พระสนมสองหน้า [Yaoi]

ตอนที่ 22 : 20 - พิษแก้พิษ (2)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 16,366
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,995 ครั้ง
    7 เม.ย. 63

พระสนมสองหน้า [Yaoi]

20 – พิษแก้พิษ (2)

 


            แพทย์หลวงหยางจื้อได้ยินชัดแล้วก็วางตำราลง หรี่ตาจ้องใบหน้าของศิษย์ตน


            แม้ถูกเติมแต่งจนกลายเป็นพระสนมน้องสาว ทว่าสีหน้าดื้อรั้นเช่นนี้ไม่ว่าอย่างไรก็เป็นหลิวซีหลง


            “ข้าไม่ทดลองยาพิษกับเจ้า”


            “หากใช้ในปริมาณเหมาะสม และดื่มยาแก้พิษทันท่วงทีย่อมมีโอกาสทำได้ ข้าเชื่อในฝีมือและความละเอียดรอบคอบของท่าน”


            “แล้วฝ่าบาทจะทรงคิดเห็นเช่นไร”


“เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ข้ากับท่านตกลงกัน ไม่เกี่ยวกับผู้อื่นมิใช่หรือ”


            “ไม่เกี่ยวได้อย่างไร บัดนี้เจ้าเป็นพระสนมที่โปรดปรานที่สุดขององค์จักรพรรดิ”


            “ท่านก็รู้ว่าข้าเป็นเพียงตัวแทนของเหมยอิง เป็นเพียงหมากตัวหนึ่งเท่านั้น ท่านต่างหากที่รักษาฝ่าบาทมาเนิ่นนานแล้ว หากมีสิ่งใดผิดพลาดหรือรักษาไม่ได้ย่อมเป็นเรื่องใหญ่ ส่วนข้าเองก็อยู่ในสภาพเช่นนี้ ตัวตนที่แท้จริงตายไปแล้วด้วยซ้ำ จะว่าไม่มีสิ่งใดจะเสียแล้วก็ไม่ผิด สิ่งนี้นับว่าเป็นสิ่งสุดท้ายในฐานะแพทย์ที่จะทำได้ ดังนั้นขอให้ข้าได้ช่วยท่านสักเถอะ”


ยามเอ่ยคล้ายกับมีระลอกคลื่นน้อยๆ เกิดขึ้นในใจ คนพูดกลับทำเป็นไม่รู้สึก เพราะสิ่งที่เขาเอ่ยก็มิได้ผิดไปจากความจริงสักนิด


            “องค์จักรรดิทรงไม่มีทางยินยอมแน่”


            “ฝ่าบาทไม่จำเป็นต้องรู้เรื่องนี้”


            “ไม่ได้”


            “หรือถ้าหากทรงเอาเรื่องท่าน ข้าจะตายแทนเอง”


            “ข้าไม่ได้กลัวองค์จักรพรรดิจะทรงลงโทษ” แพทย์หลวงชราเอ่ยเสียงเข้ม “เจ้าเป็นศิษย์ของข้า ให้ทำเรื่องเช่นนี้ได้อย่างไร”


            “ข้าเป็นศิษย์ของท่าน ทว่าข้าเองก็ยังเป็นแพทย์ และข้าก็ไม่กลัวตาย แพทย์ส่วนใหญ่ก็ยังลองยาและวิธีการรักษาใหม่กับตนเองทั้งนั้น”


            “แล้วเหมยอิงน้องสาวเจ้าเล่า ชีวิตนางอยู่ในกำมือฝ่าบาทมิใช่หรือไร”


            “หากข้าเป็นอะไรไปเพราะต้องการรักษาฝ่าบาท จะทรงทำอะไรโหดเหี้ยมต่อเหมยอิงลงหรือ ท่านดูเอาเถิดว่าสตรีในตำหนักในยังมีอีกมาก เสียข้าไป อย่างมากก็ต้องเปลี่ยนตัวหมากและแผนการเสียหน่อย แต่นั่นคือองค์จักรพรรดิแห่งต้าหลิง ข้ามิได้สำคัญถึงเพียงนั้น อีกทั้งข้าเชื่อในฝีมือท่าน จึงรู้ดีว่าต้องไม่เป็นอะไรแน่นอน”


            น้ำคำเหล่านี้เสมือนย้ำเตือนตนเองด้วย แน่นอนว่ายามอยู่ใกล้ชิดบุรุษผู้กุมใต้หล้าไว้ในฝ่ามือ ความหวั่นไหวมากมายย่อมเกิดขึ้น แต่ภายในใจลึกๆ ของหลิวซีหลงยังมีสิ่งที่เตือนสติอยู่เสมอ


            เหตุใดเขาถึงมาอยู่ที่นี่ เหตุใดเขาถึงต้องละทิ้งบทบาทแพทย์หลวง ยามนี้เขากำลังสวมหน้ากากผู้ใดอยู่


            ต่างฝ่ายต่างจ้องตากันไม่ลดละ จนแพททย์หลวงอาวุโสหยางจื้อพลิกตำราในมือปิดลง ลุกขึ้นสะบัดอาภรณ์


            “วันนี้ข้าจะกลับแล้ว ต่อไปไม่ต้องเอ่ยถึงเรื่องนี้อีก”


“ท่านอาจารย์!


แพทย์หลวงอาวุโสก้าวออกไปจากตำหนักโดยมิหันกลับมามอง  ซือเย่กับซือซือเป็นผู้เข้ามาเก็บตำรา เห็นสีหน้าบึ้งตึงของหยางจื้อที่เพิ่งออกไปและท่าทางอึมครึมของซีหลงก็รู้ว่าบรรยากาศไม่ดีนัก ป้าซือเอ่ยถามอย่างระมัดระวัง


“มีเรื่องอะไรรึเปล่าเจ้าคะ”


“ไม่มี” ซีหลงหลับตา ทิ้งตัวเอนพิงเก้าอี้ยาว


“คุณหนู หากมีสิ่งใดไม่สบายใจก็เอ่ยมาเถิด อย่าได้เก็บไว้ในใจเลย”


เดิมเขาให้ป้าซือและซือเย่เข้าวังมาเพื่อพูดคุยความในใจอยู่แล้ว สุดท้ายซีหลงจึงเปิดปากเล่าเรื่องที่เกิดขึ้น ฟังจบป้าหลานสกุลก็ไม่เห็นด้วย ยกเหตุผลต่างๆ นานามาคัดค้าน แน่นอนว่าต้องยกองค์จักรพรรดิแห่งต้าหลิงมาด้วย ซีหลงจึงตัดสินใจบอกปัดไปว่าเขาจะไม่ทำเช่นนั้นแล้วกัน


