Happy New Boyfriend!

ตอนที่ 5 : ตอนที่ 4 : แฟนคนหื่น

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 73,789
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3,149 ครั้ง
    20 พ.ย. 60


#พี่หินคนห่าม 


ตอนที่ 4

 

แสงแดดยามเช้าลอดผ่านช่องเล็กๆของผ้าม่านพลันทำให้ร่างบางบนเตียงกว้างค่อยๆรู้สึกตัว เปลือกตาสีอ่อนขยับปรือเปิดก่อนคนเพิ่งตื่นจะใช้เวลาตั้งสติอยู่ชั่วครู่ กระทั่งเรียบเรียงความคิดได้ดวงตาคู่สวยจึงกวาดมองหาใครอีกคนทว่ากลับพบเพียงความว่างเปล่า

 

ไปไหนกัน...

 

เมื่อเกิดความสงสัยแฟนจึงขยับกายลุกขึ้นแล้วเปิดประตูออกไปด้านนอกเผื่อจะเจอตัวคนที่ตามหา                                   

 

“ทำอะไร?”

 

เรือนร่างสูงใหญ่ที่ท่อนบนเปลือยเปล่ากำลังขยับตัวขึ้นลงด้วยกำลังของแขนจนเห็นการเกร็งของกล้ามเนื้อหลายส่วน เหงื่อเม็ดใหญ่ไหลโซมกายจนหยดลงบนพื้น

 

ตื่นแต่เช้าเพื่อมาวิดพื้นเนี่ยนะ

 

“ออกกำลังกายไง”

 

หินเอ่ยตอบขณะส่งแรงให้ร่างกายตัวเองขยับไม่หยุด ชายหนุ่มอยู่ในชุดกางเกงขาสั้นซึ่งเป็นตัวที่ใหญ่ที่สุดในตู้ยามที่กางเกงชั้นในนั้นถูกซักตากไว้ด้านนอกพร้อมชุดที่ใส่มา

 

อืม ตอนนี้ก็ไม่มีอะไรนอกจากกางเกงตัวนี้แหละ

 

“ฟิตไปทำไม อ่อยสาวเหรอ?”

 

“อ่อยมึง” คำตอบนั้นทำให้คนฟังถึงกับเบ้หน้า ขณะที่คนพูดยกยิ้มนิดๆเนื่องจากตั้งใจเย้าแหย่

 

การได้เห็นใบหน้าสวยแสดงอารมณ์อย่างหลากหลายเป็นสิ่งที่หินชื่นชอบทั้งที่ปกติแล้วไม่ได้เป็นคนขี้เล่นมากนัก เพียงไม่กี่วัน การได้แกล้งพูด แกล้งเย้าแหย่กลับกลายเป็นความเคยชิน จนกว่าจะทันรู้ตัวก็เมื่อยามเห็นคนถูกแกล้งทำหน้าเอือมระอาใส่

 

“ขี้เกียจพูดกับมึงแล้ว กูจะไปอาบน้ำ”

 

แฟนหมุนตัวกลับเพื่อที่จะเข้าไปอาบน้ำทว่ายังไม่ทันจะได้ก้าวขาไปจากจุดที่ยืนข้อมือบางก็ถูกคว้าเข้าไว้

 

“เดี๋ยวสิ”

 

“อะไร” คิ้วได้รูปเลิกขึ้นถามยามหันมาหาคนที่รั้งตัวเองเอาไว้

 

เมื่อกี้ยังนอนราบอยู่ตรงนั้นอยู่เลย ลุกขึ้นไวชะมัด

 

“มอร์นิ่งคิส”

 

“ห๊ะ”

 

“จูบรับอรุณไง ทักทายตอนเช้าอะไรแบบนั้น”

 

คนที่มีเหงื่อโซมกายทั้งยังหอบหายใจน้อยๆเอ่ยอธิบายด้วยใบหน้าเรียบนิ่งราวกับกำลังคุยเรื่องทั่วไป

 

จริงอยู่ที่การจูบกันเป็นเรื่องทั่วๆไป แต่มอร์นิ่งคิสมันจำเป็นขนาดนั้นเลยหรือไง

 

“เพื่อ?”

 

“คนเป็นแฟนกันเขาต้องทำไม่ใช่รึไง”

 

“หาเรื่องอยากจูบกูก็บอกมาตรงๆเถอะ”

 

ข้อมือเล็กบิดออกจากมือของคนตัวโตแล้วยกขึ้นมากอดอกตัวเอง ใบหน้าเชิดขึ้นอย่างเป็นต่อพร้อมทั้งเข้าใจความรู้สึกที่ว่าเหมือนตัวเองสวยมากนั้นเป็นยังไง

 

ก็มีผู้ชายมาร้องขอจูบตอนเช้าอ่ะนะ

 

“งั้นก็ได้ อยากจูบ”

 

คนที่หาข้ออ้างเพียงเพื่อแค่อยากจูบเอ่ยยอมรับง่ายๆยามยื่นใบหน้าเข้ามาใกล้ ดวงตาคมทอประกายวาววับ

 

“เหม็นขี้ฟัน”

 

เป็นแฟนที่ขยับถอยห่างออกมาก่อนระยะห่างนั้นจะน้อยนิดจนปลายจมูกชนกัน

 

“กูแปรงฟันแล้ว”

 

“แต่กูยัง...เลิกเล่นได้แล้ว กูจะไปอาบน้ำ ต้องรีบไปทำงาน”

 

ทันทีที่พูดจบเรือนร่างบอบบางก็หมุนตัวกลับไปเข้าไปในห้อง ทิ้งคนตัวโตเอาไว้ด้านหลังให้ได้แต่มองตามโดยยังไม่ได้รับในสิ่งที่ร้องขอ

 

ไม่เป็นไร เอาไว้เย็นนี้จะจัดให้หนัก

 

หินยกยิ้มเมื่อคิดกับตัวเองจากนั้นจึงหมุนตัวไปทางห้องน้ำอีกห้องเพื่อชำระร่างกายที่เต็มไปด้วยเหงื่อไคลเพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลารออีกฝ่ายอาบน้ำเฉยๆ

 

 

20 นาทีผ่านไป

 

กลิ่นอาหารอ่อนๆที่ลอยเข้าจมูกเมื่อก้าวเท้าออกห้องทำให้แฟนขมวดคิ้วมุ่น ท่อนขาเรียวภายใต้กางเกงทำงานก้าวไปทางห้องครัวก่อนจะพบเข้ากับแผ่นหลังกว้างของใครบางซึ่งกำลังง่วนอยู่หน้าเคาน์เตอร์

 

“ทำอะไร”

 

หินหันมาหาต้นเสียงทางด้านหลังยามที่มือกำลังเตรียมเครื่องสำหรับแซนด์วิชยามเช้า

 

“มื้อเช้า”

 

“มึงอาบน้ำแล้ว?”

