู่ภายในขึ้นมาแล้วจึงก้าวเข้าไปยังตำหนัก


เป็นเวลายามโฉ่ว (01.00-02.59) เข้าไปแล้ว พระสนมเจ้าของตำหนักกลับยังไม่หลับนอน มิหนำซ้ำยังลากขันทีรับใช้ให้มานั่งเล่นหมากล้อมกับตน มู่หลันไปเปลี่ยนชุดเรียบร้อยแล้วก็เข้ามารายงาน


“นี่คือสิ่งที่ถูกฝังไว้ ผู้ที่ลงมือคือขันทีคนสนิทของสวีซิวเยวี่ยนเจ้าค่ะ”


“ดีมาก”


หลิวซีหลงรับหุ่นดินเหนียวชายหญิงที่ถูกมัดรวมกันทั้งยังลงอักขระชวนขนลุกมาดู ดินเหนียวนี้ถูกเคลือบด้วยขี้ผึ้งทำให้แม้โดนน้ำก็ไม่บุบสลาย บนตัวหุ่นมีคำจารึกวันตกฝากอยู่ด้วย เป็นขององค์จักรพรรดิและพระสนมหลิวนั่นเอง


“พระสนมชั้นสูงส่วนมากนั้นจะรู้ว่าข้าเป็นหมากขององค์จักรพรรดิ สวีซิวเยวี่ยนกลับถูกนางกำนัลจิวเมี่ยวยุยงจนความคิดตื้นเขิน คิดว่าเพียงฝังหุ่นคุณไสยในตำหนักผิงอันก็จะสามารถเอาเรื่องข้าได้ และถ้าหากทำผิดพลาดขึ้นก็ยังสามารถซัดทอดไปถึงซินเจาเยวี่ยนและลี่กุ้ยเฟย”


พระสนมตัวปลอมวางหุ่นลงบนโต๊ะเตี้ยข้างตัว หยิบเม็ดหมากสีขาวขึ้นมา เอ่ยต่อ


“แต่หลินเต๋อเฟยกลับมองการไกลกว่า ตำหนักข้าเต็มไปด้วยคนของฝ่าบาท อยู่ดีๆ จะไปฝังหุ่นคุณไสยในที่แห่งนี้ทำไม เมื่อเรื่องแดงออกมา ฝ่าบาทคงไม่ปล่อยให้ข้าต้องรับผิดชอบ สั่งให้สอบสวนให้ละเอียด เมื่อนั้นนางกำนัลจิวเมี่ยวก็จะออกมาสารภาพเองว่ามีผู้ใดบ้างที่เกี่ยวข้องกับแผนการนี้ วิธีนี้นอกจากจะทำให้สวีซิวเยวี่ยน ซินเจาเยวี่ยน และลี่กุ้ยเฟยตกอยู่ในที่นั่งลำบาก ยังทำให้ข้าผูกใจเจ็บพวกนางที่ใส่ความตน ถ้าหากไม่รู้ความจริงมาก่อน”


“เป็นหลินเต๋อเฟยที่ลอยตัวนั่งรอรับประโยชน์แต่เพียงผู้เดียว นึกไม่ถึงว่าสตรีที่ดูป่วยไข้มีเล่ห์เหลี่ยมถึงเพียงนี้”


จิ้นชิงขมวดคิ้ว มองกระดานหมากแล้วก็นึกโอดครวญในใจ กระทั่งฝ่าบาทยังไม่ชนะพระสนมหลิวผู้นี้ ตัวเขาเป็นแค่ขันทีเล็กๆ จะเอาอะไรไปสู้ได้ ช่วงนี้องค์จักรพรรดิแห่งต้าหลิงไม่เสด็จมา พระสนมหลิววันนี้เกิดเบื่อที่ไม่มีผู้ใดให้เล่นหมากล้อม ตำแหน่งผู้ท้าชิงจึงถูกส่งมาให้เขาแทน


“แล้วพระสนมจะทำเช่นไรต่อไปขอรับ”


หลิวซีหลงโคลงศีรษะ “ข้าไม่อยากเป็นคนใจคอโหดเหี้ยม ทว่าหลินเต๋อเฟยเองก็ตั้งใจให้ข้าแตกหักกับเฉินกุ้ยเฟยมาตั้งแต่แรก สวีซิวเยวี่ยนทำสิ่งใดก็ต้องได้รับสิ่งนั้น ส่วนหลินเต๋อเฟยเองก็ควรได้รับคำเตือนเช่นกัน”


