พระสนมสองหน้า [Yaoi]

ตอนที่ 13 : 11 - สวมหน้ากาก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 21,265
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,684 ครั้ง
    28 มี.ค. 63

พระสนมสองหน้า [Yaoi]

11 – สวมหน้ากาก

 


“นั่นคือนับตั้งแต่วันนี้จะไม่มีแพทย์หลวงหลิวซีหลง แต่จะมีเพียงพระสนมหลิวเหมยอิงเท่านั้น”


สองประโยคเปรียบดั่งสายฟ้าฟาดผ่ากลางศีรษะ ท่ามกลางยามราตรีมืดที่เหมือนฝันร้าย กายสูงที่คุกคามเขาอยู่และฝ่ามือที่ฉีกกระชากอาภรณ์ซึ่งเปรียบเหมือนเป็นชีวิตของเขากลับตอกย้ำว่ามิได้ฝันไป


ตัวตนของอวิ๋นอ๋องทำให้เขาหายใจไม่ออก ทว่าริมฝีปากของซีหลงยังฝืนเอ่ยคำราวกระซิบ


“...หรือนี่จะเป็นแผนของท่านแต่แรก?”


ลมหายใจของอวิ๋นอ๋องหลี่ลู่เฉิงรดรินอยู่ข้างหู แม้ไม่เห็นใบหน้าอีกฝ่าชัดเจนทว่าซีหลงสัมผัสได้ว่าอวิ๋นอ๋องกำลังยิ้ม ก่อนที่ร่างสูงจะค่อยๆ ผละออกจากตัวเขา ยามตาสบประสาน ดวงหน้ากร้านโลกนั้นไม่มีรอยยิ้ม


ข้าหรือจะกล้าแตะต้องพระสนมของเสด็จพี่ ดูท่าเจ้าจะมิเคยฟังที่ผู้อื่นเลย”


ซีหลงเคยคิดว่าตนเองก็พออ่านสีหน้าของผู้อื่นได้บ้าง ทว่ากับอวิ๋นอ๋อง ดูเหมือนเขาจะไม่อาจคาดเดาสิ่งใดได้เลย


แต่ในสถานการณ์จนตรอกเช่นนี้ เขาจำต้องทำตามที่คนผู้นี้เท่านั้นถึงจะสามารถช่วยเหลือเหมยอิงได้


“เช่นนั้น หมายความว่าข้า...”


“คืนเดือนมืด ขบวนรถม้าของพระสนมหลิวเหม่ยเหรินเดินทางผ่านเขตจงหนานเพื่อไปเยี่ยมบิดา กลับถูกโจรป่าลอบทำร้าย โชคดีที่พระสนมปลอดภัย แต่โชคร้ายที่ผู้คนในขบวนตายไปห้าคน หนึ่งในนั้นคือแพทย์หลวงหลิวซีหลง  พี่ชายแท้ๆ ของพระสนม ทำให้ต้องนำศพกลับไปฝังที่บ้านเกิด”


อวิ๋นอ๋องเอ่ยราวกับบรรยายว่าวันนี้จะกินอะไร ซีหลงทำได้เพียงกำหมัดแน่น ความกลัวเริ่มแปรเป็นกรุ่นโกรธ


“แล้วจะหาศพข้าจากที่ใด?”


“มู่หลัน”


หนึ่งในเหล่าคนอาภรณ์ชุดดำประสานมือก้าวออกมา อวิ๋นอ๋องพยักเพยิดหนึ่งที นางจึงดึงผ้าปิดหน้าลง


มู่หลันนับว่าเป็นสตรีงามผู้หนึ่ง เครื่องหน้ามิได้โดดเด่นฉูดฉาด ทว่านางมีนัยน์ตาที่ดูเฉลียวฉลาดและแฝงด้วยแววลึกลับอันตรายซึ่งสามารถทำให้บุรุษสงบปากสงบคำได้โดยง่าย


“นางมีสมญาว่า สือซว่านปรภพฝีมือทางการยุทธ์นางนับว่าแทบจะม่เป็นรองผู้ใดในบรรดาคนของข้า ทว่าสิ่งที่นางทำได้ดีที่สุด คือ วิชาแปลงศพ ขอเพียงมีศพที่รูปร่างใกล้เคียงกัน ย่อมสามารถเปลี่ยนเป็นอีกคน”


            สือซว่านสีแดงดั่งโลหิตคือดอกไม้ที่เบ่งบานอยู่ยังแม่น้ำปรภพ เหมาะสมกับนางยิ่งกว่าดอกมู่หลันนัก


            ซีหลงเคยได้ยินศาสตร์มืดเร้นลับเหล่านี้มาบ้าง ในฐานะที่ศึกษาวิชาแพทย์ บรรดาอาจารย์ทั้งหลายต่างจงเกลียดจงชังและดูถูกว่าศาสตร์เช่นนี้โสมมอัปรีย์ยิ่งนัก ในอดีตตัวเขานั้นอยากรู้อยากเห็นจึงลักลอบอ่านตำราเล่มหนึ่ง นั่นเองที่เป็นสาเหตุให้เขาได้รับโทษให้คุกเข่านานที่สุดในชีวิต


            “นางทำได้จริงหรือ”


            “ได้หรือไม่ได้ ท่านจะได้เห็นเอง” มู่หลันตอบยิ้มๆ ซีหลงกลับรู้สึกถึงแววท้าทายและรังสีคุกคามไม่แพ้เป็นนาย


            “จากนี้เจ้าจำต้องแปลงเป็นพระสนมหลิว ครั้งนี้ด้วยฝีมือนาง เจ้าจะเหมือนน้องสาวยิ่งกว่าครั้งไหนๆ”


            อวิ๋นอ๋องยิ้มอย่างพอใจในที่สุด


            “และยังมีอีกสิ่ง ท่านจำต้องดื่มน้ำแกงชนิดหนึ่งเพื่อให้มีน้ำเสียงอ่อนหวานและบำรุงความงามให้ยิ่งสมเป็นสตรี”


            มู่หลันเอ่ย ซีหลงขมวดคิ้วแน่น เอ่ยถามทันที “น้ำแกงอะไร”


            “เป็นสูตรลับที่ข้าร่ำเรียนมา ไม่อาจบอกท่าน”


            เห็นท่าทีหวาดระแวงของเขา อวิ๋นอ๋องจึงว่าขึ้น “ข้าไม่ให้นางวางยาพิษเจ้าหรอก จะนำเข็มเงินจุ่มหรือทดสอบอย่างไรก็ย่อมได้”


            ต่อให้อวิ๋นอ๋องต้องการจะวางยาพิษเขาจริง สถานการณ์บีบคั้นเช่นนี้ซีหลงจะไม่ดื่มได้หรือ


            อีกทั้งให้ผู้แปลงศพมาแปลงโฉมให้เขา เป็นมงคลมากกว่านี้คงไม่มีอีกแล้ว

 



            ขบวนรถม้าของพระสนมหลิวเหม่ยเหรินเคลื่อนเข้าสู่เขตเมืองจงหนานและไปถึงยังคฤหาสน์ตระกูลหลิว หน้าประตูไม้สักบานใหญ่เหล่าคนหน้าคุ้นตาทั้งบุรุษสตรีกำลังคุกเข่ารออยู่


            วันที่เขากับอาจารย์มาถึงยังมีเพียงมารดาและบ่าวไพร่คอยต้อนรับ วันนี้กลับมีผู้คนละลานตา


            พระสนมหลิวตัวปลอมก้าวลงจากรถม้าโดยมีมู่หลันซึ่งบัดนี้แต่งตัวเป็นนางกำนัลคอยพยุง


            “คำนับพระสนม!