 

อีกฝ่ายอยู่ในชุดที่สวมใส่มาเมื่อวาน อีกทั้งกรอบหน้ายังชื้นไปด้วยน้ำบ่งบอกว่าเพิ่งอาบน้ำเสร็จได้ไม่นาน

 

“อืม กูใช้ห้องน้ำด้านนอก”

 

“แล้วนี่ทำอะไร”

 

ร่างบางเดินมาหยุดอยู่ด้านหลังพลางชะโงกหน้าไปมอง ขณะที่หินนั้นหันกลับไปทำอาหารตรงหน้าต่อ

 

“แซนด์วิชง่ายๆ กูไม่แน่ใจว่ามึงจะกินข้าวหรือกินอะไรแต่เห็นในตู้เย็นมีของสำหรับทำแซนด์วิชเลยลงมือ”

 

“กูกินข้าวเช้าไม่หนัก ถ้ากินข้าวมากสุดก็เป็นข้าวต้มไม่ก็โจ๊ก”

 

“งั้นก็พอดีเลย”

 

แฟนเหลือบมองใบหน้าด้านหน้าของอีกฝ่ายนิ่ง มือหนาที่จับไม้กลองเป็นประจำกลับกำลังจับผักจับแฮมอย่างคล่องแคล้วจนไม่น่าเชื่อ การเตรียมอาหารเช้าที่นอกจากแม่และแม่บ้านที่บ้านแล้วก็ไม่เคยมีใครทำให้เรียกความรู้สึกแปลกๆให้ก่อขึ้นในอก

 

“หิน”

 

“หืม” คนถูกเรียกหันมาหายามส่งเสียงขานรับในลำคอ

 

มือเล็กจับปลายคางแกร่งให้หันมาหาตรงๆก่อนจะขยับริมฝีปากเข้าไปทาบทับจนแนบสนิท ดวงตาคมเลิกขึ้นเล็กน้อยด้วยความแปลกใจหากแต่เรียวลิ้นร้อนก็ขยับตอบรับไปโดยอัตโนมัติ

 

“มอร์นิ่งคิส”

 

อีกคนผละออกแล้วกระซิบชิดริมฝีปากก่อนจะขยับเข้ามาแนบจูบทิ้งท้ายแล้วกลับไปยืนในตำแหน่งเดิม

 

คำร้องขอก่อนหน้าถูกตอบรับอีกทั้งยังเป็นการขอบคุณสำหรับอาหารมื้อนี้ไปในตัว

 

“สักรอบก่อนไปทำงานไหม”

 

เสียงทุ้มเอ่ยถามยามมองคนที่กำลังเช็ดน้ำสีใสซึ่งเลอะอยู่ตรงมุมปากออก

 

“อย่า บอกแล้วไงว่าวันนี้มีงานสำคัญ”

 

แฟนรีบเอ่ยเมื่อสีหน้าอีกคนดูท่าว่าอยากจะสานต่อสัมผัสเมื่อครู่แทบไม่ไหว

 

“ขี้อ่อยจังวะคนเรา”

 

หินเอ่ยพึมพำกับตัวเองพลางหันกลับมาทำอาหารตรงหน้าต่อก่อนที่ตัวเองจะทานทนความต้องการเอาไว้ไม่ไหว จูบเมื่อครู่ยังคงติดตรึงอยู่บนกลีบปากจนอยากจะพาคนขี้ยั่วเข้าห้องนอนไปทำมากกว่านี้

 

“ให้กูช่วยอะไรไหม”

 

“ไปนั่งรอที่โต๊ะอย่างเดียวก็พอ”

 

กลิ่นหอมอ่อนๆจากเรือนกายบางกำลังเล่นงานจนหินแทบไม่มีสมาธิกับการทำอาหาร เมื่อทำอะไรมากกว่านี้ไม่ได้ การให้แฟนอยู่ห่างตัวจึงเป็นสิ่งที่ดีที่สุด

 

“อืม”

 

แฟนรับคำจากนั้นจึงเดินไปนั่งรอที่โต๊ะอาหารตามคำบอก ระหว่างรอมือบางก็หยิบโทรศัพท์ออกมาเล่นนู้นเล่นนี่ตามประสา กระทั่งแซนด์วิชหอมฉุยและกาแฟร้อนๆมาเสิร์ฟอยู่ตรงหน้า

 

“แล้วของมึงล่ะ” เอ่ยถามขึ้นเมื่อเห็นอีกคนนั่งลงตรงข้ามขณะในมือมีเพียงแก้วนม

 

“ตอนเช้ากูกินแค่นมจืด”

 

“ตื่นแต่เช้าเพื่อมาทำให้กู?”

 

“ก็ด้วย กูตื่นมาทำงานนิดหน่อย”

 

บรรยากาศยามเช้าตรู่ตอนท้องฟ้าสลัวเป็นสิ่งที่หินชื่นชอบ เสียงนกร้องซึ่งเป็นสัญญาณของการเริ่มต้นวันใหม่ทำให้รู้สึกสดชื่นจนต้องลองลุกขึ้นมาแต่งเพลงในส่วนที่ยังไม่เรียบร้อย

 

“งานอะไร”

 

“ไม่ต้องอยากรู้หรอกน่า กินได้แล้วก่อนมึงจะไปทำงานสาย”

 

แฟนคว่ำปากใส่คนตรงหน้าเมื่ออีกฝ่ายบ่ายเบี่ยง ก่อนจะลงมือทานมื้อเช้าง่ายๆขณะที่หินนั่งดื่มนมมองอีกฝ่ายไปเงียบๆ

