พระสนมสองหน้า [Yaoi]

ตอนที่ 25 : 23 - งานชมบัว

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 19,100
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2,549 ครั้ง
    20 เม.ย. 63

พระสนมสองหน้า [Yaoi]

23งานชมบัว

 


          สิ้นแสงอัสดง โคมดวงน้อยมากมายเปล่งประกายในยามค่ำคืน


ซีหลงกินอาหารเรียบร้อยแล้ว องค์จักรพรรดิก็ยังมิได้เสด็จมายังตำหนักผิงอัน ทว่ากลับส่งราชรถหงส์เหินมารับแทน


            วังหลวงแห่งต้าหลิงมีพื้นที่กว้างใหญ่ บางคราใช้เกี้ยวหรือเสลี่ยงอาจไม่เหมาะ จึงมีรถม้าสำหรับใช้ภายในพระราชวัง เพียงแต่มิได้นำมาใช้เนิ่นนานแล้ว พระสนมชายาที่เคยได้นั่งก็มีนับคนได้ การที่จู่ๆ ราชรถนี้มาปรากฏอยู่เบื้องหน้าพระสนมหลิวเหม่ยเหรินจึงไม่ใช่เหตุสามัญธรรมดา


            ขันทีชั้นสูงเบื้องหน้าคือผู้ที่ติดตามองค์จักรพรรดิแทนจางกงกง คำนับอย่างนอบน้อม


            “กระหม่อมมีนามว่า หวงเหวิน รับพระราชโองการมาเชิญพระสนมไปยังตำหนักเหวินฮวาพ่ะย่ะค่ะ”


            ตำหนักเหวินฮวาเป็นอีกหนึ่งในที่ประทับทรงงานขององค์จักรพรรดินอกเหนือจากตำหนักเฉียนชิง แตกต่างกันที่ตำหนักเหวินฮวาอยู่ในเขตราชฐานส่วนนอก ส่วนตำหนักเฉียนชิงในอยู่ในเขตราชฐานส่วนใน


            ซีหลงเก็บงำคำถามไว้ในใจยามย่อตัวขอบคุณ หวงเหวินผู้นี้มีรอยยิ้มอบอุ่นเป็นมิตร ทั้งยังมีท่าทางสุขุมดั่งผู้ผ่านโลกมานานทำให้คนรู้สึกเกรงใจอยู่หลายส่วน


            นั่งรถมาครู่หนึ่งก็มาถึงที่หมาย ตำหนักเหวินฮวาเป็นตำหนักไม้ยกสูงสองชั้นทรงแปดเหลี่ยม ด้านข้างมีคลองและสะพานข้ามคูน้ำอยู่ หลบเร้นอยู่จากทิศทางของตำหนักใหญ่ที่มักมีขุนนางเข้าเฝ้าตลอด ทำให้ดูเป็นส่วนตัวแม้ว่าจะอยู่ในวังหน้าก็ตาม


            เข้ามาภายใน องค์จักรพรรดิแห่งต้าหลิงกำลังอ่านจดหมายบางอย่างอยู่ยังโต๊ะทรงงาน ฉากเบื้องหลังเป็นรูปปั้นมังกรทองเหนือฉากมหาสมุทร ชวนให้รู้สึกได้ถึงความสูงศักดิ์น่าหวั่นเกรง ทว่าเครื่องเรือนอื่นๆ กลับมิได้โดดเด่นเท่าตำหนักเฉียนชิง ตำหนักประทับส่วนพระองค์ที่ซึ่งเขาแทบจะตาบอดด้วยแสงสะท้อนจากทองคำและหยกอัญมณีต่างๆ


สิ่งนี้ถือเป็นปกติของวังหลวง ตึกตำหนักส่วนนอกจะโอ่โถงเคร่งขรึมดั่งสถานที่ราชการ ส่วนวังในจะตกแต่งอย่างหรูหราให้ความรื่นรมย์ใจมากกว่า


            “ถวายบังคมฝ่าบาท”


            หลี่ลู่จินเงยหน้าขึ้น “มานั่งใกล้ๆ”


            ซีหลงเคลื่อนกายอย่างไร้สุ้มเสียงไปบนพรมนุ่มนวล นั่งลงบนตั่งไม้หอมข้างๆ สถานที่แปลกใหม่ทำให้รู้สึกตัวเกร็งขึ้นมา หวงเหวินยกของว่างรสเย็นยามค่ำมาให้ ก่อนคำนับแล้วถอยออกไป


            “บัดนี้ราชกิจก็ยังไม่หมดหรือ”


            “ช่วงนี้มีเรื่องให้ต้องขบคิดพอสมควร”


หลี่ลู่จินตอบ พับจดหมายก่อนยื่นไปยังเปลวเทียนเบื้องหน้า จ้องมองกระดาษที่ค่อยๆ ถูกเปลวไฟลามเลียจนเหลือเพียงขี้เถ้า แล้วค่อยรั้งสายตากลับมามองคนข้างตัว


“พรุ่งนี้ก็ครบกำหนดวันไว้ทุกข์ของเจ้าแล้ว”


“อ่า เป็นเช่นนั้น” ซีหลงอุทานอย่างเพิ่งนึกขึ้นได้


“วันก่อน ข้าบอกว่าจะให้ทั้งรางวัลและบทลงโทษแก่เจ้า สำหรับรางวัล เจ้าอยากได้สิ่งใด”


ซีหลงยังมิทันได้ตอบ องค์จักรพรรดิแห่งต้าหลิงก็เอ่ยขึ้นมา


“หากเจ้าไม่ต้องการความยุ่งยาก ข้าจะไม่บังคับเจ้า”


ซีหลงขมวดคิ้วฉับ “หมายความว่าอย่างไร”


“หากเจ้าไม่ต้องการดิ้นรนต่อสู้ในวังหลัง ข้าจะไม่ยัดเยียดความโปรดปรานให้ ไม่ดึงดูดความเกลียดชังมาไว้ที่เจ้า”


“...หมายความว่า ข้าจะไม่ต้องเป็นหมากให้ท่าน และท่านจะคืนเหมยอิงให้ข้างั้นหรือ”


“เจ้าจำต้องอยู่ตำหนักในไปก่อนจนกว่าจะสืบหาผู้กระทำผิดได้ แล้วค่อยพบน้องสาว เพียงแต่ข้าจะให้ผู้อื่นสืบสาวเรื่องราวนี้แทน”


พอหลิวซีหลงคิดว่าตนพอจะเข้าใจความนึกคิดของผู้เป็นหนึ่งในใต้หล้า องค์จักรพรรดิกลับมีเรื่องให้เขาคาดไม่ถึงอยู่เสมอ แพทย์หลวงหนุ่มนิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนกล่าวช้าๆ


“ท่านเห็นว่าข้าใช้การไม่ได้แล้วใช่หรือไม่”            


“...”


