พระสนมสองหน้า [Yaoi]

ตอนที่ 21 : 19 - พิษแก้พิษ (1) re5/4/63

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 16,782
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,836 ครั้ง
    5 เม.ย. 63

พระสนมสองหน้า [Yaoi]

19 – พิษแก้พิษ (1)

 


“จะช่วยรักษาข้าได้หรือไม่”


น้ำคำและสีหน้าเจือแววเว้าวอนขององค์จักรพรรดิแห่งต้าหลิงอยู่เบื้องหน้า หลิวซีหลงพลันหลุดปาก


“ได้”


ได้ฟังคำตอบ หลี่ลู่จินคลี่ยิ้มบาง ดวงตาสีดำสนิทเหมือนยิ้มไปด้วย บันดาลให้เครื่องหน้าคมคายอ่อนโยนลงหลายส่วน


ภาพไม่คุ้นตาทำให้คนมองตะลึงค้างไป ลืมไปว่าตนเองกำลังเปลือยเปล่าอยู่ชั่วขณะ


ชั่ววินาทีนั้น ซีหลงคิดว่าบุรุษตรงหน้าเป็นเพียงปุถุชนคนธรรมดา ปลดเปลื้องหน้ากากใดๆ ที่สวมใส่จนหมดสิ้น


เป็นเพียงมนุษย์ผู้หนึ่ง มิได้สวมหน้ากากโอรสสวรรค์สูงส่งดั่งในยามปกติ


รอยยิ้มเลือนไป ยังเหลือร่องรอยอบอุ่นบางอย่างในอากาศ องค์จักรพรรดิพยักเพยิดปลายคาง


“แช่น้ำนานแล้ว ระวังจะป่วยไข้”


ซีหลงถึงได้รู้สึกตัว รีบกระแอมไอหนึ่งครั้งแล้วโกยกลีบดอกไม้ปิดบังร่างกาย ตากลมถลึงมองอีกฝ่าย “ท่านจ้องแบบนี้ข้าจะขึ้นไปได้อย่างไร ต่อให้เป็นบุรุษทั้งคู่ก็เถอะ!


องค์จักรพรรดิแห่งต้าหลิงยอมหันหลังแล้วเลื่อนฉากกั้นปิดตามเดิม ซีหลงรีบขึ้นจากน้ำ เช็ดตัวหยิบอาภรณ์ชุดนอนมาสวมใส่ หลี่ลู่จินเองก็ผละไปเปลี่ยนชุดก่อนมาพบกันที่ห้องนอน


บรรยากาศภายในห้องนอนเปลี่ยนไปเป็นวาบหวามกว่าปกติ เทียนคู่มงคลสีแดงฉานเสมือนคู่แต่งงานใหม่โชติช่วงอยู่รอบห้อง กลิ่นหอมหวานอบอวลพาลพาให้ซีหลงขมวดคิ้ว ไม่ทราบอีกฝ่ายนึกพิเรนทร์อันใดขึ้นมาอีก


ล้มตัวลงนอน ก่อนที่ร่างสูงใหญ่จะเข้ามาชิดใกล้ จึงหันพลิกไปเผชิญหน้า


“ในเมื่อท่านเอ่ยว่าต้องการให้ข้าช่วย ข้าเองก็มีเงื่อนไขเหมือนกัน”


“อย่างไร”


“ข้าจำต้องพบท่านอาจารย์หยางจื้อ เปิดเผยความลับที่ปลอมเป็นเหมยอิง เพราะท่านอาจารย์รักษาท่านมานาน ทั้งยังมีประสบการณ์และฝีมือล้ำเลิศกว่าข้านัก”


“อันที่จริง...” หลี่ลู่จินเอ่ยพลางรวบเอวของซีหลงเข้าไปใกล้ ศีรษะของคนตัวเล็กกว่าอยู่ยังใต้ปลายคมสัน “ในห้องอาบน้ำ เพียงแต่ถามไปอย่างนั้น”


            พระสนมตัวปลอมดันตัวออกห่างแล้วยันร่างขึ้นมองอีกฝ่ายอย่างไม่เชื่อสายตา


“สรุปว่าท่านล้อข้าเล่นเช่นนั้นหรือ!?


“อย่างที่บอก รู้ว่าเจ้ามีน้ำใจจะช่วยก็พอ”


องค์จักรพรรดิตะแคงกายหันมา ดันศีรษะขึ้นด้วยฝ่ามือ สีหน้าสงบผ่อนคลาย มิได้มีเจตนาล้อเล่นดังคำปรามาส


“หรือที่แท้ท่านคิดดูถูกข้า ว่าเป็นเพียงหมอหลวงชั้นต้นไหนเลยจะรักษาท่านได้”


“มิใช่”


“เช่นนั้นก็เป็นเพราะท่านไม่ไว้ใจข้า กลัวแผนการจะรั่วไหลใช่หรือไม่”


“ไม่ใช่เช่นกัน”


“เช่นนั้นจะเอ่ยให้ข้าช่วยแต่แรอื้ม!


