花魁 โออิรัน ผีเสื้อสีขาว [จบบริบูรณ์]

ตอนที่ 4 : บทที่ 2 生面 พบหน้า

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,585
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 13 ครั้ง
    3 มี.ค. 56

“ท่านผู้นั้นคือมินามิ โนบุเจ้าค่ะ”

ชินโซนางหนึ่งกระซิบบอกกับมิทสึที่ยืนนิ่งอยู่ข้างหน้าต่าง ทอดสายตามองบุรุษอายุยี่สิบตอนปลายผู้หนึ่งที่ยืนอยู่หน้าปากทางเข้าสำนักเรอิจิน

“มินามิ โนบุ...อย่างนั้นหรือ” หญิงสาวพูดพึมพำเหมือนจะทบทวนกับตัวเองเสียมากกว่า

มินามิ โนบุ...

ชื่อนี้เป็นนามของแขกที่ประสงค์ขอเข้าพบนางในค่ำคืนนี้

“ค่ะ มิทสึเน่ซัง”

หญิงสาวลดกล้องยาสูบในมือลง พ่นควันสีเทาออกมาทางปากอย่างอ้อยอิ่ง สีหน้าเรียบเฉยของโออิรันอันดับสองแห่งสำนักเรอิจินนั้นทำให้ยากต่อการเดาอารมณ์ของนางได้ถูก

แสงสีส้มในยามอาทิตย์อัสดงสาดกระทบเสี้ยวหน้าของมิทสึ ทำให้ใบหน้านั้นดูหม่นหมองอย่างน่าประหลาด

“มิทสึเน่ซัง”

เด็กหญิงเห็นอีกฝ่ายดูหมองเศร้าจึงได้ลองเรียกชื่อ ซึ่งเจ้าของนามก็ผินหน้ามามองด้วยความสงสัย คิ้วเรียวที่ได้รับการตกแต่งเป็นอย่างดีเลิกขึ้นเล็กน้อย

“เรียกข้าทำไมหรือ”

“ท่านดู...เศร้าจัง”

ฮิบาริพูดในสิ่งที่ใจคิดออกมา ทำให้มิทสึคลี่ยิ้มออกมา

“เจ้าเห็นเป็นเช่นนั้นหรือ” เสียงอ่อนหวานของหญิงสาวเจือแววหัวเราะเล็กน้อย “เจ้าคิดมากไปเองกระมัง หรือไม่ก็คงจะตาฝาดไป”

เมื่อเห็นรอยยิ้มและเสียงหัวเราะของอีกฝ่าย ฮิบาริก็ก้มหน้าลงเล็กน้อย

“เอ่อ... ข้าคงจะตาฝาดไปเองค่ะ”

แม้ปากจะเอ่ยเช่นนั้น แต่ฮิบาริกลับเชื่อมั่นในสิ่งที่ตัวเองสัมผัสได้มากกว่าคำพูดและอากัปกิริยาที่โออิรันอันดับสองแสดงออกมาให้เห็น

“ไปยกน้ำชาให้หน่อยสิ ชิโรอิโช”

มิทสึเอ่ยขึ้น

“ค่ะ”

เด็กหญิงเจ้าของนามก้มศีรษะให้มิทสึ น้อมรับคำสั่งนั้นด้วยการเดินออกไปจากห้องเพื่อยกน้ำชามาให้ตามความต้องการของหญิงสาว

“เจ้า...”

ดวงตาคู่เรียวยาวของมิทสึโคชิแห่งเรอิจินทอดมองตามร่างเล็ก ๆ ของคามุโระในความดูแลของตน

“อย่าเพิ่งรู้อะไรเลยเสียจะดีกว่า...”