“หรือเห็นว่าข้าหมดประโยชน์แล้ว”


“เจ้าเองไม่ยินดีเป็นหมากให้ผู้อื่นชักนำตามใจมิใช่หรือ”


“นั่น... ผู้ใดก็ย่อมคิดเช่นนั้น! ทว่าข้าไม่ต้องการส่งเรื่องของตนให้ผู้อื่นจัดการ อีกทั้งท่านเองก็ปรารถนาจะจัดการฝ่ายในใหม่และเปิดโปงเรื่องราวต่างๆ ในอดีต เป้าหมายนับว่าไปในทางเดียวกัน เพียงแต่หากท่านมองข้าเป็นผู้ร่วมผลประโยชน์ด้วย ข้าคงจะรู้สึกดีกว่าถูกเป็นเป็นตัวหมากที่จะถูกเขี่ยทิ้งเมื่อใดก็ได้”


“หากเจ้าตั้งใจเผชิญหน้ากับฝ่ายในอย่างจริงจัง นั่นหมายถึงการเอาชีวิตไปเสี่ยงเช่นกัน”


“ต่อให้เป็นแพทย์หลวง ข้าก็เสี่ยงชีวิตอยู่ตลอดมิใช่หรือ” ซีหลงหัวเราะขื่นๆ “ท่านอาจารย์บอกว่านิสัยเช่นข้าคงมิได้อยู่จนแก่เฒ่า เพราะข้ามิอาจก้มหัวให้ผู้มีอำนาจทว่ากดขี่ผู้อื่นได้”


นัยน์ตามังกรสบประสานกับดวงตาของเขาแน่นิ่ง ซีหลงเองก็จ้องตอบไม่ปิดบัง


“ไม่ขออ้อมค้อม ข้าช่วยท่านหนึ่งครั้ง ท่านได้ตอบแทนไปแล้ว ส่วนที่ข้าช่วยท่านในครั้งนี้ มิได้จะใช้มาเพื่อถอนตัวจากแผนการ ทว่าเพื่อขอให้มีข้อต่อรองกับท่านบ้างในอนาคต ให้ท่านนึกถึงความดีของข้าบ้างก่อนที่ตัดสินใจบางอย่างลงไป”


หลี่ลู่จินนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง แล้วจึงเอ่ย


“รู้หรือไม่ ผู้เป็นจักรพรรดิจำต้องโหดเหี้ยมเด็ดขาด”


“รู้หรือไม่ หลิวซีหลงไม่ทำสิ่งใดครึ่งๆ กลางๆ” ซีหลงย้อนคำ ก่อนแค่นหัวเราะออกมา “ข้าไม่มีสิ่งใดจะเสีย เพียงแต่จะตายก็ต้องตายอย่างคุ้มค่าเท่านั้น”


ไม่รู้ว่าเหตุใดหลี่ลู่จินถึงพยายามยกคำพูดต่างๆ มาข่มขู่ อาจเป็นความใจอ่อน ความรู้สึกเป็นหนี้บุญคุณ หรือแท้แล้วมีตัวหมากอื่นคุ้มค่าที่จะวางมากกว่า อย่างไรก็ไม่อาจจะล่วงรู้ได้ เพียงแต่เขาเองก็ตัดสินใจลงไปแล้วเช่นกัน


            “อ้อ แล้วที่สำคัญ แม้ท่านจะรักแม่นางอิ้งเยว่ แต่ก็ไม่แน่ว่านางจะรักท่าน”


            หลี่ลู่จินเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง ซีหลงหลุดยิ้มออกมา “เขาว่ากันว่าแมวมองมนุษย์เป็นทาสรับใช้ มิน่าใช่รักแท้กระมัง”


บรรยากาศตึงเครียดค่อยผ่อนคลายลง องค์จักพรรดิขยับมุมปากขึ้นเล็กน้อย เหมือนยิ้มแต่ก็ไม่ใช่รอยยิ้ม


แม้คำถามมากมายยังค้างคาในใจซีหลง ทว่าบุรุษเช่นหลี่ลู่จินต่อให้ง้างปากก็ไม่มีทางเอ่ยออกมา หากอยากรู้คงต้องรอให้เปิดปากเล่าออกมาเอง องค์จักรพรรดิลุกจากโต๊ะแล้วเข้ามานั่งเคียงข้างเขา พระสนมกำมะลอพลันผงะออกโดยไม่ตั้งใจ


“ท่านจะทำอะไร”


“คิดว่าอะไร”


“เมื่อวานเพราะเมาอยู่ข้าถึงยอมให้ท่านเอาเปรียบ แค่นี้ก็นับว่าแนบแน่นสนิทสนมพอแล้ว ใครไม่เชื่อว่าท่านโปรดข้า ข้าจะเล่าให้พวกนางฟังทุกกระบวนท่าเสียก็ยังได้” พูดไปคนพูดก็หน้าขึ้นสี เอาเข้าจริงก็จำได้บ้างไม่ได้บ้างว่าโดนไปกระบวนท่าไหน เพราะตอนนั้นคล้ายว่าสติของเขาจะไม่อยู่กับเนื้อตัวแล้ว


“คืนก่อนเจ้าก็สุขสมดีไม่ใช่หรือ”


“คะ ใครสุขสม! ก็เห็นมีแต่ท่านคนเดียวที่เบียดเข้ามาไม่หยุด! ท่านมีสตรีเป็นร้อยพันก็ไประบายกับพวกนางนู่น ข้าตกลงร่วมแผนการเป็นพระสนม มิใช่นายบำเรอ”


“หรือนี่มิใช่หน้าที่ของพระสนม”


“หลี่ลู่จิน อย่าให้ข้าด่าท่านนะ”


องค์จักรพรรดิแห่งต้าหลิงคิดไปถึงรอยกัดบนลาดไหล่ของตนเอง มุมปากก็ยกขึ้นอีกนิด ตัดสินใจหยอกเย้าเพียงเท่านี้


            “พรุ่งนี้วังหลังจะจัดงานชมบัว มีการประกาศรายชื่อสตรีที่ต้องออกจากวังรวมทั้งสตรีที่ได้เลื่อนขั้น เจ้ากลับไปพักผ่อนเถอะ”

           


30%

            เพราะถ้าอยู่ต่อจะไม่ได้ไปงานค่ะ 5555555 ความสัมพันธ์คู่นี้เหมือนจะแข็งแรงนะ แต่บางทีก็เปราะบางเอาเรื่องเหมือนกัน 

            ขอบคุณที่ติดตามกันนะคะ เม้นต์ยาวๆ เนี่ยประทับใจมาก เดี๋ยวจะไปไล่ตอบนะคะ ;-; วันนี้แอบนอยด์ตอนไปอ่านรีวิวหทัยจอมอสูรอันหนึ่ง มีคนอ่านแล้วอยากเขวี้ยงทิ้งเหมือนกันนะนั่น ฮือ แต่ก็คิดว่าจะพยายามพัฒนาฝีมือให้ดียิ่งขึ้นค่ะ เล่าเรื่องหรือภาษาอาจจะยังไม่ดี แต่ทำไปเพราะใจรักอ่ะเน่อ อยากให้ตัวเองและคนอ่านมีรู้สึกสนุกและมีความสุขที่ได้อ่านกันน


 



            จิ้นชิงและมู่หลันเล่าถึงงานชมบัวอย่างคร่าวๆ


            งานชมบัวมักจัดขึ้นในคิมหันต์ฤดูที่ดอกบัวในทะเลสาบไท่โจวเบ่งบานงดงามที่สุด ช่วงแรกของงาน องค์จักรพรรดิและเหล่าชายาพระสนมทั้งหลายจะรับประทานอาหารร่วมกัน ชมการแสดงริมฝั่ง สนทนาขับร้องหาความบันเทิง และอาจจะมีการแสดงความสามารถเล็กๆ น้อยๆ อีกด้วย ก่อนที่จะล่องเรือสำราญพระที่นั่งชมทิวทัศน์ตระการตา


            แม้ฟังแล้วจะไม่ต่างจากงานเลี้ยงสังสรรค์ทั่วๆ ไป แต่ช่วงนี้วังหลังแห่งต้าหลิงมิได้จัดงานรื่นเริงใดมาพักหนึ่งแล้ว ในงานชมบัวนี้ เหล่าสตรีฝ่ายในจึงล้วนแล้วแต่ตั้งหน้าตั้งตารอคอยที่จะอวดโฉมและแสดงตัวตนให้โดดเด่นต่อเบื้องหน้าองค์จักรพรรดิ


