Happy New Boyfriend!

ตอนที่ 6 : ตอนที่ 5 : พี่หินน้องแฟน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 66,652
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2,902 ครั้ง
    30 พ.ย. 60


ตอนที่ 5

 #พี่หินคนห่าม


เวลาหมุนเวียนเคลื่อนผ่านไปกระทั่งมีใครอีกคนในชีวิตครบเดือน เหมือนจะช้าแต่ก็ไม่ช้า จะว่าเร็วก็ไม่เร็ว แม้จะไม่ชินและต้องปรับตัวบ้างแต่ก็ไม่มากพอจะทำให้รู้สึกอึดอัด เตียงนอนกว้างที่เคยนอนคนเดียวมีแขกประจำแวะเวียนมาค้างอาทิตย์ละหลายคืนจนเริ่มชินกับการมีคนนอนเคียงข้าง

 

“เดี๋ยวมีคนมา”

 

ประโยคจากหินซึ่งดังขึ้นกลางวงทำให้เพื่อนทุกคนชะงักแล้วหันมามองด้วยใบหน้ามีคำถาม

 

“ใครวะ เด็กมึงอ่อ?” นักร้องนำของวงถามขึ้นเป็นคนแรก

 

คืนวันศุกร์ซึ่งวงไม่มีคิวขึ้นเล่น ทั้งหมดจึงนัดกันออกมาสังสรรค์ตามประสาเพื่อนฝูง โดยสาเหตุที่ไม่ไปผับที่ตัวเองทำงานก็ด้วยเหตุผลง่ายๆคือเบื่อและอยากเปลี่ยนบรรยากาศ

 

เหมือนคืนข้ามปีที่ไปเจออีกคนก็เป็นการเปลี่ยนบรรยากาศที่ทำให้ได้อะไรๆกลับมา

 

“อืม”

 

“เหยดดดดดดดดดดดด”

 

เสียงของเพื่อนร่วมวงทั้งสี่ดังขึ้นแทรกเสียงดนตรีอึกทึกจนโต๊ะข้างๆหันมามอง

 

“ไอ้ห่า มิน่าช่วงนี้ทำงานเสร็จละรีบกลับตลอด”

 

“คนนี้เป็นไงวะ น่ารัก สวย แซ่บหรือยังไง” ประโยคคำถามมาพร้อมกับสายตากรุ้มกริ่ม

 

“เดี๋ยวมันมาพวกมึงก็เห็นเอง”

 

“หูย ตามมาคุมมึง?”

 

ตามมาคุม

 

ตลอดเวลาหนึ่งเดือนแฟนไม่เคยจะทำอะไรซึ่งใกล้เคียงคำว่าคุมเลยแม้แต่น้อย หินและอีกฝ่ายให้อิสระซึ่งกันและกันแต่ทุกอย่างก็ยังคงอยู่ภายใต้คำว่าให้เกียรติกับสถานะของตัวเอง

 

“เปล่า มันก็มาเที่ยวของมัน”

 

ทั้งหมดพยักหน้ารับจากนั้นก็ส่งเสียงแซ็วอีกเล็กหน่อยก่อนจะเปลี่ยนหัวข้อสนทนาไปที่เรื่องงานและเรื่องอื่น ขณะเครื่องดื่มในมือก็ถูกเติมไปเรื่อยๆ

 

กระทั่งโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อสั่นเป็นสัญญาณว่ามีความข้อความเข้า มือหนาจึงล้วงมันออกมาแล้วกวาดสายตาอ่าน ยามเงยหน้าขึ้นเพื่อมองหาใครบางคนสายตาก็ปะทะเข้ากับเรือนร่างบอบบางซึ่งโดดเด่นกว่าใครเดินมากับกลุ่มเพื่อน อีกฝ่ายดูเหมือนจะกำลังมองหาเขาเช่นกัน จนเมื่อแฟนหันมาเห็นมือบางจึงยกขึ้นโบกทักทายแล้วเดินตรงหา

 

“พวกมึงนี่แฟน ส่วนนั่นบีแล้วก็นัท” หินเอ่ยแนะนำคนทั้งสามกับเพื่อนตัวเอง

 

“สวัสดีครับ” 


เสียงกล่าวทักทายพร้อมกับการค้อมหัวให้ตามมารยาทพลันทำให้ทุกคนที่กำลังนิ่งอึ้งรู้สึกตัวแล้วรีบทักทายกลับ


“แล้วก็นี่ เบนซ์ เกม โอม เวย์”

 

ต่างฝ่ายต่างส่งยิ้มให้กันก่อนเสียงเพลงจากรอบตัวจะทำให้แฟนต้องโน้มตัวลงมากระซิบพูดกับคนเป็นแฟนตัวเอง

 

“กูไม่ได้เอารถมานะ”                                                

 

“นี่คือกะเมาเต็มที่?”

 

คนถูกรู้ทันยกยิ้มพลางยักคิ้วให้จากนั้นจึงหยัดกายขึ้นยืนตรงแล้วเอ่ยขอตัวกับทุกคนในโต๊ะก่อนจะเดินไปอีกทางซึ่งมีกลุ่มเพื่อนของตัวเองรออยู่

 

“ไอ้เหี้ยหิน มึงนี่เก็บเงียบเลยนะ นี่มันน้องที่เจอกันวันสิ้นปีนี่”

 

“โคตรสวยอ่ะไอ้สัด”

 

“ขาเรียวมาก ขาวมาก”

 

“เพื่อนเขาก็เด็ด”

 

หลากหลายความคิดเห็นของเพื่อนไม่ได้รับการตอบกลับจากเจ้าของเรื่อง แก้วเหล้าในมือถูกกระดกขึ้นดื่มเป็นการเลี่ยงที่จะพูด ขณะหูก็ทำเป็นเมินเสียงแซ็วต่างๆ กระทั่งเพื่อนเลิกสนใจจะซักถามเพราะรู้ดีว่าท่าทางนี้ของหินหมายความว่าเจ้าตัวจะไม่พูดอะไรมากไปกว่านี้

 

ด้วยรู้ว่าวันนี้มีคนตั้งใจเมาเต็มที่หินจึงดื่มไม่มากนัก แม้ว่าจะไม่ได้เอารถมาเผื่อเจอด่านแต่เพื่อการต้องดูแลคนเมาจึงต้องเซฟสติตัวเองเอาไว้

 

 

01.48 น.