            ในสายตาผู้อื่น หลี่ลู่จินย่อมแสดงว่าให้ความสำคัญกับเขามาก ทว่าในความเป็นจริง ที่ไม่อยากให้บุบสลายเป็นเพราะเขากำลังสวมบทบาทพระสนมหลิวเหม่ยเหรินต่างหาก


            ด้วยเหตุนี้กระมัง ความเป็นหลิวซีหลงที่เป็นแพทย์หลวงของเขาจึงเต้นเร่าขึ้นมา แม้มีโอกาสเพียงนิดก็อยากจะแสดงตัวตนที่แท้จริง มิอยากสวมหน้ากากเป็นน้องสาว


แน่นอนว่าใจหนึ่งก็อยากให้คนผู้นั้นหายด้วยใจจริง แต่ถ้าหากถือโอกาสนี้สร้างหนี้บุญคุณให้อีกฝ่ายยิ่งมิถือว่าดีหรอกหรือ


            ดังนั้นหมากตานี้แม้อันตราย ก็สมควรลองเสี่ยงวางดู



           

            แพทย์หลวงหยางจื้อเพิ่งออกจากของตำหนักผิงอัน พอผ่านราชอุทยาน เงาร่างขาวนวลในอาภรณ์ฤดูร้อนสีสดใสก็ปรากฏตัวขึ้น แพทย์หลวงชราหยุดฝีเท้า ค้อมคำนับนอบน้อม


            “ถวายบังคมพระราชเทวีจางซูเฟย”


            “ท่านหมอไม่ต้องมากพิธี” ใต้ร่มเงาไม้ จางซูเฟยในอาภรณ์เนื้อโปร่งสีเขียวและฟ้าโดดเด่นดั่งนกยูงอวดโฉม เครื่องประดับและฮวาเตี้ยนทองคำกลางหน้าผากพาให้สีสันของแมกไม้รอบตัวหม่นหมองลง


            “ได้ข่าวมาว่า ท่านรักษามานานแล้วแต่อาการป่วยไข้ของหลิวเหม่ยเหรินยังไม่ดีขึ้นหรือ”


            “กระหม่อมด้อยความสามารถ ทำให้พระสนมต้องกังวลพระทัยแล้ว ทว่าอาการบางอาการ โรคบางโรคก็ต้องใช้เวลาในการรักษาบำรุงร่างกายพ่ะย่ะค่ะ”


            “ข้ามิได้มีเจตนาตำหนิท่านหมอ” จางซูเฟยเอ่ย สีหน้าเข้าอกเข้าใจ “ท่านเป็นถึงแพทย์หลวงที่ฝ่าบาททรงมอบหมายให้ดูแลสนมคนโปรด ย่อมต้องมีความสามารถอยู่แล้ว”


            “พระราชเทวีทรงมีน้ำใจกว้างขวางและมองสิ่งต่างๆ ได้ทะลุปรุโปร่งเสมอ กระหม่อมซาบซึ้งยิ่งนัก”


            “เช่นนั้นท่านก็คงทราบด้วยว่า หากอาการป่วยที่ว่ามิใช่อาการป่วย หรือยาที่ให้ไม่ตรงอาการ แพทย์ผู้ประเสริฐย่อมไม่ทำอยู่แล้วใช่หรือไม่”


            แพทย์หลวงชรายังมีสีหน้าราบเรียบ “กระหม่อมเป็นหมอ ย่อมรักษาผู้ป่วยอย่างเต็มความสามารถ”


            จางซูเฟยหัวเราะเสียงนุ่ม “เช่นนั้นก็ดี หากคนเป็นหมอให้ยาตรงอาการ อย่างไรสักวันก็ต้องหายดีอยู่แล้ว”


            “นี่เป็นเพียงไข้หวัด หากมิหายเสียที เกรงว่าหลิวเหม่ยเหรินจะเสียโอกาสปรนนิบัติรับใช้ ท่านเองก็จะเสียชื่อเสียงว่ารักษาคนไม่หาย ดีไม่ดีฝ่าบาทจะกริ้วเอาได้ ดังนั้นจึงขอให้หลิวเหม่ยเหรินหายดีในเร็ววันเถอะ”


            “ขอบพระทัยพระราชเทวี”


            แพทย์หลวงอาวุโสทำความเคารพแล้วจากไป จางซูเฟยมองตามแผ่นหลังนั้นจนลับสายตา


            “แพทย์หลวงหยางจื้อเป็นอาจารย์ของหลิวซีหลง พี่ชายของพระสนมหลิวที่ตายไป คอยช่วยเกื้อกูลสองพี่น้องผู้นี้อยู่ตลอดเพคะ”


            จื่อรั่ว นางกำนัลคนสนิทข้างกายเอ่ย จางซูเฟยเหยียดยิ้ม “ถ้าจริงดังที่เฉินกุ้ยเฟยว่า หลิวเหม่ยเหรินก็คือหุ่นเชิดที่ฝ่าบาทปั้นขึ้นมา ขนาดรอบตำหนักผิงอันยังเต็มไปด้วยคนของฝ่าบาท มิอาจลอบเข้าไปโดยง่าย  เจ้าคิดว่าสิ่งที่แพทย์หลวงผู้นี้คิดวางแผนคือสิ่งใดเพื่อให้สถานะนางมั่นคงขึ้น”


            “พระสนม... กลัวว่านางจะลอบดื่มตำรับยาช่วยให้ตั้งครรภ์ แล้วใช้การป่วยครั้งนี้แกล้งให้ฝ่าบาททรงสงสารหรือเพคะ”


            คำว่าตั้งครรภ์ทำให้สีหน้าจางซูเฟยมืดครึ้มขึ้น นางกำนัลคนสนิทเห็นสีหน้าผู้เป็นนายก็รีบคุกเข่าลงตบปากตนเอง


            “หม่อมฉันคาดเดาส่งเดช พระราชเทวีอย่าได้ใส่ใจเพคะ”


            เรื่องตั้งครรภ์เป็นหนึ่งในสิ่งที่ทิ่มแทงใจจางซูเฟยมาตลอด ต่อให้เป็นคนสนิทก็มิกล้าผลีผลามเอ่ยโดยง่าย โชคดียามนี้ผู้เป็นนายมิได้ขุ่นเคือง จึงเอ่ยให้นางกำนัลลุกขึ้นได้ นึกไปถึงยามที่ตนเองโมโหโกรธาอยู่ตลอดหลายวันที่ผ่านมา


