พระสนมสองหน้า [Yaoi]

ตอนที่ 12 : 10 - เหตุร้าย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 21,102
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,477 ครั้ง
    16 ม.ค. 63

พระสนมสองหน้า [Yaoi]

10 – เหตุร้าย

 


            ต่อให้ปากบอกว่าเขาตัดขาดกับบ้านตระกูลหลิวมานาน ทว่าในความเป็นจริง สายสัมพันธ์ทางสายเลือดไหนจะตัดขาดได้โดยง่าย


            “อาการของบิดาข้าเป็นอย่างไร”


            หลิวซีหลงเอ่ยอย่างร้อนใจ


            “ไม่ถึงกับตาย ทว่าถูกพิษหายากชนิดหนึ่งเข้า บัดนี้ยังไม่ได้สติ”


            “ยามเย็นข้าจะรีบไปดูอาการเขา แล้วจับตัวผู้ร้ายได้หรือไม่”


            มือปราบวั่งกู่เจินมีสีหน้ามืดครึ้ม “จับตัวสมุนของพวกมันได้สามคน พวกมันสารภาพว่าเป็นเพียงโจรภูเขาธรรมดา แต่ไหนเลยโจรภูเขาจะใช้ยาพิษหายากกับวาณิชทั่วไป”


            “เรื่องนี้ไม่ชอบมาพากล ขบวนสินค้าที่มีทองคำและอัญมณีของตระกูลหลิวมีมูลค่ามาก บิดาล้วนจ้างจอมยุทธ์ฝีมือดีเยี่ยมตามไปคุ้มกันเสมอ โจรพวกนั้นคงมิใช่โจรกระจอกแน่...”


            “บิดาเจ้าคงคิดไม่ถึงว่าจะมีผู้ใดใช้พิษปองร้าย หากจำไม่ผิดยาพิษน่าจะมีชื่อว่า เจ็ดราตรี


            “เจ็ดราตรี!?” หลิวซีหลงเบิกตากว้าง ยาพิษเจ็ดราตรีคือยาพิษร้ายแรงที่ว่ากันว่าจะทำให้ผู้ได้ปวดแสบทรมานอย่างมาก ทว่าหากทนได้เป็นเวลาเจ็ดราตรี พิษจะค่อยสลายหายไปเอง แต่ส่วนใหญ่แล้วผู้คนมักอยู่รอดไม่ถึงเจ็ดวันหากมิได้ยาต้านพิษ


            “เรื่องนี้เจ้าจะบอกเหมยอิงหรือไม่” วั่งกู่จินเอ่ยเสียงเครียด


            “ไม่ เวลานี้ยังไม่ควรบอกนาง” หลิวซีหลงถึงกับกุมขมับ “ข้าจะไปถามเรื่องยาแก้พิษกับท่านอาจารย์หยางจื้อ ส่วนเรื่องการสอบสวนก็ต้องพึ่งพาเจ้าแล้ว”


            “ข้าจะสืบหาความจริงให้กระจ่างให้ได้ เจ้าไม่ต้องกังวล”


            “ข้าไว้ใจเจ้า”


            ทั้งสองล่ำลากัน วั่งกู่เจินกลับออกจากวัง เมื่อวนตรวจคนไข้ตามเรือนพำนักจนครบทั้งวัน ซีหลงพร้อมด้วยแพทย์หลวงหยางจื้อจึงได้เดินทางไปยังนอกนครต้าหลาง


            ควบขี่อาชาอยู่หลายเพลาจนไปถึงยามใกล้รุ่งก็ถึงเมืองจงหนาน ที่ซึ่งมีคฤหาสน์ตระกูลหลิวอีกแห่งตั้งอยู่


            วันนี้เป็นวันที่สองหลังจากที่บิดาเขาถูกพิษ ทำให้อาการยิ่งย่ำแย่ บริเวณแผลที่ถูกเข็มพิษส่งกลิ่นเหม็นเน่าคล้ายเนื้อตาย บิดาเขาไข้ขึ้นสูงทั้งยังพร่ำเพ้อเลอะเลือน ไม่กี่วันก็ผ่ายผอมลงจนเห็นได้ชัด ทั้งยังมีเลือดออกเจ็ดทวาร กระทั่งแพทย์นอกวังที่เก่งที่สุดยังทำได้เพียงรักษาตามอาการ


            หลิวฮูหยินเห็นซีหลงก็ถลาเข้ามาหาเขาเอาไว้ น้ำตาไหลนองดวงหน้างามที่เป็นแม่พิมพ์ใบหน้าของเขาและน้องสาวไม่ผิดเพี้ยน