 

ขณะที่เพื่อนค่อยๆหายไปจากโต๊ะจนเหลือเพียงหินคนเดียว ร่างสูงก็ทำได้เพียงหน้านิ่วคิ้วขมวดกับโน้ตเพลงมากมายตรงหน้า นิ้วมือแกร่งขยับพิมพ์ข้อความรัวเร็วเพื่อตอบกลับเพื่อนที่ไหว้วานให้ช่วยเพิ่มอะไรบางอย่างให้มันสมบูรณ์แบบขึ้น

ให้ตาย ออกมาเที่ยวแต่ก็ยังต้องทำงาน

 

หูได้ยินเสียงอึกทึกครึกโครมจากรอบข้างหากแต่สมองต้องจินตนาถึงเสียงของดนตรีในหัว กว่าจะรวบรวมสติได้ก็ทำเอาหินต้องถอนหายใจหลายรอบ

 

 เจ๋งสัด คิดโน้ตเพลงกลางร้านเหล้าอาจารย์หินก็สามารถ

 

ข้อความเยินยอเกินความจริงอีกหลายข้อความไม่ได้รับอะไรตอบกลับมากไปกว่าอิโมจินิ้วกลาง โทรศัพท์ในมือหนาถูกกดล็อคเมื่อทุกอย่างเสร็จเรียบร้อย พลันลมหายใจแห่งความเหนื่อยจากการใช้สมองจะลอยล่องไปกับกลิ่นแอลกอฮอล์ที่อบอวลอยู่รอบตัว ยามต้นคอแกร่งถูกนวดไปมาบรรเทาความล้า

 

“อื้อ หิน”

 

ทว่าสัมผัสที่พาดมายังไหล่และเสียงอ้อแอ้ข้างหูก็ทำให้คนที่ก้มหน้าอยู่เงยหน้าขึ้น ขณะที่มือก็ยกขึ้นโอบอีกฝ่ายเอาไว้โดยอัตโนมัติ

 

“แฟน”

 

เสียงทุ้มเอ่ยเรียกยามท่อนแขนพยายามรั้งร่างโอนเอนเอาไว้ไม่ให้อีกคนล้มทรุดลงไป

 

“ไปเต้นกัน”

 

คนที่เริ่มเมาแต่ยังคงมีสติเอ่ยชวนยามวางปลายคางลงบนลาดไหล่กว้าง สองแขนเรียวโอบกระชับรอบลำคอแกร่งให้แน่นขึ้น

 

“อารมณ์ไหนถึงเดินมาชวนกูไปเต้น”             

 

“เผื่อกูไปสีคนอื่นเข้าทำไงอ่ะ”

 

ใบหน้าสวยผละออกแล้วเอียงหน้าถาม ดวงตาคู่สวยที่ทอดมองมาดูฉ่ำเยิ้มกว่าเคย

 

“ไม่ทำไง”

 

หินยักไหล่ตอบพลางกระชับท่อนแขนที่โอบรอบเอวบางให้มากขึ้น

 

“ไม่หวงกูเลยอ่อ”

 

“ไม่ทำที่นี่ แต่จะกลับไปทำที่ห้อง...ให้มึงจำได้ขึ้นใจว่ามีผัวแล้ว”

 

ประโยคหลังคนพูดเลื่อนใบหน้ามากระซิบข้างใบหู ลมหายใจร้อนปัดป่ายพร้อมทั้งมือหนาขยับลูบไล้อยู่แถวเอวราวกับเป็นการเตือนกลายๆ

 

“ตอนนี้ก็จำได้ ถึงได้เดินมาหาไง”

 

แฟนกระซิบตอบกลับก่อนต่อมาสัมผัสร้อนจากเรียวปากบางจะทาบทับแตะลงบนลำคอคนตัวโตแผ่วเบา

 

ริมฝีปากของอีกคนโดนผิวเนื้อเพียงผิวเผินทว่าความร้อนกลับลามไล้ลงไปยังส่วนล่างรวดเร็วเหมือนเปลวไฟต้องน้ำมัน

 

“มึงยั่วกูอีกแล้วนะ”

 

“ยั่วหลัวตัวเองผิดด้วยเหรอ”

 

เสียงหัวเราะน้อยๆจากคนบนตักทำให้หินได้แต่ส่ายหัว รู้ตัวว่าโดนอีกฝ่ายแกล้งแต่ก็ยังห้ามความรู้สึกไม่ให้วิ่งตามเกมนี้ไม่ทัน

 

“จะไปที่ฟลอร์เลยไหม ถ้าไม่ไปจะได้อุ้มมึงไปห้องน้ำแทน”

 

“หึ ไปเลยสิ”

 

ร่างบางขยับลุกขึ้นยืนโดยใช้ไหล่ของหินเป็นหลักยึด ต่อมาร่างสูงก็ลุกขึ้นตามกัน

 

ผู้คนเบียดเสียดไปมารอบตัวพลันทำให้สองร่างต้องขยับแนบชิด กระทั่งสุดท้ายท่อนแขนใหญ่จึงรั้งเอวของแฟนเข้าหา ก่อนใบหน้าสวยจะซบลงกับอกแกร่งขณะโยกกายน้อยๆตามจังหวะเพลง

