[BLACKPINK] De Vampire

ตอนที่ 15 : XIV [himei]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,858
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 42 ครั้ง
    24 ส.ค. 60






















                                                 



















''กรี๊ด!! ยะ อย่า!!..'' 


เพล้ง! 



เจ้าของคฤหาสน์ทั้งสามขมวดคิ้วเข้าหากันหลังจากได้ยินเสียงกรีดร้องและเสียงชามเชรามิคตกแตกเป็นครั้งที่เท่าไรก็ไม่รู้ ประตูห้องถูกเปิดออก แม่บ้านคนหนึ่งเดินออกมาในมือของหล่อนถือถาดที่เคยมีซุปกับน้ำเปล่าหนึ่งแก้วพวกมันแตกกระจายไม่เหลือรูปทรงเดิม 


''คุณลิซ่าไม่ยอมให้เข้าไปใกล้เลยค่ะ ฉันพยายามเสิร์ฟอาหารให้แต่เธอก็ปัดถาดออก ขอโทษด้วยนะคะคุณหนู''


จีซูพยักหน้าน้อยๆก่อนจะมองประตูห้องของลิซ่าอย่างเหนื่อยล้า เด็กคนนั้นไม่กินอะไรเลยทั้งอาหารและน้ำ ลิซ่าไม่ได้แตะอะไรมา
สองวันแล้ว สองวันเต็มๆที่เขาเอาแต่ร้องไห้และไม่ยอมลุกออกจากเตียง ไม่ว่าจะส่งใครเข้าไปในห้องเจ้าตัวก็หวาดกลัวไปเสียทุกคน









''ถ้าปล่อยไว้แบบนี้ลิซ่าแย่แน่เลยค่ะ''


เสียงโรเซ่เอ่ยบอกกับพี่สาวทั้งสอง ตอนนี้พวกเธอนั่งอยู่ในห้องสมุดของคฤหาสน์คิดวิธีจะช่วยลิซ่า เหมือนที่โรเซ่บอกถ้าปล่อยไว้ลิซ่าแย่แน่นอน เพราะเขาไม่ได้กินอะไรมาสองวันเต็มๆและเอาแต่หวาดกลัว,ร้องไห้ มันทำให้พวกเธอทั้งสามแทบจะขาดใจ 


''เหลือวิธีเดียว.....ต้องขอให้ลุงหยางมาช่วยแล้วละ'' 


จีซูเอ่ยทางเลือกสุดท้ายกับน้องสาว ทั้งสองพยักหน้าเห็นด้วย วิธีนั้นก็คือการขอช่วยลุงหยาง หรือหมอหยางฮยอนซอกที่รู้จักกับพ่อพวกเธอ เขาเป็นหมอที่เก่งมากๆคนนึงในเกาหลี และยังเป็นมนุษย์ปกติเหมือนลิซ่าซึ่งน่าจะช่วยลิซ่าได้ดีและเข้าใจความรู้สึกของลิซ่าได้มากกว่าแวมไพร์อย่างพวกเธอ ส่วนเรื่องที่เขารู้จักกับพ่อพวกเธอเพราะทั้งสองเป็นเพื่อนกันตั้งแต่เด็กๆ ลุงหยางรู้ว่าพ่อพวกเธอเป็นแวมไพร์และเขาไม่ได้รังเกียจหรือกลัวอะไรเพราะท่านรู้มาตั้งแต่เด็กๆถึงแม้ตอนนั้นจะคิดว่าพ่อพวกเธอโกหกก็เถอะกว่าจะแน่ใจว่าพ่อเธอเป็นแวมไพร์จริงๆก็ตอนวัยรุ่นพ่อตัดสินใจพูดตรงๆและแสดงให้เห็นว่าตัวเองไม่ใช่มนุษย์ปกติ กว่าลุงหยางจะกลับมาคุยกับพ่อได้เหมือนเดิมก็ใช้เวลาเป็นอาทิตย์ แต่กลับลิซ่ามันไม่เหมือนกัน ลิซ่ารู้โดยที่ไม่ได้ตั้งตัวและเหตุการณ์มันค่อนข้างน่ากลัวจนเด็กตัวสูงขวัญเสียแถมยังมาโดนทำร้ายทั้งร่างกายและจิตใจ เรื่องนี้มันสาหัสเกินไปสำหรับลิซ่า....















รถยนต์ Audi R8 สีขาวเลี้ยวเข้ามาจอดภายในคฤหาสน์หรู หมอหยางฮยอนซอกลงมาจากรถและเดินเข้าไปในคฤหาสน์อย่างรวดเร็ว
จากที่ฟังเสียงของจีซูตอนโทรมาขอช่วยน้ำเสียงของเด็กสาวดูแย่และหดหู่จนเขาสงสารจับใจ จึงรีบขับรถมาที่นี้ให้ไวที่สุดเท่าที่จะทำได้ สองขาก้าวเข้ามาในคฤหาสน์ก่อนจะพบกับเจ้าของทั้งสาม


''สวัสดีค่ะคุณลุง'' ทั้งสามเอ่ยทักทายหลังจากเห็นบุคคลที่คุ้นเคยเดินเข้ามาภายในคฤหาสน์


''ว่าไงเด็กๆ เดี๋ยวเล่ารายละเอียดให้ลุงฟังทั้งหมดด้วยนะและก็ประวัติของเด็กคนนั้น''


''ค่ะ คุณลุง''









''จากที่ฟังมา...ลุงว่ามันจะยากหน่อย...พวกหนูเข้าใจใช่มั้ย?'' เขาเว้นคำพูดและมองหน้าของทั้งสามคนก่อนจะพูดต่อ


