Happy New Boyfriend!

ตอนที่ 25 : ตอนที่ 23 : ง้อแฟน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 50,127
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2,734 ครั้ง
    21 เม.ย. 61


ตอนที่ 23
#พี่หินคนห่าม

 

ช่วงเวลาแห่งความสนุกสนาน การพักผ่อน และวันหยุดได้หมดไป ชีวิตการทำงานเริ่มต้นขึ้นอีกครั้งราวกับช่วงเวลาที่ผ่านมาคือภาพฝันซึ่งทุกคนต้องกลับสู่ความเป็นจริง

 

หินเดินทางกลับกรุงเทพในช่วงเย็นของวันที่สิบหก และตรงไปยังคอนโดของแฟนทันทีที่ลงจากเครื่องโดยไม่รีรอ

 

สองวันที่ผ่านมาแฟนไม่ตอบข้อความ ไม่รับโทรศัพท์ แต่อย่างน้อยก็ยังอ่านไลน์...เท่านี้ก็ถือว่าเพียงพอสำหรับคนทำผิด

 

ความคิดถึงพลันทำให้มือหนาคว้าโทรศัพท์ออกมาจากกระเป๋ากางเกง วางนิ้วสแกนปลดล็อกหน้าจอยามแท็กซีเคลื่อนตัวออกจากสนามบิน

 

ถึงกรุงเทพแล้วนะ กำลังจะไปหา

 

ถึงอีกฝ่ายจะไม่ตอบข้อความแต่การรายงานความเคลื่อนไหวก็เป็นสิ่งที่ทำมาตลอดสองวัน

 

ดวงตาคมจับจ้องอยู่บนหน้าการสนทนาที่มีเพียงข้อความจากฝั่งตัวเองถูกส่งไป จนมันปรากฏขึ้นว่าแฟนอ่านแล้วจึงล็อกโทรศัพท์

 

แค่สองวันก็แทบตายแล้ว...

 

 

 

ราวๆหนึ่งชั่วโมงผ่านไปร่างสูงก็มาถึงที่หมาย ลมหายใจหนักอึ้งถูกสูดเข้าปอดเพื่อเรียกกำลังใจก่อนมือหนาจะยกขึ้นเคาะประตูบานใหญ่ ส่งสัญญาณขออนุญาตคนในห้องแม้จะมีคีย์การ์ดและลายนิ้วมือบันทึกไว้

 

แฟนอยู่แน่นอนเพราะเขาแอบล้วงข้อมูลมาจากสปายในบ้าน

 

การเข้าห้องครั้งนี้ใช้เวลานานกว่าครั้งไหน ขณะกำลังคิดว่าถ้าแฟนไม่เปิดประตูจะทำตัวเป็นพระเอกเอ็มวียืนรอต่อไปหรือกลับห้องตัวเองเพื่อให้เวลาอีกฝ่ายเสียงเปิดประตูก็ดังขึ้น

 

ราวกับเสียงนี้เป็นเสียงของสวรรค์ ริมฝีปากแห้งผากถูกไล้เลียด้วยความรอคอย ทว่าประตูถูกแง้มออกเพียงเล็กน้อยก่อนจะนิ่งค้างอยู่อย่างนั้นจนคนด้านนอกต้องเป็นฝ่ายเปิดเข้าไปช้าๆ

 

เพียงแค่เท้าข้ามผ่านพ้นและประตูถูกปิดลงสายตาก็มองเห็นร่างเล็กที่ยืนหันหลังให้อยู่ตรงหน้า น้ำลายก้อนเหนียวถูกกลืนลงคอด้วยความยากลำบาก

 

กระเป๋าในมือถูกวางลงบนพื้น ขาแกร่งก้าวเข้าไปซ้อนหลังคนตัวเล็กกว่า ก่อนที่ท่อนแขนจะค่อยๆเลื่อนโอบอีกคนเข้ามาหาตัว ใบหน้าซบลงกับไหล่ของแฟนด้วยความคิดถึงและรู้สึกผิด

 

“ขอโทษ” มีเพียงคำนี้ที่บอกแทนทุกความรู้สึก

 

มีหลายสิ่งอยากพูด อยากบอก อยากคุย และมันมากมายเกินกว่าจะเรียบเรียงได้

 

ขณะที่คนถูกกอดทำเพียงยืนนิ่ง กำมือเข้าหากันแน่นจนปลายเล็บจิกลงกลางฝ่ามือ ฟันซี่ขาวกัดริมฝีปากล่างกระทั่งความเจ็บแปรเปลี่ยนเป็นชาหนึบ

 

สองวันนี้เป็นสงกรานต์ที่ไม่สนุกที่สุดในชีวิต

 

“กูรักมึง” คนทำผิดเอ่ยคำนี้ออกมาแทนคำแก้ตัวมากมาย

 

ไม่อยากพูดอะไรยืดยาวเพราะสุดท้ายแล้วความผิดนั้นไม่มีวันลบเลือน ความรู้สึกของแฟนไม่มีทางกลับมา

 

“...”

 

เมื่ออีกฝ่ายยังคงเงียบอ้อมแขนแกร่งจึงกระชับแน่นขึ้น ปลายจมูกโด่งเป็นสันสูดดมกลิ่นกายที่แสนตราตรึงในความรู้สึกด้วยความคิดถึงสุดหัวใจ

 

หินรอ...รออยู่หลายนาทีกว่าแฟนจะยอมเอ่ยปาก

 

“อย่าเอ่ยคำนี้เพียงเพื่อให้กูหายโกรธ” น้ำเสียงนั้นราบเรียบแต่ปลายหางเสียงกลับเจือไปด้วยความสั่นไหว

 

ไม่มีทางเป็นไปได้เลยที่จะไม่รู้สึกอะไรกับคำบอกรักจากคนที่เรารัก แฟนยอมรับว่าหัวใจกำลังสั่นคลอน วูบไหว และเต้นรัว ท่ามกลางความปวดหนึบจากความเสียใจ

 

แต่คนเรามีระบบป้องกันตัวเอง ความเสียใจเล็กๆน้อยๆจากสิ่งที่หินทำหลอมรวมเป็นความเสียใจก้อนใหญ่ซึ่งไม่อาจปล่อยผ่านได้ง่ายเช่นที่ผ่านมา

 

หินต้องเป็นฝ่ายปรับจูนเพื่อกันและกันบ้าง

 

“กูพูดเพราะกูรู้สึก ไม่ได้พูดเพราะหวังให้มึงหายโกรธ”

 

“...” แฟนรอให้อีกฝ่ายพูดต่อ

 

“กูยอมรับผิด แต่เรื่องที่ว่าความรู้สึกเราไม่เท่ากันกูไม่ยอมรับ กูรักมึง...ไม่ต่างกัน”

 

“...”