            “หึ เป็นข้าที่วู่วามจนลืมนึกไป ว่าฝ่าบาทย่อมมีเหตุผลอยู่แล้วที่มิให้เหล่าสนมชายาปรนนิบัติ มิใช่ว่ามิได้มีความปรารถนาดั่งบุรุษเพศ เรื่องนี้เป็นเพราะสตรีไม่เจียมตนเช่นหลินเต๋อเฟยแท้ๆ”


            เพียงนึกถึงว่าครั้งหนึ่งหลินเต๋อเฟยเคยมีเชื้อพันธุ์โอรสสวรรค์ในครรภ์ จางซูเฟยก็อยากจะสั่งให้สำนักฝ่ายในลดจำนวนน้ำเย็นของตำหนักเฉิงเฉียนจนแทบไม่เหลือเสียตอนนี้


            บัดนี้แม้จางซูเฟยจะได้รับความโปรดปรานเป็นอย่างมาก แต่ก็มิได้มากเท่ากับหลิวเหม่ยเหริน บุตรีวาณิชที่จืดชืดดาษดื่น สิ่งใดก็ล้วนเทียบนางไม่ได้ เปลวไฟหนึ่งจึงลุกไหม้ขึ้นในใจ


ทว่าในวันที่กำลังครุ่นคิดแผนการ พระอัครเทวีเฉินกุ้ยเฟยก็ได้มาเยือนยังตำหนัก เตือนสตินาง


ฝ่าบาทจากต้าหลิงไปหกปี กลับมาคราวนี้ย่อมต้องการอำนาจคืนอย่างเบ็ดเสร็จ และเพื่อกุมอำนาจฝ่ายในจึงได้เลือกหุ่นเชิดมาหนึ่งตัว เสียแต่นางก็ยังไม่เข้าใจว่าเหตุใดถึงเลือกหลิวเหม่ยเหรินที่ชาติตระกูลต่ำต้อย อุปนิสัยท่าทางก็อ่อนแอปวกเปียกยิ่งนัก


ต่อมาได้เกิดความเปลี่ยนแปลงขึ้น มีคนปองร้ายตระกูลหลิว พี่ชายสิ้นไป บิดาก็ต้องเฝ้ารักษาตัวอยู่ หลิวเหม่ยเหรินจึงค่อยพอมีฝีมือขึ้นมาบ้าง ไม่หลงกลสวีซิวเยวี่ยนที่ผลักจูไฉเหรินตกน้ำ


ต่อไป... หากหลิวเหม่ยเหรินกล้ายั่วยวนฝ่าบาทและตั้งครรภ์ได้ในที่สุด ฐานะของนางก็จะยิ่งมั่นคงแม้จะเป็นเพียงหุ่นเชิด กระนั้น วังหลังพลังหยินมากมาย ไม่ใช่ที่ที่เด็กจะเกิดได้ง่าย


            “จับตาดูแพทย์หลวงผู้นี้ไว้ให้ดี สิ่งใดๆ อย่าปล่อยให้เล็ดลอดสายตา”

 



หลังจากการโต้เถียงในครั้งนั้น ท่านอาจารย์จึงมาหาเขาน้อยลง บางครั้งถึงกับส่งให้ขันทียกโอสถมา ไม่เพียงเท่านั้น อาการป่วยของพระสนมหลิวเหม่ยเหรินยังกลายเป็นที่จับตามองอีกด้วย


“มีคนคอยเฝ้าดูอยู่รอบตำหนักผิงอันเจ้าค่ะ”


มู่หลันเอ่ยยามยกสำรับเช้าเข้ามา ซีหลงยกน้ำชาขึ้นดื่มล้างปาก


“เป็นคนของผู้ใด”


“จางซูเฟยเพคะ นอกจากนั้นนางยังสงสัยว่าพระสนมวางแผนแกล้งป่วย สิ่งที่ดื่มนั้นเป็นยาบำรุงครรภ์”


ในวันที่เคร่งเครียด ซีหลงถึงกับหลุดขำพรืดออกมาได้บ้าง เขาตั้งครรภ์ได้ที่ไหนกัน!?


ยังดีที่รอบตำหนักผิงอันมีผู้คนเฝ้ารัดกุม คนเหล่านั้นจึงทำได้เพียงมองห่างๆ มิอาจเข้ามาทำให้ตัวตนที่แท้จริงของเขารั่วไหล ซีหลงหยิบผ้ามาเช็ดปากแล้วเอ่ยถามจิ้นชิง


“ช่วงนี้ฝ่าบาททรงทำสิ่งใดอยู่”


“ช่วงนี้งานราชกิจยุ่งเหยิง มิได้เสด็จไปพำนักที่ไหนพ่ะย่ะค่ะ”


ถือว่านี่เป็นโอกาสดี วันหนึ่งแพทย์หลวงหยางจื้อยอมมาพบหน้าเขา เวลานี้ก็ยังหาวิธีรักษาอาการที่ได้ผลไม่ได้ หลิวซีหลงจึงได้คุกเข่าลงในตำหนักเบื้องหน้าอาจารย์ของตน


ข่าวลือที่แพร่กระจายออกไปผู้คนบ้างเชื่อบ้างไม่เชื่อ กระนั้นแพทย์หลวงหยางจื้อผู้เป็นเป้าหมายของข่าวลือไม่น่าฟังล้วนต้องทราบดี เรื่องนี้ไม่เป็นผลดีต่อพวกเขาทั้งสอง


“ท่านอาจารย์โปรดไตร่ตรอง บัดนี้ตำหนักในมีข่าวลือไม่ดีถึงอาการป่วยของข้า จางซูเฟยเองเริ่มสงสัยเรื่องนี้ หากความลับใดๆ เปิดเผยย่อมไม่ใช่เรื่องดีแน่ ดังนั้นได้โปรดทดลองพิษกับข้าด้วย”


แพทย์หลวงอาวุโสแม้จะต้องค้นคว้าหาทางรักษาองค์จักรพรรดิ ในยามปกติก็มิได้ละเลยต่อหน้าที่แพทย์หลวงของตน  ทำให้ต้องเจียดเวลาพักผ่อนมาพลิกตำราหนังสือ ครั้นเมื่อมีคนไปจับตาดูอยู่ถึงสำนักแพทย์หลวงทุกวัน ทำให้กระทำสิ่งใดได้ลำบากขึ้น


“ลุกขึ้น อย่าทำให้ข้าลำบากใจ”


“แต่ก็มิมีวิธีอื่นแล้ว ท่านไม่ควรเสียเวลาอีก”


“...”