''ตอนนี้กลไกในสมองของลิซ่าคงคิดว่าทุกคนเป็นศัตรูและพยายามจะฆ่าเธอ เด็กคนนั้นเลยแสดงอาการตกใจหวาดกลัวและร้องไห้ออกมา ร่วมไปถึงไม่กินอาหารและน้ำเพราะเธอไม่ไว้ใจอะไรเลยในคฤหาสน์หลังนี้ ตามหลักแล้วถ้าเป็นคนอื่นมาเจอเหตุการณ์เหมือนเด็กคนนี้ ลุงว่าคงจะเสียสติไปแล้ว แต่ลิซ่าถือว่ายังอยู่ในขั้นหวาดกลัวรุนแรงและอารมณ์รุนแรงถ้าปล่อยไว้ก็ไม่แน่ว่าเด็กคนนั้นอาจจะเสียสติ .....เรื่องแบบนี้ต้องใช้เวลาแต่มันขึ้นอยู่กับพวกหนูทั้งสามคนด้วย....ลิซ่ารักพวกหนูและไว้ใจที่สุดแต่ตอนนี้กลับกันพวกหนูเป็นคนที่ลิซ่าไม่ไว้ใจที่สุดถ้าพวกหนูเรียกความเชื่อใจและความรักกลับมาได้ลุงเชื่อว่ามันคงไม่ยากเกินไปแต่แค่ต้องใช้เวลา''


''พวกหนูเข้าใจค่ะ คุณลุง'' 


เสียงอ่อนล้าของเจนนี่พูดกับเขา ตาของพวกเธอมีน้ำตาปริ่มๆใกล้จะไหลออกมาเต็มที เขามองเด็กสาวทั้งสามด้วยความสงสาร สิ่งที่เขาทำได้คงมีแค่การรักษาลิซ่าให้ดีที่สุดและขอให้เวลาช่วยเยียวยารักษาแผลในใจของทั้งสี่ให้กลับมาปกติโดยเร็ว









ก๊อก ก๊อก ก๊อก


เสียงเคาะประตูที่ไม่ได้ขออนุญาตแต่เป็นการเตือนว่าจะมีคนเข้ามาภายในห้องทำให้ลิซ่าหันไปมองอย่างตกใจ มือของเธอจับผ้าห่มแน่น สายตาของเธอจ้องมองไปที่ประตูอย่างหวาดกลัว แล้วมันก็ถูกเปิดออก คงไม่พ้นใครซักคนในคฤหาสน์หลังนี้คงจะเอาข้าวเอาน้ำมาให้เธอเหมือนทุกๆครั้งและครั้งนี้ก็แน่นอนเธอไม่มีทางแตะของพวกนั้น เธอไม่ไว้ใจใครหน้าไหนในคฤหาสน์หลังนี้ ร่วมถึงพวกหล่อนทั้งสามด้วย...


''ยะ!..อย่า..''


เสียงตวาดถูกเบาลงหลังจากเห็นผู้ชายดูมีอายุคนนึงเดินเข้ามา ลิซ่าไม่คุ้นหน้าเข้าแต่เธอก็ยังกลัวและไม่ไว้ใจอีกคน 


''อย่าเข้ามาใกล้!!!.....'' ลิซ่าตะโกนใส่อีกคน เธอตัวสั่นและมองเขาอย่างเกรงกลัวแต่ชายคนนั้นกลับส่งยิ้มมาให้เธอ


''ไม่ต้องกลัวนะ....ลุงเป็นหมอและเป็นคนปกติเหมือนเธอ....ลุงชื่อหยางฮยอนซอก เรียกแค่ลุงหยางก็ได้'' เขาพูดอย่างอ่อนโยนแต่ไม่ได้แต่เข้าไปใกล้ลิซ่า เขายืนห่างจากเตียงพอสมควร เพราะรู้ว่าในตอนนี้สำหรับลิซ่าตัวเองก็คือคนแปลกหน้าและถ้าเข้าไปใกล้อีกคนจะไม่ไว้ใจและกลัวเขาไม่ต่างจาคนอื่นๆ


''..........เป็นคนของพวกหล่อนทั้งสามสินะ...ออกไป!!! ออกไปให้พ้น!!!....อย่ามายุ่งกับฉัน!!'' ลิซ่าเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะตวาดออกมาตัวเธอสั่นและสายตาเต็มไปด้วยความหม่นหมอง


''หนูอยากออกไปจากที่นี่ใช่มั้ย...ลุงช่วยหนูได้นะ...'' เขาตัดสินใจพูดบางอย่างและคิดว่าคงเป็นสิ่งที่ลิซ่าต้องการเพื่อดึงความสนใจของอีกคน


''.........'' 


และถูกต้อง ความคิดของเขาไม่ผิดลิซ่าเงียบไปถือเป็นคำตอบได้ดีว่าอีกคนต้องการจะออกไปจากที่นี้ และสำหรับเขา เขาต้องสร้างความเชื่อใจกับลิซ่า ค่อยๆพยายามปลอบและช่วยเหลืออีกคนอย่างใจเย็นถ้าทำอะไรวู่วามไปก็มีแต่เสียกับเสีย จิตใจของลิซ่าในตอนนี้อ่อนไหวและหวาดกลัวกับทุกอย่าง


''แต่มีข้อแม้ ลุงจะช่วยพาหนูออกไปแต่หนูต้องเข้มแข็งและดีขึ้น ลุงจะยื่นคำขาดกับพวกเธอทั้งสามว่าถ้าหนูหายดี พวกเธอต้องยอมให้หนูออกไปจากที่นี้....ตกลงไหมลิซ่า?'' 


ถึงจะต้องโกหกแต่บางครั้งคนเราก็ต้องโกหกเพื่อจุดประสงค์สักอย่างเหมือนเขาในตอนนี้ โกหเพื่อให้ลิซ่าไว้ใจ แค่นิดเดียวถ้าเด็กคนนั้นไว้ใจแค่นิดเดียวก็พอ...ความไว้ใจมันจะเหมือนเมล็ดพันธ์ที่เขาปลูกในใจของลิซ่ามันจะเติบโตขึ้นเองแต่ตอนนี้แค่ขอให้เด็กคนนั้นเปิดใจแค่นั้นก็พอ......