 

ตกหัวค่ำ มิทสึและฮิบาริก็ต้องไปเป็นฝ่ายนั่งรอโนบุอยู่ภายในห้องก่อน

“ชิโรอิโช”

จู่ ๆ หญิงสาวก็เป็นฝ่ายส่งเสียงเรียกขึ้นมา

“ค่ะ มิทสึเน่ซัง”

ฮิบาริคลานเข่าเข้าไปหา รอฟังคำพูดต่อไปของหญิงสาวอย่างตั้งอกตั้งใจ

“วันนี้เจ้ามีหน้าที่เพียงแค่รินเหล้าให้แขก ไม่ต้องทำสิ่งอื่นนอกเหนือจากนี้ เข้าใจไหม”

นางเอ่ยโดยไม่หันไปหาฮิบาริที่มีสีหน้างุนงงเล็กน้อย เพราะปกติแล้ว เมื่อมีแขกมาหามิทสึ เธอมักจะมีหน้าที่ช่วยจัดเตรียมการแสดงหรือยกข้าวของเล็ก ๆ น้อย ๆ ให้มิทสึ

“เข้าใจไหม”

มิทสึถามซ้ำอีกครั้งเมื่อเห็นว่าเด็กหญิงไม่ตอบ

“เข้าใจแล้วค่ะ” เธอว่าพลางพยักหน้า

หญิงสาวผู้สูงวัยกว่ายกมุมปากขึ้นเล็กน้อยในขณะที่โบกพัดจีบในมือไปมาคล้ายกับจะช่วยบรรเทาพัดคลายความร้อน

“ว่าแต่...”

เด็กหญิงหันไปมองซ้ายขวา

“ทำไมท่านมินามิจึงยังไม่เข้ามาอีกเล่าคะ”

ฮิบาริถามด้วยความสงสัย เพราะปกติแล้ว เป็นแขกต่างหากที่จะไปนั่งรออยู่ภายในห้อง ไม่ใช่พวกเธอที่ต้องมาเป็นฝ่ายรอคอย และที่ยิ่งไปกว่านั้น ไม่เคยมีแขกคนใดที่ปล่อยให้พวกเธอต้องนั่งรอมานานหลายนาที

“อาจจะยังไม่สะดวกที่จะมากระมัง”

มิทสึตอบอย่างไม่ใส่ใจ สีหน้าค่อนข้างเฉยชา ถ้าหากเป็นคนที่สนิทสนมกันในระดับหนึ่งก็คงจะพอรู้สึกได้ว่าโคชิผู้นี้ไม่พอใจอยู่เช่นเดียวกัน เพราะปกติแล้ว โออิรันอันดับสองอย่างนางไม่เคยเป็นฝ่ายที่ต้องรอคอยแขกเช่นนี้มาก่อน มีแต่ชายเหล่านั้นที่ยื้อแย่งกันเข้าแถวมาหานาง

ขาดคำ เสียงฝีเท้าหนัก ๆ ก็ดังแว่วมาจากทางเดิน

“ท่านมินามิ โนบุมาถึงแล้วค่ะ มิทสึโคชิ” สาวใช้ร้องบอก ก่อนที่จะเปิดประตูให้ชายหนุ่มเจ้าของนามได้เดินเข้ามาในห้อง

โคชิแห่งเรอิจินใช้ดวงตาคู่เรียวเหลือบมองร่างกำยำของโนบุเล็กน้อยคล้ายกับจะไม่สนใจ

“ท่านมินามิคะ

หญิงสาวเรียกนามอีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ท่าทีสุภาพแต่ก็ห่างเหินเมื่อเห็นเขาทำท่าจะนั่งลงบนเสื่อเคียงข้างนาง

“อะไรหรือ มิทสึโคชิ” เขาถามด้วยรอยยิ้มสุภาพ

“ที่นั่งของท่าน...” นางเอ่ยพลางผายมือไปยังเบาะหน้าสำรับอาหารที่เย็นชืด ซึ่งวางอยู่ห่างออกไปเกือบห้าชาคุ1เห็นจะได้ “อยู่ตรงนั้นค่ะ”

ชายหนุ่มขยับรอยยิ้ม...เก้อ

“นี่...เป็นการพบกันครั้งแรกของเราไม่ใช่หรือคะ ท่านมินามิ” มิทสึถามเสียงเรียบคล้ายกับจะช่วยทบทวนความจำให้อีกฝ่าย

