พระสนมสองหน้า [Yaoi]

ตอนที่ 24 : 22 - บาดแผล

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 18,199
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2,362 ครั้ง
    13 เม.ย. 63

พระสนมสองหน้า [Yaoi]

22 – บาดแผล

 


            แรกเริ่มวสันต์ในวันเทศกาลโคมแห่งแคว้นจิ้น เหล่าบัณฑิตแพทย์แห่งสำนักแพทย์หวูเว่ยพากันใช้วันหยุดที่หาได้ยาก ออกไปดูชมงานเทศกาลที่จัดอยู่ห้าวันห้าคืนจนหมด


            เว้นก็แต่บัณฑิตผู้หนึ่ง


            บัดซบที่สุด!


            ดวงอาทิตย์เริ่มลาลับเหลี่ยมเขา หลิวซีหลงในวัยสิบเจ็ดปีโอดครวญ สะพายตะกร้าเสื้อผ้าที่เต็มไปด้วยอาภรณ์ใช้แล้วไว้บนหลัง สองเท้าก้าวลงเนินสูงไปยังลำธารหลังที่พัก


            สำนักแพทย์หวูเว่ยคือสำนักแพทย์อันเลื่องชื่อแห่งแคว้นจิ้น หนึ่งในหกแคว้นที่อยู่ใต้การปกครองของต้าหลิง ตั้งอยู่บนหุบเขาอันอุดมสมบูรณ์ รายล้อมไปด้วยความเขียวชอุ่มของป่าไม้และไอหมอก ดังนั้นการที่เดินลงเขาในช่วงเวลาที่ยังไม่สิ้นหนาวดีย่อมไม่ใช่เรื่องดี


            ทว่าซีหลงกลับมีร่างกายที่อบอุ่นกว่าคนทั่วไป อาภรณ์ที่สวมใส่ก็หนาพอดี ทั้งยังเคยชินกับบริเวณโดยรอบ ต่อให้คลำทางไปด้วยตะเกียงดวงเดียวก็ไม่ใช่ปัญหา


            ใครจะไปรู้ว่านางเป็นบุตรีเสนาบดีแคว้นจิ้นกัน


            สัปดาห์ก่อน เขาลงเขาตามท่านอาจารย์ไปตลาดสมุนไพร แม่นางน้อยหน้าตาสะสวยคนหนึ่งจงใจทำผ้าเช็ดหน้าหล่นยามเดินสวนกัน มีหรือหลิวซีหลงจะไม่คว้าโอกาสสานต่อไมตรี หวังให้หัวใจชุ่มช่ำขึ้นจากกฎเกณฑ์เคร่งครัดอันน่าเบื่อของสำนักแพทย์เสียบ้าง


ที่ไหนได้บิดานางเป็นถึงเสนาบดีใหญ่แห่งแคว้นจิ้น พอรู้เข้าจึงพาคนบุกมาถึงสำนักแพทย์จนเกิดเป็นเรื่องวุ่นวายใหญ่โต ทั้งที่เขายังมิทันได้ปีนเข้าห้องนอนของนางเลยสักครั้ง


สุดท้ายท่านอาจารย์หยางเจี๋ย พี่ชายของท่านอาจารย์จื้อ หรือก็คือหัวหน้าสำแพทย์หวูเว่ยจึงจัดการลงโทษกักบริเวณเขา ทั้งยังสั่งให้ทำความสะอาดที่พักบัณฑิตแพทย์ทั้งหมด รวมถึงนำเสื้อผ้าศิษย์พี่ศิษย์น้องไปซักในวันเทศโคมที่ผู้อื่นได้ลงเขาไปเล่นสนุกกัน


ทำงานมาตั้งแต่เช้า นี่ก็ถือว่าเป็นตะกร้าสุดท้ายแล้ว ซีหลงเดินถึงลำธาร วางตะกร้าผ้าและตะเกียงลง ยกมือขึ้นปาดเหนื่อยที่ไหลบนหน้าผาก ลงมือคว้าผ้าเหม็นมาซัก ทันทีที่มือสัมผัสน้ำก็อดสะดุ้งไม่ได้


เย็น!


บิดขยี้พลางใช้ไม้ทุบผ้าไป ริมฝีปากก็บ่นงึมงำไปด้วย


หากรู้ว่าท่านอาจารย์หยางจื้อจะเขียนจดหมายส่งข้ามาที่นี่ สู้อยู่ต้าหลิงต่อเสียดีกว่า เรียนรู้ไม่ลึกซึ้งอะไรกัน ที่นี่ทั้งอยู่กลางป่าเขา ทั้งมีกฎเกณฑ์เต็มไปหมด โรคของคนที่นี่ก็ไม่เหมือนกับคนในเมืองหลวงสักนิด หาเรื่องลำบากแท้ๆ...


แต่เมื่อคิดไปคิดมา สุดท้ายก็ส่ายหน้า ตีผ้าแรงขึ้นอีก


เอาเถอะ อย่างไรก็ต้องสอบเป็นแพทย์หลวงให้ได้ มิฉะนั้นตาแก่นั่นได้หัวเราะสมน้ำหน้าข้าตาย ไหนจะเหมยอิงที่สักวันก็ต้องถวายตัวอีก...


เมื่อสองปีก่อน เขาตัดสินใจเลิกเป็นนักเลงหมากล้อมและตั้งใจสอบเข้าเป็นแพทย์หลวง หนึ่งคือเพื่อให้ได้อยู่เคียงข้างน้องสาวในรั้วสีแดงอันแสนเย็นชานั่นเมื่อวันคัดเลือกพระสนมมาถึง


สองคือมีครั้งหนึ่งต่อสู้วิวาทกับนักเลงด้วยกันจนหัวร้างข้างแตก หากไม่ได้แพทย์หลวงหยางจื้อที่อยู่แถวนั้นช่วยไว้ เขาก็คงได้ไปเยี่ยมยมบาลแล้ว ครั้งนั้นรอดชีวิตมาได้จึงเลื่อมใสอยากเป็นหมอเช่นกัน


ส่วนเหตุผลที่สาม เขาไม่ต้องการเป็นวาณิชหรือสอบเป็นขุนนางอย่างที่บิดาเห็นแก่ได้ต้องการ ด้วยเหตุผลทั้งมวลจึงทำให้ถูกส่งจากต้าหลิงมายังแคว้นจิ้นที่ห่างไกลนับพันลี้