 

“กูคิดว่าเรื่องของกูไม่สำคัญ แต่คิดตลอดว่าเรื่องของมึงสำคัญ”

 

หมดแล้วสิ่งที่จะพูดและอธิบาย เหลือเพียงอ้อมกอดซึ่งแสดงออกอย่างแน่นหนักว่าไม่มีทางปล่อย และหัวใจที่เต้นด้วยจังหวะแสนแน่วแน่มั่นคง

 

ไม่หายโกรธก็จะง้อ ง้อต่อไป...

 

สุดท้ายแล้วความรู้สึกทั้งหมดก็ส่งถึงใจคนฟังเมื่อแฟนหมุนตัวกลับมากอด วินาทีแรกหินยืนนิ่งด้วยความไม่คาดคิด กระทั่งตั้งสติได้จึงเลื่อนมือที่ตกอยู่ข้างตัวขึ้นมากอดตอบ

 

ความหนักอึ้งข้างในดูเหมือนจะบรรเทาลงกว่าครึ่งเมื่อปฏิกิริยานี้ทำให้ใจชื้น

 

ส่วนเหตุผลของคนหันมากอดนั้นเป็นเพราะไม่อาจต้านทานความคิดถึงของตัวเองได้ไหว

 

เสียใจอยู่แต่ก็คิดถึงมาก มันยากกับการจะห้ามใจ

 

“กูโกรธ แล้วก็เสียใจ ตอนนี้ก็ยังรู้สึกอย่างนั้น”

 

แขนเรียวโอบรัดคนตัวโตเอาไว้แน่น ใบหน้าซุกซบอยู่กับอกกว้าง ทว่าความรู้สึกที่เสียไปยังคงไม่อาจคืนกลับมาโดยง่าย

 

คำว่ารักส่งผลต่อความรู้สึกมากมายแต่นั่นเป็นคนละส่วน

 

“โกรธก็จะง้อ เสียใจก็จะเยียวยา ขอแค่มึงให้โอกาส”

 

ประโยคแสนเว้าวอนดังขึ้นพร้อมฝ่ามือที่ลูบไล้ไปตามแผ่นหลังเล็กอย่างอ่อนโยน

 

“ง้อสิ”

 

ใบหน้าสวยผละออกห่าง มองสบคนตรงหน้าด้วยสายตาเรียบนิ่งอย่างรอคอยการง้องอน ก่อนสัมผัสบางเบาจะทาบทับลงมาบนหน้าผาก

 

หินประทับจูบเนิ่นนานจากนั้นจึงไล้ริมฝีปากลงมาตามสันจมูก กดย้ำสัมผัสเป็นระยะเรื่อยมายังแก้มเนียนซ้ายขวา จมูกโด่งคลอเคลียตามกรอบหน้าของแฟนลงมาที่ปลายคาง สุดท้ายจึงจบลงตรงริมฝีปากสีสด แนบชิดเข้าหาด้วยความอ่อนโยนแผ่วเบา ไร้ซึ่งการรุกล้ำราวกับขนมหวานที่เพียงแค่ได้แตะต้องก็ชื่นใจ

 

“คิดถึงใจจะขาด” เสียงทุ้มกระซิบชิดริมฝีปากหลังจากผละออกห่างเพียงเล็กน้อย

 

ความวูบวาบแล่นพล่านไปทั่วตำแหน่งที่ถูกสัมผัส วิธีการง้องอนพลันส่งผลให้ใจเต้นผิดจังหวะ แต่กระนั้นก็ยังไม่มากพอจะให้อ่อนลงทั้งหมด

 

“ทำให้กูเห็นว่ามึงพร้อมแชร์ทุกเรื่องราวด้วยกัน นั่นคือคำขอโทษที่กูต้องการ”

 

การขอโทษที่ดีที่สุดคือการไม่ทำมันอีก แฟนเชื่อในประโยคนี้มาเสมอ

 

“เมื่อคืนกูนอนไม่หลับ ต้องตื่นแต่เช้าไปบ้านย่า กินข้าวเที่ยงที่นั่นแล้วเย็นก็บินกลับมา ยังไม่ได้กินอะไรเลย”

 

“...” คนฟังนิ่งงันด้วยเพราะไม่ยังไม่เข้าใจกับสิ่งที่หินสื่อสาร ไม่รู้ว่าคนพูดต้องการอะไรจึงได้แต่เงียบด้วยความมึนงง กระทั่งหินอธิบายต่อ

 

“ต่อไปจะแชร์ทุกเรื่องกับมึงให้มากขึ้น กูอาจจะยังทำได้ไม่ดีนักแต่จะพยายามเล่าออกมาทุกเรื่อง”

 

เมื่อต้องเปลี่ยนความเคยชินให้เป็นไม่เคยชิน ต้องเปลี่ยนความไม่ชอบพูดให้เป็นพร้อมจะเล่า คงไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะเปลี่ยนได้ในวันเดียว

 

แฟนมองเห็นความพยายามและคำสัญญาอยู่ในดวงตาคู่นี้ ความรู้สึกที่เสียไปได้รับการเยียวยาทีละนิด

 

