พระสนมสองหน้า [Yaoi]

ตอนที่ 11 : 9 - ผงนิทรา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 20,227
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,314 ครั้ง
    29 ธ.ค. 62

พระสนมสองหน้า [Yaoi]

9 – ผงนิทรา

 


            เสียงประกาศสิ้นสุดการสอบดังขึ้น เหล่าผู้คุมสอบต่างเก็บหุ่นทั้งหมดไป ข้อสอบข้อเขียนในวันแรก ใบบันทึกคะแนนในวันที่สอง และหุ่นฝั่งเข็มจะถูกเก็บไว้อย่างมิดชิดแน่นหนาในที่ซึ่งเป็นความลับ รอจนกว่าการนับคะแนนจะสิ้นสุดลง


            “ซีหลง ข้าไม่รู้ว่าผลจะเป็นยังไง แต่ข้าว่าข้าทำดีที่สุดแล้ว”


            เจิงอีเดินคอตกมาหาเขาด้วยท่าทีท้อแท้ ซีหลงยกมือขึ้นบีบไหล่อีกฝ่าย


            “เจ้าทำดีที่สุดก็ดีแล้ว อย่ากังวลใจไปเลย ไม่ว่าผลจะเป็นยังไงข้าก็จะอยู่เคียงข้างเจ้า”


            “แม้ว่าข้าจะถูกไล่ออกจากวัง เจ้าก็จะไปด้วยน่ะหรือ” เจิงอีเงยหน้าขึ้น มองอย่างซึ้งใจนัก


            คนพูดกลับเลิกคิ้วสูง “ไม่เคยบอกว่าเจ้าสำคัญกว่าเหมยอิง”


            “แน่ล่ะสิ!” เจิงอีสะบัดไหล่ออกอย่างเกี่ยงงอน แต่แวบต่อมาก็ค่อยมีรอยยิ้มจากเสียงหัวเราะของสหายที่เห็นกันมาตั้งแต่เล็ก คลายความกังวลใจลงไม่น้อย

 



            เหล่าแพทย์หลวงขั้นต้นที่เหน็ดเหนื่อยมาหลายวันต่างพากันโยนหมวก ออกไปฉลองกันยังเหลาสุราขึ้นชื่อของต้าหลาง หลิวซีหลงเองก็ค่อยโล่งอกไปส่วนหนึ่ง แม้ว่าคำของอวิ๋นอ๋องและการปรากฏตัวขององค์จักรพรรดิจะทำให้ความรู้สึกบางอย่างติดค้างอยู่ในใจ


            อาหารเลิศรสมากมายตั้งอยู่บนโต๊ะ วันนี้มิรู้เจ้าคนจับจองร้านเกิดนึกฮึกเหิมสิ่งใดขึ้น ถึงได้สั่งสุราแห่งแคว้นอวิ๋นที่รสชาติร้อนแรงบาดคอมา ซีหลงที่คิดว่าตัวเองคอแข็งพอใช้ได้ จิบไปคำหนึ่งยังรู้สึกว่าคอแทบไหม้


            แพทย์หลวงตัวตั้งตัวตีของงานยกสองมือขึ้น “เหน็ดเหนื่อยมานาน ไหนเลยเราจะหาความสำราญแค่นี้ เด็กๆ!


            สิ้นเสียงปรบมือ บรรดาสตรีงดงามก็กรีดกรายเข้ามา เหล่าบุรุษคึกคะนองต่างส่งเสียงกู่ร้องโห่ฮาไม่หยุด


            “สาวงามแห่งหอบุปผาสวรรค์! โอ ช่างงามดั่งนางฟ้านางสวรรค์สมชื่อ”


            “หากพูดถึงสาวงามที่สุดของต้าหลาง ไม่มีใครไม่รู้จักแม่นางอี้ฮวา!


            ในอกของหลิวซีหลงบีบรัดน้อยๆ ไม่ต้องรอให้เรียกหา เพียงนางปรากฏกายในอาภรณ์สีขาวและแดงท่ามกลางสตรีอื่นๆ ผู้คนก็สามารถบอกได้ทันทีว่านี่คือยอดบุปผางามแห่งต้าหลิง


            “เจ้ามานี่! มานั่งตักบิดาหน่อยเป็นไง”


            หลายคนเริ่มเมาเป็นหมาขี้เรื้อนก็ร้องเรียกหานาง อวี้ฮวากลับค้อมคำนับยิ้มจางๆ “รินสุรามีผู้คนทำหน้าที่มากมาย วันนี้อวี้ฮวาจะมาปรนนิบัติท่านทั้งหลายด้วยเสียงเพลง”


            เจิงอีตบหลังเขาป้าบ เจ้าตัวยักคิ้วหลิ่วตา สีหน้าบอกว่าเริ่มเมาไม่น้อย “อะไรกัน บัดนี้ทำได้เพียงมองตาค้างงั้นรึ”


            คนปากเก่งในยามปกติกลับไม่มีคำตอบให้ หลิวซีหลงเพียงเห็นปิ่นทองคำบนศีรษะ ก็ใจพองโต ด้วยเพราะเขาเองเป็นผู้เสียบบนมวยผมนางกับมือ นัยน์ตาสีฟ้าอมเทาชม้อยมองมาสบ ก่อนที่แก้มนวลจะขึ้นสีเรื่อ นางหลุบตาลงยิ้มเขินอาย ก่อนจะเริ่มบรรเลงกู่ฉิน


            ซีหลงนั่งเท้าคางฟังเพลิดเพลิน เจิงอีคะยั้นคะยอให้เขาดื่มอีก แต่ชายหนุ่มปฏิเสธ รู้สึกว่าช่วงนี้ควรมีสติให้มากทีสุดจะดีกว่า


            ทันใดนั้น แพทย์หลวงเฉินเจียที่หน้าแดงก่ำได้เซถลาเข้าไปหาอวี้ฮวา ก่อนที่จะดึงข้อมือนาง


            “ไป! คืนนี้เล่นกู่ฉินให้ข้าฟังแต่เพียงผู้เดียวจะดีกว่า”


            “ใต้เท้าโปรดรักษามารยาทด้วย”


            “เถอะน่า ข้ารู้ว่าเจ้าชอบเงิน และข้าก็มีเงินเยอะ อย่าดีดดิ้นเล่นตัวไปเลย”


            “เจ้าเป็นแพทย์หรือเป็นสุนัขกันแน่ ถึงได้ข่มเหงรังแกผู้อื่น”


            รู้ตัวอีกที สองเท้าก็พาหลิวซีหลงมาอยู่เบื้องหน้าระหว่างทั้งสอง อาศัยที่อีกฝ่ายเริ่มเมามายผลักร่างอ้วนใหญ่ให้เสียศูนย์ เฉินเจียเซถอยไปเพราะไม่ทันตั้งตัว ก่อนจะคำราม “แล้วเจ้าสะเออะอะไร!?


            “นางไม่ต้องการไป เจ้ายังจะวุ่นวายหาอะไร”


            “ไอ้บัดซบนี่!” เฉินเจียร้อง คว้าเอาจอกสุรากระเบื้องขึ้นมาท่ามกลางเสียงร้องของผู้คน ทันใดนั้นมือเขาก็ถูกคว้าไว้ แพทย์หลวงร่างยักษ์หันไปหมายจะด่า ทว่าเมื่อเห็นว่าเป็นใครก็ได้แต่ฮึดฮัด “ปล่อยข้า จื่อหาน!


