Happy New Boyfriend!

ตอนที่ 4 : ตอนที่ 3 : เห่อแฟน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 77,928
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3,338 ครั้ง
    5 พ.ย. 60

ตอนที่ 3

 

ประสบการณ์หรรษาในห้องน้ำทำให้แฟนสร่างเมาจนแทบเต็มตา กว่าจะทันคิดได้ว่ามันน่าอายแค่ไหนกับการมีอะไรกันในที่แบบนั้นก็เป็นตอนที่ทุกอย่างผ่านพ้นไปอย่างหยุดหรือฉุดรั้งอะไรเอาไว้ไม่ทัน

 

กี่ครั้งแล้วที่หินทำให้ยอมโอนอ่อนง่ายๆกับเรื่องแบบนี้...เป็นเพราะความหื่นของอีกฝ่ายและตัวเองล้วนๆ

 

“โทรบอกเพื่อนมาเอากุญแจรถแล้วมึงก็กลับกับกู”

 

ร่างสูงเอ่ยบอกขณะที่กำลังสาละวนอยู่กับการเก็บของใส่กระเป๋า ตอนนี้หินและแฟนอยู่ในห้องพักนักดนตรี อีกคนแวะขึ้นมาเก็บของเพื่อจะกลับ

 

“เดี๋ยวกูบอกพวกมันไปเจอที่ลานจอดรถ”

 

“แล้วแต่มึงสะดวก”

 

จากการหายตัวมาเข้าห้องน้ำเกินกว่าครึ่งชั่วโมงบีและนัทจึงไลน์และโทรมาหาทว่าแฟนไม่สามารถตอบได้ในตอนนั้นจึงเพิ่งบอกเพื่อนไปในไลน์ว่าอยู่กับหินก่อนจะได้รับสติกเกอร์เป็นหน้าหมั่นไส้กลับมา

 

Fan : กูจะกลับกับมัน พวกมึงมาเอากุญแจที่ลานจอดรถนะ

 

Bee : แรด

 

Bee : แรด

 

Bee : แรด

 

Nut : ลำไย!

 

Nut : แหม ทีตอนแรกทำเป็นไม่อยากมา

 

Nut : *สติกเกอร์

 

Fan : ไปรอที่รถเลย เดี๋ยวเอากุญแจไปให้ที่นั่น

 

แฟนตัดบทไม่สนใจต่อคำแซ็วนั้นก่อนจะกดล็อกโทรศัพท์ปิดการสนทนาซึ่งเป็นจังหวะเดียวกับที่อีกคนเก็บของเสร็จเรียบร้อย

 

“เสร็จแล้ว” ร่างสูงเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าพร้อมเป้เล็กๆหนึ่งใบ

 

“อืม ไปยัง”

 

“มึงไหวนะ”

 

“ไม่ไหวจะอุ้มกูหรือไง”

 

“อยากให้กูอุ้ม?”

 

“ไม่”

 

ใบหน้าสวยส่ายปฏิเสธพลางค่อยๆขยับกายลุกขึ้น แม้ขาจะอ่อนล้ากว่าเคยแต่ก็ไม่ทำตัวอ่อนแอให้ใครต้องมาดูแล จังหวะก้าวเดินแปลกๆนั้นทำให้หินหลุดหัวเราะ ก่อนร่างสูงจะเดินไปหาแล้ววาดแขนเกี่ยวเอวบาง พยุงคนตัวเล็กกว่าเอาไว้

 

“เดินแบบนั้นเขารู้หมดว่ามึงโดนอะไรมา”

 

“มึงแทบจะอุ้มแบบนี้เขาไม่รู้เลยมั้ง”

 

“เขาอาจจะคิดว่ามึงเจ็บขา”

 

แฟนโคลงหัวให้กับคำพูดนั้นพลางทิ้งน้ำหนักไปอิงคนข้างตัวอย่างไม่ปฏิเสธการช่วยเหลือ แม้จะรู้สึกแปลกกับท่าเดินและเรือนกายที่แนบชิดกันอยู่ทว่าก็อดยอมรับไม่ได้ว่ารู้สึกสบายขึ้นกว่าเมื่อกี้มากโข

 

ก็ดีที่มันยังดูแลกันบ้าง...

 

 

 

 

“สวัสดีค่ะ/สวัสดีค่ะ”

 

หินค้อมหัวรับคนที่อ่อนกว่าทั้งสองเมื่ออีกฝ่ายกล่าวทักทายพร้อมรอยยิ้มกว้าง เพื่อนสนิทของแฟนซึ่งเคยเจอกันเมื่อคืนข้ามปีหากแต่วันนั้นยังไม่มีโอกาสได้คุยกันมากนัก

 

“บีกับนัทใช่ไหม?”

 

“อุ๊ย พี่หินจำเราได้ด้วยเหรอคะ” บีถามออกมาด้วยดวงตาเป็นประกาย

 

“จำได้” ทั้งสองทำเพียงแค่ยิ้มรับอย่างดีใจทั้งที่ข้างในอยากจะกรีดร้องจนสุดเสียง

 

“อะ กุญแจ”

 

แฟนยื่นกุญแจรถในมือส่งให้เพื่อนยามที่นัทเอื้อมมือมารับด้วยสายตามีความหมายและล้อเลียน ท่าทางการเดินซึ่งไม่ปกติทำให้ทั้งสองอยากจับเพื่อนตัวเองมาซักแล้วกรี๊ดใส่หน้าด้วยความอิจฉา

 

ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าที่หายไปห้องน้ำนานๆนี่หายไปทำอะไรมา

 

“ฝากเพื่อนนัทด้วยนะคะพี่หิน”

 

“ครับ”

 

“งั้นพวกกูกลับแล้ว เดี๋ยวคุยกันในไลน์”

 

แฟนพยักหน้ารับ รู้ดีว่าการคุยกันนั้นคงไม่พ้นเรื่องของตัวเองกับคนข้างตัว

 

“สวัสดีค่ะพี่หิน/กลับแล้วนะคะ”

 

สองสาว(เทียม)หันมากล่าวลาด้วยถ้อยคำและน้ำเสียงแสนสุภาพก่อนจะเปิดประตูรถแล้วขับออกไป

 

“มึงรออยู่นี่แหละ เดี๋ยวกูขับรถมารับ”

 

“อืม”

 