            ท่านอารองของเขารีบนำทุกคนคุกเข่าคำนับ ซีหลงมิได้พบปะติดต่อธุระกับผู้คนในตระกูลหลิว เขาเพียงพยักหน้าแล้วยิ้มอ่อนล้า กวาดสายตามองใบหน้าต่างๆ ก่อนหยุดที่ดวงหน้าของมารดาตน นางกำลังก้มหน้าปาดน้ำตาอยู่ มิได้เงยหน้าขึ้นมองหน้าเขา กระนั้นซีหลงยังอดรู้สึกละอายใจระคนร้อนตัวไม่ได้


            “ทุกๆ ท่านรีบลุกขึ้นเถิด มิจำเป็นต้องมาคุกเข่าคำนับข้า”


            “เป็นพระสนมที่เมตตายิ่งนัก พวกเจ้ารีบไปเตรียมน้ำชาเร็ว!


            ปฏิกิริยาของคนตระกูลหลิวต่อเหมยอิงไม่ได้ต่างจากที่ซีหลงคาดการณ์นัก และดูเหมือนว่าฝีมือแปลงโฉมของมู่หลันจะมิใช่เพียงคำล้อเล่น เพราะมิมีผู้ใดเอะใจว่าเขามิใช่เหมยอิง กระทั่งมารดาเขาเองยังมิได้ติดใจสงสัย


            ซีหลงสั่งให้นำโอสถซึ่งต้มจากสมุนไพรเจ็ดชนิดที่มีโสมพันปีล้ำค่าจากเอ้อร์หนาฮองเฮาเป็นส่วนประกอบให้บิดาดื่ม เมื่อป้อนยาจนหมด อาการทุรนทุรายก็ค่อยบรรเทา แม้ยังมีไข้สูงทว่ามิได้พร่ำเพ้อเลอะเลือน เลือดที่ออกยังเจ็ดทวารก็หยุด


            ตัวเขาเป็นหมอ ย่อมอยากจะวัดชีพจรบิดาเองใจจะขาด ทว่าทำได้เพียงกำมือแล้วมองแพทย์ฝีมือดีผู้หนึ่งที่อวิ๋นอ๋องหามาจัดการแทน รอจนฝังเข็มเรียบร้อยและได้รับรายงานว่าอาการสงบลงชั่วคราวจึงค่อยถอนใจแทบหมดปอด


            บิดาเขาเองก็ดวงแข็งไม่น้อย คนเลวมักตายยากท่าจะจริง


            บ้านตระกูลหลิวได้จัดงานเลี้ยงต้อนรับเหมยอิง ทั้งอาหารจัดเลี้ยงอย่างโอ่อ่าและมีการแสดงร้องรำ ทว่าทันทีที่พระสนมตัวปลอมก้าวเข้าไปนั่งยังบัลลังก์เอกก็ยกมือขึ้นโบกให้เหล่านางรำและนักดนตรีออกไป เอ่ยเสียงเรียบ


            “บิดายังป่วยไข้เช่นนี้ ท่านยังมีจิตใจจัดงานเลี้ยงหรือ”


            อารองหลิวหน้าซีด ไม่อาจห้ามสายตาตัวเองที่รีบกลอกไปยังบรรดาผู้สมรู้ร่วมคิดอีกสองสามคน ก่อนจะรีบคุกเข่า


“พระสนมโปรดอย่ากริ้ว อารองเพียงเห็นท่านเหน็ดเหนื่อยทุกข์ใจ อยากให้ได้ผ่อนคลายบ้างก็เท่านั้น มิได้มีเจตนาล่วงเกินพี่ใหญ่เลย!


“ข้าเองมิได้ตั้งใจจะตำหนิท่าน เพียงเห็นว่าไม่จำเป็นต้องขัดธรรมเนียมเพื่อเอาอกเอาใจข้ามากไปก็เท่านั้น”


“ต้องให้พระสนมสั่งสอน ตัวข้าแก่เพียงเพราะอยู่นานนั้นช่างน่าละอายเหลือเกิน” อารองของเขาทำท่าจะโขกศีรษะ ซีหลงจึงยกมือห้ามขึ้นอีก รู้สึกรำคาญลูกตาเกินทานทน


คนผู้นี้แต่ไหนแต่ไรก็หวังจะขึ้นเป็นหัวหน้าตระกูลหลิวแทนบิดาของเขามานาน แม้จะกลิ้งกลอกมากเล่ห์แต่กลับมิได้มีความกล้าได้กล้าเสียเท่าใด บัดนี้เหมยอิงซึ่งเป็นธิดาของพี่ชายกลายเป็นพระสนมคนโปรด จะชอบหรือไม่ ยังไงก็ไม่กล้าขัดใจ


“ข้าซาบซึ้งยิ่งนักที่พวกท่านทั้งหลายมาต้อนรับข้าเป็นอย่างดี ทว่าที่ข้าสามารถออกจากวังได้เป็นเพราะขอพระราชทานอนุญาตว่าจะมาเยี่ยมบิดาที่กำลังป่วยหนัก ดังนั้นไม่ขอรบกวนรั้งตัวพวกท่านไว้แล้ว”


            หลังจากเหล่าเครือญาติตระกูลหลิวกลับออกไปแล้ว ในห้องจึงเหลือเพียงหลิวฮูหยินเท่านั้น ซีหลงดึงให้นางมานั่งเคียงข้างกันบนตั่งโต๊ะแกะสลักรูปหงส์และนกกระเรียนฝังด้วยทองคำและหยกขาวอย่างดี


            “...ไม่เห็นเจ้านานเหลือเกิน”


            สัมผัสอ่อนโยนแตะยังข้างแก้ม ดวงตาคลอด้วยม่านน้ำทำให้หัวใจของซีหลงยิ่งรวดร้าวในใจ เปิดรอยยิ้มอ่อนล้า


            “เหมยอิงคิดถึงท่านแม่เหลือเกิน”


            “แม่เองก็คิดเจ้าเช่นกัน แล้วเหตุใดพี่ชายเจ้าถึงไม่มาด้วยเล่า”


            เห็นรอยอิดโรยอ่อนล้าและร่างที่ซูบผอมลงของมารดา เขารู้ว่าจะช้าจะเร็วก็ต้องเอ่ยถึงความตายของตน ศพที่ปลอมแปลงก็ถูกนำมาแล้ว แต่บัดนี้ลำคอของเขาเหมือนมีก้อนจุกตัน แต่ละคำที่เอ่ยออกมาช่างยากลำบาก