            “หลงเอ๋อร์! ให้แม่กราบเจ้าก็ได้ ได้โปรดช่วยบิดาของเจ้าด้วย”


            “ท่านแม่ลุกขึ้นเถอะ จะกราบข้าให้ข้ายิ่งอายุสั้นหรือไร” ซีหลงดึงมารดาเข้ามาไว้ในอ้อมกอด ก่อนลูบหลังปลอบอีกฝ่ายที่สะอื้นฮักไม่หยุด


            “ข้าพาท่านอาจารย์หยางจื้อมา ย่อมต้องช่วยรักษาบิดาได้ พวกเจ้าตรงนั้นรีบพาฮูหยินไปพักก่อน”


            สามปีมานี้แม้หลิวซีหลงจะไม่ค่อยกลับบ้านบ่อยนัก ทว่าเหล่าผู้รับใช้ในบ้านเมื่อเห็นหน้าเขาแล้วล้วนเชื่อฟังไม่กังขา รีบพามารดาของเขาไปนั่งพักสงบใจก่อน


            แพทย์หลวงอาวุโสหยางจื้อตรวจชีพจร ตรวจลิ้นและตรวจส่วนของร่างกายทุกส่วนอย่างละเอียด เสร็จแล้วจึงขมวดคิ้วแน่น หันมาเอ่ยกับเขา


            “แน่แล้วว่าถูกพิษเจ็ดราตรี บัดนี้ความเป็นความตายเท่ากัน เพียงแต่...”


            “เพียงแต่สิ่งใดหรือ ขอท่านโปรดบอกข้า”


            “นี่เป็นยาพิษที่กำเนิดจากในแคว้นเสียนซู ยาต้านพิษต้องมีสมุนไพรหายากจากเสียนซูเจ็ดชนิดเป็นส่วนประกอบ หกชนิดยังพอหาได้ ทว่ามีสิ่งหนึ่งที่ใช้เป็นยาอายุวัฒนะล้ำค่า อันได้แก่โสมพันปีที่ปลูกเฉพาะบนยอดเขาที่สูงสุดที่สุดในเสียนซู ผู้ที่ครอบครองเกรงว่าคงมีไม่กี่คนในต้าหลิง”


            “สามารถใช้สิ่งอื่นทดแทนได้หรือไม่” ซีหลงรู้สึกว่าท้องไส้ปั่นป่วน บ้านตระกูลหลิวคงยินดีทุ่มเงินไม่ว่าเท่าไหร่ ทว่าโสมหายากจากเสียนซูกว่าจะขนส่งมากว่าหลายสัปดาห์ถึงหลายเดือน


            ป่านนั้น บิดาของเขาคงได้กลายเป็นผีไร้หลุมไปแล้ว


            หรือหากนึกใบหน้าของเหล่าผู้คนที่อาจเป็นเจ้าของในต้าหลิง หลิวซีหลงยิ่งรู้สึกจนปัญญา


            “ข้าจะลองดู”


            แพทย์หลวงหยางจื้อนวดคลึงยังสันจมูก ร่องลึกบนหน้าผากยิ่งชัดเจน เส้นผมบนศีรษะเองคล้ายยิ่งขาวโพลน ซีหลงเองก็ไม่แพ้กัน เขาคิดว่าบางทีตนเองอาจจะมีผมหงอกงอกขึ้นในคืนนี้จริงๆ        

           



            วันถัดมา ซีหลงและอาจารย์จำต้องกลับมาที่วังหลวงเพื่อค้นคว้าเกี่ยวกับยาพิษและเสาะหาสมุนไพรมาปรุงยา พระสนมหลิวเหม่ยเหรินกลับส่งนางกำนัลมาเรียกแพทย์หลวงหลิวไปเข้าพบ หลิวซีหลงระหว่างทางที่เดินไปหัวใจก็เต้นระรัว ซ่อนสีหน้ากลัดกลุ้มยามพบหน้านาง เผยยิ้มบางน้อยๆ


            “เหมยอิง...”


            ใบหน้าหวานของนางกลับเต็มไปด้วยคราบน้ำตาสองแก้ม ดวงตาแดงก่ำ ในอกของซีหลงราวกับมีมือที่มองไม่เห็นมาบีบรัด “ท่านทราบแล้วใช่หรือไม่ ท่านพ่อถูกคนดักทำร้าย บัดนี้ถูกพิษร้ายยังไม่ได้สติ!