“คุณหนูจะทำอย่างไรหรือเจ้าคะ”


ซือเย่และป้าซือตาวาวโรจน์ หลิวซีหลงเห็นท่าทางนั้นแล้วเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง


“ข้าไม่ได้จะบุกไปทำร้ายตบตีนางถึงตำหนักแน่ๆ ทว่าวันก่อนข้าได้ลองพูดคุยกับมู่หลันถึงแผนการแล้ว การได้หัวหน้าราชองค์รักษ์อู๋หนิงเหอมาช่วยด้วยนับว่าเป็นเรื่องดีอย่างยิ่ง”


“แผนการของแม่ดอกไม้ปรภพนี่คงไม่ได้ชั่วร้ายนักใช่หรือไม่เจ้าคะ” ซือเย่ถลึงตาไม่ไว้ใจ อยู่กันมานาน ข้ารับใช้จากบ้านของเขากลับยังรู้สึกระแวงไม่ไว้ใจมู่หลันอยู่ ทว่ามู่หลันมิได้ถือสา เพียงยิ้มเบาบางอย่างทุกที


หลิวซีหลงไม่ตอบ ส่ายหน้าถอนใจปลดปลงอีกครา วางเม็ดหมากลงในตาพิชิตกระดาน


ไม่มีผู้ใดในวังหลังที่มือไม่เปื้อนเลือดจริงๆ

 



งานฝังหุ่นใส่ร้ายให้บุรุษกระทำย่อมคล่องแคล่วมากกว่าสตรี สวีซิวเยวี่ยนจึงได้ใช้ขันทีผู้หนึ่งให้ลอบไปฝังหุ่นที่ตำหนักผิงอัน โชคดีในคืนนั้นพายุเข้า เวรยามรอบตำหนักหละหลวมทำให้นังอสรพิษซีซิวหรงผู้นั้นยังไม่รู้ตัวว่ามีของร้อนอยู่ในครอบครอง ยังลอยหน้าลอยหน้าไปเดินเล่นชมบัวริมทะเลสาบอย่างไม่รู้ความอันใด


“เวลานี้ก็มีความสุขให้พอไปเถอะ”


สวีซิวเยวี่ยนแค่นเสียง มองดูความเสื่อมโทรมเหงาหงอยของตำหนักตนก็ยิ่งรุ่มร้อนชิงชังในใจ


ข่าวลือถูกกระพือหนาหูขึ้นเรื่อยๆ ด้วยฝีมือคนในตำหนักนาง สวีซิวเยวี่ยนหมายมาดว่าหากฝ่าบาทเสด็จไปหาซีซิวหรงวันใด วันต่อมานางก็จะให้คนไปทูลฮองเฮาว่าเห็นมีคนทำลับๆ ล่อๆ อยู่ในตำหนักผิงอันทันที


ด้วยอุปนิสัยของสวีซิวเยวี่ยน การกำจัดผู้ที่ใช้งานแล้วเพื่อปิดปากเป็นสิ่งที่นางทำเป็นปกติ ขันทีต่ำต้อยนางจะหาใหม่อีกกี่สิบคนก็ได้ ดังนั้นนางจึงจัดการใช้อู่ตู่จืออี้ ห้าพิษเหลือหนึ่งฆ่าปิดปาก เพียงแผลแมงป่องกัดที่ขันทีโชคร้ายแพ้พิษนั้นเองจนตาย ย่อมไม่เป็นที่สนใจของใครก็ตาม


ทางด้านซีซิวหรง เรื่องนี้กลับไม่เกินความคาดหมายนัก


บัดนี้จึงได้เวลาตอบโต้กลับบ้าง


นางกำนัลจิวเมี่ยวเห็นขันทีถูกสังหารก็มิได้รู้สึกอะไร เพราะรู้ว่าความเป็นความตายในวังหลังนั้นง่ายดายนัก ทว่านับแต่วันนั้นนางกลับเริ่มฝันร้ายทุรนทุราย ตื่นผวาขึ้นมากลางดึกทั้งยังมีเหงื่อโซมกาย สวีซิวเยวี่ยนได้ยินนางกรีดร้องก็รู้สึกรำคาญอย่างยิ่ง กัดฟันเรียกให้แพทย์หญิงมาตรวจอาการ ทว่ากลับไม่พบสาเหตุใดๆ


