Happy New Boyfriend!

ตอนที่ 24 : ตอนที่ 22 : ไม่บอกแฟน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 49,992
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2,456 ครั้ง
    13 เม.ย. 61

 

ตอนที่ 22

 

ก่อนสงกรานต์หนึ่งวันบรรยากาศเริ่มส่งสัญญาณความครึกครื้น บางบ้านในต่างจังหวัดมีการซ้อมมือก่อนวันพรุ่งนี้จะมาถึง ภาพการเล่นน้ำเล็กๆซึ่งสาดใส่รถไม่กี่คันที่แล่นผ่านทำให้หินยกยิ้ม ความคิดถึงไหลวนรอบกายยามได้กลับบ้าน

 

เขาชอบช่วงเวลาของสงกรานต์... ช่วงเวลาของวันเกิดตัวเอง

 

“แม่ไปตลาด เตรียมของสำหรับจัดงานพรุ่งนี้ ป่านนี้คงเหมาจนหมดตลาดแล้ว”

 

เสียงเอ่ยอย่างขบขันของพี่สาวซึ่งทำหน้าที่เป็นสารถีดังขึ้น ก่อนจะตามมาด้วยเสียงหัวเราะในลำคอของคนฟัง

 

“เขาอยากทำอะไรก็ทำไป แต่หินจะไม่ออกจากบ้าน”

 

“แม่ได้โวยแตก งานวันเกิดไม่มีเจ้าของวันเกิด”

 

“ก็โวยอยู่ทุกปี บอกว่าไม่ชอบก็ยังจัด”

 

คนเป็นพี่ส่ายหน้าน้อยๆขณะที่หินดึงความสนใจทั้งหมดกลับไปยังสองข้างทาง

 

เมื่อเข้ามาถึงกลางตัวเมืองก็พบเพียงถังน้ำที่ตั้งอยู่หน้าบ้านหลายหลังซึ่งเตรียมไว้สำหรับวันพรุ่งนี้ ไม่มีการสาดน้ำเช่นทางที่ผ่านมา

 

การจราจรเริ่มหนาแน่นแต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่อาจเทียบเท่ากรุงเทพ

 

สิบห้านาทีต่อมารถยนต์ก็เคลื่อนเข้าสู่บ้านที่แสนคุ้นเคย บ้านซึ่งอาศัยอยู่มาหลายสิบปี

 

ร่างสูงก้าวลงจากรถ เพียงแค่เท้าเหยียบลงบนพื้นทั้งสองข้างกลิ่นอายของความคุ้นเคยก็ปะทะเข้าหา

 

หลายเดือนทีเดียวที่ไม่ได้กลับบ้าน

 

“คุณหิน”

 

เสียงเรียกนั้นทำให้คนฟังยิ้มกว้าง หินหมุนตัวไปหาต้นเสียงแล้วขยับตัวเข้าไปกอดอีกฝ่าย เปลือกตาหนาปิดลง มุมปากยกขึ้นเป็นรอยยิ้มอบอุ่น

 

“คิดถึงจังครับ”

 

ท่าทางนั้นอ่อนโยนอย่างไม่เคยเป็นแม้แต่กับคนเป็นแม่ พี่สาวของหินได้แต่ยืนมองแล้วระบายยิ้มบาง

 

ลูกรักเขากลับมาแล้ว

 

“ปากหวานนะคะ คิดถึงแล้วทำไมไม่ค่อยกลับบ้านเลยหืม”

 

มือเหี่ยวย่นของคนแก่ที่ยังแข็งแรงลูบไล้ไปตามแผ่นหลังกว้างของคนที่ตัวเองเลี้ยงมาตั้งแต่แบเบาะ ก่อนจะผละออกจากอ้อมกอดแล้วถามด้วยรอยยิ้มเย้า

 

“งานผมค่อนข้างจะยุ่ง”

 

“รู้ค่ะ มาเหนื่อยๆเข้าบ้านก่อนดีกว่า ป้าเตรียมน้ำลำไยเย็นๆไว้ให้ด้วยนะ”

 

คนถูกเอาใจตั้งแต่ยังไม่ทันเข้าบ้านดียิ้มรับพร้อมกล่าวคำขอบคุณ จากนั้นจึงเดินโอบเอวคนที่เรียกได้ว่าเป็นแม่คนที่สองเข้าบ้านไปด้วยกัน ทิ้งให้พี่สาวยืนโดดเดี่ยวอยู่ตรงนั้น

 

“ไม่มีใครสนใจฉันเลยเหรอเนี้ย”

 

วารินได้แต่ครางอ่อยกับตัวเอง

 

--

 

เสียงเปิดประตูบ้านดังขึ้นในความเงียบ บ้านซึ่งเป็นบ้านส่วนตัวของหินได้รับการดูแลเป็นอย่างดีแม้ยามเจ้าของไม่อยู่ กลิ่นของไม้ลอยกรุ่นอยู่รอบตัวเนื่องจากแทบทุกอย่างในบ้านหลังนี้ล้วนทำจากไม้ทั้งสิ้น

 

ร่างสูงซึ่งเพิ่งได้ออกมาจากความวุ่นวายเดินไปทิ้งตัวยังมุมนั่งเล่นที่ถูกจัดไว้อย่างลงตัว เปลือกตาปิดลงซึมซับกับบรรยากาศอันแสนคุ้นเคย ให้หัวใจที่เหนื่อยล้าจากการเดินทางเต้นด้วยจังหวะเรียบเรื่อย

 

และระหว่างผ่อนคลายด้วยความขี้เกียจอยู่นั้นโทรศัพท์ในกระเป๋ากางเกงก็สั่นครืดคราด โดยไม่ต้องเดาคนที่โทรมาก็รู้ว่าเป็นใคร

 

“อืม” หินรับคำสั้นๆเช่นเคย

 

(ว่างรึเปล่า) น้ำเสียงนั้นเจือความไม่แน่ใจเพราะกังวลว่าจะโทรมารับกวนคนที่กลับบ้าน

 

แต่ทำไงได้ในเมื่อมันคิดถึง

 

“ว่างพอดี กำลังคิดว่าจะโทรหามึงอยู่เหมือนกัน”

 