รอยยิ้มละลายไปจากใบหน้าของเขา “ผู้ใดบอกเรื่องนี้แก่เจ้า”


“เมื่อครู่ข้าไปงานเลี้ยงน้ำชาในสวนอุทยาน เป็นพี่หญิงจวงเอ่ยแก่ข้า”


เป็นจวงเจี๋ยอวี๋นี่เอง พระสนมผู้บอบบางดั่งไข่ในหินมิคาดจะรู้เรื่องเร็วกว่าใคร


ซีหลงนึกไปถึงตระกูลจวง นับว่าเป็นตระกูลไม่เล็กไม่ใหญ่ที่มีทั้งขุนนางผู้ใหญ่ที่ทำงานอยู่ในสภาขุนนาง และขุนนางที่ทำงานอยู่ในกองทัพ มีผลประโยชน์เกี่ยวพันหลายฝ่าย จึงมิอาจบอกได้ว่าเป็นฝ่ายใด


ทว่าหากพูดถึงขั้วอำนาจเก่า อย่างไรก็คงอยู่ฝ่ายตระกูลเฉินและตระกูลว่านเสียเจ็ดในสิบส่วน


“เป็นเช่นนั้น ทว่าเจ้าไม่ต้องกังวลใดๆ”


“ข้ายังได้ยินมาว่ายาพิษนั้นคือยาพิษเจ็ดราตรี ต้องอดทนไปได้เจ็ดวันก็จะรอดเท่านั้น ทว่าแม้เป็นยอดยุทธ์ยิ่งใหญ่ก็ยังไม่รอด...”


“หากมียาต้านพิษ ย่อมสามารถรอดไปได้” ซีหลงก้าวเข้าไปพร้อมเอื้อมมือไปปาดน้ำตาออกจากใบหน้านาง “ข้ารู้ว่าเจ้าเป็นห่วงท่านพ่อมาก ทว่าอย่าได้เสียใจจนทำลายสุขภาพตนเองไปได้ พี่ชายสัญญาว่าจะไม่อยู่เฉยแน่นอน”


“มิใช่ยาต้านพิษล้วนต้องใช้สมุนไพรหายากของแคว้นเสียนซูหรือ ไหนเลยจะหาได้ครบโดยง่าย”


“...”


ในวงน้ำชาสตรีวังหลังดูเหมือนจะรู้เรื่องราวภายนอกเสียเยอะจนซีหลงลอบถอนใจไม่ได้


หลิวซีหลงกำลังจะเอ่ยปากปลอบนาง นางกำนัลของตำหนักก็เข้ามารายงาน


“พระสนม นางกำนัลประจำตำหนักฮองเฮามาเยือนเจ้าค่ะ”


สองพี่น้องหันมาสบตากันโดยมิได้นัดหมาย ก่อนรีบออกไปต้อนรับนางกำนัลผู้มาถึง


นางกำนัลของตำหนักฮองเฮาผู้นี้แตกต่างจากสตรีต้าหลิงที่มักมีผิวขาวใสเอวอ่อนบาง นางกลับมีผิวสีน้ำผึ้ง รูปร่างผอมทว่าดูแข็งแรงปราดเปรียว บนศีรษะผูกเปียกเล็กๆ ประดับ มองดูก็ทราบได้ว่านางเป็นชาวเสียนซูแท้ๆ อายุไม่มากนักแต่มีรังสีน่าเกรงขามออกมา


“คำนับพระสนมหลิว”


“ไม่ทราบว่าแม่นางอ้ายซินมีสิ่งใด”


“ฮองเฮาทรงได้ยินเรื่องของบิดาท่านในงานเลี้ยงน้ำชาว่าถูกพิษเจ็ดราตรีเข้า ก็รู้สึกเป็นห่วงอาการของบิดาพระสนมไม่น้อย จึงได้พระราชทานโสมพันปีจากเสียนซูให้พระสนมหนึ่งต้นเพคะ”


นางเปิดหีบไม้บรรจุโสมสีเหลืองนวลราวน้ำผึ้งต้นหนึ่งขึ้น


“ของล้ำค่าเช่นนี้... ปะ เป็นพระกรุณาอย่างหาที่สุดมิได้เพคะ!