            ส่วนสิ่งที่เป็นจุดเด่นของงาน นั่นคือองค์จักรพรรดิจะทรงเลือกพระสนมที่โปรดปรานร่วมประทับเรือเอกไปด้วย ในขณะที่พระสนมที่เหลือจำต้องนั่งในเรือลำอื่นที่แยกออกไป


            ซีหลงฟังแล้วก็เข้าใจถึงสีหน้าเคร่งขรึมของหลี่ลู่จิน ช่างเป็นงานที่กระตุ้นความริษยาของสตรีโดยแท้


            วันต่อมา พระสนมตัวปลอมตื่นเช้ากว่าปกติ ล้างหน้าอาบน้ำเสร็จก็สวมอาภรณ์ตัวใน เห็นมู่หลัน ป้าซือและซือเย่กำลังเลือกดูอาภรณ์แพรไหมและเครื่องประดับมากมายอยู่ สีสันเจิดจ้าจนรู้สึกมึนงง


            เพราะเคยเป็นบุรุษเจ้าชู้เสเพล ซีหลงจึงพอรู้ว่าอะไรงามไม่งาม เสียแต่สาวชาววังมิใช่คณิกา ได้ยินว่าหากแต่งกายเสียฉูดฉาดเกินฐานะก็มิสมควร หรือถ้าหากแต่งกายอย่างราบเรียบจืดชืดเกินไปก็คล้ายกับยังเรียกร้องความสนใจ อีกทั้งยังแสดงออกว่าไม่รู้กาลเทศะอีกด้วย


            ความพอดีไม่รู้อยู่ที่ใด รู้แต่ว่าสตรีวังหลังนี่ก็ยากลำบากไม่น้อย


            สุดท้ายซีหลงได้สวมใส่เสื้อตัวในสีขาว เสื้อตัวนอกสีชมพูอ่อนปักลายกลีบดอกบัวงามชดช้อย กระโปรงพริ้วพรายสีเขียวไล่ระดับ ส่วนเอวใช้ผ้าคาดเอวสีเขียวเข้มประดับพู่หยกร้อยด้วยไข่มุก เส้นผมชโลมน้ำมันหอมจรุงก่อนเกล้าขึ้นส่วนหนึ่งและปล่อยลงส่วนหนึ่ง ปักปิ่นมุกทองคำสองปิ่น ติดดอกไม้ประดับสีเหลือง สวมต่างหูระย้าเข้าคู่กันและถือพัดกลมไว้อันหนึ่ง


            วันนี้มู่หลันยังคล้ายตั้งใจแต่งหน้าแต่งตาให้เขามากกว่าปกติ วาดคิ้วใบหลิวและแต้มสีชมพูบนใบหน้าให้หวานละมุนอ่อนเยาว์


หากเหมยอิงสวมใส่ก็คงเป็นเทพธิดาดอกบัวน้อยๆ ดูบริสุทธิ์ไร้เดียงสา เขาใคร่อยากจะให้คนวาดภาพเก็บ ส่วนเมื่อเป็นหลิวซีหลงนั้นหรือ...


ซีหลงมองตัวเองในกระจกก็แสยะยิ้มแยกเขี้ยวออกมาครั้งหนึ่งจนซือเย่อดร้องไม่ได้


“ในงานคุณหนูห้ามทำสีหน้าเช่นนี้นะเจ้าคะ!


“รู้แล้วๆ”


พระสนมตัวปลอมว่ากลั้วหัวเราะ นึกขำว่างามดาษดื่นเช่นนี้ไหนจะสู้สตรีในวังหลังนางอื่นได้ แต่ในเมื่อองค์ไท่ชางหวงตี้มิได้ลุ่มหลงสตรีงามก็แล้วไป เพราะว่าหากจะให้เขางามกว่านี้ ก็คงต้องให้มู่หลันเปลี่ยนหัวให้แทนแล้ว

 



โชคดีวันนี้แดดไม่ร้อนมาก ทั้งยังพอมีลมเย็นสบาย ทางผ่านเป็นราชอุทยานร่มรื่น ซีหลงจึงนั่งเสลี่ยงไปแทน ก่อนหน้านี้นับว่าอุดอู้อยู่ในตำหนักอยู่นาน


“คำนับพระสนมหลิวเหม่ยเหริน พวกเจ้ารีบคุกเข่าเร็วเข้า”


เสียงตื่นเต้นของขันทีดังขึ้น ซีหลงหลุบตาลงก็เห็นดวงหน้ายิ้มแย้มประจบสอพลอ เบื้องหลังนั้นคือขบวนดรุณีแรกแย้มที่พากันคุกเข่า ซีหลงแอบอุทานในใจเมื่อคะเนจำนวนได้ราวครึ่งร้อยเป็นอย่างน้อย  


หกปีระหว่างที่องค์ไท่ชางหวงตี้จากไป ราชสำนักต้าหลิงได้คัดเลือกสาวงามเอาไว้มากมาย เท่านี้คงไม่ใช่ทั้งหมด เพียงแต่คงเป็นผู้ที่ผ่านการคัดเลือกว่ามีคุณสมบัติที่จะร่วมงานชมบัว ซีหลงมองโฉมสะคราญมากมายแล้วก็อดสะทกสะท้อนใจไม่ได้ น่าเสียดายๆ...


บรรดาสตรีแน่งน้อยแต่งตัวงดงามสบายตา ดวงหน้ากระจ่างสะอาดสะอ้าน บนศีรษะปักเพียงปิ่นหยก ปิ่นมุก หรือปิ่นงาช้างแซมด้วยดอกไม้ ด้านหน้าขบวนมีพระสนมที่แต่งตัวโดดเด่นอยู่ประมาณแปดคน


ดูแล้วนี่คงเป็นขบวนของพระสนมตั้งแต่ระดับไฉเหริน ประกอบไปด้วยไฉเหริน เป่าหลิน ยวี่หนวี่และไฉหนวี่ ซึ่งมีลำดับขั้นห้าชั้นเอก ขั้นหกชั้นเอก ขั้นเจ็ดชั้นเอก และขั้นแปดชั้นเอกตามลำดับ


ซีหลงซ่อนสีหน้าตะลึงอึ้งไว้แล้วเอ่ยยิ้มๆ “ลุกขึ้นเถิด ไม่ต้องมากพิธี”


“รีบขอบคุณพระสนมเร็ว”


อันกงกง หัวหน้าขันทีพี่เลี้ยงหันไปเอ่ยเสียงเข้มงวด ดรุณีน้อยบางคนเก็บอาการไม่ได้ก็ตกใจลนลาน ไม่กล้าแม้แต่เงยหน้าขึ้นมองซีหลง ประสานเสียงพร้อมกัน “ขอบคุณพระสนมเจ้าค่ะ”


แม้ยศของเขาจะไม่สูง ทว่าความโปรดปรานนับว่าเป็นหนึ่งในตอนนี้ อันกงกงถึงได้แสดงอำนาจเพื่อประจบเอาใจ ทั้งที่ในยามแรกเฉยชาแทบไม่เห็นเหมยอิงอยู่ในสายตา


“ท่านอย่าได้เข้มงวดนักเลย เช่นนี้จะทำให้ข้านึกถึงยามเข้าวังใหม่ๆ เวลานั้นยังนับว่าไม่รู้ประสายิ่งกว่านี้”


พระสนมหลิวเหม่ยเหริยเอ่ยเรื่อยๆ อันกงกงกลับหน้าเสีย จำได้ว่าตนเองทำสิ่งใดไว้บ้างก็ยิ้มฝืดออกมา ก่อนปรับสีหน้า รีบเปลี่ยนเรื่องอย่างรวดเร็ว