หินกล่าวด้วยความสัตย์จริง แพลนในหัวคือคิดว่าจะพักอีกสักสิบนาทีแล้วโทรหาแฟน แต่อีกคนเป็นฝ่ายโทรมาเสียก่อน

 

(ถึงบ้านแล้วเหรอ)

 

ถามย้ำเพื่อความแน่ใจทั้งที่หินส่งข้อความมาบอกความเคลื่อนไหวอยู่เป็นระยะ

 

“อืม เพิ่งแยกตัวจากครอบครัวมาได้”

 

(อยู่ในห้องเหรอ)

 

“อืม มึงล่ะทำอะไร”

 

ได้ยินเสียงลมหวีดหวิวและผู้คนคุยกันจอแจดังเข้ามาในสาย เดาว่ายังไงก็คงอยู่ข้างนอก

 

(อยู่ร้านอาหาร มากินข้าวแล้วก็ถ่ายรูปเล่น เดินซื้อของนิดๆหน่อยๆด้วย)

 

ด้วยเวลาที่ช้ากว่าสี่ชั่วโมง ตอนนี้เมืองไทยสามทุ่มครึ่ง ซานโตรีนีจึงเป็นเวลายามเย็นกำลังดี

 

ห้าโมงกว่าในฤดูใบไม้ผลิ

 

“จะกลับที่พักตอนกี่โมง”

 

(อาจจะประมาณสองทุ่ม)

 

“ระวังตัวด้วย”

 

(อือ คิดถึงกูไหม)

 

คนขี้อ้อนถามเสียงแผ่วลงเมื่อรอบตัวรายล้อมไปด้วยคนในครอบครัว ท่าทางกระซิบกระซาบนั้นไม่อาจรอดพ้นสายตาใคร ทว่าเพราะทุกคนเข้าใจเป็นอย่างดีจึงทำเพียงมองหน้ากันแล้วอมยิ้ม

 

ขณะที่คนถูกถามยกยิ้มพลางขยับตัวเปลี่ยนท่านอนโดยไม่ยอมตอบคำถามในทันที

 

(หิน) ปลายสายเรียกขึ้นอีกครั้งเมื่อหินเงียบไปไม่ตอบ คิ้วได้รูปขมวดมุ่น ใบหน้าเริ่มบึ้งตึงตามแบบฉบับคนเอาแต่ใจ

 

“หืม” คนขี้แกล้งทำเพียงรับคำ ใบหน้าเปื้อนยิ้มกว้างขึ้นยามได้ยินเสียงเรียกนั้น

 

เท่านี้ก็บรรเทาความเหนื่อยล้าลงได้กว่าครึ่ง

 

(คิดถึงกูไหม)

 

“กูต้องตอบว่ายังไง” ลิ้นหนาดุนดันกระพุ้งแก้ม เสียงกวนอารมณ์ที่เอ่ยออกไปยังไม่ได้ครึ่งของท่าทางนี้

 

ถ้าแฟนได้เห็นคงเข้ามาข่วนหรือไม่ก็กัดด้วยความหมั่นไส้

 

(ทำไมต้องพูดเหมือนเป็นสิ่งที่ต้องตอบ ไม่ใช่เพราะมึงรู้สึกจริงๆ)

 

อารมณ์สนุกต้องหยุดชะงักลงเมื่อเสียงนั้นอ่อนอ่อยเจือด้วยความเศร้าและความไม่พอใจ

 

โดยไม่รู้เลยว่าตัวเองกำลังถูกเอาคืน แฟนพูดด้วยเสียงเศร้าสร้อยแต่ใบหน้ากับยิ้มพรายอย่างเจ้าเล่ห์

 

คิดว่าแกล้งคนอื่นเป็นคนเดียวหรือไง

 

“คิดถึง...คิดถึงมาก”

 

คำตอบนั้นทำให้คนฟังหัวใจพองโต ระยะทางแทบไม่เป็นอุปสรรคกับความรู้สึก แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังไม่ยอมอ่อนลงโดยง่ายให้คนชอบแกล้งได้ใจ

 

(ถ้าตอบเพราะกูถามก็ไม่ต้อง)

 

“อย่างอแง บอกว่าคิดถึงก็เพราะคิดถึง” คิ้วเข้มขมวดมุ่นด้วยเพราะกลัวว่าอีกคนจะงอนเข้าให้

 

ระยะทางแบบนี้กับการง้องอนทางโทรศัพท์ ไม่ใช่เรื่องที่ดีเลยสำหรับหิน

 

(อือ) แฟนยังคงรับคำเพียงสั้นๆแล้วก็เงียบไปให้หินร้อนรนยิ่งกว่าเดิม

 

ร้อนรนจนต้องลุกขึ้นมานั่ง ใบหน้าคมทอความจริงจังต่างจากเมื่อครู่ที่ยังยกยิ้มเพราะได้แกล้งคนปลายสาย

 

“พี่คิดถึง”

 

สุดท้ายไม้ตายที่ไม่อยากยกมาใช้บ่อยก็ถูกนำมาใช้เนื่องจากความเงียบนั้น และนั่นก็ทำให้แฟนทนไม่ไหว แก้มเนียนเหมือนจะปริแตกเพราะกำลังกลั้นยิ้มสุดกำลัง มือบางเขี่ยส้อมไปมาบนจานเปล่าจนคนเป็นแม่ต้องแตะหลังมือให้หยุด พลางส่ายหัวกับอาการของลูกตัวเอง

 

(น้องก็คิดถึง)

 

ประโยคตอบกลับด้วยสรรพนามแสนหวานหูทำให้หินเริ่มโล่งใจ ทว่าก็ยังไม่ทั้งหมด ปากจึงขยับอธิบายต่อ

 

“เมื่อกี้แค่แกล้งเล่น”

 

(ก็ไม่ได้งอนสักหน่อย)

 

“แน่ใจ?”