ขณะที่ใจลอย ปลายหางตาพลันเหลือบไปเห็นสีแดงละลายไหลมากับสายน้ำ กลิ่นคาวเลือดโชยปะทะจมูก


เด็กหนุ่มผงะ กำไม้ในมือแน่นขึ้น ยกตะเกียงแล้วค่อยๆ ก้าวไปตามรอยโลหิต


ห่างออกมาไม่ไกลนัก บุรุษสวมชุดเกราะหนังสีดำนอนคว่ำอยู่ในพงหญ้า ท่อนล่างแช่อยู่ในกระแสน้ำเย็น ทั้งเนื้อตัวเต็มไปด้วยบาดแผลคมมีดและธนู ไม่รู้ว่าตายแล้วหรือไม่


ซีหลงอ้าปากค้าง ต่อให้เจอคนเจ็บมามากแต่ก็อดมือไม้สั่นไม่ได้ ทั้งไม่รู้ว่านี่คนดีหรือคนเลวกันแน่ เขากวาดสายตามองรอบกายแล้วไม่มีผู้ใดก็รีบพุ่งเข้าไปดูพลิกร่างนั้นอย่างระแวดระวัง


คนผู้นั้นสวมหน้ากากสีขาวครึ่งหน้า บางส่วนแตกร้าวเผยให้เห็นใบหน้าปูดบวมเกรอะกรังด้วยโลหิต ดวงตาปิดสนิท ลมหายใจรวยริน


ตัวเขาแม้เรียนจรรยาบรรณแพทย์ไม่เข้าหัว แต่ตอนนี้ช่วยได้ก็ช่วยไปก่อนแล้วกัน


บัณฑิตแพทย์หนุ่มรีบคว้ามืออีกฝ่ายมาวัดชีพจร รับรู้ได้ถึงแรงเต้นแผ่วเบา คงเป็นเพราะเสียเลือดมาจากบาดแผลกระบี่ที่พาดผ่านกลางลำตัวจนเหวอะหวะ ต่อให้รีบวิ่งขึ้นเนินไปตามท่านอาจารย์ก็เกรงว่าอาจจะไม่ทัน


เขาถอดเสื้อคลุมตัวนอกออกมาแล้วใช้กดแผลเอาไว้แน่น กะรอเวลาคร่าวๆ ราวหนึ่งเค่อ


ระหว่างนั้นดวงตากลมก็พินิจพิเคราะห์อีกฝ่ายไปด้วย บุรุษผู้นี้รูปร่างสูงสมส่วน ลาดไหล่และแผ่นอกกว้าง ช่วงเอวกระชับ ท่อนบนเต็มไปด้วยกล้ามเนื้อแข็งแกร่งที่ผ่านการฝึกปรือมาเป็นอย่างดี


ลักษณะการแต่งกายดูเหมือนกองโจร หากเป็นมือปราบหรือทหารก็คงเป็นหน่วยลับ แต่นอกจากบาดแผลสดใหม่กลับยังมีรอยแผลเป็นมากมายอยู่ก่อนแล้ว อีกทั้งบุรุษผู้นี้น่าจะโดนทำร้ายแล้วว่ายน้ำหลบหนีมาตามลำธาร


ในที่สุดโลหิตมากมายก็หยุดไหล ซีหลงถอนใจโล่งอก พยุงตัวอีกฝ่ายขึ้นมาหมายจะพันแผลให้ ทันใดนั้นร่างเบื้องหน้ากลับมีสติขึ้นมาแล้วเหวี่ยงเขากดไว้ใต้ร่าง ฝ่ามือแข็งแกร่งเอื้อมมาบีบยังลำคอเขาไว้แน่น


ดวงตาสีดำมืดมิดแววโรจน์ดั่งสัตว์ร้าย ลมหายใจพวยพุ่งออกมาดุจควัน จิตสังหารรุนแรงแผ่ออกมาจนขนลุกซู่


ช้าก่อน ขะ ข้าเป็นผู้ช่วยเจ้าเอาไว้...!


ซีหลงตะเกียกตะกายดิ้นรน สบถลั่นในใจว่าโปรดสัตว์ได้บาปโดยแท้ ยามที่หายใจไม่ออกจนหน้าเขียว อีกฝ่ายจึงคล้ายได้สติขึ้นมา ถอนมือของตนออกไปแล้วผละออกหอบหายใจ


แค่กๆๆ! บิดาเจ้าเถอะ เป็นบ้ารึอย่างไรเด็กหนุ่มถลึงตาด่าออกไปอย่างเหลืออด


‘…เจ้าเป็นใคร เสียงของบุรุษหน้ากากแหบห้าวคล้ายลำคอเต็มไปด้วยกรวดทราย


เจ้าสิเป็นใคร


อีกฝ่ายไม่ตอบ กวาดสายตามองโดยรอบ ยืนขึ้นอย่างไม่มั่นคงจนทำท่าจะล้มลงไปอีก ซีหลงแม้จะคุกรุ่นในใจแต่ก็เข้าไปพยุงร่างโงนเงนนั้น ดึงแขนมาพาดคอตนไว้


อาการตระหนกนี้เป็นเรื่องพบได้บ่อยสำหรับคนที่เพิ่งถูกทำร้ายมา หากไม่มีเจตนาจะฆ่าเขาก็แล้วไปเถิด


เจ้าดวงแข็งก็จริง ทว่าอยู่อย่างนี้ไม่ดีแน่ ข้าจะพาไปหาท่านอาจารย์หยางเจี๋ย หมอเทวดามือหนึ่งในแคว้นจิ้น


ที่นี่คือสำนักแพทย์หวูเว่ย? อีกฝ่ายถามช้าๆ


ถูกต้อง


ข้าไม่พบผู้อื่น


ท่าทีแข็งกร้าวขึ้นมาอีกทำให้ซีหลงคิ้วกระตุก จะให้เขาปล่อยให้ตายตรงนี้หรือไร


เมื่อครู่เจ้าเห็นแล้วใช่หรือไม่


บุรุษลึกลับเค้นเสียง นัยน์ตาสีดำทอประกายดุดัน จิตสังหารเมื่อครู่กลับคืนมา หลิวซีหลงที่เป็นคนใจกล้ายังขาสั่น จะหนีก็ไม่ได้เมื่อถูกรั้งร่างเอาไว้แน่น นึกเสียใจจริงๆ ที่ดันช่วยคนอันตรายเช่นนี้เอาไว้


