พระสนมสองหน้า [Yaoi]

ตอนที่ 14 : 12 - แผนการ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 17,824
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,623 ครั้ง
    28 มี.ค. 63

พระสนมสองหน้า [Yaoi]

12 – แผนการ

 


            พระสนมหลิวซบแนบอิงกับอกองค์จักรพรรดิแห่งต้าหลิง ร้องไห้ปานโลกจะถล่มทลาย ก่อนร่างสูงสง่าจะประคองร่างบอบบางอ้อนแอ้นเข้าไปในตำหนัก เหล่านางกำนัลขันทีออกไปอยู่ด้านนอกทั้งหมด


            เมื่ออยู่ท่ามกลางความเงียบเพียงลำพัง หลี่ลู่จินก็เอ่ยปาก น้ำเสียงเป็นปกติไม่ได้อ่อนโยนละลายหูแบบเมื่อครู่


            “ไม่ต้องร้องแล้ว ไม่มีใครดู”


            หลิวซีหลงแต่เดิมก็สะสมความโกรธในใจมานานอยู่แล้ว พอได้ยินก็ผลักอีกฝ่ายออกอย่างไม่สนฟ้าดิน ร่างสูงกว่ามิได้ต้านทานไว้ เพียงโอนอ่อนตามแรง แพทย์หลวงหนุ่มก้าวถอยหลังออกมาพร้อมปาดน้ำตา ความกล้าที่ไม่เคยมีมาก่อนระเบิดออกมาพร้อมๆ กัน


            “ท่านลองมองข้าให้ดีๆ ว่าข้าเป็นใคร”


            “...”


            “มิใช่พระสนมหลิวเหมยอิงกระมัง”


            “...ข้ามีตา ย่อมมองออกตั้งแต่แรก”


องค์จักรพรรดิแห่งต้าหลิงเอ่ยด้วยน้ำเสียงสม่ำเสมอ ทอดสายตามองมาอย่างใจเย็น สงบนิ่งเสียจนซีหลงยิ่งเดือดดาล


            ซีหลงโกรธจนหน้าเขียว กัดริมฝีปากจนรู้สึกถึงรสเลือด กำมือแน่นจนเล็บจิกลงในฝ่ามือ คำรามลอดไรฟันพร้อมกระชากคอเสื้อออกมาให้เห็นรอยแดงที่ถูกแต่งแต้มด้วยเชือกของตน


            “ประเสริฐ! ประเสริฐยิ่ง ท่านกับอวิ๋นอ๋องร่วมมือกันวางแผนทั้งหมดตั้งแต่วันข้ามปี ข้ากับน้องสาวก็เต้นตามโดยง่าย บิดาข้ากับน้องสาวก็เกือบตายก็เพราะท่าน บัดนี้จะให้ข้าทำอะไรก็บอกมาตรงๆ เลยดีกว่า!


            เขาน่าจะรู้ได้ตั้งนานแล้วว่าพวกเขาสองพี่น้องมิได้เหมือนกันปานนั้น น่าจะรู้ได้ว่าแค่เล่นหมากล้อมกับผีผาอีกฝ่ายก็สามารถสังเกตได้โดยง่าย น่าจะรู้ว่าในคืนเทศกาลโคมเขามิได้มีอุปนิสัยเหมือนเหมยอิงสักนิด


            น่าจะรู้ได้ว่ารสจูบของตนที่เป็นบุรุษไหนเลยจะเหมือนสตรี น่าจะรู้ได้ว่าที่บุรุษตรงหน้าโผล่มายืนดูเขาสอบไม่ใช่เรื่องบังเอิญ และน่าจะรู้ว่าหยกที่ราชองครักษ์อู๋หนิงเหอให้มาสื่อความนัย


            “วันข้ามปี เจ้ามาทำอะไรที่นี่”


            ซีหลงส่งเสียงเฮอะหนึ่งคำ เลือดในกายเดือดพล่าน เพิ่งรู้ว่าไม่กลัวตายเป็นอย่างไรก็วันนี้ “เหตุใดไม่ถามวันนั้นเล่า ทำไมต้องมาถามเอาวันนี้”


            “เพียงสลับตัวให้น้องสาวเจ้าออกไปเที่ยวเล่นเช่นนั้นหรือ”


            “ข้าไม่จำเป็นต้องตอบด้วยซ้ำ ไม่สิ ไหนเลยคำตอบของข้าจะมีค่าเท่ากับที่พวกท่านรู้”


            “เจ้าเป็นคนของอวิ๋นอ๋อง?”