ความจริงแล้วเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องใหญ่โตขนาดต้องโกรธอีกคนไปเป็นสัปดาห์หรือเป็นเดือน ความรู้สึกที่มีต่อกันจะเชื่อมประสานรอยร้าวให้เล็กลง

 

รอดูแค่ว่าหินจะเปลี่ยนตัวเองไปอย่างไรบ้าง

 

“กูหวังว่าเราจะไม่ต้องมาเสียความรู้สึกกับเรื่องนี้อีก เพราะกูไม่มีความสุข”

 

“แน่นอนว่ากูก็ไม่มีความสุข”

 

หินตอบกลับทันควัน รู้ดีว่าการไม่เข้าใจกันไม่ได้ทำให้ใครมีความสุข ไม่มีฝั่งใดทรมานน้อยกว่ากันโดยเฉพาะกับตัวเองที่เป็นสาเหตุ

 

พูดจบมือหนาก็จับมือเล็กขึ้นมาแล้วจรดริมฝีปากเข้าหา ลมหายใจร้อนเป่ารดคลอเคลียบนหลังมือ การกระทำที่ไม่คาดคิดนี้ทำให้ความร้อนแล่นขึ้นมาตามแขน ตรงมายังสองข้างแก้ม

 

แฟนนิ่งมอง ใช้ความพยายามอย่างมากในการควบคุมตัวเองไม่ให้แสดงออกถึงความสั่นไหว

 

“ห้ามทำกูเสียใจอีก” เอ่ยคำพูดเหมือนไม่โอนอ่อนทั้งที่ใจอ่อนยวบยาบ

 

ทีอย่างนี้ล่ะออดอ้อนด้วยการคลอเคลีย ท่าทางคล้ายลูกแมวขึ้นมาเชียว

 

แฟนค่อนขอดอีกคนในใจ

 

“จะพยายามให้ดีที่สุด”

 

แรงกระชับบนฝ่ามือมาพร้อมกับคำสัญญาด้วยรอยยิ้มเอาใจ จนคนมองต้องเบือนสายตาหนี ขยับออกห่างจากความใกล้ชิดนี้เพื่อความปลอดภัยของใจตัวเอง

 

ยิ่งหินบอกว่ารักทุกอย่างก็พร้อมจะอ่อนลงตามโดยง่าย

 

เจ้าเล่ห์ที่สุดที่เลือกบอกกันในสถานการณ์นี้

 

“ไปอาบน้ำสิ กูจะสั่งอาหารมาให้”

 

แฟนเอ่ยเปลี่ยนเรื่อง ยุติเรื่องไม่ที่เข้าใจกันไว้เพียงเท่านี้เพราะถือว่าทุกอย่างคลี่คลายแล้วเรียบร้อย เหลือเพียงแค่รอดูการกระทำของอีกฝ่าย

 

ทางด้านคนได้ยินคำว่าจะสั่งอาหารมาให้ก็ยกยิ้ม ยอมปล่อยมือเล็กที่จับเอาไว้ ก่อนจะโน้มหน้าลงไปหอมแก้มแฟนเร็วๆ

 

“ขอบคุณครับ”

 

พูดจบร่างสูงก็หมุนตัวไปหยิบกระเป๋าที่วางอยู่บนพื้นแล้วหันมายิ้มใส่คนที่ยังยืนนิ่ง จากนั้นจึงก้าวตรงไปยังห้องนอน ทิ้งคนถูกจู่โจมเอาไว้อย่างนั้นด้วยความอิ่มเอมใจ

 

ถือว่าการง้อกำลังเริ่มต้นไปได้ดี

 

ประตูห้องนอนถูกปิดลง ไฟในห้องถูกเปิดเอาไว้สว่างโล่ ร่างสูงเดินเลยผ่านเตียงนอนกว้างเพื่อจะไปห้องน้ำ ทว่าหางตางที่เหลือบเห็นกล่องบางอย่างขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่ตั้งอยู่บนนั้นก็ทำให้สองขาหยุดชะงัก เนื่องจากรูปลักษณ์ภายนอกบ่งบอกชัดเจนว่าเป็นของขวัญ

 

จุดมุ่งหมายที่จะไปถูกพักเอาไว้ก่อนจะเดินวกกลับมายังเตียง กระเป๋าถูกวางลงบนพื้น และเมื่อเห็นโน้ตที่แปะอยู่ด้านบน ความรู้สึกหลากหลายก็โถมเข้าหา

 

‘Happy 26th Birthday’

 

ข้อความซึ่งบอกชัดว่าเป็นของขวัญเนื่องในโอกาสใดส่งผลให้คนได้รับพูดไม่ออก

 

แม้จะไม่เข้าใจกัน แม้แฟนจะน้อยใจและเสียใจแต่ความใส่ใจก็ไม่ลดลง

 

เป็นเขาเองที่ผิด ผิดพลาดอย่างร้ายแรง

 

หินทรุดตัวนั่งลงบนเตียง หยิบกล่องของขวัญขึ้นมาแล้วค่อยๆแกะอย่างระมัดระวัง น้ำหนักเบาหวิวนั้นสร้างความสงสัยและแปลกใจกระทั่งปากกล่องถูกเปิดออก ในนั้นมีเพียงกระดาษอะไรบางอย่างถูกพับไว้บนเม็ดโฟมสีสันน่ารักมากมาย

 

เมื่อคลี่ออกแล้วกวาดสายตาอ่านหินก็ได้แต่นิ่งงัน หลายนาทีกว่าจะตั้งสติเก็บกระดาษแผ่นนั้นลงที่เดิม กระดาษห่อของขวัญและโบว์ยังคงวางระเกะระกะอยู่บนเตียงแต่ร่างสูงไม่สนใจ  ขาแกร่งก้าวยาวๆออกไปจากห้อง พุ่งตัวไปหาคนที่เพิ่งโทรสั่งอาหารเสร็จเรียบร้อยด้วยความรวดเร็ว

 

“ยังไม่อาบน้ำอะ...”