            เฉินจื่อหานมีรูปร่างสูง แม้ไม่ได้บึกบึนดังเหล่าทหารบู๊ แต่ก็ยังดูสูสีกับเฉินเจียมากกว่าหากเทียบกับซีหลง


            “เจ้าทำเช่นนี้ ตั้งใจจะให้ตระกูลเฉินเสื่อมเสียหรืออย่างไร”


            เฉินเจียสะบัดมืออย่างแรง เฉินจื่อหานยอมละมือออกไป ส่งสายตาขอโทษให้แก่ซีหลง แล้วจึงหันไปตำหนิญาติผู้น้อง “เจ้าเมามากแล้ว กลับบ้านเถอะ”


            เฉินเจียหันหลังทำท่าจะคล้อยตาม ทว่าในเสี้ยวพริบตากลับหันมาขว้างจอกสุราใส่ซีหลง


            “ระวัง!


            หลิวซีหลงยกแขนขึ้นกัน ทันใดนั้นกลับมีจอกสุราอีกหนึ่งลอยมาปะทะ ทำให้เบี่ยงวิถีจอกสุราอันแรกไป


            ผู้คนส่งเสียงฮือฮา ซีหลงหันมองไปยังที่มาของจอกสุรานั้น เห็นเป็นดวงหน้าขี้เล่นแจ่มใสของเด็กหนุ่มผู้หนึ่ง อยู่ในชุดเรียบง่ายสีเหลืองอ่อนไร้ลวดลาย ผมเกล้าขึ้นเป็นมวยเรียบง่าย เขาเอ่ยยิ้มๆ


            “พี่ชายท่านนั้นก็ระวังหน่อย”


            ทุกคนอ้าปากค้าง เฉินจื่อหานรีบค้อมศีรษะขอบคุณ ก่อนหันไปจัดการกับเฉินเจียที่เริ่มดิ้นรนไม่หยุดและทำท่าจะเข้าไปทำร้ายผู้มาใหม่ เหล่าแพทย์หลวงหลายคนเข้าไปช่วยจับกุมไว้ไม่ให้อาละวาดอีก “กลับบ้านเดี๋ยวนี้!


            เมื่อเหตุการณ์สงบแล้ว ซีหลงเดินไปคารวะเด็กหนุ่มหน้าละอ่อนผู้นั้นโดยมิได้เกี่ยงว่าอีกฝ่ายจะอายุน้อยกว่า


            “ขอบคุณคุณชายที่ช่วยเหลือ”      


            ดวงตากลมใสกระจ่างมองซีหลงคล้ายจะสนใจเป็นพิเศษ คุณชายชุดเหลืองเปิดยิ้ม เห็นรอยบุ๋มข้างแก้มเล็กๆ สองข้าง ดูสัตย์ซื่อไม่มีพิษมีภัย “เรื่องเล็กน้อยเช่นนี้ ไม่นับเป็นเรื่องใหญ่มากมายหรอก”


            “ไม่ทราบว่าคุณชายมีนามว่าอะไร”


            คุณชายชุดเหลืองเม้มปาก เอียงศีรษะนิดๆ ครุ่นคิด สักพักจึงตอบ “หนิงเหอ”


            “อ้อ เช่นนั้นผู้น้อยหลิวซีหลงก็ถือว่าเป็นหนี้คุณชาย ย่อมต้องตอบแทนแน่นอน”


            “ข้าไม่ถือเป็นหนี้บุญคุณจริงๆ” หนิงเหอโบกมือไปมาอย่างอารมณ์ดี ซีหลงสังเกตฝ่ามือของเขา แน่แล้วว่าเป็นผู้ฝึกยุทธิ์มาอย่างโชกโชน หนิงเหอเอ่ยขึ้นต่อ “ท่านมีไมตรีต่อแม่นางดีดกู่ฉินผู้นั้นหรือ”


            ซีหลงไม่ทันตั้งตัวกับคำถาม แทบสำลักน้ำลายของตน “ข้า... ข้าเพียงแต่ชื่นชมนาง ผู้ใดจะไม่ชื่นชอบสาวงามหาตัวจับยากเช่นนั้น”


            หนิงเหอส่งเสียงอ้อ ยังกระหยิ่มยิ้มเป็นเชิงรู้ทัน ซีหลงได้แต่เกาหลังคอแก้เก้อ ไม่รู้จะวางสายตาที่ใด


“แต่ว่า อย่างไรช่วงนี้ก็ระวังตัวหน่อยละกันท่านหมอ ดูเหมือนว่าชะตาท่านจะไม่ค่อยดีนัก ดังนั้นคืนนี้อย่าอยู่คนเดียวเลย”


            “ฮะ?”


            หนิงเหอหัวเราะ “ข้ามีธุระ จำต้องขอตัวก่อน”


            ซีหลงได้แต่มองตามแผ่นหลังของเขาหายไปจากภัตราคาร อดรู้สึกเคลือบแคลงใจในตัวอีกฝ่ายไม่ได้


            คืนนั้นหลิวซีหลงไม่ได้อยู่คนเดียวตามที่อีกฝ่ายว่า แม้เขาอยากจะอยู่กับอวี้ฮวา ทว่าเจิงอีกลับมีสภาพหนักยิ่งกว่าครั้งไหน เมามายอาเจียนออกมาหมดท้องจนกระทั่งเหลือเพียงน้ำใสๆ ซีหลงจำต้องเปิดห้องในเหลาสุรา รอให้คนเมาจนคอพับคออ่อนหลับไป คิดในใจว่าพรุ่งนี้เช้าต้องไปคิดบัญชีให้หนัก

 



            วันรุ่งขึ้นได้มีเรื่องเกิดขึ้นจริงๆ


            เมื่อคืนวาน ได้มีคนร้ายลักลอบเข้าไปทำลายหุ่นฝังเข็มที่ใช้สอบในวันที่สาม


โชคดีที่ห้องเก็บข้อสอบในวันที่หนึ่งและสองไม่ถูกงัดแงะ เหล่าแพทย์หลวงขั้นต้นทั้งหมดต่างถูกเรียกเข้าวังตั้งแต่เช้ามืด ทั้งหมดนั่งคุกเข่ารอฟังการตัดสินอยู่ยังลานหินหน้าสำนักแพทย์


            ขุนนางผิวเข้มหน้าตาถมึงทึงก้าวออกมา อาภรณ์สีม่วงของกรมอาญาดูน่าเกรงขามอย่างยิ่ง


            “ผู้ใดคือหมายเลขหนึ่ง ก้าวออกมา!


            เฉินจื่อหานมีสีหน้าตกใจอยู่แวบหนึ่ง พริบตาต่อมาก็เก็บสีหน้าไว้มิดชิด


            “ผู้น้อยเฉินจื่อหาน”


            “หมายเลขสิบสี่ ก้าวออกมา”


            “ผู้น้อย เฉิน... เฉินเจีย”


            เฉินเจียปกติมักโอหังวางกล้าม บัดนี้กลับพยายามจะหดตัวให้เล็กที่สุด ที่ดื่มมาเมื่อวานยังคงไม่สร่างเมาดี


            “หมายเลขสามสิบสาม ก้าวออกมา”


            ซีหลงที่นึกเยาะเย้ยเฉินเจียอยู่ในใจถึงกับสะดุ้ง รีบลุกขึ้น “ผู้น้อยหลิวซีหลง”


            “มีเพียงหุ่นของพวกเจ้าสามคนที่ถูกทำลาย รู้ไหมว่าเพราะอะไร” ดวงตาดุจยักษ์มารกวาดมอง


            “ผู้น้อยไม่ทราบ” มีเพียงเฉินจื่อหานและซีหลงเท่านั้นที่เอ่ยปาก ส่วนเฉินเจียเหมือนจะลิ้นเป็นอัมพาตไปแล้ว “ทำไมไม่ตอบ!