เหมยอิงพลันรีบคุกเข่าลง น้ำตายิ่งไหลพรากอย่างซาบซึ้ง ซีหลงเองแม้รู้สึกตระหนกในใจทว่าระลอกความโล่งใจก็ปะปนเข้ามา ด้วยอย่างไรนี่ก็เป็นเรื่องเร่งด่วนและเขามิได้มีทางเลือกมากมาย


เอ้อร์หนาฮองเฮาเป็นองค์หญิงผู้มาจากแคว้นเสียนซู ไม่ทราบเหตุใดถึงได้ยื่นมือเข้ามาช่วยตระกูลหลิวในครั้งนี้


แต่ถ้าหากบิดาของเขารอดตาย ก็นับว่านางได้กลายเป็นผู้มีพระคุณกับพระสนมหลิวเหม่ยเหรินยิ่งกว่าผู้ใด


หลังจากนางกำนัลอ้ายซินกลับไปแล้ว ซีหลงก็เอ่ยกับเหมยอิงว่าโสมชนิดนี้สามารถนำไปใช้ปรุงยาต้านพิษได้ นางจึงรีบมอบให้เขา แล้วจึงว่า “พี่ซีหลง ข้าคิดว่าอย่างไรคราวนี้ก็ต้องกลับไปเยี่ยมท่านพ่อให้ได้ ขอกลับไปพร้อมท่านด้วยได้หรือไม่”


ซีหลงรู้สึกสังหรณ์ใจไม่ดีอย่างประหลาด แม้ตั้งแต่ต้นปีเขาจะพบคราวเคราะห์มานักต่อนัก แต่ลางร้ายในครั้งนี้กลับไม่เหมือนครั้งไหน


“ข้าเข้าใจจิตใจของเจ้าดี ทว่าข้าห่วงความปลอดภัยขอเจ้า...”


“ได้โปรดเถิด หากเจ็ดวันนี้ท่านพ่อเป็นอะไรขึ้นมาจริงๆ ข้าก็อยากไปดูใจท่านก่อน มิฉะนั้นข้าคงรู้สึกผิดบาปไปตลอดชีวิต”


นางทำตาเศร้าเอ่ยเสียงอ้อนวอนปานนี้ ผู้เป็นพี่ชายจึงได้แต่น้ำท่วมปาก พยักหน้าลงช้าๆ

 



องค์จักรพรรดิทรงอนุญาตให้พระสนมหลิวเหม่ยเหรินกลับไปเยี่ยมบิดา กลายเป็นที่อิจฉากันไปทั่วในวังหลวง เพราะก่อนหน้านี้แม้บิดามารดาพระสนมผู้อื่นป่วยหนักเจียนตาย ก็ยังมิได้ออกไปจากวัง


ขบวนของพระสนมหลิวจัดขึ้นอย่างมิได้โอ่อ่าอลังการนัก มิหนำซ้ำยังค่อนข้างฉุกละหุก กระนั้นการคุ้มกันความปลอดภัยก็มิได้หละหลวม ยังมีกองทหารองครักษ์ฝีมือดีตามมาปกปักษ์


ซีหลงเป็นแพทย์หลวงเพียงหนึ่งเดียวในผู้ร่วมขบวนเดินทาง เนื่องจากอาจารย์หยางจื้อเป็นแพทย์หลวงอาวุโส จำต้องอยู่ประจำในวังหลวง ระหว่างควบขี่อาชาก็อดนึกถึงอวิ๋นอ๋องหลี่ลู่เฉิงที่อยู่ๆ ก็เงียบหายไปไม่ได้


สังหรณ์ใจลึกๆ ยังบอกเขาว่าอีกฝ่ายรู้เห็นกับเรื่องที่เกิดขึ้นด้วยไม่มากก็น้อยแน่นอน


เส้นทางไปยังเมืองจงหนานหากอ้อมแม่น้ำไปย่อมต้องเสียเวลาสองวัน หากผ่านหุบเขาและป่าจะใช้เวลาเพียงวันเดียว ครั้งแรกที่มาทั้งซีหลงและแพทย์หลวงหยางจื้อก็ใช้เส้นทางหุบเขา พบว่าทางการปราบปรามโจรผู้ร้ายเข้มงวด ขนาดเดินทางยามมืดค่ำก็ยังมิถูกผู้ใดลอบทำร้าย


รัตติกาลเคลื่อนต่ำลง ขบวนเสด็จของพระสนมหลิวมิได้หยุดพัก คบไฟมากมายจุดเป็นแสงสว่างหลายดวง


ซีหลงควบขี่อาชาอยู่รั้งขบวน หากนับตามบรรดาศักดิ์แล้ว เขาเองเป็นเพียงแพทย์หลวงขั้นต้นเท่านั้น แม้อยากจะไปนั่งปลอบเป็นเพื่อนนางในเกี้ยวก็ไม่อาจทำได้


ทันใดนั้นเอง จู่ๆ คบไฟทุกดวงก็ดับสนิท จากนั้นจึงเกิดเสียงโลหะปะทะกัน


“มีผู้ร้าย! รีบคุ้มกันพระสนม!!