นางกำนัลจิวเมี่ยวเริ่มวิตกจริต ความคิดสับสนวุ่นวาย อาการป่วยแปลกประหลาดทำให้นางอดคิดไม่ได้ว่าในเวลานี้นางได้กระทำเรื่องชั่วช้าอยู่เรื่องเดียว มิหนำซ้ำก่อนหน้านี้ยังไปพอแม่หมออวี้ที่มีชื่อเสียงด้านเดรัจฉานวิชามนตร์ดำ... ยามนั้นแม่หมอทั้งคาดคั้นทั้งข่มขู่นาง หรือว่าแม่หมอผู้นั้นจะสาปแช่งนางเอาไว้ด้วย!


อยากจะใส่ร้ายผู้อื่น พวกเจ้าเองก็ต้องระวังของเข้าตัวให้ดี


แต่นี่เป็นการทำเสน่ห์มิใช่หรือ องค์จักรพรรดิเองยังไม่เห็นว่าจะเสด็จมาหาซีซิวหรงอีก หรือว่าของที่พวกนางทำนั้นจะกลายเป็นอย่างอื่นแล้วเข้าตัวของพวกนางเองกัน


เพียงไม่กี่วัน นางกำนัลวัยสามสิบก็กลายเป็นคนหวาดระแวง อ่อนเพลียยามกลางวันและตื่นตระหนกยามกลางคืน สวีซิวเยวี่ยนมิใช่คนอดทนอยู่แล้ว จู่ๆ นางกำนัลใกล้ตัวเป็นอะไรขึ้นมาไม่ทราบระหว่างดำเนินแผนก็อาละวาดใส่ เพิ่มความแค้นใจให้แก่จิวเมี่ยวเข้าไปอีก


จนกระทั่งวันหนึ่งที่ขณะที่เฝ้าอยู่ยาม การพักผ่อนไม่เพียงพอทำให้นางเผลอสัปหงก ตกอยู่ในภวังค์ระหว่างหลับและตื่น ยามนั้นกลับคล้ายมองเห็นเงาร่างอันคุ้นตาไหววูบอยู่ในเขตตำหนัก


“ผู้ใด!


เมื่อหันไปมอง กลับเห็นเป็นขันทีที่สมควรตายไปทำท่าทางกลบฝังอะไรบางอย่าง ก่อนหันมายิ้มให้นางแล้วพลันหายไปในความมืด


นางกำนัลจิวเมี่ยวเหงื่อแตกโซมกาย พอรวบรวมสติได้ก็รีบวิ่งไปใช้มือขุดหลุมดูในบริเวณนั้น ทว่าขุดจนเล็บฉีกก็พบแต่ความว่างเปล่า


“ไม่จริง ข้าต้องตาฝาดไปแน่ๆ”


นางมิกล้าเอ่ยกับสวีซิวเยวี่ยนเพราะกลัวว่าจะถูกโบยตีอีก พอลอบติดต่อกับหลินเต๋อเฟย กลับถูกตำหนิว่าโง่เงาไร้สาระ ทั้งนางกำนัลตำหนักหลินเต๋อเฟยยังเอ่ยกึ่งข่มขู่ว่าหากมิมีธุระก็ไม่ต้องติดต่อมาอีก ทิ้งให้นางรู้สึกคับแค้นใจแต่เพียงผู้เดียว


วันถัดมา นางกำนัลเด็กผู้หนึ่งก็ร้องไห้โฮเข้ามาหา บอกว่าเห็นขันทีที่ตายไปกำลังทำท่ากลบฝังอะไรอยู่เช่นกัน


นางกำนัลจิวเมี่ยวรีบเร่งไปขุดดูอีกครั้ง ก็ยังไม่พบอะไรเช่นเดิม จนกระทั่งครั้งที่สาม เป็นนางเห็นกับตาตนเอง ครั้งนี้นางกำนัลจิวเมี่ยวสติเลอะเลือนบ้าคลั่งแล้ว รีบพุ่งเข้าไปหมายจะจับคว้าร่างขันทีผู้นั้น


“เจ้า เจ้าผีบัดซบ เจ้ากล้ามาหลอกข้าหรือ!