            “ผะ ผู้น้อยก็ไม่ทราบขอรับ” เฉินเจียแทบจะครางหงิงเป็นสุนัขโดนไม้ฟาด น่าอนาถเกินทน


            “ดี ดี ตั้งแต่ข้ารับราชการมายังไม่เคยเกิดเหตุเช่นนี้ หากพวกเจ้ามีสิ่งใดก็จงรีบสารภาพ อย่างน้อยยังคงเหลือศีรษะเอาไว้ได้”


            หลิวซีหลงเหลือบตามองบรรดาแพทย์หลวงอาวุโส หัวหน้าแพทย์หลวงเฉินกลับนิ่งเฉยได้ทั้งที่บุตรชายและหลานชายต่างโดนข้อหา เมื่อสบตากับท่านอาจารย์ของตน กลับเห็นแววตากลัดกลุ้มและเป็นห่วงสะท้อนมา


            คำเอ่ยของอวิ๋นอ๋องดังขึ้นในหัว นี่ไม่ใช่เรื่องบังเอิญแน่ๆ


            “เมื่อคืนพวกเราทั้งสามไปเลี้ยงฉลองสอบเสร็จที่เหลาสุรา แพทย์หลวงชั้นต้นทั้งหลายสามารถเป็นพยานได้ ดังนั้นพวกเรามิอาจลักลอบเข้ามาก่อการในวัง”          


            เฉินจื่อหานเอ่ยอย่างสงบ


            ขุนนางกรมอาญาแย้มยิ้มขึ้นนิดๆ ช่างเป็นรอยยิ้มที่ไม่น่าดูเอาเสียเลย “ผู้ใดกล่าวว่าเป็นพวกเจ้าลงมือเอง? เอาตัวคนมา!


            ร่างหนึ่งที่เต็มไปด้วยบาดแผลโชกโชนทั้งร่างถูกลากมา ทั้งตามใบหน้าและอาภรณ์กลายเป็นสีแดงฉาน หลายคนสูดหายใจเข้าก็มิกล้าหายใจออก ที่แท้เป็นหูมู่ ขันทีเด็กหนุ่มที่คุกเข่าขอร้องซีหลงเมื่อวันก่อนนั่นเอง


            หูมู่ถูกโยนลงบนพื้นอย่างไม่ปรานี ส่งเสียงโอดโอย ผมเผ้ายุ่งเหยิงจนแทบจะไม่เหลือสภาพเป็นผู้เป็นคนในวันก่อน


            “พูดมาสิ ว่าเจ้าได้ทำสิ่งใดลงไป”


            “ขะ ข้าเป็นผู้ทำลายหุ่นเหล่านั้นเอง” น้ำเสียงแหบพร่าดังตะกุกตะกักและแผ่วเบา แต่ในที่นี้ไม่มีใครกล้าส่งเสียง ทำให้ทุกคนล้วนได้ยินชัดเจน


            “อย่างไร”


            “ข้า... ใช้ ผงนิทราทำให้ผู้เฝ้าห้องเก็บข้อสอบหลับใหล แต่แรกเพียงต้องการทำให้เหมือนหุ่นถูกสัตว์กัดแทะทำลาย แต่หัวหน้าแพทย์หลวงเฉินได้มาตรวจตราเสียก่อน ข้าจึงจำต้องรีบหลบหนีออกมา ไม่ ไม่มีเวลาจัดการให้เรียบร้อย”


            “นี่คือผงนิทราที่ว่า ใช้จุดดั่งกำยานทั่วไปทว่าฤทธิ์แรงกว่า จุดหนึ่งก้านธูปก็จะหลับใหลไม่ได้สติไปสามชั่วยาม”


            โถกำยานสำริดถูกชูขึ้นมา กลิ่นหอมคุ้นเคยลอยไปในอากาศ ขุนนางกรมอาญากราดสายตาไปยังแพทย์หลวงที่คุกเข่าเบื้องหน้าทั้งสาม


            “หึ กลิ่นคุ้นจมูกบ้างหรือไม่”


            “...”


            “ไม่สารภาพอีกรึ” ดวงตายักษ์มารหยุดจ้องที่หน้าซีหลง “งั้นนี่อะไร!


            กำยานและสมุนไพรที่ทำเป็นวัตถุดิบถูกโยนลงเบื้องหน้าซีหลง ซีหลงสูดลมหายใจลึกยาว ก่อนตอบ


            “นี่เป็นกำยานและสมุนไพรที่ผู้น้อยใช้ทำกำยานขอรับ”


            “ในวังต่างรู้ว่าฝ่าโปรดทรงโปรดกำยานที่เจ้าทำ อีกทั้งเจ้ายังมิได้บอกสูตรแก่ใคร ผงนิทรานี้นอกจากมีคุณสมบัติเหมือนกันแล้ว เหล่าแพทย์หลวงต่างตรวจทานแล้วก็รู้ได้ว่านี่คือส่วนผสมของสมุนไพรที่เจ้ามีไม่ผิดเพี้ยน...”


            “มิหนำซ้ำ ขันทีผู้นี้ยังติดหนี้บิดาเจ้า กระทั่งขอร้องว่าต่อให้ตายก็ยอมทำทุกอย่างใช่หรือไม่”


            ซีหลงขบฟันใช้ความคิดจนสันกรามปูดโปนขึ้น ยังนิ่งไม่ตอบ ขุนนางชุดม่วงเริ่มมีโทสะขึ้นมา


            “ถึงขนาดนี้แล้วยังปากแข็ง ทหาร...!


            “...อันที่จริงแล้ว หากเป็นส่วนผสมกำยานที่ถูกต้อง ใช้เวลาเพียงครึ่งก้านธูป ผู้คนก็หลับใหลไปได้สี่ยาม”


            “เจ้าว่าอะไร”


            แพทย์หลวงหนุ่มถูกดึงตัวให้ลุกขึ้นค้างไว้ ยังไม่ได้ถูกลากไปยังแท่นเตรียมโบย


            “ผู้น้อยอยากให้ตรวจสอบอีกครั้ง ว่าส่วนผสมของกำยานกับสมุนไพรที่ข้ามีนั้นเหมือนกันหรือไม่”


            เหล่าแพทย์หลวงอาวุโสต่างสบตากัน หัวหน้าแพทย์หลวงอาวุโสเฉินรีบลุกขึ้นมาเป็นคนแรก สีหน้าขมวดตึงขึ้น เมื่อทำการเปรียบเทียบกลิ่นของกำยานของซีหลงและ ผงนิทรา แพทย์หลวงหยางจื้อขมวดคิ้ว เอ่ยขึ้นช้าๆ


            “คล้ายมีสมุนไพรชนิดหนึ่งไม่เหมือนกัน...”


            ซีหลงค่อยยิ้มขึ้นมาได้ “สำหรับกำยานของข้านั้นใช้ แก่นจันทร์ขาว ส่วนผงนิทรานั่นใช้ แก่นจันทร์แดง


            “แล้วอย่างไร” หัวหน้าแพทย์หลวงเฉินเลิกคิ้ว ส่งเสียงเฮอะในลำคอ “นี่ไม่ช่วยให้เจ้าปัดความผิดไปได้”


            “แก่นจันทร์ขาวสามารถปลูกได้ในต้าหลิง ทว่าแก่นจันทร์แดงกลับล้ำค่ากว่ามาก เพราะปลูกได้ยังแคว้นโพ้นทะเล ทำให้มีราคาสูง ผู้ใดจะเบิกจากห้องยาย่อมต้องลงบัญชี หรือถ้าหากจะซื้อในต้าหลาง ก็มีร้านสมุนไพรสามร้านเท่านั้นที่ขาย ย่อมมีบันทึกผู้ซื้อเอาไว้”


สีหน้าของผู้คนล้วนเปลี่ยนไป ขุนนางกรมอาญาชะงัก เมื่อคิดตามแล้วจึงตวาดเสียงดัง “ไปนำบันทึกห้องสมุนไพรมา แล้วไปตรวจสอบร้านสมุนไพรทั้งสามร้านนั้นด้วย!