ร่างบางได้แต่รับคำ แม้ไม่อยากทำให้อีกคนเสียเวลาแต่ร่างกายก็อ่อนล้าเกินกว่าจะปฏิเสธการช่วยเหลือ แฟนยืนรออยู่ที่เดิมจากนั้นไม่กี่นาทีต่อมาKSRก็มาจอดอยู่ตรงหน้า

 

“นั่งเป็นไหม”

 

“หึ”

 

ใบหน้าสวยส่ายปฏิเสธในทันใดเมื่อทั้งชีวิตเคยขึ้นยานพาหนะสองล้อนี้เพียงไม่กี่ครั้ง และคำตอบนั้นไม่ได้ผิดไปจากที่หินคาดการณ์เอาไว้แม้แต่น้อย ร่างสูงจึงก้าวลงจากรถไปหยุดอยู่ตรงหน้า

 

“ตอนนี้ยิ่งกว่านั่งเป็นไหมคือมึงนั่งไหวไหม” ริมฝีปากบางขบเม้มเข้าหากันเมื่อถูกเอ่ยถาม

 

“คิดว่าไหว”

 

“ถ้าไม่ไหวก็กลับแท็ก”

 

แม้ไม่เคยรู้ว่ามันเป็นยังไงแต่ก็พอจะจินตนาการออกว่าคนที่ต้องเป็นฝ่ายรองรับคงลำบากไม่น้อย เวลาเดินก็คงรู้สึกเสียดๆเหมือนตอนเข้าห้องน้ำแล้วท้องผูกล่ะมั้ง

 

“ไหว”

 

“ไหวก็ไหว”

 

เมื่ออีกฝ่ายยืนยันอย่างนั้นฝ่ามือหนาจึงเอื้อมไปจับเอวเล็กแล้วออกแรงรั้งอีกคนให้ขึ้นไปนั่งคร่อมบนเบาะภายในเวลาอันรวดเร็ว

 

“มึงทำได้ไงอ่ะ” คนถูกอุ้มถามออกมาอึ้งๆเนื่องจากตัวเองไม่ได้หนักเพียงสามหรือสี่กิโล

 

“ตัวบางแค่นี้ยกมือเดียวยังได้”

 

“ขี้โม้”

 

“หึ ยกมึงให้ตัวลอยด้วยแค่ลิ้นยังทำมาแล้ว”

 

“ทะลึ่ง!

 

ถ้อยคำติดเรทไร้ซึ่งความอายใดๆทำให้แฟนอยากลงจากรถไปฟาดอีกคนสักป๊าบ นอกจากความหื่นแล้วความหน้าด้านก็เป็นอีกหนึ่งอย่างที่หินมีเยอะไม่แพ้กัน

 

ขณะที่คนโดนว่าก็ไม่ได้เอ่ยปฏิเสธอีกทั้งใบหน้าดุยังยกยิ้มอารมณ์ดี เมื่อเย้าแหย่ร่างบางจนพอใจชายหนุ่มจึงวาดขานั่งลงด้านหน้า จากนั้นจึงเอื้อมมือไปจับแขนคนข้างหลังให้มาโอบรอบเอวตัวเอง

 

“กูลืมเอาหมวกมา กอดไว้ถ้ากลัวตก”

 

“ทำตัวอย่างกับพระเอกละครหลังข่าว แค่จับไว้ก็พอแล้วมั้ง”

 

แฟนปฏิเสธการกระทำนั้นด้วยการขยับตัวออกห่าง เปลี่ยนจากการโอบกอดมาเป็นจับเสื้อตรงเอวอีกฝ่ายเอาไว้แค่นั้น

 

ทำตัวน้ำเน่าเหมือนพระนางในละคร ชีวิตจริงใครเขาทำอย่างนั้นกัน

 

“หึ อย่ามาทำตัวเป็นนางเอกทีหลังก็แล้วกัน”

 

หินเอ่ยเตือนก่อนจะออกรถให้คนที่ไม่ค่อยถนัดกับการนั่งมอเตอร์ไซด์นักต้องจับเสื้อแน่นขึ้น

 

ไม่ได้อยากทำตัวแบบในหนังแต่รู้ว่าไม่นานอีกฝ่ายจะต้องทำ

 

“มึงขับเร็วเกินไปหรือเปล่า”

 

60นี่นะเร็ว”

 

เข็มบนหน้าปัดไม่เคยขยับขึ้นไปมากกว่านั้นมีแต่ลดลงเพราะกลัวคนด้านหลังจะกลัว อาการเกร็งนิ่งของแฟนหินสัมผัสได้จากแรงจับบนเอวของตัวเอง เสียงที่เอ่ยเมื่อครู่ก็สั่นจนคนฟังเกือบหลุดหัวเราะ

 

กลัวจนลืมความเจ็บส่วนล่างไปหมดแล้วมั้ง

 

40ได้ไหม”

 

“คนข้างหลังได้บีบแตรไล่...ก็บอกให้กอดไว้แต่แรก”

 

มือบางซึ่งกำแน่นอยู่กับเสื้อถูกรั้งไปโอบรอบเอวสอบอีกครั้งในขณะที่คนกลัวก็ยอมโอนอ่อนโดยง่าย ก่อนแขนเรียวอีกข้างจะสอดไปกอดหินเองโดยไม่ให้คนตัวโตต้องเอ่ยซ้ำ

 

เป็นแฟนกันแล้ว แค่กอดคงไม่เป็นไรมั้ง

 

คนถูกกอดยกยิ้มกับตัวเอง ในใจก่อเกิดความเอ็นดูต่อคนด้านหลังทั้งที่แฟนไม่ได้ดูน่ารักเลยสักนิด

 

เป็นลูกคุณหนู เอาแต่ใจ แถมยังขี้เหวี่ยงจะทำให้ยิ้มได้ยังไงกัน...หรืออาจเป็นเพราะท่าทางการเอียงซบที่ราวกับเด็กกำลังเกาะเอวพ่อแบบนี้

 

--

 

“ทำไมพากูมาที่นี่”

 

แฟนเอ่ยถามออกมาเมื่อรถจอดนิ่งสนิทอยู่ในลานจอดรถของอพาร์ทเมนต์แห่งหนึ่ง แม้จะถามมาตลอดทางหากแต่ก็ไม่ได้รับคำตอบจนต้องถามขึ้นอีกครั้งเมื่อมาถึงที่หมาย

 

ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าอพาร์ทเมนต์ใคร

 

“ห้องกูใกล้กว่าคอนโดมึง”

 

“ถ้ากูก้าวเข้าห้องมึงจะเสียตัวอีกรอบไหม”

 

ประโยคนั้นทำให้หินหลุดหัวเราะเสียงดัง ร่างสูงขยับลงจากรถแล้วยืนขำในขณะที่แฟนนิ่งมองด้วยความงุนงง

 

“ขำอะไร”

 

“ก็ดูมึงพูด เสียตัว คำน่ารักเกิน”

 

“ก็มันจริง หน้าอย่างมึงมันหื่นน้อยเสียที่ไหน”

 

“หึ แล้วไม่ชอบ?”