คลื่นแห่งความอลหม่านทะลักท่วมในบริเวณ ซีหลงอย่างไรก็เป็นเพียงแพทย์ จะพกก็เพียงกระบี่สั้นด้ามหนึ่งไว้ป้องกันตัวเท่านั้น หัวใจของเขาเต้นอย่างบ้าคลั่ง ยามเอ่ยลอดไรฟัน “เหมยอิง!


คนร้ายชุดดำมากมายเคลื่อนไหวว่องไวราวกับคุ้นชินความมืดเป็นอย่างดี


ซีหลงพยายามฝ่าฟันไปหาเหมยอิง ทว่าก็ต้องชะงักเมื่อจู่ๆ ร่างเบื้องหน้าของเขาก็กรีดร้อง พร้อมโลหิตอุ่นสาดกระเด็นมาโดนใบหน้า


เมื่อคนร้ายชักกระบี่ที่แทงทะลุหน้าอกของร่างนั้นออก ร่างของขันทีที่เดินทางด้วยก็ชักกระตุกแล้วล้มลง แววตามาดร้ายจ้องมายังเขา ซีหลงยกกระบี่ด้ามสั้นขึ้น เตรียมรับการโจมตีใดๆ ก็ตาม ตอนนี้หากจะตายก็ต้องตาย


ทว่าชั่วพริบตาต่อมา จู่ๆ ก็มีรัศมีวงเสี้ยววาดผ่านลำคอคนร้ายที่กำลังจะกวัดแกว่งกระบี่เข้าใส่ บั่นศีรษะกับร่างไปคนละทาง โลหิตกระเซ็นสาดย้อมอาภรณ์ของซีหลงซ้ำอีก


ดวงตาเริ่มปรับเข้ากับความมืด เงาร่างที่เคลื่อนมาช่วยเหลือดูคุ้นตา ทว่าเพียงแวบเดียวที่สบตา ซีหลงก็บอกได้ว่าเป็นผู้ใด


“อวิ๋นอ๋อง...!


“อยู่ข้างหลังข้า”


“ไม่ต้องห่วงข้า รีบไปคุ้มกันเหมยอิง!!


“เกรงว่าจะไม่ทัน” จบคำของอวิ๋นอ๋องหลี่ลู่เฉิง คบไฟมากมายก็ถูกจุดขึ้นใหม่ สะท้อนให้เห็นผู้คนทั้งบาดเจ็บ ล้มตาย และแตกตื่น รวมทั้งสภาพพังเละเทะของรถม้า ทั้งหน้าต่างถูกบางอย่างดึงจนหลุดออกมา ล้อเกวียนกลิ้งออกจากตัวรถม้า อาชาเองก็ถูกปล่อยเตลิดหนีไปจนหมด


“เหมยอิง!!!


ซีหลงตะโกน วิ่งไปยังซากรถม้านั้น มองเข้าไปภายในก็ไม่พบผู้ใด กวาดสายตามองก็ไม่เห็นเงาร่างของผู้เป็นพระสนม


อวิ๋นอ๋องเดินผ่านหน้าเขาไป ก่อนย่อตัวลงยังศพของผู้ร้าย ท่วงท่าใจเย็นจนซีหลงรู้สึกเดือดดาล ใจเหมือนจะระเบิดออกยามไม่เห็นน้องสาวแม้แต่เงา


“ท่านรู้ว่าจะเกิดเรื่องแต่แรกใช่หรือไม่!?”


อวิ๋นอ๋องไม่ตอบ สีหน้าสุขุมกว่ายามปกติหลายเท่า ผินหน้ามาแล้วกวักมือเรียกซีหลง ก่อนว่า


“จงดู”


            ร่างเหล่านั้นล้วนกลายเป็นร่างไร้วิญญาณ อวิ๋นอ๋องดึงอาภรณ์แล้วเปิดให้เห็นรอยสักยังข้อมือ เป็นรูปตะขาบสีดำสนิท


            “นี่คือ...”