พริบตาเดียวดวงหน้ากระจ่างก็เลื่อนเข้ามาใกล้ บดเบียดริมฝีปากกลืนวาจาที่เหลือ จากนั้นจึงแตะจุมพิตเบาๆ ข้างมุมปากแล้วผละออก หลิวซีหลงได้แต่เบิกตาอ้าปากพะงาบๆ ยังคงจังงังกับการจู่โจมโดยฉับพลัน


“ที่ข้าเล่าเรื่องในอดีต มิได้ต้องการให้เจ้าสงสารเห็นใจ เพียงแต่อยากเล่าให้ฟังเท่านั้น ส่วนเรื่องขอให้รักษา อยู่กับเจ้าเช่นนี้ก็ไม่เลวเท่าไหร่ สัมผัสรสชาติไม่ได้ก็ไม่ใช่เรื่องหนักหนาอันใด”


“จะไม่หนักหนาได้อย่างไร แล้วไม่เลวของท่านคืออย่างไรมิทราบ”


“ไม่เลวก็คือไม่เลว”


“ไม่ได้ ข้ารับคำแล้วย่อมต้องพยายามรักษาอย่างเต็มที่ อย่าได้ดูแคลนจรรญาบรรณในวิชาชีพของข้าไป”


“อยากให้ข้าลิ้มรสได้หรือ”


น้ำเสียงนุ่มนวลขึ้น ดวงตาสีดำสะท้อนประกายจากแสงเทียนโดยรอบ คล้ายดั่งหลุมลึกที่ล่อลวงผู้คนมากมายให้ติดตรึงอยู่ในกับดักอันชวนเสน่หานั้น


กระทั่งหลิวซีหลงมองแล้วยังต้องกลืนน้ำลาย แอบหยิกหลังมือตัวเองหนึ่งที


            ต่อให้เมื่อครู่ถูกจูบสักสิบครั้ง เขาก็ไม่ได้รู้สึกอะไรนักหรอก!


“ใช่ คนเป็นหมอย่อมอยากรักษาโรคให้ผู้ป่วยอยู่แล้ว”


“เมื่อครู่เหมือนข้าจะลิ้มรสได้ดีขึ้น”


“ท่านเอ่ยว่ายังไม่อาจรับรสอะไรแม้แต่น้อย ตกลงจะเอาเช่นไรกันแน่”


หลี่ลู่จินหลุบตาลงจ้องริมฝีปากเขาแล้วจึงเลื่อนสายตาขึ้นมาจ้องมอง ขยับเข้าใกล้อีกนิด เอ่ยคำราวกระซิบ


“เสียดาย ที่ตอนนี้ดูเหมือนลิ้มรสได้เพียงรสหวานเท่านั้น”


สีโลหิตแดงซับขึ้นบนใบหน้า เส้นบางอย่างคล้ายในใจขาดผึง คนถูกเกี้ยวหนักเข้าถึงกับคว้าหมอนมาตีอีกคนอย่างอดรนทนไม่ได้ ชั่วขณะลืมไปว่าอีกฝ่ายเป็นถึงองค์จักรพรรดิที่ผู้คนเกรงกลัวทั้งใต้หล้า


            กระทั่งคนผู้เงียบขรึมก็หลุดหัวเราะออกมา ยอมให้โดนฟาดอยู่สองสามครั้งค่อยยึดหมอนไป หลังจากต่อสู้ฟัดเหวี่ยงกันบนเตียงสักพัก สุดท้ายพระสนมที่เสียเปรียบกว่าทั้งร่างกายและวิชายุทธ์ก็ต้องมานอนอิงแอบแนบแผ่นอกแกร่ง


            “ข้าอนุญาตให้ตามที่เจ้าขอ เพียงแต่ต้องระมัดระวังให้มาก อย่าให้ผู้อื่นล่วงรู้แล้วกัน”


            “ดีแล้ว ข้าอยู่เช่นนี้อึดอัดจะแย่”


            ซีหลงฮึดฮัด หลี่ลู่จินขยับท่าทางให้สบายมากขึ้น แต่มิได้ผละออก อ้อมแขนยังคงตระคองกอดร่างเล็กกว่า กล่าวต่อว่า


            “หากไม่มีหนทางรักษา ก็จงบอกข้าตามตรง”


“ท่านอย่าได้ตีตนไปก่อนไข้”


“เพียงอยากเตือนเจ้าว่านี่มิใช่หน้าที่ของเจ้า”


            “ข้ารู้ดีว่าทำไมตนเองถึงมาอยู่ที่นี่ ท่านไม่ต้องย้ำนักหรอก”


            “เจ้าเองดื้อรั้นไม่น้อย”


            “ท่านเองก็คล้ายจะชอบบังคับขู่เข็ญผู้อื่นอยู่มาก”


            หลังจากต้องอยู่ใกล้ชิดกับองค์จักรพรรดิแห่งต้าหลิงบ่อยครั้ง ความคุ้นได้เคยก่อตัวขึ้นช้าๆ คำพูดคำจาของจึงเหิมเกริมขึ้นทุกที แต่ในเมื่อคนฟังไม่ถือสา คนพูดเองก็ไม่เกรงใจ สัมผัสในอ้อมกอดที่แสนประหลาดในตอนแรกก็กลับจะไม่ทำให้กระสับกระส่ายดังแต่ก่อน


ในค่ำคืนนั้น คงเป็นเพราะกลิ่นหอมของเทียนมงคล พระสนมตัวปลอมจึงหลับสบายกว่าหลายๆ คืนที่ผ่านมา แม้จะอยู่ในอ้อมกอดที่มักตราหน้าว่าไม่สบายนักก็ตาม


 


            รุ่งเช้าวันถัดมา ซีหลงตื่นขึ้นมาพบกับเตียงว่างเปล่า มู่หลันเข้ามาแจ้งว่าองค์จักรพรรดิเสด็จออกว่าราชการแล้ว ทั้งยังเอ่ยปากด้วยตนเองว่าเขามิต้องไปเข้าเฝ้าฮองเฮาอีกด้วย


            ไม่ต้องไปเข้าเฝ้าถือเป็นเรื่องดี แต่ไม่รู้สิ่งนี้จะทำให้เขายิ่งถูกริษยาหรือไม่


            ซีหลงกระตุกยิ้ม เอาเถิด เขาควรต้องเตรียมรับมือสิ่งเหล่านี้อยู่แล้ว เพราะดูท่าหลี่ลู่จินผู้นี้คงต้องแสดงออกว่าเอาอกเอาใจพระสนมหลิวเหม่ยเหรินไปตลอดนั่นแหละ