“พี่ซีหลง... ติดธุระที่วังหลวง ไม่อาจมาด้วยได้ แต่พี่ซีหลงได้ฝากความคิดถึงมาถึงท่าน ทั้งยังเอ่ยขออภัยในสิ่งที่ผ่านมา ขอให้ท่านแม่ให้อภัยที่เขาเป็นลูกอกตัญญู”


หลิวฮูหยินเม้มปาก น้ำตาที่คล้ายจะเหือดแห้งแล้วหลั่งไหลลงมาใหม่ มือผอมบางยกผ้าเช็ดหน้าขึ้นซับ


“แม่ยังรู้สึกผิดต่อเจ้าและพี่ชายอยู่เสมอ หากวันนั้นไม่ดึงดันให้เจ้าเข้าวัง ไหนเลยเรื่องจะบานปลายเช่นนี้ ยิ่งเจ้ากลายเป็นที่โปรดปราน ยิ่งไม่อาจหลีกเลี่ยงผู้คนคิดร้ายได้ แม่หรือจะไม่รู้ว่าเรื่องที่เกิดขึ้นกับพ่อเจ้าไม่ใช่เรื่องบังเอิญ”


“ท่านแม่...”


หลิวฮูหยินเอื้อมมือมากอดเขา


“ขอบคุณเจ้าที่นำยามารักษาบิดา ทว่าช่วงนี้แม่ฝันร้ายบ่อยนัก ฝันว่ามียักษ์มารมาช่วงชิงดวงตาไปข้างหนึ่ง เห็นเจ้ายังปลอดภัยก็ดีแล้ว แต่พี่ชายเจ้า เขาคอยแต่จะปกป้องคนอื่นจนมิได้ปกป้องตนเอง... อย่างลืมบอกหลงเอ๋อร์ให้ระวังให้มาก แม่เองแม้ไม่ใช่แม่ที่ดีนัก ทว่าก็รักพวกเจ้าสองคนไม่น้อยกว่าผู้ใด”


“...”


แพขนตาหนากะพริบปิด น้ำตาหนึ่งหยดไหลลงบนแก้ม


หลิวซีหลงเป็นบุรุษอกสามศอก นานมาแล้วเคยตั้งปณิธานว่าจะไม่ร้องไห้ แต่บัดนี้อยู่ในอาภรณ์พระสนม เช่นนั้นจะร้องไห้ก็คงไม่นับกระมัง


“แล้วดูสิ เมื่อครู่ยามเจ้าตำหนิอารองจนแทบจะไม่เหลือเค้าเหมยอิงขี้แยคนเดิม แม่ยังคิดว่าเป็นซีหลงแกล้งแต่งตัวเป็นสตรีมา ที่ผ่านมาวังหลังคงเคี่ยวกรำเจ้าไม่น้อย”


คนเป็นมารดาอย่างไรก็คือผู้ให้กำเนิด ซีหลงยกหลังมือปาดน้ำตาลวกๆ ก่อนผละออก จ้องใบหน้าที่แม้ล่วงวัยสาวไปแล้วก็ยังคงเค้าความงามอยู่


“ต่อไปไม่ว่ามีสิ่งใดเกิดขึ้น ท่านเองก็ต้องเข้มแข็ง สัญญากับข้าว่าจะไม่โศกเศร้าจนทำร้ายตนเอง ท่านร้องไห้ได้ ท่านโกรธแค้นเสียใจได้ ทว่ามิควรจมปลักอยู่กับเรื่องเศร้าหมองจนเกินไป มิเช่นงั้นข้าและพี่ซีหลงจะไม่มีวันสงบใจได้เลย”


“ลูกข้าทั้งสองคนเข้มแข็ง คนเป็นแม่จะไม่พยายามเข้มแข็งได้อย่างไร”


“เช่นนั้นก็ดีแล้ว ตระกูลหลิวยังต้องการพวกท่าน”


แม้ตัวเขาอยากใช้เวลาสนทนากับมารดาทั้งคืน แต่ก็ไม่อาจเสี่ยงให้ความตายได้ จึงผละออกมาก่อน มู่หลันรออยู่ในสวนกว้างซึ่งบัดนี้ไม่มีผู้ใด


“ตามข้อตกลง ข้ายังสามารถเปิดเผยความลับและนำสาวใช้ที่สนิทที่สุดเข้าวังได้สองคนใช่หรือไม่”         


“เป็นเช่นนั้น”


“ทำไม” ซีหลงมองดอกเหมยสีขาวที่พัดพลิ้วไปในลมยามค่ำ เหมือนดั่งเกล็ดหิมะยามปลายเหมันต์ไม่ผิด


“ท่านอ๋องไม่อยากให้ท่านไม่สบายใจ หรือรู้สึกว่าถูกจับตามองมากเกินไป” ซีหลงกลอกตาหนึ่งรอบก่อนกระตุกยิ้มมุมปากหนึ่งที


“แสดงว่าเจ้าเพียงคนเดียวก็เพียงพอที่จะจับตาดูข้า ต่อให้มีคนของข้าอยู่ด้วยสิ่งนั้นก็ไม่เปลี่ยนแปลง”


มู่หลันเพียงยิ้มกลับทว่าไม่ตอบคำ หากเป็นปกติได้อยู่ใกล้สาวงามเพียงนี้ซีหลงมีหรือจะไม่เอ่ยปากเกี้ยวสักหนึ่งหรือสองคำ ทว่านางช่างมีดวงข่มเขาเสียจริง


“ท่านไม่บอกเรื่องศพจะดีหรือ”


“มารดาข้ามิได้มีจิตใจเข้มแข็งนัก ข้าจะบอกให้บ่าวไพร่จัดการศพก่อนลับๆ เมื่อบิดาอาการดีขึ้นแล้วจึงค่อยบอกพร้อมกัน เพราะดูแล้วสถานการณ์ของตระกูลหลิวยังจำเป็นต้องมีพวกเขาไม่คนใดก็คนหนึ่ง”


“ท่านช่างรอบคอบนัก”


“ไม่เท่าอวิ๋นอ๋องกระมัง”


“แน่แล้ว” มู่หลันเอ่ยตอบทันควัน


“เจ้านี่ไม่น่ารักสักนิด” ซีหลงสบถอุบ ใช้รองเท้าเตะกรวดหินบนพื้นเบาๆ


“มิเคยมีผู้ใดชมว่าข้าน่ารัก ผิดกับท่านที่บุรุษมักเชยชม ดังนั้นท่านก็เอ่ยถูกอีกแล้ว”


อวิ๋นอ๋องก็ช่างสรรหาแม่นางมาปั่นประสาทเขานัก!