ในการพบกันครั้งแรก แขกยังไม่มีสิทธิ์นั่งใกล้ชิดกับโออิรันจนกว่านางจะเป็นฝ่ายยินยอมอนุญาต จนถึงกระทั่งเต็มใจรินเหล้าให้แขกด้วยตัวเอง

“ชิโรอิโช” มิทสึเรียกขยับไปนั่งตรงหน้าสำรับอาหารของตัวเอง “รินเหล้าให้แขก”

“ค...ค่ะ”

ฮิบาริที่ไม่เคยรู้จักกับธรรมเนียมของการเข้าพบโออิรันมาก่อนขานรับด้วยความงุนงง ก่อนจะรีบนำสาเกไปรินใส่จอกให้แก่โนบุ

ความเงียบเข้าปกคลุมห้องเสียจนทำให้ฮิบาริรู้สึกว่าบรรยากาศระหว่างมิทสึและโนบุช่างน่าอึดอัดเสียจนเธออยากจะวิ่งออกจากห้องไปเสียให้พ้น

“ชิโรอิโช”

มิทสึเรียกเธออีกครั้งหนึ่ง

“ค่ะ” เด็กหญิงก้มศีรษะรับคำ

“ไปยกน้ำชามาให้ข้าหน่อยสิ” มิทสึว่า “ตั้งแต่ข้ารีบร้อนออกจากห้องมานั่งรอท่านมินามิ ยังไม่ได้จิบน้ำสักอึก ตอนนี้คอแห้งเหลือเกิน”

ไม่ว่าเปล่า ขณะที่พ่นวาจากระทบกระเทียบ ดวงตาคู่คมยังเหลือบมองแขกอย่างไม่ไว้หน้ากันอีกด้วย

“ทราบแล้วค่ะ”

ฮิบาริวางขวดสาเกลง แล้วเดินออกไปจากห้องทันที

เด็กหญิงใช้เวลานานพอสมควรจึงจะไปถึงโรงครัวเพราะดันไปหลังทางเสียได้ เดือดร้อนถึงสาวใช้ต้องพามาส่ง

“เจ้าเดินกลับเองได้ใช่ไหม คามุโระน้อย” หญิงสาวอายุยี่สิบตอนต้นถาม “ข้ายังมีงานที่ต้องสะสางอีกมาก เกรงว่าจะรอเจ้าไม่ได้”

“ข้ากลับเองได้ค่ะ” ฮิบาริตอบด้วยเสียงฉะฉาน “ขอบคุณท่านที่อุตส่าห์พามาส่ง”

สาวใช้พยักหน้าให้ แล้วรีบผละจากไปเพื่อกลับไปทำงานต่อ

ฮิบาริรอให้แม่ครัวชงชาให้อยู่ครู่หนึ่ง แล้วจึงยกถาดที่มีน้ำหนักมากพอสมควรกลับออกไป

แต่ทว่า ระหว่างทาง...

“พระจันทร์สวยจังเลย”

เด็กหญิงเดินผ่านสวนแล้วเงยหน้าขึ้นมองเห็นพระจันทร์ที่ทอแสงสีเงินยวงอยู่กลางท้องฟ้าพอดิบพอดี ฮิบาริถึงกับลืมตัว วางถาดในมือลงบนหินก้อนใหญ่ใกล้ตัว แล้วยืนชมจันทร์เช่นนั้นครู่หนึ่ง

กว่าจะรู้ตัวอีกที เด็กหญิงก็แทบจะเอามือทึ้งศีรษะตัวเอง

“มิทสึเน่ซังต้องดุข้าแน่ ๆ”

ฮิบาริโอดครวญ รีบหันไปคว้าถาดขึ้นมาถือเอาไว้อย่างว่องไว ดูราวกับว่าลืมน้ำหนักของเครื่องกระเบื้องและน้ำชาที่วางอยู่บนถาดไปจนหมด

เธอเร่งฝีเท้าเพื่อที่จะได้กลับไปยังห้องรับแขกให้ได้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้

เด็กหญิงรู้สึกใจชื้นขึ้นมาเล็กน้อยเมื่อเห็นห้องอันเป็นเป้าหมายอยู่ไกล ๆ จึงเดินให้เร็วยิ่งขึ้นไปอีก

แต่แล้ว ดวงตาของเด็กหญิงก็ต้องเบิกกว้างขึ้นเมื่อจู่ ๆ ก็มีร่างสูงของบุคคลอื่นก้าวออกมาขวางทางเดิน เธอหยุดเท้าของตัวเองไม่ได้เสียแล้ว

“หลบไป!”