ผีขันทีกลับเร็วกว่า วูบเดียวก็ขยับหายไปในความมืดมิดราวกับไม่เคยอยู่ตรงนั้น ทว่ากลับมีสิ่งหนึ่งที่ถูกทิ้งเอาไว้ นางกำนัลจิวเมี่ยวรีบเข้าไปหยิบขึ้นมาดู ที่แท้เป็นตั๋วขึ้นเงินที่ให้ไว้แก่แม่หมออวี้ ความกลัวแล่นพล่านเข้าสู่จิตใจ พลันเป็นลมหมดสติไปทันที


คืนนั้นองค์จักรพรรดิเสด็จไปยังตำหนักผิงอัน วันถัดมาสวีซิวเยวี่ยนจึงให้คนไปทูลฮองเฮาถึงสิ่งที่เตรียมไว้


เรื่องนี้นับว่าเป็นเรื่องใหญ่ เอ้อร์หนาฮองเฮานำเหล่าพระสนมไปขุดดูบริเวณตำหนักผิงอัน แต่กลับไม่พบร่องรอยคุณไสยแม้แต่น้อย ซีซิวหรงที่ยืนหลบอยู่ก็ปฏิเสธว่าไม่เคยรู้เห็นเรื่องนี้มาก่อน


“ฝ่าบาทเสด็จ”


องค์จักรพรรดิเสด็จมากะทันหัน ไม่รู้ว่าผู้ใดไปแจ้งข่าว นัยน์เนตรคมกริบกวาดมองเหล่าสนมชายาโดยทั่วก่อนที่จะหยุดยังร่างของสวีซิวเยวี่ยนที่หน้าซีดสั่นสะท้าน


นางให้คนฝังลงไปแล้วแท้ๆ หุ่นจะหายไปไหนได้!


“เช่นนี้เท่ากับว่าจงใจใส่ร้ายผู้อื่นใช่หรือไม่”


ผู้ใดในโลกล้วนจะด่าว่านางอย่างไรก็ได้ มีเพียงบุรุษผู้นี้เท่านั้นที่สามารถใช้เพียงสายตากรีดหัวใจนางไม่มีชิ้นดี


“ฝะ ฝ่าบาทเพคะ...!


พลันบังเกิดเสียงเอะอะแตกตื่น นางกำนัลผู้หนึ่งในสภาพหัวหูยุ่งเหยิงคล้ายหญิงเสียสติถูกเหล่าขันทีที่รายล้อมจับให้คุกเข่า “ฝ่าบาท หม่อมฉันทราบความจริงทั้งหมด! เป็นสวีซิวเยวี่ยน ซินเจาเยวี่ยนและลี่กุ้ยเฟยร่วมมือกันใส่ร้ายซีซิวหรงเพคะ


เหล่าพระสนมชายาต่างมองหน้ากันอย่างแตกตื่น กระนั้นผู้ถูกกล่าวหาพ่วงด้วยอีกสองคนกลับยังยืนนิ่งอยู่ สีหน้าสงบแต่ก็เจือแววกระด้าง


“นางเป็นใคร” เอ้อร์หนาฮองเฮาเอ่ยถามเสียงเย็นชา ความวุ่นวายในวังหลังแน่แล้วว่าจะต้องทำให้อารมณ์ของประมุขตำหนักในขุ่นมัวอย่างยิ่ง ข้ารับใช้ข้างตัวรีบเอ่ยตอบ


“นางกำนัลจิวเมี่ยว นางกำนัลคนสนิทของสวีซิวเยวี่ยนเพคะ”


องค์จักรพรรดิมีสีหน้ายากจะคาดเดาความรู้สึก พยักหน้ายกให้เอ้อร์หนาฮองเฮาเป็นผู้สอบสวน


“เหตุใดเจ้าถึงกล้าเอ่ยเช่นนั้น รู้ใช่หรือไม่ว่าโทษทัณฑ์ที่ใส่ร้ายเจ้านายรุนแรงเพียงใด”


“หม่อมฉันเป็นคนไปนำหุ่นดินเหนียวนั้นมากับมือ สวีซิวเยวี่ยนสั่งให้ขันทีนำไปฝังในคืนที่มีพายุยังตำหนักผิงอัน ก่อนที่จะฆ่าปิดปากขันทีผู้นั้น มิคาดวิญญาณขันทีจะจองเวรตามหลอกหลอน ย้ายหุ่นไปฝังยังตำหนักสวีซิวเยวี่ยนแทน! ส่วนที่หม่อมฉันกล่าวว่าซินเจาเยวี่ยนและลี่กุ้ยเฟยเป็นผู้บงการ นี่คือตั๋วเงินที่เป็นหลักฐาน ผีตนนั้นเป็นผู้ให้มา หรือจะให้หม่อมฉันพาไปหาแม่หมอก็ย่อมได้!