            ซีหลงชะงัก คำพูดของมู่หลันผุดขึ้นในความคิดว่าองค์จักรพรรดิไม่ไว้ใจเขา เขาจ้องหน้าอีกฝ่ายกลับ เค้นเสียงเอ่ยช้าๆ “ข้าจะตอบครั้งนี้เพียงครั้งเดียว ไม่ใช่


            “เช่นนั้น เจ้าเป็นคนของผู้ใด”


แพทย์หลวงหนุ่มพยายามหายใจให้ช้าลง เมื่อเอ่ยตอบ


            “ข้าไม่ใช่คนของใครทั้งนั้น ข้าเพียงปรารถนาให้น้องสาวมีความสุขนอกวังบ้างจึงสลับตัวมาเป็นพระสนม และคืนนั้นท่านก็มาที่นี่พอดี”


            หลี่ลู่จินพยักหน้าน้อยๆ สีหน้าไม่เปลี่ยนแปลงจนซีหลงอยากกระโจนไปเขย่าคออีกฝ่ายสักที


            “เจ้าทำให้ข้าต้องเข้าวังมาก่อนเวลา แน่นอนว่าทำให้สิ่งที่วางไว้เสียรูปการไป”


            “หา? เรื่องแค่นี้ไยจึงต้อง...”


            “การสลับตัวสนมเป็นเรื่องใหญ่ ผู้ใดจะรู้ว่าแท้แล้วเจ้าคิดทำอะไรในวังหลัง” หลี่ลู่จินเดินไปนั่งยังเก้าอี้ไม้จันทร์ปูด้วยพรมขนสัตว์ เอนตัวลงพร้อมยกแขนข้างหนึ่งขึ้นมาเท้าคาง ดวงตามังกรสีดำที่จดจ้องและน้ำเสียงนิ่งๆ ราบเรื่อยเริ่มทำให้ซีหลงอยู่ไม่สุข


            “ข้าจึงตัดสินใจมาด้วยตัวเอง แน่นอนว่าแค่หนังสือเล่มนั้นทำให้พระสนมหลิวถูกเฆี่ยนจนตายได้ถ้าข้าต้องการ”


            ซีหลงรู้สึกชาวาบตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า ความกล้าที่มีเมื่อครู่คล้ายสูบออกไปเมื่อความโกรธเบาบางลง ทว่าเขาไม่มีทางแสดงความอ่อนแอออกไปเด็ดขาด จึงได้แต่ยืนเผชิญหน้าอยู่อย่างนั้น เชิดหน้าขึ้นแล้วเอ่ยท้าทาย


            “แล้วเหตุใดถึงไม่สั่งเล่า”


            “คงเพราะแพ้หมากล้อมกระมัง”


            ซีหลงอดส่งเสียงในลำคอไม่ได้ รู้ว่าคงไม่ใช่เพราะแพ้หมากล้อมเพียงอย่างเดียว คนผู้นี้คงเห็นว่าเขากับน้องสาวยังพอใช้ประโยชน์ได้มากกว่า “แล้วพวกท่านสองพี่น้องจะให้ข้าทำสิ่งใด บุรุษอยู่ในวังหลังทั้งยังต้องปลอมเป็นพระสนม ข้าไม่เห็นว่าเป็นเรื่องน่าอภิรมย์แม้แต่น้อย”


            “นั่งลง”


            แม้จะไม่พอใจ ทว่าซีหลงก็ต้องคุกเข่าลงอย่างเสียมิได้ ทว่าองค์จักรพรรดิแห่งต้าหลิงกลับเอื้อมมือไปตบยังที่ว่างข้างๆ ตน


            “ตรงนี้”


            ซีหลงฮึดฮัดยามเดินไปนั่งติดอีกฝากของที่วางแขน พยายามอยู่ห่างจากอีกฝ่ายให้มากที่สุด


            “ขยับมา”


            เขาขยับไปอีกนิด


“ใกล้อีก”


            เขาขยับเข้าไปอีกนิด


            “ต้องให้ข้าดึงเจ้าเข้ามาหรือ”


            ได้! ก็ได้!


            คราวนี้ซีหลงจึงไสก้นไปติดร่างของอีกฝ่ายเป็นเชิงประชดประชัน หลี่ลู่จินยืดตัวขึ้นนั่ง นิ้วเรียวยาวที่เยียบเย็นแตะลงที่คาง ก่อนจะพลิกใบหน้าเขาหันซ้ายขวา ดวงตาสีดำสนิทคมคายกวาดมองสำรวจ


            “มู่หลันฝีมือไม่เลว ต่อให้เป็นคนใกล้ชิดก็คงยากจะแยกแยะพวกเจ้าสองพี่น้อง”


            ซีหลงเหยียดริมฝีปากลงแล้วกลอกตาไปอีกทางแทนคำตอบ ฝ่ามือนั้นพลันบีบเข้ายังสองแก้ม


            “อื้อ!