 

“ไหนบอกจะมาเต้น”

 

แฟนขยับตัวเพียงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับคนรอบข้างที่เลื้อยไปมาราวกับงู

 

“ก็นี่ไงเต้น” เอ่ยตอบทั้งที่ใบหน้ายังอิงแอบอยู่ที่เดิม

 

“นี่เรียกมายืนซบกูเฉยๆ”

 

“ไม่เฉย ขาขยับอยู่” คำเถียงนั้นทำให้หินส่ายหัว “อื้อ อย่าจับตูดดิ”

 

เสียงร้องอื้ออึงดังขึ้นเมื่อสัมผัสได้ถึงมือหนาที่วางอยู่บนบั้นท้ายของตัวเอง คราแรกคนตรงหน้ายังทำเพียงแค่วางเฉยๆทว่าตอนนี้กลับลงน้ำหนักมือเป็นจังหวะจนรู้สึกได้

 

“ค่ากูมาเต้นเป็นเพื่อน”

 

“ไอ้หื่น”

 

“ไอ้ขี้ยั่ว”

 

“หึ ฉายาคู่เราเหรอ แบบคนเป็นแฟนเรียกกันงี้”

 

“อันนี้ไม่ใช่คำด่า?”

 

“คำด่าต้องไอ้เหี้... อื้อ”

 

คนที่กำลังจะพูดคำด่ากลายเป็นต้องส่งเสียงร้องในลำคอเมื่อฝ่ามือหนาเลื่อนสอดเข้ามาในขอบกางเกงขาสั้น ก่อนจะออกแรงบีบก้อนเนื้อนิ่มเต็มแรงโดยไม่สนว่าอาจจะมีคนมอง

 

“พูดไม่เพราะ”

 

“กูเคยพูดมึงก็ไม่เห็นว่าอะไร”

 

ใบหน้าสวยแดงเรื่อผละออกจากอกของคนตรงหน้าแล้วเงยขึ้นมาคุย คิ้วได้รูปขมวดมุ่นอย่างไม่ค่อยเข้าใจนัก                  

 

“ตอนนั้นไม่ใช่ตอนนี้ ตอนนี้พูดไม่ได้”

 

“ทำไม?”

 

“เพราะตอนนี้เป็นแฟน ต้องให้เกียรติกัน”

 

จริงอยู่ที่ตัวเองก็ไม่ใช่คนที่มีความสุภาพอะไรมากมายแต่คำด่าพวกนี้สำหรับการเป็นแฟนแล้วหินคิดว่ามันเป็นคำที่ไม่ค่อยน่าฟัง

 

“งี้กูต้องเรียกมึงพี่ด้วยไหม พี่หิน...”

 

คำเรียกขานไม่คุ้นหูพร้อมทั้งใบหน้าสวยที่ระบายยิ้มน้อยๆกระตุกใจคนฟังไปชั่ววินาที แม้จากนั้นสติจะกลับมาอย่างรวดเร็วแต่สมองก็พลันลืมเลือนไปเลยว่าควรจะพูดอะไร

 

พี่หินงั้นเหรอ...

 

“...”                      

 

“อืม ต้องแทนตัวเองว่าแฟนด้วยรึเปล่า หรือต้องน้องแฟน”

 

“...”

 

“น้องแฟนกับพี่หิน”

 

พูดจบคนเมาก็หัวเราะคิกคักกับตัวเองพลางโยกตัวน้อยๆตามจังหวะเพลงต่อ และแปลกที่ภาพความสวยเย้ายวนในตอนแรกๆของแฟนนั้นหายไปแล้วถูกแทนที่ด้วยความน่ารัก

 

เหมือนเด็กกำลังมีความสุขกับอะไรสักอย่าง

 

“มึงชอบแบบนี้เหรอ”

 

“หืม?”

 

“ให้กูแทนตัวเองว่าพี่ ชอบไหม”

 

“ไม่...”

 

คำปฏิเสธพร้อมการส่ายหน้ารัวๆนั้นทำให้หินเลิกคิ้วอย่างแปลกใจก่อนอีกฝ่ายจะเอ่ยขยายความ แต่ก็คล้ายว่าจะพึมพำกับตัวเอง

 

“ฟังแล้วเดี๋ยวใจอ่อน”         

 

“ว่าไงนะ”

 

“มึงแทนตัวเองว่าพี่ ในนี้มันคันยุบยับๆ”

 

นิ้วเรียวเคาะลงบนตำแหน่งในนี้ที่เจ้าตัวหมายถึง

 

บนอกซ้าย...                                                                               

 

“หึ” กลายเป็นมีสติดีกว่าที่ไม่มีอะไรจะพูดมากไปกว่านั้น

 

เสียงเพลงและบรรยากาศอึกทึกรอบตัวถูกลืมเลือนจนเหมือนเหลือเพียงคนสองคนที่ยืนอยู่ตรงนี้ หินมองใบหน้าของคนในอ้อมแขน มองคนที่ยิ้มน้อยๆด้วยฤทธิ์แอลกอฮอล์ ขณะในหัวก็มีเพียงคำพูดแสนน่ารักของอีกฝ่าย

 

มันคันๆในนั้นเหรอ...อาการเหมือนเขาตอนนี้เลยหรือเปล่า

 

--

 

“อื้อ”

 

เสียงครางในลำคอของคนเพิ่งตื่นดังขึ้น ขณะเปลือกตาที่ยังคงปิดหลับเข้าหากันแน่นเมื่อความมึนหัวแล่นปราดจนทำได้เพียงนอนนิ่ง นานหลายนาทีกว่าทุกอย่างจะเริ่มดีขึ้น ยามลืมตาความพร่ามัวก็เล่นงานจนต้องกะพริบตาถี่ๆ ก่อนความแห้งผาดบริเวณลำคอจะส่งผลให้ปากบางเบะออก

