Happy New Boyfriend!

ตอนที่ 15 : ตอนที่ 14 : "FAN"

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 45,127
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2,178 ครั้ง
    25 ก.พ. 61


ตอนที่ 14
#พี่หินคนห่าม

 

“ไม่รู้ว่าเรื่องนี้จำเป็นต้องบอกไหม แต่มันอาจดีกว่าถ้ามึงรู้จากตัวกูเอง...เรื่องที่กูจบปริญญาโทจากที่นี่กูไม่ได้โกหก แต่แค่ไม่ได้บอกมึงว่าก่อนหน้านั้นกูจบปริญญาตรีจากที่อื่น”

 

--

 

ที่อื่นที่ว่าคงไม่ต้องให้เจ้าตัวเอ่ยบอกเมื่อหลักฐานยังคงอยู่ในมือ หลังจากหินพูดจบความเงียบก็เข้าปกคลุมคนทั้งสอง ดวงตาคู่สวยฉายความรู้สึกที่ไม่อาจคาดเดา ราวกับกำลังสื่อสารกันผ่านทางสายตาแต่กลับคุยกันคนละภาษา กระทั่งแฟนเริ่มขยับตัวด้วยการวางของในมือลง จากนั้นร่างบางจึงค่อยๆก้าวตรงมาหาเชื่องช้า

 

“มึงไม่เหมือนหินที่กูรู้จักวันแรก”

 

“แฟน...”

 

เสียงเรียกดังขึ้นเพียงเท่านั้นก่อนหินจะลอบถอนหายใจออกมาแผ่วเบา เกิดความรู้สึกยุ่งยากที่จะอธิบายเรื่องราวทั้งหมด แต่เหนือสิ่งอื่นใดคือท่าทางของคนตรงหน้าที่ทำให้ยุ่งยากใจเสียยิ่งกว่า

 

“กูคือกู อย่างอื่นมึงไม่ต้องสนใจ”

 

มือหนาเอื้อมไปดึงมือเล็กมาจับเอาไว้เมื่อรับรู้ได้ถึงความไม่ปกติจากแฟน

 

“กูไม่ได้ดีใจเลยที่มึงดูจะเพียบพร้อมไปทุกอย่าง”

 

แฟนไม่อาจอธิบายออกมาได้ว่ากำลังรู้สึกอย่างไรกับเรื่องที่ได้รับรู้ จะว่ามึนงงก็ไม่ใช่ สับสนก็ไม่ถูก โกรธยิ่งไม่ใช่ไปใหญ่

 

บอกไม่ถูกจริงๆ

 

“กูไม่ได้เพียบพร้อมอะไร” คนถ่อมตัวเอ่ยเสียงเรียบ

 

“กูอยากให้มึงเป็นแค่หิน...เป็นพี่หินแค่เท่านั้น”

 

หากในเวลาอื่นคำว่าพี่หินคงเขย่าใจคนฟังจนวูบไหว แต่ยามนี้แววตาลุ่มลึกและคำพูดนั้นของแฟนทำให้รู้สึกไปอีกอย่าง

 

ไม่ใช่ความรู้สึกที่ดีนัก


“กูก็ยังคือกูไง ถึงวันแรกกับวันนี้กูจะแตกต่างกันในความรู้สึกของมึง แต่กูยังคือคนเดิมเหมือนที่เคยบอกไป...ไม่ว่าจะมีเรื่องราวอะไรที่เกี่ยวกับกูเพิ่มขึ้น กูก็ยังเป็นผู้ชายธรรมดาที่อยู่ตรงหน้ามึงตลอดสามเดือน”

 

แฟนจับจ้องมองคนตรงหน้า คำพูดมากมายเมื่อครู่แทบไม่เข้าหัว ดวงตาคู่สวยกวาดมองไล่ตั้งแต่หน้าผาก ลงมายังจมูกโด่งเป็นสัน ริมฝีปากได้รูป โครงหน้าซึ่งมีเค้าโครงชัด ผิวสีแทนตามแบบฉบับของผู้ชาย ท้ายที่สุดแล้วจึงวกกลับมาจบที่ดวงตาคม มองสบอยู่หลายนาทีก่อนจะก้าวเท้าเข้าไปใกล้จนต้องเงยหน้าขึ้นมองอีกฝ่าย เมื่อความสูงของตัวเองสุดแค่ตรงปลายคางแกร่ง

 