ฮิบาริร้องบอก แต่ก็สายเกินการณ์เสียแล้ว

“ว้าย!”

เด็กหญิงร้องอุทานเมื่อร่างของตัวเองผวาไปข้างหน้า และคงจะล้มหน้าทิ่ม แต่สิ่งที่สำคัญยิ่งกว่านั้นคือถาดในมือลอยหลุดขึ้นไปกลางอากาศ ทำให้ดวงตาของฮิบาริเบิกกว้างกว่าเดิมจนแทบจะเป็นถลน

“ไม่นะ!”

เธอร้องอย่างหมดหวัง หากทำกาน้ำชาตกแตกเสียจนทำให้พื้นสกปรกเลอะเทอะในเวลาที่ทุกคนทำงานกันจนหัวหมุน คงไม่แคล้วโดนโคมากิทำโทษอย่างแน่นอน

ลำพังแล้ว หากมีแค่เธอที่โดนลงโทษ สั่งให้ไปทำความสะอาดห้องน้ำหรือกวาดลานหลังสำนักเรอิจิน ฮิบาริคงจะไม่เป็นกังวล แต่มิทสึที่มีหน้าที่เป็นผู้ดูแลเธออาจพลอยได้รับความเดือดร้อนไปด้วย

ฮิบาริหลับตาแน่น เตรียมรอฟังเสียงของกระเบื้องแตกกระจายพร้อมกับสัมผัสแข็ง ๆ จากพื้นไม้

แต่...เงียบกริบ

รอบกายนั้นยังมีเพียงเสียงดนตรีคลอไปกับเสียงสรวลเสเฮฮาของผู้ที่ออกมาหาความสุขในยามวิกาล ไม่มีเสียงอื่นแปลกปลอมดังแทรกขึ้นมา และเธอไม่รู้สึกว่าพื้นเบื้องล่างจะแข็งเลยสักนิด

“เป็นอะไรหรือเปล่า”

ฮิบาริเลิกคิ้วเล็กน้อยเมื่อได้ยินเสียงทุ้มต่ำที่ไม่คุ้นเคยดังขึ้นข้างหู

ดวงตาคู่โตปรือขึ้นเล็กน้อยเหมือนกับกระต่ายที่กำลังระแวดระวังภัย ก่อนที่ฮิบาริจะผงะเมื่อเห็นใบหน้าของเด็กหนุ่มแปลกหน้าลอยอยู่ใกล้ ๆ

เขาคือคนที่เธอเกือบจะชนเมื่อครู่นี้นี่เอง...

คนตรงหน้าเป็นเด็กหนุ่มร่างสูงที่ดูเผิน ๆ แล้วมีอายุราวสิบแปดปี  ใบหน้าอ่อนเยาว์นั้นคมเข้มไม่น้อย เขาอยู่ในชุดเครื่องแบบผู้ดูแลสำนักโออิรัน

“ข...ขออภัยค่ะ”

เด็กหญิงลนลานถอยออกมา รีบคำนับขอโทษปลก ๆ

“ไม่เป็นไร” อีกฝ่ายตอบเสียงนุ่ม “นี่ของเจ้า”

ประโยคข้างท้ายทำให้ฮิบาริเงยหน้าขึ้นไปมองเขาอย่างงุนงง ก่อนจะรู้สึกฉงนมากขึ้นเมื่อเห็นถาดพร้อมแก้วและกาน้ำชาที่อยู่บนมือของเด็กหนุ่มโดยไม่มีส่วนใดบุบสลายไปแม้แต่น้อย

เด็กหญิงทำตาโตด้วยความรู้สึกอัศจรรย์ใจ

หากอีกฝ่ายกลับตีความไปอีกอย่างหนึ่ง

“ได้รับบาดเจ็บตรงไหนหรือไม่” เขาถามด้วยความเป็นห่วง

“ป...เปล่าค่ะ”