 

“หะ หิน”

 

ส่งเสียงเรียกคนที่เดินวนไปรอบๆแผ่วเบากระทั่งคนถูกเรียกชะงักเท้าแล้วเดินเข้ามาหา เรือนกายสูงใหญ่ซึ่งสวมเพียงกางเกงวอร์มตัวเดียวทรุดตัวนั่งลงข้างๆ

 

“เป็นไง ไหวไหม”

 

“ปวดหัว แสบคอ”

 

อาการซึ่งไม่ได้แตกต่างจากที่คิดเอาไว้ทำให้คนที่เตรียมน้ำไว้รอขยับไปเทน้ำใส่แก้ว จากนั้นจึงประคองคนบนเตียงให้ลุกขึ้นมาดื่ม

 

“หนักนะเมื่อคืน”

 

หลังจากลงมาจากฟลอร์แฟนก็กลับมาดื่มต่ออีกหลายแก้วจนสภาพยามแบกขึ้นแท็กซี่อ้อแอ้จนแทบไม่มีสติ ดีที่ยามเมาอีกคนไม่ได้เป็นคนขี้โวยวายไม่อย่างนั้นหินคงตกที่นั่งลำบากยิ่งกว่านี้

 

“กู...จำไรไม่ค่อยได้ มันวาร์ป”

 

มือบางยกขึ้นมาไล่ความมึนงงขณะในหัวพยายามเรียบเรียงเหตุการณ์ในค่ำคืนที่ผ่าน หลังจากตอนเต้นแล้วทุกอย่างก็สลับกันไปมาจนจำแทบไม่ได้ว่ามีอะไรเกิดขึ้นบ้าง

 

“เละเทะ” นิ้วแกร่งดีดลงเบาๆบนหน้าผากคนมึนจนเสียงโวยวายดังตามมา       

 

“กูเจ็บนะ”

 

“จำได้ไหมว่าเมื่อคืนมึงอ้อนกูแค่ไหน...น้องแฟน”

 

ใบหน้าคมโน้มลงมาใกล้จนแฟนต้องอิงหัวไปชิดกับพนักเตียง คำสุดท้ายที่คนพูดจงใจทอดเสียงอ่อนลงเรียกทั้งความสั่นไหวและความทรงจำอันพร่าเลือน ภาพเหตุการณ์ลางๆราวกับภาพฝันค่อยไหลวนในหัว

 

น้องแฟนกับพี่หิน

 

ได้ยินเพียงเสียงตัวเองพูดดังแผ่วในความทรงจำ ด้วยสติที่ไม่เต็มที่ของคนเม้าค้างพลันทำให้ไม่ว่าพยายามนึกเท่าไหร่ก็นึกไม่ออก ยิ่งใช้ความคิดสมองยิ่งมึนงงปวดตุบ

 

“กูอ้อนมึงงั้นเหรอ”

 

“หึ คราวหลังกูจะมอมเหล้ามึงแล้วอัดคลิปไว้...ลุกไปอาบน้ำได้แล้วจะได้ออกไปกินอะไรแก้แฮงค์”

 

หินผละออกพร้อมทั้งเอ่ยบอก โดยไม่รื้อฟื้นถึงเหตุการณ์เมื่อคืนต่อเพราะดูท่าว่าอีกคนคงจำไม่ได้

 

“อุ้มหน่อย” แฟนเอ่ยพลางชูแขนขึ้น

 

“นี่มึงยั่วกูตั้งแต่เมื่อคืนแล้วนะ สักดอกไหม”

 

ประโยคนั้นเรียกเสียงหัวเราะของคนขี้ยั่วให้ดังขึ้น การแกล้งอีกคนให้ตบะจะแตกกับเรื่องแบบนี้เป็นหนึ่งในสิ่งที่ทำให้แฟนรู้สึกสนุกไม่น้อย

 

แต่เสือก็ยังเป็นเสือ อย่ายั่วจนมันหิวโหยแล้วตะครุบเราเข้าปากแล้วกัดกินจนไม่เหลือซาก

 

“แค่ให้อุ้มไปส่งนี่เรียกยั่วเหรอ กูขี้เกียจลุก”

 

หินถอนหายใจก่อนจะยอมขยับลุกขึ้นแล้วช้อนคนที่สวมเพียงเสื้อนอนตัวโคร่งซึ่งคลุมถึงเพียงสะโพกขึ้นมาในอ้อมแขน จังหวะเท้าอันแสนมั่นคงเดินตรงไปยังห้องน้ำ ขณะคนถูกอุ้มยกยิ้มน้อยๆทั้งที่ยังคงปวดหัว

 

ยามถูกวางลงบนขอบอ่างท่อนแขนเรียวที่คล้องอยู่บนลำคอแกร่งจึ้งรั้งอีกฝ่ายให้โน้มลงมาใกล้ พลันต่อมาก็ทาบสัมผัสลงบนไปแก้มสาก สูดดมเต็มแรงจนเกิดเสียงดังฟอด

 

“ค่าดูแลแล้วก็ค่าที่มึงยอมใจแข็งไม่ลักหลับกู”

 

แม้ภาพในหัวจะเลือนรางทว่าการถูกเช็ดตัวให้และสัมผัสแถวซอกคอคือสิ่งที่ติดตรึงในความทรงจำ เพราะรู้ดีว่าตอนเมาตัวเองจะอ้อล้อกว่าเคยฉะนั้นการที่อีกฝ่ายตัดใจเดินไปเข้าห้องน้ำแทนการทำอะไร แฟนถือว่าหินมีความอดทนพอสมควร

 

“ตอนนี้มีอย่างอื่นแข็งกว่าใจกูอีก”

 

เสียงทุ้มกระซิบบอกยามปลายจมูกโด่งปัดป่ายคลอเคลีย ท่อนแขนแกร่งยันค้ำกับขอบอ่าง กักกันร่างเล็กเอาไว้ใต้อาณัติ

 

ประโยคสองแง่สองง่ามนั้นทำให้คนฟังหลุดยิ้มและดูเหมือนว่าแฟนจะชินกับคำพูดแบบนี้ไปซะแล้ว

 

“แล้วทำยังไงมันถึงจะอ่อนลง?”