 

ใบหน้าสวยเบ้ใส่แทนคำตอบหากแต่ก็ไม่ได้ปฏิเสธจนทำให้หินได้ใจ ใบหน้าคมยกยิ้ม ดวงตาทอความเจ้าเล่ห์ด้วยความรู้สึกเป็นต่อ

 

“มาอุ้มกูลงด้วย เจ็บ”

 

เมื่อรถไม่ได้เคลื่อนที่ความกลัวก็ปลิวหายก่อนความเจ็บจะแทรกผ่านเข้ามาให้เพิ่งรู้สึกตัว เบาะรถแข็งๆซึ่งรองรับส่วนล่างร้าวระบมยิ่งพลันทำให้เจ็บกว่าเดิมจนต้องนิ่วหน้า หินที่เห็นท่าทางนั้นจึงขยับเข้ามาอุ้มแล้ววางร่างบางลงบนพื้นแผ่วเบา

 

“ค่อยๆเดิน”

 

เอ่ยเตือนพร้อมทั้งสอดรั้งท่อนแขนโอบรอบเอวบาง พยุงอีกฝ่ายเอาไว้ให้รู้สึกสะเทือนน้อยลงเวลาก้าวเดิน

 

“รู้แล้วน่า”

 

แฟนตอบรับก่อนจะค่อยๆออกเดินด้วยการช่วยเหลือของคนซึ่งเป็นต้นเหตุ สองร่างโอบประคองกันไปกระทั่งถึงบนห้อง ยามประตูบานกว้างเปิดออกเผยให้เห็นด้านในคิ้วคู่สวยก็เลิกขึ้นด้วยความแปลกใจเมื่อมันดูสะอาดกว่าที่คาดคิด

 

การตกแต่งโดยรอบเน้นด้วยสีขาวและดำซึ่งตัดกันได้อย่างลงตัว เมื่อย่างกรายเข้ามากลิ่นอายของผู้ชายจางๆก็ลอยกรุ่นติดปลายจมูก ไม่เพียงแต่บนเรือนกายแข็งแกร่งที่ได้กลิ่นแห่งความเซ็กซี่...แต่โดยรอบทุกอณูของห้องนี้ก็เช่นกัน

 

แค่ได้กลิ่นก็อยากจะสัมผัสเจ้าของ...

 

“ไปอาบน้ำให้สบายตัวซะจะได้รีบกินยาแล้วเข้านอน พรุ่งนี้กูจะไปส่งที่คอนโดแต่เช้า”

 

“กูจะใส่อะไรนอน”

 

“ใส่แค่เสื้อนอนกูคงพอ ชุดนี้เดี๋ยวกูเอาไปปั่นแห้งให้”

 

“กางเกงในอ่ะ”

 

“ไม่ต้องใส่”

 

“งั้นมึงห้ามปล้ำกู”

 

“ไม่ทำหรอกน่า สงสาร”

 

ใบหน้าคมส่ายน้อยๆยามกวาดสายตามองคนตรงหน้าไปทั่วร่าง แม้ความสวยของอีกคนจะไม่ลดลงทว่าแฟนก็ดูอ่อนล้ากว่าเคยเนื่องจากกิจกรรมเข้าจังหวะทั้งในห้องน้ำและก่อนหน้า

 

ถึงหื่นแต่ก็พอมีจิตสำนึกอยู่บ้าง

 

“ช่วยสงสารกูเยอะๆเถอะ”

 

“หึ เดี๋ยวกูจะพาไปเข้าห้องน้ำ”

 

ท่อนแขนที่ยังไม่ละออกจากเอวบางกระชับแน่นก่อนจะก้าวพาคนข้างตัวเดินไปทางด้านขวาซึ่งเป็นส่วนของห้องนอน มือหนาเอื้อมไปเปิดประตูแล้วโอบประคองแฟนเข้าไปจนถึงในห้องน้ำ

 

“แปรงสีฟันอยู่ในนั้น เดี๋ยวกูออกไปเอาผ้าเช็ดตัวกับเสื้อให้”

 

ใบหน้าสวยพยักรับพลางเอื้อมมือไปเปิดตู้เล็กๆเหนืออ่างล้างหน้าแล้วยิบแปรงสีฟันอันใหม่ซึ่งยังไม่ได้แกะออกมาใช้งาน ไม่นานนักคนที่หายไปเอาผ้าเช็ดตัวและเสื้อผ้าก็กลับมาขณะที่คนกำลังแปรงฟันนั้นมีฟองอยู่เต็มปาก

 

“กูพาดไว้ตรงนี้นะ” แฟนพยักหน้ารับ “ให้อาบช่วยไหม”

 

อีกคนถามต่อพร้อมทั้งยกยิ้ม ดวงตาคมประกายวาววับอย่างสื่อความหมาย

 

“ไอ้อ้อง! (ไม่ต้อง)

 

“ตามใจ”

 

หินยักไหล่อย่างน่าหมั่นไส้จากนั้นร่างสูงจึงเดินออกไป ปล่อยให้แฟนได้จัดการกับตัวเองต่อโดยไม่แกล้งอะไรอีก


ยี่สิบนาทีผ่านไปร่างบางในชุดเสื้อเชิ้ตสีดำตัวโคร่งก็เดินออกมาจากห้องน้ำ ด้วยขนาดตัวที่ต่างกันจึงทำให้ชายเสื้อนั้นยาวจนพอปกปิดขาอ่อนได้พอดิบพอดี แม้ว่าข้างล่างจะโล่งโจ้งเย็นวูบหากแต่สีของมันยังเข้มพอจะมั่นใจได้ว่าอีกคนคงไม่เห็นอะไร

 

“นึกว่ามึงหลับคาห้องน้ำไปแล้ว” คนที่นอนพาดตัวอยู่บนเตียงขยับลุกขึ้นนั่ง

 

“ร่างกายกูระบมก็เลยทำทุกอย่างช้าไปหมด ไม่รู้เป็นเพราะหมาตัวไหน”

 

“โดนหมาเอางั้นมึงก็เป็นเมียหมา”

 

“ยอมรับว่าตัวเองเป็นหมาเหรอ?”