            “ต่อไปนี้เจ้าจะเป็นสนมคนโปรดของข้า สีหน้าเช่นนี้อย่าทำต่อหน้าข้าเวลามีคนอื่นอยู่”


            องค์จักรพรรดิเอ่ยเสียงจริงจัง เมื่อถูกร่างสูงใหญ่กว่าคุกคามอยู่ซีหลงจึงได้แต่พยักหน้ารำคาญใจ เอ่ยเสียงอู้อี้ “รู้แล้ว!


            “วาจาและน้ำเสียงแบบนี้ก็ไม่ได้ วันเทศกาลโคมเจ้าออดอ้อนเช่นไรก็ทำเช่นนั้น”


            “เออ... โอ๊ย เพคะ!


            ถ้าพรุ่งนี้เขาแก้มช้ำขึ้นมาคงต้องโทษบุรุษโฉดตรงหน้า มันจะบีบอะไรนัก!


           “และห้ามทำร้ายตัวเองอีก ร่างกายนี้ไม่ใช่ของเจ้าแต่เพียงผู้เดียว”


            นิ้วโป้งวาดผ่านริมฝีปากที่มีรอยโลหิตแล้วปาดออกแผ่วเบา


            “ต่อไปเจ้ายังต้องไปพบปะไทเฮา ฮองเฮา และพระสนมอื่นๆ เจ้าเป็นคนฉลาด คงรู้ว่าสิ่งใดควรทำ ส่วนรายละเอียดต่างๆ ในวังพรุ่งนี้ข้าจะส่งคนที่รู้ความลับนี้มาช่วยเหลือ”


            “ข้าต้องแสดงเป็นเหมยอิงใช่หรือไม่”


            “ไม่” องค์จักรพรรดิละฝ่ามือไปในที่สุด “น้องสาวของเจ้าอ่อนแอเกินไป แต่ตัวเจ้ารู้วิธีรับมือผู้อื่น เหตุการณ์ลอบสังหารณ์นี้คือจุดเปลี่ยน เจ้ามิใช่หลิวเหม่ยเหรินคนเดิม”


            น้ำคำเหล่านั้นทำให้หลิวซีหลงกลืนน้ำลาย ก่อนจะหรี่ตา เอ่ยช้าๆ


            “อ้อ ที่แท้ท่านต้องการให้ข้าสวมบทเป็นน้องสาวเพื่อต่อสู้คานอำนาจกับพระสนมอื่นๆ ในขณะเดียวกัน ต่อให้ท่านโปรดปรานเพียงใดอำนาจก็จะอยู่ในมือท่านไม่ได้กระจายไปสู่ผู้ใด มิหนำซ้ำท่านยังไม่ต้องอ่านจิตใจสตรี เพราะข้าในถูกนำไปขวาก็ไปขวา ไปซ้ายก็ไปซ้าย”


            เอ่ยไปซีหลงก็รู้สึกสมเพชตัวเองอยู่ในใจ จากนี้เขาก็ไม่ต่างจากหุ่นกระบอกตัวหนึ่งที่ถูกเชิดไปตามใจเจ้าของ นึกไปถึงยามใจเต้นแทบคลั่งเมื่อถูกบุรุษผู้นี้จูบก็อยากจะกลั้วน้ำเกลือล้างปากอีกสักพันครั้ง


            ครอบครองบัลลังก์แห่งต้าหลิง ปราบกบฏผู้คนสรรเสริญ รูปงามเหมือนหยกสลัก กลิ่นกายหอมเย็นดั่งกฤษณา ยามเอ่ยคำหวานแล้วไม่มีผู้ใดทัดเทียม


แต่หัวใจหรือ... เกรงว่าจะไม่มี


            “มิได้มีเพียงนี้เท่านั้น”


            “มีสิ่งใดอีก”


            “ข้าต้องการให้เจ้าสืบหาว่าผู้ใดเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ลอบทำร้ายบิดากับน้องสาวเจ้า”


            “นั่นข้าย่อมต้องทำอยู่แล้ว”


            “เช่นนี้ เจ้าจะได้ไม่เอ่ยว่าข้าเอาเปรียบเจ้าอยู่เพียงผู้เดียว”


            ซีหลงได้ยินก็อยากจะสวนกลับเหลือเกินว่าอีกฝ่ายสนใจด้วยหรือว่าเขาจะคิดเห็นอย่างไรหรือก่นด่าอะไร ทว่าก็มิได้เอ่ยสิ่งใด ทำเพียงพยักหน้าขอไปที