น้ำคำนางดูเลอะเลือนยากจะเชื่อ เอ้อร์หนาฮองเฮารับสั่งลงไป “คุมตัวข้ารับใช้ทั้งสามตำหนัก ตอนนี้ไปตรวจสอบที่ตำหนักของสวีซิวเยวี่ยนก่อน”


องค์จักรพรรดิยังมีราชกิจติดพันจึงเสด็จกลับไปวังหน้า ทว่าเหล่าสตรีวังหลังและข้ารับใช้ต่างรู้ดี องค์ไท่ชางหวงตี้มิมีทางปล่อยผ่านเรื่องนี้ไปโดยง่าย ยิ่งถ้าหากผลออกมาว่าสวีซิวเยวี่ยนใส่ร้ายซีซิวหรงเรื่องคุณไสยเสน่ห์จริง ยามนี้จะพระราชทานผ้าแพรสามฉื่อปลิดชีพก็ไม่ใช่เรื่องแปลกแม้แต่น้อย


ตำหนักสวีซิวเยวี่ยนถูกรื้อค้น กลับพบร่องรอยศาสตร์มืดของการสร้างสัตว์พิษอยู่ด้วย ทั้งในสวนยังมีหุ่นดินเหนียวฝังอยู่จริงๆ


มิหนำซ้ำ... ยังเป็นหุ่นดินเหนียวชายหญิงที่ศีรษะขาดทั้งคู่!


“หึ ช่างกล้าเหลือเกิน”


“เป็นไปไม่ได้! ฮองเฮาเพคะ หม่อมฉันถูกบ่าวไพร่ชั่วช้านี่ทรยศหักหลัง ซินเจาเยวี่ยนกับลี่กุ้ยเฟย พวกเจ้าก็มีแผนการใส่ร้ายเตรียมไว้มิใช่หรือ ยังจะมาตีหน้าคนดีอยู่อีก!!


สวีซิวเยวี่ยนกรีดร้องชี้หน้าด่ากราด พลันถูกขันทีที่จับกุมอยู่ตบปากจนเลือดออก ทำให้ไม่อาจพูดได้อีก เหลือเพียงเสียงร้องไห้สะอึกสะอื้นในยามนี้


ดวงตาที่เต็มไปด้วยความคั่งแค้นพลันเลื่อนมาสบกับหลิวซีหลง ส่งผ่านความเกลียดชังให้เขาตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า ทว่าคนถูกจ้องมองเพียงส่งสายตาเวทนากลับไป มิได้มีแววสะใจหรือเย้ยหยันแม้แต่น้อย


เอ้อร์หนาฮองเฮากริ้วอย่างมาก “สั่งให้ส่งข้ารับใช้ในที่นี้ไปห้องลงทัณฑ์ให้หมด ส่วนสวีซิวเยวี่ยนั้นคุมขังไว้ในตำหนักก่อน รอข้าพิจารณาโทษกับฝ่าบาทอีกครั้งหนึ่ง”


บ่าวไพร่ในตำหนักของซินเจาเยวี่ยนและลี่กุ้ยเฟยต่างถูกสอบสวนไปด้วย แต่ไม่พบพิรุธใดและไม่พบสิ่งของน่าสงสัยในตำหนัก พยานปากอย่างนางกำนัลจิวเมี่ยวเพียงผู้เดียวนับว่าไม่เพียงพอที่จะกล่าวโทษได้ ส่วนตั๋วขึ้นเงินนั้นยังนับว่าค่อนข้างมีความสำคัญ แต่ก็ยังไม่มีน้ำหนักมากพอ


            พอเรื่องราวคลี่คลายในเบื้องต้น ซีซิวหรงก็กลับมายังตำหนัก รู้สึกเหนื่อยอ่อนไม่น้อย