การได้นั่งมองใครสักคนที่กำลังจะออกไปทำงานในยามเช้าเป็นสิ่งที่ชายหนุ่มไม่เคยได้สัมผัส บรรยากาศรอบตัวไร้ซึ่งเสียงสนทนาแต่ถึงอย่างนั้นมันกลับไม่ได้น่าเบื่อเมื่อเห็นใครบางคนนั่งอยู่ตรงข้ามกัน

 

อืม...เขาชักจะหลงใหลอีกฝ่ายเกินไปแล้ว

 

“มองอะไร” คนถูกจับจ้องไม่วางตาเอ่ยถาม

 

“มองเมีย”

 

“อย่ามากวน”

 

“เอ่า มึงไม่ได้เป็นเมียกูเหรอ”

 

“เลิกแล้ว”

 

“หล่อ เด็ด เทคแคร์ดี เพอร์เฟ็คขนาดนี้จะหาจากที่ไหนได้อีก”

 

คนฟังถึงกับเบ้ปากเมื่อได้ยินประโยคนั้นขณะที่คนพูดยกยิ้มถูกอกถูกใจกับคำพูดตัวเอง

 

“หลงตัวเอง”

 

“สักวันมึงก็จะหลงกู”

 

แฟนบิดขนมปังในมือออกเป็นชิ้นเล็กๆก่อนจะเขวี้ยงใส่คนหลงตัวเองโดยที่หินเอียงตัวหลบพร้อมทั้งหัวเราะร่วน

 

พูดเองยังเลี่ยนเอง

 

“มึงต่างหากที่จะหลงกู”

 

มือบางหยิบแซนด์วิชที่เหลือเพียงครึ่งขึ้นมากัดพลางจงใจให้มายองเนสเลอะตรงมุมปากจากนั้นลิ้นสีสดจึงตวัดเลียออกเชื่องช้า ยามทอดสายตามองคนตรงหน้าอย่างยั่วเย้า

 

ก็มาดูกันว่าใครจะหลงใครกันแน่

 

และภาพนั้นทำให้คนมองถึงกับกัดฟันกรอด บางอย่างกลางกายเริ่มมีปฏิกิริยาจนอยากจะจับคนขี้ยั่วมาฟัดให้หนำใจ

 

นี่คนหรือนางแมว ยั่วจังเลยวะ

 

“เดี๋ยวเย็นนี้มึงโดนหนัก” หินเอ่ยคาดโทษ

 

“หึ แทบจะรอไม่ไหวเลยล่ะ”

 

แซนด์วิชคำสุดท้ายถูกเอาเข้าปากก่อนจะเคี้ยวจนละเอียดแล้วกลืนลงคอ ใบหน้าสวยแสดงออกถึงความท้าทาย หากแต่ข้างในนั้นกำลังสั่นไหวกับสายตาของคนตรงหน้าจนต้องทำทีเป็นหยิบแก้วกาแฟขึ้นมาดื่มรวดเดียวจนหมด

 

ตายแน่นังแฟนตายแน่ เตรียมตัวลางานไว้ได้เลย

 

“กูไปทำงานแล้วนะ”

 

เพราะสายตาลุ่มลึกที่ราวกับหมาป่าเตรียมขย้ำเหยื่อทำให้แฟนไม่อาจทนถูกจับจ้องอยู่ได้ ร่างบางผุดลุกขึ้นแล้วเอื้อมมือไปหยิบจานและแก้วของตัวเองไปวางไว้บนอ่างล้างจาน จากนั้นก็ล้างมือให้เรียบร้อย

 

“อ๊ะ”

 

เสียงร้องอุทานตกใจดังขึ้นเมื่อยามจะหมุนตัวกลับมาร่างกายก็ปะทะเข้ากับบางอย่างซึ่งตั้งตระหง่านอยู่ด้านหลัง ท่อนแขนใหญ่สอดเข้ามารัดรอบเอว แผ่นอกแกร่งชิดอยู่กับแผ่นหลังจนแนบแน่นไร้ซึ่งช่องว่าง

 

ไม่รู้ว่าเป็นเพราะสายตาก่อนหน้าหรือเสียงลมหายใจหอบกระเส่าของอีกคนที่ทำให้แฟนเกร็งนิ่งไปทั้งตัว

 

ความอุ่นร้อนลามไล้ไปทั่วแผ่นหลังราวกับผิวกายที่มีเสื้อผ้าขวางกันนั้นเป็นเปลวไฟหลอมละลาย

 

“รีบกลับนะ”

 

“...”

 

“กูจะรอ”

 

ลมหายใจร้อนผ่าวผสมกับเสียงทุ้มนุ่มลึกคลอเคลียชิดริมใบหู หากว่าเสียงและความใกล้ชิดนี้สั่นสะท้านคนฟังให้วูบไหว มันยังเทียบไม่ได้กับความชื้นแฉะที่ตวัดเลียลงบนหลังลำคออย่างแผ่วเบานี้เลยสักนิด

 

ขนอ่อนในกายบางลุกชันตอบรับสัมผัสนั้นทันใด คนด้านหลังแกล้งยั่วเย้าเพียงเท่านั้นก่อนจะขยับตัวถอยห่างทิ้งเพียงความหวามไหวไว้ด้านหลัง

 

คราวนี้เป็นแฟนที่รู้สึกว่าตัวเองถูกยั่วเข้าให้

 

เย็นนี้ไม่ร่างพังก็คงต้องเตียงพังกันไปข้าง...