ซีหลงไม่อยากต่อปากต่อคำต่อจึงเปลี่ยนเรื่อง “สตรีรับใช้ที่ข้าเลือกมีสองคน นั่นคือแม่นมของข้ากับหลานสาวของนาง หลังจากข้าออกจากบ้านพวกนางก็ย้ายไปพำนักอยู่วัดปฏิธรรม”


“คนอยากบรรลุธรรมคงไม่เหมาะกับชีวิตในวังกระมัง”


“ข้าเพียงแต่หวังว่าพวกนางจะมีพลังหยางมากพอมาขัดกับพลังหยินของเจ้าก็เท่านั้น”


มู่หลันหัวเราะออกมาในที่สุด เสียงหัวเราะของนางแผ่วเบาแต่แฝงด้วความทระนง “ต่อจากนี้ข้ามีหน้าที่เพียงแต่งหน้าทำผมให้ท่าน ปรนนิบัติท่านเหมือนนางกำนัล ท่านไม่ต้องกังวลจนเกินไป”

 

 

---50%---


 

            สายตาคู่หนึ่งเฝ้ามองขบวนรถม้าเบื้องล่างกำลังเคลื่อนไปตามทาง กลับจากจงหนานสู่นครหลวงต้าหลาง จนเมื่อผ่านหุบเขาและลัดเลาะแม่น้ำอย่างปลอดภัย บุรุษผู้ควบขี่อาชาก็กระตุกบังเหียนเปลี่ยนทิศทางของฝีเท้าม้าไปอีกทาง


            ด้วยความชำนาญทำให้ใช้เวลาเพียงไม่นานก็ไต่ผ่านหุบเข้าไปถึงถ้ำธรรมชาติแห่งหนึ่ง ภายนอกอาจเหมือนถ้ำตันตื้นธรรมดา ว่าหากสังเกตให้ดีจะพบกลไกให้ขยับประตูกลผ่านหินผาเข้าไป


            ภายในถ้ำกว้างใหญ่ โพรงถ้ำแต่ละถ้ำแบ่งออกกลายเป็นห้องหับต่างๆ ซึ่งมีม่านและฉากบังกั้นไว้ ด้วยคบเพลิงและถ่านหินทำให้ไม่เย็นชื้นจนเกินไป เครื่องเรือนที่วางอยู่เหมาะแก่การใช้งานมากกว่าตกแต่ง


            อู๋หนิงเหอใช้มือข้างหนึ่งปัดม่านลูกปัด ก้มตัวลงแล้วก้าวเข้าไปในห้อง สายตาไปหยุดลงร่างสตรีบนเตียง


            “นางตายแล้ว?”


            “ใช่” อวิ๋นอ๋องหลี่ลู่เฉิงเอ่ยเรียบๆ เบี่ยงร่างหลบไปยืนข้างเตียง


            หัวหน้าราชองครักษ์ขมวดคิ้วแน่นก่อนที่เข้าไปตรวจลมหายใจ ดวงตาและชีพจรของร่างนั้น แม้ตัวเขาไม่ใช่แพทย์ ทว่าสตรีซีดเซียวผู้มีริมฝีปากสีเขียวคล้ำเบื้องหน้านั้นไร้สัญญาณของการมีชีวิตจริงๆ


            รอยเชือกเล็กแดงเถือกปรากฏอยู่ยังต้นคอ หนิงเหอจ้องมองพระสนมหลิวเหม่ยเหรินอีกคราก่อนโบกมือให้คนเข้ามาตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง


            “พระสนมหลิวสิ้นแล้วจริงๆ ขอรับ”


            หนิงเหอจ้องมองนางแล้วพยักหน้าให้คนออกไป เหลือเพียงเขาและอวิ๋นอ๋อง


            “มิใช่ฝีมือแปลงศพของคนของท่านใช่หรือไม่”


            อวิ๋นอ๋องยิ้มน้อยๆ “เจ้าดูด้วยตาตัวเองแล้ว ให้คนตรวจซ้ำก็แล้ว คิดเห็นอย่างไรย่อมแล้วแต่เจ้า”


            หนิงเหอหรี่ตา “ท่านไม่ได้บอกพี่ชายนางกระมัง?”


            “แน่นอน”


            “เช่นนั้นข้าจะเป็นผู้รับศพนางกลับไป”


            “เดิมเรื่องเหล่านี้ข้าเป็นผู้จัดการมาตลอด หรือว่าครั้งนี้ฝ่าบาททรงมีรับสั่งมาเป็นพิเศษ?”


            บุรุษผู้อ่อนเยาว์กว่าใช้ลิ้นดุนกระพุงแก้ม มีสีหน้ารำคาญใจแวบหนึ่ง ก่อนเอ่ยช้าๆ “ไม่ได้รับสั่งสิ่งใด เอาเถอะ ท่านจะจัดการอย่างไรก็ตามใจ ข้าขอตัว”


            หัวหน้าราชองครักษ์ประสานมือคำนับอวิ๋นอ๋องก่อนที่จะหันหลังจากไป ทว่ายามเมื่อชายอาภรณ์กำลังจะพ้นห้อง อวิ๋นอ๋องก็เอ่ยขึ้น


            “ฝ่าบาทจะหลอกให้หลิวซีหลงผู้นั้นพยายามต่อสู้ดิ้นรนเพื่อช่วยเหลือน้องสาวที่ตายไปแล้วอย่างนั้นหรือ”


            หนิงเหอชะงักฝีเท้า กะพริบตาช้าๆ ก่อนยิ้มน้อยๆ ดวงตาคล้ายไม่มีความรู้สึก


“ท่านก็ลองเดาใจฝ่าบาทดู”


            “ไม่โหดเหี้ยมไปหน่อยหรือ อย่างไรพวกเขาสองพี่น้องก็เป็นผู้บริสุทธิ์”


            หนิงเหอหัวเราะออกมา ก่อนส่ายหน้า “หากท่านเห็นพวกเขาบริสุทธิ์นัก คงมิบอกฝ่าบาทเรื่องแผนการสลับตัวพระสนมในวันข้ามปีที่ท่านได้ยินจากเหลาสุราตั้งแต่แรกกระมัง?”


 


            “ต้อนรับพระสนมหลิวกลับสู่ตำหนักผิงอันเจ้าค่ะ”


            เสียงประสานของบรรดานางกำนัลและขันทีที่ยืนเรียงแถวย่อตัวต้อนรับดังขึ้น ดึงซีหลงที่ตกอยู่ภวังค์ความคิดให้ออกมาเผชิญหน้าความจริง


หลิวซีหลงเคยมาตำหนักผิงอันก็หลายคราว แต่ละคราวยิ่งสัมผัสได้ถึงความหรูหราเจิดจ้าที่เพิ่มขึ้นทุกที เขาก้าวเข้าไปยังเอนตัวนั่งบนเก้าอี้ไม้จันทร์ซึ่งปูด้วยผ้าขนสัตว์นุ่มจากแดนทะเลทราย จำไม่ได้ว่ามีสิ่งนี้อยู่ในตำหนักเหมยอิงด้วย พอนั่งทับแล้วรู้สึกเหมือนกับก้นสัมผัสปุยเมฆอย่างไรอย่างนั้น


ซีหลงกวาดสายตามองเหล่านางกำนัลขันทีที่ก้มหน้า สะอื้นไห้แล้วยกผ้าเช็ดหน้าขึ้นซับน้ำตา


“ฮึก ที่ข้าสวมชุดไว้ทุกข์มิใช่เพราะบิดาสิ้น ทว่าระหว่างทางกลับมาขบวนได้ถูกคนลอบทำร้าย พี่ซีหลงสิ้นแล้ว อย่างไรก็จัดตำหนักไว้ทุกข์ให้ตามธรรมเนียม”


“ขอแสดงความเสียใจด้วยเจ้าค่ะ!