บันทึกห้องสมุนไพรพบแพทย์หลวงผู้เบิกเอาแก่นจันทร์แดงไปสามคน ส่วนร้านสมุนไพรนอกวังนั้นมีผู้ซื้อเพียงคนเดียวเท่านั้น


สำหรับสิ่งที่ค้นจากห้องพักมาได้ ก็พบว่ามีสมุนไพรแก่นจันทร์ขาวอยู่ด้วยจริงๆ


“นอกจากนั้น เจ้ายังซื้อสมุนไพรที่พร้อมจะมาทำเป็น ผงนิทราพร้อมกันด้วยใช่หรือไม่


ขุนนางกรมอาญายิ่งมีสีหน้าอึมครึมกว่าเก่า เน้นเสียงเข้ม “แพทย์หลวงกัวไหฉี”


แพทย์หลวงวัยกลางคนที่ยังเป็นแพทย์หลวงขั้นต้นจนบัดนี้พลันหน้าซีด รีบคลานออกมาโขกศีรษะลงกับพื้น โขกแรงเสียจนเลือดไหลออกจากหน้าผาก


“ข้าสมควรตาย อภัยให้ข้าด้วย!!


            “เจ้าตายแน่! ทว่าหากไม่อยากตายอย่างทรมานนัก ก็จงบอกชื่อคนบงการมา”


            กัวไหฉีหวาดกลัวจนปัสสาวะราด เอาแต่ร้องไห้น้ำมูกน้ำตาไหล ส่ายหัวว่าร้องอ้อนวอน “อภัยให้ข้าด้วย! เพราะความโง่เขลาบังตา ข้าทำข้อสอบไม่ได้ จึงได้วานให้ขันทีเด็กนั่นไปทำลายหุ่นฝังเข็ม เรื่องนี้ข้าทำเองทั้งหมด”


            “โบยพวกมันคนละสามสิบไม้!


            ทหารลากร่างกัวไหฉีพร้อมด้วยหูมู่ขึ้นไปยังแท่นโบย ก่อนลงไม้อย่างไรความปรานี เหล่าแพทย์หลวงขั้นต้นผู้อื่นถูกบังคับให้ต้องคุกเข่าฟังไปด้วย จะอุดหูก็ไม่ได้ หลายคนจึงทำได้เพียงหลับตา


            เสียงกัวไหฉีดังหวีดร้องเหมือนสัตว์โดนเฉือนไม่ผิด ส่วนหูมู่เกรงว่าจะร้องก็ยังไม่มีแรง


            สุดท้ายทั้งสองสลบไปโดยมิได้สารภาพสิ่งใด ยิ่งเพิ่มความเดือดดาลให้แก่ขุนนางกรมอาญา


            “นำตัวพวกมันไปขัง! พรุ่งนี้ค่อยเริ่มไต่สวนใหม่ ส่วนการนับคะแนนก็ยุติไว้ก่อน          


 


            “ขี้ขลาดอย่างกัวไหฉีน่ะหรือจะกล้าลงมือเอง! มิหนำซ้ำยังเลือกหุ่นของคนตระกูลเฉินกับหุ่นของเจ้า หลับตามองยังรู้ว่าไม่ชอบมาพากล”


            เจิงอีเองเมื่อหายจากความตระหนกแล้วก็เดือดดาลไม่แพ้กัน พอเห็นซีหลงนิ่งเงียบไม่พูดจาก็ค่อยลดเสียงลง ยกมือตบบ่าเขา


            “ข้าเองยังตกใจแทบตาย เจ้าเองก็ทำใจดีๆ ไว้นะ” เจิงอีปลอบ เอ่ยแล้วก็นึกขึ้นได้ “ว่าแต่เจ้ารู้ได้อย่างไร ถึงไม่ได้บอกสูตรกำยานที่ถูกต้องตั้งแต่แรก หรือว่าเจ้ามองเห็นอนาคต!


            “เพ้อเจ้อ” ซีหลงค่อยยิ้มบางออกมาได้ หลังจากหน้านิ่วคิ้วขมวดมาสักพัก “ครั้งนี้ถือว่าโชคช่วย ข้าเห็นว่ากัวไหฉีคิดหาทางรวยจากกำยานของข้า เลยตั้งใจบอกสูตรผิดที่ใช้สมุนไพรที่ราคาแพงกว่ามาก จังหวะนั้นดันคิดได้พอดี ว่าแก่นจันทร์แดงก็ถูกขายอยู่ไม่กี่ที่ จะเบิกจะซื้อก็ต้องลงบันทึก”


            “ฟาดเคราะห์ไป” เจิงอีถอนใจ “แต่เจ้าไปทำสิ่งใดให้หัวหน้าแพทย์หลวงเฉินไม่พอใจกัน ข้ามั่นใจสักแปดในสิบส่วนว่าเขารู้เรื่องนี้ด้วยแน่ๆ”


            “ข้าไม่รู้ คะแนนข้าอย่างไรก็ไม่น่าเอาชนะเฉินจื่อหาน...” หลิวซีหลงเอ่ยไม่จบประโยคก็หยุดเดิน


            “มีอะไรรึ”


            “หลี่ลู่จิน” ซีหลงหรี่ตาพึมพำ


            “ฮะ เจ้าว่าอะไร ข้าไม่ได้ยิน”


            “องค์จักรพรรดิ... นอกจากความโปรดปรานต่อเหมยอิงจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ก็ดูเหมือนจะให้ข้ามีอภิสิทธิ์เหนือผู้อื่น คนตระกูลเฉินคงไม่พอใจ”


            “แล้วนี่...” เจิงอีอ้าปากค้าง หากเป็นจริงก็คงเป็นเรื่องใหญ่ไม่น้อย “จะทำอย่างไรดีล่ะ”


            ใบหน้าเจ้าเล่ห์ของอวิ๋นอ๋องผุดขึ้นมาในความคิด ซีหลงอดชักสีหน้าบึ้งตึงไม่ได้


            “ข้าคิดว่าข้าคงไม่มีทางเลือกมากนัก”

 



            ยามราตรีคล้อยคลุม ปรากฏเงาร่างในชุดดำกลุ่มหนึ่งตรงไปยังที่คุมขัง หลบเลี่ยงเวรยามที่จัดไว้อย่างคล่องแคล่ว


            เงาทั้งหลายต่างเคลื่อนไหววูบ ทั้งฝีเท้าทั้งการลงมือเงียบกริบ เกิดเสียงดิ้นรนครู่หนึ่ง จากนั้นทุกอย่างก็เข้าสู่ความเงียบสงัดเหมือนไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้น มีเพียงสายลมวสันต์พัดเอื่อย



 

            วันต่อมา ปรากฏว่ากัวไหฉีรู้สึกผิดบาป ใช้เลือดเขียนอักษรลาตายพร้อมกับแขวนคอตัวเองในห้องขังยามค่ำ พร้อมกับที่หูมู่ทนพิษบาดแผลไม่ไหว ตายในยามรุ่งสาง


            แพทย์หลวงที่ใช้ชีวิตสำมะเลเทเมากับขันทีเด็กผู้ยากจนข้นแค้นจะตายอีกสิบคนวังหลวงต้าหลิงก็ไม่สะเทือน อีกทั้งทั้งสองยังรับสารภาพความผิดแล้ว จึงมิได้มีผู้ยื่นฎีกาให้ไต่สวนต่อ