 

หมับ

 

ร่างเล็กถูกดึงเข้าไปกอด แรงปะทะระหว่างร่างกายที่ต่างกันนั้นทำให้จุกอยู่ชั่ววินาทีจนปลายประโยคไม่สามารถเปล่งออกไปได้

 

“ขอบคุณ กูชอบของขวัญของมึงมาก”

 

น้ำเสียงนั้นสั่นพร่า อ้อมแขนรัดรึงร่างของแฟนแน่นจนคนถูกกอดหายใจแทบไม่ออก ความรู้สึกในอกมากล้นเต็มตื้น

ด้านคนที่รู้สาเหตุของท่าทางนี้ก็ทำเพียงยืนนิ่งในอ้อมกอด ไม่คาดคิดว่าหินจะเห็นมันเร็วขนาดนี้

 

“กูยังไม่ได้หายโกรธมึงทั้งหมด”

 

“อืม”

 

“แต่เรื่องของขวัญวันเกิดถือว่ามันคนละส่วนกัน”

 

หินยิ้มรับกับความน่ารักนี้ของแฟน ริมฝีปากได้รูปจูบซับไปตามไหล่เล็กที่ตัวเองซบอยู่ด้วยความรู้สึกเป็นสุข

 

ความน่ารักที่ไม่ได้หมายถึงหน้าตาแต่เป็นนิสัย

 

“ทำไมถึงให้สิ่งนี้เป็นของขวัญกู”

 

สิ่งนี้ที่ว่าคือการบริจาคเงินให้กับมูลนิธิหนึ่งในนามของนาย ศิลา คณานนท์

 

เงินนั้นมากมายกว่าการซื้อของแบรนด์เนมให้ แต่สิ่งที่ทำให้หินปลื้มใจไม่ใช่จำนวนเงินแต่เป็นสิ่งที่อีกฝ่ายตั้งใจทำ

 

“กูรู้ มึงไม่ชอบของขวัญมีราคาอะไรพวกนั้น คิดว่าถ้าทำอะไรแบบนี้ให้คงชอบมากกว่า”

 

ตลอดมาคนตรงหน้าสอนให้รู้จักการแบ่งปันและการช่วยเหลือคนอื่น นั่นจึงเป็นสาเหตุที่แฟนคิดว่าของขวัญชิ้นนี้เหมาะกับหินที่สุด

 

ไม่ใช่สิ่งของมีราคา แต่เป็นสิ่งที่มีค่ากับจิตใจมหาศาล

 

“กูชอบมาก มากจริงๆ”

 

ใบหน้าคมผละออกจากไหล่ขณะที่ท่อนแขนยังคงคล้องอยู่กับเอวบาง มุมปากได้รูปไม่ได้ฉีกเป็นรอยยิ้มแต่ดวงตากลับทอประกายอย่างไม่อาจปกปิดความสุข

 

มันไม่ใช่แค่ของขวัญให้เขา แต่มันคือของขวัญของแฟนเช่นกัน

 

การแบ่งปันและช่วยเหลือคนอื่นมีคุณค่าต่อทั้งคนรับและคนให้ หากแฟนทำสิ่งดีๆนี้เพื่อเขา หินก็ดีใจที่ทำให้แฟนได้เรียนรู้สิ่งดีๆมากขึ้น

 

“มันคงจะดีกว่านี้มากถ้าคนแถวนี้ไม่ปากหนักเรื่องวันเกิด”

 

อารมณ์ชื่นมื่นเป็นอันต้องสะดุดเมื่อแฟนเอ่ยด้วยแววตาคาดโทษ คนมีความผิดขยับถอยห่างไปหนึ่งก้าว กระแอมไอออกมาเล็กน้อย

 

“กูว่ากูไปอาบน้ำก่อนดีกว่า”

 

แฟนส่ายหน้าน้อยๆยามคนพูดยิ้มแหยกลบเกลื่อนความผิด ร่างสูงหมุนตัวกลับไปทางห้องนอน ทว่าเดินไปไม่กี่ก้าวก็หันหน้ากลับมา สายตาที่มองสบกันเต็มไปด้วยความรู้สึกมากมาย

 

“ขอบคุณจริงๆ...มันเป็นของขวัญที่กูชอบที่สุด”

 

หินทิ้งท้ายไว้เพียงเท่านั้นก่อนจะหันหน้ากลับไปแล้วก้าวเท้าไปยังห้องนอน โดยมีแฟนมองตามแผ่นหลังกว้างจนลับสายตา ขณะมีรอยยิ้มบางประดับอยู่บนใบหน้า

 

ไม่เพียงแต่หินที่ชอบ คนได้ทำอะไรดีๆเองก็ปลื้มใจไม่แพ้กัน

 

--

 

“ห้ามล้ำเขตมาเด็ดขาด” มือเล็กตบลงบนหมอนข้างดังปักๆบ่งบอกว่าเขตที่ว่านี้คือที่ใด

 

หินมองคนตรงหน้าด้วยสายตาเว้าวอน หวังให้แฟนใจอ่อนเอาหมอนข้างกั้นเขตแดนนี้ออก หากแต่ดวงตาหมายมั่นนั้นบ่งบอกชัดว่ามันจะยังนอนแอ้งแม้งขวางหูขวางตาอยู่ตรงนี้ตลอดทั้งคืน

 

“แฟน...”