 

แฟนเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าคนที่นั่งห้อยเท้าอยู่ปลายเตียง คิ้วคู่สวยเลิกขึ้นนิดๆยามเอ่ยคำถาม

 

“ก็ถ้าได้มึงเป็นเมีย...เป็นหมาก็ยอม”

 

คนพูดยกยิ้มมุมปากพลางทอดสายตามองมากรุ้มกริ่มจนใจคนฟังเต้นผิดจังหวะไปชั่ววินาที

 

ทว่าเพราะอีกฝ่ายมักเอ่ยเย้าหยอกอย่างนี้เสมอคนกำลังจะเขินจึงดึงสติและความคิดตัวเองกลับมาได้ทัน

 

“กำลังจีบกูอยู่หรือไง ต้องเขินไหม”

 

คำถามนั้นทำให้หินเป็นฝ่ายเลิกคิ้ว ก่อนท่อนแขนแกร่งจะยกขึ้นรั้งเอวเล็กให้ขยับเข้ามาใกล้ยามเงยหน้าขึ้นมอง

 

“แล้วจีบได้ไหมล่ะ”

 

“เลยขั้นจะจีบมาแล้วไหม”

 

“อืม มีคนเคยบอกกูว่าต่อให้เป็นแฟนกันแล้วแต่การจีบกันทุกวันมันก็เป็นเรื่องที่น่ารักดี”

 

“แฟนเก่ามึงพูด?”

 

“หึ กูอ่านเจอ”

 

“แล้วมึงคิดว่าไง”

 

“อ่านแล้วจะอ้วก”

 

“ตอนนี้กูก็รู้สึกอย่างนั้น”

 

คำตอบนั้นทำให้หินหลุดหัวเราะเนื่องจากเป็นความรู้สึกที่เหมือนกัน ชายหนุ่มแค่เพียงเอ่ยเพื่อจะแกล้งแหย่คนตรงหน้า ผู้ชายห่ามๆแบบเขานอกจากจีบบนเตียงแล้วอย่างอื่นก็ทำไม่เป็นนัก ฉะนั้นจึงลืมเรื่องการจะพูดอะไรหวานๆนี้ไปได้เลย

 

“คิดไม่ผิดจริงๆที่เลือกมึง”

 

“แต่กูรู้สึกนิดๆว่าตัวเองคิดผิด”

 

“ทำไม?”

 

“เพราะมึงมันหื่นเกินมนุษย์”

 

“หึ กูคิดว่าสำหรับมึงแล้วนี่เป็นเหตุผลที่ทำให้มึงเลือกถูกที่สุด”

 

“ใครเขาจะหื่นแบบมึงกัน แล้วก็ไปอาบน้ำได้แล้ว เหม็นเหล้า”

 

“หอมออก ลองดมดิ”

 

ใบหน้าคมแหงนขึ้นอีกราวกับบอกว่าให้ก้มลงไปพิสูจน์กลิ่น แล้วชั่ววินาทีหนึ่งในหัวของแฟนก็เกิดความคิดสนุกๆ เป็นผลให้เกิดการกระทำอันไม่คาดคิดในวินาทีต่อมา

 

ฟอด

 

ปลายจมูกเล็กแตะลงบนหน้าผากของคนที่เงยหน้าขึ้นมาหาก่อนจะสูดดมกลิ่นของผิวกายนั้นเข้าปอดจนเกิดเสียงแล้วผละขึ้นมายืนเช่นเดิม

 

“ดมแล้ว เหม็น” การกระทำนั้นทำให้เป็นหินบ้างที่ชะงักไป

 

“นี่จีบกูหรืออ่อยหรืออะไร”

 

“กูจำเป็นต้องทำอะไรแบบนั้นเหรอ”

 

“ก็ไม่”

 

“แล้วทำไม มึงใจเต้นเหรอ”

 

“ตอนนี้ยัง”

 

ตอนนี้ยังแต่อนาคตก็ไม่แน่...

 

มันเป็นเพียงความรู้สึกแปลกใจที่แล่นวาบเข้ามาในหัว หากแต่ยังไม่มากพอจะทำให้ใจเต้น แต่ถึงอย่างนั้นหินก็ไม่ปฏิเสธว่าการกระทำนี้มันน่ารัก

 

โดนหอมหน้าผาก...ก็รู้สึกดีเหมือนกันนะ

 

“อืม งั้นก็เลิกไร้สาระแล้วไปอาบน้ำ ดึกแล้ว”

 

“มาอ่อยให้อยากแล้วก็จากไปวะ”

 

“หาเรื่องหื่น ไปอาบน้ำ!

 

คราวนี้แฟนเอ่ยเสียงเข้มกว่าเดิมพร้อมทั้งขยับออกห่างจนท่อนแขนแกร่งหลุดออกจากรอบเอว

 

“ไปแล้ว เมียใครวะดุจริงๆ”

 

ประโยคหลังร่างสูงซึ่งกำลังผุดลุกขึ้นเอ่ยพึมพำกับตัวเองพลางเดินเข้าไปในห้องน้ำยามที่แฟนได้แต่ส่ายหัวน้อยๆแล้วทรุดตัวนั่งลงบนเตียงเตรียมตัวเข้านอน เพราะความเพลียเริ่มกัดกันร่างกายจนรู้สึกอ่อนล้า

 

“อ้าว ถอดเสื้อแล้วก็ไม่เอาไปเก็บ”

 

ร่างบางเอ่ยขึ้นยามนั่งลงแล้วเพิ่งสังเกตเห็นว่าแจ็คเก็ตตัวใหญ่สีดำที่อีกฝ่ายใส่มาวางพาดอยู่บนเตียง แฟนจึงเอื้อมมือไปหยิบมันหวังจะเอาไปแขวนไว้หน้าตู้ให้เรียบร้อย ทว่ากระดาษบางอย่างกลับปลิวออกจากกระเป๋าเสื้อจนต้องชะงักมอง

 

‘081-2345678

เฟิร์นนะคะ ^^’