''.............''


ลิซ่าเงียบและไม่ได้พูดตอบโต้แต่ถ้าดูไม่ผิดเมื่อกี้แวบหนึ่งเขาเห็นสายตาของเด็กคนนี้เปลี่ยนไปก่อนจะกลับมาเป็นสายตาไม่ไว้ใจอีกครั้ง มันคงจะเร็วไปที่ลิซ่าจะให้คำตอบได้


''งั้นเอาไว้วันหลังลุงมาเอาคำตอบจากหนู....แต่ถ้าหนูยังไม่กินข้าวกินน้ำอยู่แบบนี้....ลุงคงจะมาอีกไม่ได้...พวกเธอทั้งสามคนคงไม่ให้ลุงมาหาหนูเพราะคิดว่าลุงมาก็คงไม่มีประโยชน์ เพราะงั้นอย่างน้อยตอนนี้ก็กินน้ำกินอาหารนิดหน่อยก็พอโอเคไหม...ถ้าไม่อยากกินอาหารหรือน้ำที่คนที่นี่หามาให้ ก็กินนี้นะ......มันเป็นวิตามินยาบำรุงและน้ำดื่มลุงเอามาเอง ไว้ใจลุงได้นะลิซ่า''


เขาพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนและใจดี ก่อนจะวางถุงที่มีวิตามิน ยาบำรุงและน้ำดื่มหลายขวดลงบนโต๊ะที่อยู่ใกล้ๆตัวเขา เพราะไม่อยากเข้าไปใกล้ๆลิซ่า เขากลัวอีกคนจะตกใจและกังวล ในตอนนี้การไปบังคับลิซ่าให้กินอาหารหรือน้ำคงจะยากสิ่งที่ทำได้คงมีแค่ให้วิตามินและยาบำรุงกับน้ำดื่มและภาวนาให้อีกคนกินมันเพราะไม่งั้นร่างกายของลิซ่าจะแย่ลงมากกว่านี้และจะทำให้มีโรคแทรกซ้อนซึ่งเป็นสิ่งที่อันตรายมากๆ ยังร่วมไปถึงกับภาวะขาดน้ำที่อันตรายไม่แพ้กัน


รอยยิ้มอบอุ่นถูกส่งให้ลิซ่าเขามองลิซ่าเหมือนลูกหลานคนนึงจากที่ได้ยินเรื่องของลิซ่าที่ทั้งสามเล่าให้ฟัง เด็กคนนี้เจอเหตุการณ์ร้ายๆมาเยอะ ไหนจะมาเจอเรื่องนี้อีก หนักหน่อยตรงที่ทั้งสามเป็นคนที่ลิซ่ารักและไว้ใจมากเลยทำให้จิตใจของเธอบอบช้ำและหวาดกลัวมากที่สุด ถ้าลิซ่าไม่เป็นแบบนี้เด็กคนนี้คงจะร่าเริงไม่น้อย และคงทำให้เจ้าของคฤหาสน์ทั้งสาม ร่าเริงไปด้วยแน่นอน ถึงจะรู้สึกแปลกๆที่คนสามคนรักใครคนเดียวกันแต่ในเมื่อความรักมันเกิดขึ้นมาแล้วมันก็ช่วยไม่ได้และคงไม่มีใครห้ามความรักไม่ให้เกิดขึ้นได้





''อาทิตย์หน้าลุงจะมาเอาคำตอบจากหนูนะลิซ่า.......เอาไว้เจอกันใหม่นะ...''



ลิซ่าไม่ได้พูดอะไรเธอแค่มองเฉยๆจนเขาออกมาจากห้อง ถือว่าดีที่ลิซ่าไม่ตวาดใส่เขาในตอนท้ายๆบทสนทนาที่มีเขาพูดอยู่แค่คนเดียว เป็นก้าวเเรกที่เริ่มได้ดีแต่เส้นทางยังเหลืออีกไกล เรื่องแบบนี้ต้องใช้เวลานาน อาจจะเป็นเดือนเป็นปีหรือหลายสิบปี แค่นี้ถือว่าไว้ใจไม่ได้ ลิซ่าสามารถอารมณ์รุนแรงได้ตลอดเวลาแค่ทำให้เธอตกใจนิดหน่อยลิซ่าก็พร้อมระเบิดออกมา ไหนจะเรื่องจิตใจที่ต้องดูแลเป็นพิเศษและเรื่องที่สำคัญที่สุดจะทำให้ทั้งสี่คนกลับมาคุยกันได้อย่างไรเพราะตอนนี้ลิซ่ามองเจ้าของคฤหาสน์ทั้งสามเป็นศัตรูไปเรียบร้อยและไม่มีท่าทีเปิดใจเลยแม้แต่น้อย 







''เป็นไงบ้างคะคุณลุง'' โรเซ่ถามออกไป เธอมีแววตาวูบไหวและดวงตาแดงก่ำเหมือนคนที่เพิ่งร้องไห้ อีกสองคนที่ยืนข้างๆก็ไม่ต่างกัน


''ลิซ่าในตอนนี้เหมือนที่ลุงบอกเธอยังไม่ไว้ใจอะไรในตอนนี้เราต้องรอเวลา แต่สำหรับวันนี้ถือว่าดีนิดหน่อย''