 

--

 

เสียงหอบหายใจของคนทั้งสองดังสะท้านทั่วห้องราวกับเพิ่งออกไปวิ่งมาหลายสิบกิโล ร่างบางนอนระทดระทวยอยู่ใต้ร่างหนาอย่างหมดเรี่ยวแรง จนไม่อาจแม้แต่จะเก็บแข้งเก็บขาให้เข้าที่เข้าทาง ยามบางอย่างใหญ่โตเคลื่อนออกจากกายเสียงร้องเบาๆก็ดังขึ้น ก่อนคนตัวโตที่ร่างกายชุ่มไปด้วยเหงื่อไม่ต่างกันจะตามลงมานอนเคียงข้าง

 

ตั้งแต่ค่ำจนถึงเกือบเช้าของอีกวัน ยาวนานจนซากถุงยางกองเกลื่อนพื้นเต็มไปหมด

 

“แฮกๆ พะ พอ” เสียงพูดนั้นแหบแห้งจนแทบมีแต่ลมเปล่า

 

“บอกแล้ว ว่า อย่ายั่วกู”

 

“มะ มึงมัน ไม่ใช่คน”

 

แม้จะมีเวลาพักในแต่ละยกทว่าเซ็กส์ที่ยาวนานกินเวลาหลายชั่วโมงก็เกินกว่าที่คนปกติจะทำ และเป็นเพราะความจุดติดง่ายของตัวเองที่เพียงถูกอีกฝ่ายกระตุ้นก็พร้อมจะเตลิดไปด้วยกันจนตอนนี้จึงมีสภาพอย่างที่เห็น

 

ตอนนี้แฟนอยากได้สปอนเซอร์สักขวด

 

“หึ ขี้ยั่วนักก็ต้องโดน” เห็นสภาพของคนข้างกายแล้วหินก็หลุดยิ้มออกมาอย่างไม่อาจห้าม

 

คนขี้ยั่วหมดสภาพไปเลย

 

“พอแล้ว ไม่ต่อแล้ว” เสียงเอ่ยบอกอ่อนระโหยก่อนเปลือกตาสีอ่อนจะปรือปิดลง

 

“พอก็พอ”

 

“อือ...”

 

แฟนเอ่ยตอบรับอย่างเหนื่อยอ่อนก่อนจะแน่นิ่งไปราวกับร่างกายถูกสับสวิตซ์ ขณะที่หินนั้นนอนพักเอาแรงต่ออีกไม่กี่นาทีจากนั้นจึงขยับตัวลุกขึ้นไปอาบน้ำแบบลวกๆแล้วรีบกลับมาเช็ดตัวอีกคนให้แค่พอสบายตัว

 

ผ้าห่มผืนหนาซึ่งถูกปูรองรับคราบอะไรต่อมิอะไรถูกนำไปเก็บยามผ้าห่มอีกผืนในตู้ถูกนำมาใช้ เมื่อจัดการทุกอย่างจนเรียบร้อยเรือนกายสูงใหญ่เปลือยเปล่าก็ค่อยๆขยับมาสอดตัวภายใต้ผ้าห่มผืนเดียวกัน โดยมีหมอนข้างกั้นเอาไว้เพื่อกันไฟอารมณ์ที่อาจจะจุดติดขึ้นมาอีกครั้ง

 

ไม่รู้ว่าตื่นขึ้นมาอีกคนจะโวยวายแค่ไหน

 

--

 

ตอนนี้แฟนรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นอัมพาต...

 

ทั้งตัวขยับได้เพียงแค่หัว

 

“มะ ไม่ต้อง มา หัวเราะกู”

 

เสียงแหบพร่าเอ่ยค้อนคนที่นั่งหัวเราะน้อยๆพลางตวัดสายตาไปมองด้วยความแค้นเคือง คนเป็นฝ่ายรองรับร่างพังถึงขั้นลุกไม่ไหวขณะที่คนทำกลับสบายทั้งตัวและอารมณ์

 

“มึงเหมือนโดนผีอำเลย”

 

พูดไปทั้งยังกลั้นขำจนตัวสั่น คนนอนอยู่บนเตียงทำได้เพียงขยับหัวและตาไปมาลอกแลกราวกับเป็นหุ่นยนต์ ถึงจะรู้สึกผิดที่ตัวเองเป็นสาเหตุนั้นทว่าหินก็อดขำออกมาไม่ได้

 

“เพราะ ใครล่ะ”

 

ร่างสูงยกยิ้มขณะเดินมาทรุดตัวลงบนเตียง ดวงตาคมทอดมองสภาพคนตรงหน้าก่อนมือหนาจะเอื้อมมาเสยเส้นผมที่ปรกตามกรอบหน้าสวยออกให้

 

แปลกที่สัมผัสอ่อนโยนนั้นกลับเป็นไปโดยที่คนทำและคนถูกกระทำไม่ได้รู้สึกแปลกเลยสักนิด

 

“อาบน้ำไหม”

 

“อาบสิ เหนียวตัวจะแย่”

 

แม้จะรู้ว่าถูกเช็ดตัวให้บ้างแล้วแต่มันก็ยังไม่มากพอจะทำให้สบายตัว คราบเหงื่อยังคงติดตรึงผิวกายบางส่วนจนอยากจะชำระมันออกด้วยสายน้ำเย็นฉ่ำ ทว่าเมื่อลองขยับล่างกายส่วนล่างใบหน้าสวยก็เบ้บิด เนื่องจากไร้เรี่ยวแรงเกินกว่าจะลุกได้เอง

 

“อ๊ะ”

 

ยังไม่ทันจะหันไปร้องขอคนข้างตัวอย่างใจนึก ร่างกายที่แสนอ่อนแรงก็ถูกช้อนอุ้มจนท่อนแขนเรียวต้องรีบยกขึ้นโอบลำคอของอีกฝ่าย

 

“ห้ามมอง”

 

ดวงตาคมซึ่งจับจ้องอยู่บนร่างขาวเนียนเปลือยเปล่านี้ไม่ปกปิดสายตาของตัวเองเลยแม้แต่น้อย

 

“อายอะไร”

 

“กูไม่ได้อาย แต่มองมากๆเดี๋ยวมึงไม่ทำแค่มอง กูยิ่งไม่มีแรงขัดขืนอยู่”

 

“หึ มีแรงมึงก็ไม่ขัด ก็เห็นเต็มใจทุกครั้ง”

 

“ขัด อาทิตย์นี้งด ห้ามมึงทำอะไรกูอีก...ตั้งแต่เจอมึงไม่มีวันไหนเลยที่กูจะเดินได้อย่างปกติ”

 

ประโยคหลังเอ่ยพึมพำกับตัวเองยามใบหน้าทอความยุ่งเหยิงเล็กๆ

 

ตอนนี้ผู้ช่วยยังคิดว่าเขาเจ็บขาอยู่เลย

 

“สามวันก็จะทนไม่ไหวแล้วไหม”

 

“มึงจะทนไม่ไหวแต่กูนี่ทนไม่ไหวแล้ว”

 

“อืม...ก็มีตั้งหลายแบบที่มึงจะไม่ต้องเจ็บตัว”

 