            “สมน้ำหน้านางแล้ว คิดเล่นงานพวกเรากลับมิดูตนเองก่อน” ซือเย่เอ่ย


            หลิวซีหลงมิได้เอ่ยห้ามปรามนาง แต่ก็มิได้ผสมโรงด้วย นับว่าเขามีความเห็นใจสตรีมากกว่าบุรุษจนต้องถอนใจ หันไปเอ่ยกับมู่หลัน


            “แล้วหัวหน้าราชองครักษ์อู๋หนิงเหอเล่า”


            “ท่านรู้สึกผิด แต่เด็กเปรต...” มู่หลันพลันเปลี่ยนคำพูด “หัวหน้าราชองครักษ์ผู้นี้แม้จะอายุน้อย ทว่าก็คอยอารักขารับใช้ฝ่าบาท เรื่องหนักหนากว่านี้ได้ทำมาหมดแล้ว การที่เขาใช้ผงพิษที่มีฤทธิ์หลอนประสาททำให้ฝันร้ายกับนางกำนัลชั่วผู้หนึ่งไม่นับว่าเป็นเรื่องใหญ่อะไร อีกทั้งท่านก็เห็นฝีมือในการปลอมแปลงตนเป็นฝ่าบาทของเขาแล้ว ต้องยอมรับว่าในยุทธภพผู้ที่ปลอมแปลงเป็นผู้อื่นแนบเนียนปานนี้มีไม่กี่คน”


            นับว่าที่ผ่านหลิวซีหลงถูกรูปลักษณ์เช่นสุนัขขนฟูตบตามาตลอด วิธีการเหล่านี้เด็กหนุ่มล้วนจัดการเองอย่างคล่องแคล่วแนบเนียน ทั้งยังปลอมเป็นผีไปหลอกนางกำนัลจิวเมี่ยวอยู่หลายคืน ทิ้งงานอารักขาให้รองหัวหน้าองครักษ์ดูแล


             “อ้อ ใช่ แล้วสิ่งนั้นเล่า”


            มู่หลันเปิดยิ้มขึ้นมา “ของขวัญคงส่งถึงหลินเต๋อเฟยแล้วกระมัง หัวหน้าราชองครักษ์ยิ่งชอบเล่นซนตามประสา”

 



            ในตำหนักเฉิงเฉียนที่เงียบสงบ พลันเกิดคลื่นความแตกตื่นเล็กๆ ยามเมื่อนางกำนัลที่เช็คหิ้งบูชาพระได้พบบางอย่างตั้งอยู่


            “พระสนมเพคะ...!


            พู่กันในมือสำหรับคัดลอกพระไตรปิฎกสั่นสะท้าน หลินเต๋อเฟยจ้องมองศีรษะของหุ่นดินเหนียวชายหญิงเล็กๆ คู่หนึ่งที่วางเอาไว้อย่างผิดที่ผิดทาง รัศมีอัปมงคลแผ่ซ่านออกมาทั่วห้องที่เต็มไปด้วยกลิ่นไอแห่งพุทธศาสนา ดวงตาของสตรีในชุดเทาฉายแววสั่นไหว ทั้งหวั่นเกรง ทั้งเกลียดชัง ทั้งท้าทาย


            ก่อนที่จะกำพู่กันไม้หักเป็นสองท่อน กระตุกรอยยิ้มบิดเบี้ยว


            “ประเสริฐ เช่นนี้ซีซิวหรงถึงได้เป็นหมากชั้นเลิศของฝ่าบาทกระมัง”

 

 


            100%

            หวังว่าน่าจะทำให้หลายคนกระจ่างขึ้นนะคะว่าแผนการเป็นไงมาไง คำผิดขออนุญาตนะคะ มันเยอะจริงๆ แต่ก็ขอแก้ที่หลัง ส่วนเรื่องจำตัวละครไม่ได้เนี่ย เสี่ยวอ้ายเองก็จำไม่ได้แหละ ตอนนึงเขียนอี้ฮวา หลังๆ มาเขียนอวี้ฮวา เอาเถอะ ยึดอันหลังแล้วกันค่ะ 55555555

            ชอบช็อตสุดท้ายที่สุดค่ะ เสี่ยวอ้ายเอ็นดูน้องหนิงเหอนะ แต่อย่างเนี้ยแหละ น้องมันซาดิสก์เพราะโดนอิพี่สปอยอิที่ไหนไม่รู้ ส่วนซีหลงก็ยังคงคอนเซปลงมือแต่ไม่เยาะเย้ยนะเออ นางก็สุภาพบุรุษอยู่นะ แต่ถามว่าโลกสวยไหม คงไม่ใช่ ทำมาก็รับกรรมนะแม่สาวน้อย