            พระสนมตัวปลอมบิดขี้เกียจแล้วลุกขึ้นล้างหน้าแต่งตัว  หลังจากรับประทานสำรับเช้า ขันทีหนุ่มจิ้นชิงได้นำสิ่งหนึ่งเข้ามาถวายด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม


            “นี่เป็นตำรับยาทาลดรอยแผลเป็นอย่างดี ฝ่าบาทพระราชทานให้ท่านเป็นพิเศษพ่ะย่ะค่ะ”


            ซีหลงออกจะประหลาดใจไม่น้อย รับตลับยามาพินิจพิเคราะห์ ฝาตลับทำจากหยกขาวเนื้อดี แกะสลักลวดลายไผ่มงคลละเอียดลออ เมื่อเปิดออก มีตัวยาคล้ายขี้ผึ้งบรรจุอยู่ภายใน ดมใกล้ๆ แล้วได้กลิ่นหอมเบาบาง ลองป้ายแล้วขยี้ด้วยนิ้วชี้และนิ้วโป้งให้สัมผัสนวลเนียน น่าจะเป็นของชั้นเลิศดังว่า


            “เหตุใดถึงพระราชทานสิ่งนี้ให้แก่ข้ากัน”


            “ฝ่าบาทสังเกตเห็นรอยแผลเป็นที่หัวเข่าของท่านพ่ะย่ะค่ะ”


            ในตำหนักไม่มีผู้อื่น พระสนมตัวปลอมถกกระโปรงขึ้นดูทันที จิ้นชิงที่ยืนอยู่ถึงกับสะดุ้งรีบหันหน้าหนี ต่อให้เป็นบุรุษทั้งคู่และเขาเป็นขันที อย่างไรก็ไม่สมควรมองอยู่ดี ซีหลงถึงกับอดหัวเราะพรืดออกมาไม่ได้


            “อายอะไร ข้ามิใช่สตรีเสียหน่อย”


            “กระหม่อมมิบังอาจพ่ะย่ะค่ะ”


แก้มที่ขึ้นสีน้อยๆ ของจิ้นชิงทำให้ซีหลงจุ๊ปาก ยังอดนึกเสียดายที่อีกฝ่ายเป็นขันทีไม่ได้ หากเป็นบุรุษด้วยกัน เขาย่อมต้องพาไปเปิดหูเปิดตาหอโคมเขียวเสียให้ครบทุกที่ในเมืองหลวงแน่แท้


ซีหลงมิได้เย้าแหย่ต่อ ยามก้มลงมองหัวเข่าตนเองจึงส่งเสียงออกมา


            “อ้อ...!


            รอยแผลเป็นไม่น่ามองปรากฏอยู่ยังสองเข่า ทั้งหยาบกร้านทั้งเป็นรอยปูดโปนน่ากลัว


            เมื่อครั้งยังเป็นบัณฑิตแพทย์จนกระทั่งเป็นแพทย์หลวง หลิวซีหลงโดนโทษทัณฑ์ฐานแหกกฎระเบียบบ่อยครั้ง บางคราคุกเข่านานจนหัวเข่าแตก เมื่อรักษาแล้วจึงเกิดเป็นรอยแผลเป็นขึ้นมา


            หากเป็นสตรีคงรีบเร่งหายามาทา ทว่าบุรุษมุทะลุเช่นหลิวซีหลงกลับคิดว่าทิ้งร่องรอยเหล่านี้ไว้ก็ดูองอาจไม่หยอก ทั้งยังพอให้มีเรื่องโอ้อวดในวงสุราเพิ่มขึ้นมาอีกด้วย


            ไหนเลยแผลเหล่านี้จะไปขวางหูขวางตาองค์จักรพรรดิได้ ทั้งที่เมื่อวานมิได้เอ่ยสักครึ่งคำ


            ยามปกติสวมกระโปรงยาวสามารถปกปิดได้จนหมด ทว่าองค์จักรพรรดิแห่งต้าหลิงอาจจะรอบคอบ เพราะถ้าหากมีคนเห็นเข้าโดยบังเอิญ อาจทำให้สงสัยว่าเหตุใดพระสนมหลิวถึงมีรอยเช่นนี้ได้


            หรืออีกเหตุผลหนึ่ง เมื่อวานเขาได้เอ่ยว่ารักษาอีกฝ่าย หลี่ลู่จินคงไม่อาจทนเป็นหนี้บุญคุณ รีบแสดงพระกรุณาธคุณก่อนราวกับกลัวว่าจะติดค้างอย่างไรอย่างนั้น


            คิดแล้วริมฝีปากก็หยักขึ้นเป็นรอยยิ้ม พระสนมตัวปลอมจะหันไปทางตำหนักไท่เหอที่ประชุมขุนนาง ย่อเคารพ


            “ขอบพระทัยเพคะฝ่าบาท”

           



            หากตัดสินใจไปแล้วว่าจะทำสิ่งใด หลิวซีหลงย่อมไม่รอให้เสียเวลา ส่งจิ้นชิงไปแจ้งแพทย์หลวงหยางจื้อว่าตนเองจะเดินทางไปพบในยามบ่าย


            มู่หลันจัดแจงสวมผ้าคลุมบังหน้าตาข่ายให้เขา เนื่องจากพระสนมที่ออกจากเขตราชฐานต้องปิดบังใบหน้าตามธรรมเนียม ซีหลงมองภาพสะท้อนจากกระจก แต่งกายเช่นนี้ทั้งยังสวมชุดขาวไว้ทุกข์แล้วดูเหมือนวิญญาณหญิงม่ายตามสุสานศพไร้ญาติก็ไม่ปาน