คนที่แสนเชี่ยวชาญเอ่ยพูดพลางยกยิ้มมุมปากอย่างมีความหมาย ใบหน้าและแววตาที่แสดงออกว่ากำลังคิดเรื่องทะลึ่งทอความหื่นออกมาโดยไม่มีปิดบัง

 

“ไอ้หื่น!” คนถูกว่าทำเพียงแค่ยักไหล่ ไม่ปฏิเสธคำกล่าวว่านั้นดั่งเช่นทุกครั้ง

 

แฟนเหนื่อยที่จะคุยกับคนหื่นเกินมนุษย์จึงเงียบเสียงลง ปล่อยให้อีกฝ่ายอุ้มตัวเองไปจนกระทั่งถึงในห้องน้ำโดยไม่เอ่ยอะไรออกมาอีก

 

เรือนร่างบางซึ่งมีรอยจ้ำประดับไปทั่วกายถูกวางลงในอ่างน้ำแผ่วเบา ก่อนมือหนาจะเอื้อมไปเปิดน้ำอุ่นให้

 

“แช่น้ำอุ่นสักหน่อยจะได้ดีขึ้น”

 

“อืม”

 

“ต้องให้กูอาบให้ไหม”

 

“ไม่ต้อง” แฟนรีบเอ่ยตอบทันควันเมื่อเห็นสายตาของคนพูดที่ทอดมองมา

 

“แช่น้ำสักสิบนาทีก็อาบเลย อย่าแช่นานกว่านั้นเพราะเดี๋ยวมึงไม่สบาย”

 

อย่างกับตอนนี้กูสบายดี...

 

แฟนคิดในใจ

 

“รู้แล้ว”

 

“อาบเสร็จก็เรียก จะได้อุ้มไปแปรงฟันต่อ”

 

“ดูแลดีขนาดนี้หวังผลอะไรรึเปล่า” ดวงตาคู่สวยหรี่ลงมองคนตรงหน้าอย่างจับผิด

 

“หึ ไถ่โทษที่ทำให้มึงเป็นแบบนี้ไง ไม่ดีเหรอ?”

 

คิ้วเข้มเลิกขึ้นพลางยกยิ้มเมื่อเอ่ยตอบ แม้ในหัวจะแอบหวังผลเล็กๆแต่จิตสำนึกและสภาพของอีกคนก็ทำให้ต้องพยายามเลิกคิด

 

“ให้ดีแบบนี้ได้ตลอดเถอะ”

 

หินยักไหล่รับคำแล้วรอจนกระทั่งน้ำเต็มจึงปล่อยให้แฟนได้จัดการกับตัวเอง

 

ผ้าปูที่นอนยับย่นถูกรื้อออกแล้วเปลี่ยนเป็นผืนใหม่เรียบร้อย ซากอะไรต่อมิอะไรถูกเก็บกวาดจนห้องนอนที่เมื่อคืนเป็นดั่งสมรภูมิกลับมาอยู่ในสภาพเกือบปกติ หินเหลือบมองนาฬิกาบนผนัง คำนวณเวลาที่ต้องไปทำงานในใจ ก่อนจะต้องเก็บความคิดไปเมื่อได้ยินเสียงเรียกชื่อดังมาจากในห้องน้ำ

 

คนที่เป็นสาเหตุของความร้าวระบมให้การดูแลเป็นอย่างดีจนเกินกว่าแฟนคาดคิด ร่างสูงแทบไม่ปล่อยให้ได้เดินเองทั้งที่ไม่ได้เอ่ยปากร้องขอ

 

“รอกูอุ่นอาหารแป๊บนึง”

 

เพราะตื่นก่อนหลายชั่วโมงหินจึงมีเวลาโทรสั่งครัวของคอนโดเพื่อเตรียมอาหารไว้รอคนยังไม่ตื่น ด้วยความกลัวว่าอีกฝ่ายจะหิว

 

“มึงสั่งมาตอนไหน”

 

“ตอนมึงยังไม่ตื่น”

 

เสียงตัวเลขจับเวลาบนไมโครเวฟดังไปเรื่อยๆเมื่อถ้วยอาหารถูกนำเข้าไปอุ่น

 

“มึงดูแลหลังการขายดีแบบนี้ทุกคนเลยรึไง”

 

คิ้วเข้มเลิกขึ้นเล็กน้อยเมื่อได้ยินคำถาม ร่างสูงหมุนตัวกลับมาหาคนที่ตัวเองอุ้มมานั่งรอบนเก้าอี้โต๊ะอาหาร จากนั้นใบหน้าคมจึงโน้มลงมาอยู่ในระดับเดียวกัน

 

“ไม่”

 

“...”

 

“กูไม่ดูแลใครยกเว้นแฟน”

 

แฟนที่หมายถึงทั้งสถานะและชื่อคน...

 

ดวงตาคมที่มักดูนิ่งเรียบยามอยู่ต่อหน้าคนอื่นทอความลุ่มลึกจนคนมองไม่อาจกล้าเดาว่าเจ้าตัวจะสื่อความหมายไปลึกซึ้งแค่ไหน

 

หากถามหินว่าคนตรงหน้าพิเศษกว่าใครอื่นหรือไม่เขาก็ไม่อาจตอบได้เต็มปาก ตอนนี้วินาทีนี้ทุกอย่างคือสิ่งที่สมควรทำ และทำไปโดยไม่ขัดกับความรู้สึก

 

อยากทำก็ทำ...แค่นั้น

 

“เชื่อได้เหรอ”

 

ติ๊ง

 

“...ก็ดูกันไปเรื่อยๆ”

 

เอ่ยจบก็หมุนตัวเดินกลับไปเอาอาหารออกจากไมโครเวฟยามที่แฟนได้แต่จ้องมองแผ่นหลังกว้างนั้นอย่างใช้ความคิด

 

ประโยคที่เหมือนไม่มีอะไรกลับฉุกใจจนไม่อาจหยุดคิดได้

 

เรื่อยๆงั้นเหรอ...เรื่อยไปจนแค่ไหนกัน

 

สิบปีเลยหรือเปล่า

 

--

 

เช้าตรู่ของวันจันทร์ วันแรกเริ่มของการทำงานในสัปดาห์ได้เริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง จากการลางานไปเมื่อวันศุกร์และหยุดต่อเนื่องเสาร์อาทิตย์ทำให้ร่างกายที่ร้าวระบมดีขึ้นจนสามารถเดินเหินได้เองโดยไม่ต้องมีใครคอยช่วยเหลือ