            “รอยสักรูปตะขาบคือรอยสักของกองกำลังลับของตระกูลเฉิน นาม อสุระเร้นเงา


            ความร้อนรุมแผ่กระจายไปทั่วหน้าอก ซีหลงกัดฟันจนสันกรามปูดโปน ความเกรี้ยวกราดคั่งแค้นปะทุขึ้นในใจยิ่งกว่าเวลาไหนในชีวิต กระนั้นอวิ๋นอ๋องกลับยกยิ้มเกียจคร้านแล้วยืดตัวตรง ว่าด้วยเสียงราบเรื่อยแล้วกับไม่เดือดร้อนกับสิ่งใด


            “ดูเหมือนจะเป็นเช่นนั้นใช่หรือไม่? แต่อันที่จริงคนของตระกูลเฉินทำงานสกปรกใดก็มักลงมือทำงานหมดจด ย่อมไม่ส่งคนที่มีรอยสักมาทำงานเช่นนี้”


            “หรือพวกมันอาจคิดไม่ถึงว่าท่านจะมาช่วย”


            “ก็เป็นไปได้” อวิ๋นอ๋องยามนี้อยู่ในอาภรณ์ขี่อาชารัดกุมดูองอาจคล่องแคล่ว ยกแขนขึ้นกอดอก ร่องรอยขี้เล่นหายไป “แต่ตะขาบของอสุระเร้นมิได้สักได้เลื่อนลอยปานนี้”


            ซีหลงหายใจเข้าออกแรงจนหน้าอกขยับขึ้นลง “ท่านจะบอกว่ามีผู้อื่นที่จงใจทำให้คล้ายว่าเป็นฝีมือตระกูลเฉิน”


            “ถูกต้อง จากการประมือและลักษณะการลงมือของพวกมัน เห็นว่าคล้ายกับกลุ่มคนที่จู่โจมบิดาเจ้าที่เสียนซู”


            “ท่านรู้หรือไม่ว่าผู้ใดเป็นผู้บงการ”


            “ตอนนี้ยังไม่รู้” อวิ๋นอ๋องส่ายศีรษะ กระชับกระบี่ในมือของตน ปลอกกระบี่เป็นสี่น้ำเงินประดับลวดลายเมฆาสีดำ พู่ไหมยังส่วนปลายประดับด้วยช้างและหยกสีดำ “แต่ที่รู้ได้อย่างหนึ่ง พวกมันน่าจะยังไม่ฆ่าน้องสาวเจ้า คงเพียงลักพาตัวไป มิฉะนั้นก็คงทิ้งศพเอาไว้แล้ว”


            “...ข้าเชื่อว่านางยังมีชีวิตอยู่”


ซีหลงเค้นเสียงลอดไรฟัน เหตุการณ์ทั้งหมดรวดเร็วเกินไปเกินกว่าที่เขาจะทันตั้งตัว อวิ๋นอ๋องเหลือบมองเหล่าผูเหลือรอดในขบวนพระสนมที่กำลังตื่นตระหนกอยู่ครู่หนึ่งก็ยกมือขึ้น


ทันใดนั้นกลุ่มคนชุดดำที่อวิ๋นอ๋องนำมาก็วาดกระบี่ปลิดชีวิตผู้คนทั้งหมดจนสิ้น เสียงกรีดร้องดังระงม จนกระทั่งสิ้นเสียงสุดท้าย ท่ามกลางยามค่ำคืนในป่ามืด เหลือเพียงหลิวซีหลงเพียงผู้เดียว


“ท่านทำอะไร!?”


แพทย์หลวงหนุ่มทำได้เพียงผงะถอยหลังอย่างแตกตื่น ดวงตาเบิกโพลงขึ้น


“ทีนี้ก็ไม่มีผู้ใดรู้แล้วว่าเกิดขึ้นอะไรกับขบวนของพระสนมหลิว นอกจากข้าและเจ้า”


อวิ๋นอ๋องเอ่ย รอยยิ้มบางทว่าไปไม่ถึงดวงตาประดับอยู่ยังมุมปาก ยามสบตากับซีหลง ดวงตาสีน้ำตาลนั้นยามนี้กลายเป็นหมาป่าร้ายอย่างแท้จริง


“เจ้าคงรู้แล้วว่าต่อจากนี้ชีวิตเจ้าและคนรอบข้างย่อมไม่ปลอดภัยอีก”


“...”


อวิ๋นอ๋องก้าวเข้ามาใกล้ แม้จิตใจกล้าแกร่งเพียงใด สองขาของซีหลงก็เคลื่อนถอยหลังโดยทันที กระทั่งรู้สึกได้ว่าแผ่นหลังของตนเองชนกับซากรถม้า


ร่างสูงโปร่งในอาภรณ์รัดกุมอยู่ห่างไปเพียงไม่ถึงเชียะ อวิ๋นอ๋องยื่นฝ่ามือข้างหนึ่งออกมายันข้างศีรษะซีหลง ก่อนจะโน้มตัวลงกระซิบข้างหูของเขาอย่างคุกคาม


“จากนี้ วิธีที่จะลากศัตรูของเจ้าให้ออกมาจากเงาได้มีเพียงวิธีเดียว”