 

“หึ มึงรู้ดี”

 

“จริงเหรอ”

 

ปลายเท้าเล็กขยับไล้ขึ้นมาตามท่อนขาแกร่งด้วยความเชื่องช้า กระทั่งเกือบจะถึงบางอย่างที่แข็งกว่าใจก็หยุดชะงักเอาไว้

 

“...”

 

“กูมึนหัว...เตรียมอะไรแก้แฮงค์ไว้ให้หรือเปล่า”

 

การเปลี่ยนเรื่องอย่างกะทันหันโดยไม่มีความต่อเนื่องทำให้หินขมวดคิ้ว แต่ถึงอย่างนั้นก็เอ่ยตอบคำถามที่คนตรงหน้าเอ่ย

 

“มีข้าวต้ม”

 

“อืม”

 

ปลายหางเสียงลากยาวๆพอกับมือบางที่ไล้ลงต่ำจนถึงสิ่งนั้น สัมผัสบางเบาซึ่งวางอยู่บนกลางกายเรียกความร้อนให้ไหลมารวมอยู่จุดเดียว ความปรารถนาเริ่มก่อตัวขึ้นในทันใด

 

“รางวัลของคนดี”

 

จากเพียงแค่วางนิ่งมือนั้นก็เริ่มเคลื่อนไหวเชื่องช้าจนกรามแกร่งบดเข้าหากัน จากอยู่นอกร่มผ้าก็สอดเข้ามาภายใน ลูบไล้แนบชิดจนมันแข็งขืนร้อนผ่าว

 

“สิบนาทีนะ ห้ามอึดเกินกว่านั้น เมื่อยมือ”

 

“...อืม”

 

-(ตัดฝักบัวแตก อิอิ)-

 

“คิดยังไงถึงออกมาดูหนัง”

 

หินเอ่ยถามคนข้างตัวขึ้นเมื่อตกเย็นอีกฝ่ายก็บอกเขาว่าอยากมาดูหนัง ด้วยเพราะวันนี้เป็นวันว่างของทั้งสองจึงยอมตามใจ ทว่าหลังจากกินข้าวแล้วกว่าคนแฮงค์จะตื่นจากการนอนเอาแรงก็ได้ดูเป็นรอบมิดไนท์

 

“เพิ่งคิดได้ว่าหนังที่กูอยากดูเข้าโรงแล้ว”

 

“นี่เดทในโรงหนังครั้งแรงของเราเลยหนิ” คิ้วเข้มเลิกขึ้น ยามมุมปากยกยิ้มนิดๆ

 

“รุ่นนี่ไม่ต้องเดทกันแล้วไหม” ใบหน้าสวยส่ายไปมาพลางกวาดสายตามองโปรแกรมหนังตรงหน้า

 

หินยกยิ้มให้กับประโยคนั้นก่อนจะทอดมองคนตัวเล็กที่สวมเสื้อฮู้ดตัวใหญ่กับกางเกงขาสั้นและรองเท้าผ้าใบ มองผ่านๆอีกคนดูเหมือนทอมมากกว่าจะเป็นผู้ชาย

 

การมีแฟนในชีวิตตลอดหนึ่งเดือนมันก็เรียบเรื่อยดี ไม่วุ่นวายหวือหวาเกินไปอย่างที่นึกกังวล...และเซ็กส์ก็เข้ากันได้ตั้งแต่วันแรกจนถึงวันนี้ ส่วนประกอบอันแสนสำคัญ

 

“กูไม่ได้ดูหนังรอบนี้มานานมาก”

 

แฟนหันมาพูดด้วยเมื่อตารางหนังบ่งบอกเวลาว่าเหลือเพียงรอบสุดท้ายในอีกครึ่งชั่วโมงข้างหน้า

 

“จะมีกี่คนในโรงเชียว”

 

“ดีออก คนเยอะวุ่นวาย”

 

“อีกครึ่งชั่วโมง เดี๋ยวกูไปซื้อตั๋วก่อน”             

 

“งั้นกูไปซื้อป็อปคอร์น”

 

หินพยักหน้ารับก่อนจะหมุนตัวไปทางเคาท์เตอร์ บรรยากาศรอบตัวดูบางตาแต่ก็ไม่โหวงเหวงจนเกินไป

 

โดยส่วนมากแล้วคนที่มาดูหนังยามนี้มักจะเป็นคู่รักมากกว่ากลุ่มเพื่อน มองไปรอบๆจึงเห็นหลายคู่นั่งหยอกล้อกระหนุงกระหนิง

 

เมื่อเสร็จเรียบร้อยจึงเดินไปหาคนที่ยืนอยู่หน้าเคาท์เตอร์ขายป็อปคอร์น มือหนาเอื้อมไปหยิบแก้วน้ำมาไว้ในมือ ให้แฟนถือเพียงถังขนมถังใหญ่

 

“ลืมถามว่ามึงกินรสอะไรเลยเอาผสมกัน น้ำนี่แก้วเดียวก็พอเนอะ กินเยอะเดี๋ยวปวดฉี่”

 

“อืม ตามนั้น...เข้าโรงเลยนะ จะได้ดูตัวอย่างหนังด้วย”

 

ประโยคนั้นเรียกความลังเลให้เกิดกับแฟนชั่วครูก่อนใบหน้าสวยจะกดรับพลางลอบสูดลมหายใจ