“ผู้น้อยขอยินดีกับพระสนมที่หายจากอาการป่วยทันงานชมบัวพอดี”


“ขอบคุณสำหรับความใส่ใจของกงกง”


ซีหลงขี้เกียจสนทนากับคนผู้นี้ เพียงรับคำไว้ในลำคอ  สายตาลอบสังเกตเหล่าไฉเหรินในขบวน พบว่าไม่มีจูไฉเหรินอยู่ด้วย จึงเอ่ยปากถาม


“จูไฉเหรินไม่ได้ไปร่วมงานด้วยหรือ”


สีหน้าอันกงกงมีพิรุธแวบหนึ่ง ถ้าไม่จับจ้องให้ดีคงไม่เห็น ตอบอย่างนอบน้อม “จูไฉเหรินถูกเรียกตัวเอาไว้ อาจไปช้ากว่าผู้อื่นสักเล็กน้อยขอรับ”


“ผู้ใดเรียกไว้”


“ขอพระสนมโปรดอภัย ผู้น้อยเองก็ไม่ทราบขอรับ”


พระสนมหลิวเหม่ยเหรินพยักหน้ารับ อันกงกงมีท่าทางระมัดระวังอย่างยิ่งยามเอ่ยถึงจูไฉเหริน เพราะทั้งสองต่างก็ล้วนเป็นคนโปรดทั้งคู่ ไม่รู้ว่ามีเรื่องระแคะระคายกันหรือไม่ แต่ถึงมีหลิวเหม่ยเหรินก็มิได้แสดงท่าทีใดๆ คล้ายเพียงถามถึงดินฟ้าอากาศทั่วไป


สำหรับซีหลง ฟังแล้วก็นิ่งคิดในใจยามยิ้มอ่อนบาง งานชมบัวนี้คงต้องสนุกคึกครื้นแน่นอน

 



ตำหนักมรกตริมทะเลสาบไท่โจวเป็นสถานที่สำหรับจัดงานชมบัว ผ้าโปร่งกันร้อนถูกประดับตกแต่งเอาไว้ โต๊ะเตี้ยพร้อมที่นั่งเรียงรายไว้พร้อมสรรพบนพื้นไม้ยกสูง ยังไม่ทันได้เข้าไปภายในก็ปะกับขบวนเสด็จของผู้มาถึง


“หลิวเหม่ยเหรินหายดีแล้วหรือ”


จางซูเฟยแต่งกายด้วยอาภรณ์ปักไหมเงินเป็นลวดลายดอกบัวหรูหรา สีโทนเย็นบนร่างทั้งหมดล้วนเลือกมายอย่างพิถีพิถัน ปิ่นกลีบบัวมีไข่มุกชั้นเลิศเป็นระย้าลงมาข้างแก้ม เครื่องประดับทองคำ หยก มุกและปะการังทำให้เป็นดั่งเทพธิดางามล้ำแห่งทะเลสาบ หากเปรียบกันแล้วพระสนมหลิวคงได้เป็นเพียงภูตดอกบัวเล็กๆ


ซีหลงแอบชื่นชมในใจ หากว่าด้วยความงามหรูหรา จางซูเฟยล้วนครองอันดับที่หนึ่งจริงๆ


“ถวายบังคมพระราชเทวีจางซูเฟย หม่อมฉันหายดีแล้วเพคะ”


“เจ้าเพิ่งหายป่วย ไม่ต้องคุกเข่าหรอก” จางซูเฟยเอ่ยเสียงอ่อนหวาน พลางช่วงประคองเขาลุกขึ้น เครื่องหอมบุปผาอย่างดีกรุ่นกำจายออกมา


“คืนนั้นหม่อมฉันละอายนักที่เสียมารยาทเรียกฝ่าบาทมา...”


จางซูเฟยมีสีหน้าเห็นใจ ใช้มือละเอียดอ่อนราวกลีบบัวของตนตบหลังมือเขาเบาๆ


“คืนนั้นเจ้าป่วยหนัก ฝ่าบาทจะไม่ไปดูได้อย่างไร ข้าเองยังอยากจะไปด้วย ดังนั้นเรื่องนี้อย่าได้เก็บมาคิดเล็กคิดน้อยเลย”


ฝีมือการละครของจางซูเฟยเองก็เยี่ยมยอดไม่แพ้รูปลักษณ์ หากเขามิได้รู้มาก่อนก็อาจจะหลงเชื่อไปแล้ว พระสนมหลิวมีสีหน้าละอายใจระคนตื้นตันใจ “พระราชเทวีเปี่ยมคุณธรรม หม่อมฉันยิ่งต้องละอายใจเพคะ”


ซีหลงตามหลังจางซูเฟยเข้าไปในศาลา พบว่ามีพระสนมชายาจำนวนหนึ่งมารออยู่ก่อน โดยที่พระราชชายาจ้าวเสียนเฟยกำลังสนทนาอย่างเป็นกันเองกับฮองเฮา พอเห็นจางซูเฟยก็เอ่ยยิ้มๆ


“พี่หญิงแต่งกายหรูหรางดงามเหลือเกิน แพรพรรณชิ้นนั้นเกรงว่าจะราคาสูงเสียจนน้องไม่อาจเอื้อม เหล่าสนมผู้น้อยหรือยิ่งไม่แม้แต่นึกฝัน”


จ้าวเสียนเฟยจงใจเหน็บแนมเรื่องเงินตราในท้องพระคลังร่อยหลอ แต่จางซูเฟยกลับยังแต่งกายหรูหราอยู่อีก จางซูเฟยกระตุกยิ้ม


“ผ้าแพรบรรณาการชั้นดีจากแคว้นจิ้นของน้องก็ไม่ธรรมดา งานวันนี้หากแต่งตัวจืดชืดก็เท่ากับว่าไม่ให้เกียรติงานและองค์จักรพรรดิมิใช่หรือ เป็นถึงพระชายาแล้วจะทำตัวเป็นสนมชั้นล่างเพื่ออะไร?”


หากสองคนนี้ไม่ได้พูดจาเสียดแทงกันก็คงจะเป็นตัวปลอม ซีหลงชมดูก็รู้สึกบันเทิงใจอย่างผิดที่ผิดทาง


โชคดีที่ตามกฎธรรมเนียมของต้าหลิง หากไม่มาเร็วเกินไปหรือช้าเกินไปก็ไม่นับว่ามีปัญหา ไม่ว่าจะมีบรรดาศักดิ์ใดก็ตาม


เอ้อร์หนาฮองเฮานั่งจิบชาอย่างไม่ยี่หระอยู่ยังบัลลังก์เอก ในวันนี้แต่งกายด้วยผ้าแพรเนื้อละเอียดด้วยสีขาวและเหลืองทองเป็นหลัก แขนเสื้อและตามอาภรณ์ล้วนมีลวดลายดอกไม้สลับซับซ้อน แต้มฮวาเตี้ยนสีชาด ปักปิ่นประดับหงส์ตามตำแหน่ง ดูกึ่งเป็นทางการแต่ก็ไม่หรูหราจนเกินไป ทั้งยังรัศมีน่าเกรงขามแผ่ออกมา


หลังจากทำความเคารพแล้วก็มานั่งประจำยังตำแหน่งของตน ในวันนี้มีที่นั่งมากมาย เนื่องด้วยเหล่าพระสนมระดับล่างได้มารวมตัวกันด้วย เสียแต่ก็ต้องไปนั่งเบียดเสียดรวมกันยังบริเวณหนึ่งแทน


            ระหว่างรอคอยมีของว่างและน้ำชาให้ดื่มดับกระหาย ซีหลงเองก็ไม่พูดพร่ำทำเพลง ทำใจให้สบายท่ามกลางสาวงามและจัดการของกินตรงหน้า สายตาก็จดจ้องบรรดาพระสนมที่มาถึงไปด้วย