            ขบวนเกี้ยวของพระสนมหลิวเหม่ยเหรินเคลื่อนไปตามทาง ตลอดเส้นทางถูกจัดแจงให้ปลอดผู้คน ไม่นานนักก็มาถึงสำนักแพทย์


            ซีหลงก้าวลงมาจากเกี้ยว แม้ยังอยู่ในวังหลวง ทว่าอากาศนอกตำหนักในกลับหายใจได้สะดวกกว่านัก


สำนักแพทย์หลวงอันคุ้นตาปรากฏเบื้องหน้า ก่อนที่ซีหลงจะก้าวเข้าไปในห้องสมุนไพรทางประตูหลัง ป้ายคุณธรรมแพทย์ได้ดึงสายตาเอาไว้


ต้าอี จิง เฉิง


ต้าอี หมายถึง แพทย์ที่มีทั้งทักษะความสามารถพร้อมทั้งคุณธรรม จิง หมายถึง ทักษะที่ฝึกจนชำนาญ เฉิง หมายถึง คุณธรรมอันสูงส่ง


ถ้อยคำเหล่านี้เขาถูกสั่งให้คัดจนมือเป็นตะคริว ซีหลงมองอยู่ครู่หนึ่ง กดความทรงจำที่ฟุ้งขึ้นมาลงในใจ ถอนใจส่ายศีรษะผ่านประตูไป


ภายในห้องเก็บสมุนไพร แพทย์หลวงอาวุโสหยางจื้อกำลังค้อมกายคารวะ มิได้มองเขาโดยตรง เพียงแต่แค่นี้ก็สัมผัสได้ถึงความเหน็ดเหนื่อยและรัศมีหม่นหมอง แผ่นหลังที่ตั้งตรงงองุ้มลงไปไม่น้อย เส้นผมกลายเป็นสีดอกเลาเสมอทั้งศีรษะ น้ำเสียงที่เปล่งออกมาแหบแห้ง


            “คำนับพระสนมหลิว”


            ซีหลงกลั้นหายใจ ส่งสายตาให้มู่หลันกับจิ้นชิง ทั้งสองจึงถอยออกไปเงียบๆ อย่างรู้ความ


            “ท่านอาจารย์ เป็นข้าเอง!


            ผู้เป็นศิษย์รีบเข้าพยุงอาจารย์ให้ลุกขึ้น แพทย์หลวงหยางจื้อผงะตกใจ ซีหลงจึงเร่งปัดผ้าคลุมหน้าออก


            “เจ้า...”


            “ข้าเอง หลิวซีหลง ลูกศิษย์ไม่รักดีของท่าน ครั้งนั้นขบวนของพระสนมถูกโจมตีจริง มีคนลักพาเหมยอิงไป ข้าจึงต้องปลอมเป็นนางเข้าวังมาแทน”


            แพทย์หลวงชราจดจ้องดวงหน้าลูกศิษย์ กำแขนเสื้อของเขาเอาไว้ ไม่เอ่ยสิ่งใดไปพักใหญ่ ซีหลงคาดหวังว่าจะโดนตีสักครั้งหรือถูกด่าอย่างไม่ไว้หน้า ทว่ากลับมีเพียงความเงียบงัน


            ควันจากกำยานฤดูร้อนลอยหมุนตัวเหมือนเมฆหมอก ครู่หนึ่งมือเหี่ยวย่นจากกาลเวลาก็กุมมือเขาไว้แน่น จากนั้นเจ้าของจึงทอดถอนใจ


            “...ไม่ตายก็ดีแล้ว”


            แพทย์หลวงอาวุโสล่าถอยไป ทิ้งร่างลงยังเก้าอี้หลังโต๊ะที่เต็มไปด้วยเอกสารตำรา


            ขอบตาของหลิวซีหลงร้อนผ่าวขึ้นมา อารมณ์มากมายทำให้อิ่มเอมจนไม่อาจเอ่ยออกมาเป็นคำพูด แพทย์หลวงนุ่มกำลังประสานมือจะคุกเข่าขออภัย กลับถูกเอ่ยรั้งไว้ก่อน


            “ไม่ต้องคุกเข่า ไม่ใช่ความผิดของเจ้า”


            ผู้เป็นอาจารย์มองปราดเดียวก็เข้าใจสถานาการณ์ หลิวซีหลงกะพริบตาน้ำตา สูดลมหายใจแล้วเอ่ย


            “ท่านอาจารย์ เจิงอีเป็นอย่างไรบ้าง”


“พอรู้ว่าเจ้าตายก็ร้องห่มร้องไห้จนไข้ขึ้น ลำบากต้องลาพักไปสองสามวัน บัดนี้คงพอทำใจได้แล้วกระมัง จึงพอมีสติเอางานเอาการ” เจิงอีเองก็เป็นศิษย์อีกคนหนึ่งของแพทย์หลวงหยางจื้อ ยามเอ่ยถึงน้ำเสียงของแพทย์หลวงอาวุโสจึงอ่อนลงหลายส่วน


            “เจ้าบ้าเอ๊ย! แบบนี้ยังเรียกตนเองเป็นหมออีกหรือ”


ซีหลงหลุดคำสบถออกมาเบาๆ กระนั้นก็ไม่อาจห้ามรอยยิ้มน้อยๆ ที่เกิดขึ้นยังริมฝีปาก เจ้าเจิงอีนี่ไม่ได้เรื่องจริงๆ ใครใช้ให้เสียอกเสียใจกับเขาปานนั้นเชียว


            “ไม่เพียงแต่เจิงอีที่เศร้าโศกจากการจากไปของเจ้า” แพทย์หลวงหยางจื้อเอ่ยต่อ “ยังมีเฉินจื่อหานอีกคน”


            “เฉินจื่อหาน?”