 

สามวันที่ผ่านมาหินดูแลทุกอย่างตั้งแต่ตื่นกระทั่งถึงตอนเข้านอน จนคนได้รับการดูแลยังไม่อยากจะเชื่อว่าคนแข็งๆแบบนั้นจะทำทุกอย่างให้โดยไม่ปริปากบ่นอะไร

 

เช่นในยามนี้ ภาพแผ่นหลังกว้างยืนอยู่หน้าเตาในทุกเช้าเป็นภาพที่แฟนเห็นจนเริ่มชินตา แม้อีกฝ่ายจะกลับจากทำงานมาเมื่อล่วงเลยเข้าสู่วันใหม่แต่หินก็ไม่เคยละเลยการตื่นขึ้นมาทำอาหารเช้าเลยสักวัน

 

“เมื่อคืนมึงนอนเกือบตีสี่ไม่ใช่หรือไง ลุกมาทำอาหารอีกทำไม” เอ่ยถามยามทรุดตัวนั่งรอในตำแหน่งของตัวเองเช่นทุกวัน

 

“ก็มึงต้องไปทำงาน”

 

“กูไปกินที่บริษัทได้”

 

“กินไปจากนี่แหละดีแล้ว จะได้ไม่เสียเวลา”

 

“ขยันตื่นจริงๆ”

 

“มึงไปกูก็นอนต่อไง”

 

หินตอบยามมือกำลังสาละวนอยู่กับการจัดวางผักบนจานให้เรียบร้อย จากนั้นไม่กี่นาทีต่อมามื้อเช้าง่ายๆอย่างมัฟฟินไข่ก็วางเสิร์ฟลงตรงหน้าของคนที่นั่งรอ

 

การทำอาหารเองง่ายๆเป็นสิ่งที่เขาโปรดปรานมาตั้งแต่สมัยเรียน รสชาตินั้นอาจไม่อร่อยเลิศล้ำแต่ก็กินได้ไม่ท้องเสีย

 

“อะไรอ่ะ”

 

ดวงตาคู่สวยเป็นประกายวาววับเมื่อเห็นอาหารตรงหน้าเต็มตา อะไรสักอย่างที่มีไข่โปะอยู่ด้านบนพร้อมทั้งตกแต่งด้วยผักเคียงกันดูน่าทานจนน้ำลายแทบไหล

 

“มัฟฟินไข่”

 

“ข้างล่างคืออะไร”

 

หมูบด หอมหัวใหญ่ วิปปิงครีม เกลือ พริกไทย ไทม์แห้ง พาร์สลีย์ แล้วก็แป้งสาลี

 

“ทำไมเยอะแยะขนาดนี้” คิ้วได้รูปขมวดมุ่นพลางเงยหน้ามองคนทำด้วยความอยากรู้

 

“ก็แค่ผสมทุกอย่างเข้าด้วยกันแล้วก็อบ แค่นั้นเอง”

 

“มึงพูดเหมือนง่าย”

 

“ก็ไม่ได้ยาก”

 

ซอสมะเขือเทศถูกบีบลงบนไข่ให้ในปริมาณที่พอดีก่อนหินจะทรุดตัวนั่งลงฝั่งตรงข้าม เตรียมตัวกินมื้อเช้าของตัวเองเช่นเดียวกัน

 

แล้วมื้อเช้าง่ายๆของคนทั้งสองก็ผ่านพ้นไปเช่นสามวันที่ผ่านมา

 

 

 

รถกูเสีย

 

ข้อความซึ่งปรากฏเป็นแถบขึ้นบนหน้าจอโทรศัพท์ทำให้หินซึ่งกำลังฟังดนตรีเพลงอยู่ตรงระเบียงห้องหยุดชะงัก มือหนาเอื้อมไปหยิบเครื่องมือสื่อสารข้างตัวขึ้นมาจากนั้นจึงรีบต่อสายหาอีกคน

 

“อยู่ไหน”

 

(อยู่แถวบริษัท ออกมาได้ไม่ทันไรรถก็เสียซะงั้น)

 

“รออยู่นั่น เดี๋ยวไปรับ”

 

(มึงติดธุระอยู่รึเปล่า)

 

“เปล่า”

 

(งั้นกูรออยู่ร้านกาแฟแถวๆxxxนะ เดี๋ยวส่งโลไปให้)

 

“อืม”

 

หินลุกขึ้นเก็บของก่อนจะเดินเข้าไปเปลี่ยนเสื้อผ้าในห้องให้เรียบร้อย หลังจากมื้อเช้าเขาก็กลับมาที่ห้องของตัวเองเพื่อทำงาน แล้วก็จมปลักอยู่กับเสียงของดนตรีเพลงทั้งวันกระทั่งได้รับข้อความเมื่อครู่

 

KSRคู่ใจโลดแล่นไปบนท้องถนนด้วยความเร็วที่ไม่เกินกฎหมายกำหนด เวลาสี่โมงครึ่งซึ่งเป็นยามทุกคนเลิกงาน การจราจรของเมืองกรุงจึงติดขัด ทว่าก็เป็นความโชคดีของรถมอเตอร์ไซด์คันปราดเปรียวที่ทำให้ไปถึงจุดหมายได้เร็วกว่ารถยนต์หรูหลายๆคัน

 

“อะ”

 

ร่างบางซึ่งได้รับข้อความว่ารออยู่บริเวณที่จอดรถเดินตรงมาหาพร้อมทั้งโกโก้ปั่นในมือ หินถอดหมวกแล้วรับเครื่องดื่มนั้นมาดูด ร้านกาแฟเล็กๆซึ่งตกแต่งด้วยต้นไม้โดยรอบพลันทำให้ลมที่พัดผ่านหน้าร้อนน้อยกว่าลมจากแดดข้างนอกเล็กน้อย

 

“สรุปแล้วรถเป็นอะไร”

 

“เขาบอกเป็นที่แบตอะไรสักอย่าง กูเลยให้ส่งศูนย์ไปเช็คสภาพด้วยเพราะไม่ได้เช็คนานแล้ว”

 