            เขารู้สึกเหนื่อยล้าทั้งกายและใจ รู้ว่าไม่อาจทำสิ่งใดได้ในสถานการณ์เช่นนี้ บัดนี้เขาต้องสวมบทบาทเป็นพระสนมหลิวเหม่ยเหริน แพทย์หลวงหลิวซีหลงหรือก็เป็นศพฝังอยู่ในสุสานบรรพชนสกุลหลิวไปเรียบร้อยแล้ว


            พลันคิดไปก็นึกถึงผู้คนรอบตัวของเขา นอกจากครอบครัวแล้วยังมีท่านอาจารย์หยางจื้อ สหายแพทย์หลวงเจิงอี สหายมือปราบวั่งกู่เจิน แม่นางคณิกาอี้ฮวา


            วันก่อนเขายังคำนับท่านอาจารย์ เอ่ยว่าจะเป็นแพทย์ที่ดีให้จงได้


            วันก่อนเขายังคุยกับเจิงอีเรื่องเลื่อนขั้นเป็นแพทย์หลวงขั้นกลาง คุยเล่นหยอกหัวกันถึงเรื่องคิดสูตรยาตำรับใหม่


            วันก่อนเขายังคุยกับวั่งกู่เจิน เอ่ยถึงเรื่องราวและผู้คนในวงสุรา ฟังคดีมากมายในจวนตุลาการที่อีกฝ่ายประจำอยู่


            วันก่อนเขายังนอนฝันถึงแม่นางอี้ฮวา คิดว่าเป็นไปได้หรือไม่ที่จะไถ่ตัวนางมาแล้วใช้ชีวิตร่วมกัน


            วันก่อนเขายังกอดเหมยอิง... เห็นทั้งรอยยิ้มและน้ำตาของนาง เฝ้าฝันว่าจะคอยดูแลนางและปกป้องนางไปตลอดชีวิต


ผู้คนเหล่านี้เหมือนยังอยู่กับเขาในวันวาน ทว่าวันนี้กลับดูห่างไกลออกไปคนละโลก


            องค์จักรพรรดิจับจ้องมาคล้ายรับรู้ความคิดของซีหลงเมื่อเขาก้มหน้าเงียบไปขณะหนึ่ง ซีหลงถอนใจ ยิ้มเยาะกับโชคชะตาแม้จะรู้สึกปวดแปลบในอก ยิ่งดวงหน้าอันหล่อเหลานั่นลอยหน้าลอยตาอยู่ใกล้ๆ ยิ่งรู้สึกยากจะทานทน


“ปลอบพระสนมหลิวเพียงเท่านี้ก็พอกระมัง คืนนี้ท่านไปพักเถอะ”


หลี่ลู่จินเลิกคิ้วน้อยๆ


            “เจ้าเจ็บปวดเสียใจกลับมา ข้าจะไม่ปลอบทั้งคืนได้หรือ”


            แม้คำพูดนั้นจะสมเหตุสมผลกับแผนการ ทว่าซีหลงได้ยินแล้วกลับรู้สึกอยากจะต่อยคนนัก


            “ได้ งั้นท่านจะนอนเตียงก็นอนไป ข้าจะนอนที่เพ้ย!


            จู่ๆ ร่างก็ถูกอุ้มลอยหวืดขึ้น ซีหลงเบิกตาโพลง ดิ้นรนอยู่ในพันธนาการ ทุบตีไหล่แข็งแกร่ง แต่ปรากฏว่าเจ็บมือเสียเอง อีกฝ่ายไม่สะดุ้งสะเทือนสักนิด “ท่านทำอะไร!?


            องค์จักรพรรดิวางเขาลงบนเตียงนอนไม่เบานัก ฝ่ามือผลักไหล่คนตัวบางกลิ้งหลุนๆ เข้าไปยังเตียงด้านใน ก่อนที่กายสูงใหญ่จะตามเข้ามากีดขวาง ทว่ามิได้ตั้งท่าคุกคามใดๆ เพียงนอนปิดทางไว้อย่างนั้น


            “ไม่มีผู้อื่นอยู่ เหตุใดต้องนอนด้วยกัน”


            ซีหลงขมวดคิ้วเอ่ยรอดไรฟัน


            หลี่ลู่จินหัวถึงหมอนก็หลับตาลง เอ่ยง่ายๆ


            “รู้หรือไม่ เหตุใดถึงมีเพียงพระสนมตื้นเขินที่ริษยาเจ้า ในขณะที่พระสนมบางคนยังนิ่งเฉย”


            “จะไปรู้หรือ”


            “เพราะพวกนางมองออกว่าข้าและหลิวเหม่ยเหรินมิได้สนิทสนมกันจริง”


            “...”