มะ เมื่อครู่ข้าไม่ได้ถอดหน้ากากเจ้า ข้าไม่เห็นอะไรทั้งนั้น


ไม่ใช่


ซีหลงกลั้นหายใจ


แผ่นหลังของข้า... เจ้าเห็นมันแล้วใช่หรือไม่

 


30%



ข้า ข้าเห็นไม่ชัด


อย่าโกหก


แรงที่กดลงบนไหล่เพิ่มขึ้น นัยน์เนตรสีดำคมปลาบราวกับแทงทะลุเข้ามาในวิญญาณ เมื่อครู่ขณะที่กำลังพยายามจะพลิกร่างคนตรงหน้า เขาได้เห็นสิ่งที่จารึกอยู่แวบหนึ่งจริงๆ


เป็นรอยสักตัวอักษรหนึ่งแถวเรียงตามแนวกระดูกสันหลัง อีกทั้งยังมิใช่รอยสักหมึกธรรมดา


รอยสักนี้ที่เกิดจากการแล่เนื้อเถือหนัง กรีดชิ้นเนื้อออกเป็นลายเส้นอักษรทีละชิ้น เมื่อรอจนหายสนิทจะเกิดเป็นถ้อยคำจารึกเป็นที่ไม่วันลบเลือน


ในต้าหลิงและหกแคว้น วิธีทารุณลดศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์เช่นนี้ ผู้ที่จะถูกกระทำมีเพียง ทาสเท่านั้น


กระทั่งนักโทษ หากมิได้ถูกเนรเทศเปลี่ยนสถานะให้เป็นทาสก็จะไม่ถูกลงโทษด้วยวิธีนี้ อีกทั้งแปดในสิบส่วนทาสผู้โชคร้ายเหล่านั้นก็มักจะตายเพราะไม่อาจทนพิษบาดแผลได้ ส่วนแผลบนตัวบุรุษผู้นี้มิได้สดใหม่ คงผ่านกาลเวลามาแล้วนับปี


ถึงแม้ไม่รู้ที่มาที่ไปของคนตรงหน้า ทว่าหากเป็นเพื่อนมนุษย์ด้วยกันก็คงสงสารอยู่หนึ่งส่วน ซีหลงกลืนน้ำลาย พยักหน้าลง


ตกลง ข้าจะไม่บอกผู้ใดว่าเจ้าเป็นทาสที่หลบหนีมา


พาไปที่พักของเจ้า อย่าให้ผู้ใดเห็น


สถานะผู้ช่วยเหลือเปลี่ยนเป็นผู้ถูกบังคัญขู่เข็ญโดยปริยาย กว่าจะพยุงร่างคนเจ็บที่สูงใหญ่กว่าขึ้นเขามาได้ บัณฑิตแพทย์หนุ่มก็เหงื่อออกท่วมตัวอีกรอบ โชคดีที่ยามนี้เหล่าบัณฑิตแพทย์ต่างจากเรือนพำนักไปเที่ยวงานโคมกันหมด เขาจึงสามารถลากบุรุษหน้ากากเข้าไปในห้องตนเองได้โดยไม่ต้องพบเจอกับผู้ใด


ห้องพักแพทย์ห้องหนึ่งพักอยู่ด้วยกันสองคน ซีหลงใช้เท้าเตะโต๊ะตัวเตี้ยและข้าวของที่เกลื่อนกลาดบนพื้นให้หลบไป ก่อนจะพาร่างนั้นไปนอนลงบนเตียงของตนเอง


นึกถึงหน้าเจ้าคนขี้แตกตื่นเจิงอีแล้วก็คิดว่าสหายร่วมห้องต้องเป็นบ้าไปแน่ๆ หากมาเห็นสภาพในยามนี้ เขามองผู้ป่วยบนเตียงอีกครั้ง


เทศกาลโคมแห่งแคว้นจิ้นจัดขึ้นห้าวันห้าคืน บัณฑิตแพทย์ทั้งหลายล้วนไม่อยู่ที่เรือน ทว่ายังมีอาจารย์แพทย์ พ่อบ้าน แม่บ้านและบ่าวรับใช้คนอื่นๆ แวะเวียนมา หากไม่อยากให้ความแตกเจ้าก็อย่าออกไปไหน


ซีหลงแจกแจง ยังหวั่นเกรงและไม่ไว้ใจอยู่


อันที่จริงท่านอาจารย์หยางเจี๋ยใจบุญดั่งพระโพธิสัตว์ ถึงเขาจะเห็นรอยสักก็ย่อมไม่กล่าวอะไรออกมาแม้แต่คำเดียว ข้าเป็นแค่บัณฑิตแพทย์ ดีไม่ดีอาจจะรักษาแผลเจ้าไม่ได้...


ข้าไม่พบผู้อื่น


คนบนเตียงจ้องมองมาตาเขม็ง แม้จะยังบาดเจ็บ ทว่าหากคลั่งขึ้นมา ผู้ใดจะรู้ว่าเรื่องจะบานปลายเพียงใด ซีหลงทำได้แค่ทำหน้าบิดเบี้ยว


 ในเมื่อเขาตัดสินใจเก็บเจ้าสัตว์ยักษ์บาดเจ็บตัวนี้มา ก็จำต้องรับผิดชอบดูแลเอาเอง


เช่นนั้นดี หากห้าวันนี้เจ้ายังลุกไม่ขึ้น ข้าก็ไม่รู้จะปิดความลับให้อย่างไรแล้ว


วิกาลคล้อยลง บุรุษหน้ากากใช้แรงมามากก็สลบไปพร้อมกับมีไข้ขึ้นสูง ซีหลงไปยังห้องเก็บสมุนไพรของส่วนกลาง โชคร้ายบ่าวเฝ้าประตูร่างอ้วนฉุที่มักนอนหลับอยู่เป็นนิตย์ดันตื่นขึ้นมาพอดี


ว่าอย่างไรคนสวย


เจ้าอ้วนปากสุนัขผู้นี้อยู่ว่างๆ ก็มักส่งสายตาเจ้าชู้มาให้จนซีหลงขนลุก รู้ทั้งรู้ว่าเขาเป็นบุรุษก็หยุดปากเกี้ยวไม่ได้