            “ใช่ คนสกุลเฉินผู้นั้น หลังจากรู้ข่าวก็ดวงตาแดงก่ำ พูดจาน้อยลงแทบนับคำได้ จนบัดนี้ก็เปลี่ยนไปเป็นคนละคน เงียบขรึมลงอย่างมาก”


            คนตายในนามนิ่งฟัง ขบคิดไปด้วยในใจ


            เขากับเฉินจื่อหานไม่ใช่ทั้งมิตรและศัตรู แต่อย่างไรผู้ที่สอบได้ที่หนึ่งเป็นแพทย์ขั้นกลางไปแล้วก็ไม่น่าจะทุกข์ใจมากมายกับการตายของเขา เว้นเสียแต่ว่า หากอีกฝ่ายเป็นคนดียึดถือคุณธรรมจริง อาจไปรู้เห็นว่าตระกูลเฉินเกี่ยวข้องกับการจู่โจมขบวนพระสนม จึงได้รู้สึกผิดขึ้นมาก็เป็นได้


            “เอาเถิด เจ้ามาที่นี่คงไม่ใช่มาฟังเรื่องเหล่านี้ใช่หรือไม่”


            “ท่านอาจารย์เข้าใจสิ่งใดทะลุปรุโปร่งเสมอ” แพทย์หลวงหนุ่มยิ้ม ก่อนว่า “ข้าสัญญาว่าจะช่วยรักษาอาการประชวรของฝ่าบาท”


            แพทย์หลวงหยางจื้อไม่มีท่าทีตกใจ เพียงคล้ายหนักใจเสียมากกว่า “ฝ่าบาททรงให้เจ้าสัญญาหรือ”


            “มิได้ เป็นข้าเอ่ยเอง”


            “เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย”


            “ท่านเองเหน็ดเหนื่อยตั้งแต่ฝ่าบาทหวนคืนต้าหลิง ข้าแม้ยังด้อยความรู้ แต่ถ้าแบ่งเบาภาระท่านได้สักนิดก็ยินดี”


            ผู้เป็นอาจารย์ขมวดคิ้วแน่นขึ้น คิดเอ่ยสิ่งใดทว่ากลับมิได้เอ่ย เพียงทอดสายตามองมา เอ่ยเสียงเคร่งขรึม


            “เจ้าตัดสินใจไปแล้วข้าจะไม่พูดอีก ทว่าเรื่องนี้ถือว่าเป็นความลับอย่างยิ่ง ต่อให้ตายก็รั่วไหลไม่ได้ อีกทั้งตอนนี้เจ้าเองดำรงตำแหน่งพระสนม มาที่นี่ลำบาก ไว้ข้าจะไปถวายยาบำรุงที่ตำหนักแทน”


            ซีหลงเบิกตา รีบน้อมกายคารวะ “รบกวนท่านอาจารย์แล้ว”


 


            หลังจากนั้นได้มีข่าวลือแพร่งพรายออกไปว่าพระสนมหลิวเหม่ยเหรินป่วยเป็นไข้หวัดฤดูร้อน องค์จักรพรรดิทรงเป็นห่วงยิ่ง ถึงกับส่งแพทย์หลวงอาวุโสมากฝีมือเช่นแพทย์หลวงหยางจื้อไปดูแล ทั้งยังห้ามมิให้เหล่าสนมผู้ใดไปรบกวนมาก สตรีวังหลังบ้างไม่เอ่ยถึงบ้างซุบซิบนินทา


            “นางจะเป็นอะไรของนาง สำออยสิไม่ว่า”


            “ปล่อยนางเรียกร้องความสนใจไปเถิด โอกาสมาถึงแล้วไม่รีบตักตวงได้อย่างไร”


            ซีหลงมิได้สนใจจะแก้ข่าวลือ ในบรรดาพระสนม พระสนมเอกซุนเจาอี๋และพระสนมเอกซินเจาหรงยังมีใจมาเยี่ยม พร้อมนำผลไม้ฤทธิ์เย็นมาฝากให้หน้าตำหนัก คนป่วยปลอมอดไม่ได้ที่จะรู้สึกซึ้งใจ


            นอกจากนี้ ยังมีสมุนไพรยาต้มมากมายซึ่งเป็นของพระราชทานจากฮองเฮาและเหล่าพระชายา แต่แพทย์หลวงหนุ่มมิได้แตะต้องมัน เพียงให้ซือเย่และป้าซือไปต้มส่วนหนึ่งมาให้เขาตรวจสอบอีกครั้ง


ดูแล้วไม่มีผู้ใดกล้าวางยาซึ่งหน้าในยามนี้ ซีหลงได้แต่เอ่ยกับท่านอาจารย์หยางจื้อ


“ยาดี เสียดายที่ต้องเททิ้ง”


“บางอย่างเห็นว่าดีแต่ก็ตรวจสอบไม่ได้” แพทย์หลวงอาวุโสสั่นศีรษะ “ส่วนที่เป็นสมุนไพร หากนำไปให้ผู้คนที่ขาดแคลนย่อมดีไม่น้อย”


“งั้นท่านก็หยิบไปเถิด”


“นี่เท่ากับยักยอกของพระราชทาน” แพทย์หลวงชราส่ายหน้า ก่อนเริ่มหารือเรื่ององค์จักรพรรดิ


            พิษที่องค์จักรพรรดิดื่มเข้าไปเมื่อยามอายุสิบสอง เป็นพิษจากสมุนไพรที่ใช้เป็นเครื่องปรุงชนิดหนึ่ง มีฤทธิ์ทำให้ร่างกายกล้ามเนื้ออ่อนแรง ทำลายระบบประสาทและสลายพลังปราณได้ ทว่าหากกินเพียงปริมาณไม่มากจะเป็นยาบำรุงหลอดเลือด กระเพาะและลำไส้  จึงไม่แปลกที่จะใช้ในการปรุงอาหาร