เขายิ้มให้สามสาวและบอกเกี่ยวกับรายละเอียดต่างๆที่พวกเธอต้องทำในตอนนี้ อย่างแรกเวลาจะเอาอาหารและน้ำไปให้ลิซ่าให้เคาะประตูบอกก่อนถ้าลิซ่าเงียบให้เข้าไปได้และวางถาดอาหารบนโต๊ะที่ไกลจากเตียงห้ามเข้าไปใกล้เกินไปและให้ออกมาจากห้องทันที่ แต่ถ้าเคาะประตูบอกแล้วลิซ่าตวาดไม่ต้องเข้าไปเด็ดขาด เพราะจิตใจของลิซ่าอ่อนไหวมาก เขายังอธิบายเรื่องอื่นๆให้พวกเธอเข้าใจลิซ่ามากขึ้น ทั้งสามพยักหน้ารับและตั้งใจฟังสิ่งที่คุณลุงหยางพูดทุกประโยค ร่วมไปถึงเรื่องที่โกหกลิซ่าว่าถ้าแข็งแรงจะให้ออกไปจากที่นี้ ตอนที่ได้ยินคำนี้พวกเธอแทบอยากจะร้องไห้ ถึงจะเป็นเรื่องที่โกหกเพื่อให้ลิซ่าสบายใจแต่ถ้าวันนึงที่นี้ไม่มีลิซ่าจริงๆพวกเธอคงอยู่ไม่ได้เพราะไม่ว่าจะเดินไปส่วนไหนของคฤหาสน์ก็จะคิดถึงลิซ่าตลอด ไหนจะบริษัทอีก แค่คิดพวกเธอก็ทำใจไม่ได้แล้วถ้าต้องปล่อยลิซ่าไปจริงๆ
















''ขอบคุณมากนะคะคุณลุง'' ทั้งสามเดินมาส่งเขาที่รถก่อนจะโค้งตัวอย่างมีมารยาท


''ไม่เป็นไรหรอก ถ้าลิซ่าเกิดเป็นอะไรตอนดึกๆดื่นๆก็โทรหาลุงได้ตลอดนะ'' 


''แค่นี้ก็รบกวนแค่แล้วค่ะคุณลุง'' เจนนี่พูดพร้อมกับยิ้มให้เขา สายตาเศร้าๆของสามสาวทำให้เขาอดรู้สึกสงสารไม่ได้ 


''..ลุงถามอะไรหน่อยสิ'' 


''อะไรเหรอคะคุณลุง''


''เคยได้พูดกับลิซ่าบ้างไหม หลังจากเกิดเรื่องนั้น'' 


''ก็พูดอยู่หน้าห้องค่ะ เพราะถ้าเข้าไปก็คงไม่ดีแน่ๆ วันแรกลิซ่าตวาดกลับมาทุกประโยคเลยค่ะ.....'' น้ำเสียงน้อยใจและเสียใจของจีซูเอ่ยออกมาอย่างสั่นเครือ


''แล้วหลังจากนั้นละ?'' 


''วันที่สองเวลาพูดอะไรไปลิซ่าก็จะเงียบแต่ก็มีตวาดออกมาบ้าง ไม่เหมือนวันแรกค่ะ'' 


''อืม...........รู้ไหมสำหรับลิซ่าตอนนี้ถ้าเด็กคนนั้นเงียบคือกำลังฟังนะแต่ถ้าตวาดหรือด่าว่า แปลว่าไม่อยากรับรู้และต้อต้าน.....เรื่องเลวร้ายที่เราคิดกันบ้างทีมันอาจจะไม่เป็นแบบนั้นก็ได้ จริงมั้ย?......'' 


ขาพูดพร้อมกับหัวเราะในลำคอและเข้าไปในรถก่อนจะโบกมือลาและขับออกไป ประโยคปริศนายังคงดังก้องอยู่ในหัวพวกเธอทั้งสาม จากที่ได้ยินคุณลุงพูดเมื่อกี้ แสดงว่าที่ลิซ่าเงียบเขากำลังฟังพวกเธออยู่ใช่ไหม มันหมายถึงสิ่งที่ดีหรือเปล่านะ แสงสว่างจากปลายอุโมงเริ่มสว่างขึ้นในใจของพวกเธอทั้งสามคน แม้จะริบหรี่แต่ก็ยังมีแสง....แสงแห่งความหวังในใจของพวกเธอกำลังเกิดขึ้น..... 














''พวกพี่ไม่ต้องห่วงนะแชงจะดูแลลิซเอง ส่วนพวกพี่ก็ตั้งใจทำงานนะ''


วันนี้มีการประชุมด่วน จีซูและเจนนี่จึงต้องออกไปบริษัทในวันหยุด หน้าที่ดูแลลิซ่าเลยตกเป็นของโรเซ่ที่เอ่ยบอกกับพวกเธอว่าอยากจะอยู่ดูแลใครอีกคน พี่สาวทั้งสองพยักหน้าก่อนจะเข้าไปกอดน้องสาวพวกเธอลูบผมโรเซ่เบาๆและก้าวขึ้นรถไปอย่างรีบร้อน







''ลิซ....ตื่นรึยัง...ฉันเอาซุปผักเข้าไปให้เธอนะ..'' โรเซ่เคาะประตูและบอกอีกคนในห้องอย่างขออนุญาต


''ไม่!!!!....'' 


ลิซ่าตอบกลับมาเสียงดัง โรเซ่ก้มหน้าอย่างเจ็บปวด เธอตัดสินใจที่จะเข้าไปหาอีกคนด้วยตัวเองแค่หวังว่าลิซ่าจะไม่ปฏิเสธแต่ไม่เป็นแบบนั้น ลิซ่าปฏิเสธเสียงดัง โรเซ่คิดถึงคนในห้องอย่างโหยหา เธออยากกอดลิซ่าอยากอ้อนแต่ในตอนนี้ทำได้เพียงแค่พูดกับอีกคนหน้าประตูและประโยคที่อีกคนตอบกลับมาทำร้ายจิตใจของเธอให้พังยับเยิน ในน้ำเสียงที่แสนหวาดกลัวมีความโกรธและเกลียดชังแอบแฝงอยู่ แตกต่างกับเมื่อก่อนน้ำเสียงของลิซ่าจะนุ่มนวลและอ่อนหวานเสมอแต่ก็แฝงไปด้วยความเจ้าเล่ห์และขี้เล่น จนทำให้เธอกับพี่สาวหลงรักอย่างถอนตัวไม่ขึ้น แต่ตอนนี้แตกต่างกันราวฟ้ากับเหว


''ฉันให้แม่บ้านเอาเข้าไปใ..''