ซีหลงกำลังจะด่ามารดาอีกฝ่าย แต่หยุดคำไว้ทัน เปลี่ยนสีหน้าเป็นยิ้มน้อยๆ เดินเข้าไปแช่มช้าก่อนโน้มตัวเท้าคางลงบนโต๊ะไม้ พี่ถางก็ชอบล้อข้าเล่นอยู่เรื่อย


วันนี้ไม่โดนด่าพ่อล่อแม่ คนแซ่ถางถึงกับมึนงงไปชั่วขณะ ก่อนจะมองดวงหน้าหวานที่เก็บไปฝันอยู่บ่อยๆ นั้นจนตาเยิ้ม


วันนี้น้องหลิวไม่ด่าข้า สงสัยพระอาทิตย์ขึ้นทางตะวันตกแล้วกระมัง


ข้ารู้แล้วว่าไม่ควรด่าท่าน แต่ท่านก็ควรดีกับข้าหน่อย


น้ำเสียงติดจะตัดพ้อที่ไม่เคยได้ยินมาก่อนยิ่งทำให้ใจร้อนผ่าวฮึกเหิม พี่ถางเคยไม่ดีกับเจ้าด้วยหรือ มีอะไรก็รีบพูดมาเดี๋ยวนี้เลย!


ท่านก็รู้ว่าห้าวันนี้ข้าไปไหนไม่ได้ เลยคิดอยากเบิกสมุนไพรไปฝึกต้มยาเสียหน่อย


คนแซ่ถางจุ๊ปาก โธ่ นึกว่าเรื่องใหญ่โตอันใด เจ้าอยากได้อะไรก็เอาไปเลย สมุนไพรมีมากมาย ไม่ลงบัญชีสักสองสามต้นก็ไม่เป็นไรหรอก


ท่านพูดเองนะ


แน่อยู่แล้ว อย่างนี้ข้าไม่แล้งน้ำใจแล้วใช่หรือไม่


ซีหลงส่งยิ้มกว้างไปให้ พอเปิดประตูเข้ามาในห้องสมุนไพรใบหน้าก็เปลี่ยนเป็นแสยะยิ้ม ทว่าหากเลือกสมุนไพรหายากที่ล้ำค่าเกินไปก็อาจจะทำให้ผิดสังเกตได้ ดังนั้นเลือกสมุนไพรชั้นกลางและสมุนไพรที่มีอยู่ทั่วๆ ไปจะดีกว่า


ข้างๆ เรือนที่พักแพทย์ยังมีห้องครัวเล็กๆ อยู่ ซีหลงหาฟืนไฟตั้งเตาต้มยา จากนั้นก็โขลกสมุนไพรสำหรับใช้ประคบแผลจนเรียบร้อย แล้วจึงนำกลับไปห้องพักของตน


บัณฑิตแพทย์หนุ่มปลุกคนป่วยขึ้นมาดื่มยา ประคบแผลเสร็จแล้วก็ปล่อยให้นอนหลับต่อ ในใจอยากจะลงมือฝังเข็มแต่ก็ยังไม่กล้า จึงทำได้เพียงเช็ดตัวให้บุรุษหน้ากากแล้วนั่งเฝ้าดูอาการ


เมื่อหลับแล้วกลับสงบอยู่ได้ไม่นาน ร่างสูงก็ขยับตัวพลิกกายไปมา ขมวดคิ้วกัดฟันกรอดทั้งยังหลุดละเมอออกมา


ลู่เหอ!


จากนั้นจึงเปลี่ยนเป็น ท่านพ่อ’ ‘ท่านแม่ และ จางหมิงอาการเพ้อรุนแรงจนคำไม่เป็นคำ ดิ้นรนทรมานอย่างยิ่ง ซีหลงเห็นท่าไม่ดีจึงตัดสินใจปลุกอีกฝ่าย ทันใดนั้นก็ถูกคว้าตัวลงไปกอดแนบอก


อิ้งเยว่... อย่าไป


ซีหลงอ้าปากค้างอยู่ในอ้อมแขนที่ร้อนประหนึ่งเปลวเพลิง ตอนแรกคิดจะขืนตัวออก ทว่านึกถึงครั้งหนึ่งที่เหมยอิงน้องสาวล้มป่วยจนเพ้อเพราะพิษไข้ เขาเองก็ผู้ปลอบโยนนอนอยู่เคียงข้างนางทั้งคืน


หรือในบางคืนที่ฟ้าผ่าเสียงดังกึกก้อง เจิงอีเองยังมุดผ้าห่มเข้ามานอนเบียดบนเตียงกับเขา บุรุษเช่นเขาย่อมไม่มีสิ่งใดให้เสียหาย ดังนั้นหากทำให้อีกฝ่ายสงบลงคงไม่เป็นไร


รุ่งเช้า โชคดีที่คนป่วยไข้ลดลงแล้ว ซีหลงจึงลุกขึ้นมาล้างหน้าแต่งตัวเสร็จก็ไปโรงครัว ใช้วิธีเดี๋ยวกันยั่วยวนหัวหน้าแม่ครัวจนได้อาหารมาสองสำรับ โดยการอ้างว่าช่วงนี้อ่านตำรามากจนทำให้หิวง่ายขึ้นมา


เปิดประตูเข้าห้องมา บุรุษหน้ากากฟื้นคืนสติแล้วแต่ท่าทางยังมีอาการปวดศีรษะสับสนไม่น้อย


ผ่านคืนแรกไปได้ก็ไม่ตายแล้ว เอ้านี่อาหารของเจ้า


ซีหลงเอ่ยพลางกระแทกสำรับซึ่งเป็นข้าวต้มธัญพืชไว้เบื้องหน้า คนป่วยมิได้แตะต้องสำรับนั้น ทว่าก้มลงดูแผลตนเองที่ถูกผ้าพันไว้ จากนั้นจึงพยายามลุกขึ้นอีก


ไม่ตายแต่ไม่ได้หมายความว่าเจ้าจะหายดี บัณฑิตแพทย์ร้องเสียงดัง ไฉนเลยเจ้าผู้ป่วยคนนี้จะดื้อด้านยิ่งนัก นั่งลงแล้วกินอาหาร ข้าไม่อยากไปลากศพเจ้ากลับมานะ


บุรุษหน้ากากไม่ได้เอ่ยสิ่งใด ยอมตักอาหารกินเชื่องช้า ซีหลงถอนหายใจ ระหว่างอยู่ในห้องด้วยก็นำกระดานหมากล้อมออกมาเดินเล่นคนเดียว


นี่ ตกลงเจ้าเป็นใครกันแน่


...