 

“ไม่ต้องมาเรียก”

 

ก็ไม่อยากจะเรียกเสียงอ่อยขนาดนั้นเพียงแต่มันเป็นไปเองอย่างไม่อาจควบคุม

 

“ไม่ให้อะ...จิ้มก็ว่าหนักแล้ว นี่ไม่ให้กอดเลยเหรอ”

 

คำพูดบางคำถูกเปลี่ยนกลางอากาศเมื่อเห็นสายตาของแฟนเข้มขึ้นเป็นการเตือน ขณะที่คนฟังเกือบหลุดยิ้มเพราะคำที่ฟังดูน่ารักนั้นจนต้องสูดลมหายใจเข้าลึก

 

จิ้มเนี้ยนะ ฟังดูแบ๊วเชียว

 

“ถ้าได้กอดมึงไม่หยุดแค่กอดแน่”

 

“ก็ไม่เห็นต้องหยุด”

 

คนที่หวังเรื่องนั้นอยู่แล้วในใจเอ่ยตอบทันควัน ดวงตาสีเข้มฉายแววเจ้าเล่ห์วาบวับ

 

ห่างกันตั้งกี่วัน จะลงแดงตายอยู่แล้ว

 

“ไม่ได้ นี่คือบทลงโทษ” แฟนเอ่ยด้วยเสียงเด็ดขาด

 

หลายครั้งหลายครากับประเด็นเรื่องของการไม่ชอบพูด ไม่ชอบเล่าเรื่องราวต่างๆ และครั้งนี้มันเกินกว่าจะให้ปล่อยผ่านโดยง่ายจึงต้องมีบทลงโทษให้อีกฝ่ายได้เรียนรู้

 

จะเดินไปด้วยกันก็ต้องพร้อมแชร์กันทุกเรื่อง

 

“บทลงโทษอะไร แล้วอย่างนี้เมื่อไหร่จะได้เอา!” คำพูดในหัวถูกโพล่งขึ้นโดยไม่เลี่ยงใช้คำอื่นใดเช่นเมื่อครู่

 

ใบหน้าคร้ามคมยุ่งเหยิง คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันจนเห็นรอยย่นบนหน้าผาก ท่าทางคล้ายได้ฟังเรื่องคอขาดบาดตายร้ายแรง

สำหรับคนหื่นแบบนี้แล้วก็น่าจะเป็นเรื่องคอขาดบาดตายจริงๆ

 

“วันที่มึงง้อกูสำเร็จ”

 

“นี่ยังไม่สำเร็จอีก?”

 

นึกว่าสำเร็จแล้วซะอีก

 

“ยัง” คำตอบจากปากของแฟนเสียงดังฟังชัด

 

จริงๆก็หายโกรธแล้วเกือบทั้งหมดแต่จะยอมอ่อนลงให้โดยง่ายไม่ได้

 

ด้านคนได้ฟังคำตอบนั้นรู้สึกห่อเหี่ยวจนต้องทิ้งตัวลงนอนด้วยความหมดแรง ไม่ให้ทำอะไรแถมยังไม่ได้แม้แต่กอดหรือใกล้ชิด ไม่มีร่างเล็กและกลิ่นหอมๆมาอิงแอบคลอเคลียดั่งปกติ

 

เพิ่งรู้สึกว่าหมอนข้างมันใหญ่เกินไปก็วันนี้

 

เห็นท่าทางนี้แล้วแฟนกลั้นยิ้มจนปวดแก้ม ใบหน้าสวยโน้มลงไปใกล้คนที่นอนมองตัวเองตาปรอย พากลิ่นหอมจากเรือนกายบางให้ลอยเข้าจมูกของคนที่อยากสูดดม

 

ยิ่งได้กลิ่นยิ่งต้องการ

 

“ให้จูบได้แค่วันละสองครั้ง”

 

คนฟังกำลังจะลุกขึ้นมาโวยวายทว่าสัมผัสที่ทาบทับลงบนริมฝีปากกลับหยุดชะงักทุกอย่างเอาไว้

 

แฟนเน้นย้ำสัมผัสของตัวเองไม่กี่ครั้งก่อนจะผละออก ปล่อยให้ปลายลิ้นหนาที่กำลังจะยื่นออกมาเกาะเกี่ยวความหอมหวานนั้นหยุดอยู่แค่ริมฝีปากของเจ้าตัว

 

“นอนได้แล้ว มึงเดินทางมาเหนื่อยๆ”

 

แฟนเอ่ยพูดด้วยรอยยิ้มหวานยามดึงตัวกลับมานั่งหลังตรง ก่อนคนถูกจูบจะลุกขึ้นนั่งตาม สายตาจับจ้องอยู่บนริมฝีปากสีสดไม่วางตา

 

เหมือนของหวานที่กินแล้วไม่มีวันอิ่ม

 

“แค่นั้นยังไม่เรียกว่าจูบ อีกอย่างวันนี้ก็ยังไม่ได้จูบเลยสักครั้ง กูมีสิทธิ์ใช้โควตา”

 

หินเอ่ยทวงสิทธิ์ แม้จะขัดใจกับเงื่อนไขนี้แต่ก็รู้ดีว่าตัวเองไม่ได้อยู่ในสถานะที่จะต่อรองได้

 

“ถ้าคิดว่าจูบแล้วจะไม่ทรมานตัวเองก็ทำเลย”

 

“...” เกิดเพียงความเงียบเมื่อคนฟังคิดตามแล้วเข้าใจทันทีว่าหากไม่ได้ทำอะไรมากกว่านั้นต้องรู้สึกทรมานกับการไม่สามารถปลดปล่อยได้

 

แค่มือมันไม่พอ

 

“แน่ใจว่ามึงจะควบคุมความหื่นของตัวเองได้?...ถ้าควบคุมไม่ได้แล้วเลยเถิดคราวนี้กูให้นอนโซฟานอกห้องนะ”

 

แฟนเอ่ยพูดด้วยเสียงเรียบๆแต่ดวงตาทอความมั่นคงไม่สั่นไหว

 

“ทำไมมึงใจร้าย” เสียงถอนหายใจดังเฮือกมาพร้อมสีหน้ายุ่งเหยิงระคนหงุดหงิด

 

เมียใดลงโทษผัวแบบนี้เป็นเมียที่ช่างโหดร้าย

 

“คนทำผิดก็ต้องโดนแบบนี้ คราวหลังจะได้หัดพูดเยอะๆ”

 

“ถ้ากูง้อสำเร็จเมื่อไหร่มึงโดนแน่” หินเอ่ยคาดโทษ

 