 

“อือ”

 

ร่างสูงเป็นฝ่ายเดินนำแล้วยื่นบัตรให้กับพนักงาน กระทั่งถึงในโรงบรรยากาศเย็นเยียบก็ปะทะเข้าหน้าจนแฟนต้องหยิบหมวกของเสื้อขึ้นมาคลุม พลันมือบางก็รีบเอื้อมไปคว้ามือของอีกคนเอาไว้แล้วสอดเข้าหาแนบแน่น

 

การกระทำนั้นทำให้หินชะงักก่อนจะหันมามองคนข้างตัว

 

“เป็นอะไร”

 

“เปล่า”

 

“แต่มือมึงเย็น เหงื่อก็ออก”

 

“กูหนาว”

 

ลิ้นเล็กไล้ออกมาเลียริมฝีปากแห้งผาด ทว่าต่อมาก็ต้องสะดุ้งให้กับเสียงทุ้มต่ำจากในหนังบนจอกว้าง จนต้องรีบขยับเข้าไปหาอีกคนมากขึ้นจนแทบจะสิง

 

หินมองท่าทางนั้นอย่างใช้ความคิดแต่ก็ไม่ได้เอ่ยถามอะไร มือหนากระชับมือที่สอดประสานกันจากนั้นจึงผละออกแล้วเปลี่ยนมาเป็นโอบคนตัวเล็กกว่าเข้าหา

 

“กูอยู่นี่”

 

เป็นเพราะกำลังสัมผัสได้ว่าแฟนกำลังกลัวอะไรสักอย่าง ถ้อยคำปลอบประโลมจึงดังขึ้นให้ร่างบางคลายใจ ดวงตาทั้งสองสบกันในความมืดสลัว

 

จากนั้นหินจึงค่อยๆพาแฟนก้าวไปยังเก้าอี้ของตัวเองและเมื่อมาถึงที่นั่งแฟนก็พรูลมหายใจออกมาอย่างโล่งอก ขณะบนจอกว้างเปลี่ยนจากตัวอย่างของหนังมาเป็นโฆษณาต่างๆ

 

“กูกลัวเสียงคนพูดในทีเซอร์หนัง”

 

แฟนกระซิบบอกเสียงแผ่วพลางพยายามสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อลดอาการของตัวเอง

 

“ทำไม” หินถามกลับด้วยความแปลกใจเล็กๆ

 

“ไม่รู้ เสียงมันทุ้มๆ ฟังดูน่ากลัว ปกติกูจะเข้าโรงตอนหนังใกล้ฉายเพราะไม่อยากได้ยิน”

 

ไม่ใช่แค่ความกลัวธรรมดาแต่มันมากพอจนเกิดอาการใจสั่น มือไม้เย็นเยียบชื้นเหงื่อ ลมหายใจติดขัด อาการซึ่งเป็นมาตั้งแต่จำความได้กระทั่งตอนนี้ก็ไม่อาจหาสาเหตุเจอ

 

“แล้วทำไมไม่บอกกู”

 

“ก็...เห็นมึงอยากเข้ามาก่อน”

 

“ทีหลังมีอะไรก็บอก แล้วตอนนี้กลัวรึเปล่า” หินเอ่ยเสียงเรียบ

 

“ถ้าได้นั่งก็ไม่กลัวแล้ว”

 

“อืม”

 

“มึงว่ามันไร้สาระไหม”

 

น้ำเสียงที่เอ่ยถามและดวงตาคู่สวยสั่นระริกด้วยความไม่มั่นใจ ความลับนี้มีน้อยคนนักจะรู้เพราะด้วยกลัวถูกมองว่าเสแสร้งแกล้งทำเป็นอ่อนแอกับเรื่องไร้สาระ

 

“ความกลัวของคนเราไม่ใช่เรื่องไร้สาระ ไม่ว่ามึงจะกลัวอะไรก็ตาม”

 

น้ำเสียงนั้นจริงจังพอๆกับสีหน้าของคนพูด แสงจากหน้าจอทอความสว่างสะท้อนกลับมาให้ได้เห็นใบหน้าของอีกฝ่ายอย่างชัดเจน

 

“อืม”

 

แฟนทำได้เพียงรับคำในลำคอ ขณะคนข้างตัวเองก็ไม่ได้ถามหรือซักอะไรมากไปกว่านั้นราวกับปล่อยให้เป็นเรื่องส่วนตัว

และแปลกที่เพียงประโยคเดียวกลับทำให้ข้างในรู้สึกอุ่นแบบแปลกๆ                     

 

แฟนยอมรับ...ตลอดระยะเวลาหนึ่งเดือนหลายสิ่งจากหลายอย่างมันแสดงให้เห็นว่าหินคือคนที่พึ่งพาได้

 

 

 

“ปวดฉี่”

 

แฟนเอ่ยขึ้นเป็นสิ่งแรกเมื่อก้าวเท้าออกจากโรงหนัง ร่างเล็กย่ำเท้าเร็วๆก่อนทิ้งขยะในมือแล้วรีบลากแขนคนตัวโตให้ตรงไปทางห้องน้ำ การอดกลั้นซึ่งยาวนานกว่าครึ่งเรื่องให้ความรู้สึกราวกับตอนนี้กระเพาะปัสสาวะจะแตก

                                                                                                                      


“ใครบอกให้กินน้ำเยอะ”

 

“ก็ดูหนังไปมันเพลิน”

 

คนฟังส่ายหน้าให้กับคำแก้ตัวนั้นพลางก้าวตามแรงลากไปจนถึงห้องน้ำ เมื่อไปถึงแฟนก็รีบเดินเข้าไปในห้องที่มีประตูปิด ขณะที่หินนั้นทำธุระตามประสาผู้ชายทั่วไปอยู่ข้างนอก

 