ปีนี้เจ้าอายุเท่าไหร่


ยี่สิบสี่


ดีที่ยังไม่กลายเป็นคนใบ้ไป ไม่เช่นนั้นเขาคงอึดอัดใจตาย


เจ้าชื่ออะไร


...


หรือว่าไม่มีชื่อ? เช่นนั้นข้าเรียกเจ้าว่า ไป๋อวี่ แล้วกัน


ร่างกายตรงหน้าเต็มไปด้วยบาดแผลรอยฟกช้ำ แต่ผิวพรรณก็ขาวเหมือนหยก ดูแล้วก็พอองอาจอยู่ไม่น้อย


อักษรห้าตัวบนหลังเจ้า...เมื่อสนทนาเรื่อยไป ซีหลงก็หลุดเอ่ยสิ่งที่สงสัยที่สุด เอ่ยอย่างคาดเดาเอาเอง


กตัญญูรู้คุณ คือคุณธรรมอันดับแรก เจ้านายของเจ้าคงเป็นคนหยาบช้าช่างทวงบุญคุณจริงๆ ดีแล้วที่เจ้าหนีรอดมาได้ ต่อจากนี้ก็ปกปิดรอยสักนั่นไว้แล้วกัน แค่นี้ก็ไม่ใช่ทาสผู้ใดแล้ว


บุรุษหน้ากากยังคงก้มหน้าก้มตากินข้าวต้มไปอย่างเงียบงัน ตอบบ้างไม่ตอบบ้าง แต่ส่วนใหญ่จะไม่ตอบ ซีหลงซักถามคร่าวๆ ก็รู้แค่ว่าคนผู้นี้เป็นชาวต้าหลิง อายุยี่สิบสี่ โดนคนทำร้ายตกหน้าผาลงมายังลำธาร ก่อนจะว่ายน้ำมาถึงสำนักแพทย์หวูเว่ย


ตอนแรกยังรู้สึกหวาดระแวงในที่มาลึกลับ แต่พอได้ดูแลรักษาคนจนอาการดีขึ้นกับมือทั้งที่เป็นบัณฑิตเพียงแพทย์ ความภาคภูมิใจอย่างแรงกล้าก็ผุดขึ้นเอ่อล้นในใจ อยากสนิทสนมกับคนผู้นี้ขึ้นมา


 ไป๋อวี่ผู้นี้ไม่ใคร่จะพูดมาก ทั้งยังมีหลายสิ่งที่แปลกประหลาด ตามตัวมีรอยสักทาสทว่าท่วงท่ากลับดูสูงส่งยิ่งกว่าคุณชายบ้านใดที่เขาเคยพบ บางครั้งซีหลงแอบลอบสังเกตใบหน้าสวมหน้ากากก็เห็นเค้าลางว่าหล่อเหลาคมคายอยู่มาก ไม่น่าจะมีชาติกำเนิดต่ำต้อยได้เลย


ในวันที่สี่ ร่างกายดั่งเหล็กกล้านั้นฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว ซีหลงเห็นอีกฝ่ายลุกขึ้นเดินเหินได้เองแล้วก็รู้สึกใจหายไม่น้อย


จากนี้เจ้าจะไปไหน


ไม่มีคำตอบกลับมา ซีหลงถามไป หากออกไปตอนนี้เจ้าจะไม่ถูกทำร้ายอีกหรือ


ขนาดเก็บนกมารักษาคนยังรู้สึกผูกพัน นับประสาอะไรกับคนๆ หนึ่ง วันเทศกาลโคมที่น่าเบื่อหน่ายของเขากลับพอมีสีสันขึ้นมาได้ก็เพราะคนตรงหน้า จึงอยากรั้งให้อีกฝ่ายอยู่ที่นี่แล้วแนะนำให้คนในสำนักแพทย์ได้รู้จัก จากนั้นก็พาไปสนทนากับเจิงอีจนไม่ต้องหลับต้องนอนทั้งคืน


 บุรุษหน้ากากส่ายหน้า น้ำเสียงคล้ายกลับมาทุ้มกังวาน จะไม่มีครั้งที่สอง


คืนนั้นคนได้จากไป


มิมีจดหมายหรือสิ่งใดทิ้งไว้ จากไปเหมือนไม่เคยอยู่มาก่อน ซีหลงที่เดินถือสำรับค่ำเข้ามาถึงกับจังงังตาค้าง ยืนนิ่งเป็นใบ้อยู่นานสองนาน


วันต่อมาบัณฑิตแพทย์ทั้งหลายต่างกลับมายังสำนัก ยามเจิงอีส่งเสียงดังทักทาย ซีหลงกลับมิมีการตอบสนอง ตลอดทั้งวันที่นั่งเรียนก็เหม่อลอย ใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว


ระหว่างที่คิดว่าตัวเองเพ้อเจ้อเห็นภาพหลอนไปเองหรือไม่ จู่ๆ ก็ได้มีหีบไม้ส่งมาให้เขาห้าหีบ พอเปิดออกล้วนเป็นทองคำอัญมณีมีค่ามหาศาล ขนาดที่ว่าคงพอใช้ไปตลอดชีวิต


ซีหลงเขียนจดหมายถึงตาแก่ที่บ้าน ได้ความว่าตอนนี้ยังโกรธจนข้าวสารเม็ดเดียวก็ไม่ส่งมาให้ เช่นนั้นแล้ว...