“ข้าจะคุกเข่าเช่นนี้ ไม่ลุกขึ้นจนกว่าท่านจะตกลง”


ทั้งรูปโฉมและน้ำเสียงคล้ายดั่งหลิวเหมยอิง อาภรณ์สีขาวไว้ทุกข์เสริมให้น่าสงสารเห็นใจอีกสามส่วน ดวงตากลมสีดำเป็นประกายดื้อดึงไม่ยอมแพ้ทำให้ผู้คนหงุดหงิดใจขึ้นสี่ส่วน ท่วงท่าคุกเข่าทำให้นึกถึงอดีตแพทย์หลวงหนุ่มที่ทนตากแดดตากฝนอยู่ห้าส่วน


ภาพเช่นนี้ทำให้แพทย์หลวงชราหวนนึกถึงในอดีต ทุกครั้งที่เขาสั่งให้ศิษย์เอกของตนคุกเข่า ล้วนต้องคอยแอบเฝ้ามองพลางทอดถอนใจอยู่เสมอ บางครั้งก็บังเกิดความคิดว่าอีกฝ่ายจะคิดแค้นก่นด่าตนเองที่เข้มงวดเกินไปหรือไม่ ทว่าไม่เพียงหลิวซีหลงจะไม่แค้นใจหลบหน้า กลับยิ่งศรัทธาเลื่อมใสมากขึ้น คอยตามหลังเรียกท่านอาจารย์ๆ อยู่ตลอด


เด็กดื้อรั้นเช่นนี้มิใช่คนชั่วร้ายอะไร เพียงแต่มีนิสัยมุทะลุและยึดมั่นในความคิดตนเองมากเกินไปจนต้องโดนสั่งสอน เหมือนตัวเขาในอดีตไม่ผิด ยามได้ยินข่าวว่าศิษย์ผู้นี้ตายไปแล้ว เขายังแทบไม่เชื่อถือ ทั้งยังรู้สึกปวดใจจนกินสิ่งใดไม่ลงไปหลายวัน


“ลุกขึ้น ฝ่าบาททรงมิต้องการให้เจ้ามีแผลที่หัวเข่ามิใช่หรือไร”


“ท่านอาจารย์ได้โปรดรับปากข้าก่อน”


“...ที่เจ้าเดิมพันเพียงนี้ คิดสิ่งใดอยู่ในใจกันแน่”


“ข้าจะไม่เอ่ยว่าทำเพื่อเกียรติของแพทย์หลวงเท่านั้น” ซีหลงเอ่ยตามตรง “หากรักษาองค์จักรพรรดิได้ นอกจากได้ช่วยเหลือท่าน ยังทำให้ข้ามีบุญคุณต่อองค์จักรพรรดิ ข้าคิดไตร่ตรองดีแล้ว สิ่งนี้คุ้มค่าควรแลกด้วยตัวข้าเอง”


ศิษย์อาจารย์ล้วนหัวแข็งดื้อรั้นกันทั้งคู่ กระทั่งพระสนมตัวปลอมคุกเข่าอยู่สองชั่วยามโดยที่ไม่มีผู้ใดเปลี่ยนใจได้ สุดท้ายผู้เป็นอาจารย์ก็เป็นฝ่ายยอมแพ้อย่างเสียมิได้


“ก็ได้! หากเป็นอันใดขึ้นมาก็หัวขาดกันทั้งหมดนั่นแหละ”


“ท่านอาจารย์”


“ไม่ต้องมายิ้มดีไป ข้าจะเปลี่ยนใจเสียตอนนี้”


ซีหลงรีบหุบยิ้ม ในที่สุดการเกลี้ยกล่อมยาวนานก็เป็นผล ขั้นต่อไปคือการลอบนำยาพิษและเหล็กในผึ้งเข้ามา


ในค่ำคืนที่อากาศร้อนระอุ องค์จักรพรรดิเลือกป้ายตำหนักจิ่งเหรินของจางซูเฟย ซีหลงสั่งให้จิ้นชิงนำของหวานดับร้อนไปฝากพระสนมเอกซุนเจาอี๋ ส่วนมู่หลันก็ให้ไปนำผลไม้รสเย็นไปเยี่ยมพระสนมเอกซินเจาหรง ทั้งยังสั่งให้อยู่สนทนาและสอบถามเรื่องราวนอกตำหนักแทนตนเอง


ซุบไก่ตุ๋นโสมอยู่ถ้วยกระเบื้องเคลือบเบื้องหน้า ซีหลงนั่งคุกเข่าประคองถ้วยขึ้นสองมือ กลืนน้ำลายจ้องมองอยู๋ครู่หนึ่งก่อนยกซดขึ้นรวดเดียวหมด


ทันทีที่ดื่มเสร็จ มือที่ถืออยู่พลันอ่อนแรงปล่อยถ้วยตกลงแตกบนพื้น ร่างกายไม่สามารถทรงตัวอยู่จนล้มลง กระทั่งหูตาก็พร่ามัว ลมหายใจเริ่มติดขัด


ร่างกายของเขาราวกับถูกเข็มที่มองไม่เห็นนับพันทิ่มแทงตรึงร่างเอาไว้ อัมพาตขยับไม่ได้ตั้งแต่ทั่วศีรษะจรดปลายเท้า ผิวกายประเดี๋ยวหนาวเหน็บประเดี๋ยวร้อนรุ่ม ต้องหอบใจทางริมฝีปากราวกับปลาขาดน้ำ สติพร่าเลือนลงทุกที


มีคนเข้ามาประคองเขา รีบกรอกเอาบางอย่างลงคอ ทว่าซีหลงกลับสำลักอาเจียนออกมา คนผู้นั้นไม่ละความพยายามฝืนให้เขากลืนให้ได้ จนในที่สุดของเหลวขมฝาดลิ้นก็ไหลผ่านลิ้นลงคอ


            ทางเดินอาหารของเขาประหนึ่งถูกเผาไหม้ด้วยกรด ตั้งแต่ปลายลิ้นลงไปถึงกระเพาะร้อนผ่าว กระทั่งผู้ที่มีความอดทนไม่น้อยเช่นซีหลงยังทนความเจ็บปวดนี้ไม่ได้ สิ้นสติไป

 



เสียงกระเบื้องแตกดังเพล้งดังมาจากที่ไกลแสนไกล น้ำเสียงคุ้นหูเองก็เลื่อนลอยเหมือนอยู่ในฝัน


“กระทั่งข้าก็มิอยู่ในสายตาแล้วใช่หรือไม่”


ผู้พูดพิโรธอย่างยิ่ง มิได้ตะโกนตวาดทว่าน้ำเสียงเข้มดังกว่าปกตินั้นดุดันเกรี้ยวกราด เปล่งรัศมีแห่งอำนาจเย็นเยียบ หลิวซีหลงพยายามลืมตา นึกไปก็คิดว่านี่คงไม่ใช่สวรรค์แน่ สวรรค์จะมีเทพเซียนน่ากลัวขนาดนี้หรือ หากเป็นนรกก็ยังพอเป็นไปได้


เปลือกตาสีมุกขยับไหว ก่อนจะลืมตาขึ้นพบแผ่นหลังกว้างในอาภรณ์แพรไหมขององค์จักรพรรดิแห่งต้าหลิง


            มารดามันเถอะ เขาคิดแล้วว่าเป็นนรกจริงๆ!