 

ตัวเลขสิบตัวและชื่อซึ่งเขียนอย่างเรียบร้อยด้วยลายมือน่ารักของผู้หญิงทำให้แฟนขมวดคิ้ว พลิกดูอีกด้านก็ไม่พบว่ามันไม่มีอะไรที่มากกว่านั้น

 

หืม ผู้หญิงให้มาสินะ

 

กระดาษใบเล็กถูกเก็บเข้าไว้ที่เดิมจากนั้นแฟนจึงเดินไปทางตู้เสื้อผ้าซึ่งอยู่มุมห้องแล้วเปิดมันออกเพื่อหยิบไม้แขวนเสื้อ

 

“ทำไมมีแต่สีดำกับขาว”

 

ดวงตาสวยกวาดมองเสื้อผ้าในตู้อย่างแปลกใจยามพบว่ามันมีแค่เพียงสองสีนี้ แม้จะรู้ว่าผู้ชายอย่างหินคงไม่สวมใส่เสื้อผ้าสีสดใสแต่นี่มันก็น่าแปลกใจไปสักหน่อย

 

สงสัยไปก็ไม่ได้อะไรมากกว่านั้น เสื้อในมือจึงถูกแขวนใส่ไม้ก่อนจะถูกห้อยไว้หน้าตู้เสื้อผ้า จากนั้นสิบนาทีต่อมาร่างสูงในชุดกางเกงวอร์มเพียงตัวเดียวก็เดินออกมา

 

“ยังไม่นอนอีก?” หินถามขึ้นเมื่อเห็นอีกคนนั่งพิงหลังเล่นโทรศัพท์อยู่บนเตียง

 

“กูคุยกับเพื่อน”

 

“คุยเสร็จแล้วก็นอน”

 

“กูเอาเสื้อมึงไปแขวนให้แล้วเจอกระดาษเบอร์โทรศัพท์” ประโยคนั้นทำให้หินที่เอาผ้าเช็ดตัวไปตากเดินกลับมาหาคนอยู่บนเตียง

 

“แล้ว?” เอ่ยถามพลางทรุดตัวนั่งลง

 

“ใครให้มา”

 

“ไม่รู้ รู้แต่เป็นผู้หญิง”

 

“แล้วมึงก็รับมา?”

 

“ก็อืม เป็นเรื่องปกติ แต่กูไม่เคยโทรไป...มึงหึง?” คำถามนั้นได้รับคำตอบเป็นการส่ายหน้าปฏิเสธ

 

“แค่ถาม”

 

“มันเป็นเรื่องปกติของนักดนตรี ถ้าปฏิเสธหรือไม่รับเลยเขาจะหาว่าหยิ่ง บางทีก็อาจถูกร้องเรียนไปที่ร้านว่าไม่เป็นกันเองบ้างเล่นไม่เพราะบ้าง”

 

หินเอ่ยอธิบาย นอกจากตัวเองแล้วคนอื่นในวงก็มักจะได้รับอะไรแบบนี้เสมอ บางคราวอาจเป็นแอคเคาท์ไลน์หรือชื่อเฟซอะไรประมาณนั้น ทุกคนไม่ปฏิเสธที่จะรับแต่จะติดต่อกลับไหมอันนั้นก็เป็นเรื่องที่ว่าถูกใจหรือเปล่า

 

“คงได้มาทุกคืนเลยสิ”

 

“ก็เกือบจะ” คำตอบนั้นทำให้แฟนเบ้ปาก

 

“แล้วมึงก็คิดจะรับมาทุกครั้งเลยหรือไง ถ้าเกิดวันหนึ่งกูหึงล่ะ”

 

แฟนเป็นคนขี้หึงและขี้หวง วันนี้ยังไม่รู้สึกอะไรไม่ได้หมายความว่าวันหน้าจะไม่รู้สึก หากวันหนึ่งความรู้สึกและความสัมพันธ์มันข้ามมากไปกว่าการหลงใหลถูกใจ วันนั้นแค่การชายตามองคนอื่นหินก็ไม่มีสิทธิ์ที่จะทำ

 

“ถ้าวันหนึ่งกูรักแล้วมึงไม่ต้องห่วงอะไรแบบนี้หรอก”

 

 “...”

 

“และถ้ามึงหึงกูก็จะไม่รับมา”

 

สายตาของคนพูดไม่ได้ทอความหวานซึ้ง ไม่มีรอยยิ้มเอาใจ ไม่มีสัมผัสอ่อนหวานใดๆ หากแต่บางอย่างในน้ำเสียงและคำพูดเรียบๆนั้นกลับทำให้แฟนเกิดความรู้สึกเชื่อได้อย่างไม่น่าเชื่อ

 

เชื่องั้นหรือ...

 

เชื่อว่ามันจะทำให้เชื่อใจหรือเชื่อว่าวันหนึ่งมันจะรัก...

 

“วันไหนหึงแล้วก็บอกแล้วกัน”

 

หึง...นั่นคงหมายถึงรักแล้ว

 

ไม่ใครก็ใครที่จะเกิดความรู้สึกนั้นก่อนกัน

 

--

 

วันต่อมา

 

“ท่าทางมีความสุขนะเรา อยู่กับเพื่อนสนุกเลยสิ”

 

น้ำเสียงอ่อนละมุนของผู้เป็นแม่ดังขึ้นขณะที่ทุกคนในครอบครัวกำลังนั่งรถกลับบ้าน

 

พ่อ แม่ และผู้เป็นน้องสองคนเพิ่งกลับมาจากการเคาท์ดาวน์ที่นิวยอร์กขณะที่แฟนไม่ได้ไปด้วยเนื่องจากอยากอยู่สนุกกับเพื่อน

 

“แฟนดูมีความสุขเหรอ” คนถูกทักถามขึ้นอย่างแปลกใจเมื่อไม่คิดว่าตัวเองจะแสดงออกถึงอะไรแบบนั้น

 

“อืม ไม่รู้สิ แม่สัมผัสได้น่ะ”

 

“หรือว่ามีความรัก” เสียงใสๆจากน้องสาวซึ่งนั่งอยู่เบาะหลังชะโงกหน้ามาถาม

 

“ความรักอะไรล่ะ”

 

“มีหนุ่มๆมาจีบแน่เลย” ฟาร์มผู้ซึ่งเป็นน้องชายคนกลางเอ่ยขึ้นอีกคน

 