            ในอกซีหลงรู้สึกวูบโหวง หมากไร้ค่าก็ต้องถูกเขี่ยออกจากกระดาน เพียงแต่ว่านี่ไม่รวดเร็วและหมดจดเกินไปหรืออย่างไร


            ยามบ่าย หลิวซีหลงคิดไปพูดคุยกับอาจารย์ของตน กลับได้ยินเสียงเล็ดลอดออกมาจากประตู


            “ข้าครุ่นคิดแล้ว อาการนี้ฝ่าบาทประชวรมาเนิ่นนาน จะรักษาให้หายขาดในเวลาสั้นๆ เกรงว่าจะเป็นไปได้ยาก”


            “ในสายตาข้า ท่านเป็นหมอที่เก่งที่สุด อย่างไรข้าก็เชื่อว่าท่านต้องรักษาฝ่าบาทให้ได้”


            เสียงทอดถอนใจดังมา เป็นของแพทย์หลวงหยางจื้อ น้ำเสียงวิตกเหนื่อยล้าดั่งเช่นคราวพูดคุยกับอี้เหยียนไคกั๋วกงไม่ผิด “เช่นนั้นขอเวลาข้าอีกหน่อย ยิ่งมีเรื่องวุ่นวายของการสอบเข้ามาด้วย...”


            “ย่อมได้ ข้าเองเพียงกังวลถึงพระทัยฝ่าบาท แม้คุ้นชินกับอาการมานับหลายปีแล้ว แต่ถ้าหายได้ก็ย่อมดีกว่า”


            บานประตูเปิดผ่างออกกะทันหัน หลิวซีหลงที่ยืนนิ่งงันอยู่สะดุ้งจนแทบล้ม หากไม่ใช่ว่าร่างเบื้องหน้าเอื้อมมือมาดึงแขนเข้าไว้ พร้อมส่งรอยยิ้มยิงฟันมาให้


            “นี่...”


            “แพทย์หลวงหลิวก็ระวังตัวหน่อย”


            ดวงหน้าขี้เล่น ดวงตาแจ่มใสซุกซน ทว่าเรือนกายกลับสูงสง่าสมบุรุษดูคุ้นตา เพียงแต่ในยามนี้หนิงเหอสวมอาภรณ์หัวหน้าราชองครักษ์สีสุขุมพร้อมเหน็บกระบี่ข้างเอว


            “เป็นข้าเสียมารยาท ใต้เท้าโปรด...!


“ใต้เท้าอะไรกัน เรียกหนิงเหอนั่นล่ะ” หนิงเหอปล่อยมือจากเขาแล้วโบกมือไปมา ไม่มีท่าทีใส่ใจว่าเขาจะได้ยินเรื่องเมื่อครู่หรือไม่ “เมื่อวานข้าประทับใจมาก ไม่นึกว่าแค่เปลี่ยนสมุนไพรอย่างเดียวก็สามารถยืนยันความบริสุทธิ์ให้ตัวเองได้”


“ใต้เท้ากล่าวเกินไป” ซีหลงถอยหลังสามก้าว ไม่อาจซ่อนประกายไม่ไว้ใจในดวงตา


“อา ข้าไม่ได้เป็นคนไม่ดีหรอก ไม่สิ ก็เป็นคนไม่ดีนั่นแหละ ทว่าข้าอยู่ฝั่งเดียวกับท่าน วางใจได้”


ทั้งน้ำเสียงและวาจาของหนิงเหอพาซื่อให้ดูไม่มีพิษมีภัยจริงๆ ทว่าพอนึกถึงหน้าคนที่เขาต้องอารักษ์ขา หลิวซีหลงก็ไม่อาจวางใจได้อยู่ดี


            “ไม่ทราบใต้เท้าต้องการสิ่งใด”


            หนิงเหอจิ๊ปาก “ข้าไม่ชอบคำว่าใต้เท้า”


            “ท่านหัวหน้าองครักษ์”


            “หนิงเหอ”


            “ท่านอยากให้ข้าถูกโบยฐานไม่รู้ฐานะตัวเองหรือ”


            หนิงเหอเพียงยักคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง ก่อนยิ้มกว้างขึ้นแล้วมองซ้ายมองขวา แล้วจู่ๆ จึงปลดบางอย่างข้างเอวออกมา คว้าหมับที่ข้อมือและยัดของบางสิ่งมือเขา ซีหลงเบิกตากว้าง จะดึงมือออกก็ไม่ได้


            “นี่เป็นเครื่องรางให้แคล้วคลาดและดึงดูดสิ่งมงคลต่างๆ เป็นของพระราชทาน รับรองว่าดีกว่าเครื่องรางที่ท่านสวมอยู่แน่นอน นั่นน่ะดูท่าจะเรียกแต่สิ่งอัปมงคล”


            หนิงเหอบุ้ยใบ้ไปยังสร้อยคอหินปราชญ์ศักดิ์สิทธิ์ของเขา ก่อนที่จะสาวเท้ายาวๆ จากไป ปล่อยให้ซีหลงยืนจังงังอยู่ผู้เดียว


            ในมือของเขาคือพู่ไหมสีแดงสดร้อยหยกประดับสามสี ประกอบด้วยหยกสีขาว ม่วงและเขียว เขาไม่มีตาดูอัญมณีนักยังรู้ว่าหายากและล้ำค่าอย่างยิ่ง แม้ไม่ถึงกับหาไม่ได้หรือโดดเด่นเป็นพิเศษ ทว่าราคาแพงมากจนกระทั่งมีเพียงผู้ชื่นชอบจริงๆ ที่จะซื้อเก็บไว้ หรือผู้ร่ำรวยบางคนที่ต้องการไว้อวดบารมี


            ซีหลงจะถือไว้นานก็ไม่กล้า จะทิ้งก็ไม่ได้ จำต้องยัดเข้าเสื้ออย่างเสียมิได้


            แพทย์หลวงหนุ่มทอดมองผ่านรอยเปิดของประตูก็เห็นอาจารย์ของตนกำลังเอียงศีรษะกุมขมับ พลิกกองตำรามากมายอย่างกลัดกลุ้ม ไอความเหนื่อยล้าและความชราลอยอยู่รอบตัว


            ซีหลงคิดเปลี่ยนใจไม่รบกวน หันหลังกลับไปพร้อมกับพู่ไหมหยกสามสีที่ไม่รู้จะทำอย่างไรดี

 



            อี้เหยียนไคกั๋วกงอดออกปากไม่ได้ขณะที่กำลังเดินไปเข้าเฝ้ายังตำหนักเฉียนชิง


            “เด็กแก่แดดยุ่งไม่เข้าเรื่อง ถ้าเป็นเรื่องขึ้นมา...”


            หัวหน้าองครักษ์อ่อนวัยที่เดินคู่กันกลับทำหน้าไม่รู้ร้อนรู้หนาว “ใครมันจะไปเหมือนท่าน น่าเบื่อ”


            “ข้าจะทูลองค์จักรพรรดิ”


            “ฝ่าบาทไม่ตีข้าหรอก”


            “รู้ได้ยังไง”


            “เพราะข้าน่าเอ็นดูกว่าท่าน”


            เสนาบดีสำนักราชเลขามองตาเขม็ง มุมปากยิ่งตกลง “แค่อวิ๋นอ๋องคนเดียวข้าก็ปวดหัวจะแย่อยู่แล้ว เจ้าช่วยอยู่เฉยๆ ไม่ก่อเรื่องจะได้ไหม”


            “ข้าไม่ก่อเรื่อง ผู้อื่นก็ก่ออยู่แล้ว อ้อ แต่นี่ไม่เห็นว่าเป็นการก่อเรื่องสักหน่อย” หนิงเหอยักไหล่ คราวนี้เอียงตัวหลบฝ่าเท้าของอี้เหยียนไคกั๋วกงที่หลุดมาดเคร่งขรึมเพราะอยู่ในที่ลับตาคนจนได้


“อู๋หนิงเหอ!


