Biology Planet - สรุปชีววิทยา ม.ปลาย

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 5,353 Views

  • 13 Comments

  • 301 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    30

    Overall
    5,353

ตอนที่ 1 : สารชีวโมเลกุล : คาร์โบไฮเดรต

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1525
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 7 ครั้ง
    28 พ.ย. 60

สารชีวโมเลกุล

สารชีวโมเลกุล(biomolecule) หมายถึง สารอินทรีย์ที่พบเป็นองค์ประกอบภายในเซลล์หรือร่างกายของสิ่งมีชีวิต มีโมเลกุลใหญ่และโครงสร้างซับซ้อนกว่าสารอินทรีย์ทั่วไป  แบ่งเป็น 4 ชนิดได้แก่ คาร์โบไฮเดรต โปรตีน ลิปิด และกรดนิวคลีอิ 

คาร์โบไฮเดรต(carbohydrate)  มี C H และ O เป็นองค์ประกอบหลัก โดยที่  H : O จะเท่ากับ2 : 1 จึงมีสูตรทั่วไปเป็น (CH2O)n โดยที่ n  มีค่าตั้งแต่ 3 ขึ้นไป มีหน่วยย่อย คือ monosaccharide โครงสร้างประกอบด้วยแขนของ C ต่อกับหมู่ OH (alcohol) หรือ CO(ketone) แบ่งได้ เป็น 2 ชนิดตามตำแหน่งของ CO ในโมเลกุล

Aldehyde group

Ketone group






คาร์โบไฮเดรตจำแนกได้เป็น 3 ประเภทตามจำนวนของหน่วยย่อยที่มาต่อกัน 
น้ำตาลโมเลกุลเดี่ยว(monosaccharide) 
 
ประกอบด้วย C ตั้งแต่ 3-7 อะตอม มีชื่อเรียกต่างกันออกไปตามจำนวนของ C เช่น เพนโตส(C 5 อะตอม) เฮกโซส(C 6 อะตอม)

น้ำตาล 5 อะตอม(pentose)

Ribose

Deoxyribose

 




เป็นองค์ประกอบของ RNA, ATP

เป็นองค์ประกอบของ DNA


น้ำตาล 6 อะตอม(hexose)
กลูโคส(glucose) เกิดจากการสังเคราะห์ด้วยแสงของพืช ร่างกายใช้เป็นสารตั้งต้นในกระบวนการหายใจระดับเซลล์(cellular respiration) เพื่อสร้างพลังงาน มี 2 โครงสร้างที่เป็น stereoisomer กันคือ D-glucose และ L-glucose ละลายน้ำได้ดี ดูดซึมเร็ว ร่างกายสามารถนำไปใช้ได้ทันที 
กาแลคโทส(galactose) ไม่ค่อยพบมากในธรรมชาติ ส่วนใหญ่จะอยู่รวมกับกลูโคสอยู่ในรูปของน้ำตาลโมเลกุลคู่ ถูกเรียกอีกอย่างว่า น้ำตาลสมอง เพราะพบมากในเซลล์ประสาท เช่น ganglioside  cerebroside หวาน ละลายน้ำ และให้พลังงานน้อยกว่ากลูโคส 
ฟรักโทส(fructose) ให้ความหวานมากที่สุด พบมากใน น้ำผึ้ง น้ำอสุจิ และผลไม้ที่ให้ความหวาน เช่น มะม่วง กล้วยน้ำว้า แตงโม ทุเรียน น้อยหน่า เป็นต้น 
                                              
+++ จะเห็นได้ว่า กลูโคส กาแลคโตส และฟรักโตสมีสูตรโมเลกุลเหมือนกัน(C6H12O6) แต่ต่างกันที่โครงสร้าง เราเรียกสารที่มีสูตรเหมือนกัน แต่โครงสร้างต่างกันนี้ว่า ไอโซเมอร์(isomer) +++

น้ำตาลโมเลกุลคู่(oligosaccharideเกิดจากการรวมตัวกันของน้ำตาลโมเลกุลเดี่ยว 2 โมเลกุลด้วยกระบวนการ dehydration เกิดพันธะไกลโคซิดิก(glycosidic bond) น้ำตาลโมเลกุลคู่ที่สำคัญๆ ได้แก่ 

มอลโทส(Maltose) เกิดจาก กลูโคส + กลูโคส ที่ตำแหน่ง alpha 1,4 พบมากในข้าวมอลต์ ข้าวจ้า หรือเมล็ดของพืชที่กำลังงอก นอกจากนี้อาจได้จากการย่อยแป้งด้วยเอนไซม์ amylase 