เขากับเจิงอีช่วยกันรื้อหีบออกมาทั้งหมด จากนั้นจึงเจอกระดาษยับยู่ยี่แผ่นหนึ่งอยู่ใต้หีบใบที่ห้า เขียนสั้นๆ เป็นลายมืองดงามเหนือธรรมดาว่า ขอบคุณ

 



หลิวซีหลงสะดุ้งตื่นขึ้น รู้สึกตัวอีกทีก็อยู่บนเตียงนุ่ม ร่างกายปวดระบมไปหมด ความคิดยังมึนงงสับสน เรียกจิ้นชิงเข้ามาถามก็พบว่าเป็นเวลาตะวันอยู่กลางศีรษะเข้าไปแล้ว


ขณะล้างหน้าบ้วนปาก สมองพลันหมุนติ้ว ความฝันอันคลุมเครือค่อยๆ ชัดเจนมากขึ้น


เรื่องนกกระเรียนแทนคุณที่เขาเปรียบเปรยกับเจิงอีในตอนนั้น ไหนเลยจะกลายเป็นเรื่องเกี่ยวพันกับองค์จักรพรรดิแห่งต้าหลิง


เวลานั้นผู้ใดคือผู้ที่ทำร้ายหลี่ลู่จิน ผู้ใดคือผู้ที่สักความเป็นทาสลงบนหลังของผู้เป็นหนึ่งในใต้หล้า กระทั่งถ้อยคำละเมอว่าอิ้งเยว่อย่าไป ในที่แห่งนี้มีพระสนมผู้ใดนามว่าอิ้งเยว่หรือไม่


เดิมทีเขามีหน้าที่เพียงไขคดีที่เกี่ยวพันกับตระกูลหลิว ตอนนี้กลับดูเหมือนจะมียุ่งยากเพิ่มเข้ามาอีกไม่น้อย

 

 

80%

百善孝 แปลตรงตัวว่า อันบุญกุศลทั้งหลาย กตัญญูต้องมาก่อนค่ะ แต่พอเรียบเรียงให้สละสลวยแล้วก็ได้ดั่งคำข้างบนในเรื่อง

Fav หมื่นแตกแล้ววววว! เย้ ขอบคุณทุกคนที่ตามอ่านกันนะคะ เฆี่ยนตัวเองให้เขียนมากค่ะ ยังมีติ่งอีกนิดนึงตอนนี้ รอพน.นะคะ555555 ถึงคนที่บอกให้เต้นเจนนุ่นโบว์ เสี่ยวอ้ายมีคนเดียวอะ ขอคนเพิ่มได้มั้ยยย ส่วนใครอยากเป็นน้องจอยในเพลงไซโคเป็นได้นะคะ เราอยากเป็นพี่เบ ฮา


 

ระหว่างให้บ่าวรับใช้นวดบั้นเอวคลายปวดเมื่อย ซีหลงก็ขบคิดในใจ


ลู่เหอกับจางหมิง...


หลี่ลู่เหอ เป็นนามขององค์ชายใหญ่แห่งต้าหลิง ขึ้นชื่อเรื่องความดุดันเหี้ยมโหด ทั้งยังมีฝีมือในการรบเป็นหนึ่ง คอยเป็นผู้นำทัพแนวหน้าครั้งที่องค์ไท่ซู่หวงตี้รวมดินแดนทั้งหกเข้ากับต้าหลิง การชิงแคว้นจิ้นเองก็หนึ่งในผลงานของหลี่ลู่เหอผู้นี้


น่าเสียดาย แม้หลี่ลู่เหอจะเป็นองค์ชายใหญ่ทว่ากลับมีชาติกำเนิดต่ำต้อย ทำให้มิได้รับตำแหน่งรัชทายาทในอดีต หลังจากมีความดีความชอบ จึงได้รับการแต่งตั้งไปเป็นอ๋องแห่งแคว้นจิ้นแทน


จากนั้น ในปีที่ซีหลงจบการศึกษาจากสำแพทย์หวูเว่ย จิ้นอ๋องหลี่ลู่เหอกลับโดนคนลอบสังหาร เกิดเป็นเรื่องชวนอกสั่นขวัญแขวนไปทั่ว ศีรษะของจิ้นอ๋องถูกตัดออกมาเสียบประจานอยู่บนรั้วตำหนัก ส่วนท่อนล่างลงมากลับยังนั่งอยู่ยังบัลลังก์ในท้องพระโรง ทั้งยังจัดท่าทางนั่งไว้คล้ายยังมีชีวิตอยู่ พาให้เหล่าขุนนางไม่กล้าเข้าประชุมไปหลายวัน


ผู้คนพากันคาดเดาว่าอาจเป็นฝีมือชาวแคว้นจิ้นที่ไม่พอใจระบบการกดขี่ของต้าหลิง จากนั้นองค์ชายห้าหลี่ลู่หยางซึ่งจึงได้รับการแต่งตั้งให้ไปครองแคว้นแทน กฎระเบียบเข้มงวดและการเก็บภาษีแพงเกินควรถูกผ่อนปรนลงมาก ทำให้ค่อนข้างสงบสุขดีมาจนทุกวันนี้


ส่วนซินจางหมิงก็คืออดีตราชองครักษ์อันผู้จงรักภักดีขององค์ไท่ชางหวงตี้ ติดตามราวกับเงาตั้งแต่เมื่อยังดำรงตำแหน่งรัชทายาท ยามนี้องค์ไท่ชางหวงตี้หวนคืนต้าหลิงพร้อมกับอู๋หนิงเหอ หัวหน้าราชองค์รักษ์เยาว์วัยคนใหม่ ผู้คนต่างร่ำลือกันไปทว่ายังไม่มีใครรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับจางหมิงผู้นี้ และเมื่อมีผู้ไปถามก็ได้ความว่าอีกฝ่ายลาพักกลับบ้านเก่าไปแล้ว


เรื่องเหล่านี้ซีหลงล้วนฟังจากคำเล่าลือทั้งสิ้น จริงเท็จเพียงใดไม่มีผู้ใดรู้


            แต่ยังมีอีกชื่อหนึ่ง ที่ดูท่าเขาจะไม่เคยได้ยินผ่านหู ซีหลงเอ่ยถามจิ้นชิงที่กำลังทุบเอวให้เขาอยู่


            “เจ้ารู้จักใครในวังที่มีนามว่า อิ้งเยว่หรือไม่”


            “เท่าที่ทราบ ผู้น้อยไม่รู้จักผู้ใดขอรับ”


            “เจ้าล่ะ” หันไปถามมู่หลัน นางขบคิดสักพักหนึ่ง ก่อนเอ่ยถามกลับ


            “เหตุใดถึงถามเล่าเจ้าคะ”


            “เจ้ารู้?” ซีหลงเลิกคิ้วถามเสียงสูง แม่นางสือซว่านปรภพกึ่งยิ้มกึ่งไม่ยิ้ม บีบนวดขาเขาไปพลาง