สีหน้าตกใจปรากฏบนดวงหน้าเหล่านั้น ก่อนจะกลายเป็นโศกศัลย์ บางคนถึงกับน้ำตาไหลออกมาทันที ซีหลงอดรู้สึกดีใจอย่างผิดที่ผิดทางไม่ได้


อย่างไรเขาก็เคยมีบุญคุณกับคนเหล่านี้ แต่ละคนคงไม่คิดว่าแพทย์หลวงหนุ่มแน่นคนหนึ่งจะอายุสั้นกระมัง


ซีหลงสะอื้นอีกสองครั้ง รีดน้ำตาออกมาได้จากพิมเสนที่ป้ายไว้กับผ้าเช็ดหน้าจนตาแดง เอ่ยเสียงเครือ


“ข้ากลับไปบ้านคราวนี้ได้ขอให้ท่านแม่นมนาม ซือซือและหลานสาวของนางนาม ซือเย่ ติดตามเข้าวังมาด้วย ทั้งสองต่างดูแลข้าเป็นอย่างดีมาตั้งแต่ยังเล็ก แม้ยามนี้จะยังใหม่กับวังหลวง ก็ขอให้พวกเจ้าทั้งหลายให้เกียรติพวกนางและแนะนำสิ่งต่างๆ ในวังหลวงให้ด้วย”


“เจ้าค่ะพระสนม”


“อ้อ มีอีกนาง” ซีหลงเหลือบมองมู่หลันซึ่งย่อคำนับงดงาม “นี่คือแม่นางมู่หลัน เป็นนางกำนัลที่อวิ๋นอ๋องพระราชทานให้ข้า อย่างไรก็คงรู้งานเป็นอย่างดีอยู่แล้ว นางเอ่ยสิ่งใดพวกเจ้าก็เชื่อฟังแล้วกัน”


จากนั้นพระสนมกำมะลอก็โบกมือให้ผู้คนออกไป เหลือเพียงป้าหลานสกุลซือและมู่หลัน


“ต่อให้เจ้าเป็นคนของอวิ๋นอ๋อง ไม่สิ ต่อให้เป็นดอกไม้นรกมาจากไหนก็อย่างได้คิดรังแกคุณหนูของเรา!


เมื่อครู่ยังยืนสงบเสงี่ยมกันดีๆ พอลับสายตาผู้คน แม่นางซือเย่ที่รุ่นราวคราวเดียวกับซีหลงกลับถลึงตาใส่มู่หลัน ซือซือผู้เป็นป้าจึงตีแขนนางเข้าให้ดังเพี๊ยะ


“โอ๊ย ท่านป้า ตีข้าทำไมเล่า”


“ที่ไปปฏิบัติธรรมมาไม่ช่วยกล่อมเกลาจิตใจเจ้าเลยหรือไร แม่นางมู่หลันอย่าได้ถือสานางเลย”


“เอ๊ะ” ซือเย่ร้อง “ใครกันเมื่อก่อนสั่งสอนคุณหนูให้สู้คน ใครตบเราหนึ่งครั้ง เราต้องตบมันคืนสองครั้ง ใช่หรือไม่คุณหนู”


ซีหลงที่รู้สึกตึงเครียดมาตลอดในช่วงหลายวันนี้ค่อยยิ้มออกมาได้ แม้ดวงตาจะแสบจนน้ำตาไหลไม่หยุดก็ตาม


“นั่นสิ มิคาดว่าท่านป้าซือจะซึ้งรสพระธรรมปานนั้น ข้าไปลากท่านออกมาก็นับว่าบาปหนักแล้ว”


            “โถ คุณหนูของป้า อย่าได้พูดอย่างนั้นเลย ตั้งแต่คุณหนูทั้งสองออกจากบ้าน เราป้าหลานก็ไม่รู้จะอยู่รับใช้ผู้ใดในบ้านตระกูลหลิว บัดนี้ได้มีโอกาสรับใช้อีกครั้ง ย่อมยินดีติดตามไปตลอดชีวิต”


            “ท่านก็พูดเกินไป ข้าต้องการคนคุยคลายเครียดมิให้อึดอัดตายก็แค่นั้น หากมีงานเสี่ยงๆ ข้าจะให้มู่หลันทำทั้งหมดนั่นแหละ ส่วนพวกท่านก็อยู่เฉยๆ”


            ซีหลงว่าพลางยักคิ้วให้มู่หลัน นางเลิกคิ้วยิ้มรับ “เจ้าค่ะ”


ที่เขาเลือกป้าซือและซือเย่เป็นเพราะว่านอกจากจะเป็นงานเป็นการแล้ว ทั้งสองยังรู้ว่าเวลาใดควรพูดสิ่งใด


แม้คฤหาสน์ตระกูลหลิวมิได้มีการแก่งแย่งเท่าวังหลวง ทว่าก็ต้องมีศิลปะในการต่อสู้แย่งชิงอยู่ไม่น้อย การที่เขาเติบโตมาแข็งกร้าวปานนี้ก็เพราะมีคนหนุนหลัง มิหนำซ้ำทั้งสองยังเป็นคนที่เขาเชื่อใจที่สุดรองจากเหมยอิงว่าจะไม่ทรยศเขาเป็นอันขาด


            “ช่วงนี้พวกท่านก็ญาติดีกับนางหน่อย เพราะกฎระเบียบในวังซับซ้อน อย่างไรพวกท่านก็ต้องเรียนรู้จากนาง”


            ซีหลงเอ่ยจบ หัวหน้าขันทีชราผู้เป็นขันทีส่วนพระองค์ก็ได้มาเยือน พร้อมแจ้งว่าคืนนี้องค์จักรพรรดิจะมาพำนักที่ตำหนักผิงอัน


ซีหลงคุกเข่าเอ่ยรับพระราชโองการ แม้จะรู้สึกอยากจะวิ่งไปเอาศีรษะโขกเสาเพียงใดกลับทำได้เพียงยิ้มน้อยๆ ทั้งที่รอยคราบน้ำตายังเปรอะเปื้อน จางกงกงมองเขาด้วยสีหน้าเห็นใจ ทอดถอนใจยาว