 

(แน่ใจ...อ้ะ อาหารมาเสิร์ฟแล้ว ต้องกินข้าวก่อน)

 

พนักงานทยอยวางอาหารที่สั่งไปลงบนโต๊ะจนต้องรีบเอ่ยบอก แม้จะเสียดายเพราะยังอยากคุยกับหินต่อแต่ก็ไม่อาจเสียมารยาทคุยโทรศัพท์ขณะที่คนอื่นนั่งทานข้าวได้

 

“จะกลับตอนไหน ทำอะไร ไลน์มาบอกด้วย” หินกำชับ เกิดความวูบโหวงไม่น้อยยามต้องวางสาย

 

(อื้อ มึงก็เหมือนกัน วางแล้วนะ)

 

“อืม บาย”

 

(บาย)

 

ปลายสายถูกตัดไปแต่โทรศัพท์ในมือยังคงถูกยกแนบหูเอาไว้อย่างนั้น ราวครึ่งนาทีมันจึงถูกวางลงบนโซฟาอย่างไม่ใส่ใจ ก่อนร่างสูงจะทิ้งตัวนอนพลางถอนหายใจออกมา

 

คิดถึงจริงๆนั่นแหละ

 

--

 

เช้าวันที่สิบสาม วันผู้สูงอายุและวันปีใหม่ไทย เสียงเพลงครึกครื้นดังไปทั่วตั้งแต่ยังไม่เที่ยง กลิ่นน้ำอบลอยจางๆอบอวลอยู่ทุกพื้นที่

 

ครอบครัวคณานนท์เริ่มต้นวันด้วยการไปวัด ตักบาตร และทำบุญ เพราะเป็นวันเกิดของหินจึงยกกันไปทั้งครอบครัว และเพราะเป็นที่รู้จักของคนไม่น้อยจึงมีผู้คนมากมายแวะเวียนเข้ามาทักทายไม่ขาดสาย

 

“ไม่เห็นหน้าซะนาน ยังหล่อเหมือนเดิมเลยนะจ๊ะ”

 

ประโยคซึ่งเอ่ยด้วยภาษากลางดังขึ้นให้หินทำเพียงยิ้มรับตามมารยาท ก่อนจะเบือนสายตาไปทางอื่นอย่างแนบเนียนเมื่อลูกสาวของคนตรงหน้าเพียรส่งสายตามาให้โดยไม่บิดบังหรือเก็บอาการ

 

ที่อีกฝ่ายไม่พูดภาษาถิ่นเพราะแม่ของเขาเป็นคนภาคกลางและไม่สามารถพูดอีสานได้แม้จะแต่งงานกับพ่อมาหลายสิบปี

 

“นานๆจะยอมกลับบ้านที กว่าจะตามตัวได้ก็ลำบากอยู่เหมือนกัน ไม่รู้ว่าติดสาวที่ไหนหรือเปล่า”

 

ประโยคนั้นทำให้คนทั้งสองชะงักไปอย่างสังเกตได้ ขณะที่คนถูกพาดพิงปรายตามามองผู้เป็นแม่ที่ยืนอยู่ข้างตัว พยายามเก็บซ่อนสายตาพึงพอใจเอาไว้เมื่อรู้ดีว่าผู้ให้กำเนิดกำลังดับฝันสองแม่ลูก

 

“หินมีแฟนแล้วเหรอจ๊ะ”

 

มีความอยากรู้แฝงมาอยู่เต็มเปี่ยม ยามคนเป็นลูกกัดปากรอคำตอบด้วยความลุ้นระทึก

 

“ครับ” คนถูกถามรับคำสั้นๆ คำตอบนั้นส่งผลให้แม่ตัวเองเบิกตาโพลงยิ่งกว่าสองแม่ลูก

 

“งั้นเหรอจ๊ะ”

 

ได้ยินเสียงหัวเราะแห้งๆกลบเกลื่อนความผิดหวังดังตามมาแต่หินไม่แม้แต่จะสนใจ ไม่นานนักทั้งสองก็เอ่ยปากขอตัวเนื่องจากไม่สามารถปกปิดความผิดหวังที่ท่วมท้น

 

“แกไปมีแฟนตอนไหน เป็นใคร ชื่ออะไร ทำไมฉันไม่เคยรู้มาก่อน” คำถามรัวเร็วได้รับคำตอบเป็นเพียงสีหน้าเรียบนิ่ง

 

สรรพนามเรียกขานคนเป็นลูกอาจฟังดูห่างเหินแต่เป็นเรื่องเคยชินเสียแล้วของบ้านนี้

 

“กลับกันเถอะ เดี๋ยวก็มีคนเข้ามาทักแม่อีก”

 

คนเป็นพี่หลุดหัวเราะกับท่าทางของน้องชายและแม่ตัวเอง แม้เรื่องที่ได้ฟังจะทำให้อยากรู้ไม่แพ้กัน แต่กระนั้นก็รู้จักหินดีว่าถ้าเจ้าตัวอยากบอกก็จะเล่าออกมาเอง

 

“ไม่กลับ ตอบคำถามฉันมาเดี๋ยวนี้”

 

“คุณน่า กลับเถอะ ค่อยไปคุยกันต่อที่บ้าน”

 

เสียงเรียบเรื่อยเอื่อยๆของคนเป็นสามีดังขึ้นห้ามทัพ หากแต่แน่นอนว่ามันไม่เป็นผลเมื่อสายตาเขียวปั๊ดตวัดมองมา

 

“ฉันอยากรู้ตอนนี้ เจ้าตัวดีแอบไปมีแฟนเชียวนะ สาเหตุนี้สินะที่แกไม่ยอมกลับบ้านกลับช่อง”

 

“ผมทำงานครับคุณนาย” เสียงทุ้มตอบกลับด้วยความเหนื่อยหน่าย

 

แฟนไม่ใช่สาเหตุของการไม่กลับบ้านแต่เพราะหน้าที่การงานที่ต้องรับผิดชอบไม่เอื้ออำนวยต่อการปลีกตัวกลับมาก็เท่านั้น

 

“เหอะ ยังไงกลับบ้านก็ต้องเล่าเรื่องของแฟนแกมาให้หมด”

 

ท่าทางก่อนหน้าอ่อนลงเมื่อหางตามองเห็นเพื่อนบ้านซึ่งดูเหมือนกำลังจะตรงมาทางนี้

 

พอแล้ว ขี้เกียจจะคุย

 

“ครับคุณนาย จะเล่าให้ฟังหมดเลยครับ”

 