''ไม่ต้อง!!!....ฉันไม่อยากเห็นหน้าใครทั้งนั้น!!''


จากที่เมื่อวานเธอยังมีความหวังกับคำพูดของลุงหยางแต่ตอนนี้ในใจของเธอมืดสนิทมันไม่มีแสงแห่งความหวังหรืออะไรทั้งนั้น สิ่งเดียวที่รู้สึกคือความทรมานเหมือนตายทั้งเป็น แค่มีประตูกั้นแต่กลับเข้าไปหาไม่ได้ แค่เพียงความอบอุ่นที่โหยหาแต่คว้ามาไม่ได้ 
เธอเจ็บและอยากจะร้องไห้แต่น้ำตามันไม่ไหลออกมามีแต่ความเจ็บปวดในใจที่ยังพรั่งพรูออกมาไม่หยุด ถาดอาหารที่อยู่ในมือถูกส่งไปให้แม่บ้านที่ยืนข้างกาย ก่อนจะพาตัวเองออกมาจากตรงนั้นให้ไวที่สุด...



















หลังจากพาตัวเองมาสงบสติอารมณ์จากเหตุการณ์เมื่อครู่ได้ โรเซ่ก็คิดถึงคำพูดของลุงหยางที่บอกว่าถ้าพวกเธอเรียกความเชื่อใจและความรักกับมาได้ มันคงจะไม่ยากเกินไปสำหรับการรักษาลิซ่าให้หายดี เธอยอมจะโดนคำพูดของลิซ่าทำร้ายหัวใจซ้ำๆคำพูดที่ไม่มีเยื่อใยต่อกันของคนที่เธอรัก คำพูดที่มีความกลัวและเกลียดชังจากคนที่เธอแคร์ที่สุดไม่ว่าจะโดนด่าว่าอะไรแต่สำหรับตอนนี้ลิซ่าคือคนที่น่าเป็นห่วงที่สุดและเป็นคนที่เธอยากให้กลับมาเป็นคนเดิมให้เร็วที่สุด เพราะถ้าช้ากว่านี้เธอกลัวว่าจะไม่มีโอกาสอีกต่อไป เพราะเหตุการณ์ของโลกแวมไพร์ที่กำลังเกิดขึ้น ทุกอย่างมันค่อนข้างเลวร้ายลง มีการล่าอย่างโจ้งแจ้งในทุกๆประเทศจนสภาแวมไพร์
ต้องเรียกประชุมด่วนและประธานสภาแวมไพร์หนึ่งในสิบคน ถูกฆ่าอย่างโหดเหี้ยมจากฝีมือฆาตกรปริศนาที่ยังตามจับตัวไม่ได้
และจากคำพูดของ บอดี้การ์ดคนนั้นที่บอกว่า นายของมันจะมาเอาของบางอย่าง....และแม่บ้านที่ทำร้ายลิซ่า ถ้าพวกเขารู้เรื่องนี้และทำงานด้วยกัน ทำไมแม่บ้านคนนั้นถึงไม่จับลิซ่าแต่จะทำร้ายลิซ่า หรือว่ามีอะไรบางอย่างที่ทำให้หล่อนควบคุมตัวเองไม่ได้?








''ลิซ.....'' 


''.........''


ปกติเวลาเราพูดกับใคสักคนถ้าเขาเงียบใส่เราจะโกรธแต่ตอนนี้เธอกลับดีใจที่ลิซ่าไม่ได้ว่าหรือตวาดอะไรออกมา ไม่รู้ว่าอีกคนหลับหรือป่าวแต่ถ้าเงียบเธอจะถือว่าอีกคนไม่ได้รำคาญเธอแล้วกัน


''ลิซ......แชงรู้ว่ามันยาก...แต่....พวกเราไม่เคยคิดจะทำร้ายลิซเลย...''


''.......''


''ไม่รู้ว่าลิซหลับหรือตื่นอยู่....แต่สิ่งที่อยากบอกคือ..แชงรักลิ.....''


''หุบปาก!!!!.....'' 


ประโยคบอกรักถูกกลืนหายไปในลำคอ เสียงตะโกนดังออกมาจากห้องเป็นสัญญาณว่าอีกคนกำลังไม่พอใจ แต่จากน้ำเสียงถ้าเธอไม่คิดเข้าข้างตัวเองมากเกินไป มันสั่นเครือและอ่อนแอ ไม่ได้มีความเกลียดหรือกลัวเหมือนครั้งก่อนๆ 


''........''


โรเซ่เลื่อนเก้าอี้มานั่งหน้าประตูห้องเหมือนทุกครั้งแต่ครั้งนี้เธอหยิบกีต้ามาด้วยก่อนจะเริ่มเล่นบทเพลงหนึ่งขึ้น







눈을 감고 내가 하는 이야길 잘 들어봐
นุนนึล คัมโก เนกา ฮานึล อียากิล ชัล ทึลรอบวา
ค่อยๆหลับตา และตั้งใจฟังเรื่องของฉันนะ