            ยามพบหน้าในตำหนักคุนหนิงของฮองเฮาว่างามแล้ว ในงานชมบัวยิ่งงามเลิศล้ำยิ่งกว่า ดวงตากลมของพระสนมหลิวเหม่ยเหรินจึงไม่มีทีท่าว่าจะหรี่ลงเลยแม้แต่น้อย


            ทักทายพระสนมเอกซุนเจาอี๋และพระสนมเอกซินเจาหรงด้วยรอยยิ้ม พระสนมเอกสวีซิวเยวี่ยนทำเหมือนเขาเป็นธาตุอากาศ เท่าที่มองมา ยังไม่มีผู้ใดสู้จางซูเฟยที่ออกจะเจิดจ้ากว่าจ้าวเสียนเฟยอยู่เล็กน้อยได้เลย


            กระทั่งมีเสียงสนทนาหัวเราะเบาๆ ลอยมาตามลม สีหน้าของพระสนมทั้งหลายจึงเปลี่ยนไป


            “ยามนั้นเมื่อได้รับพระราชทาน หม่อมฉันยังคิดว่าจะสวมใส่ในโอกาสใดดี ไม่คิดว่า... จะใจตรงกัน”


            “พักนี้ดูเหมือนเจ้าจะใจตรงกับข้าอยู่หลายเรื่อง ซิ่วหยา”


“องค์จักรพรรดิเสด็จ”


            เสียงสตรีที่หวานลื่นหูปานนี้ เห็นทีจะมีเพียงพระอัครเทวีเฉินกุ้ยเฟย ซีหลงรีบกลืนเม็ดบัวหวานในน้ำเชื่อมลงคอ เลียริมฝีปากก่อนลุกขึ้นทำความเคารพ เห็นขบวนขององค์จักรพรรดิเสด็จมาเคียงคู่กับขบวนของเฉินกุ้ยเฟย ดูเหมาะสมราวกิ่งทองใบหยก ในใจคิดว่าอย่างไรก็คงต้องให้เฉินกุ้ยเฟยล้ำเลิศเป็นที่หนึ่งในวังหลังจริงๆ


            ไม่ทราบว่าบังเอิญหรือไม่ วันนี้องค์จักรพรรดิแห่งต้าหลิงสวมอาภรณ์สีดำและเขียวเข้ม ประดับกวานทองคำและปิ่นหยก เฉินกุ้ยเฟยสวมอาภรณ์ลวดลายคล้ายกันสีขาวและเขียวอ่อน ประดับหยกและทองคำเช่นกัน ลวดลายวิจิตรบนเนื้อผ้าใกล้เคียงกันจนแทบจะเป็นชุดคู่ที่ตัดมาเพื่อสองบุรุษสตรี


            ด้วยรูปโฉมปานล่มเมือง กิริยาท่าทางไปจนถึงการเยื้องย่างงามลึกล้ำ กระทั่งเครื่องหอมที่เจือกลิ่นดอกบัวเบาบางเจือด้วยกลิ่นเย้ายวนบางอย่าง ซีหลงเห็นแล้วยังรู้สึกซาบซ่านตาพร่าไปด้วย เผลอเหม่อมองตามหลังนางไปด้วยสายตาเลื่อนลอย


            “หลิวเหม่ยเหริน”


            ซีหลงสะดุ้งน้อยๆ ตวัดสายตากลับมาสบดวงเนตรสีดำลึกล้ำคู่หนึ่ง ประกายคาดโทษฉายวูบจนขนหัวลุก ผู้ที่มิได้ใกล้ชิดหรือสบตาโดยตรงคงคิดว่าองค์จักรพรรดิให้ความสนพระทัยในตัวหลิวเหม่ยเหรินอีกครั้ง


            องค์จักรพรรดิยกนิ้วชี้แตะที่มุมปากซ้าย ก่อนที่จะหมุนตัวจากไปอย่างสง่างาม พระสนมตัวปลอมรู้สึกร้อนๆ หนาวๆ ในใจ ยกแขนเสื้อขึ้นแตะในบริเวณเดียวกัน ก่อนจะเห็นว่าเป็นคราบน้ำลายของตนนั่นเอง

 


 

70%

พระสนมสองหน้าเป็นนิยายขายขำค่ะ 555555555 อิตาซีหลงมองสาวแล้วน้ำลายไหลอ่ะ ตีตรงไหนดี!

ขอบคุณที่ติดตามอ่านกันนะคะตอนนี้เขียนยากจริงๆ สุดจะมึนงง

 


            องค์ประธานมาถึงแล้ว งานชมบัวจึงเริ่มต้นขึ้น การแสดงชุดแรกเป็นการร่ายรำจากกองสังคีต หญิงงามประมาณกว่าสิบคนแต่งกายด้วยอาภรณ์พลิ้วสีขาวราวกลีบเมฆ สะบัดแขนเสื้ออย่างชดช้อยรับกับท่วงทำนองสนุกรื่นเริง เป็น ระบำแขนเสื้อขาว นั่นเอง แม้ซีหลงจะเคยชมมาแล้ว แต่ระบำของชาววังอย่างไรก็ประณีตสวยงามกว่าที่ไหนๆ


อาหารเครื่องดื่มวิจิตรพิสดารถูกยกเข้ามา แต่ละจานล้วนปรุงมาจากส่วนประกอบมาของบัวทั้งสิ้น


            นับว่าห้องเครื่องหลวงมีฝีมืออย่างยิ่ง หลิวซีหลงตักซี่โครงหมูตุ๋นรากบัวขึ้นชิมแล้วก็อดทอดถอนใจไม่ได้ อาหารเลิศรส หญิงงามร่ายรำ จะมีอะไรดีกว่านี้อีก


            กระนั้น ยามนี้เขาได้สำรวมกิริยาตัวเองมากขึ้น สีหน้าของหลี่ลู่จินเมื่อกี้ถือว่าชวนให้ขวัญผวาจนเหงื่อตกจริงๆ


พระสนมตัวปลอมอดแก้ตัวในใจไม่ได้ พระอัครเทวีเฉินกุ้ยเฟยงดงามสั่นใจชายปานนั้น ใครจะไม่เผลอไผลกัน


            เหลือบสายตามองไป องค์จักรพรรดิโปรดให้เฉินกุ้ยเฟยนั่งเคียงข้างอีกด้านหนึ่งเสมอฮองเฮา สายตาพระสนมผู้อื่นเองก็ละจากการแสดงไปจ้องมองเช่นกัน เอ้อร์หนาฮองเฮาเปิดรอยยิ้มด้วยสีหน้าผ่อนคลาย


            “วันนี้ราวกับฝ่าบาทและน้องหญิงนัดกันแต่งชุดมา ดูสวยงามเหมาะสมยิ่งนัก”


            “ฮองเฮาทรงกล่าวหนักไปแล้ว เป็นเรื่องบังเอิญเท่านั้นเพคะ” เฉินกุ้ยเฟยยิ้มเบาบาง ก้มหน้าเอียงอายเล็กน้อยขณะรินชาเกสรดอกบัวลงในถ้วยหยก ในยามปกติเฉินกุ้ยเฟยมักมีกิริยางามสง่าสูงส่ง พอทำเช่นนี้แล้วจึงดูคล้ายสตรีสูงศักดิ์ที่หลบซ่อนความรักและความปลื้มปิติไว้ในใจ