ถ้อยคำประชดนั้นได้รับแรงบิดตรงแขนจนต้องขยับตัวหนี พ่อและลูกสาวได้แต่สายหัวด้วยความอ่อนใจขณะที่คนอ่อนใจยิ่งกว่าน่าจะเป็นหิน ก่อนทั้งหมดจะรีบเดินกลับไปที่รถเมื่อกิจกรรมช่วงเช้าเสร็จสิ้น

 

แม่เขาก็เป็นแบบนี้ แตกต่างจากคนเป็นพ่อโดยสิ้นเชิง แต่ถึงอย่างนั้นทั้งสองกลับเป็นคู่ที่ลงตัวอย่างไม่น่าเชื่อ และแม้คำพูดในครอบครัวอาจฟังดูไม่เหมือนบ้านอื่นแต่ความจริงกลับสนิทกันยิ่งกว่าอะไร

 

เมื่อแม่ไม่รู้เรื่องแฟน เจ้าตัวถึงได้โวยวายอย่างที่เห็น

 

--

 

บ่าย

 

ลมพัดเอื่อยๆผสมกับกลิ่นของน้ำอบที่ลอยอบอวลพัดผ่านหน้าพาให้รู้สึกสดชื่น เสียงเพลงและบรรยากาศการสาดน้ำยามบ่ายเกิดขึ้นอยู่นอกวัด มองออกไปแล้วได้แต่คิดถึงตัวเองเมื่อครั้งเป็นเด็ก ตอนนี้หมดความรู้สึกอยากจะเล่นน้ำแบบนั้นเสียแล้ว

 

ยามเช้าหินมาวัดเพื่อใส่บาตร ไหว้พระ ตอนบ่ายก็กลับมาอีกครั้งกับกลุ่มเพื่อนที่นานๆจะเจอกันที

 

มาเพื่อเพื่อนอีกคนที่อยู่ในความทรงจำไม่ห่างหาย

 

“เย็นนี้เจอกันกี่โมงวะ”

 

“เหล่าเบียร์บ่ออั้นแมนบ๊อ” (เหล้าเบียร์ไม่อั้นใช่ไหม)

 

“วันเกิดหมู๊ทังเทือ สิฉลองไห่ฮอดมื่ออื่นเลยครับ” (วันเกิดเพื่อนทั้งที จะฉลองให้ถึงพรุ่งนี้เลยครับ)

 

ยังไม่ทันจะพ้นเขตวัดเพื่อนตัวดีที่คบหากันมาตั้งแต่เด็กก็เริ่มพูดคุยถึงงานเลี้ยงเย็นนี้ หินปรายตามองเพื่อนที่กำลังไฮไฟว์กันสนุกสนาน สีหน้าท่าทางนั้นบ่งบอกชัดเจนว่ากำลังรอคอยสิ่งใด

 

“บ่อทันพ่นเขตวัดกะคิดเรืองบ่อดีแล่ว?” (ยังไม่ทันพ้นเขตวันก็คิดเรื่องไม่ดีแล้ว?)

 

หินพูดพลางส่ายหัวอ่อนใจ

 

“ไม่ดีตรงไหน พวกกูแค่จะฉลองวันเกิดให้มึงเท่านั้น”

 

หนึ่งในเพื่อนสนิทนามว่าจอห์น ผู้ซึ่งพูดอีสานไม่ได้เพราะที่บ้านให้พูดภาษากลางมาตั้งแต่เด็กเอ่ยขึ้น

 

“แน่ใจว่ามึงคิดแค่นี้?”

 

“ไม่ เหล้าเท่านั้นที่กูคิดถึง”

 

“ฮ่าๆๆๆๆ” แล้วเสียงหัวเราะอย่างถูกใจก็ดังขึ้นประสานกัน ขาแกร่งจึงยื่นออกไปเตะเพื่อนตัวเองด้วยความหมั่นไส้

 

“ทำไมมึงยอมรับง่ายจังวะ” เชนเอ่ยขึ้นอีกคน

 

“อยู่ในวัด กูไม่อยากโกหก”

 

หินไม่อยู่รอฟังบทสนทนาไร้สาระต่อจากนั้น เมื่อเห็นเจ้าของวันนี้เดินไปทางรถเพื่อนทั้งสามจึงต่างรีบวิ่งตาม แม้ว่าวันนี้จะสนุกกันเพียงใดแต่พวกเขาทั้งหมดก็ไม่ลืมเพื่อนอีกคนบนสวรรค์

 

มาทำบุญให้แล้วนะ นางฟ้าของพวกเขา

 

--

 

ตกเย็นก่อนงานเลี้ยงจะเริ่มก็เป็นการใช้เวลากับครอบครัว ผู้หญิงที่ใกล้เข้าสู่วัยผู้สูงอายุนั่งอยู่บนเก้าไม้พันธ์หายากตัวใหญ่ เคียงข้างกับชายที่อายุมากกว่า โดยมีลูกชายนั่งคุกเข่าอยู่ตรงหน้า ลูกสาวนั่งอยู่อีกด้าน

 

น้ำเย็นฉ่ำหอมกลิ่นมะลิโอบอุ้มเท้าสองคู่ มือหนาหยาบสากค่อยๆลูบไล้ ล้างเท้าที่ลำบากลำบนเลี้ยงตนมา ขณะที่ปากกล่าวคำขอขมาในสิ่งที่ล่วงเกินผู้ให้กำเนิด

 

จากนั้นหินจึงยกเท้าของพ่อกับแม่มาวางลงบนหน้าขาที่มีผ้าสะอาดรองอยู่ก่อนแล้วค่อยๆเช็ดความเปียกนั้นออกให้แห้ง กล่าวคำอธิษฐานจิตก่อนจะก้มหมอบลงแล้วนำเท้าสองคู่มาวางลงบนหัว เมื่อสัมผัสอ่อนโยนไล้ไปมาข้างแก้มสองสามครั้งจึงผละออกแล้ววางเท้าพ่อกับแม่ลงบนพื้น นำพานธูปเทียนยื่นส่งให้ ก่อนจะก้มลงกราบ

 

คนเป็นพ่อและแม่ยิ้มรับพลางกล่าวคำอวยพร จากนั้นจึงรั้งตัวของหินเข้ามากอด

 

“เป็นคนดีอย่างที่เป็น ตลอดไปนะลูก”