มือข้างที่ยังว่างของอวิ๋นอ๋องเอื้อมลงมากระชากอาภรณ์แพทย์หลวงสีเขียวของเขาจนคอเสื้อขาดออก


“นั่นคือนับตั้งแต่วันนี้จะไม่มีแพทย์หลวงหลิวซีหลง แต่จะมีเพียงพระสนมหลิวเหมยอิงเท่านั้น”

 


 

***

กระชากอีก!!! /ผิดดด อวิ๋นอ๋องต้องโดนพี่ตีและ แหม่มือซนนะอิตานี่

แง อยากจะบอกว่าหมดสต็อกแล้วค่ะ ปีใหม่นี้อัพเท่านี้แหละเพราะไม่ได้ขนคอมกลับบ้าน เสี่ยวอ้ายดีใจจริงๆ ที่ยังมีคนติดตามอยู่ ใครที่ติดตามทุกเวอร์ชั่นนี่อยากกราบแนบตักงามๆ พร้อมมอบโล่ให้จริงๆ ค่ะ ฮืออออออ ขอบคุณมากๆ เลยนะคะ อยากบอกว่านักเขียนซึ้งใจมาก อยู่ด้วยกันมานานจริงๆ นะ ล้องไห้ สัญญาว่าจะเขียนให้จบจริงๆ ค่ะ T^T

สุดท้าย แฮปปี้นิวเยียร์นะคะะ ขอให้ผู้อ่านทุกคนมีความสุข สุขภาพแข็งแรง มีเงินใช้และมีนิยายดีๆ อ่านตลอดปี เย้!!

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.477K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

6,561 ความคิดเห็น

  1. #6331 예뻐요 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 29 มีนาคม 2564 / 04:57
    กี้ดดดดดดดตาองค์จักรพรรดิสุขใจเลยทีนี้แวะไปหาน้องทุกคืนแน่ รู้กแม่!
    #6,331
    0
  2. #6172 blueeyes111 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2564 / 21:51
    พีค!! ตกลงมันยังไงกันแน่เนี่ย ใครเป็นคนวางแผนทั้งหมดเพื่ออะไร แล้วอวิ๋นฆ่าทุกคนทำไม เพื่อให้น้องปลอมเก็นพระสนมเนี่ยนะ
    #6,172
    0
  3. #5941 l-am-so-sorry (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2563 / 14:16
    และความบรรลัยก็จะเกิดขึ้น ข่อมค่า
    #5,941
    0
  4. #5872 bunyarat462 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2563 / 05:16
    ติดตามทุกเวอร์ ทุกเรื่องด้วยเท่าที่ทำได้ค่ะ การงานล้นมือม้าก เปิดเทอมแล้ว แต่ใจรักนิยาย แงงง เป็นกำลังใจให้ไรท์นะคะ สู้ๆ
    #5,872
    0
  5. #5847 010162 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2563 / 00:39
    เอ่อออ สรุปคนพี่คู่กับใคร??
    #5,847
    0
  6. #5846 0887881054 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2563 / 19:30
    นี่คิดว่าเป็นอวิ้นอ๋อง เอาคนน้องไปเพราะชอบงี้ ส่วนคนพี่ก็ได้ไปอยู่กับฮ่องเต้
    #5,846
    0
  7. #5839 PaPa9 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2563 / 13:49
    ฮองเฮารึปล่าว แบบว่าเอาสมุนไพรมาให้แล้ววางแผนลอบฆ่าไรงี้???
    #5,839
    0
  8. #5667 ไออิกู (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2563 / 20:32
    แม่นางคนนั้นรึเปล่า ที่แท้งลูกน่ะ
    #5,667
    0
  9. #5508 _1221_ (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2563 / 14:08
    อยากรู้มากว่าใครบงการ ทำไมจ้องเล่นงานสกุลหลิวหรอหรือยังไงฮือ
    #5,508
    0
  10. #5319 Marshmalowdii (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2563 / 19:10

    แงงงง สงสารน้องง อยากให้ย้องได้เป็นแพทย์ฮรุกกก แต่น้องจะได้ใกล้ชิดฝ่าบาทด้วยอ่ะฮรุกกกก

    #5,319
    0
  11. #5266 kittenO (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2563 / 13:41
    เป็นรึเปล่าที่ให้พี่แทนตัวน้อง ส่วนน้องก็ให้ไปพักทีอื่นก่อน แต่คนติดตามก็โดนฆ่าจริงเหรอ;-;
    #5,266
    0
  12. #5166 purplewhale2 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 29 เมษายน 2563 / 22:58
    ท่านอ๋องคงเอาตัวน้องไปซ่อน
    #5,166
    0
  13. #5165 purplewhale2 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 29 เมษายน 2563 / 22:56
    น่าจะเป็นแผนให้พี่ชายไปเป็นพระสนมแทน
    #5,165
    0
  14. #5132 1000Nara (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 28 เมษายน 2563 / 14:37