            เครื่องปรุงนี้ถูกปรุงใส่ซุปไก่ตุ๋นโสมสำหรับบำรุงร่างกาย ทว่าเรื่องในคราวนี้กลับจบลงที่ว่าเป็นความประมาทเลินเล่อมากกว่าจงใจ แม้ว่าหลายคนยังค้างคาใจก็ตาม


            “เพราะพิษในส่วนหลักถูกถอนออกไป ทำให้ขยับร่างกายได้และไม่สูญเสียพลังปราณ แต่ส่วนที่เหลือได้แทรกซึมเข้าสู่ร่างกายทำให้ในยามนั้นฝ่าบาทไม่อาจเสวยสิ่งใดได้ มีอาการชา ปากแห้ง กระสับกระส่าย คลื่นไส้อาเจียนอยู่ตลอด จนดื่มได้แต่น้ำข้าวและน้ำเปล่า เป็นเช่นนี้อยู่กระทั่งค่อยๆ ถอนพิษออกไปได้ สุดท้ายแล้วจึงรู้ว่าลิ้นได้เสียประสาทรับรสไปแล้ว”


“เรื่องนี้มีความไม่ชอบมาพากลอยู่หลายส่วน ยามนั้นว่านฮองไทเฮา พระมารดาของฝ่าบาทดำรงตำแหน่ง หวากุ้ยเฟย ได้รับราชทินนามและเป็นที่โปรดปราน อาหารการกินของพระโอรสองค์เดียวย่อมดูแลอย่างดีที่สุด เหตุการณ์เช่นนี้ถือว่าเกิดขึ้นได้ยาก ทั้งพิษนั้นวินิจฉัยไม่ง่าย แต่แพทย์หลวงเฉินซึ่งเป็นแพทย์หลวงขั้นกลางในเวลานั้นกลับหายาแก้พิษได้ทันท่วงที องค์ไท่ชางหวงตี้จึงรอดชีวิตมาได้ แม้จะเจ็บปวดทรมานอยู่สามเดือนเต็มก็ตาม”


            ซีหลงฟังแล้วรู้สึกหายใจไม่เต็มปอด


            “ท่านจะบอกว่า...”


            “ทว่า” แพทย์หลวงหยางจื้อขัดขึ้นก่อน ส่งสายตาเข้มงวดให้ลูกศิษย์ “หน้าที่ของข้าไม่ใช่การสืบสาวเรื่องราวในอดีต แล้วก็มิใช่หน้าที่เจ้าเช่นกัน หน้าที่ตอนนี้คือจะรักษาฝ่าบาทอย่างไร”


            แม้อยากจะถามต่อ ทว่าซีหลงก็ไม่อาจขัดท่านอาจารย์ของตน ได้แต่รับคำแล้วเก็บเรื่องนี้ไว้ในใจ


            สามวันหลังจากนั้น ตำหนักของพระสนมหลิวก็กลายเป็นแหล่งสะสมตำราแพทย์ งานสตรีในยามกลางวันบางทีก็ถูกละเลยไป ส่วนเวลากลางคืน พระสนมกำมะลอก็มักจะลักลอบอ่านตำราจนดึกดื่น


            คืนหนึ่ง หลี่ลู่จินที่แวะมาถึงกับดึงตำราออกมาจากมือเขา ท่าทางไม่ใคร่พอใจนัก


            “นอนได้แล้ว”


            “ไม่มีข้าแล้วนอนไม่หลับหรือไร”


            ซีหลงลอบพึมพำอย่างงุ่นง่านใจ โชคร้ายคนหูดีดันได้ยินเข้า จึงดึงเขาไปจุมพิตปิดปากสำเร็จโทษ จุมพิตนั้นออกจะจาบจ้วงหยาบคายไม่น้อย หลังจากต่อสู้ฟัดเหวี่ยงกันอยู่ครู่หนึ่ง สุดท้ายฝ่ายที่เพลี่ยงพล้ำก็ได้แต่นั่งกอดเข่าหอบหายใจปากบวมเจ่ออยู่บนที่นั่งตัวยาวอีกด้านหนึ่ง


            “ที่เข่านั่นได้ทายาบ้างหรือไม่” หลี่ลู่จินเอ่ยถาม


            “ไม่ทาแล้ว ขี้เกียจ” โมโห!


            “หัดเอาแต่ใจแล้วหรือ”


            “ใครกันแน่เอาแต่ใจ ท่านต้องรู้บ้างว่าคนอื่นตั้งใจรักษาตนเอง หากอยากได้คนป้อยอเอาใจก็เสด็จไปตำหนักอื่น ปล่อยให้ข้ากลับไปเป็นแพทย์หลวงสักพักเถอะ!


            นานๆ ทีพระสนมตัวปลอมจะกล้าโต้เถียงจริงจังเช่นนี้ ทว่าเมื่อวิญญาณแพทย์หลวงกลับมาแล้วก็ยากที่จะเปลี่ยนเป็นพระสนมทันทีทันใด


            “จะรักษาผู้อื่น ตนเองก็อย่าได้หักโหมจนเกินไป”


            “...”


            “ไม่ตอบข้าจะจูบอีก”


น่าโมโหนักที่เขารับบทเป็นสนมคนโปรด บทลงโทษเลยกลายเป็นเช่นนี้ไปได้...!