 

หินพยักหน้ารับ ถึงไม่มีคำพูดสวยหรูแต่ถึงอย่างนั้นดวงตาก็แสดงออกถึงการรับคำ

 

ทางด้านคนเป็นพ่อที่หยิบกระดาษบนพานขึ้นมาดูแล้วได้แต่ยกยิ้ม มากกว่าซองเงินแล้วคือความสำเร็จของลูกชายคนนี้ที่ไม่เคยทำให้ผิดหวังเลยสักครั้ง

 

“เก่งมาก” ไม่มีคำพูดใดที่มากกว่านั้นไม่ต่างจากคนเป็นลูก

 

เพียงเท่านี้ก็เป็นวันเกิดที่ดีแล้ว

 

--

 

เมื่องานเลี้ยงเริ่มเจ้าของวันเกิดก็ปลีกตัวมายังพื้นที่ของตัวเอง ไม่พ้นว่าคนเป็นแม่จะเข้ามาโวยวายในวันพรุ่งนี้ทว่าหินไม่สนใจ ปาร์ตี้เล็กๆฉบับเพื่อนสนิทเริ่มขึ้นโดยถูกตัดขาดจากคนภายนอก

 

ท่ามกลางเสียงเพลงและเครื่องดื่มมึนเมาร่างสูงกลับนั่งจับจ้องโทรศัพท์ในมือไม่วางตา

 

ลืมไปเลยว่ายังไม่ได้บอกแฟนว่าวันนี้เป็นวันเกิด

 

“เอ้า จับอยู๊หั่นล่ะโทรศัพท์ เป็นหยังคะสามี” (เอ้า จับอยู่นั่นแหละโทรศัพท์ เป็นอะไรคะสามี)

 

คำพูดมาพร้อมกับร่างเพรียวที่เข้ามากอดคอจากทางด้านหลัง เพราะมัวแต่เหม่อลอยคิดถึงแฟนจึงไม่ทันได้เบี่ยงตัวหลบ

 

งานนี้มีเพื่อนสนิทมากันเพียงห้าหกคน หนึ่งในนั้นคือไอ้ชาติ หรือชาช่าที่กำลังกอดคอกันอยู่ตอนนี้

 

“กูกำลังคิดถึงเมีย”

 

“ต๊าย คิดถึงกูเหรอ”

 

“เมียกูชื่อแฟน”

 

“หมดอารมณ์เลยค่า! เบรกกูจนหัวทิ่ม อีเชนคะ มาเก็บเพื่อนมึงค่ะ”

 

สาวสวยที่ไม่ใช่สาวแท้ผละออกห่างก่อนจะเดินนวยนาดไปหาเพื่อนที่นั่งอยู่บนเก้าอี้อีกตัว

 

“เหลือโตนเด้ มาๆ มาซบอกพี่มา” (สงสารจัง มาๆ มาซบอกพี่มา)

 

หินได้แต่ส่ายหน้าพลางเลื่อนสายตากลับมายังหน้าจอโทรศัพท์ของตัวเองอีกครั้ง

 

วันนี้ทำนู้นทำนี่ทั้งวัน ไม่ได้ลืมเพียงแต่ไม่มีโอกาสจะบอก ได้คุยกันผ่านไลน์เพียงแค่ช่วงเช้า ครั้นตอนนี้แฟนก็คงกำลังวุ่นอยู่กับการเตรียมตัวกลับ อีกคนจะบินกลับตอนกลางคืนของวันที่สิบสามซึ่งก็คือวันนี้

 

ถ้าถามว่าที่ผ่านมาทำไมไม่บอก...ตอบตามความจริงแล้วหินไม่คิดว่ามันเป็นเรื่องสำคัญขนาดนั้น

 

แต่ก็รู้ดีว่าสำหรับคนเป็นแฟนกันแล้วคงไม่ใช่ เมื่อลองคิดกลับกันเขาก็อยากรู้วันเกิดอีกฝ่ายอยู่เหมือนกัน

 

สุดท้ายนิ้วก็กดคอลหาแฟนขณะลุกขึ้นเดินไปยังด้านนอกเนื่องจากเสียงเพลงดังอยู่รอบด้าน รอสายด้วยใจตุ้มๆต่อมๆ กระทั่งสายถูกตัดไปโดยไม่ถูกกดรับ

 

คิ้วเข้มขมวดเข้าหากัน ลองโทรอีกครั้งก็เป็นเหมือนเดิมจึงตัดสินใจส่งข้อความทิ้งเอาไว้

 

เดินทางปลอดภัย ถึงแล้วโทรมาด้วย

 

แล้วก็...วันนี้วันเกิดกู

 

--

 

แสงแดดจากหน้าต่างเล็กๆข้างหัวพลันทำให้คนนอนค่อยๆรู้สึกตัว อาการหนักอึ้งจากแอลกอฮอล์แล่นเข้ามาเล่นงานจนต้องสะบัดหัวสองสามที ถึงจะไม่ถึงกับเมาจนไม่มีสติแต่ก็อาการหนักไม่น้อยเพราะเพื่อนตัวดีทั้งหลาย และทั้งหมดตอนนี้คงอยู่อีกบ้านจึงได้ไม่เห็นเงาของใครสักคน

 

อันดับแรกที่คนตื่นทำคือหยัดกายขึ้นเดินหาโทรศัพท์ หลังจากส่งข้อความแล้วหินไม่ได้แตะต้องมันอีกเนื่องจากความวุ่นวายรอบตัว เมื่อสติกลับมาเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์ ความร้อนใจมากมายก็ตามมาเพราะกลัวแฟนติดต่อกลับแล้วจะไม่ได้รับ

 

และแล้วสิ่งที่กลัวก็เกิดขึ้น มากกว่าสายที่โทรเข้าผ่านไลน์คือข้อความซึ่งถูกส่งเข้ามา

 

กูรู้วันเกิดมึง...เป็นคนสุดท้าย

 

มีเพียงข้อความเดียวแต่สะท้านใจคนฟังจนต้องทรุดตัวนั่งลงบนเก้าอี้

 

โดยไม่ต้องบอก ไม่ต้องอธิบาย ไม่ต้องขยายความ...แฟนโกรธอย่างแน่นอน

 