“หึ พร้อมโดนมาก...นอนลงไปได้แล้ว”

 

มือบางดันไหล่ให้ร่างสูงนอนลงเช่นเดิมจากนั้นจึงขยับตัวไปปิดโคมไฟให้ทั้งห้องตกอยู่ในความมืด ก่อนจะกลับมานอนลงในฝั่งของตัวเอง ขยับผ้าห่มที่ใช้คนละผืนกับคนข้างตัวขึ้นมาจนถึงอก

 

“ตอนนี้กูโล่งใจมาก สองวันที่ผ่านมาแทบอยู่ไม่ได้”

 

เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นในความเงียบ สมองจินตนาการย้อนไปถึงภาพและความรู้สึกของตัวเองตลอดสองวันที่ผ่านมาแล้วได้แต่ส่ายหัวน้อยๆ

 

การได้ปรับความเข้าใจกันมันเป็นสิ่งที่ลดความทรมานนั้นได้เป็นอย่างดี

 

“กูไม่ได้รู้สึกต่างจากมึง” แฟนตอบกลับ

 

แม้จะออกไปข้างนอกกับเพื่อนแต่ความคิดกลับจดจ่ออยู่เพียงโทรศัพท์ที่มีคนเพียรโทรมาและไลน์หา การใจแข็งไม่รับและไม่ตอบกลับนั้นยากกว่าสิ่งอื่นใด

 

ไม่พร้อมคุยแต่ก็ยังอยากรู้ทุกความเคลื่อนไหว ดีที่หินขยันส่งไลน์มาบอกกัน

 

“ถึงมึงจะยังไม่หายโกรธแต่กูก็โอเคกับตอนนี้มากกว่าตอนที่เราไม่คุยกัน”

 

“ต้องโอเคสิ กูยอมให้ขนาดนี้”

 

ปลายหางเสียงเอ่ยสะบัดพลางขยับตัวตะแคงข้างไปหาคนที่นอนหันมาทางนี้อยู่ก่อนแล้ว

 

“หึ กูให้เวลาโกรธอีกสองวันเท่านั้น...ถ้าไม่หายก็จะปล้ำ”

 

“ก็ง้อให้กูหายสิ”

 

“มึงจะต้องหายแน่นอน”

 

หินยกยิ้มกับตัวเอง น้ำเสียงและคำพูดแสนมั่นใจของคนข้างตัวทำให้แฟนขมวดคิ้ว ทว่ายังไม่ทันจะเอ่ยอะไรต่ออีกคนก็แทรกขึ้น

 

“นอนกันดีกว่า กูง่วงแล้ว...ฝันดี”

 

แฟนสัมผัสได้ถึงการขยับผ้าห่มจากเสียงของการเคลื่อนไหว แม้ยังอยากจะถามต่อแต่เพราะรอยคล้ำใต้ตาของหินที่สังเกตเห็นตอนคุยกันจึงยอมเก็บความสงสัยนั้นเอาไว้แล้วบอกฝันดีกลับ

 

หินมีแผนอะไรกัน...

 

--

 

เย็นวันต่อมาซึ่งเป็นวันอังคารที่ไม่มีสอน หินรอคนออกไปทำงานอยู่ที่ห้อง ดนตรีเพลงถูกเปิดคลอไปทั่วขณะร่างสูงกำลังทำอะไรบางอย่างอยู่หน้าคอม ตรวจทานและเช็กทุกจุดจนแน่ใจว่าไม่มีอะไรผิดพลาดจึงกดปุ่มยืนยันแล้วรอเวลา

 

ถึงเวลาที่เหมาะสมแล้ว

 

หลังจากทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยก็ทำนู้นทำนี่ระหว่างรอแฟนเลิกงาน กระทั่งห้าโมงเย็นเจ้าของห้องก็กลับมาด้วยท่าทางรีบร้อน

 

กลับมาไวกว่าทุกวันเชียวล่ะ

 

“เพลงนี้คืออะไร”

 

ร่างเล็กเปิดประเด็นทันทีเมื่อเจอหน้า ชุดทำงานยังคงอยู่ในสภาพเหมือนตอนออกจากห้อง กระเป๋าทำงานยังอยู่ในมือ แม้แต่รองเท้ายังไม่ทันจะเปลี่ยน

 

คำถามมาพร้อมกับโทรศัพท์มือถือที่เปิดคลิปบางอย่างค้างเอาไว้

 

“ก็เพลงที่ไม่มีเนื้อร้องไง”

 

“รู้แล้ว ฟังแล้ว แต่มึงอัพลงแล้วก็แท็กกูนี่คืออะไร เป็นเพลงที่มึงแต่ง?”

 

แฟนรัวคำถามมาเป็นชุดด้วยความสงสัยใคร่รู้ เพลงของหินถูกโพสต์ลงหน้าเฟซบุ๊กตั้งแต่ช่วงบ่าย ขณะอยู่ในห้องประชุมโทรศัพท์ซึ่งถูกปิดเสียงเอาไว้ก็สั่นครืดคราดไม่หยุดเนื่องจากบรรดาแจ้งเตือน กระทั่งประชุมเสร็จแล้วได้เปิดดูจึงคิดว่าควรกลับมาถามหินให้เร็วที่สุด

 

ยอดวิวของคลิป ณ เวลานี้ใกล้จะแตะถึงหนึ่งแสน การแชร์ต่อกันของคนในแวดวงดนตรีทำให้ทุกอย่างรวดเร็วขึ้น

 

“อืม กูแต่งเอง”

 

ร่างสูงในชุดเสื้อกล้ามกางเกงวอร์มเดินตรงเข้ามาพร้อมทั้งรั้งเอวเล็กให้แฟนขยับเข้ามาใกล้

 

“แล้ว?”

 

“กูแต่งให้มึง” คนถูกถามเอ่ยตอบด้วยรอยยิ้มบาง

 

เพลงที่ไม่มีเนื้อร้อง...