แลคโทส(lactose) เกิดจาก กลูโคส + กาแล็คโทส พบมากในน้ำนม มีเอนไซม์ช่วยย่อยเรียก แลคเทส(lactase) บางคนเมื่อโตขึ้นร่างกายขาดเอนไซม์ชนิดนี้ ส่งผลให้เมื่อดื่มนมเข้าไปแล้วเกิดอาการท้องเสีย เรียกภาวะนี้ว่า ภาวะแพ้น้ำตาลแลคโทส(lactose intolerance) 

ซูโครส(sucrose) หรือ น้ำตาลทราย เกิดจาก กลูโคส + ฟรักโทส เป็นน้ำตาลหลักที่พืชสร้างและลำเลียงผ่านโฟลเอม พบมากในอ้อยและหัวบีท เป็นผลึกใสๆ ละลายในน้ำได้ดี เป็น non-reducing sugar

น้ำตาลโมเลกุลใหญ่(polysaccharide) เกิดจาก monosaccharide จำนวนมากมาต่อกัน มักไม่ค่อยละลายน้ำ ไม่มีรสหวาน ไม่มีคุณสมบัติในการรีดิวซ์ เป็นคาร์โบไฮเดรตที่พบมากที่สุดในธรรมชาติ พอลิเเซคคาไรด์ที่สำคัญๆ ได้แก่ 

แป้ง(Starch) เป็นแหล่งพลังงานที่พืชเก็บสะสมไว้ มี 2 ชนิดได้แก่ amylose เกิดจาก monomer ของกลูโคสต่อเป็นสายโซ่ยาวตรง ไม่แตกแขนง พบมากในแป้งข้าวเจ้า แป้งจากพืชหัว amylopectin เกิดจาก monomer ของกลูโคสต่อเป็นสายแตกแขนงไม่ถี่มาก พบมากในแป้งข้าวโพด แป้งข้าวเหนียว

ไกลโคเจน(glycogen) เป็นกลูโคสที่ร่างกายเก็บสะสมไว้ที่ตับและกล้ามเนื้อลายเพื่อใช้เป็นแหล่งพลังงานสำรองยามขาดแคลน ลักษณะเป็นสายแตกแขนง มีความถี่ของแขนงมากที่สุด

เซลลูโลส(cellulose) เป็นองค์ประกอบในโครงสร้างของพืช เช่น ผนังเซลล์ เนื้อเยื่อท่อลำเลียง เกิดจากกลูโคสจำนวน 100 - 1000 โมเลกุลขึ้นไปมาต่อกันเป็นสายโซ่ยาวตรง ไม่แตกแขนง 

การทดสอบคาร์โบไฮเดรต

1. สำหรับน้ำตาลโมเลกุลเดี่ยวและน้ำตาลโมเลกุลคู่ จะใช้สารละลายเบเนดิกต์ เพราะมีไอออนของ Cu จึงให้สารละลายสีฟ้า 

น้ำตาลรีดิวซ์(reducing sugar) เมื่อนำไปต้มกับสารละลายเบเนดิกต์แล้ว จะเกิดตะกอนสีแดงอิฐขึ้น น้ำตาลที่ไม่ใช่น้ำตาลรีดิวซ์(non - reducing sugar) เมื่อนำไปต้มแล้ว จะไม่มีการเปลี่ยนแปลงใดๆเกิดขึ้น เช่น Sucrose 

2. สำหรับพอลิแซคคาไรด์ประเภทแป้ง จะใช้สารละลายไอโอดีน(Iodine's solution) 

- ถ้าเป็น amylose จะเปลี่ยนเป็นสีน้ำเงิน 

- ถ้าเป็น amylopectin จะเปลี่ยนเป็นสีม่วงแดง 

- ถ้าเป็น glycogen จะเปลี่ยนเป็นสีแดง 

- cellulose ไม่เกิดปฏิกิริยากับสารละลายไอโอดีน

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 7 ครั้ง

3 ความคิดเห็น

  1. #9 FaiiSherlock (@FaiiSherlock) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2559 / 18:21
    Credit รูปภาพจ้า 

    https://online.science.psu.edu/biol011_active002/node/4163
    https://courses.lumenlearning.com/ap1/chapter/organic-compounds-essential-to-human-functioning/
    #9
    0
  2. ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(
  3. #3 Zee's bit (@AlainDelon) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2559 / 10:22
    รู้สึกหน้ามืดตาลาย สมองถูกกระตุ้นหนักมาก
    ขอไปพักก่อนครับ 555 
    #3
    0