“แล้วพรุ่งนี้มึงจะไปทำงานยังไง”

 

“เดี๋ยวคนที่บ้านเอารถมาส่ง”

 

หินพยักหน้ารับขณะที่แฟนสังเกตเห็นเม็ดเหงื่อที่เกาะอยู่ตามกรอบหน้าของคนมารับจนเส้นผมหนาเปียกชื้น

 

“ทำอะไร” เอ่ยถามหากแต่ไม่ได้ขยับหลบเลี่ยงสัมผัสจากมือบางเลยแม้แต่น้อย

 

“เหงื่อมึงเต็มเลย ตอนแรกกูว่าจะนั่งแท็กกลับแต่รถมันก็ติดมาก”

 

แฟนอธิบายขณะที่มือยังคงไล้ไปตามกรอบหน้าคร้ามคม ปาดไล้เหงื่อออกให้คนตรงหน้าโดยไม่ได้ฉุกคิดถึงการกระทำของตัวเอง

 

การกระทำแสนธรรมชาตินี้ราวกับเป็นเรื่องปกติทั้งที่ความจริงแล้วอาจแปลกสักหน่อยสำหรับคนที่เพิ่งทำความรู้จักกัน

 

“จะนั่งแท็กทำไม กูก็มี” หินเอ่ยพูดขณะยกยิ้มน้อยๆยามอีกฝ่ายกำลังเช็ดเหงื่อออกให้

 

“กลัวมึงขี้เกียจ”

 

“ขี้เกียจก็ต้องมาดิ มึงเป็นแฟนกูหนิ”

 

“อืมมม แฟนดีเด่นแห่งปี”

 

ถ้อยคำประชดนั้นมาพร้อมกับแรงดันเบาๆบนใบหน้า ก่อนมือของแฟนจะละออกไปเมื่อเช็ดเหงื่อเสร็จเรียบร้อย

 

“ที่สุดแล้วกูอ่ะ” คิ้วเข้มขยับยักใส่อย่างน่าหมั่นไส้จนแฟนต้องเบ้ปาก

 

“หื่นที่สุดล่ะสิไม่ว่า”

 

“อืม พูดแล้วก็ไม่ได้ทำตั้งสามวันแล้ว”

 

คนพูดเอ่ยออกมาหน้าตาเฉยขณะที่คนได้ยินเบิกตากว้าง ดวงตาสวยกวาดมองไปรอบๆอย่างระแวงว่าคนอื่นจะได้ยิน ถึงแม้จะรู้ดีว่าไม่มีอยู่แถวนี้ก็ตาม

 

“ไอ้หื่น! พูดอะไรในที่แบบนี้ล่ะ”

 

“ก็มึงพูดเรื่องหื่นกูเลยนึกขึ้นได้ว่าไม่ได้ทำเรื่องหื่นมาหลายวัน”

 

“หลายวันอะไรกัน แค่สามวัน”

 

ตั้งแต่วันที่ป่วยอีกคนก็ไม่แม้แต่จะแทะโลมในเชิงวาบหวิวใดๆ มีจูบบ้างแต่ก็ไม่บ่อยนักเนื่องจากคงเพราะกลัวว่าตัวเองจะทำเลยเถิดมากไปกว่านั้น และนั่นก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ดีสำหรับร่างกายอันร้าวระบมเป็นอย่างยิ่ง

 

“ตั้งสามวัน”

 

ใบหน้าคร้ามคมทอความจริงจังยิ่งกว่าคุยงานเมื่อเอ่ยพูดถึงระยะเวลาที่ห่างหายจากเรื่องบนเตียง

 

สามวันทำหน้าอย่างกับสามปี!

 

“พอ กูไม่คุยกับมึงแล้ว อยากกลับไปอาบน้ำ”

 

แฟนรีบเปลี่ยนเรื่องก่อนมันจะเลยเถิดมากไปกว่านั้น และอาจมีใครเดินออกจากร้านมาได้ยิน

 

“อืม...กูก็อยากอาบ”

 

ถ้อยคำและแววตาที่ส่งมามีความหมายจนแฟนไม่ต้องเดาเลยว่าอีกฝ่ายอยากอาบแบบไหน

 

“กูจะอาบคนเดียว!

 

ร่างบางเอ่ยตอบเสียงสะบัดก่อนจะคว้าแก้วโกโก้ในมือหนาซึ่งเหลือเพียงครึ่งไปทิ้งลงถัง จากนั้นจึงเดินกลับมาแล้วคว้าหมวกกันน็อคมาสวมโดยไม่ต้องให้เจ้าของเอ่ยบอก

 

“เดี๋ยวนี้ขึ้นคล่องแล้วนี่ สงสัยเพราะขึ้นกูบ่อย”

 

ปึก

 

ประโยคแสนทะลึ่งได้รับแรงซัดลงบนหลังแกร่งเป็นรางวัล แฟนไม่อยากเอาพิมเสนไปแลกกับเกลือจึงเงียบเสียง เก็บปากเก็บคำเอาไว้แม้ว่าจะได้ยินเสียงหัวเราะในลำคอจากคนตรงหน้า

 

เมื่อคนด้านหลังขยับตัวจนได้ที่หินจึงสตาร์ทรถแล้วขับตรงกลับคอนโดยามปากก็ผิวไปเรื่อยๆอย่างอารมณ์ดีตลอดทาง

 

 

 

“อื้อ กูยังไม่หายเจ็บ”

 

ทันทีที่กลับมาถึงห้องแล้วเดินเข้าห้องน้ำอีกคนก็ตามเข้ามาเป็นปลิงเกาะติดไม่ไปไหนจนแฟนอ่อนใจ ยามชุดคลุมอาบน้ำถูกถอดจากตัว เปิดเผยเรือนกายบางที่ยังคงมีร่องรอยจางๆร่างสูงก็ตามเข้ามาแนบชิด ผิวเนื้อคอถูกสูดดมขบเม้มโดยไม่เปิดโอกาสให้ได้ปฏิเสธ

 

“ไม่เอาเข้า”

 

เสียงทุ้มดังอู้อี้เมื่อคนพูดยังคงตั้งหน้าตั้งตาขบเม้มลำคอบาง ขณะที่มือก็เริ่มลูบไล้ไปตามเนื้อตัวเนียนละเอียดเชื่องช้า จากแถวสะโพกก็ขยับขึ้นมาฟ้อนเฟ้นบนหน้าอก