ดูจากเวลาบนหน้าจอแล้วคำนวณระยะเวลาการเดินทางมันก้ำกึ่งว่าแฟนเดินทางถึงไทยแล้วหรือกำลังจะถึง หินพยายามข่มความร้อนรน รอคอยเวลาอีกหนึ่งชั่วโมงค่อยพยายามติดต่อหาแฟนไปอีกครั้ง

 

หนึ่งชั่วโมงที่แต่ละวินาทีผ่านไปอย่างเชื่องช้าในความรู้สึก หนึ่งชั่วโมงที่ไม่แม้แต่จะลุกขึ้นไปจัดการกับตัวเอง ไม่ลุกขึ้นหาอะไรกินแก้อาการปวดหัว

 

ระหว่างนั้นหินหาอะไรทำฆ่าเวลาแห่งความว้าวุ่นด้วยการเข้าไปเช็กเฟซบุ๊ก หวังจะดูความเคลื่อนไหวของแฟนที่อาจจะอัพเดตอะไรสักอย่างให้รู้ แต่สิ่งที่เจอกลับเป็นสาเหตุที่อาจทำให้แฟนโกรธกันมากกว่าที่คิด

 

หน้าเฟซบุ๊กเต็มไปด้วยการโพสต์และแท็กจากเพื่อน สิ่งที่ยิ่งตอกย้ำว่าแฟนรับรู้เป็นคนสุดท้าย

 

ยิ่งเห็นยิ่งร้อนใจ กระทั่งยังไม่ทันถึงหนึ่งชั่วโมงดีมือก็กดโทรศัพท์โทรออกทันใด

 

ถ้าติดแสดงว่าอีกฝ่ายถึงเมืองไทยแล้ว...และมันก็ติด

 

หินรอคอยเสียงสัญญาณราวกับรอคอยประกาศผลสอบ และมันคงเป็นการสอบตกเมื่อสายถูกตัดไปโดยที่ปลายสายไม่ได้รับ

 

ถึงอย่างนั้นก็ยังไม่หมดความพยายาม เพียรโทรหาแฟนอีกครั้งและอีกครั้ง

 

“แฟน!” เสียงเรียกดังก้องอย่างไม่อาจควบคุมทันทีที่อีกฝ่ายกดรับโดยไม่ทันได้ตั้งตัว

 

ทว่าปลายสายกลับเงียบจนต้องละโทรศัพท์จากหูมาดูว่าสายถูกตัดไปหรือไม่ เมื่อพบว่าแฟนยังคงถือสายอยู่จึงลองเรียกอีกครั้ง

 

“แฟน...” คราวนี้น้ำเสียงอ่อนลงเว้าวอน ความผิดนี้หินยอมรับผิดแต่โดยดี

 

(...)

 

“ถึงบ้านหรือยัง” เลือกถามไปถึงเรื่องที่เป็นห่วงมากที่สุดแม้ว่าคนถูกถามอาจจะไม่ยอมพูดคุย

 

(...)

 

“ยังไงก็รีบพักผ่อนนะ เดินทางมาเหนื่อยๆ”

 

(...)

 

“กูรู้ว่ามึงโกรธเรื่องวันเกิด กูผิดเองที่ไม่ได้บอก...ขอโทษ”

 

ไม่มีอะไรจะพูดมากไปกว่าทั้งหมดเป็นความผิดของตัวเองและกล่าวคำขอโทษให้กับความคิดน้อยนี้

 

(มึงไม่บอกเพราะกูไม่สำคัญสำหรับมึงใช่ไหม)

 

น้ำเสียงของคนที่ยอมเอ่ยปากพูดไม่สั่นสะอื้น ไม่ตะคอก ไม่รุนแรง ทว่าความเรียบเรื่อยนั้นกลับเสียดแทงใจคนฟังจนสะอึก ความปวดปร่าแล่นพล่านไปทั่วอก

 

ด่ากันยังดีกว่านี้

 

“มึงสำคัญ”

 

(งั้นคงเป็นความสำคัญที่น้อยที่สุดสำหรับมึงกูถึงไม่รู้อะไรเลย เราคุยกันทุกวันแต่มึงไม่แม้แต่จะบอกกูสักครั้ง หรืออาจจะผิดตรงที่กูใส่ใจมึงไม่มากพอ กูคิดง่ายเกินไปใช่ไหมว่ามึงจะบอกออกมาเอง)

 

เมื่อได้พูดเพียงประเดียวทุกคำที่อัดอั้นอยู่ในหัวก็พรั่งพรูออกมาราวกับเขื่อนแตก ไม่อาจรักษาความสงบในน้ำเสียงและท่าทีได้อีกต่อไป

 

แฟนกลับถึงบ้านราวหนึ่งชั่วโมง ตลอดการเดินทางที่พยายามติดต่อหาหินไร้ซึ่งการตอบกลับ ทุกวินาทีผ่านไปด้วยความน้อยใจและเสียใจ ทรมานกับความรู้สึกที่ว่าตัวเองไม่สำคัญกับอีกฝ่ายจนปวดหัว ไม่สามารถข่มตาลงได้ทั้งที่แสนเหนื่อยล้ากับการเดินทาง

 

แค่จะบอก มันยากมากเลยใช่ไหม

 

“แฟน กู...”

 

(กี่ครั้งแล้วหิน กี่ครั้งกับการรับรู้เรื่องของมึงเป็นคนสุดท้าย มึงชอบคิดว่ามันไม่มีอะไรมากมาย แต่สำหรับกูมันมี เพราะมึงเป็นแฟน เป็นคนสำคัญ กูถึงได้อยากรู้ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเล็กน้อยแค่ไหนก็ตาม)

 

ที่ผ่านมาพยายามไม่คิดกับหลายเรื่องที่ไม่รู้จากหิน ยอมปล่อยผ่านอย่างพยายามเข้าใจในความเป็นหิน แต่เรื่องนี้มันมากเกินกว่าจะปล่อยผ่านหรือพูดออกมาได้ว่าไม่เป็นไร

 

ทุกคนรู้ เพื่อนในเฟซรู้ มีงานปาร์ตี้...แต่คนเป็นแฟนกลับไม่รู้เรื่องอะไรเลยแม้แต่น้อย และหินเลือกจะส่งข้อความมาบอกในนาทีที่อีกไม่กี่ชั่วโมงจะเลยพ้นวันเกิด