            “แม้คุ้นเคยแต่ก็ไม่แน่ใจนัก ถ้าท่านเอ่ยว่าเหตุใดถึงนึกขึ้นมาได้ ผู้น้อยอาจจะพอหวนระลึกได้บ้าง”


            นางเป็นคนของอวิ๋นอ๋อง เจ้านายเป็นอย่างไรลูกน้องก็เจ้าเล่ห์ไม่ทิ้งลายกัน ซีหลงยักไหล่น้อยๆ


            “ไม่รู้ก็ไม่รู้ ข้าก็ไม่ได้ติดใจอะไรนักหรอก”


            “ไม่ติดใจจริงๆ หรือ”


            จิ้นชิงและมู่หลันลุกขึ้นถวายบังคมก่อนหลบออกไป ซีหลงยังคงนอนอยู่อย่างไม่ต้องการขยับตัวแม้แต่น้อย เหลือบตามองคนที่เข้ามาไม่ให้สุ้มให้เสียง ทั้งขุ่นเคือง ทั้งขัดเขินกับเรื่องเมื่อวานจนไม่รู้จะแสดงสีหน้าอย่างไร จึงกลายเป็นสีหน้าปุเลี่ยนคล้ายกลืนยาขมก็ไม่ปาน


            “สร่างเมาแล้วหรือยัง”


            หลี่ลู่จินยังสวมอาภรณ์ว่าราชการขององค์จักรพรรดิ นั่งลงข้างๆ เขาบนตั่งยาว สีหน้ากลับมาราบเรียบเป็นปกติ


            “สร่างแล้ว”


            “ไม่ปวดแล้วใช่หรือไม่” ว่าพลางตบที่เอวเขาเบาๆ ซีหลงถลึงตา เอ่ยอย่างเผ็ดร้อน


            “ครั้งหน้าท่านมาลองดูบ้างไหมเล่า ปวดตัวแทบตาย บอกให้ท่านหยุดก็ไม่ยอมหยุด!


            อีกฝ่ายกลับไม่ถือสา มิหนำซ้ำยังนวดยังบริเวณที่ปวดเมื่อยให้เขา ซีหลงอยากจะปัดมือใหญ่นี่ออกนักหากมิใช่ว่าแรงบีบนวดกลับทำให้รู้สึกสบายคลายปวดได้ไม่น้อย “เจ้า... จำได้แล้วใช่หรือไม่”


            “ใช่ ท่านคือไป๋อวี่ผู้นั้นสินะ เหตุใดท่านถึงมีรอยสักทาสได้กัน แล้วตอนนั้นใครเป็นผู้ทำร้ายท่าน”


            “เมื่อครู่เจ้าถามว่าอิ้งเยว่คือใคร ไปได้ยินตอนไหน”


            ไม่รู้ทำไมถึงได้ย้ำนักหนา คล้ายกับว่าเขาเป็นภรรยาที่ร่วมคืนกับสามีที่ละเมอชื่อบ้านเล็กนอกบ้านออกมา ซีหลงพลันรู้สึกหมั่นไส้


แค่ได้เสียกันหนึ่งคืนเขาต้องรู้สึกหึงหวงด้วยเรอะ ประสาทกลับแล้ว “คืนแรก ท่านดันละเมอเพราะพิษไข้ว่า อิ้งเยว่ อย่าไปแล้วมากอดข้าไว้เสียแน่น ข้าไม่ถีบตกเตียงก็บุญแล้ว ทว่าถ้าท่านไม่อยากพูดอย่าก็พูดเลย”


องค์จักรพรรดินิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยขึ้นช้าๆ


            “อิ้งเยว่นั้นงดงามอย่างยิ่ง”


แม้สีหน้าจะยังสงบ ทว่าสายตาของหลี่ลู่จินยามเอ่ยถึงดูนุ่มนวลลึกซึ้ง แฝงคะนึงหาอีกทั้งยังเจือแววลุ่มหลงรักใคร่ หากเหล่าสตรีวังหลังผู้ใดได้รับสายตานี้ย่อมต้องมีชัยเหนือผู้อื่นอย่างไม่ต้องกังขา


            “ขาวราวหิมะ ดวงตาสุกใสยิ่งกว่าหยกชั้นเลิศใดๆ ร่างกายนุ่มนวลของนาง ลิ้นสีชมพูน้อยๆ ของนาง ข้าล้วนคิดถึงอยู่เสมอ หากรั้งนางไม่ให้ไปซุกซนได้ ข้าย่อมกอดนางไว้ให้แน่นที่สุด”


            ไม่นึกว่าองค์จักรพรรดิแห่งต้าหลิงจะเป็นพวกคลั่งรักกับเขาด้วย ว่ากันว่าหัวใจองค์จักรพรรดิไม่ได้มีไว้เพื่อรักสตรีเพียงผู้เดียว ไหนเลยองค์ไท่ชางหวงตี้จะยึดมั่นในรัก ขนาดจะตายยังเพ้อละเมอถึง ปักใจกับสตรีผู้หนึ่งถึงเพียงนี้ ดังนั้นจึงมีท่าทีเมินเฉยต่อสตรีคนอื่นในวังหลังเช่นนี้เอง


            “แล้วตอนนี้นางอยู่ที่ใด”


            “ไปที่แสนไกล ที่ซึ่งไม่อาจหวนกลับมาอีก”


            “เสียใจกับท่านด้วยแล้วกัน พบรักแท้ในวังหลวงเป็นเรื่องยาก เสียดายสุดท้ายกลับไม่อาจคว้าจับเอาไว้”


            ซีหลงพยักหน้า ท่าทีซ่อนความหดหู่ทำให้เผลอยกมือตบบ่าอีกฝ่ายราวกับเป็นสหายกันมานมนาน องค์จักรพรรดิสบดวงตาคู่กลมที่จริงใจตรงหน้า ยกมือขึ้นทาบทับบนหลังมือที่ให้กำลังใจอยู่บนไหล่กว้างของตน


            “ยามนี้เพียงแวะมาดูเจ้า ยังมีราชกิจอีกส่วนหนึ่งต้องสะสาง”


            ลับหลังชายฉลองพระองค์มังกร ซีหลงจึงเอ่ยกับมู่หลันที่นำยาบำรุงธาตุเข้ามาให้


            “ข้ารู้แล้วว่าอิ้งเยว่คือสตรีที่องค์จักรพรรดิมอบดวงใจให้ ทีนี้เจ้าพอรู้เรื่องเกี่ยวกับนางหรือไม่ อย่างไรข้าก็ควรจะต้องรู้ไว้ จะได้วางตัวในอนาคตถูก”


            มู่หลันอมยิ้ม “ผู้น้อยจำได้แล้ว”


            “ว่ามา”


            “ยามฝ่าบาทยังเยาว์วัย ทรงเลี้ยงแมวเพศเมียสีขาวพันธุ์ดีนามว่า อิ้งเยว่เพคะ”


            ซีหลงถึงกับพ่นยาบำรุงธาตุออกมา


            “แมว!?