 

“งั้นก็ทำแค่ข้างนอก อ๊ะ ไปเลย”

 

เสียงครางแผ่วเริ่มดังขึ้นเมื่อสัมผัสตรงต้นคอและแผ่นอกปลุกความหวามไหวให้ค่อยๆก่อตัว

 

“มึงทำให้”

 

“ไม่” แฟนเอ่ยปฏิเสธในทันใด

 

“งั้นเอาเข้า”

 

ไม่เพียงแต่ปากที่พูดอย่างเอาแต่ใจหากแต่บางอย่างที่อีกฝ่ายจะต้องเอาเข้าก็ขยับถูไถ เบียดเข้าหาร่องหลืบราวกับยืนยันในความจริงจังของคำพูดตัวเอง

 

พร้อมจะเอาเข้าเสียยิ่งกว่าพร้อม

 

“ไอ้บ้าหิน อื้อ”

 

“ว่าไง ยอมทำให้กูไหม”

 

ฟันซี่คมเกี่ยวดึงผิวเนื้อยามมือใหญ่เลื่อนต่ำลงไปเรื่อยๆอย่างน่าหวาดเสียว

 

“แค่มือ”

 

แฟนเอ่ยต่อรองเมื่อดูท่าแล้วไม่พ้นว่าสุดท้ายตัวเองจะต้องเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ยอมทำตามความต้องการของคนหื่น

 

“โน” หินเองก็เอ่ยตอบปฏิเสธทันควัน

 

“...”

 

Only your mouth,Babe


 TBC.


คนห่ามคนหื่นกลับมาแล้วค่าาา ขอโทษที่หายไปนานเลย

ทำงานด้วยแล้วก็ติดซีรีส์ด้วยค่ะ><

หูย ยอดเฟบจะสองร้อยแล้วดีใจมากๆเลย

ขอบคุณสำหรับคนเฟบ คนอ่าน แล้วก็ขอบคุณคนที่คอมเมนต์มากๆๆเลยนะคะ

แล้วเจอกันตอนหน้าค่า

ตามจิก ตามติชมได้ที่แท็ก #พี่หินคนห่าม เลยน๊าาา

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3.149K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

5,744 ความคิดเห็น

  1. #5715 Spices_smile (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 14 กันยายน 2563 / 16:54
    ป้าเดดดดดดดดดดดดด
    #5,715
    0
  2. #5695 Sivapark (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2563 / 12:30
    พี่หินเบาได้เบาาา
    #5,695
    0
  3. #5685 areerat05143 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2563 / 21:19
    พี่หิน-คนหื่นน
    #5,685
    0
  4. #5632 Airzaa1810 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 29 มีนาคม 2563 / 13:39
    ยอมใจพี่หินนนนนน
    #5,632
    0
  5. #5629 MTBB_puii (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 27 มีนาคม 2563 / 22:28
    โอ้ยยยย พ่อคนหื่น ชั้นสงสารน้อง
    #5,629
    0
  6. #5606 Xakas (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 6 มกราคม 2563 / 21:37
    หลงรักพี่หินอ่ะ จีๆ
    #5,606
    0
  7. #5587 yu-na (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2562 / 23:33
    หื่น! พี่แกคือหื่นมาก
    #5,587
    0
  8. #5527 yuri_miko (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2562 / 20:36
    หื่นตลอดเล้ยยยยยยยย
    #5,527
    0
  9. #5505 nicharipaen04 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2562 / 12:53
    แฟนช่างน่าสงสารอ่ะ พี่หินหื่นเกิน555
    #5,505
    0
  10. #5491 pitzayaa (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 22 สิงหาคม 2562 / 17:42
    สงสารลูกแฟนมากลู๊กกก

    ยอมๆพี่เขาไปก่อน555
    #5,491
    0
  11. #5451 rattanalak44 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2562 / 09:38
    เริ่มจะสงสารแฟน5555
    #5,451
    0
  12. #5400 12311232123312 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2562 / 21:03
    แงงงงงงงง
    #5,400
    0
  13. #5316 Yooika (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2562 / 21:22
    หินห่ามหื่นน55
    #5,316
    0
  14. #5311 Nuthathai Por (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2562 / 14:35

    หื่น เอ้ย หินไม่สงสารแฟนบ้างเลยเหรอ

    #5,311
    0
  15. #5284 NichaGosantor (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2562 / 15:31
    จัยบางงง
    #5,284
    0
  16. #5279 _Rattanawadee (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2562 / 06:48
    พี่หินดีจริงแหละ และพวกเธอก็เข้ากันมากๆๆ
    #5,279
    0
  17. #5268 schoollunchiscoldsausages (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2562 / 11:58
    ใจหนูฮืออ
    #5,268
    0
  18. #5221 ooppppy (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2562 / 10:16
    ต้องกับมาอ่านอีกรอบและหลายๆรอบ
    #5,221
    0
  19. #5171 ilyyy (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 17 มกราคม 2562 / 18:34
    โอ้ยยยยพี่หิน เกินมาก หื่นจริงไหวแล้วววว5555555555555
    #5,171
    0
  20. #5123 Minyy (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2561 / 14:05
    เป็นน้องแฟนต้องสตรองเบอร์ไหนคะ ต้องเจอพี่หินแทะโลมทุกวัน
    #5,123
    0
  21. #5110 IMeMoRyU (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 26 ธันวาคม 2561 / 10:56
    เปลืองเนื้อเปลืองตัวมากเว่อร์
    #5,110
    0
  22. #5069 Jibangrin (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2561 / 18:02
    ว้อยยยย อิพี่แม่งงงงง ยอมแพ้ โว้ะะ
    #5,069
    0
  23. วันที่ 19 พฤศจิกายน 2561 / 12:40
    ขอบคุณที่แต่งให้อ่านนะคะ
    #5,037
    0
  24. #5015 Jinji_10 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 9 พฤศจิกายน 2561 / 14:36
    เอาเลยพี่จ๋าา
    #5,015
    0
  25. #5008 <NiNJaZii> (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2561 / 14:53
    ประโยคสุดท้ายคือกรี้ดดด-หิน ทำไมต้องแซ่บเบอร์นั้น
    #5,008
    0