 

ควรต้องรู้สึกยังไง

 

“...” คนฟังสะอึกจนพูดไม่ออก หินนั่งนิ่ง มือที่ไม่ได้ถือโทรศัพท์กำแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน

 

ความไม่ชอบพูด ไม่ชอบเล่า มันจะทำลายเราถ้าไม่เรียนรู้การเปลี่ยนแปลง กับแฟนยอมเผยความคิดให้รับรู้มากกว่าคนอื่นแต่มันคงไม่มากพอในความเป็นจริง

 

ไม่โทษใครเลย เพราะตัวเองทั้งนั้น

 

(บางทีกูก็คิด...หรือเพราะความรู้สึกของเราไม่เท่ากัน หรือเป็นกูที่รู้สึกมากกว่า)

 

“ไม่ กูรู้สึกกับมึงไม่ได้น้อยไปกว่าที่มึงรู้สึกกับกู”

 

หินตอบกลับทันทีอย่างไม่อาจทานทน คำว่าความรู้สึกไม่เท่ากันไม่ใช่ความจริง

 

(แล้วมันมากแค่ไหน มากพอที่มึงจะบอกทุกเรื่องกับกูได้หรือเปล่า เมื่อไหร่มันจะมากพอไปถึงตรงนั้น...ตรงที่มึงรักกูเหมือนที่กูรักมึง)

 

เกิดความเงียบปกคลุมบทสนทนาฉับพลัน คำว่ารักทำให้คนฟังนิ่งงันเหมือนถูกสาปด้วยน้ำแข็ง ท่ามกลางความห่อเหี่ยวแสนเจ็บปวดกลับมีความสวยงามผุดแทรกขึ้นมา เป็นความรู้สึกที่ไม่อาจอธิบายได้ทั้งหมด

 

เหมือนลุกขึ้นมากู่ร้องอย่างยินดีในงานศพ...มันไม่สมควร

 

นานหลายนาทีกว่าริมฝีปากได้รูปจะค่อยๆขยับ วางความรู้สึกอิ่มเอมนั้นลงไว้ชั่วครู่แล้วกลับมาสู่ความยังไม่เข้าใจกัน

 

“กูระ...” ทว่าแฟนกลับขัดขึ้นจนคำที่ตั้งใจไม่หลุดออกจากปาก

 

(คิดให้ดีก่อนจะตอบ เผื่อคิดดีแล้วคำตอบของมึงอาจไม่เป็นอย่างนั้น เราอาจจะไม่ต้องดันทุรังกันไปมากกว่านี้)

 

“ไม่!” เสียงตะโกนดังลั่นเมื่อสมองตีความหมายของคำว่าไม่ต้องดันทุรังไปเลวร้ายถึงขีดสุด

 

เขาไม่มีวันยอมให้มันเกิด ยังไม่พร้อมจะหยุดเดินด้วยกันในตอนนี้....ไม่มีวัน

 

(กูถึงบ้านแล้ว อยากพัก คงช้าไปมากที่จะพูดคำนี้แต่ยังไงก็...สุขสันต์วันเกิด)

 

บทสนทนาถูกทิ้งท้ายไว้เพียงเท่านั้นก่อนสายจะถูกตัดไปโดยที่หินรั้งเอาไว้ไม่ทัน มือหนาที่ถือโทรศัพท์อยู่แนบหูกำแน่นจนสั่นระริก ความปวดหัวที่รุมเร้าไม่เท่ากับความเจ็บปวดข้างในที่ไม่อาจอธิบายหรือกินยารักษาได้

 

ทุกคำพูดของแฟนหลั่งไหลเข้าหัวแล้วซึมลึกลงไปถึงใจ แม้จะรู้สึกแย่กับการทำอีกคนเสียใจแค่ไหนแต่ก็ยังมีประโยคหนึ่งที่หล่อเลี้ยงหัวใจอันเหี่ยวเฉาให้ไม่ตายลงตรงนี้

 

เหมือนที่กูรักมึง...

 

รักมึง

 

รัก

 

คำว่าชอบมีผลต่อหัวใจมากเท่าไหร่ คำว่ารักนี้มีผลกว่าหลายสิบหลายร้อยเท่า

 

โกรธก็จะง้อ ทำผิดก็จะแก้ไข...ไม่มีทางปล่อยไป

 

ขอโทษ

 

รักของมึงคือของขวัญที่ดีที่สุดในปีนี้

 

ถึงแฟนจะไม่อยากรับโทรศัพท์ ไม่อยากตอบข้อความ แต่ขอแค่อ่านมันก็ยังดี

 

 

TBC.

 

มาแล้วววว ทุกคนกลับมาอ่านตอนปกติก่อนนะคะ

อย่าเพิ่งไปจดจ่อกับตอนพิเศษขนาดนั้น><

ก่อนอื่นเลยต้องบอกว่าสุขสันต์วันสงกรานต์ค่าาา

เดินทางอย่างระมัดระวัง เล่นน้ำกันให้สนุกสนาน เมาไม่ขับน้า

สำหรับใครที่นอนอืดๆอยู่บ้านเหมือนโซแอลก็มาอ่านพี่หินกันค่ะ อิอิ

นอกจากสุขสันต์วันสงกรานต์แล้วคงต้องพูดว่าสุขสันต์วันเกิดคนห่ามคนหื่นของเรา

วันนี้วันที่13เมษา เป็นวันเกิดของพี่หิน เย้ๆ

แต่กลับเป็นวันเกิดและสงกรานต์ที่ไม่ค่อยแฮปปี้เอาซะเลยเนอะ555555

มาลุ้นกันว่าพี่หินคนไม่ชอบพูดจะง้อน้องยังไง คึคึ

แล้วเจอกันตอนหน้านะคะะะ อย่าลืมแท็ก #พี่หินคนห่าม ด้วยน้า

เค้ารออ่านคอมเมนต์และฟีดแบคตลอดๆเลย

เยิฟยูออลค่ะ^^

ปล.ง่วงมาก นั่งอ่านมาทั้งวันตาจะปิด ตรงไหนไม่ลื่นไหลยังไงบอกได้เลยนะคะ


 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2.456K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