 

เขาแต่งมาได้สักพักหลังจากที่มั่นใจว่ารู้สึกอย่างไรกับแฟน คิดหาวิธีและโอกาสจะให้อีกคนฟังอยู่นานกระทั่งเป็นโอกาสนี้ที่คิดว่าเหมาะสมที่สุด

 

“แต่งให้กู?”

 

“อืม กูอยากให้คนอื่นได้ฟังในสิ่งที่กูถ่ายทอดให้มึง ความรู้สึกที่มีต่อมึง ส่วนเรื่องที่ไม่ได้บอกเพราะอยากเซอร์ไพร์ส แท็กมึงไปด้วยให้รู้ว่าตั้งใจสื่อถึงใคร คงไม่ถือว่ากูปิดบังใช่ไหม?”

 

หินเล่าไปด้วยความเรียบเรื่อย บนใบหน้ามีรอยยิ้มบางประดับอยู่จนคนมองนึกหมั่นไส้กับประกายของความสุขที่แผ่ออกมาจนสัมผัสได้

 

เพลงนี้ไม่มีเนื้อร้องดั่งชื่อ แต่เมโลดี้และดนตรีกลับเต็มไปด้วยความรักอย่างชัดเจน ทุกท้วงทำนองฟังดูแล้วให้ความรู้สึกอบอุ่นและอ่อนหวานแม้ไม่มีคำอธิบายใด อีกทั้งเสียงดนตรีทุกชิ้นที่ประกอบกันก็ลงตัวไร้ที่ติ

 

“แล้วทำไมถึงแต่งให้กู แถมยังอัพลงวันนี้”

 

“กูแต่งให้เพราะอยากแต่ง ที่เลือกอัพวันนี้เพราะเห็นว่าเหมาะสมแล้วที่จะให้มึงรู้ว่ามึงสำคัญกับกูแค่ไหน”

 

หัวใจของคนฟังสั่นไหวอย่างไม่อาจปฏิเสธ ดวงตาและน้ำเสียงของหินซึ่งจงใจให้ใจอ่อนมันได้ผลโดยไม่อาจต้านทาน

 

หินไม่ใช่คนอ่อนหวานแต่เป็นคนเจ้าเล่ห์ที่สุด

 

“คิดว่ากูจะใจอ่อน?”

 

แต่ถึงอย่างนั้นแฟนก็ยังพยายามรวบรวมความใจแข็งเฮือกสุดท้ายให้ตอบกลับ

 

“ก็...แน่นอนว่ากูหวังอย่างนั้น” หินยอมรับโดยง่าย ไม่ปฏิเสธสิ่งที่แฟนถามเลยสักนิด

 

“เพลงของมึงไม่มีเนื้อร้องสักท่อน กูจะเข้าใจความหมายได้ยังไง”

 

เพียงแค่จบประโยครอยยิ้มของหินก็เหมือนจะกว้างขึ้นจนเต็มหน้า

 

“อยากรู้ความหมายของเพลงที่ไม่มีเนื้อร้องใช่ไหม”

 

“...” แฟนพยักหน้ารับแทนคำตอบ

 

“มึงเข้าใจได้ง่ายมาก...และเป็นคนเดียวที่จะเข้าใจ”

 

“...”

 

“เนื้อร้องทั้งหมดของเพลงนี้คือมึง ทุกอย่างที่เป็นมึงอยู่ในนั้น”

 

คนที่ได้ฟังคำอธิบายนิ่งงัน ความหมายซึ่งลึกซึ้งกว่าเสียงดนตรีที่ได้ยินทำให้คนที่เป็นเนื้อร้องของเพลงนี้ไม่อาจบรรยายความรู้สึกออกมาได้

 

แน่นอนว่าต้องดีใจ แต่มันมีหลายอย่างที่มากมายกว่านั้นหลายเท่า

 

“กูพูดไม่เก่ง ไม่รู้จะเรียบเรียงคำไหนมาบอกมึงเลยออกมาเป็นเพลงที่ไม่มีเนื้อร้อง ได้แต่หวังว่ามึงจะเข้าใจทุกความรู้สึก”

 

“มึงมันขี้โกง”

 

เสียงที่เอ่ยนั้นสั่นพร่าเพราะความรู้สึกเต็มตื้น กระเป๋าในมือตกลงพื้นด้วยความสั่นไหว เข้าใจความหมายของคำว่าให้เวลาโกรธสองวันของหินอย่างแจ่มชัด

 

ขี้โกงที่สุด

 

“แบบนี้พอจะเป็นการแชร์เรื่องราวให้มึงรับรู้ได้หรือเปล่า” คนถามยกยิ้มมุมปากเมื่อสีหน้าของแฟนบ่งชัดว่าสิ่งที่ทำนั้นได้ผล

 

และคำตอบของคำถามนี้ก็เป็นการที่คนถูกถามเขย่งตัวขึ้นมาจูบ บดเบียดร่างกายเข้าหาแนบชิด

 

ทว่าขณะมือหนากำลังซุกซนไปทั่ว ความปรารถนาก่อตัวขึ้นมาดั่งไฟลุกโชน แฟนกลับขยับผละออกห่าง รอยยิ้มที่แสนเหนือกว่าจุดขึ้นบนใบหน้า

 

“กูมีเวลาโกรธต่ออีกหนึ่งวันใช่ไหม”

 

หินพูดเอาไว้ว่าให้เวลาสองวัน นี่เพิ่งจะวันเดียว...

 

“...”

 

“งั้นก็ขอใช้สิทธิ์นั้นต่อแล้วกัน”

 

TBC.