            “ข้ามิใช่คนทำสิ่งใดครึ่งๆ กลางๆ” องค์จักรพรรดิแห่งต้าหลิงลืมตาก่อนที่จะพลิกตัวหันหน้ามามองเขา “เจ้าเป็นพระสนมคนโปรด นั่นหมายถึงเป็นพระสนมคนโปรดในทุกๆ ด้าน


            ซีหลงสะดุ้งถอยหนียามปลายนิ้วสากแตะยังลำคอที่ตกแต่งรอยเชือกเอาไว้ ทว่าหลังกลับติดผนัง นิ้วเย็นไล่ไปตามผิวลำคอจนขนลุกซู่ บัดนี้กลิ่นกฤษณาหอมเย็นแผ่กระจายหลอกหลอนอีกครา กระทั่งกำยานของตำหนักเขาก็กลบกลิ่นไม่ได้


            “ท่านหมายความว่าอะไร!


            ความตระหนักพุ่งพล่านในใจ ซีหลงถามแทบไม่หายใจ ดวงตาเบิกโพลงจ้องหน้าอีกฝ่าย


            “...”


            “แต่ข้าไม่ได้ชอบบุรุษ!


            “วันก่อนที่ข้าจุมพิตเจ้า เจ้ามิได้เอ่ยสักครึ่งคำ”


            โลหิตสูบฉีดขึ้นยังใบหน้า หลิวซีหลงปัดมืออีกฝ่ายออกทันที ก่อนจะคว้าคอเสื้อปิดเข้าด้วยกัน เกลียดตัวเองที่เผลอเหลือบมองริมฝีปากสีแดงเบื้องหน้าแล้วสัมผัสอ่อนนุ่มนั้นก็โผล่ขึ้นมาความรู้สึก


“ขะ ข้าก็แค่เล่นไปตามบทบาท มิได้รู้สึกอะไรเลยสักนิด ท่านอย่าสำคัญตัวเองผิดไป”


            “หืม”


            “อีก... อีกทั้ง ข้าไม่มีวันนอนกับคนที่เล่นหมากล้อมไม่ชนะข้าหรอก!


            “อ้อ?” องค์จักรพรรดิแห่งต้าหลิงยักคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง ไม่รู้เหตุใดน้ำเสียงทุ้มนั้นกลับต่ำลึกลง ซีหลงแยกเขี้ยว รู้สึกตื่นตระหนกลึกๆ ในใจยามอยู่บนเตียงและหันหน้าเข้าหากันกับบุรุษเบื้องหน้าจนไม่อาจเก็บคำพูดของตน


“ข้าไม่รู้ว่าทำไมท่านถึงหมกหมุ่นกับหมากล้อมนัก แต่หากยังเล่นเช่นนี้ สิบชาติก็ไม่มีวันชนะข้า”


“คิดว่าคงไม่ต้องใช้เวลาถึงสิบชาติ”


องค์จักรพรรดิเอ่ยเสียงทุ้มอย่างมั่นใจ หยิบผ้าห่มมาคลุมทั้งร่างซีหลงและตนเอง ก่อนจะหันหน้านอนหงายในที่สุด มือประสานกันอย่างเรียบง่าย


“หลับเสีย”


ใบหน้าหล่อเหลาหลับตาลง สงบประหนึ่งน้ำนิ่งในสระบัว เหลือเพียงหลิวซีหลงที่หัวใจเต้นโครมคราม อดไม่ได้ให้มองเสี้ยวหน้าสมบูรณ์แบบนั้น


สันจมูกโด่ง คิ้วเข้ม แพขนตายาว เส้นผมสีดำสนิทที่ตกกระจายบนหมอนและที่นอน


ริมฝีปากรูปกระจับสีแดงนั้นดูนุ่มนวลยามเมื่อประกบกันนิ่ง


            อย่าให้รูปลักษณ์ภายนอกหลอกเจ้า


            ซีหลงก่นด่าตัวเองในใจ คิดแล้วก็พลิกตัวหันไปอีกทาง นึกถึงหน้าแม่นางอี้ฮวาก็รู้สึกว่านางงดงามประณีตยิ่งกว่า ส่วนหลี่ลู่จินนั้นแข็งกระด้างเกินไป


            บุรุษผู้นี้ไว้ใจไม่ได้ ซีหลงตั้งใจจะเบิกตากว้างจับตาดูอีกฝ่ายไปถึงเช้า หรือไม่ก็นอนคิดแผนการของตนเอง


            ทว่า... ข้อเสียสองอย่างในตำหนักผิงอันคือฟูกนอนยามนี้นุ่มนวลชวนฝันเกินไป กับกลิ่นกำยานที่ชวนผ่อนคลายอย่างยิ่ง หลิวซีหลงที่คิดว่าตนเองจะเบิกตาค้างไม่หลับก็ค่อยๆ เคลิบเคลิ้มลงช้าๆ ความเหน็ดเหนื่อยที่กัดกินมาตลอดหลายวันทำให้ผล็อยหลับไป