나의 얘기가 끝나기 전에 너는 꿈을 꿀 거야
นาเอ เกกีกา กึทนาคิล จอนเน นอนึน กูมมึล กู กอยา
ก่อนที่เรื่องของฉันจะจบลง เธอก็จะหลับพอดี

little star tonight~
ดวงดาวของฉัน ในค่ำคืนนี้

밤새 내가 지켜줄 거야
พัมเซ เนกา จีคอจุน กอยา
ตลอดทั้งคืน ฉันจะเฝ้ามองเธอ


เสียงกีต้าทำนองเพลง Little Star ถูกบรรเลงขึ้นโดยโรเซ่และเสียงนุ่มๆของเธอก็ร้องเพลงนั้นได้อย่างนุ่มนวลและอ่อนโยน ลิซ่าไม่ได้โวยวายอะไรออกมาแต่เธอกลับตั้งใจฟังเสียงกีต้าและเสียงร้องของโรเซ่ ความหมายของเพลงแสนหวานที่อีกคนร้องออกมาแต่ในตอนนี้มันไม่ใช่แบบนั้น พวกหล่อนทั้งสามคนหลอกหลวงและโกหกเธอ ที่พวกหล่อนทำดีเพียงแค่ต้องการให้เธอตายใจ สมองลิซ่าคิดเหตุผลออกแค่นั้น ดวงตาแข็งกร้าวฉายออกมา มือทั้งสองข้างของเธอกำแน่นขึ้น...แต่ไม่รู้ทำไม...เธอถึงทำอะไรไม่ได้นอกจากนั่งอยู่บนเตียงและฟังเสียงเพลงของอีกคนพร้อมกับปล่อยให้น้ำตาไหลออกมาช้าๆ เธอไม่ได้หวั่นไหว เธอแค่กลัวและโกรธพวกหล่อนทั้งสามคนที่ทำกับเธอแบบนี้...ทั้งสามเป็นแวมไพร์จะมาจริงจังอะไรกับคนแบบเธอ.......ทำไมก่อนหน้านี้เธอถึงไม่สงสัยว่าคนที่มีเพียบพร้อมทุกอย่างเเบบพวกหล่อนถึงมาสนใจคนที่ไม่มีอะไรเลยอย่างเธอ...ที่พวกหล่อนทำแบบนี้ก็แค่อยากจะจับเธอมาเป็นเหยื่อ เป็นอาหารที่ยังมีชีวิตให้พวกหล่อนสนุกเล่นก็แค่นั้น.....เหตุผลง่ายๆที่เธอเพิ่งจะเข้าใจและได้รู้ซึ้งถึงมัน......


ในสมองของลิซ่ามีแต่ด้านลบของทั้งสามคน เธอไม่สามารถจะคิดเหตุผลดีๆได้เลย ความกลัวและวิตกกังวลยังเกาะกุมหัวใจของเธอมันไม่สามารถลบทิ้งออกไปได้ แต่ทำไมลิซ่าถึงไม่โวยวายแต่เธอกลับนั่งฟังเสียงเพลงและร้องไห้ออกมาเสียอย่างนั้น บางครั้งลิซ่าอาจจะเชื่อฟังสมองมากเกินไปถ้าเธอหันมาสนใจฟังเสียงหัวใจตัวเองมากกว่านี้ มันคงจะเป็นเรื่องที่ดีไม่น้อยสำหรับตัวเธอและใครอีกสามคนที่รอให้เธอกลับไปเป็นคนเดิม......
















วันเวลาผ่านไป1อาทิตย์แล้ว ตลอดอาทิตย์ที่ผ่านมาพวกเธอทำตามคำแนะนำของลุงหยางและคอยพูดกับอีกคนที่อยู่ในห้องจากนอกประตูทุกวัน บางครั้งก็เหมือนคนบ้าที่ลากเก้าอี้มานั่งหน้าประตูและพูดคนเดียวได้เป็นชั่วโมง หรือบางครั้งพวกเธอทั้งสามก็มานั่งด้วยกันหน้าประตูและคุยกันพร้อมกับพูดถึงเด็กตัวสูงที่อยู่ภายในห้อง ดูเหมือนคนสติไม่ดีแต่อย่างน้อยเธอก็ได้ใกล้ชิดกับคนที่เธอรักแค่ประตูกั้นแม้ใจอยากจะเปิดประตูนั้นและเข้าไปสวมกอดลิซ่าอย่างรักใคร่แต่ก็ต้องอดทนไว้ไม่งั้นอีกคนได้เตลิดไปไกลกว่านี้แน่นอน 



และวันนี้เป็นวันที่ลุงหยางจะต้องมาดูอาการของลิซ่า ตลอดอาทิตย์นี้สิ่งที่ทำให้พวกเธอดีใจมากที่สุดคือลิซ่ายอมกินข้าวและน้ำ ถึงแม้อีกคนจะกินแค่ไม่กี่คำเพราะมันแค่พล่องลงไปเเค่เล็กน้อยแต่ก็เป็นเรื่องดีที่อีกคนเริ่มจะดีขึ้นมานิดหน่อย แต่เรื่องระหว่างเราสี่คนลิซ่ายังคงไม่พูดตอบโต้พวกเธอ แม้ว่าพวกเธอจะชวนคุยแค่ไหนแต่ลิซ่าก็เงียบเหมือนเดิมจะมีแค่บางวันที่พวกเธอพูดมากเกินไป เลยโดนอีกคนบอกว่ารำคาญบ้างละ....หนวกหูบ้างละ....หรือหุบปากไปซะ......แต่ละคำพูดทั้งใจร้ายและเย็นชาแต่ก็ดีที่อีกคนยังต่อปากต่อคำกับพวกเธอได้ ไม่ได้เงียบอย่างเดียวพอจะให้ได้รู้ว่าเขายังมีชีวิตอยู่....แม้จะไม่ได้เจอหน้ากันแค่พวกเธอได้ยินเสียงมันก็พอให้หัวใจได้ทำงานบ้างแล้ว ไม่รู้ว่าอีกคนที่อยู่ในห้องจะหน้าตาดูโทรมแค่ไหนหรือเขาผอมลงไปมากน้อยแค่ไหน แต่พวกเธอเชื่อว่าวันหนึ่งเธอจะได้เห็นเขากับตาตัวเองและพวกเธอรอได้ไม่ว่าจะนานแค่ไหนก็จะรอคนที่พวกเธอรัก ถึงแม้ตอนนั้นเขาจะออกไปจากที่นี้แต่ถ้าเป็นสิ่งที่เขาต้องการแม้จะเจ็บปวดหัวใจมากแค่ไหน ก็ต้องยอมพวกเธอทำให้เขาเจอเรื่องร้ายๆมาเยอะแล้วการปล่อยอีกคนอาจจะเป็นทางที่ดีและเป็นสิ่งที่ลิซ่าต้องการอยู่แล้ว เพราะงั้นถึงจะเจ็บแต่พวกเธอก็จะยอม


