ฮิบาริใช้เวลาพักหนึ่งจึงจะสามารถควานหาเสียงของตัวเองเจอ เพราะคำถามและท่าทางของเขาทำให้เธอฉงนมากกว่าเก่า เนื่องจากปกติแล้ว พวกผู้ดูแลความเรียบร้อยมักจะไม่ใส่ใจคามุโระอย่างเธอนัก หรือแม้กระทั่งเป็นโออิรัน พวกเขาก็ไม่ใส่ใจมากไปกว่าการคุ้มครองความปลอดภัยในกรณีที่เกิดเหตุการทะเลาะวิวาทกัน

ในสายตาของผู้อื่นแล้ว เหล่าโออิรันก็เป็นเพียงแค่สินค้ามีชีวิตเท่านั้น

“ข้าเพียงแค่สงสัยว่าท่านทำได้อย่างไรกัน”

คำถามนี้ทำให้เด็กหนุ่มแปลกหน้าเป็นฝ่ายอึ้งไปบ้าง ก่อนจะหัวเราะออกมาเบา ๆ ด้วยความขบขันระคนเอ็นดูคามุโระตัวน้อย

“ความสามารถเฉพาะตัวน่ะ”

เขาตอบพลางหลิ่วตา ยื่นถาดให้ฮิบาริรับไปถือเอาไว้

“ข้าอยากทำได้บ้าง” เด็กหญิงออกปาก

เพราะหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา เธอถูกบังคับให้ฝึกซ้อมศิลปะแขนงต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการร่ายรำ เล่นดนตรี หรือแม้กระทั่งการจัดดอกไม้ ซึ่งเธอไม่ชอบเอาเสียเลย

คำขอจากเด็กหญิงตัวเล็กทำให้อีกฝ่ายหัวเราะหึ ๆ อีกครั้ง

“เจ้านี่...น่าสนใจดี”

อีกฝ่ายว่าพลางเอียงคอเล็กน้อย ทำให้ฮิบาริที่ไม่ค่อยเข้าใจคำพูดของเขาเอียงคอกลับเช่นกัน เหมือนกับจะล้อเลียนก็ไม่ปาน

“ยังไงหรือ” เธอถามเสียงซื่อ

แต่เด็กหนุ่มยังไม่ทันได้ตอบ ก็มีเสียงเรียกดังขัดขึ้นทำให้บทสนทนาต้องหยุดชะงักไป

“ชิราอิชิซัง!”

นั่นคงจะเป็นนามสกุลของเขา...

ฮิบาริคาดเดาในใจ ในขณะที่เด็กหนุ่มเจ้าของนามสกุลหันไปตามเสียงเรียกด้วยสีหน้าประหลาดใจเล็กน้อย ส่วนผู้เข้ามาขัดจังหวะนั้นมีสีหน้าเคร่งเครียดราวกับกำลังเตรียมวางแผนออกศึกก็ไม่ปาน

“ข้าตามหาเจ้าอยู่เสียนาน”

อีกฝ่ายมีสีหน้าเหมือนกับอยากจะคว้าแขนของเด็กหนุ่มเต็มแก่

เขา มาแล้ว”

ประโยคสั้น ๆ ทำให้สีหน้าของเด็กหนุ่มในเครื่องแบบผู้ดูแลความเรียบร้อยเปลี่ยนไปเล็กน้อย หากเขาก็ยังควบคุมอารมณ์ของตัวเองได้ดี ผิดกับคนมาใหม่ที่กระสับกระส่ายอย่างเห็นได้ชัด

“เพิ่งมาหรือ”

“มาได้สักพักแล้ว”

“ข้าจะไปเดี๋ยวนี้”

ฮิบาริจ้องมองทั้งคู่สนทนาในเรื่องที่เธอไม่เข้าใจ ก่อนที่จะกะพริบตาปริบ ๆ เมื่อเห็นว่าเด็กหนุ่มเจ้าของนามสกุลชิราอิชิหันหน้ามาหา

“เอาล่ะ ข้าไปก่อนนะ”