            การแสดงท่าทางละเอียดอ่อนซับซ้อนเช่นนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย ซีหลงยังรู้สึกสองจิตสองใจสงสัยว่านางมีใจให้องค์จักรพรรดิแห่งต้าหลิงจริงๆ หรือไม่ ส่วนหลี่ลู่จินเองก็ยิ้มออกมาบางเบาไม่ต่างกัน ไม่ได้เอ่ยว่าอะไร


            สำหรับพระสนมคนอื่นๆ ต่อให้การแสดงสวยงามจำเริญใจเพียงใด สายตาก็ต้องแวะไปตกอยู่ที่ร่างองค์ไท่ชางหวงตี้ วันนี้หลี่ลู่จินดูอบอุ่นนุ่มนวลกว่าปกติ คาดว่าคงอารมณ์ดี หรือเสแสร้งแกล้งอารมณ์ดีก็ไม่อาจรู้


            อารมณ์ที่ปลอดโปร่งขององค์จักรพรรดิ ไหนเลยจะไม่ใช่เวลาบริหารเสน่ห์ของพระสนม


            ซีหงสนทนาสัพเพเหระกับเหล่าพระสนมข้างๆ มักเป็นเรื่องเกี่ยวกับสุขภาพของตนเอง เรื่องเพิ่งออกจากไว้ทุกข์ และเรื่องทั่วๆ ไป มิได้ตีสนิทพวกนางหรือรักษาระยะห่างจนเกินไป เอ่ยตอบอย่างรักษามารยาทคล้ายกับคารวะผู้คนหน้าใหม่ตามเหลาสุรา เว้นแต่ว่านุ่มนวลกว่าหลายส่วน


            กระทั่งดนตรีได้เปลี่ยนไป เป็นเพลง ชมบัว ประกอบระบำบัวซึ่งเป็นการแสดงหลัก เหล่าพระสนมชั้นล่างจึงเป็นลุกขึ้นเรียงแถวออกมา มีบางส่วนไปจับบรรเลงเครื่องดนตรีแล้วลงมือบรรเลง


            เหล่าเป่าหลิน ยวี่หนวี่ และไฉหนวี่แต่งกายด้วยเสื้อสีเขียวกระโปรงสีชมพูอ่อน ผูกมัดผมขึ้นสองข้างน่ารักน่าเอ็นดู ในมือมีดอกบัวใบบัวคู่หนึ่ง ส่วนเหล่าไฉเหรินนั้นแต่งกายคล้ายกันแต่เสื้อผ้าปักลายวิจิตร ฝีมือการร่ายรำล้วนอ่อนช้อย


รูปโฉมและจริตชม้อยสายตายิ่งเหนือกว่านางรำเมื่อครู่ ดวงตาของหลิวเหม่ยเหรินจึงยิ่งเบิกกว้างกว่าเดิมอย่างไม่ตั้งใจ


            “ทูลฝ่าบาท หม่อมฉันหารือกับน้องหญิงทั้งสาม ได้รายชื่อสนมที่จำต้องออกจากวังมาแล้ว ทว่า สนมเหล่านี้ล้วนผ่านการคัดเลือกเข้ามาอย่างยากลำบาก หากยังมิได้ทันเห็นพระพักตร์ก็ถูกขับออกโดยมิมีความผิด เกรงว่าจะไม่เป็นการยุติธรรมนัก ดังนั้นจึงให้เหล่าไฉเหรินและพระสนมชั้นล่างได้แสดงความสามารถในงานชมบัวเพคะ”


            องค์จักรพรรดิจิบน้ำชา เอ่ยถามฮองเฮา “เป็นความคิดของเจ้าหรือ”


            “เป็นความคิดของหม่อมฉันและพี่หญิงเฉินเพคะ ฮองเฮาและน้องเสียนเฟยฟังแล้วก็เห็นด้วย คงไม่ทำให้ฝ่าบาททรงกริ้วนะเพคะ” จางซูเฟยเอ่ยตอบ ท่าทีดูกังวลเล็กน้อย


            “เจ้าใจกว้างหวังดีเพียงนี้ ข้าจะกริ้วได้อย่างไร” หลี่ลู่จินว่า มองเหล่าสนมร่ายรำอย่างไม่ได้ยินดียินร้ายนัก ทว่าดวงหน้ายังฉายแววอบอุ่น เรียกรอยยิ้มยวนใจจากจางซูเฟยได้


            นับว่าจางซูเฟยและเฉินกุ้ยเฟยนั้นไม่ธรรมดา ตระกูลขุนนางของทั้งสองแม้จะยิ่งใหญ่แต่ก็ต้องการเลี้ยงขุนนางอื่นๆ ไว้ใช้งาน หากใช้วิธีนี้เหล่าขุนนางที่ประท้วงเรื่องที่บุตรสาวตนเองจะถูกขับออกจากวังก็จำต้องถือเป็นหนี้บุญคุณ ต่อให้ไม่ถูกเลือกเอาไว้ก็ถือว่าได้ช่วยเหลือเต็มที่แล้ว หรือหากถูกคัดเลือกไว้ยิ่งถือว่าต้องรู้ฐานะตัวเอง


            แต่ไหนแต่ไรขุนนางที่หวังอำนาจก็ต้องการให้องค์จักรรพรดิลุ่มหลงสตรีงามอยู่แล้ว หากสตรีหน้าเก่าทำไม่ได้ สตรีหน้าใหม่ก็ต้องทำแทน


เวลานั้น เสียงขับร้องราวกับเสียงสวรรค์ก็ดังแว่วมากับสายลม หวานกังวานไพเราะจับใจดังสายธารที่รินไหลในฤดูใบไม้ผลิ ดึงความสนใจจากผู้คนไปจากการร่ายจำจนสิ้น


เรือลำน้อยที่ล่องจากทะเลสาบผ่านกอบัวเข้าเทียบฝั่ง ปรากฏแม่นางน้อยคนหนึ่งที่สวมหมวกปิดใบหน้า แต่งกายงดงามด้วยอาภรณ์ปักไหมสีเขียวบนผ้าสีขาว แขนเสื้อและเส้นผมปลิวตามลม องค์เอวอ้อนแอ้นอรชรปานกิ่งหลิวไหวเอน ดูบอบบางน่าปกป้องอย่างยิ่ง เกิดเป็นภาพงดงามให้ติดตรึงในใจคน


ในอ้อมแขนของนางมีบัวขาวบริสุทธิ์ดอกหนึ่ง ก้าวย่างดั่งล่องลอยไปเบื้องหน้าเหล่านางระบำ ริมฝีปากยังคงขับร้องไม่หยุด ก่อนที่จะร่วมหมุนตัวร่ายรำด้วย


ทักษะของนางโดดเด่นยิ่งกว่าสตรีนางใดๆ พาให้ผู้อื่นมัวหมองไปหมด กลายเป็นเพียงตัวประกอบฉากเท่านั้น ซีหลงนั่งมองยังอ้าปากค้าง ยกชาเกสรดอกบัวค้างไว้ในมือ จนกระทั่งท่าจบเพลง นิ้วเรียวก็ปลดหมวกออก


จูไฉเหรินยิ้มอ่อนหวานไร้เดียงสา ดวงตากลมโตเป็นประกายพราวระยับ ก่อนจบท่าสุดท้ายด้วยการคุกเข่าลงแล้วแอ่นอกขึ้น เสื้อบางเบาร่นหลุดออกคล้ายไม่ตั้งใจ เผยให้เห็นหัวไหล่ขาวเนียนกลมมน ทั้งกระดูกไหปลาร้าและทรวงอกอิ่มที่อยู่ในอาภรณ์คาดสีฟ้าด้านในวับแวม ยั่วยวนกระตุ้นกามตัณหาของบุรุษอย่างยิ่ง