5,743 ความคิดเห็น

  1. #5683 PandaPuffycheeks (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2563 / 07:19
    แต่เหมือนน้องแฟนรู้วันเกิดหินตอนหินไปบ้านพ่อแม่แฟนแล้วรึเปล่า รึน้องรู้แค่เดือน
    #5,683
    0
  2. #5673 Foxgo_O (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 24 เมษายน 2563 / 23:50
    เข้าใจเลยอ่าา เราก็อยากสำคัญกับแฟน แต่กลายเป็นว่าอะไรๆเราก็รู้เป็นคนสุดท้าย น้อยใจเหมือนกัน
    #5,673
    0
  3. #5651 Airzaa1810 (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 30 มีนาคม 2563 / 22:46
    พี่หินนนนนนนน น้องแฟนโกรธจริงๆแล้วนะ
    #5,651
    0
  4. #5625 Liyanju (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 18 มีนาคม 2563 / 20:38
    แรงมากเด้อ มันแบบเรามีแฟนก็อยากเป็นคนสำคัญไง แต่เราดันรูทุกอน่างเป็นคนสุดท้าย
    #5,625
    0
  5. #5558 yuri_miko (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 3 ธันวาคม 2562 / 16:00
    โถ่ แล้วน้องบอกแล้วใช่มั้ยว่าห้ามเมาจนไม่มีสติน่ะ
    #5,558
    0
  6. #5531 24-14 (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2562 / 22:01

    ออันนี้แรงเด้อในความรู้สึกของเรา

    #5,531
    0
  7. #5466 rattanalak44 (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2562 / 21:56
    ชอบทำไห้เมียงอนนะพี่หิน
    #5,466
    0
  8. #5418 12311232123312 (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2562 / 10:25
    แงงงงงงงง่
    #5,418
    0
  9. #5368 Bammiiee (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 24 มิถุนายน 2562 / 10:44
    สมน้ำหน้าจ้าพี่หิน
    #5,368
    0
  10. #5335 Nuthathai Por (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2562 / 13:05
    รีบง้อน้องเลยนะพี่หิน
    #5,335
    0
  11. #5259 kingkongjp (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 15 เมษายน 2562 / 07:46
    อันนี้เข้าใจพี่หินส่วนนึงว่าเป็นแบบนี้ โดยส่วนตัวเป็นคนไม่ซีเรียสเรื่องแบบนี้ด้วยมั้งเบยเอียงเข้าหาหินนิดนึง
    #5,259
    0
  12. #5186 ilyyy (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 20 มกราคม 2562 / 16:28
    พี่หินก็คือพี่หินเถอะ มีอะไรไม่ยอมพูดไม่ยอมบอก ถ่าเราเป็นแฟนก็คงน้อยใจ เสียใจเหมือนกัน
    #5,186
    0
  13. #5177 Minyy (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 19 มกราคม 2562 / 09:51
    คือเข้าใจความรู้สึกแฟนเลยค่ะ มันจึ้กตรงใจเลย สำหรับคนที่คบกันเรื่องเล็กๆน้อยๆของเขาก็สำคัญสำหรับเราทั้งนั้น และยิ่งประโยคที่ว่า ‘เมื่อไหร่มันจะมากพอไปถึงตรงนั้น ตรงที่-รักกูเหมือนที่กูรัก-’ แบบเจ็บ เจ็บจริงน้ำตามา ประโยคเรียบๆแต่แฝงด้วยความน้อยใจที่สะสมมานานมากจริงๆ ;-;
    #5,177
    0
  14. #5157 ARMMOMII |♡ (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 6 มกราคม 2562 / 23:41
    เราไม่เคยมีแฟนนะคะ ก็เลยลองเอาเรื่องนี้ไปถามคนที่มีแฟนดูว่า แค่ไม่บอกวันเกิด มันจะอะไรขนาดนี้เลยหรอ เขาก็ขำๆ แล้วก็บอกเราว่า ต่อให้เรื่องเล็กน้อยกว่าวันเกิด มันก็ขนาดนี้ได้ ที่แกมองว่ามันเล็ก เพราะแกยังไม่มีภาพคนที่รักอยู่ในหัว ก็ลองคิดดูว่าถ้าแม่ลืมวันเกิด แกจะรู้สึกยังไง การไม่บอกให้รู้ ก็เสียใจไม่แพ้กัน
    #5,157
    0
  15. #5146 oiljack29 (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 3 มกราคม 2562 / 15:53
    น้ำตาไหล😢
    #5,146
    0
  16. #5072 Jibangrin (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2561 / 21:26
    จี้ดดดดด เจ็บ55555555 ง้อ!!!!
    #5,072
    0
  17. #5062 hannna (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2561 / 02:20
    อีพี่หินคนใจร้ายยยยยยยวววว ไปง้อน้องเลยนะ เดี่ยวนี้เลยย!!!
    #5,062
    0
  18. #4997 nannapas331 (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2561 / 19:28
    พี่หินไปว้อเร็วๆเลยคะ
    #4,997
    0
  19. #4826 pim pimmi (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2561 / 01:18
    ง้อด่วนเลย
    #4,826
    0
  20. #4825 ojay2 (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 30 กันยายน 2561 / 22:24
    ไปง้ออออเลยย หินต้องพูดมากกว่านี้สินะ
    #4,825
    0
  21. #4755 jaisai09 (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 28 กันยายน 2561 / 10:21
    ง้อด่วนๆๆๆเลยพี่
    #4,755
    0
  22. #4694 areenachesani (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 20 กันยายน 2561 / 11:28
    เข้าใจพี่หินน้าา แต่ก็เข้าใจแฟนเหมือนกานน // เค้าบอกรักก๊านนน
    #4,694
    0
  23. #4678 Aomm8 (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 13 กันยายน 2561 / 18:16
    หน่วงงงงงง
    #4,678
    0
  24. #4673 Ilo_harlveen (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 1 กันยายน 2561 / 16:36
    ว่าแล้ววววว
    #4,673
    0
  25. #4602 หมาแบ้กหมูจู (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2561 / 01:20
    ฮือออออออจะร้อง
    #4,602
    0