“ยุ่งทั้งสองคนเลยนะ”

 

“เป็นอย่างที่น้องว่าหรือเปล่า ลูกพ่อมีหนุ่มมาจีบเหรอ” เสียงทุ้มจากผู้เป็นพ่อทำให้คนถูกรุมถามยื่นปากใส่น้อยๆ

 

“ที่ไม่ยอมไปกับเราก็เพราะอย่างนี้แน่เลย”

 

“นี่ ปีไหนๆก็ไปเคาท์ดาวน์แต่ต่างประเทศไม่เบื่อกันหรือยังไง พี่ก็แค่อยากเคาท์ดาวน์ที่เมืองไทยบ้างก็เท่านั้น”

 

“แล้วสรุปว่ามีหนุ่มจริงหรือเปล่าหืม”

 

“แม่~

 

สายตาของคนเป็นแม่ทอความกรุ้มกริ่มระคนล้อเลียนจนแฟนได้แต่เอ่ยเรียกอีกฝ่ายเสียงอ่อน ดวงตาทั้งสี่คู่ที่ทอดมองมาจากทุกทิศทุกทางทำให้คนถูกจับจ้องไม่อาจเลี่ยงไปไหนได้

 

“...ก็คุยๆกันอยู่” คำตอบถูกเอ่ยไปแบบกลางๆเพื่อป้องกันความตกใจจากทุกคน

 

“นั่นไง”

 

“หล่อไหม อายุเท่าไหร่ ทำงานอะไร นิสัยเป็นยังไง...”

 

“ถามอะไรขนาดนั้น เป็นทะเบียนราษฎร์เหรอ” แฟนหันไปหาน้องชายพลางเอื้อมมือไปเขกหัวเจ้าจอมยุ่งหนึ่งที

 

“อย่าไปยุ่งกับเรื่องของพี่เขามากเลย เราเองเอาตัวให้รอดเถอะ...ยังไงถ้าคบกันแล้วก็พามาให้พ่อรู้จักบ้างล่ะ อยากรู้ว่าคนโชคร้ายคนนั้นจะเป็นใคร”

 

“พ่อ!

 

ประโยคนั้นเรียกเสียงหัวเราะจากคนทั้งรถให้ดังก้องในขณะที่แฟนได้แต่นั่งหน้าบึ้งแล้วงอแงใส่คนนั้นคนนี้เนื่องจากถูกแซ็วเรื่องนี้อย่างหนัก

 

--

 

“พรุ่งนี้กูจะได้หยุดสักทีโว้ย!

 

เสียงตะโกนลั่นห้องจากเพื่อนร่วมวงทำให้มือที่กำลังพิมพ์ข้อความตอบใครบางคนหยุดชะงัก หินเงยหน้าขึ้นมองเพื่อนตัวเองก่อนจะกดส่งข้อความแล้ววางโทรศัพท์ในมือลง

 

“กูจะนอนให้หนำใจ” เพื่อนอีกคนเอ่ย

 

“ว่าแต่งานมึงเสร็จยังวะ กำหนดอีกไม่กี่วันแล้วนี่” มือกีตาร์ของวงนามว่ามาร์ชหันมาถาม

 

“อีกนิดหน่อย กูรู้สึกว่ามันยังไม่ลงตัว”

 

“ยังไม่ได้อีกเหรอวะ แล้วมึงจะเอาไง ปล่อยผ่านหรือแก้”

 

“คนอย่างไอ้หินเหรอจะปล่อยผ่าน”

 

“ถ้าไม่ดีที่สุดไม่ออกจากมืออาจารย์หินหรอก เขียนเพลงไหนดังเพลงนั้น เชื่อมือเทพดิ” ถ้อยคำเยินยอเกินความจริงอย่างแสร้งพูดทำให้หินส่ายหน้าอย่างอ่อนใจ

 

“อย่ากวนตีน”

 

ก๊อก ก๊อก

 

“พี่หิน ที่เดิม”

 

พนักงานของร้านซึ่งเปิดประตูเข้ามาโดยไม่รอให้ใครอนุญาตตะโกนบอกก่อนจะปิดประตูลงโดยไม่ต้องรอฟังคำตอบใดๆ ที่เดิมที่ทุกคนต่างเข้าใจความหมายดีทำให้หินผุดลุกขึ้น

 

“โห่ไรวะ พี่หินอีกแล้ว ฮ็อตเหลือเกิน”

 

“เมื่อไหร่ของพี่โค้กจะมาบ้างน๊า”

 

หินไม่สนใจคำพูดและเสียงจากผู้เป็นเพื่อน ร่างสูงก้าวผ่านทุกคนออกจากห้องพักนักดนตรีแล้วเดินไปทางขวามือซึ่งมีมุมเล็กๆมุมหนึ่งซ่อนอยู่ และเมื่อเดินไปถึงหญิงสาวในชุดรัดรูปก็หันมาหาพร้อมด้วยรอยยิ้มอ่อนหวาน

 

เป็นภาพที่เห็นจนชินตา

 

“สวัสดีครับ”

 

หินเป็นฝ่ายเอ่ยทักขึ้นก่อนตามมารยาท และเพียงแค่คำกล่าวทักทายนั้นอีกฝ่ายก็หน้าขึ้นสีพร้อมทั้งหลบสายตาด้วยท่าทางมีจริต

 

“สวัสดีค่ะ” เสียงตอบรับนั้นทั้งเล็กและแผ่วเบาจนคนฟังแทบไม่ได้ยิน

 

“...”