ดอกบัวถูกโยนออกจากมือ องค์จักรพรรดิแห่งต้าหลิงรับเอาไว้ พยักหน้าน้อยๆ แล้ววางดอกบัวลงในถาดทองคำที่ขันทีเคียงข้างนำเข้ามา


“นับว่าข้ายังคาดไม่ถึง”


จูไฉเหรินรีบคุกเข่าคำนับ ดวงหน้าขึ้นสีแดง ทั้งหอบเหนื่อยทั้งกลั้นยิ้มไว้ไม่อยู่ “ขอบพระทัยเพคะ หม่อมฉันด้อยความความสามารถ หากทำให้ทรงพระเกษมสำราญได้เพียงนิดก็นับว่าเป็นบุญแล้ว”


เมื่อครู่จางซูเฟยสีหน้าเย็นชาขึ้นสองส่วน กระทั่งดวงตาของเฉินกุ้ยเฟยก็แข็งกระด้างไป จางซูเฟยยิ้มถาม ออกจะเป็นยิ้มที่ไม่เป็นธรรมชาตินัก


“เสียงขับร้องและการร่ายรำของเจ้าก็นับว่าโดดเด่นอย่างยิ่ง ข้ายังไม่รู้มาก่อนจริงๆ ว่าจะปรากฏตัวได้ตราตรึงเช่นนี้”


รอยยิ้มของจูไฉเหรินจางลงเล็กน้อย “ทูลพระราชเทวีซูเฟย หม่อมฉันมิกล้ารับความดีความชอบคนเดียวเพคะ ยังมีพระราชชายาเสียนเฟยที่เมตตาให้หม่อมฉันได้ถวายการแสดง”


จางซูเฟยตวัดสายตาฉับไปมองจ้าวเสียนเฟยที่มีรอยยิ้มอยู่มุมปาก ดวงตาฉายแววสาสมใจอยู่ไม่น้อย


“หม่อมฉันอยากให้ฝ่าบาทที่เหน็ดเหนื่อยจากราชกิจมานาน ได้ผ่อนคลายพระทัยและพระวรกายอย่างเต็มที่เพคะ อีกทั้งจูไฉเหรินมีความสามารถยอดเยี่ยม ไม่ควรทิ้งไว้ให้เสียเปล่า”


ซีหลงมิได้คลาดสายตาไปจากฉากละครเบื้องหน้า เดิมจูไฉเหรินน่าจะเป็นคนของจางซูเฟยและเฉินกุ้ยเฟย ทว่าจ้าวเสียนเฟยกลับใช้นางมาดึงดูดความสนใจไปหมดสิ้น เวลานี้หลี่ลู่จินคงไม่มีตาที่สามไปสังเกตสนมนางไหนได้อีก เท่ากับว่าแผนการจัดให้สนมน้อยๆ ร่ายรำเป็นหมันไปแล้ว มิหนำซ้ำยังเป็นการกระทำลับหลังหักหน้าอีกด้วย


“ให้รางวัล” องค์จักรพรรดิแห่งต้าหลิงว่า สีหน้ายังสงบตามมารยาท สิ่งที่ให้เป็นปิ่นทองคำที่มีกลีบดอกบัวประดับ รูปแบบคล้ายปิ่นทองที่เป็นเรื่องวันนั้นไม่ผิด จูไฉเหรินยามรับมาก็มือสั่นน้อยๆ แต่ยังคงรอยยิ้มเอาไว้


ฮองเฮาและเหล่าพระชายาจึงประทานรางวัลให้ตาม จากนั้นจึงเป็นการรายนามประกาศผู้ที่ได้เลื่อนขั้นก่อน ขันทีหวงเหวินเป็นผู้อ่านประกาศ


“เวลาที่ผ่านมาพระสนมชายาล้วนปรนนิบัติรับใช้องค์จักรพรรดิเป็นอย่างดี ให้พระราชทานราชทินนามแก่เฉินกุ้ยเฟย เป็น ลี่ (สง่างดงาม) กุ้ยเฟย จางซูเฟยเป็นฮุ่ย (เมตตากรุณา) ซูเฟย จ้าวเสียนเฟยเป็นซุ่น (โอนอ่อนนอบน้อม) เสียนเฟย เลื่อนขั้นให้หลิวเหม่ยเหรินเป็นพระสนมเอกซิวหรง ขั้นสองชั้นเอก  พระราชทานราชทินนามว่าซี (สว่างไสวอบอุ่น) เลื่อนขั้นให้จูไฉเหรินเป็นพระสนมโทเหม่ยเหริน ขั้นสี่ชั้นเอก”


พลันซีหลงรู้สึกอยากจะปาถ้วยใส่องค์จักรพรรดิแห่งต้าหลิง ราชทินนามมีมากมาย แต่ดันมาเลือก ซีที่พ้องกับชื่อของเขา มิหนำซ้ำยังเลื่อนจูไฉเหรินขึ้นมาขั้นเดียวเดิมของเขาอีก ความจริงนางพยายามเพียงนั้นให้เป็นเจี๋ยอวี๋ก็ไม่นับว่าผิดไป สีหน้าของหญิงงามมืดครึ้มไปครู่หนึ่ง ก่อนจะฉีกยิ้มยินดีน้ำตาคลอในเสี้ยวพริบตาต่อมา


นอกจากซุนเจาอี๋และซินเจาหรง พระสนมเอกคนอื่นๆ โดยเฉพาะสวีซิวเยวี่ยนถึงกับหน้าเปลี่ยนสี สายตาชิงชังกังขาอย่างยิ่ง มือที่ถือถ้วยของนางสั่นจนน้ำชากระฉอก ต้องวางลงโดยเร็ว


เรียงลำดับตำแหน่งพระสนมเอกจากสูงลงไป คือ เจาอี๋ เจาหรง เจาเยวี่ยน ซิวอี๋ ซิวหรง ซิวเยวี่ยน...


บรรดาศักดิ์เท่ากัน แต่ถ้านับตามเกียรติแล้ว กลายเป็นตอนนี้ว่าเขาสูงกว่าสวีซิวเยวี่ยนอยู่ขั้นหนึ่ง


ที่ว่าต้องการดึงดูดความแค้น หลี่ลู่จินไม่ได้ล้อเล่นจริงๆ


            ส่วนผู้ที่ถูกคัดออกมีไฉเหรินสามคน เป่าหลินสิบคน ยวี่หนวี่สิบสามคน และไฉหนวี่สิบเอ็ดคน มิได้มีผู้ใดถูกรั้งไว้แม้แต่ผู้เดียว ยังดีที่ก่อนไปยังมีโอกาสได้รับพระราชทานรางวัลจากองค์จักรพรรดิอยู่บ้าง


            ผู้ที่ถูกเลือกขึ้นเรือพระที่นั่งไปกับองค์จักรพรรดิคือเอ้อร์หนาฮองเฮาและผู้ที่ได้เลื่อนขั้นในวันนี้ บรรยากาศในเรือของผู้ชนะจึงรื่นเริงครื้นเครง เหล่าสาวงามล้วนล้อมหน้าล้อมหลังเอาอกเอาใจหนึ่งบุรุษอยู่ไม่ขาด  ซีซิวหรงกลับไม่รู้จะพูดอะไร ได้แต่นั่งปั้นหน้ายิ้มค้างๆ เหม่อชมบัวไปแทน นานๆ ทีก็มีบทบาทตอบคำถามสักคำ


            “อ๊ะ ฝ่าบาท ดอกบัวแฝดเพคะ!