ก๊อก ก๊อก ก๊อก


เสียงเคาะประตูดังขึ้น ลิซ่าหันหน้าไปมองช้าๆก่อนมันจะถูกเปิดออก เป็นคนที่เธอคิดไว้ ผู้ชายมีอายุคนเดิมที่มาเมื่อสองวันที่แล้วเขาเดินเข้ามาก่อนจะหยุดห่างจากเตียงของเธอนิดหน่อย คราวนี้เขาหอบเอาเครื่องมือของแพทย์ที่ครั้งก่อนไม่ได้เอามาและยังมีถุงยาบำรุงวิตามินที่เคยให้ไว้พร้อมน้ำดื่มจำนวนหนึ่งเหมือนที่เคยให้ครั้งที่แล้ว ลิซ่ามองเขาด้วยสายตาเฉยชาแต่ไม่ได้โวยวายที่อีกคนเดินเข้ามาใกล้กว่าครั้งก่อน ไม่รู้ทำไมเธอถึงไว้ใจเขา อาจจะเพราะคำพูดที่เขาจะช่วยให้เธอออกจากบ้านหลังนี้หรืออาจจะเพราะเขาเป็นมนุษย์เหมือนเธอ ถึงจะไม่ค่อยแน่ใจแต่ขนาดนี้แล้วเธอคงจะไม่มีอะไรเสียไปมากกว่านี้ เธออยากออกจากที่นี้และหนีไปไกลๆจากพวกหล่อนทั้งสามคนและไม่กลับมาที่นี่อีก.......






''วันนี้ลุงจะมาเอาคำตอบจากลิซ่า.....ว่ายังไงจะให้ลุงช่วยไหม?'' ลิซ่าก้มหน้าเงียบเธอไม่พูดอะไรออกมาแม้แต่นิดเดียว


''......''


''ถ้าไม่พูดลุงก็ไม่รู้หรอกนะลิซ่า ว่าหนูต้องการอะไร......เลิกทำให้ตัวเองเจ็บปวดแล้วเริ่มใหม่ดีกว่าไหม?''


''.........''


''การที่ทำแบบนี้มันก็คือการที่หนูทำร้ายตัวเอง หนูไม่ยอมเอาตัวเองออกมาจากความหวาดกลัว ไม่ยอมเผชิญหน้าสิ่งที่กังวลทั้งๆที่ความจริง มันก็แค่สิ่งที่หนูคิดเอง......ลุงจะพูดตรงๆนะลิซ่า......ถ้าพวกเธอคิดจะฆ่าหนูจะปล่อยให้หนูอยู่นานขนาดนี้ไหม พวกเธอสามารถฆ่าหนูได้ตั้งแต่วันแรกๆด้วยซ้ำ.....''


''.............''


''เอาเถอะ....ตัดเรื่องของสามคนนั้นออกไปแล้วหนูไม่ห่วงร่างกายและจิตใจตัวเองเหรอ มนุษย์ทุกคนบนโลกนะลิซ่าที่ต้องเจอปัญหา แต่ปัญหาของแต่ละคนไม่เหมือนกัน บางคนทนไม่ไหวก็ฆ่าตัวตาย แต่บางคนเขาสามารถก้าวผ่านอุปสรรคเหล่านั้นได้เพียงแค่เชื่อมั่นในตัวเอง ไม่ต้องไปสนใจสามคนนั้นก็ได้ แต่ต้องสนใจตัวเอง......ลิซ่าหนูอยู่มาจนโตป่านนี้เจอเรื่องร้ายๆมาเยอะจะมายอมแพ้ให้กับเรื่องนี้จริงๆเหรอ?''


ถึงแม้จะเป็นการพูดที่ตรงและแรงแต่เขาดูอาการลิซ่า เด็กคนนี้ไม่มีท่าทีที่ต้องกังวล แต่กลับกันคำพูดที่เข้าใช้พูดกับอีกคนมันเหมือนแรงกระตุ้นที่ช่วยให้ลิซ่าลุกขึ้นมาอีกครั้ง ไม่ใช่ว่าใช้ไม้แข็งกับทุกคนแล้วจะได้ผลแต่กับเด็กคนนี้มันสามารถใช้ได้ ลิซ่าในตอนนี้แค่ต้องการพลังและกำลังใจ คำพูดของเขาเหมือนเชื้อเพลิงที่ถูกอัดเข้าไปในใจของลิซ่า เด็กตัวสูงมีแววตาวูบไหวอย่างไม่เป็นมากก่อนเธอเงยหน้ามาสบตากับเขาครั้งแรก น่าแปลกใจ....เขาคิดว่ามันอาจจะต้องใช้เวลานานแต่ตอนนี้เขาคิดว่าบางทีเรื่องร้ายๆคงจะไม่ได้นานอย่างที่คิด.......



''ละ...แล้ว...ถ้าหนู..หายดี...หนูออกไปจากที่นี้ได้จริงๆใช่ไหมคะ''


น้ำเสียงสั่นเครือและสายตาที่ดูไม่แน่ใจของลิซ่าทำให้หมอหยางรูสึกถึงแรงกดดันที่อีกฝ่ายมอบมาให้ เขาพยักให้เป็นคำตอบเพื่อยืนยันคำถามจากเด็กตัวสูง


''ได้แน่นอนลิซ่า''


น้ำเสียงหนักแน่นถูกเปร่งออกมาอย่างชัดถ้อยชัดคำ สายตามุ่งมั่นของหมอหยางฮยอนซอกทำให้ลิซ่ามีกำลังใจและเชื่อใจเขา ลิซ่าจ้องตาคุณหมอก่อนจะพูดสิ่งที่เขาต้องการ


''หนูจะพยายามเข้มแข็งขึ้น..'' 