“รู้แล้วๆ ข้าเพียงอยากให้เขาแคล้วคลาดปลอดภัย เพราะเครื่องรางพระราชทานนี้ทำให้ข้ารอดมานักต่อนัก ใครจะรู้ว่าจากนี้ต้องเจอกับอะไรอีกบ้าง”


“แค่หมากตัวนึง ใส่ใจอะไร”


            “มีคนปากหนักบางคนใส่ใจกว่าข้าแล้วกัน คิดว่าข้าดูไม่ออกหรือ พักนี้เล่นหมากล้อมบ่อยปานนั้น ผู้อื่นเล่นไม่ชนะก็ต้องทนนั่งเล่นด้วย ท่านน่ะสิหลอกตัวเอง”


เด็กหนุ่มผิวปากลอยหน้าลอยตา มิได้มีท่าทีน่าเกรงขามสมตำแหน่งสักนิด อี้เหยียนไคกั๋วกงได้แต่แยกเขี้ยว ก่อนที่จะยกมือขึ้นนวดคลึงกลางสันจมูกแล้วคำรามออกมาเบาๆ อย่างกลัดกลุ้ม มิวายพึมพำ


“เล่นหมากล้อมบ่อยเกินไปจริงๆ”

           



            สุดท้าย สำนักแพทย์ได้มีการจัดสอบการฝังเข็มใหม่อีกครั้ง


            เจิงอีที่เห็นพู่ไหมร้อยหยกสามสีแล้วก็อดไม่ได้เอ่ยชมไปค่อนวัน ซีหลงจำต้องโกหกไปว่ามีคนไข้ฐานะร่ำรวยผู้หนึ่งให้มา สุดท้ายทนคำรบเร้าว่าให้สวมไปสอบแทนหินปราชญ์ศักดิ์สิทธิ์ไม่ได้ ซีหลงพิจารณาดูแล้วไม่น่าปัญหามีอะไรจึงห้อยประดับเอาไว้ใต้อาภรณ์ชั้นนอก


            การสอบรอบที่สามแม้จะครึ้มฟ้าครึ้มฝนแต่ก็เป็นไปอย่างราบลื่น ไม่มีใครหรือเหตุการณ์ใดปรากฏขึ้นอีก


            ผลประกาศสอบออกมา ปรากฏว่า เฉินจื่อหานได้ลำดับที่หนึ่ง ส่วนลำดับที่สอบคือหลิวซีหลง ส่วนเจิงอีที่โอดครวญกลับทำได้ดีกว่าที่คิดมาก โดยอยู่ในลำดับที่ยี่สิบพอดิบพอดี ส่วนเฉินเจียจำต้องระเห็ดออกจากวังหลวงเนื่องจากสอบไม่ผ่าน


            หลิวซีหลงแม้จะผิดหวังเล็กน้อยทว่าก็มีความยินดีมากกว่า คราวนี้เลือกที่จะไปพบอาจารย์ของตน


            แพทย์หลวงหยางจื้อก็ยังกลัดกลุ้มท่ามกลางกองตำรา เพียงแต่เวลานี้ไม่ได้มีผู้ใดมาสนทนาด้วยอีก


            ซีหลงเดินเข้าไป คำนับช้าๆ “ท่านอาจารย์...”


            “ครานี้เจ้าเก่งไม่เบา”


            อีกฝ่ายละสายตาจากม้วนตำรา แย้มยิ้มขึ้นน้อยๆ ดวงหน้าชราจะอิดโรยแต่ยังแฝงด้วยความเมตตาที่เห็นไม่บ่อย ภายในใจของหลิวซีหลงเหมือนมีดอกไม้บานพร้อมกัน ความภูมิใจล้นขึ้นในอก ได้แต่เกาศีรษะแก้เก้อ


            “เป็นตัวปัญหาให้ท่านตลอด บัดนี้... ก็คงหักล้างกันได้กระมัง ถึงจะไม่ได้ที่หนึ่งก็เถอะ”


            “หึ เอาอะไรมาหักล้าง เพราะดันมีคนตอบคำตอบพิสดารมา การประชุมรวมคะแนนเลยล่วงเวลาไปนาน ข้าแทบไม่ได้พักผ่อน”


            “อาจารย์สอนอย่างไร ศิษย์ก็ตอบอย่างนั้น”


            “ไม่เคยสอนให้เจ้าขวางโลกปานนี้”


            “อ้อ แต่วันก่อนที่ท่านผ่าตัดคน นั่นมิใช่ผู้คนจะตื่นตกใจกันหมดหรือ”


            “หากสิ่งใดช่วยชีวิตผู้ป่วยไว้ได้ ในเวลานั้นก็ต้องทำ” ผู้เป็นอาจารย์ถอนใจเบาๆ มองควันกำยานที่ลอยม้วน ซีหลงเองก็มองตาม ก่อนเอ่ยขึ้น


            “วันนั้น... ท่านเชื่อจริงๆ ใช่ไหมว่าข้ามิได้ทำผิด”


            “แน่นอน” แพทย์หลวงหยางจื้อเอ่ยหนักแน่น เหลือบตากลับมามองศิษย์ตน “น่าโมโหนัก ทั้งๆ ที่รู้ว่าเป็นฝีมือผู้ใด ข้ากลับมิอาจทำสิ่งใดได้ หาหลักฐานสักชิ้นก็ไม่มี คนก็ตายเปล่า”


            “ตระกูลเฉินมีอำนาจมากมาย ท่านอย่าได้เสี่ยงเลย ข้าจะรับมือพวกเขาเอง”


ซีหลงเอ่ยเสียงเคร่ง เขานับถือท่านอาจารย์หยางจื้อยิ่งกว่าบิดาแท้ๆ หากไม่มีอีกฝ่าย บางทีชีวิตของเขาอาจจะล่องลอย เป็นเพียงนักเลงหมากล้อมไปวันๆ


            จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ดูก็รู้ว่า เพื่ออำนาจแล้วคนตระกูลเฉินล้วนทำได้ทุกอย่าง เขาไม่ต้องการให้อาจารย์เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย


            กระนั้นสิ่งที่รบกวนใจอาจารย์ของเขาในช่วงนี้ก็รบกวนจิตใจเขาเช่นกัน


            “ช่วงนี้ไม่เห็นท่านพักผ่อน มิทราบค้นหาสิ่งใด”


            “โรคภัยมีมากมาย คนเป็นหมอควรหาวิธีรักษาให้ได้”


            “เป็นเช่นนั้น แต่ท่านก็ยังเป็นเพียงคนๆ หนึ่ง จำต้องพักผ่อน อย่าได้หักโหมเกินไป หรือหากมีสิ่งใดที่ข้าช่วยได้...”