            ต่อไปเสี่ยวอ้ายจะพยายามอัพเต็มตอนให้ตายกันไปข้างหนึ่งนะคะ มันเลี่ยงไม่ได้จริงๆ นุกลัวเปิดเทอม นุไม่เขียนนิยายตอนเปิดเทอม! ถึงจะเรียนออนไลน์ก็เถอะ!! 5555555

            ขอบคุณที่แวะมาคอมเม้นต์พูดคุยกันนะคะ เสี่ยวอ้ายไม่แผ่วคุณนักอ่านแผ่วได้ไง มาเขียนเม้นต์แข่งกันเดี๋ยวนี้เลย! (หยอกๆ แค่อ่านกับกดกำลังใจให้ก็ดีแล้วค่ะ ฮา เม้นต์แล้วแต่สะดวกเลย) 

          

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.771K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

6,561 ความคิดเห็น

  1. #6326 H2O-69 (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 28 มีนาคม 2564 / 15:53
    แต่ละวันในวังหลังก็ต้องเจออะไรแบบนี้ตลอด สงสารยัยเหมยอิงที่เข้ามาในตอนนั้นเลย แต่ไม่เป็นยัยพี่ซีหลงจัดการเรียบแล้ว
    #6,326
    0
  2. #6254 Fukii03 (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 22 มีนาคม 2564 / 18:19
    ช่วยด้วยค่ะ เราหยุดอ่านเรื่องนี้ไม่ด้ายยยยย ไรท์แต่งดีมากอ่ะ ใดๆคือองครักษ์หนิงเหอ อายุแค่16แต่ครบเครื่องมาก ทำได้เกือบทุกอย่าง แถมภาพลักษณ์เป็นหมาขนฟูน่าอุ้มอีก อ้ย
    #6,254
    0
  3. #6188 blueeyes111 (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2564 / 22:27
    แม่นางอวี้ฮวาเป็นใครกันแน่ // หนิงเหอน่ารักก
    #6,188
    0
  4. #5963 l-am-so-sorry (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 15 สิงหาคม 2563 / 06:20
    เล่นกับใครไม่เล่นไง มาเล่นกับตาซีหลงก็จะซวยหน่อยๆ55555555555555
    #5,963
    0
  5. #5551 GalaxyStyle (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2563 / 20:44

    ไรท์เก่งจังทั้งผูกปม ชื่อตัวละคร ฮื่ออออออ สนุกมากเลยค่ะ นายเอกก้ไม่ได้เติมทรูมาขนาดนั้น

    #5,551
    0
  6. #5334 Marshmalowdii (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2563 / 10:47

    แผนซ้อนแผนพัยเรยย

    #5,334
    0
  7. #5285 kittenO (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2563 / 19:52
    เอาคืนได้แสบมาก วางแผนมาดี
    ชอบซุนเจาอี๋มากกก วางตัวดี ฉลาดด้วย ทำไมดีขนาดนี้
    #5,285
    0
  8. #5174 Earn0624 (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 30 เมษายน 2563 / 13:00
    เอ็นดูหนิงเหอมาก อย่าว่าน้องเป็นเด็กเปรต น้องแค่เป็นเด็กซน เป็นเด็กที่โดนสปอย5555555555 สะใจตอนจบจริงๆ สนุกมากค่ะ
    #5,174
    0
  9. #5160 Ppttyc_ (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 29 เมษายน 2563 / 09:18
    หนิงเหอเป็นทุกอย่างให้แล้ว555ร้ายกาจไม่เบา ตอนนี้คือรู้เลยใครก็ไม่สามรถทำอะไรน้องหลงได้ก็นะแต่แบคเยอะมากเป็นทึ่ง
    #5,160
    0
  10. #5114 kiki3k (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 27 เมษายน 2563 / 23:04
    หนิงเหอคือลงทุนลงแรงมาก วังหลังคือโหหหห
    #5,114
    0
  11. #5093 yamakawaii (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 27 เมษายน 2563 / 06:10
    หนิงเหอก็คือดูสนุกนะ ชอบน้องหลงจัง ลงมือแต่ไม่แวดงออกถึงความสะใจหรือเยาะเย้ย เหมือนแบบไม่กดแต่จัดการให้หมด รัก..
    #5,093
    0
  12. #5063 munkrishear (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 26 เมษายน 2563 / 16:35
    ร้ายกับน้องมาก็ต้องร้ายกลับบบ
    #5,063
    0
  13. #5019 Manao' MM (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 26 เมษายน 2563 / 09:03
    ไม่แผ่วค่ะไรท์ ตามอ่านตลอดเลยนะ อิอิ
    #5,019
    0
  14. #5011 anchaleewannapim (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 26 เมษายน 2563 / 07:31
    สนุกคร้าแต่ก็จำตัวละครไม่ได้เหมือนเดิม