 



         หยดน้ำหยดหนึ่งกระทบผิวอ่อนบาง สติที่พร่าเลือนค่อยๆ ถูกเรียกกลับมาทีละนิด


            ขนสัตว์นุ่มถูกรองอยู่ใต้ร่างที่ทอดนอนอยู่ กระนั้นแขนขากลับรู้สึกอ่อนปวกเปียกไร้แรง เปลือกตาหนักอึ้งลืมขึ้นช้าๆ พบว่าภาพแรกที่เห็นเป็นเพดานหินสลัวแห่งหนึ่ง


ศีรษะปวดตุ้บไปหมด ลำคอเองก็แห้งผาก จึงเอ่ยปากเปล่งเสียงขึ้น


“...”


ทว่ากลับไม่มีสิ่งใดเล็ดลอดออกมา นอกจากความเจ็บปวดภายใต้ลำคอที่เหมือนถูกไฟไหม้


หลิวเหมยอิงลุกพรวดขึ้น มือยกแตะยังลำคอของตน รู้สึกได้ถึงรอยกดบาดลึกเรียวบางโดยรอบ ความคิดพลันแจ่มชัด


ภาพเหตุการณ์ชุลมุนท่ามกลางคืนเดือนมืดระหว่างเดินทางไปเยี่ยมบิดาฉายแวบเข้ามา ใครบางคนเข้ามารัดคอนางหวังปลิดชีวิต ยามนั้นนางรู้สึกว่าวิญญาณแทบหลุดจากร่างขณะที่ไขว่คว้าหาอากาศอย่างทรมาน มิคาดจะยังไม่ตาย


            “รู้สึกตัวแล้วหรือ”


            น้ำเสียงคุ้นเคยดังขึ้นพร้อมกับเงาร่างบุรุษ เหมยอิงสะดุ้งรีบขดตัวเข้าหาผนัง


            อวิ๋นอ๋องถือถาดใส่ถ้วยยาเข้ามา กลิ่นขมของสมุนไพรโชยไปทั่ว เขาแต่งกายด้วยอาภรณ์ลำลองดั่งสามัญชน บนใบหน้ามีรอยยิ้มน้อยๆ ยามขยับลงนั่งข้างเตียง ไม่สนใจปฏิกิริยาที่ยิ่งขยับหนีจนหลังติดกำแพงอีกฝั่งของเหมยอิง


            “แม้จะช่วยเจ้าไว้ได้ ทว่าเส้นเสียงของเจ้าถูกทำลายไปไม่น้อย ถ้าโชคดีสักหนึ่งหรือสองปีก็อาจจะพูดได้ หรือหากโชคร้ายก็อาจจะสูญเสียเสียงไปชั่วชีวิต”


            เหมยอิงจ้องมองอวิ๋นอ๋องที่เป่าถ้วยยาก่อนจะส่งให้นางเขม็ง สองมือกำกระโปรงแน่น ไม่มีทีท่าว่าจะรับไป


“อ้อ พี่ชายเจ้าปลอดภัยดี เพียงแต่ต้องไปทำหน้าที่เป็นสนมแทนเจ้าเท่านั้นเอง”


น้ำตาร้อนหลั่งไหลลงมาบนแก้มของเหมยอิง ดวงตากลมยังจับจ้องบุรุษอีกผู้แน่นิ่ง อวิ๋นอ๋องมีสายตาที่อ่อนลง วางถ้วยยาลงข้างๆ นาง


“ไม่ใช่ข้าที่สั่งคนไปลอบทำร้ายเจ้า จากที่สืบสวนคิดว่าน่าจะเป็นคนกลุ่มเดียวกันกับที่ทำร้ายบิดาของพวกเจ้า และพี่ชายเจ้าก็สมัครใจที่จะเข้าวังไปเพื่อสืบหาความจริงแทน”


เหมยอิงอยากตะโกนใส่คนผู้นี้เหลือเกิน ทว่าทำได้เพียงกัดริมฝีปากจนเลือดไหลแล้วร้องไห้อย่างไร้เสียง เหตุการณ์ที่ช่วยรักษาเขาจากลมพิษและถูกชิงป้ายไปนั้นดูแล้วห่างไกลเหลือเกิน


“ข้ารู้ว่าเจ้าเสียใจ ทว่ายามนี้สิ่งที่ทำได้คือดูแลสุขภาพให้ดี”


เสียงนุ่มทุ้มนั้นราวกับเสียงกระซิบของปีศาจร้ายในคราบเซียน อวิ๋นอ๋องลุกขึ้นแล้วถอยห่างออกมา


“เจ้ารอวันที่จะออกจากวังมานานแสนนานแล้วไม่ใช่หรือ จนกว่าจะ เรา จะสืบได้ว่าผู้ใดคิดร้ายต่อตระกูลหลิว เจ้าจำต้องอยู่ที่นี่ก่อน ทว่าข้าอาจจะไม่มาบ่อยนัก...”