            ซีหลงนึกสรรหาคำที่บรรดาแม่เล้าใช้ด่าพวกขี้เมายามตอแยเหล่านางคณิกา แต่สภาพตนเองตอนนี้ก็ดูไม่ได้พอแล้ว อย่าให้ปากกับแก้มของเขาเจ็บไปมากกว่านี้เลย


            “...รู้แล้วเพคะ”


            เมื่อสู้ไม่ได้จึงเหลือแค่การประชดประชัน คนฟังไม่ได้ตอบโต้ เพียงขยับเข้ามาใกล้แล้วออกคำสั่ง


“ดึงกระโปรงขึ้น ยื่นหัวเข่ามา”


            นัยน์ตากลมจ้องดวงหน้าดุจหยกสลักตรงหน้าด้วยสายตาประท้วงต่อต้าน ยิ่งกอดเข่าตัวเองแน่นกว่าเดิม แต่สุดท้ายก็ทนแรงกดดันไม่ได้ ยอมถลกกระโปรงขึ้นในที่สุด องค์จักรพรรดิเปิดฝาตลับ ปาดตัวยานวดทาลงบนรอยแผลเป็นอย่างเบามือ


            ท่ามกลางความเงียบงัน ซีหลงมองท่าทางที่ดูตั้งใจและสัมผัสแผ่วเบานุ่มนวล ความโกรธในใจก็บรรเทาลงหลายส่วน ทว่าภายนอก ใบหน้าหวานยังคงมีสีหน้าบูดบึ้ง อย่างไรเขาก็ไม่ต้องการให้อีกฝ่ายได้ใจเป็นอันขาด ยามจะโดนกอดก่อนนอนก็ขัดขืนพอให้รู้ว่ายังหงุดหงิด จากนั้นจึงหลับใหลไปในอ้อมกอดที่แนบชิดเข้ามา

           



            “วิธีการทั้งหลายข้าล้วนลองมาหมดแล้ว ทั้งฝังเข็ม กดจุด รมยา กวาซา ปรุงยาสูตรต่างๆ ค้นหาสมุนไพรแปลกใหม่ ไม่มีสิ่งใดที่ราชสำนักต้าหลิงจะหามาไม่ได้ ทว่าก็ไม่มีสิ่งใดที่กระตุ้นให้ฝ่าบาทกลับมารับรสได้เช่นกัน...”


            ราวหนึ่งสัปดาห์ที่ไข้หวัดของพระสนมหลิวยังดำรงอยู่ แพทย์หลวงอาวุโสหยางจื้อได้แวะมารักษาและปรึกษาหารืออยู่ไม่ขาด


            “จนปัญญา... จนกระทั่งคิดไปถึงวิธีผึ้งบำบัด แต่วิธีอันตรายเช่นนั้นอย่างไรก็ห้ามใช้”


            หากเรียนแพทย์ย่อมต้องเคยได้ยิน ทว่าศาสตร์ผึ้งบำบัดได้ยกเลิกไปในสำนักแพทย์หลวงเมื่อมีองค์จักรพรรดิแห่งต้าหลิงพระองค์หนึ่งสิ้นพระชนม์ด้วยวิธีนี้เนื่องจากทนพิษผึ้งไม่ไหว


“ผึ้งบำบัดหรือ”


“ถูกต้อง สมัยก่อนมีการใช้เหล็กในของผึ้งฝังยังลิ้นเพื่อกระตุ้นรสสัมผัส ใช้พิษแก้พิษ” แพทย์หลวงชราลูบเคราตนเองแล้วถอนใจ สองจิตสองใจกับความคิดนี้


ซีหลงเองอ่านตำราเรื่องนี้ในอดีตมาไม่น้อย ดวงตาเองก็เริ่มดำคล้ำ พอได้ยินก็รู้สึกตื่นเต้นขึ้นมา “คนตายเพราะแพ้พิษผึ้ง หรือทนพิษผึ้งมิได้แต่มิยอมยุติการรักษา ถ้าหากลองดู...”


“จะลองอย่างไร”


“สะกิดเข็มพิษที่แขนแล้วดูว่าแพ้หรือไม่”


“เช่นนั้นข้าทราบดี  มีช่วงหนึ่งข้าได้ออกจากวังไปพูดคุยกับคนเลี้ยงผึ้งและหมอที่ใช้ศาสตร์นี้  กระทั่งลองฝังเข็มให้ผู้ป่วยด้วยตนเอง จึงรู้ว่าต้องลองสะกิดเข็มพิษที่แขนก่อนว่าแพ้หรือไม่ถึงจะลงมือฝังเข็มได้ ทว่ามิมีกรณีไหนเลยที่ลิ้นไม่รับรสเช่นเดียวกับฝ่าบาท ดังนั้นจึงยังไม่อาจรับรองผลได้”


จะดีจะร้ายมีหรือศิษย์เอกจะไม่รู้จักอาจารย์ หากไม่มีผู้ป่วยตัวอย่าง แพทย์หลวงหยางจื้อย่อมไม่มีทางลงมือกับองค์จักรพรรดิโดยตรง แม้จะฝึกฝนและศึกษาข้อมูลมาอย่างดีแล้วก็ตาม


วิธีนี้เองก็เป็นวิธีอันตราย หากองค์จักรพรรดิเป็นอะไรไปคงไม่มีผู้ใดรับผิดชอบไหว


ศิษย์อาจารย์จมอยู่ในกองตำราแพทย์ พระสนมตัวปลอมจมอยู่ในภวังค์ความคิดราวหนึ่งก้านธูป คิดทบทวนซ้ำแล้วซ้ำเล่าใน จึงค่อยๆ เอ่ย


“เช่นนั้น... ข้าจะเป็นผู้ป่วยให้ท่านทดลอง”


“เจ้าว่ากระไร”


“ข้าจะลองกินยาพิษและยาถอนพิษ จากนั้นท่านค่อยฝังเหล็กในผึ้งที่ลิ้นข้าดู”