            แพทย์หลวงอาวุโสหยางจื้อยิ้มน้อยๆ กวักมือเรียกให้ซีหลงเข้าไปหา ซีหลงเดินเข้าไปแล้วค้อมตัวลง ฝ่ามือเหี่ยวย่นจะเอื้อมมาแตะหน้าผาก ซีหลงหลับตา ก่อนลืมตาขึ้นเมื่ออีกฝ่ายละมือไป ความอบอุ่นล้นอยู่ในอก


“เป็นหมอที่ดีก็พอ ข้าไม่ขอสิ่งใดจากเจ้าอีก”


            “ผู้น้อยน้อมรับคำสั่งสอนของอาจารย์”


            หลิวซีหลงคำนับเต็มขั้นสามครั้งเบื้องหน้าโต๊ะทำงาน ชีวิตเขานอกจากปกป้องเหมยอิงแล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่อยากทำให้สำเร็จก็คือการเป็นแพทย์ที่ดี

 



            ล่วงเลยถึงปลายวสันต์ ขณะที่ซีหลงคิดว่าชีวิตเขากำลังเข้าที่เข้าทาง เหมยอิงน้องสาวเองก็มิได้แจ้งเรื่องราวไม่สบายใจมาเป็นพิเศษ กระทั่งฝ่ายในก็มิมีการเคลื่อนไหวที่หวือหวา จู่ๆ มือปราบวั่งกู่เจินสหายของเขากลับเข้ามาแจ้งข่าวร้ายด้วยใบหน้าเคร่งเครียด


            “บิดาเจ้าถูกคนลอบทำร้ายระหว่างเดินทางไปค้าขายยังแคว้นเสียนซู”

           



***

ค่ะ ตอนหน้าจบภาคเป็นหมอละ 55555 /ถ้าเป็นซีหลงก็คงเศร้า เพราะสอบหมอไม่ได้ง่ายๆ นะทุกคนนนกว่าจะจบก็ไม่ได้ง่ายยยๆ (พูดถึงในปจบนี่ละ เอาอารมณ์ไปใส่ค่ะ ฮา)

เสี่ยวอ้ายคิดว่าอาจมีนักอ่านรู้สึกว่าดำเนินเรื่องช้า แต่อยากบอกว่า พระนายไม่ได้เจอกันไม่ได้แปลว่าเรื่องช้านะในความคิดเรา คือรายละเอียดเยอะจริงๆ ความสัมพันธ์ของแต่ละตัวละครมีผลกับการตัดสินใจในอนาคตแน่ๆ ค่ะ ปมด้วย มีให้คลายแน่นวล ปล.อยากหยิกน้องหนิงมาก รู้กแม่

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.314K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

6,560 ความคิดเห็น

  1. #6312 예뻐요 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 28 มีนาคม 2564 / 06:44
    ตอนแรกน้องโดนวางไว้เป็นแค่หมาก แต่พอน้องชนะหมากล้อมเลยสนใจจนอดใจไม่ไหวเมื่อใกล้เธอล่ะสิ
    #6,312
    0
  2. #6171 blueeyes111 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2564 / 21:30
    หนิงเหอน่ารักก
    #6,171
    0
  3. #5507 _1221_ (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2563 / 13:27
    มีเรื่องให้น้องได้ปวดหัวอีกแล้ว ไฟท์ติ้งนะคะ!
    #5,507
    0
  4. #5318 Marshmalowdii (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2563 / 19:02

    ดำดนินเนื้อเรื่องสนุกมากค่ะะ😊😊😊

    #5,318
    0
  5. #5265 kittenO (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2563 / 13:32
    ใครหวังร้ายเนี่ย เดาไม่ออกเลย
    #5,265
    0
  6. #5121 Ppttyc_ (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 28 เมษายน 2563 / 10:37
    กำลังพอดีค่ะ
    #5,121
    0
  7. #5037 kiki3k (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 26 เมษายน 2563 / 11:07
    จะชิงอำนาจกันรึเปล่า
    #5,037
    0
  8. #4813 ninon (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 24 เมษายน 2563 / 02:33
    เป็นกำลังใจให้ค่ะ สนุกมากค่า
    #4,813
    0
  9. #4448 bim (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 19 เมษายน 2563 / 19:54

    ขอบคุณสำหรับนิยายดีๆแบบนี้นะคะ

    #4,448
    0
  10. #4171 taemynnn (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 14 เมษายน 2563 / 22:30
    ไคกั๋วกงนี่เป็นอะไรนะคะ สถานะ ความสัมพันธ์กับจักรพรรดิ งงชื่อมาก ปกติเราไม่ค่อยได้อ่านนิยายจีนเท่าไหร่ พึ่งมาเริ่มอ่าน ;-;
    #4,171
    2
    • #4171-1 Xiaoai(จากตอนที่ 11)
      14 เมษายน 2563 / 22:54
      เป็นตำแหน่งค่ะ บรรดาศักดิ์สูงสุดของชั้นกง ขั้นหนึ่งชั้นรอง นับว่าเป็นตำแหน่งสูงสุดที่ขุนนางจะได้รับจากองค์จักรพรรดิ อันนี้อิงจากราชวงศ์ถังและในเรื่องก็ใช้คล้ายๆ กันค่า
      #4171-1
  11. #4120 Shipnielong (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 14 เมษายน 2563 / 10:30
    หมั่นเขี้ยวหนิงเหออ่ะ55555
    #4,120
    0
  12. #3548 justjeen (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 8 เมษายน 2563 / 05:42
    แบบว่าสงสัยตั้งแต่เย่วถิงทำคลอดแล้วท่านอาจาร์ยเป็นคนโลกปัจจุบันปะ
    #3,548
    0
  13. #3320 กิ๊งก่อง กิ๊งๆ ก่อง (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 6 เมษายน 2563 / 06:41
    หมั่นไส้ตระกูลเฉินจริงๆ
    #3,320
    0
  14. #3092 Tartarinlove (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 11 มีนาคม 2563 / 16:57

    เราชอบแนวการเขียนมาก ไม่จำเป็นที่ต้องเน้นพระนายก็ได้ นำเดินเรื่แงไปช้าๆแค่ไม่ได้เขียนไปแบบลวกๆ เป็นกำลังใจให้ค่ะ

    #3,092
    0
  15. #3078 lilying_ (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 9 มีนาคม 2563 / 17:22

    เอ๊ะะะะ ตกลงฝ่าบาทรู้ว่าคนที่เล่นหมากล้อมคือคนพี่ใช่มั้ยถ้าดูจากที่หนิงเหอพูด แอบงงละแม่

    #3,078
    0
  16. #2420 PPSnook (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2563 / 23:38
    คำผิดหลายคำเลย น้องสอบได้ลำดับที่สอง แต่ไรท์เขียนลำดับที่สอบ??
    #2,420
    1
    • #2420-1 Xiaoai(จากตอนที่ 11)
      17 กุมภาพันธ์ 2563 / 12:12
      โอ้ ขอบคุณค่ะ เขียนไปก็ตาลลาย5555 เดี๋ยวแก้ให้นะคะถ้าไม่ลืม
      #2420-1
  17. #2213 Avgous (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 11 มกราคม 2563 / 17:08
    ต้องมีเรื่องให้ซีหลง ตื่นเต้นตลอดเวลาเลยเนอะ
    #2,213
    0
  18. #2130 H2O-69 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 6 มกราคม 2563 / 00:36
    หนิงเหอ aka พ่อสื่อ รึเปล่าคะเนี่ย เราชอบความชิงไหวชิงพริบกันในเรื่องมากๆ มันลุ้นมันอินทุกตัวอักษรเลย! คอยลุ้นตลอดว่าจะแก้เผ็ดกันยังไง แซ่บๆๆๆๆ แต่ก็แบบว่าสงสารน้องซีหลง น้องถูกใช้เป็นเบี้ยจนวุ่นไปหมด อยากจะถอนหายใจให้หมดปอด
    #2,130
    0
  19. #2119 SRKM2E (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 4 มกราคม 2563 / 13:37
    "เพราะข้าน่าเอ็นดูกว่าท่าน" แหมมมม ฉันอยากจะจับมาขังไว้ที่บ้าน 555
    #2,119
    0
  20. #2108 neovenesia (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 2 มกราคม 2563 / 09:43
    อยู่เฉยๆเรื่องก้อมา
    #2,108
    0
  21. วันที่ 30 ธันวาคม 2562 / 21:20
    1..2..3..นับนิ้วรอพี่กลับไปเป็นสนม อยากให้ฮ่องเต้รังแก
    #2,076
    0
  22. #2069 Pissuda627 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2562 / 19:33
    มีเรื่องเข้าหาน้องตลอดอ่ะ
    #2,069
    0
  23. #2045 helloiamsd (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2562 / 17:27
    ตอนหน้าจบภาคหมอแสดงว่าจะไม่ได้เป็นหมอแล้วหรอคะ
    #2,045
    0
  24. #2039 Jao Gun (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2562 / 11:25
    เรารอไม่ไหวววว ฮรื่ออ
    #2,039
    0
  25. #2036 hannidookx (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2562 / 04:05
    ถ้าตอนหน้าจบภาคหมอแล้วภาคต่อไปจะเป็นอะไรคะ จะออกไปช่วยพ่อ หรือจะสอบเป็นขุนนาง หรือจะเป็นพระสนมถาวร แง้ รอๆๆๆๆๆ
    #2,036
    0
  26. #1667 TigKie_18 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2561 / 14:02
    เอาละ​ จะยังไงต่อ​
    #1,667
    0
  27. #1466 -Shawty- (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2561 / 07:49
    ใจเด็ดมากอ่ะ ถ้าอยากสืบก่อนอื่นต้องมัเส้นสายก่อน อำนาจก็ต้องสร้าง เอาล่ะสิ ลุ้นว่าคุณพี่ชายจะเดินเกมส์ยังไง
    #1,466
    0
  28. #1250 H2O-69 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2561 / 01:26
    เดาเลยว่ามีหลายฝ่ายคิดร้ายแน่ๆ ชายาเอย สนมเอย ทหารลับๆนั่น การสนับสนุนตระกูลที่ไม่เท่าเทียม