อวิ๋นอ๋องหลี่ลู่เฉิงเว้นวรรค ก่อนพยักเพยิดไปยังอีกร่างหนึ่งที่ก้าวเข้ามาในห้องเงียบๆ


“นี่คือ เหยาหรง เขาจะคอยดูแลเจ้าอยู่ที่นี่”


เหยาหรงเป็นเด็กหนุ่มหน้าตาบึ้งตึงผู้หนึ่ง ดวงตาหงส์สีฟ้าอมเทาโดดเด่นพิดารเป็นสิ่งที่ไม่มีในชาวต้าหลิง กระนั้นเครื่องหน้ากลับมีส่วนคล้ายอวิ๋นอ๋องอยู่อย่างน่าอัศจรรย์ ยืนข้างกันแล้วดูคลับคล้ายว่าเป็นดั่งพี่น้องก็ไม่ปาน


“บางทีเจ้าควรจะฆ่านาง” เหยาหรงเอ่ยเหมือนเหมยอิงไม่ได้อยู่ในที่นั้นด้วย “ข้าเองยังมีหลายสิ่งที่ต้องทำ”


อวิ๋นอ๋องยิ้มประนีประนอม “ไม่ควรในเวลานี้”


ดวงตางามที่เหลือบมองมาทำให้เหมยอิงสั่นสะท้านเยือกไปถึงกระดูก นึกไปถึงว่าเหตุไฉนเด็กหนุ่มผู้หนึ่งถึงมีดวงตาเกลียดชังทุกสิ่งในโลกได้ถึงปานนี้ อวิ๋นอ๋องหันมามองนาง เปิดรอยยิ้มอ่อนโยนยามเอ่ยว่า


“ข้ารับรองว่าพระสนมหลิวจะทำตัวดีไม่ให้พี่ชายของนางต้องเดือดร้อน เจ้าไม่ต้องกังวล”

 



***

ยินดีกับคนที่เดาถูกด้วยค่ะ เหมยอิงไม่ตายนั่นเอง อยู่กับตาอวิ๋นอ๋องนั่นแหละ

ฝ่าบาทตอนนี้ก็คือตัวร้ายนะคะ เอาบทนี้ไปก่อน55555 สงสารอิตาหมอซี บอกว่าไม่อัพแต่ก็อัพ บอกว่าอัพแต่ก็ไม่อัพ นี่แหละเสี่ยวอ้าย ถถถถถ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.623K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

6,560 ความคิดเห็น

  1. #6484 ShXk (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 2 เมษายน 2564 / 14:38
    โอเคน้องยังไม่ตาย ไรท์แต่งเก่งมากค่ะหลอกเราได้ลวคอแงงง
    #6,484
    0
  2. #6333 예뻐요 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 29 มีนาคม 2564 / 05:40
    ใจเจ็บแปล๊บตามซีหลงเลย หัวใจที่ลิงโลดเหมือนขึ้นโรลเลอร์โคสเตอร์ในเทศกาลวันนั้นเหมือนโดนดึงไว้แล้วกดไว้ที่พื้น อกหักทิพย์แล้ว1 //ดีใจที่เหมยอิงยังไม่ตาย ไม่งั้นมาม่าหนักแน่ๆตอนน้องรู้ความจริงแล้ว
    #6,333
    0
  3. #6174 blueeyes111 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2564 / 22:53
    ดีใจที่เหม่ยอิงยังไม่ตาย แต่สงสารซีหลงอะ สองพี่น้องหลี่นี่ร้ายกาจจจ
    #6,174
    0
  4. #5759 Secr3t-Key (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2563 / 04:38
    ใจหายวูบ คุนน้องรอดดด
    #5,759
    0
  5. #5671 ไออิกู (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2563 / 21:00
    สบายใจ กะคือพี่เต้รับรู้ว่าน้องตาย แต่หลอกซีหลง?
    #5,671
    0
  6. #5541 GalaxyStyle (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2563 / 16:21
    ร้ายกาจ ร้ายกาจกันทั้งพี่ทั้งน้อง ฮื่ออ
    #5,541
    0
  7. #5510 _1221_ (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2563 / 15:00
    ดีแล้วที่ปลอดภัยฮืออ ชั้นคิดว่าท่านอ๋องร้ายแล้วแหละแงง สงสารน้องชั้นจัง
    #5,510
    0
  8. #5321 Marshmalowdii (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2563 / 19:55