60%


            “อึก...”


            “พระสนมฟื้นแล้วพ่ะย่ะค่ะ”


            ขันทีหนุ่มจิ้นชิงเอ่ยทั้งน้ำตา รีบนำน้ำให้เขาดื่ม หลี่ลู่จินหมุนตัวหันมา นั่งลงข้างเตียงแล้วโน้มกายเข้าไปดูคนป่วยใกล้ๆ ซีหลงเอ่ยกลั้นหายใจจ้องใบหน้าดั่งหยกสลักนั้น เรียวคิ้วเข้มขมวดพันกัน นัยน์ตามังกรเป็นประกายแววโรจน์ชวนให้เสียววูบวาบในใจ


            ไม่ทราบว่าเขาคิดไปเองหรือไม่ ในเพลิงโทสะที่กำลังลุกไหม้ ยังมีเสี้ยวของความโล่งใจและความห่วงใยปรากฏอยู่


            องค์จักรพรรดิทรงกริ้วมาก... กริ้วมากจริงๆ


            ดวงหน้าพระสนมหลิวเหม่ยเหรินแทบไม่มีสีเลือด ดูอ่อนเพลียอย่างยิ่ง ลมหายใจแผ่วเบาเชื่องช้า กระทั่งชีพจรเองก็ยังไม่สม่ำเสมอ


            องค์จักรพรรดิสำรวจใบหน้าของหลิวเหม่ยเหรินครู่หนึ่ง นอกจากสายตาคาดโทษที่เหมือนจะสั่งประหารคนได้ก็มิมีถ้อยคำใดหลุดออกจากปาก ร่างสูงสง่าผละไป ก่อนหันไปเอ่ยกับแพทย์หลวงหยางจื้อที่คุกเข่าอย่างสงบอยู่กลางห้อง เบื้องหลังมีเศษกระเบื้องตกแตก เป็นขวดยาแก้พิษนั่นเอง


            “คิดว่าคนเช่นท่านไม่กล้าทำสิ่งใดลับหลังข้า ดูท่าข้าจะเข้าใจผิดไป”


            “ฝะ ฝ่าบาท!


            ซีหลงรวบรวมกำลังที่มีเอ่ยขึ้น เจ้าของแผ่นหลังกว้างกลับทำเป็นไม่ได้ยิน


            “กระหม่อมยินดีน้อมรับความผิดทั้งหมดพ่ะย่ะค่ะ” แพทย์หลวงอาวุโสโขกศีรษะ


            “ไม่ เป็นหม่อมฉันเอง เป็นหม่อมฉันที่บังคับท่านแพทย์หลวง...!


            ซีหลงฝืนลุกขึ้น ยามขยับร่างกายแล้วช่างรวดร้าวเหมือนร่างจะแตกเป็นเสี่ยงๆ เอื้อมมือไปคว้าแขนเสื้อแพรไหมเบื้องหน้าเอาไว้


            “หากจะลงโทษก็ลงโทษหม่อมฉันเถิด!


            แขนเสื้อนั้นเลื่อนหลุดจากมืออ่อนแรง องค์จักรพรรดิปรายตามองอย่างเย็นชา “คิดว่าข้าไม่ทำหรือ”


            “พระองค์จะทรงลงอาญาก็สมควรแล้ว ทว่าขอทรงโปรด... ลงอาญาหม่อมฉันแต่เพียงผู้เดียว”


            น้ำตาเอ่อล้นขึ้น ภายในห้องยามนี้ยังมีขันทีแปลกหน้าผู้หนึ่งอยู่ด้วย ดวงหน้าดูสุขุมรอบคอบ ดวงตาลึกหน้าผากโค้งนูนบ่งบอกว่าเป็นคนมีความคิด อายุราวสามสิบปีต้นๆ สวมอาภรณ์ของขันทีติดตามพระองค์


            เดิมหน้าที่นี้เป็นของหัวหน้าขันทีจางกงกง มิรู้ว่าถูกสับเปลี่ยนเมื่อใด


            หลี่ลู่จินแค่นยิ้ม “หรือข้าควรสั่งตัดศีรษะคนในตำหนักผิงอันให้หมด ในเมื่อเจ้าของตำหนักก็มิได้รักชีวิตตนเองนัก”


            ซีหลงกะพริบตา หยาดน้ำร้อนไหลลงยังแก้ม กลืนก้อนสะอื้นแล้วเอ่ยเสียงเครือ “หม่อมฉันต่อรองว่าจะคุกเข่าจนกว่าแพทย์หลวงหยางจื้อจะตกลงทดลองพิษ คุกเข่าอยู่สองชั่วยาม แพทย์หลวงหยางจื้อก็ทนการรบเร้าไม่ไหว ยอมทำตามในที่สุด”


            “เหตุใดถึงต้องทำเพียงนี้”


            “หม่อมฉัน...” พระสนมกำมะลอเหลือบตามองบุรุษสองคนในห้องคล้ายกระดากใจจะเอ่ย ก่อนหลุบตาลง ใบหน้าที่ไร้สีเริ่มมีโลหิตขึ้นมาน้อยๆ เปล่งวาจาแผ่วเบา


“หม่อมฉันอยากให้พระองค์ทรงหายดีเพคะ ไม่ว่าจะแลกกับอะไรก็ตาม”


            องค์จักรพรรดิชะงัก สายตาจ้องมองยังพระสนมกำมะลอบนเตียง ร่างผอมบางในอาภรณ์ไว้ทุกข์  ริมฝีปากแตกแห้งไร้สีเลือด แพขนตาเปียกชื้นเหมือนปีกผีเสื้อยามต้องฝน สายน้ำทั้งสองหลั่งรินรดแก้มอย่างเงียบงัน บุรุษผู้เป็นหนึ่งในใต้หล้ามองอยู่ครู่หนึ่งก็ละสายตาไป หว่างคิ้วที่ขมวดอยู่คลายออกเล็กน้อย