    และนี่ใช่ซีหลงที่ปลอมตัวเป็นเหมยอิงอีกหนหรือไม่ เพื่อที่จะเข้าไปสืบเนื่องในวังต่อ?
    คำถามเต็มหัวไปหมด ฮือออออ ;______;
    #1,250
    0
  29. #1180 takekyoya (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2561 / 02:10
    มีนอมอลไหมคะ นี่ว่าอวิ๋นอ๋องกับเหมยอิงได้อยู่ เผื่ออวิ๋นอ๋องย้ายฝ่ายมาทางนี้
    #1,180
    0
  30. #1178 Lady in Red (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2561 / 23:32
    เฮ้ยยยยยย สงสารอ่าาาา
    #1,178
    0
  31. #1176 ปอเต๊อะ (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2561 / 20:09

    อ่านแล้วแบบรู้เลยว่าสองพี่น้องฝาแฝดเค้ารักกันขนาดไหน เราไม่อาจจะเชื่อเลยว่าเหมยอิงหนีไป มันต้องมีอะไรมากกว่านั้นแน่ๆ

    #1,176
    0
  32. #1175 AuMmY (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2561 / 20:07
    มันหน่วง...เรื่องราวเข้ามารับแทบไม่ทัน สงสารนายเอกจริงๆ แถมน้องสาวเป็นตายร้ายดียังไงยังไม่รู้ รออ่านนะคะ
    #1,175
    0
  33. #1174 มาม่ายำยำไวไว (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2561 / 14:01

    อัพต่อเลยค่ะ รอๆๆ ????

    #1,174
    0
  34. #1173 ooy1565 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2561 / 12:03
    ซีหลงปลอมตัวแล้วใช่ไหมสงสารน้องสาวจะเป็นตายร้ายดียังไงเข้าวังไปสุ้กับพวกคนเลวแก้แค้นแทนน้องสาวนะ
    #1,173
    0
  35. #1171 Chanaporn Mokkamukkul (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2561 / 11:25
    โอ้ย ลุ้นมากค่า อ่านรวดเดียว เนื้อเรื่องเขียนดี อ่านสนุกมากค่ะ สงสารน้องสาวหายไปไหน ใครจะไปช่วยได้ ถ้าหากซีหลงปลอมตัว ไหนเลยพ่ออีกใครจะรักษาต่อ ปวดหัวแทนเลยอ่ะ
    #1,171
    0
  36. #1170 Blue_Mountain (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2561 / 10:32
    ได้เข้าวังจะไปเจอกับฝ่าบาทก็ดี​ แต่ก็ต้อง​ไปไฟท์กับสนมที่เหลือ😂
    #1,170
    0
  37. #1169 น.ส.แม่มด ใจดี (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2561 / 10:11
    รออค่าา
    #1,169
    0
  38. #1168 zehell123466 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2561 / 09:53

    เพ้ย! น้องสาวหายสาบสูญไป คนพี่จึงต้องรับหน้าแทน โถ่ววว...ซีหรง ทำใจดีๆไว้นะ
    #1,168
    0
  39. #1167 Chidchanok Charoenchasri (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2561 / 09:41
    แผนของฝ่าบาทรึเปล่า
    #1,167
    0
  40. #1166 Otaku_Chom_Hama (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2561 / 08:25
    ฮื่ออออออ สงสารซีหลง ฝ่าบาทค่าตัวท่านจะแพงขนาดไหนไม่รู้ รู้แต่ถึงเวลาที่ต้องช่วยน้องแล้วววว เร็วๆเลย!!! น้องจิตใจบอบช้ำเกินไปแล้ว ฮื่ออออ
    #1,166
    0
  41. #1165 PONY PINKKU (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2561 / 07:36
    กำลังสนุกเลย รอตอนต่อไปนะคะไรท์ สู้ๆ
    #1,165
    0
  42. #1164 jibbubu (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2561 / 07:08
    เกิดอะไรขึ้นกับเหม่ยอิงกันแน่ สงสารจริงที่โดนใส่ความและโดนทำร้ายแบบนี้คงถึงคราวที่พี่ชายต้องลอบเข้าวังหลังแทนอีกแล้วล่ะ
    #1,164
    0
  43. #1163 qrentjix (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2561 / 07:06
    เอาแล้วววววว เข้าข้นขึ้นเรื่อยๆฟฟฟฟ รอนะคะ น่าติดตามทุกตอนเลยย
    #1,163
    0
  44. #1162 Sun Nawaporn (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2561 / 06:17

    รอๆๆๆค่ะไรท์ ขอบคุณนะค่า
    #1,162
    0
  45. #1161 bbaek_th (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2561 / 05:53
    สนุกมาก เนื้อเรื่องซ้บซ้อน เดาทางไม่ถูก นั่งรอไรท์ทุกวันเลย
    #1,161
    0
  46. #1160 Moolhann (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2561 / 05:13

    เศร้าจัง

    #1,160
    0
  47. #1159 FahSida (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2561 / 04:44
    รอวันพวกฮองไทเฮาชดใช้ทั้งหมดนี้
    #1,159
    0
  48. #676 brave (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 16 มีนาคม 2560 / 16:22
    มาไวไวนะคะ รออยู่ค่ะ โปรดสละเวลาให้เรื่องนี้บ้างนัคะ
    #676
    0
  49. #671 chopyukhonduey (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 8 มีนาคม 2560 / 23:00
    ไรท์ ระวังอัพหลายเรื่องพร้อมกัน ตัวละครจะสลับร่าง สลับเรื่องกันน๊า รี๊ด จะเงิบ
    #671
    0
  50. #610 Mongmong (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 12 มกราคม 2560 / 10:46
    รอนะค่ะัั
    #610
    0
  51. #546 Yaluc_1100 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2559 / 15:04
    รอเหมือนกันค่าาา
    #546
    0
  52. #545 InwOnubis (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2559 / 09:31
    ตามมาจากเรื่องหทัยจอมอสูรครับ สู้จะรออ่านทั้ง 2 เรื่อง +1กำลังใจ
    #545
    0