            จูเหม่ยเหรินกลับมาร่าเริงราวกับไม่เคยรู้สึกผิดหวัง เหล่าพระชายาต่างชะเง้อมองตาม ดอกบัวแฝดถือว่าเป็นของหายาก และความหมายมงคล ดังว่าความรักเสน่หาเพียงสองเราและความโชคดี สตรีวังหลังย่อมต้องอยากได้ ลำบากหัวหน้าราชองครักษ์อู๋หนิงเหอที่คุมเรือเล็กอยู่ข้างๆ ให้ต้องกระโดดลงน้ำไปเด็ดเอามา


            ดอกบัวแฝดดอกหนึ่งเป็นสีชมพู ดอกหนึ่งเป็นสีขาว องค์จักรพรรดิแห่งต้าหลิงรับมาพินิจดู พริบตาแรกเหลือบมองซีซิวหรงซึ่งขนคอลุกเป็นรอบที่สองของวัน โชคดีที่นัยน์เนตรมังกรนั่นกวาดเลื่อนไปในที่สุด


            “หกปีที่ผ่านมาเจ้าดูแลวังหลังเป็นอย่างดี ถือว่านี่เป็นของขวัญเล็กๆ น้อยๆ แล้วกัน”


            เอ้อร์หนาฮองเฮาเลิกคิ้ว รับไปแล้วยิ้มกึ่งเจือแววขบขัน มือลูบกลีบดอกบัวไปด้วย “ขอบพระทัยเพคะ หม่อมฉันจะดูแลรักษาอย่างดี”


            นับว่าองค์จักรพรรดิยังไม่เลอะเลือนเสียทีเดียว อย่างน้อยมีราชทินนามและเลื่อนขั้นให้ภรรยาน้อยแล้ว แต่สุดท้ายก็ยังแสดงว่านับถือเกรงใจภรรยาหลวงอยู่


            คืนนั้นคนทั้งวังต่างรอดูว่าองค์จักรพรรดิจะทรงเลือกป้ายตำหนักใด สุดท้ายเป็นตำหนักผิงอันที่เจ้าของได้เลื่อนขั้นพรวดพราดนั่นเอง

           



100%

            ง่วงแล้วค่ะ ทอร์คพรุ่งนี้ละกัน 555555 เขียนฉากใหญ่ๆ แล้วเหนื่อยจริง ขอบคุณที่ติดตามกันนะคะ รักกส์

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2.549K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

6,560 ความคิดเห็น

  1. #6323 H2O-69 (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 28 มีนาคม 2564 / 14:20
    แค่นับนิ้วตำแหน่งที่โดนปลดไปก็ว่าเยอะแล้ว สมัยก่อนนี่เขาเก็บเยอะจริงๆเนาะ
    #6,323
    0
  2. #6244 DinDumm (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 21 มีนาคม 2564 / 22:32
    เมียจะเยอะไปไหน🤔เอาหมดเหรอเนี่ยเอิ่มมม
    #6,244
    0
  3. #6185 blueeyes111 (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2564 / 09:41
    สารภาพว่าจำชื่อใครไม่ได้เลย555556
    #6,185
    0
  4. #5962 l-am-so-sorry (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2563 / 20:53
    อย่างน้อยก็ไม่เอาอะไรให้น้องไปซะหมด ไม่งั้นล่ะถึงความซวยที่แท้ทรูล่ะ5555555555555
    #5,962
    0
  5. #5853 C.charisa (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2563 / 18:48
    ไรท์เขียนดีมากๆเลยค่ะ ชอบบบบบบบ
    #5,853
    0
  6. #5676 PeEarn (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2563 / 22:10
    มองผญจนน้ำลายไหล ถามจริ๊งงงง55555555555
    #5,676
    0
  7. #5674 PeEarn (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2563 / 21:59
    นิยายเขียนดีมากค่ะไรท์ อย่าไปนอยกับเรื่องเล็กๆน้อยๆเลยค่ะ
    #5,674
    0
  8. #5550 GalaxyStyle (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2563 / 19:59

    โดนตีแน่ ไปมองสาวตาเยิ้มเนี่ย โดนแน่

    #5,550
    0
  9. #5522 _1221_ (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2563 / 18:39
    ยัยตัวซนเอ้ยย มองผญ.จนน้ำลายไหลต่อหน้าสามีอีก555555
    #5,522
    0
  10. #5402 WikyChaw (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2563 / 18:45
    ไรท์นี่อย่างเก่ง ชื่อตัวละครอย่างเยอะ เขียนได้ดีอีกชอบมากๆ เเต่งเเนวนี้ต้องใจรักจริงๆ สุดยอดเลย
    #5,402
    0
  11. #5397 haeunn__ (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2563 / 10:26
    กำลังจำชื่อ(ยศ)เก่าได้ มาเจอเลื่อนขั้นเข้าไป มึนน5555 สนุกมากเลย💘💘
    #5,397
    0
  12. #5332 Marshmalowdii (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2563 / 10:19

    😊😊😊😊😊😊

    #5,332
    0
  13. #5281 kittenO (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2563 / 17:40
    เข้าใจว่าจีนเป็นแบบนี้ แต่ก็แอบเจ็บแทนตรงเมียเยอะ555555555555
    #5,281
    0
  14. #5187 Khanom Tan (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2563 / 23:31
    รักเขาเป็นห่วงเขา ไม่อยากให้เขาเป็นอันตรายจึงอยากให้น้องออกจากแผนการ ก็บอกมาเพคะฝ่าบาท อิอิ
    #5,187
    0
  15. #5177 purplewhale2 (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 30 เมษายน 2563 / 20:21
    ชอบๆ ฝ่าบาท เวลาพูดหวานๆกับน้อง ดูน่ารัก
    #5,177
    0
  16. #5172 sriyupa192 (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 30 เมษายน 2563 / 09:50
    อยากให้อยู่กันแค่2คนจังเลยอะะะะ
    สละบัลลังก์ได้ไหมเนี่ยยยย
    #5,172
    0
  17. #5170 Earn0624 (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 30 เมษายน 2563 / 01:20
    อย่าแกล้งน้องงงง
    #5,170
    0
  18. #5145 Ppttyc_ (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 28 เมษายน 2563 / 19:32
    แอบใจเสียหน่อยๆที่ฝ่าบาทบอกให้น้องไม่ต้องทนอยู่ในวังแต่ก็นะเอาจริงก็ห่วงหวงเขาแหละ ให้ดูผญ.ก็ไม่ได้5555
    #5,145
    0
  19. #5109 kiki3k (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 27 เมษายน 2563 / 21:32
    มาแบบม้ามืดมากจูๆๆ ความมองตลอดของลู่จินนี้นะคะ55555
    #5,109
    0
  20. #4695 Ineedtoreed (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 21 เมษายน 2563 / 23:36
    พีคมาก น้ำลายย้อยหรอลูก (5555555555555)
    #4,695
    0
  21. #4640 KyaMina137 (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 21 เมษายน 2563 / 11:36
    ได้เลื่อนขั้นแล้ว แต่งานชมบัวซีหลงดูจะขนลุกบ่อยๆ อยู่นะ 555
    #4,640
    0
  22. #4600 แทมิน (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 20 เมษายน 2563 / 23:53
    น้องงงงง ได้เลื่อนขั้นอีกกก
    #4,600
    0
  23. #4564 TiwticAmp_90 (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 20 เมษายน 2563 / 22:15

    จูเหม่ยเหรินแย่งซีนสุดๆ แต่ก็สู้น้องซีของเราไม่ได้อยู่ดี คึๆๆ

    #4,564
    0
  24. #4539 l'm The FLASH (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 20 เมษายน 2563 / 21:02
    5555 น้องซีโดนแกล้งตลอด
    #4,539
    0
  25. #4538 sunopii (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 20 เมษายน 2563 / 20:23
    สนุกมากกกกกกกกกกก รอนะคะ
    #4,538
    0