            “แพทย์หลวงหยางจื้อ”


            “พ่ะย่ะค่ะ”


            “ข้าไว้ใจท่าน คราหลังอย่าได้ทำเช่นนี้อีก”


            “เป็นพระกรุณาธิคุณอย่างยิ่งพ่ะย่ะค่ะ”


            สุดท้าย องค์ไท่ชางหวงตี้มิได้ลงโทษสิ่งใด โบกมือให้คนออกจากห้องไป ก่อนสั่งให้ซีหลงดื่มโอสถกลิ่นฉุนแรงที่เป็นยาบำรุง น่าแปลกที่กลับไม่มีรสอันใด


            “รับรสได้หรือไม่” หลี่ลู่จินคงยืนรักษาระยะห่าง สีหน้าห่างเหิน ซีหลงส่ายหน้า ตาเบิกกว้างจนเกือบจะยิ้ม หากมิใช่ว่าถูกรัศมีข่มขวัญแผ่ใส่ไม่หยุด เลยทำเพียงกระซิบตื่นเต้นกับตนเอง


            “มิคาดจะได้ผลจริงๆ!


            “บัดนี้จะทำเช่นไร”


            “ท่านคงทราบแล้วว่าในอดีตเคยมีการใช้เข็มพิษผึ้งรักษาอาการเช่นนี้”


            “เหตุใดถึงมิเอ่ยกับข้าโดยตรงว่าจะใช้วิธีนี้” 


       พระสนมหลิวใช้แขนเสื้อปาดน้ำตา เอ่ยงึมงำ


            “ข้าเป็นหมากของท่าน ท่านย่อมไม่ต้องการให้เป็นอะไร ทว่าข้าก็เป็นหมอ สุดท้ายย่อมยอมใช้ร่างกายทดลองเพื่อหาทางรักษาผู้ป่วย”


            หลี่ลู่จินคล้ายจะเอ่ยบางสิ่ง ทว่ากลับเอ่ยอีกสิ่งแทน “ศาสตร์ผึ้งบำบัดนับว่าอันตราย”


            “ขั้นตอนอันตรายกว่าคือการดื่มยาพิษ ในเมื่อทำสิ่งใดแล้วควรทำให้ถึงที่สุด ได้โปรดให้ข้าได้ลองศาสตร์ผึ้งบำบัดด้วย”


            คราแรกองค์จักรพรรดิแห่งต้าหลิงไม่เห็นด้วย จำต้องดื่มยาบำรุงไปก่อน จนเมื่อวันที่สามรสสัมผัสของซีหลงก็ยังไม่กลับมา กินสิ่งใดล้วนจืดชืดไปหมด ทั้งยังมีอาการปากแห้ง คลื่นไส้อาเจียน พะอืดพะอม และท้องไส้ปั่นป่วนอยู่บ่อยครั้ง


            “สมน้ำหน้า”


            ผู้เป็นอาจารย์ทับถมทันทีกับสภาพดูไม่จืดของลูกศิษย์ที่กำลังดื่มน้ำข้าว ซีหลงได้ส่งยิ้มแหยไปให้


แม้ไม่เอ่ยเรื่องลงโทษในวันนั้น แต่สุดท้ายท่านอาจารย์กับคนในตำหนักผิงอังกลับต้องมาโดนตัดเบี้ยหวัดงดบำนาญและของพระราชทานหนึ่งปีกันถ้วนหน้า หากมีโอกาสเขาต้องชดใช้ให้แน่นอน


            “โชคดีที่องค์จักรพรรดิทรงเป็นห่วงเจ้ามากจริงๆ มิเช่นนั้นข้ากับเจ้าคงหัวหลุดกันทั้งคู่”


            ระลอกคลื่นน้ำที่เกิดขึ้นในใจเมื่อวันก่อนคล้ายสงบลงบ้างเล็กน้อย เวลานั้นได้งัดมารยาก้นหีบที่รู้ออกมาใช้จนหมดแล้ว


            คราวนี้เอาตัวรอดไปได้ ทว่าหากเป็นไปได้อย่าให้องค์จักรพรรดิแห่งต้าหลิงพิโรธอีกเลย


            ซีหลงคิดไปก็ลูบลำคอตน


เหตุการณ์ในคืนนั้น หลังจากที่เขาได้หมดสติไปแพทย์หลวงหยางจื้อก็เป็นผู้กรอกยาแก้พิษที่เตรียมไว้ลงคอ ขันทีหนุ่มจิ้นชิงเป็นผู้กลับมาเห็นภาพนั้นพอดี จึงได้เร่งไปกราบทูลองค์จักรพรรดิว่าพระสนมหลิวไข้ขึ้นสูง อาจเป็นอันตรายถึงชีวิต ทำให้อีกฝ่ายรีบเร่งจากตำหนักจิ่งเหรินมา


            กล่าวได้ว่านอกจากความจะแตก เขายังได้ล่วงเกินจางซูเฟยโดยไม่ตั้งใจไปอีกด้วย ทว่าปัญหานี้คงต้องเก็บเอาไว้แก้ภายหลัง


            เมื่อไม่มีทางรักษาอื่น สุดท้ายจึงต้องใช้ศาสตร์ผึ้งบำบัด


            “วิธีใช้เหล็กในมีสามวิธี ฝังเต็มตัว ฝังครึ่งตัว และถอนเหล็กในจากตัวผึ้งมาฝัง วิธีแรกคือการนำตัวผึ้งไปวางแล้วให้ผึ้งฝังเข็มเองจะดีที่สุด ส่วนวิธีที่สองใช้คีมคีบตัวผึ้งแล้วฝังเหล็กในลงไปจะได้ผลรองลงมา ส่วนวิธีที่สามปลอดภัยที่สุดทว่าก็ได้ผลน้อยที่สุด”


            เมื่อลองสะกิดเหล็กในของผึ้งที่แขน ปรากฏว่าปฏิกิริยาแพ้ไม่รุนแรง


            “เจ้าได้รับพิษไม่นาน ลองใช้วิธีที่สามจะดีที่สุด”


            เหล็กในถูกฝังยังลิ้นที่จุดเส้นประสาทต่างๆ ด้วยความระมัดระวังอย่างยิ่ง


            “ในเวลาหนึ่งวัน หากทนอาการข้างเคียงไม่ได้ก็กินยาถอนพิษ”