“ฮ๊า โล่งละ”

 

เสียงเอ่ยอย่างมีความสุขดังขึ้นยามร่างเล็กออกมาล้างมืออยู่ข้างกัน

 

“ทีหลังก็กินเข้าไปเยอะๆ กูบอกให้ออกมาฉี่ก่อนก็ไม่ฟัง”

 

“ออกได้ไง หนังกำลังสนุก”

 

“ถ้ามึงฉี่ราดกูจะทิ้งให้กลับเอง”

 

“โตแล้วใครเขาจะฉี่ราดกันเล่า”

 

คนสองคนซึ่งกำลังเถียงกันอย่างเอาเป็นเอาตายในห้องน้ำทำให้ผู้มาใหม่หยุดชะงัก เสียงฝีเท้านั้นเรียกความสนใจจากหินและแฟนให้หันไปมอง ก่อนดวงตาของฝ่ายนั้นจะเบิกขึ้น

 

“หิน”

 

ชายหนุ่มวัยกลางคนเอ่ยเรียกจนแฟนหันมามองคนข้างตัวด้วยความแปลกใจ

 

รู้จักกันงั้นหรือ

 

“สวัสดีครับ” เป็นคนเด็กกว่าที่ทักทายก่อนตามมารยาท

 

“มาดูหนังเหมือนกันเหรอ”

 

หินทำเพียงพยักหน้ารับ

 

“แล้วนั่น...”

 

“แฟนผม”

 

อีกฝ่ายพยักหน้ารับกลับมาโดยไม่มีวี่แววของความแปลกใจ ท่าทางที่บ่งบอกว่าทั้งสองต้องสนิทกันมากพอจะรู้ว่ารสนิยมหินเป็นอย่างไร

 

“สวัสดีครับ” แฟนเอ่ยพร้อมทั้งค้อมหัวลงเล็กน้อย

 

“อืม หน้าตาน่ารักนะ แล้วเรื่อง...”

 

“ถ้าพี่จะถามถึงเรื่องนั้น...ผมไม่สนใจ”

 

เสียงทุ้มเอ่ยขัดขึ้นทันทีราวกับรู้ดีถึงสิ่งที่คนตรงหน้าจะเอ่ย บรรยากาศแปลกๆที่แผ่ออกมาระหว่างทั้งสองดูมีอะไรจนแม้แต่คนนอกอย่างแฟนยังสัมผัสได้

 

“หิน”

 

“พี่รู้ดีว่าคำตอบของผมจะไม่มีวันเปลี่ยน เพราะฉะนั้นเลิกถามเถอะ”

 

“แต่พี่ยังยืนยันว่าแกคือคนที่เราต้องการ แกไปไกลได้มากกว่านี้ แล้วแกจะได้อะไรมากมายกว่าการเป็นนักดนตรีที่ผับนั่น”

 

“พี่ก็รู้จักผมดี...ผมไม่เคยเลือกอะไรเพียงเพราะเงิน”

 

“แต่...”

 

“วินาทีแรกที่พี่จับเครื่องดนตรีพี่รู้สึกยังไง อะไรคือสิ่งที่อยู่ในหัว?”

 

ประโยคเอ่ยถามจากหินทำให้ชายหนุ่มวัยกลางคนชะงักกึก

 

“มันมีแค่ความสุขใช่ไหม หรือพี่คิดถึงเงินและชื่อเสียงตั้งแต่วินาทีนั้น...มันไม่มีทางหรอก”

 

“...”                                                                                             

 

“อย่าลืมความรู้สึกแรกของการเป็นเริ่มต้นเป็นนักดนตรี อย่าลืมว่าพี่ทำมันเพราะความรัก”

 

“...”

 

“อย่าให้อะไรมากลืนกินตัวตนและจิตวิญญาณจนเหลือเพียงความกระหายในชื่อเสียงและเงินทอง ถ้าพี่ทำมันด้วยคิดถึงแต่เรื่องเงิน สักวันมันจะตอบแทนพี่กลับมาแค่เงิน...ผมไม่มีทางทรยศความรู้สึกแรกของตัวเอง นั่นคือคำตอบ”

 

เพราะการถูกตื้อถามหลายครั้งส่งผลให้ตอนนี้หินเกินจะนิ่งเงียบ การหลีกเลี่ยงดูไร้ความหมายเมื่อที่ผ่านมาอีกฝ่ายดูไม่ละความพยายาม เหตุเจอหน้าด้วยความบังเอิญครั้งนี้จะไม่ถูกปล่อยผ่านโดยง่าย การพูดและอธิบายที่แทบยาวเหยียดที่สุดในชีวิตจึงพรั่งพรูออกจากปาก

 

สองสายตาของคนต่างอายุสบประสานกันด้วยความรู้สึกแตกต่าง ทุกประโยคของรุ่นน้องกระแทกใจคนฟังจนสะอึกและฉุกให้คิดถึงบางอย่างซึ่งถูกลืมเลือนไป

 

“ผมขอตัว”

 

หินเอ่ยขอตัวกับฝ่ายนั้นเมื่อไม่มีอะไรต้องพูดต่อ มือหนาขยับมาจับมือของคนข้างตัวแล้วออกแรงรั้งให้เดินออกจากตรงนั้น

 

แฟนเหลือบมองเสี้ยวหน้าด้านข้างของหินเป็นระยะขณะเดินตามเงียบๆ ทุกประโยคเมื่อครู่ผ่านเข้าหูจนพอจะเข้าใจเรื่องราวบางอย่าง กระทั่งลงลิฟต์มาจนถึงชั้นของลานจอดรถแล้วก้าวขาออกมาคนข้างตัวก็หยุดนิ่ง มือที่จับกันอยู่สั่นระริกจนแฟนต้องเป็นฝ่ายกระชับฝ่ามือใหญ่เอาไว้