ถึงแม้ว่าน้ำเสียงของลิซ่าจะดูอิดโรยแต่สายตาของเด็กสาวก็มุ่งมั่นไม่น้อยที่จะหายจากสิ่งที่เป็นอยู่ตอนนี้ ไม่ใช่ว่าเธอไม่หวาดกลัว
แต่เธอยังหวาดกลัวและวิตกกังวลอยู่กับทุกๆอย่างแต่เหมือนที่ลุงหยางบอก เธอจะยอมอยู่แบบนี้ไม่ได้ เธอต้องดีขึ้นและหายจากอาการบ้าๆที่เป็นอยู่ร่วมไปถึงต้องออกจากคฤหาสน์หลังนี้ให้ได้ เธออยากไปใช้ชีวิตใหม่ ไม่อยากคิดถึงพวกหล่อนทั้งสามที่หลอกหลวงเธอ พวกหล่อนทั้งน่ากลัวและน่ารังเกียจที่สุดสำหรับลิซ่าในตอนนี้.....

































#ตอนนี้ไม่ได้ตรวจคำผิดเพราะง่วงนอนมากเว่อ
#ตอนนี้เป็นพาร์ทอาการของลิซ่าเต็มๆเพื่อจะได้ไปสานต่อในตอนอื่นๆได้ง่ายขึ้น

เปิดตัวหมอหยางค่ะ เรื่องจะดำเนินเร็วและตอนนี้ยกให้เป็นพาร์ทเกี่ยวกับอาการของลิซ่าเต็มๆ นี่ไม่ใช่หมอถ้ามันแปลกๆก็ขออภัยด้วยนะคะ จากที่ได้อ่านจะเห็นว่าที่ลิซ่ายอมรักษาตัวเองอย่างจริงจังก็เพราะอยากออกไปจากคฤหาสน์ ก็ตามที่อ่านค่ะ ลิซ่ามองพวกเธอติดลบไปแล้วและยังรังเกียจหวาดกลัว (รุนแรงอ่ะ ;__;) ฝ่ายร้ายยังไม่เคลื่อนตัวนะคะ เพราะว่าแค่นี้ก็ดราม่ามากเว่อแล้ว เรื่องนั้นพักไปก่อน ลิซ่าเป็นไม่นานหรอกค่ะ ไม่กี่ปีก็หาย #โดนต่อย 

#ตอนนี้เราแต่งไม่ค่อยดีนะคะไม่ใช่หมอคำบรรยายหรือคำพูดอาจจะไม่โอเค
#เพิ่งผ่านการทำงานหนักมาสมองอาจจะเบลอและงงถ้าเจอคำผิดหรือเนื้อเรื่องแปลกๆก็ขออภัยด้วยค่ะ
#ตอนหน้ามีหลายอารมณ์ไม่ใช่มีแต่มาม่า
#พี่เจนนี่กับพิชิชูวตอนนี้เราจ้างไม่ไหวค่ะมาได้นิดหน่อยเพราะจ้างหยางเงินหมดแล้ว ;__;

#เราแต่งฟิคไม่ได้ดีทุกตอนมีขึ้นมีลงเหมือนน้ำหนักตัวแต่ทำด้วยใจรัก
#จะพยายามแต่งให้ดีขึ้นๆไปสัญญาและขอบคุณทุกคนที่ติดตามและไม่ทิ้งกันไปไหน

ในทวิตเราตามอ่านและดูตลอดขอบคุณมากจริงๆด่าได้ ตอนไหนไม่ดีวิจารณ์ยับได้เราถือว่าเราจะได้เรียนรู้และไม่กลัวที่จะโดนวิจารณ์เพราะมันทำให้เรารู้จุดบกพร่องของตัวเอง รักนะเจอกันใหม่ตอนหน้า

นยองอัน~







































   
    MaystorymaY    
                                       
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 42 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

528 ความคิดเห็น

  1. #276 TaenBj21 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 23 สิงหาคม 2560 / 02:45
    ฉากที่แชงดีดกีต้าร์หน้าห้องนี้ทำใจบางมาก หือTTสงสารแวมไพร์แล้ว
    #276
    0
  2. #275 jj07 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 22 สิงหาคม 2560 / 10:13
    จริงๆแล้วพิซูเคยบอกกับลิซแล้วนะว่าเป็นแวมไพร์อะ ไอ่ลิซแกจำไม่ได้หรอ พี่เค้าพูดจริงโว้ยยย
    #275
    0
  3. #274 sun (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2560 / 21:32
    สู้ๆนะไรท์เป็นกำลังใจให้ฟิคเรื่องนี้สนุกมากเลย



    แล้วลิซจะไปจริงๆหรอ...
    #274
    0
  4. #273 อีวางมาด (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2560 / 17:51
    อ่านไปก็ปวดใจจ ฮืออ
    #273
    0
  5. #272 Mr.Ingie (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2560 / 17:40
    ตาลิซความคิดบวกหนูไปไหนหม๊ดดดดดดด หน่วงกันทั่วแคว้น เศร้าเรอะ สู้ๆครับ ทั้งไรท์ทั้งลิซ พักผ่อนเยอะๆจะได้มีแรงเขียนนน
    #272
    0
  6. #271 benza_2011 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2560 / 16:13
    คิดถึงความหื่นของตาลิซ555
    #271
    0
  7. #270 BlinkMoos (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2560 / 16:04
    สู้ๆๆๆสงสารหมดทุกคน
    #270
    0
  8. #269 anny (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2560 / 15:49
    อ่านละสงสารหมดเลยอะ อ่านละอึนมาก
    #269
    0
  9. #268 อนุบาลช่างกล (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2560 / 15:07
    ตอนนี้ช่างเจ็บปวด น้ำตาตกสงสารทั้งสาม

    รอตอนหน้า ตอนนี้ไม่ไหว
    #268
    0
  10. #267 Nattwee (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2560 / 14:36
    สู้ๆนะ!!! รออ่านอยู่
    #267
    0