            หากกินยา ย่อมทำให้ไม่รู้ว่าพิษผึ้งได้ผลหรือไม่ คืนนั้นซีหลงยอมอดทนกับอาการลิ้นบวมคับปาก ลามไปถึงทั้งใบหน้าและหนังตาที่บวมดูไม่ได้ ทว่าคนดื้อดึงก็มิยอมกินยาถอนพิษ


            หลี่ลู่จินแวะมาดูแลเขาอยู่ทั้งคืน สีหน้าดูไม่พอใจแต่มิได้เอ่ยสิ่งใด คนรู้ว่าอีกฝ่ายยังขุ่นเคืองก็มิได้แต่ตอแยด้วย เพียงแต่พยายามโอดครวญให้น้อยที่สุดจะได้มิถูกจับกรอกยาถอนพิษนั่นเอง


            ผ่านไปหนึ่งวัน อาการพิษผึ้งได้บรรเทาลง สำรับเช้าเป็นโจ๊กลูกเดือยสมุนไพร พลันซีหลงได้รู้สึกได้ถึงรสหวานอ่อนๆ ติดลิ้น


            “หวานใช่หรือไม่”


            “บ่าวปรุงรสออกหวานนิดๆ อย่างที่คุณหนูชอบจริงๆ ขึ้นเจ้าค่ะ!


            “ต่อไปคุณหนูห้ามทำอย่างนี้อีกแล้วนเจ้าคะ!


สองป้าหลานสกุลซือถึงกับกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ จิ้นชิงกับมู่หลันถอนหายใจโล่งอก


ข่าวดีนี้ถูกแจ้งถึงแพทย์หลวงหยางจื้อ ผู้ที่แม้จะดีใจเพียงใดก็ตีหน้าขรึม เอ่ยเพียงว่า


“ยังไม่รู้ว่าจะได้ผลกับองค์จักรพรรดิหรือไม่ ทรงไม่สามารถรับรสมาได้เนิ่นนาน ดังนั้นอาจต้องใช้พิษผึ้งที่แรงกว่ากระตุ้นหลายครั้ง”


ร่างกายขององค์จักรพรรดิแห่งต้าหลิงมิเหมือนคนทั่วไป เพราะได้ฝึกพลังยุทธ์ พลังปราณ และมีภูมิคุ้มกันต่อพิษหลายชนิด การรักษาจึงจำต้องใช้วิธีแรกที่วางตัวผึ้งแล้วกระตุ้นให้ต่อย ครั้งแรกยังมิอาจได้ผล และจำต้องทำซ้ำอีก


หากครั้งใดมีปฏิกิริยาการแพ้มากจนบวมทั่วร่าง ก็จำต้องให้หัวหน้าองครักษ์อู๋หนิงเหอปลอมแปลงแล้วออกว่าราชการแทน ซีหลงทำได้เพียงรอคอยฟังข่าวอย่างใจจดใจจ่อ


หลังจากฝังเข็มนับสิบครั้ง ยามราตรีคล้อยต่ำ องค์จักรพรรดิมาเยือนยังตำหนักผิงอัน ซีหลงสำรวจอีกฝ่ายก็พบว่ามิได้มีส่วนใดเสียโฉมไป


บรรยากาศระหว่างพวกเขาแม้มิได้อึมครึม ทว่าก็มิได้คึกคักดังแต่ก่อน คล้ายหลี่ลู่จินยังบอกเขาเป็นนัยๆ ว่ายังคงมีความขุ่นเคืองไม่น้อย จนกระทั่งตะเกียบเงินที่เพิ่งคีบคำแรกเข้าปากชะงักไป


“เจ้ากินอาหารเลี่ยนถึงเพียงนี้เลยหรือ”


“นี่ท่าน...” ซีหลงขมวดคิ้วพลางคีบขาหมูใส่ปาก “นี่มิใช่กลมกล่อมหรอกหรือ”


“เค็มและเลี่ยน ผู้ใดกินอาหารเช่นนี้ในวันอากาศร้อน”


“ถึงมีรสเค็มทว่าก็กลมกล่อม อีกอย่างตำหนักผิงอันมีน้ำแข็งมากมายขนาดนี้ยังร้อนอีกหรือ”


โต้เถียงไปหลายคำแล้วพระสนมตัวปลอมถึงได้รู้ตัว เบิกตากว้างเท่าไข่ห่าน ก่อนที่จะรีบร้องให้จิ้นชิงและมู่หลันไปนำน้ำตาลทราย เกลือและน้ำส้มสายชูละลายลงในน้ำเปล่ามา


น้ำเปล่าที่ผสมแล้วสามถ้วยเจือจางอย่างยิ่ง ต่อให้ดมกลิ่นก็แยกไม่ออก หลี่ลู่จินลองชิมทั้งสามถ้วยก็สามารถตอบได้ถูกต้องทั้งหมด


“ระ รสสัมผัสท่านคืนมาแล้ว!


หลังจากเหน็ดเหนื่อยมานาน พอได้ยินข่าวดีจึงไม่ทันยั้งคิด กระโดดเข้ากอดคล้ายกับอีกฝ่ายเป็นบัณฑิตแพทย์ที่สอบได้ก็ไม่ปาน สองมือขององค์จักรพรรดิแห่งต้าหลิงโอบประคองเอวบางไว้แนบชิดกาย ก่อนก้มลงกระซิบข้างหู


“สำหรับเจ้ามีทั้งรางวัลและบทลงโทษ อยากได้สิ่งใดก่อนกัน”

 


 

100%

            เลือกอะไรดีคะ รางวัลกดหนึ่ง ลงโทษกดสอง 5555

            ขอบคุณที่ตามอ่านกันเช่นเคยค่า เสี่ยวอ้ายตั้งใจใช้เวลาช่วงนี้เข็นคู่นี้ให้จบจริงๆ ฮือ ถึงสำนวนจะเวิ่นเว้อ พิมพ์ผิดพิมพ์ตก บางทีก็เรียงประโยคแปลกๆ จนต้องแก้หลายรอบ ไม่รู้เป็นอะไรแต่แก้ไม่ได้สักทีค่ะ รู้สึกว่ายังไม่ลื่นไหลพอเสียที ;-;