            เรื่องรักที่เขาอุตส่าห์จินตนาการเป็นฉากต่อฉาก ที่แท้หลี่ลู่จินก็เป็นแค่ทาสแมวเท่านั้นเหรอ!



             

            100%

            แม่ๆ ซีหลงที่กลัวอยู่ไม่ต้องกลัวแล้วนะคะ 5555555555 ขอบคุณที่ติดตามและพูดคุยกันค่า อะคลายปมไปหนึ่งตรงนี้แหละ

 

            

 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2.362K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

6,560 ความคิดเห็น

  1. #6314 H2O-69 (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 28 มีนาคม 2564 / 07:14
    จากที่คิดภาพหญิงงามล้ำก็หดลงมาเป็นเจ้าแมวน้อยเลย 555555
    #6,314
    0
  2. #6184 blueeyes111 (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2564 / 22:43
    ตอนอ่านนึกว่าหมา55555
    #6,184
    0
  3. #5961 l-am-so-sorry (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2563 / 18:45
    แมวเองเรอะ555555555555555555555555555555555
    #5,961
    0
  4. #5849 fallinluvw/bed (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2563 / 16:12
    เป็นเอ็นดู โถเอ้ยยยยยย พี่เป็นทาสแมวว
    #5,849
    0
  5. #5763 Aor_555 (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2563 / 11:05
    โอ้น5555555555555555555555555555555555555
    #5,763
    0
  6. #5673 PeEarn (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2563 / 21:49
    ว่าแล้ววว หาเรื่องปั่นน้องเก่งงง555555555
    #5,673
    0
  7. #5549 GalaxyStyle (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2563 / 19:39
    เอะใจตอนตาพี่บรรยายลิ้นชมพู แบบ เอ๊ะ มันไม่ใช่ พี่จะบรรยายผู้หญิงแบบนั้นไม่ได้ ที่ไหนได้ น้องแงวววว
    #5,549
    0
  8. #5528 sirillakputthaso (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2563 / 10:40
    เอ็นดู55555555 ฝ่าบาทคนทาสแมวววววววว
    #5,528
    0
  9. #5521 _1221_ (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2563 / 18:19
    แมว5555555555555 โอ้ยยยยไม่รู้จะเอ็นดูใครก่อนดีคือยัยน้องก็หึงหวงไปแล้วไง แต่ฝ่าบาทก็คือเกือบตายแต่ละเมอถึงแมว ว้อยยย
    #5,521
    0
  10. #5339 ppunn__ (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2563 / 10:11
    ตอนอ่านทางนี้แบบ เอาแล้วๆดราม่าแน่เป็นคนรักเก่าแล้วหักหลังอิพี่รึเปล่ายังไง ถ้านางมาทางนี้ช้ำในตายแน่ สรุปน้องเปงแมว แงงงงงงงง้
    #5,339
    0
  11. #5331 Marshmalowdii (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2563 / 09:08

    ขำ655555555

    #5,331
    0
  12. #5296 Plovebts (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2563 / 21:52
    ฝ่าบาทททททท55555555 เป็นทาสแมวนี่เอง ซีหลงอึ้งเลย555555
    #5,296
    0
  13. #5280 kittenO (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2563 / 16:54
    ทาสแมวเหรอเพคะ5555555555
    #5,280
    0
  14. #5167 allnaru (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 29 เมษายน 2563 / 23:04
    กำลังจะว่าพระเอกเลย มาพงมาพูดรักแรกอะไรต่อหน้าลุกฉันยะหล่อน. สุดท้ายแมว 5555 ขอโตดดดด
    #5,167
    0
  15. #5144 Ppttyc_ (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 28 เมษายน 2563 / 18:16
    โอ้ยยย5555แบบขำพรืดเลยนึกว่าจะเป็นนางรักแรกที่ไหนฝ่าบาทเป็นทาสแมวเสียนี่
    #5,144
    0
  16. #5129 JRPYTS (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 28 เมษายน 2563 / 13:15
    ลิ้นชมพูน้อยๆ อะเนอะ
    #5,129
    0
  17. #5100 kiki3k (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 27 เมษายน 2563 / 13:18
    แมว5555555 ก็งงเรื่องลิ้น
    #5,100
    0
  18. #5061 tmamilk666 (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 26 เมษายน 2563 / 16:07
    ฉันก็มโนภาพไปดิโถ่~
    #5,061
    0
  19. #4971 rarry37 (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 25 เมษายน 2563 / 22:04
    เราก็โดนหลอกกันตามๆกัน..
    #4,971
    0
  20. #4964 SPDDP Dayn (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 25 เมษายน 2563 / 17:03
    ทะแม่งๆตั้งแต่ชิ้นชมพูละ ชมคนทำไมต้องชมลิ้น5555555555555
    #4,964
    0
  21. #4931 wilawanzaung (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 25 เมษายน 2563 / 02:50
    โอ้ยขำอ่ะ5555
    #4,931
    0
  22. #4905 zton9397 (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 24 เมษายน 2563 / 22:54
    ชั้นเเบบเอ้ะะขาวราวหิมะโอเคๆผญ.เป็นเเน่พอลิ้นสีชมพูยังไงๆนะคะ55555
    #4,905
    0
  23. #4891 ninon (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 24 เมษายน 2563 / 17:23
    ทาสแมว555555
    #4,891
    0
  24. #4768 Harbor (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 23 เมษายน 2563 / 12:13
    ฉันก็ว่าคงไม่มีใครชมคนอื่นว่าลิ้นสีชมพูน่ารัก
    #4,768
    0
  25. #4733 Ahcihtnrop (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 23 เมษายน 2563 / 00:00
    นี่ก็เดาว่าต้องเป็นสัตว์ชนิดใดชนิดหนึ่งแน่ๆ555
    #4,733
    0