 

หินยืนนิ่งรอให้อีกฝ่ายพูดต่ออย่างใจเย็น กระทั่งหญิงสาวตรงหน้ารวบรวมสติได้จึงหันมาสบตากันอีกครั้ง

 

“ชื่อ พลอยนะคะ นี่พี่หินใช่ไหม”

 

“ครับ”

 

“คือ...พลอยชอบตอนพี่หินอยู่บนเวทีมากเลยค่ะ จะเป็นอะไรไหมคะถ้าอยากทำความรู้จักมากกว่านั้น”

 

ประโยคของคนตรงหน้าไม่ได้แตกต่างจากที่หินคิดเอาไว้มากนัก หากแต่ท่าทางเอียงอายนั้นช่างแตกต่างจากในความคิด โดยส่วนมากแล้วคนที่เข้ามาในรูปแบบประมาณนี้มักจะมีความมั่นใจในตัวเองค่อนข้างสูง

 

“ถ้าแค่อยากรู้จักก็ได้ครับ...แต่ถ้ามากกว่านั้นอันนี้พี่ให้คำตอบไม่ได้”

 

“แค่รู้จักกันก่อนได้ค่ะ ขอแค่เบอร์ก็ได้”

 

หญิงสาวยื่นโทรศัพท์มาตรงหน้าด้วยมืออันสั่นเทา เห็นอย่างนั้นแล้วหินก็นึกเอ็นดูอีกฝ่ายอยู่ไม่น้อย ก่อนมือหนาจะเอื้อมไปหยิบโทรศัพท์แล้วกดเบอร์โทรให้ก่อนส่งคืนเจ้าของ

 

“ขอบคุณนะคะ”

 

“ไม่เป็นไรครับ งั้นพี่กลับเข้าไปแล้วนะ”

 

“ค่ะ”

 

“เดินลงไปดีๆล่ะ คนเมามันเยอะ” ประโยคนั้นทำให้อีกคนยิ้มกว้างพลางพยักหน้ารับหงึกหงัก

 

หินเดินกลับเข้ามาที่ห้องซึ่งเหลือเพียงแค่นักร้องนำของวงที่นอนแผ่หลาอยู่บนโซฟา เดาว่าคนอื่นคงลงไปกินข้าวหรือไม่ก็คงมีนัดเหมือนตัวเอง

 

“กูกลับแล้วนะ”

 

มือหนาตบแปะๆเข้าที่แก้มของเพื่อน อีกฝ่ายสะลึมสะลือตอบรับก่อนจะพลิกตัวหนีไปทางอื่น

 

เท่านั้นก็เพียงพอแล้วสำหรับการล่ำลา

 

 

 

01.05 น.

 

เสียงเอฟเฟคจากหนังบู๊ล้างผลาญดังอึกทึกพลันทำให้ร่างที่กำลังนั่งกอดเข่าอยู่บนโซฟาเกร็งลุ้นราวกับตัวเองหลุดเข้าไปอยู่ในนั้น ดวงตาสวยเฉี่ยวจับจ้องอยู่บนหน้าจอแทบไม่กะพริบ เสียงปืนและการต่อสู้ดังก้องไปทุกทิศทุกทาง

 

ออด~

 

เฮือก

 

เสียงออดซึ่งดังขึ้นขัดห้วงอารมณ์ทำเอาคนที่กำลังจดจ่ออยู่กับหนังสะดุ้งสุดตัว

 

มือเล็กหยิบรีโมทขึ้นมากดปุ่มพอสเพื่อหยุดหนังตรงหน้า ขาเรียววาดลงมายืนบนพื้นจากนั้นจึงเดินไปทางประตูโดยไม่สงสัยว่าเป็นใครเนื่องจากพนักงานข้างล่างโทรมาบอกแล้วเมื่อครู่

 

แกร๊ก

 

“มาได้ยังไง”

 

“ขับรถมา”

 

ร่างสูงแทรกตัวเข้ามาในห้องแล้วเอ่ยตอบคำถามอย่างกวนๆ บนใบหน้าคมประดับด้วยรอยยิ้มเย้าแหย่

 

“ไม่ต้องมากอด ขยับออกไป”

 

แฟนเอ่ยพูดเสียงสะบัดเมื่อเอวบางถูกท่อนแขนแกร่งรั้งให้ร่างกายขยับเข้าไปหา แม้จะพยายามเกร็งตัวขืนเอาไว้แต่สุดท้ายก็ไม่อาจต้านทานแรงที่มากกว่า  

 

“ไม่ได้เจอหน้าตั้งวันนึง”

 

เมื่อวานตอนเช้าหินออกไปส่งแฟนที่คอนโด จากนั้นตอนเย็นอีกฝ่ายก็ไปรับครอบครัวที่สนามบินแล้วนอนค้างคืนที่บ้าน จึงทำให้ไม่มีโอกาสได้เจอกัน

 

“คิดถึงกู?”

 

ไม่รู้ว่าเรียกคิดถึงได้ไหม แต่ที่รู้สึกได้อย่างชัดเจนคือยากเจอหน้า...

 

“อยากเจอ”

 

คำตอบนั้นมาพร้อมกับการซุกใบหน้าเข้าหาซอกคอ ลมหายใจร้อนซึ่งเจือไปด้วยกลิ่นแอลกอฮอล์รินรดลงบนผิวเนื้อ จากนั้นความชื้นแฉะก็แตะสัมผัสไปทั่วอย่างเอาแต่ใจ

 

“กูเป็นเมนส์”

 

กึก

 

ประโยคนั้นทำให้หินชะงัก ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองคนพูดแล้วหลุดหัวเราะ

 

“ได้เหรอ”

 

“ห้ามฝ่าไฟแดง”

 

“ไม่อยากให้ทำก็บอกดีๆได้” หินเอ่ยบอกพร้อมรอยยิ้มขำ ไม่ได้โกรธหรือไม่พอใจอะไรเลยแม้แต่น้อย

 

“บอกแล้วจะฟัง?”

 

“ก็ไม่” คำตอบนั้นทำให้แฟนส่ายหน้า

 

“ทั้งวันกูมีงานใหญ่ งานสำคัญ”

 

“อ่าห๊ะ” ใบหน้าคมพยักรับ

 

“ตอนเย็นค่อยทำ” คิ้วเข้มเลิกขึ้นให้กับประโยคของคนตรงหน้า พลันท่อนแขนแกร่งบนเอวบางก็ขยับรัดแน่นขึ้น

 

“น่ารักเว้ยคนเรา”

 

“ปล่อยได้แล้ว กูจะดูหนังต่อแล้วจะเข้านอน”

 

ด้วยเพราะวันนี้เผลอหลับไปหลังจากกลับมาจากบริษัท ตกดึกแฟนเลยไม่รู้สึกง่วงจึงเปิดหาหนังดูสักเรื่อง

 

“กูนอนด้วยได้ไหม” คนถูกถามชะงักไปเพียงนิดอย่างแปลกใจ ทว่าก็ไม่มีปัญหาอะไรกับคำร้องขอนั้น

 

“ตามใจมึงสิ”

 

ฟอด

 

สัมผัสหนักๆกดลงมาบนแก้มเนียนเมื่อได้รับคำตอบที่พอใจก่อนร่างสูงเป็นฝ่ายจะขยับออกห่าง