           

 

100%

ยาวมาก ขอแบ่งเป็นสองพาร์ทนะคะ

ขอบคุณทุกคนที่แวะเข้ามา ขอให้อ่านให้สนุกนะคะ วันนี้ทอร์คสั้นๆ แล้วกัน ง่วงแล้ว ไอเดียทำไมชอบมาตอนดึกๆ ถึงเช้าก็ไม่รู้ 555555

            *rewrite ; เขียนง่วงๆ ก็ต้องมารีไรต์ใหม่แบบนี้แหละค่า 55555 รายละเอียดของฉากกับเรื่องพิษเปลี่ยนไปหน่อยแล้วกันนะคะ 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.836K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

6,560 ความคิดเห็น

  1. #6367 Takgy (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 30 มีนาคม 2564 / 00:26
    สุดจัด จิตวิญญาณความเป็นแพทย์แรงมาก
    #6,367
    0
  2. #6181 blueeyes111 (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2564 / 14:42
    ซีหลงงงง ฝ่าบาทไม่ยอมหรอกลูก
    #6,181
    0
  3. #5987 angle-wing (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 10 กันยายน 2563 / 13:02
    น้องงงงงง!! ฝ่าบาทรู้น้องจะโดนไม่ใช่น้อยนะ
    #5,987
    0
  4. #5665 PeEarn (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2563 / 19:59
    ฝ่าบาทโกดแน่ยัยน้อง!!
    #5,665
    0
  5. #5546 GalaxyStyle (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2563 / 17:58
    จิตวิญญาณคนเป็นหมอแรงมาก ๆ เลยสำหรับน้อง ถ้าไม่หายคือน้องก้จะลิ้นไม่รู้รส หรือเกิดเรื่องไปอีกคนเลยก้เป็นได้ ;-;
    #5,546
    0
  6. #5517 _1221_ (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2563 / 17:20
    น้องพยายามเพื่อฝ่าบาทมากเลยย น่ารักอะไรอย่างงี้แงง
    #5,517
    0
  7. #5328 Marshmalowdii (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2563 / 08:35

    น้องดื้อน่ารักมากเรยยย

    #5,328
    0
  8. #5276 kittenO (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2563 / 16:06
    แดจังกึมสุดๆ555555
    #5,276
    0
  9. #5186 Khanom Tan (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2563 / 23:23
    เป็นอิตาซีหลงน่าจะเหนื่อยน่ะ ดื้อนิดดื้อหน่อย เอะอะๆ ก็จูบ เอะอะๆ ก็กอด มันยังค่ะฝ่าบาท
    #5,186
    0
  10. #5180 fah2546chompu (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2563 / 16:57
    เฉินจื่อหานรู้สึกยังไงกับน้องซีกันนะ
    #5,180
    0
  11. #5176 SoraUnnieSama❄ (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 30 เมษายน 2563 / 14:47
    อ่านสนุกจริงๆค่ะ ชอบบบ
    #5,176
    0
  12. #5135 Ppttyc_ (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 28 เมษายน 2563 / 15:45
    น้องช่างหาญกล้ามากแงขอให้รักษาฝ่าบาทให้หายทีเถอะ ปล.เดี๋ยวนี้เหมือนคนติดเมี-ไปทุกทีแงงง
    #5,135
    0
  13. #5084 fwk27 (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 26 เมษายน 2563 / 23:34
    น้องงงงงง พี่รู้พี่เค้าจะยอมเหรอลูก
    #5,084
    0
  14. #5072 kiki3k (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 26 เมษายน 2563 / 20:50
    ซีหลงงงงงง หาคนอื่นแทนไหมมม
    #5,072
    0
  15. #4903 zton9397 (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 24 เมษายน 2563 / 21:03
    เเง้งงน้องงงตื้นตันใจ
    #4,903
    0
  16. #4301 taemynnn (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 16 เมษายน 2563 / 20:29
    ฮื่อออ น้องงงง น้องน่ะรักในวิชาแพทย์มากๆ และก็้รักลู่จินอยู่ด้วยลึก น่ารักๆๆๆๆ
    #4,301
    0
  17. #4294 chanan94712 (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 16 เมษายน 2563 / 15:41
    น้องงงงงงงง
    #4,294
    0
  18. #4148 burgandytomato (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 14 เมษายน 2563 / 13:36
    น้องทุ่มเทมาก น่ารักๆๆๆๆ🥺💘💘
    #4,148
    0
  19. #4138 Len-Night (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 14 เมษายน 2563 / 11:41
    แดจังกึมมากแม่
    #4,138
    0
  20. #4073 pqrst (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 14 เมษายน 2563 / 01:47
    ใช้ผึ้งช่วยนึกถึงเรื่องแดจังกึมเลย 555
    #4,073
    0
  21. #3957 Fueled me (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 12 เมษายน 2563 / 11:52
    เป็นคนที่ไปสุดในทุกเรื่อง แงงงงงงง
    #3,957
    0
  22. #3890 roof (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 11 เมษายน 2563 / 12:11
    ลงทุนมาก แงงงงน้องลูก
    #3,890
    0
  23. #3862 Kamobee (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 10 เมษายน 2563 / 20:48
    โอ้ววว...
    ลงทุนมากไปมั้ยลูกกกกก
    #3,862
    0
  24. #3758 Pissuda627 (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 9 เมษายน 2563 / 20:58
    ดองใว้สามตอนพึ่งมาไล่อ่านค่ะ ตอนนี้ยาวมากๆ
    #3,758
    0
  25. #3728 Earn0624 (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 9 เมษายน 2563 / 18:31
    เอะอะจูบ เห้อม เจ้าเล่ห์
    #3,728
    0