            ขอเคลมกันก่อนว่า ยาพิษ อาการเสื่อมรส สัมผัสมีต้นแบบไอเดียมาจากเรื่องแดจังกึมค่ะ แต่ไปอ่านแล้วไม่ได้อธิบายละเอียดเราเลยจินตนาการเพิ่มเติมว่ายาพิษนี้ทำให้มีอาการอย่างไร ต่อให้ดื่มยาแก้พิษไปแล้วก็ยังเหลือฤทธิ์การเสื่อมรสสัมผัสอีกอย่างทำนองนี้ ส่วนเหล็กในผึ้งก็กระตุ้นภูมิคุ้มกันกับการหลั่ง histamine ซึ่งถ้าตัวจับ histamine เนี่ยถูกยาพิษบล็อกอยู่ก็จะสามารถทำให้เกิดอาการปากแห้ง รับรสได้น้อยลงได้ พอเหล็กในไปกระตุ้นการหลั่งก็อาจทำให้กลับมารับรสได้ ทั้งนี้ทั้งนั้นไม่มีเปเปอร์รับรองค่ะ นำไปใช้ไม่ได้เด้ออ อ่านเอาขำๆ แล้วกัน ฮาา

           

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.995K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

6,560 ความคิดเห็น

  1. #6182 blueeyes111 (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2564 / 15:12
    กี้ดดด ฉันจะพิมอะไรก่อนดี555555 แต่ฝ่าบาทหายแล้ว เย้ๆๆๆ
    #6,182
    0
  2. #5956 l-am-so-sorry (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2563 / 22:06
    กด12!!!!
    #5,956
    0
  3. #5547 GalaxyStyle (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2563 / 18:45
    ไม่น่าไว้ใจทั้งคู่เลยอะ ทั้งรางวัลและก็บทลงโทษ แต่ดีใจจังที่หายดีแล้ว ;-;
    #5,547
    0
  4. #5518 _1221_ (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2563 / 17:39
    กริ้ดดดด หายดีทั้งคู่แล้วววว ฝ่าบาทลงโทษอย่างอ่อนโยนกับน้องด้วยนะคะ
    #5,518
    0
  5. #5329 Marshmalowdii (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2563 / 08:47

    กดสองค่ะะ😳😳😳

    #5,329
    0
  6. #5277 kittenO (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2563 / 16:19
    นั่นสิๆๆ ลงโทษหรือรับรางวัลก่อนดี
    #5,277
    0
  7. #5139 Ppttyc_ (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 28 เมษายน 2563 / 16:33
    กี้ดอะไรนะคะอะไรนะคะ ความเสนอหนทางให้น้องนี้ แต่น่องเก่งมากอะหาวิธีทำให้หายได้แล้วดีใจกับน้องแอบกลัวตอนที่ลอง พอรู้ผลว่าน้องทำได้ก็โล่งอกต่อจากนี้เตรียมรับมือกับฝ่าบาทให้ดีนะหลงเอ๋อ
    #5,139
    0
  8. #5138 1000Nara (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 28 เมษายน 2563 / 16:32

    แงงงงงง

    #5,138
    0
  9. #5075 kiki3k (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 26 เมษายน 2563 / 21:38
    ต่อไปไม่ลองกับตัวเองแล้วนะหลงซีๆๆๆๆๆ
    #5,075
    0
  10. #4951 บี.เหลือง (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 25 เมษายน 2563 / 10:39
    งืออออ เก่งที่สุด
    #4,951
    0
  11. #4772 Manao' MM (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 23 เมษายน 2563 / 17:52
    กดสองงง
    #4,772
    0
  12. #4307 taemynnn (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 16 เมษายน 2563 / 22:40
    แงงงง -น้องงง เก่งมั่กๆ ยอมความทุ่มเท
    #4,307
    0
  13. #4296 chanan94712 (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 16 เมษายน 2563 / 16:13
    เหมาสองไปเรยยยย
    #4,296
    0
  14. #4005 Fullheart💕 (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 13 เมษายน 2563 / 01:00
    ว่าแล้วว่าคล้ายแดจังกึม55555 สนุกค่าาา
    #4,005
    0
  15. #3967 Wannipa Pkp (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 12 เมษายน 2563 / 16:30
    สนุกมาก ชอบมาค่ะ ขอบคุณค่ะไรท์
    #3,967
    0
  16. #3958 Fueled me (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 12 เมษายน 2563 / 12:06
    กรี๊ดดดดดดด ในที่สุดๆๆๆๆๆ
    #3,958
    0
  17. #3896 fah_ikon14 (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 11 เมษายน 2563 / 15:59
    คูมพี่คะ อีฉันว่ามันหักล้างกันได้!! คุณกะโทษอะะะะ
    #3,896
    0
  18. #3861 UnlunLun (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 10 เมษายน 2563 / 20:37
    กดลงเตียงไปเลยจ้าาา
    1
    #3,861
    0
  19. #3796 GREENTEA💐 (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 10 เมษายน 2563 / 03:15
    กี้ดๆ จะรางวัลหรือโทษ ก็คิดดีไม่ได้เร้ยย!! 5555
    #3,796
    0
  20. #3768 Earn0624 (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 9 เมษายน 2563 / 21:52
    เอ่อรางวัลกับบทลงโทษเหมือนหรือต่างกันหรอคะฝ่าบาท
    #3,768
    0
  21. #3678 fmr2_i (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 9 เมษายน 2563 / 11:25
    น้อนนนนน น่ารักมากเลยค่ะ😔
    #3,678
    0
  22. #3651 jejebunri (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 9 เมษายน 2563 / 07:22
    สนุกมากค่ะ เราชอบอ่านจีนโบราณมากคุณนักเขียนเขียนได้ลื่นไหลดีมากๆเลยค่ะ รอตอนต่อไปนะคะ มีปุ่มให้กดโหวตทั้ง 2 ข้อเลยมั้ยคะ^^😊
    #3,651
    0
  23. #3628 NiGhte N.S.N. (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 9 เมษายน 2563 / 01:41
    สนุกมากค่ะะะ หานานมากกว่าจะเจอนิยายวายสนุกๆที่ไม่ได้เน้นเรื่องรักๆอย่างเดียว แงงงง รอตอนต่อไปนะคะ ขอโหวตทั้ง 1 2 เลยได้ไหม---
    #3,628
    0
  24. #3615 LatteAmericano (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 9 เมษายน 2563 / 01:00
    เป็นนิยายแนวจีนเรื่องแรกที่อ่านเลยเลยครับ ปกติไม่แม้แต่จะแตะนิยายแนวนี้เลย แต่สนุกม้ากกกกกกกกก
    #3,615
    0
  25. #3565 Luna208 (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 8 เมษายน 2563 / 18:45
    กด2ค่าาา(ใจบาปนิดๆเอ่อ...ไม่นิดละ)
    #3,565
    0