เขาว่า พลางส่งยิ้มบาง ๆ มาให้

เด็กหญิงยังคงยืนนิ่งอยู่ที่เดิม สายตาทั้งสองข้างทอดมองตามแผ่นหลังของคนที่เดินจากไปอย่างเร่งรีบ และแม้ว่าร่างสูงโปร่งของเด็กหนุ่มจะหายไปจากช่วงสายตาแล้ว ฮิบาริก็ยังคงยืนอยู่ที่เดิมราวกับต้องมนตร์สะกด

“ชิราอิชิ...ซัง” เสียงเล็ก ๆ พึมพำกับตัวเอง

ฮิบาริสะบัดศีรษะของเธอไปมา ไม่เข้าใจว่าทำไมเธอจึงรู้สึกสนใจเขานัก

เขาเพียงแค่...ไม่เหมือนกับคนอื่น...

ตั้งแต่ต้องย้ายมาอยู่อาศัยในสำนักเรอิจิน ฮิบาริได้เห็นบุรุษมากหน้าหลายตาพากันแวะเวียนมายังหอหญิงงามเมืองอันเลื่องชื่อแห่งนี้ และได้เห็นสายตาหลายหลากจากคนเหล่านั้น

มีทั้งความหื่นกระหายในยามที่จ้องมองหญิงงามผ่านซี่ไม้ที่ขวางกลาง สายตาของคนเหล่านั้นทำให้เธอรู้สึกขนลุกขนชันอย่างบอกไม่ถูก หรือสายตามองประเมินราวกับเลือกหาสินค้าชิ้นที่งดงามและดูดีที่สุด

สายตาของผู้ดูแลที่มักมีสีหน้าเฉยชา พวกเขาก็ยังมองพวกเธอไม่ต่างไปจากสิ่งของที่ตนต้องปกป้องไปตามหน้าที่

หรือแม้แต่ในดวงตาของหมู่โออิรันด้วยกันเองนั้นยังแฝงไปด้วยความริษยา ชิงชัง และต้องการชิงดีชิงเด่น

แต่ชิราอิชิ...เด็กหนุ่มคนเมื่อครู่ไม่ได้เป็นเช่นนั้น

ฮิบาริเพียงแค่อยากจะหาใครสักคนที่มองเธอด้วยสายตาที่แม้จะไม่สุภาพอ่อนโยน แต่ขอเพียงให้มองเธอเป็นมนุษย์คนหนึ่งก็พอ

เธอปรารถนา...

อยากเจอเขาอีกสักครั้ง...

ทว่า ความหวังของเด็กหญิงกลับถูกดับวูบลง หลังจากที่ฮิบาริรวบรวมความกล้า เดินเข้าไปหาโคมากิเพื่อลองเลียบเคียงถามถึงเด็กหนุ่มที่เธอได้พบเมื่อคืน

“ชิราอิชิอย่างนั้นหรือ”

หญิงวัยกลางคนทวนคำด้วยสีหน้าที่เปลี่ยนไปเล็กน้อย นิ้วมือกำปล้องยาสูบแน่นขึ้น หากฮิบาริที่หลุบตาลงมองสองฝ่ามือที่ประสานกันบนหน้าตักมองไม่เห็นอากัปกิริยาที่ผิดแปลกไปอย่างกะทันหันนั้น

“ใช่แล้วค่ะ ท่านแม่”

เด็กหญิงตอบด้วยท่าทีสุภาพเรียบร้อยกว่าปกติ

“ถามถึงเขาทำไม”

โคมากิถามกลับหลังจากที่ปรับสีหน้าและท่าทางของตัวเองให้กลับมาเป็นปกติได้แล้ว

“เมื่อคืนเขาช่วยข้าเอาไว้ค่ะ ท่านแม่” เด็กสาวตอบกลับอย่างลื่นไหล เธอคิดหาข้ออ้างเตรียมเอาไว้ในกรณีที่โคมากิถามหาเหตุผลเอาไว้เป็นที่เรียบร้อย “ข้าจึงอยากจะพบเขาอีกสักครั้งเพื่อขอบคุณ”