            “ข้าทราบเรื่องที่เกิดขึ้นยามพระสนมหลิวกลับไปเยี่ยมบิดาแล้ว มิคาดจะต้องสูญเสียใต้เท้าหลิวไปแทน ใต้เท้าหลิวเป็นแพทย์หลวงมากความสามารถ แผ่นดินก็สูญเสียผู้ปราดเปรื่องไปอีกคน ขอแสดงความเสียใจด้วย”


            “ขอบคุณจางกงกง...” ซีหลงหลับตา น้ำตาไหลพรากลงมาอีก สองมือของเขากำแน่น แอบลอบสังเกตสีหน้าอีกฝ่ายเมื่อเอ่ย


“ข้าเพียงหวังว่าเรื่องนี้จะต้องมีผู้รับผิดชอบ”


            “แน่แล้ว สวรรค์ต้องให้ความเป็นธรรมกับท่านแน่นอน พระสนมอย่าได้โศกเศร้าจนเสียสุขภาพไป”


            จางกงกงผู้นี้ไม่เผยพิรุธสักนิด เว้นแต่ก็เพียงว่าคงไม่ได้เสียใจกับเขาอย่างจริงใจแน่นอน


            หัวหน้าขันทีเฒ่าออกไป ซีหลงก็ยืดตัวยืนขึ้น นวดยังสันจมูก “จางกงกงเป็นคนของใคร”


            “คนผู้นี้รับใช้ตนเอง ยามว่านฮองไทเฮากับพระอัครเทวีเฉินกุ้ยเฟยมีอำนาจ เขาก็ก้มหัวให้ มิกล้าขัดใจพวกนาง” มู่หลันตอบ “และอย่างที่เห็น เมื่อฝ่าบาทกลับมา เขาก็รับใช้ไม่ขาดตกบกพร่อง กระนั้นนกสองหัวผู้นี้ก็ไม่กล้าเล่นงานว่านฮองเฮาอย่างออกนอกหน้านัก ด้วยเพราะเขาเองก็เป็นคนมาจากแคว้นเสียนซู”


            “คนมาจากเสียนซู...” ซีหลงจดข้อมูลเอาไว้ในศีรษะ “งั้นก็ไม่แน่ว่าเกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้นหรือไม่”


            พระสนมตัวปลอมยกมือขึ้นนวดยังสันจมูก นั่งเอ้อระเหยสักพักแล้วป้าซือจึงเตือนขึ้น


            “คุณหนูต้องไปอาบแต่งตัวแล้วกระมังเจ้าคะ”


            “อา” ซีหลงคำรามออกมาอย่างเสียมิได้ “ทว่าเป็นตายอย่างไรข้าก็อาบน้ำแต่ผู้เดียว พวกเจ้ามาช่วยแต่งตัวทีหลังแล้วกัน!

 



            ห้องอาบน้ำในตำหนักผิงอันเองก็ได้รับการบูรณะต่อเติม กลายเป็นมีทั้งบ่อน้ำและน้ำตกจำลองขนาดย่อมอยู่ภายใน


            ซีหลงมิได้มีอารมณ์สุนทรีย์นักจึงแช่ตัวพักเดียวก็ขึ้นมา ก่อนจะสวมอาภรณ์ชั้นในเอาไว้แล้วก้าวออกไปเบื้องนอก


            ป้าซือกับซือเย่ต้องไปเรียนรู้งานกับผู้อื่นก่อน หน้าที่แต่งหน้าแต่งตัวจึงเป็นมู่หลัน


            “ขอให้ท่านเปิดคอเสื้อหน่อย”


            ซีหลงขมวดคิ้ว แต่ก็ทำตามโดยดี เหลือบมองพู่กันและสีแดงเฉดต่างๆ ซึ่งนางผสมขึ้นเองอย่างสงสัย ทั้งบนโต๊ะเครื่องแป้งยังมีเชือกเส้นบางอยู่เส้นหนึ่งท่ามกลางเครื่องประดับและเครื่องประทินโฉม


            “นี่คือ...”


            “ข้าจำต้องตกแต่งรอยเชือกบนคอท่าน ตั้งแต่เมื่อวานท่านสวมเสื้อปกปิดยังต้นคอจึงมิได้คิดแต่ง แต่อยู่ในวังท่านอาจต้องเปิดเผยร่องรอยบ้างเพื่อให้คนอื่นไม่สงสัยการตายของพี่ชายท่านกับการที่ท่านรอดกลับมาได้”


            “...อ้อ”


            ปลายพู่กันแตะยังจุดหนึ่ง ทันใดนั้นมือซีหลงก็คว้าหมับยังข้อมือนาง มู่หลันมองหน้าเขาอย่างสงบ


            “เจ้า...”


            ความตระหนักได้ฉายวูบเข้ามาในความคิด ซีหลงรู้สึกว่าตนเองชาวาบตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าเหมือนถูกสาดน้ำเย็นใส่กลางเหมันต์ แรงบีบเพิ่มขึ้นทว่ามิได้แรงจนทำสิ่งใดต่อผู้ฝึกยุทธ์อย่างนาง เขาพยายามบังคับเสียงของตนเองให้ไม่สั่น


            ภาพตรงหน้าของเขาแทบจะกลายเป็นสีแดงฉาน ยามกระซิบแผ่วเบา


            “อวิ๋นอ๋องเป็นผู้พาตัวเหมยอิงไปใช่หรือไม่”


            “เหตุใดท่านจึงเอ่ยเช่นนั้น”


            “เดิมทีแผนให้ข้าเข้าวังมาก็เสี่ยงมากอยู่แล้ว หากฝ่ายใดก็ตามนำตัวเหมยอิงมาเปิดเผย สิ่งที่ทำมาก็เท่ากับว่าจบสิ้น ทว่าเมื่อครู่เจ้าบอกจะต้องทำรอยเชือกบนคอของข้า อวิ๋นอ๋องเป็นคนรอบคอบ ดังนั้นสิ่งที่เป็นไปได้คือไม่มีฝ่ายใดได้ตัวเหมยอิง จึงไม่รู้ความเป็นตายของนาง การที่ข้าปลอมเป็นนางจึงเข้าแผนการล่อผู้ที่ก่อการออกมาพอดี”


            “...”


            “หรืออีกความเป็นไปได้หนึ่งคือนางตายไปแล้ว และศพมิได้อยู่กับผู้ใดที่สามารถนำมาเปิดโปงได้ อวิ๋นอ๋องจึงกล้าให้ข้าสวมบทนาง”


            “...”