    ตายตายตายยยย

    #5,132
    0
  15. #5122 Ppttyc_ (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 28 เมษายน 2563 / 10:52
    โฮรอะไรกันครับเนี่ย
    #5,122
    0
  16. #5039 kiki3k (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 26 เมษายน 2563 / 11:41
    คือไม่รู้อะไรเลย เดาไม่ออกเลยยยย
    #5,039
    0
  17. #4893 zton9397 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 24 เมษายน 2563 / 17:46
    เอ้ะรึว่าเป็นเเผนทำให้น้องไปเป็นสนมเเทนส่วนเหม่ยอิงก็อยู่รอดปลอดภัยซ่อนตัว
    #4,893
    0
  18. #4882 soundlessnote (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 24 เมษายน 2563 / 14:45
    เดี๋ยวๆๆๆ แล้วถ้าน้องมีชีวิตอยู่จริงแต่มี”พระสนมหลิวเหมยอิง”แล้วมันจะไม่เป็นอันตรายกับน้องเค้าเหรอ? อารมณ์ประมาณว่าหมดประโยชน์เทือกนั้น
    #4,882
    0
  19. #4814 ninon (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 24 เมษายน 2563 / 02:45
    จุดเปลี่ยนสินะ สู้เค้าลูก อุแงง
    #4,814
    0
  20. #4461 kookv1997 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 20 เมษายน 2563 / 01:53
    อ๋องน่าจะดีร่วมมือกับพี่ชาย ส่งน้องไปเป็นสนมแทนเพราะน้องสามารถรับมือได้ 3คนนี่จะล้างกบฎ
    #4,461
    0
  21. #4188 TiwticAmp_90 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 15 เมษายน 2563 / 14:12

    อวิ๋นอ๋องนี่ดีหรือร้าย ใจไม่ดีเลยยยย

    #4,188
    0
  22. #4162 Aonan Woraporn (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 14 เมษายน 2563 / 17:53
    น้องจะไม่ได้เป็นคุณหมอแล้วหรอคะ ;-;
    #4,162
    0
  23. #4121 Shipnielong (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 14 เมษายน 2563 / 10:37
    อะไรยังไงเนี่ย นุงงง
    #4,121
    0
  24. #4009 CK 27 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 13 เมษายน 2563 / 02:33
    ท่านอ๋องง คอนแรกเชียร์ท่ารกับสนมนะ แต่ตอนนี้คือกระโดเปลี่ยนเรือแล้ว!!!
    #4,009
    0
  25. #3616 Earn0624 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 9 เมษายน 2563 / 01:02
    จะตีอวิ๋นอ๋องๆๆ
    #3,616
    0
  26. #3063 ployneko25020 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 6 มีนาคม 2563 / 18:31
    ทำไมเราคิดว่าเป็นแผนของ2พี่น้อง
    คนพี่อยากได้นายเอก คนน้องอยากได้น้องสาวของนายเอกแต่น้องสาวเป็นพระสนมของพี่ชายอยู่เลยวางแผนให้เกิดการสลับตัวแล้วเอาน้องสาวไปซ้อนแล้วอยู่ด้วยกัน ทีนี้นายเอกที่ปลอมเป็นน้องสาวก็เสร็จพระเอก (มโนไปเรื่อย5555555)
    #3,063
    2
    • #3063-1 Shipnielong(จากตอนที่ 12)
      14 เมษายน 2563 / 10:37
      เป็นไปได้นะคะ
      #3063-1
    • #3063-2 จืดจืด(จากตอนที่ 12)
      29 เมษายน 2563 / 17:38
      คิดเหมือนกัน
      #3063-2
  27. #2066 Bybe@BB (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2562 / 19:14
    ชอบบบบบบบ ชอบมากกกกกก ชอบเวอชั่นนี้ จริงๆชอบทุกเวอชั่น แต่ซีนอีอ๋องกระชากเสื้อน้องทำให้เวอชั่นนี้คะแนนนำโด่ง
    #2,066
    2
    • #2066-1 Xiaoai(จากตอนที่ 12)
      30 ธันวาคม 2562 / 21:03
      รู้เลยนะคะว่าชอบแบบไหน55555555
      #2066-1
    • #2066-2 Bybe@BB(จากตอนที่ 12)
      24 เมษายน 2563 / 04:22

      555555
      #2066-2