หญิงวัยกลางคนเงียบไปครู่หนึ่ง

“เขาไม่อยู่แล้ว”

คำตอบที่ได้รับทำให้ฮิบาริเงยหน้าขึ้นมองโคมากิที่ค่อย ๆ วางกล้องยาสูบลงไปบนโต๊ะ ถามทวนอีกครั้งหนึ่งด้วยเพื่อเป็นการยืนยันว่าตัวเองไม่ได้หูฝาดไป

“อะไรนะคะ ท่านแม่”

“เขาไม่ได้อยู่ที่นี่อีกแล้ว ชิราอิชิคุงเพิ่งออกเดินทางไปเมื่อเช้านี้นี่เอง”

เสียงที่ตอบกลับมาของโคมากินั้นราบเรียบ ไม่แสดงความยินดียินร้ายใด ๆ ทั้งสิ้น

ฮิบารินิ่งอึ้งไปเล็กน้อย ก่อนจะก้มลงคำนับโคมากิแทนการบอกขอตัวกลาย ๆ แล้วผละออกมาจากห้องของผู้มีอำนาจสูงสุดในสำนักเรอิจินด้วยหัวใจที่เบาหวิวอย่างน่าประหลาด

เมื่อเดินไปได้ระยะหนึ่ง เด็กหญิงก็หยุดไปยืนเกาะระเบียง จ้องมองถนนที่ตัดผ่านหน้าสำนักเรอิจินพลางถอนหายใจออกมาอย่างแสนเสียดาย เธอหลงนึกไปว่าจะได้เพื่อนคุยคนใหม่เสียอีก

“ข้ามาช้าไปอย่างนั้นหรือ...”

เด็กหญิงถามตัวเอง

ในแต่ละค่ำคืน ฮิบาริพยายามชะเง้อมองหาเด็กหนุ่มผู้ที่เธอรู้เพียงแค่ว่าเขาใช้นามสกุลชิราอิชิอย่างมีความหวัง ทว่า ไม่ว่าจะรอนานสักเพียงไร เขาก็ไม่เคยปรากฏกายกลับมาอยู่ตรงหน้าอีกเลย

กระทั่งเวลาได้ล่วงเลยผ่านไป...

ตัวตนของเด็กหนุ่มผู้นั้นก็เลือนหายไปจากความทรงจำของฮิบาริในที่สุด

 

 

1หน่วยวัดความยาวแบบญี่ปุ่น 1 ชาคุ ยาวประมาณ 1 ฟุต

 



 




เจอกันบทหน้านะคะ ถ้าไม่อัพวันพรุ่งนี้ก็คงจะเป็นวันอังคารค่ะ :3

หมายเหตุ มีการเปลี่ยนแปลงชื่อตัวละครเล็กน้อยนะคะ จาก "มินามิ เคนทาโร่" เป็น "มินามิ โนบุ" แทนค่ะ เพราะมีความรู้สึกว่า เคนทาโร่ มันฟังดูเหมือนชื่อเด็กน้อยอายุสามขวบยังไงก็ไม่รู้สิ -w-


อสิรยา
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 13 ครั้ง

307 ความคิดเห็น

  1. #217 ren (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 27 เมษายน 2556 / 17:53
    อะไรเนี่ย พระเอกรึป่าวน้อ >__<
    #217
    0
  2. #174 Hajimari No Uta (@hajimarinouta) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 2 เมษายน 2556 / 18:26
    ชิราอิชิซัง...
    ...ช่างน่ารัก หล่อ เท่ กระชากใจอะไรอย่างนี้... >w< ! สนุกมากเลยค่ะ!
    #174
    0
  3. #96 จินะ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 3 มีนาคม 2556 / 09:23
    ขอบคุนค่ะไรเตอร์ ติดตามนะคะ
    #96
    0
  4. #76 Pearendless (@pear-narin) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 18 มกราคม 2556 / 23:00
    ทรยศ ยังจะกล้ามาซ้ำเติมอีก
    นิสัยไม่ดี-3-
    #76
    0
  5. #53 นางมารร้าย (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2555 / 21:25
    สู้เขาฮิบาริ
    #53
    0