 

“เดี๋ยวกูจัดการตัวเอง มึงไปดูหนังต่อเถอะ”

 

“ตามสบาย” แฟนเอ่ยเพียงเท่านั้นก่อนร่างบางจะหมุนกายกลับไปอีกทาง

 

“วันนี้กูให้เบอร์สาวไปด้วย”

 

เสียงทุ้มที่ตะโกนบอกไล่หลังมาทำให้คนได้ยินหยุดชะงัก จากนั้นแฟนจึงหมุนตัวกลับมาหาคนตัวโตขณะเลิกคิ้วขึ้นถาม

 

“สวยไหม”

 

“ก็ดี”

 

“แล้วชอบไหม?” หินส่ายหน้าตอบในทันใด

 

“ชอบได้ไงมีแฟนแล้ว”

 

“ให้มันได้อย่างนี้ตลอดเถอะ” ทิ้งท้ายไว้เพียงเท่านั้นก่อนแฟนจะเดินไปต่อโดยไม่มีการหันกลับมาคุยกับหินอีก

 

แม้จะไม่ได้ใส่ใจนักกับการที่อีกฝ่ายจะให้เบอร์ใครต่อใครหากแต่การบอกกันโดยไม่มีปิดบังนั้นทำให้ไม่อาจปฏิเสธได้เลยว่าแฟนรู้สึกดี

 

ตอนนี้จะให้ใครก็ให้ไปเถอะ...เพราะวันหนึ่งอาจจะไม่แม้แต่ได้มอง

 

TBC.


 ฮื่ออออ ใครไม่เขินแต่คนเขียนเขินนนนนน เขินทั้งสองคนเลย ><

อาจมาช้าหน่อยเพราะทำโปรเจกต์นะคะ ใครอ่านแล้วไม่ต่อเนื่องก็ต้องขอโทษด้วยค่ะ

ฝากติดแท็ก #พี่หินคนห่าม ด้วยนะคะ~

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3.338K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

5,744 ความคิดเห็น

  1. #5714 Spices_smile (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 14 กันยายน 2563 / 16:44
    น่ารักกันจังเลย ดูมีเหตุผลมากๆ
    #5,714
    0
  2. #5707 _ไก่ทอด (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2563 / 01:33
    เขินงง งงแล้วก้งงอีก แฟนคะจริงๆนะคะ ระวังไว้เลย อิชั้นอ่ะแอบมีใจแล้วหนึ่ง555555555555555555555 อ๊ยยยย พี่หินนนนน แงงงงงงง
    #5,707
    0
  3. #5706 kookmin312537 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2563 / 20:28
    บอกอีกครั้งอยากได้พี่หินน
    #5,706
    0
  4. #5705 kookmin312537 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2563 / 20:28
    บอกอีกครั้งอยากได้พี่หินนนน
    #5,705
    0
  5. #5704 kookmin312537 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2563 / 20:20
    บอกอีกครั้งอยากได้พี่หิน
    #5,704
    0
  6. #5674 PandaPuffycheeks (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 26 เมษายน 2563 / 12:43
    เพิ่งรู้ว่าบีนัทเป็น แง๊
    #5,674
    0
  7. #5622 Taweesabbj (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 9 มีนาคม 2563 / 02:00
    ตอนนี้น่ารักมากกกเชินนนน เหมาะกันมากคู่นี้อ่านไปขำไป
    #5,622
    0
  8. #5605 Xakas (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 6 มกราคม 2563 / 21:20
    น่ารักเว้ยคนเราาาา
    #5,605
    0
  9. #5602 midora (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 3 มกราคม 2563 / 23:33
    ชอบตรงที่พิหินไม่ปิดยังเลย แต่กะกลัวจัง จะม่ามากมั้ยจ้ะ
    #5,602
    0
  10. #5586 yu-na (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2562 / 23:20
    บางทีเราก็ไม่ค่อยไว้ใจหินอ่ะไม่รู้ทำไม ดูเป็นคนลึกลับ
    #5,586
    0
  11. #5526 yuri_miko (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2562 / 20:09
    น่ารักจัง
    #5,526
    0
  12. #5516 Airzaa1810 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2562 / 22:11
    ชัดเจนมากที่สุดในสามโลก
    #5,516
    0
  13. #5504 nicharipaen04 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2562 / 12:42
    แมนๆมากค่ะพี่หิน
    #5,504
    0
  14. #5450 rattanalak44 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2562 / 08:38
    พี่หินคนฮอต
    #5,450
    0
  15. #5439 lomamee (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 17 กรกฎาคม 2562 / 13:58
    ชัดเจน แมนๆไปเลย ทำดี พี่ชอบ
    #5,439
    0
  16. #5430 tarun_ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 9 กรกฎาคม 2562 / 23:42
    พี่หินชัดเจนดี ชอบแบบนี้
    #5,430
    0
  17. #5399 12311232123312 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2562 / 20:47
    แงงงงงงง่
    #5,399
    0
  18. #5377 Kim-kibom (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2562 / 20:23
    มีความเข้ากันดีมากๆๆ
    #5,377
    0
  19. #5363 เจน (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2562 / 12:26

    นี่จีบกันอยู่

    #5,363
    0
  20. #5310 Nuthathai Por (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2562 / 13:34

    โอ๊ยแฟนไม่อยากให้ทำก็บอกว่าเป็นเมนส์ได้ด้วยเว้ยคนเรา

    #5,310
    0
  21. #5283 NichaGosantor (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2562 / 15:06
    เป็นเมนส์555555น่ารักจี๊งงบอกน้องด้วยว่าให้เบอร์สาว
    #5,283
    0
  22. #5239 นักโทษหมายเลข0 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 13 มีนาคม 2562 / 23:26
    แค่มองก็ไม่ได้น้าาาาาา
    #5,239
    0
  23. #5170 ilyyy (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 17 มกราคม 2562 / 12:32
    ดักกันแบบนี้เลยแฟน แง พี่หินน่ารักก
    #5,170
    0
  24. #5154 ;เซฮาน △ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 4 มกราคม 2562 / 23:25
    พี่หินนี่น่ารักน้ออ บอกน้องด้วย
    #5,154
    0
  25. #5122 Minyy (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2561 / 13:43
    เขิน~ พี่หินคนจริงให้เบอร์หญิงก็บอกเมีย 5565
    #5,122
    0