            “ตอบข้ามาโดยสัตย์จริงว่าเป็นข้อใด”


            มือของเขาบีบแรงขึ้นเรื่อยๆ จนกระดูกปูดโปนขึ้น มู่หลันเพียงหมุนพลิกฝ่ามือสองครั้งก็หลุดจากพันธนาการ นางจ้องหน้าเขากลับ ยิ้มน้อยๆ


“สมแล้วที่ท่านอ๋องเลือกท่าน”


ซีหลงพยายามหายใจให้ช้าลง “หมายความว่าอย่างไร”


“ท่านควรจะขอบคุณท่านอ๋องด้วยซ้ำที่ช่วยน้องสาวท่านเอาไว้ ผู้ปองร้ายพวกท่านมีมากเพียงใดท่านก็รู้ ทว่าเพื่อความปลอดภัยและมิให้ท่านทำสิ่งใดหุนหันพลันแล่นจึงไม่ได้บอกแก่ท่านก่อน”


“และข้าก็เข้าวังมาโดยไม่อิดออด ช่างโง่เง่าดีจริงๆ”


            “ท่านทำถูกแล้ว มีเพียงวิธีนี้เท่านั้นที่จะช่วยพวกท่านสองพี่น้องและคนตระกูลหลิวได้ น้องสาวท่าน... ไม่เหมาะกับวังแห่งนี้”


            ซีหลงอดไม่ได้ให้ส่งเสียงเฮอะออกมาหนึ่งคำ “องค์จักรพรรดิรู้เรื่องหรือไม่”


            “ท่านไม่พูดจะดีกว่า” มู่หลันเอ่ยช้าๆ ดวงตามีประกายเตือน “ท่านอ๋องมีงานให้ท่านทำในอนาคต ป้ายขุนนางของท่านก็อยู่กับท่านอ๋อง องค์จักรพรรดิไม่เคยไว้ใจท่านมาตั้งแต่ต้น ไว้ท่านพบเขาก็จะรู้ว่าตนเองเป็นเพียงหมากตัวหนึ่งของเขาเช่นกัน”


            “จะกับผู้ใด ข้าก็เป็นได้เพียงหมากเช่นนั้นสิ” ซีหลงหลับตาแล้วปล่อยร่างลงกับเก้าอี้ มองเงาสะท้อนของตน


            “พวกเราต่างก็เป็นหมากบนกระดานของผู้มีอำนาจ” มู่หลันเอ่ยอย่างสงบยามแต้มรอยเชือกสีแดงอย่างบรรจง “เพียงแต่ท่านเลือกได้ว่าจะอยู่ฝั่งผู้ใด”


            “หากเลือกได้จริง ข้าย่อมต้องล้มกระดานแล้วต่อยหน้าพวกเขาพี่น้องคนละที!



           

            โคมแดงจุดสว่างแล้วแขวนไว้หน้าตำหนัก ลวดลายดอกเหมยที่ทำจากกระจกกระเบื้องทำให้สีแดงยิ่งส่องประกายสะท้อนหลายเฉดสีดูงดงามพิสดาร


            ยามปลายเหมันต์หิมะหลอมละลาย พระสนมในอาภรณ์สีขาวไว้ทุกข์พบสบพักตร์กับองค์จักรพรรดิแห่งต้าหลิง


            องค์จักรพรรดิสวมอาภรณ์ลำลอง อาภรณ์เนื้อลื่นสีฟ้าอ่อนทำให้ร่างสูงโปร่งท่ามกลางแสงจันทร์มิได้ดูอันตรายน่าเกรงขามดังยามอาภรณ์มังกรสีเข้มในทุกที


            หัวใจของซีหลงเต้นอย่างบ้าคลั่ง แต่ครั้งนี้เขาบังคับให้ตัวเองไม่เกรงกลัวอีกฝ่าย จ้องสบตาสีดำเข้มนั้น องค์จักรพรรดิสะบัดแขนเสื้อ ก้าวเข้ามาใกล้แล้วดึงร่างเขาเข้าในอ้อมกอด


            กลิ่นกฤษณาหอมเย็นที่หลอกหลอนเขากลับมาแจ่มชัดในมโนสำนึก ทั้งกายสูงใหญ่ที่โอบเขาไว้แทบจมอกกว้าง


            “พบเรื่องเสียใจมามาก คืนนี้ให้ข้าปลอบเจ้าเถอะ”


            น้ำเสียงทุ้มเอ่ยกระซิบข้างหูอย่างอ่อนโยน ซีหลงตกใจอยู่เพียงเสี้ยวแวบหนึ่ง ก่อนจะเอื้อมมือไปกอดอีกฝ่ายแน่น สองมือกำอาภรณ์เนื้อดีจนยับ รู้สึกได้ว่าอีกฝ่ายชะงักไปเพียงชั่วอึดใจก็ยิ่งเหยียดยิ้มซบใบหน้าที่เปื้อนน้ำหูน้ำตาลง พร้อมเอ่ยเสียงคล้ายจะแตกสลาย


            “หม่อมฉันก็คิดถึงฝ่าบาทเหลือเกินเพคะ!


            ก็เอาสิ คิดว่าเล่นละครสวมหน้ากากเป็นคนเดียวเรอะ!

           


 

***

อเนจี้ซีหลงคือโมโหแล้วนะ ฮา

เรื่องนี้จะด่าใครต้องระวังเกมพลิกนะคะ แต่ละคนไม่ธรรมดา

เสี่ยวอ้ายเขียนไปยังอุทานคำหยาบทุกตอน มันอาร๊ายยยยยย 555555



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.684K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