    ยิ่งเยอะยิ่งงง

    แต่จะติดตามและให้กำลังใจเรื่อยๆ และพยามยามเดา เน้นตัวละครหลักจร้า
    #5,011
    0
  15. #4982 porlu (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 26 เมษายน 2563 / 01:27
    ต้องกำจัดคนชั่วออกจากวังนะคะ !! ตัดไฟแต่ต้นลม
    #4,982
    0
  16. #4969 missmaud (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 25 เมษายน 2563 / 21:12
    ไรท์น่ารัก ><
    #4,969
    0
  17. #4966 TiwticAmp_90 (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 25 เมษายน 2563 / 19:24

    ทำสิ่งใดไว้ก็ต้องได้รับผลตอบแทน

    #4,966
    0
  18. #4961 บี.เหลือง (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 25 เมษายน 2563 / 14:06
    แอบสะใจจจ นางทำอะไรไว้ก็ควรได้สิ่งนั้นตอบแทนแหละถูกแล้ว ฮิฮิ นี่ก็ยังไม่ปิดเทอมเลยค่า ไม่รู้จะได้ปิดไหมด้วย555 แตฒเรียนออนไลน์เป็นอะไรที่ทรมานมาก นุไม่รู้เรื่องเรยยน
    #4,961
    0
  19. #4960 Belbet (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 25 เมษายน 2563 / 13:35
    ดีมาก 555555 สมควรแล้วที่ได้รับโทษ ขอบคุณนะคะะ
    #4,960
    0
  20. #4924 maetamong-inc (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 25 เมษายน 2563 / 02:16
    เป็นกำลังใจให้นะคะ ไม่อยากเปิดเทอมเหมือนกัน เรียนออนไลน์คือไม่สนุกแงงงง
    #4,924
    0
  21. #4913 Jemin0218 (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 25 เมษายน 2563 / 01:45
    ตอนนี้สนุกมากๆ ครบจบกระจ่าง ซีหลงเอาคืนได้ครบดีมาก เก่งมากลูก อย่างนี้ฝ่าบาทต้องตบรางวัลลล
    #4,913
    0
  22. #4910 zton9397 (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 25 เมษายน 2563 / 00:44
    มู่หลันเคยรับใช้อวี้ฮวาป่าวว ที่เคยเล่ากะน้องซีอวี้ฮวานี่เป็นลูกของเอ่อใครนะที่ฝ่าบาทคนก่อนหลงนักหนาอะ55555เดา
    #4,910
    0
  23. #4909 ninon (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 25 เมษายน 2563 / 00:44
    สนุกมากค่า ใครทำอะไรไว้ก็อย่าหวังว่าจะสบายน้าน้องซีหลงมีแบ้กดีจะสู้กับพวกเทอเอง5555555
    #4,909
    0
  24. #4908 -BlackZiita- (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 24 เมษายน 2563 / 23:35
    สนุกกกกก
    #4,908
    0
  25. #4907 Nsombi (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 24 เมษายน 2563 / 23:11
    ตัวละครเยอะจริงแหละ แต่มันก็สนุกนะ ชับช้อนหน้าค้นหา นี่ก็อ่านเรื่องนี้ละเห็นไรท์เมนเชิ่นอีกเนื่องเลยไปตามอ่านก็งงๆว่ามันเกี่ยวกันได้เหรอ พอไรท์บอกเป็นคนละเรื่องเพราะเนื่องด้วยสำนักพิมก็อ๋อเลย เกีอบมานั่งวาตความเชื่อมโยง ตลค แต่ละตัวแล้วไหมละ
    #4,907
    0