 

นอนแผ่~ ไม่รู้ทำไมตอนนี้ถึงได้เหนื่อยมากเลย

รู้สึกยังไม่ถูกใจเลยค่ะแต่ก็ไม่รู้จะแก้ตรงไหนแล้ว ฮือ

ใครอ่านแล้วไม่โอเค รู้สึกแปลกๆ บอกมาได้เลยน้า

ถ้ามันแย่เกินสำหรับคนอ่านคงต้องรีไรท์ใหม่ TT

เหนือสิ่งอื่นใดคือชอบของขวัญที่น้องแฟนให้และเพลงที่ไม่มีเนื้อร้องของพี่หินมากๆ><

ใครชอบไม่ชอบ หวีดไม่หวีด ส่งฟีดแบ็คมาได้ที่แท็ก #พี่หินคนห่าม เลยน้า

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2.734K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

5,744 ความคิดเห็น

  1. #5652 Airzaa1810 (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 30 มีนาคม 2563 / 23:07
    ง้อได้ดีมากเลยยยยย อยากมีคนมาแต่งเพลงให้บ้างจัง อิจฉาน้องแฟนของพี่หิน
    #5,652
    0
  2. #5621 Cereal_Killer (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 4 มีนาคม 2563 / 01:41
    ไม่เห็นด้วยกับคห. 5489 อาจจะมองว่าหินพยายามมากกว่าก็จริงแต่มันไม่ใช่ฝ่ายเดียวแน่นอน แฟนยอมลงให้หินขนาดไหนตอนอ่านไม่รู้เลยหรอคะ เชื่อว่าคาแร็กเตอร์เดิมของแฟนเอาแต่ใจกว่านี้มาก เห็นได้จากหลายอย่างที่แฟนยอมลงให้ เช่น ลดการซื้อของ พยายามปรับตัวและลดความดื้อดึงลงเพื่อให้ความสัมพันธ์มันอยู่รอด เพราะงั้นในความคิดเห็นเราทั้งคู่ต่างพยายามเข้าหากันค่ะ
    #5,621
    0
  3. #5560 yuri_miko (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 4 ธันวาคม 2562 / 19:29
    ร้ายยยยยยย
    #5,560
    0
  4. #5496 Amporn-Melon (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 22 กันยายน 2562 / 03:55
    ง้อๆ ได้น่ารัก
    #5,496
    0
  5. #5489 AyeHunYeheT (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 22 สิงหาคม 2562 / 07:54
    รู้สึกว่าเหมือนหินจะพยายามปรับตัวอยู่คนเดียว คำพูดของแฟนแรงไปนะบางครั้ง แต่แฟนไม่เคยลดการดื้อดึงหรือเอาแต่ใจลงเลย มันเลยรู้สึกว่ามีหินที่พยายามอยู่คนเดียว
    #5,489
    0
  6. #5467 rattanalak44 (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2562 / 12:31
    ง้ออออออออ
    #5,467
    0
  7. #5419 12311232123312 (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2562 / 10:46
    แงงงงงงงงน่ารักก
    #5,419
    0
  8. #5336 Nuthathai Por (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2562 / 13:47

    เล่นตัวมาก ๆ ระวังนะแฟนครบกำหนดเมื่อไหร่ได้ลางานแน่ ๆ

    #5,336
    0
  9. #5288 fffyty (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2562 / 18:09
    ละมุนสู้ดดดดด
    #5,288
    0
  10. #5246 Jhoooope (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 18 มีนาคม 2562 / 21:03
    รุนแรงมากอ่ะคนๆนี้
    #5,246
    0
  11. #5187 ilyyy (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 20 มกราคม 2562 / 18:54
    คือกะว่าแฟนต้องใจอ่อนเลยดิพี่หิน55555555555 สงสารอะ
    #5,187
    0
  12. #5178 Minyy (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 19 มกราคม 2562 / 10:42
    ทำไมตอนนี้รู้สึกสะใจพี่หินเบาๆ แบบแฟนวร้ายกาจมากค่ะ ชอบความพ่อแง่แม่งอน ใช้หมอนข้างกันกลาง 555555 บทจะหวานก็แบบมดมาแล้วจ้าแต่ต้องกลั้นยิ้มตามแฟน
    #5,178
    0
  13. #5116 IMeMoRyU (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2561 / 20:25
    น้องแฟนมันรว้ายยยย
    #5,116
    0
  14. #5073 Jibangrin (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2561 / 21:50
    ว้ายยยยย กรั่กๆๆๆ55555555
    #5,073
    0
  15. #4998 nannapas331 (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2561 / 19:59
    ชอบพี่หินจัง...มีเพื่อนไหมคะ...อินจัด
    #4,998
    0
  16. #4837 ojay2 (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2561 / 08:14
    โอ้โหหห หินนนอดทนนะ 5555555
    #4,837
    0
  17. #4827 pim pimmi (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2561 / 01:38
    น้องงงงง555555555
    #4,827
    0
  18. #4756 jaisai09 (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 28 กันยายน 2561 / 10:39
    น้องงงงง อย่าใจร้ายกับอิพี่ สงสารคนจะลงแดง 5555
    #4,756
    0
  19. #4695 areenachesani (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 20 กันยายน 2561 / 11:49
    ว้ายยพี่หินนน555
    #4,695
    0
  20. #4577 [In_My_DreaM] (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2561 / 00:03
    5555555 สงสารพี่หินแต่ทำไมหัวเราะวะ^^
    #4,577
    0
  21. #4526 pcy921 (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2561 / 01:44
    นี่แหละพี่หินคะเข็ดหรือยัง
    #4,526
    0
  22. #4462 koy_incle (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2561 / 10:45
    น้องแฟนต้องใจแข็งไว้ดัดนิสัยพี่หินมีเวลาโกรธอีกหนึ่งวัน เอาให้พี่หินดิ้นพร่านไปเลย
    #4,462
    0
  23. #4444 BlueNavy (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2561 / 15:18
    ศีลเสมอกันสุดๆ 5555555 //ทำไงดีหุบยิ้มไม่ได้
    #4,444
    0
  24. #4431 emie2001 (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2561 / 12:09
    ชอบของขวัญ
    #4,431
    0
  25. #4424 maybee23 (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2561 / 08:48
    โอ้ยยยยยยยพี่หินนนนน
    #4,424
    0