 

“มึงโอเคนะ”

 

หินถอนหายใจพลางหลับตาลงแน่น ก่อนหลายวินาทีต่อมาจะส่งเสียงรับคำในลำคอ

 

“อืม”             

 

ไม่มีคำเอื้อนเอ่ยหรือซักถามอะไรมากไปกว่านั้น แฟนรอจนร่างสูงลืมตาขึ้นแล้วก้าวพาตัวเองเดินไปที่รถอย่างเงียบๆ

 

“เดี๋ยวกูขับเอง” เอ่ยบอกพลางแบมือขอกุญแจรถจากหิน

 

“กูขับได้”

 

“กูก็ขับได้ มึงนั่งไปเถอะ”

 

เพราะรู้ว่าเรื่องเมื่อครู่คงรบกวนจิตใจหินไม่น้อยจึงอยากให้อีกคนได้พัก นิ้วมือเรียวกระดิกกระตุ้นขอกุญแจรถอีกครั้ง สุดท้ายหินจึงต้องวางมันลงบนมือของคนตรงหน้า

 

ระหว่างทางกลับคอนโดในห้องโดยสารนี้ไม่มีเสียงสนทนาใดๆ ไม่มีแม้กระทั่งเสียงเพลงที่เปิดคลอ

 

มีเพียงการเหม่อมองอะไรนอกรถเงียบๆของหิน การเหลือบสายตามองคนข้างตัวเป็นระยะของแฟน...โดยมีความห่วงใยเล็กๆกำลังก่อตัวขึ้นระหว่างคนทั้งสอง

 

 TBC.

 

มาต่อแล้วน๊าาา


หื่นเหมือนเดิมเพิ่มเติมคือความหวานค่ะ-/////-



 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2.902K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

5,744 ความคิดเห็น

  1. #5716 Spices_smile (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 14 กันยายน 2563 / 17:04
    น่ารักกกกกก
    #5,716
    0
  2. #5633 Airzaa1810 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 29 มีนาคม 2563 / 13:59
    หินพึงพาได้แน่ๆแฟน
    #5,633
    0
  3. #5528 yuri_miko (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2562 / 22:38
    หินสุดยอดมาก
    #5,528
    0
  4. #5506 nicharipaen04 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2562 / 13:03
    น่ารักอ่ะ
    #5,506
    0
  5. #5478 dadadedub (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2562 / 14:18
    เริ่มค่อยๆเรียนรู้กันแล้ววว
    #5,478
    0
  6. #5452 rattanalak44 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2562 / 10:07
    มุมหวานๆเขาก็มีนะ
    #5,452
    0
  7. #5401 12311232123312 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2562 / 21:18
    น่ารักกกก
    #5,401
    0
  8. #5378 Kim-kibom (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2562 / 20:56
    เริ่มมีความห่วงใย ผูกพันกันแล้ว
    #5,378
    0
  9. #5312 Nuthathai Por (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2562 / 15:36

    คำเรียกกันตอนเมานี่ก็น่ารักไปอีกแบบนะ หายเมาก็เรียกกันได้น๊าไม่เรียกเหรอ

    #5,312
    0
  10. #5262 xxviimay (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 28 เมษายน 2562 / 22:07
    พี่หิน น้องแฟน เขินๆๆๆๆ
    #5,262
    0
  11. #5204 <N-O> (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 28 มกราคม 2562 / 21:51
    เรียกพี่น่ารักดีออก
    #5,204
    0
  12. #5130 Minyy (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2561 / 13:40
    ชอบโมเม้นนี้ เขาเป็นห่วงกันดูแลกันพี่หินแลดูมีความจริงจังขั้นสุด
    #5,130
    0
  13. #5107 _arsunp (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2561 / 19:39
    เขินนนนเป็นห่วงกันอีกแล้วฮื่อ
    #5,107
    0
  14. วันที่ 19 พฤศจิกายน 2561 / 13:28
    ขอบคุณที่แต่งให้อ่านนะคะ
    #5,038
    0
  15. #4786 pim pimmi (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 29 กันยายน 2561 / 19:34
    รู้สึกดีอ่ะ
    #4,786
    0
  16. #4782 ojay2 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 29 กันยายน 2561 / 16:06
    ค่อยๆรู้จักกันไปทีละอย่างนะ
    #4,782
    0
  17. #4735 Hunbears (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 26 กันยายน 2561 / 00:40
    น่ารักกกค่อยเป็นค่อยไปค่อยๆทำความรู้จักกันและกันนนฮื้ออออ
    #4,735
    0
  18. #4658 Ilo_harlveen (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 29 สิงหาคม 2561 / 20:31
    ละมุนนี
    #4,658
    0
  19. #4558 [In_My_DreaM] (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2561 / 13:52
    ไม่ต้องพูดอะไรมากมาย แค่ความใส่ใจเล็กๆ แบบนี้ก็ดูน่ารักมากๆ เลย
    #4,558
    0
  20. #4484 pcy921 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2561 / 19:03
    น่ารักอะ เป็นกำลังใจให้กันงี้เนอะ
    #4,484
    0
  21. #4399 maybee23 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2561 / 13:15
    ค่อยๆเดินเข้าหากันแบบนี้สิดี
    #4,399
    0
  22. #4236 koy_incle (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2561 / 16:38
    อยากได้พี่หินคนห่าม
    #4,236
    0
  23. #4191 chocolato.p (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2561 / 15:59

    ค่อยๆเพิ่มเนอะ

    #4,191
    0
  24. #4166 nun__nutty (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2561 / 17:44
    ชอบจะค่อยๆพัฒนาความรู้สึกกันต่อไป
    #4,166
    0
  25. #4097 PPSnook (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2561 / 13:53
    พี่หินสุดยอดมากกับความคิด
    #4,097
    0