    อุแงงเหม่ยอิงยังไม่ตายย

    #5,321
    0
  9. #5268 kittenO (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2563 / 14:15
    ดีที่ยังไม่ตาย
    #5,268
    0
  10. #5124 Ppttyc_ (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 28 เมษายน 2563 / 11:53
    ในที่สุดน้องก็ปลอดภัยฮืออ แต่ผมกะเริ่มจับคู่ชิปแล้ว5555
    #5,124
    0
  11. #5046 kiki3k (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 26 เมษายน 2563 / 12:57
    อ๋องคือชอบพระสนมใช่ไหมมม ส่วนเหยาคือตาสีนี้เหมือนผู้หญิงที่ซีชอบเลยย
    #5,046
    0
  12. #4894 ccreamrnpp (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 24 เมษายน 2563 / 18:34
    เตง เราน้ามตาไหลไปแล้ว อ๋องนี่ร้ายไม๊อะ แบบ อยากกอดน้องซีมาก น้องเหมยก้พอกัน ฮือ โกดๆๆๆ ทั้งลู่จินทั้งอ๋องอะ ฮืออออ
    #4,894
    0
  13. #4647 Sspringlove (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 21 เมษายน 2563 / 13:01
    โอยยยย เกือบร้องไห้จริงเมื่อบทก่อน
    #4,647
    0
  14. #4475 kookv1997 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 20 เมษายน 2563 / 02:30
    อ๋อง พ่อพระรองตัวร้าย
    #4,475
    0
  15. #4457 toto5666 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 20 เมษายน 2563 / 00:08

    ค่อยยังชั่ววววว
    #4,457
    0
  16. #4454 BLINKxARMY (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 19 เมษายน 2563 / 23:44
    เป็นเรื่องแรกที่ทำให้เราน้ำตาคลอเบ้าได้ แม่ว่ามันจะเป็นเพราะว่าคิดไปเองว่านางตายไปแล้ว ในใจนี่คือด่า-พวกที่ดึงพวกแฝดมาเกี่ยวด้วย!!! ฮาโรยยย!!
    #4,454
    0
  17. #4317 PoodeeLotus (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 17 เมษายน 2563 / 08:37
    บอกเลยว่าคิดว่านางตายแล้วนะ เดาไปไกลแล้วถ้าน้องตาย ตนช่วยฝ่าบาท และรักเขาเข้าแล้วมารู้ความจริงที่หลังว่าน้องตายแล้วแค่ดิ้นรนช่วยน้องให้ได้แต่สุดท้ายน้องไม่ยุ่แล้วนี่ ความรุ้สึกที่มีจะเหลือให้ฝ่าบาทไม โทดนะอินไปหน่อย
    #4,317
    0
  18. #4135 Shipnielong (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 14 เมษายน 2563 / 11:29
    ทำคนบริสุทธิ์ได้ลงอ่ะ ฮือ สงสารสองพี่น้องมาก
    #4,135
    0
  19. #4026 pqrst (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 13 เมษายน 2563 / 23:51
    ดีใจที่คนน้องยังไม่ตาย
    #4,026
    0
  20. #3808 โกโก้ครั้นช์ -\\\\\\\'๑\\\\\\\'- (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 10 เมษายน 2563 / 12:44
    โล่งใจคนน้องยังไม่ตาย ไม่งั้นจะดาร์คมากๆ ฮืออ สงสารซีหลง แต่นึกถึงตอนเทศกาลนั้น ตาฮ่องเต้คือจุ๊บไม่หยุดเรยนะ เปงเขินๆเรย
    #3,808
    0
  21. #3626 Earn0624 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 9 เมษายน 2563 / 01:39
    เอาใจช่วยซีหลงมากๆ ฮือออ อยู่ดีๆก็โดนจับมาเป็นหมาก สุดท้ายรักกันก็จะกดโกรธอิตาพระเอก หมั่นไส้ๆๆ
    #3,626
    0
  22. #3324 กิ๊งก่อง กิ๊งๆ ก่อง (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 6 เมษายน 2563 / 07:35
    ฝ่าบาทท่านนี่ร้ายนัก
    #3,324
    0
  23. #3268 kaohomkk1234 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 1 เมษายน 2563 / 11:47
    ทำไมเราร้องไห้555555
    #3,268
    0
  24. #3261 memory28231 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 31 มีนาคม 2563 / 12:37
    คู่กันใช่มั้ย อวิ๋นอ๋องกับเหมยอิง
    #3,261
    0
  25. #3234 Muk Musa (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 29 มีนาคม 2563 / 18:17
    น้อง!!! ยัง!!! ไม่!!! ตาย!!! โฮกกกกกก
    #3,234
    0