6,561 ความคิดเห็น

  1. #6483 ShXk (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 2 เมษายน 2564 / 14:12
    ก็คือ ถ้าเป็นเราอะนะ รู้ว่าน้องตัวเองตายโดนใช้เป็นหมากชั้นจะร่วมมือกับฝั่งตัวร้ายทำลายพระเอกจ้าถึงตัวตายเเต่ขอแก้เเค้นก่อนตานก็ยังดี
    #6,483
    0
  2. #6332 예뻐요 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 29 มีนาคม 2564 / 05:22
    อห อห อห ตอนอ่านพาร์ทบนๆคือแบบคิดคิดคิดหัวจะระเบิด พอมาตอนกลางๆคือสงสารน้องมาก ครสแบบทำไมทำเหมือนน้องไม่มีชีวิตจิตใจขนาดนี้จะจูงให้ไปทางในแล้วแต่ใจตัวเอง อ่านพาร์ทหลังตอนน้องรู้เรื่องคือมะโหๆๆๆ มันจึกๆๆในใจ
    #6,332
    0
  3. #6328 Ningalone444526 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 28 มีนาคม 2564 / 20:36
    สรุปคือ-ไม่ได้ญาติดีกันเหรอ อ่านกี่รอบก็ยังงง โอ๊ย
    #6,328
    0
  4. #6173 blueeyes111 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2564 / 22:26
    เหม่ยอิงตายจริงดิ แง~เศร้านะ นึกว่านางจะคู่กับอวิ๋นอ๋อง ขอให้ยังไม่ตายนะ // ฝ่าบาทรู้เรื่องแผนสลับตัวนี่รึป่าว แล้วอวิ๋นอ๋องจะให้น้องทำอะไร หวังว่าอวิ๋นอ๋องจะเป็นคนดีจริงๆนะ
    #6,173
    0
  5. #5983 Mooklymbjba (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 3 กันยายน 2563 / 22:47
    สงสารพี่น้องตระกูลหลิวอ่ะ คนน้องโดนฆ่าตายทั้งๆที่ไม่ได้ทำอะไร คนพี่โดนหลอกนู้น นั่น นี่ ถ้าสุดท้ายแล้วซีหลงรู้ความจริงจะเป็นยังไงนะ
    #5,983
    0
  6. #5975 little_fan (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 23 สิงหาคม 2563 / 21:29
    บีบหัวใจแม่น้องหลงเยี่ยงข้ายิ่งนัก
    #5,975
    0
  7. #5942 l-am-so-sorry (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2563 / 19:19
    ภาวนาแทบตายว่าอย่าให้เหม่ยอิงตายเลย สุดท้ายพอนางตายชั้นช็อคจนแทบลมจับ
    #5,942
    0
  8. #5840 PaPa9 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2563 / 14:09
    สงสารน้องสาวอ่ะ แต่สงสารน้องมากกว่าโดนหลอก มีแต่คนหลอกลวงน้อง บางทีเราก็สงสัยว่าน้องไว้ใจใครได้บ้างจะมีใครบ้างไหมที่ไม่หลอกลวงน้อง เชื่อใจน้อง น้องไว้ใจใครได้บ้าง
    #5,840
    0
  9. #5761 noro1noro2 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2563 / 06:01
    ไรด์เก่งอะ ทำให้รู้สึกอึดอัดได้ในตอนนี้ คือค่อนข้างบีบใจเบาๆ ก็อย่างที่ไรด์บอกต้องติดตามต่อไป ทุกคนอาจตะเทาหมดก็ได้
    #5,761
    0
  10. #5758 Secr3t-Key (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2563 / 04:24
    ช็อกนะ น้องสาวตายจริงๆหรอ ช็อกแบบจุกเลย
    #5,758
    0
  11. #5679 โอปอไม่ใช่แมงปอ (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2563 / 23:18
    เห้ยทำไมทำกันแบบนี้ อยากรู้สองคนทำอะไรให้ สงสารน้องสาวมาก ไม่นึกว่าตายจริง
    #5,679
    0
  12. #5668 ไออิกู (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2563 / 20:49
    ถามจิง ตายจิงไม๊ น้ำตาซึมแร้วนะ
    #5,668
    0
  13. #5540 GalaxyStyle (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2563 / 16:11
    แงงงงง ตายจริงหรอ ;-; ไม่น่าเลยอะ สงสารแทน ทั้งๆที่ไม่รู้เรื่องอะไรเลย เอาจริง ๆ ถ้าน้องสาวตายจริง ซีหลงต้องรู้สึกผิดแน่ ๆ เพราะทำให้เกิดเรื่องโดยการสลับตัว ;-;
    #5,540
    0
  14. #5509 _1221_ (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2563 / 14:41
    เห้ยย น้องสาวตายจริงๆหรอแงงง แล้วก็แอบสงสัยด้วยว่าสรุปอวิ๋นอ๋องนี่เปงคนดีแน่หรือป่าวอะ แบบอาจจะทำเป็นอยู่ฝั่งฝ่าบาทแต่อาจหักหลังทีหลังงี้ หรือเราคิดมากไป อ่ยยย
    #5,509
    0
  15. #5320 Marshmalowdii (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2563 / 19:23

    โหอวิ๋นอ๋องง ใครคิดแผนอ่ะะแงงเยวย้ายมั่กกฮือออ โกรธเเทนน้องแล้วนะะ ตอนรู้ความจริงต้องเอาให้สุดเลยยยแงงงง

    #5,320
    0
  16. #5267 kittenO (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2563 / 13:56
    สรุปตายจริง???????? ฝ่าบาทมีแผนอะไรกันแน่
    #5,267
    0
  17. #5162 sriyupa192 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 29 เมษายน 2563 / 17:19
    ถ้าน้องตายจริงแล้วหลอกอย่างนี้ ก่ดนะ!
    #5,162
    0
  18. #5123 Ppttyc_ (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 28 เมษายน 2563 / 11:38
    เริ่มซึมตรงที่บอกว่าน้องตายแต่อีกใจก็ภาวนาว่าสองพี่น้องเธอต้องรอด ถ้ารอดพวกเธออย่าไปใกล้สองคนนั้นเชียว แงงงง
    #5,123
    0
  19. #5043 kiki3k (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 26 เมษายน 2563 / 12:34
    ซีหลงหัวไวมาก ขณะเราที่อ่านทุกตอนคือหัวปั่นน
    #5,043
    0
  20. #4884 soundlessnote (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 24 เมษายน 2563 / 14:50
    ชัดเจนแล้วจ้า โอเคจ้าา
    #4,884
    0
  21. #4883 soundlessnote (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 24 เมษายน 2563 / 14:50
    ชัดเจนแล้วจ้า โอเคจ้าา
    #4,883
    0
  22. #4645 Sspringlove (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 21 เมษายน 2563 / 12:41
    เราเข้าใจว่าน้องตายแล้วจริงๆ แต่พอมู่หลันมาคุย เรางงว่าสรุผซีหลงรู้มั้ย ไรท์เราไม่สบายใจมากๆ อะ ไม่เคลียร์อ่านบทต่อไปก็จะไม่อินเพราะไม่เข้าใจอะไรเลย บอกเราหน่อยได้ไหมอะ;-; อ่านไม่เข้าใจอะ
    #4,645
    1
    • #4645-1 Xiaoai(จากตอนที่ 13)
      21 เมษายน 2563 / 12:58
      ดีใจที่คุณ Sspringlove เก็บรายละเอียดได้ดีมากเลยค่ะ เหมยอิงตายรึเปล่ามีบอกในตอนถัดไปค่า ส่วนที่มู่หลันคุยกับซีหลงนี่มีผลต่อไปในเนื้อเรื่องส่วนท้ายๆ ค่ะ แต่เสี่ยวอ้ายบอกก่อนไม่ได้จริงๆ เพราะจะเป็นการสปอย แค่ตอนนี้ซีหลงคิดว่า 'น้องไม่ตายและอยู่กับอวิ๋นอ๋องที่น่าจะเป็นฝ่ายฝ่าบาทในตอนนี้ แต่จริงๆ แล้วอวิ๋นอ๋องก็คงมีแผนการของตัวเองเหมือนกัน' เรื่องค่อนข้างจะปวดหัวทีเดียว ถ้าไม่ไหวพักได้ถ้าไหวก็ไปต่อนะคะ 5555
      #4645-1
  23. #4455 toto5666 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 19 เมษายน 2563 / 23:45

    ถ้าตายนี้.....เสียใจมากกกกกกนะบอกเลย
    #4,455
    0
  24. #4189 TiwticAmp_90 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 15 เมษายน 2563 / 14:36

    รอไรท์เฉลยล่ะกัน ยิ่งเดารู้สึกยิ่งหลงทาง

    #4,189
    0
  25. #4178 taemynnn (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 15 เมษายน 2563 / 01:17
    ใดใดก็คือชอบน้องซือเย่ น้องเป็นเด็กแสบ เอ็นดูมาก น่าหอมหัว 5555555
    #4,178
    0