“ทำไมไม่บอกเรื่องนี้กูแต่แรก”        

 

“กูไม่อยากพูดให้รู้สึกว่ากำลังอวดประวัติของตัวเอง”

 

หินตอบคำถามด้วยสีหน้ามั่นคง แววตาไม่มีสั่นไหว และคำตอบนั้นก็ทำให้แฟนถอนหายใจเฮือก หอบเอาความรู้สึกขมุกขมัวออกไปจากข้างในแล้วพยายามทำความเข้าใจว่าคนตรงหน้านี้คือหิน

 

ความหินนี่มันจริงๆ

 

“กูควรรู้สึกยังไงดี เอามึงไปอวดกับทุกคนดีไหมว่ามีหลัวที่เก่งขนาดนี้”

 

ใบหน้าและคำพูดของแฟนผ่อนปรนความเครียดขึงลงจนหินเริ่มโล่งใจ พลันจากการจับมือหลวมๆจึงเปลี่ยนเป็นรั้งเอวบางเข้ามาหาตัว

 

“รู้เหรอว่ามหาลัยกูเป็นมหาลัยอะไร” คิ้วเข้มเลิกขึ้นพลางเอ่ยด้วยเสียงกลั้วหัวเราะ

 

“ดูจากชื่อก็รู้ว่าต้องขึ้นชื่อด้านดนตรี”

 

“อืม ถูก”

 

“ก็ชื่อโมสาร์ทขึ้นมาซะขนาดนั้น”

 

แฟนทำสีหน้าราวกับจะบอกว่าใครไม่รู้ก็บ้าแล้วจนหินหลุดหัวเราะในลำคอ บรรยากาศแปลกๆก่อนหน้าเลือนหาย หลงเหลือเพียงความรู้สึกเช่นปกติของคนทั้งสอง 

 

“แล้วไหนมึงบอกว่าไม่รวย”

 

คนถามหรี่ตาลงจับผิดพลางเคาะนิ้วลงบนอกแกร่งระหว่างรอเวลาฟังคำตอบ

 

“กูไม่รวย...ที่ไปเพราะได้ทุน”

 

“หมั่นไส้ความเก่ง”

 

แทนที่จะทำหน้าปลาบปลื้มแต่แฟนกลับเบะปากใส่ สีหน้าแสดงออกไปในทางเดียวกันกับคำพูด

 

“หึ มึงต้องปลื้มสิที่หลัวตัวเองเก่งขนาดนี้”

 

คำโอ้อวดครั้งแรกหลุดออกจากปากเพียงเพราะอยากให้คนตรงหน้าเป็นปลื้ม ทว่าดูจากหน้าตาของแฟนแล้วมันกลับไม่เป็นเช่นนั้น

 

“ไม่ปลื้ม เก่งแล้วไง เรียบจบจากนอกแล้วไง มันไม่ใช่สิ่งที่บ่งบอกว่ามึงจะรักกูไปตลอดนี่”

 

ต่อให้เก่งกว่านี้ รวยเป็นมหาเศรษฐี หรือหล่อเท่าคริส เฮมสวอร์ธ มันก็การันตรีความสัมพันธ์ไม่ได้

 

ตรงกันข้าม ยิ่งอีกฝ่ายสมบูรณ์แบบเท่าไหร่ยิ่งทำให้ย่อมไปจากกันโดยง่ายเนื่องจากมีคนอยากเข้าหาเป็นพรวน

 

คำตอบที่คนฟังชะงักไปในวินาทีแรก จากนั้นมุมปากจึงยกขึ้นเป็นรอยยิ้ม ก่อนจะซบหน้าผากลงกับหน้าผากของคนในอ้อมแขน

 

“มึงจะสื่อว่าต่อให้กูไม่เก่ง เป็นนักดนตรีจนๆที่ไม่มีความหล่อ แต่ขอแค่รักมึงเท่านั้นก็ได้ใช่ไหม”

 

ประโยคยกตัวอย่างทำให้คำว่ารักยังไม่สมบูรณ์แต่ถึงอย่างนั้นก็ส่งผลต่อความรู้สึก อีกทั้งสัมผัสและสีหน้าของคนพูดพลันหลอมละลายใจคนฟังจนอ่อนยวบ ความร้อนวิ่งลามมาที่แก้มจนกลัวว่าหินจะสัมผัสได้

 

“แต่ยังไงก็ขอหน้าตาแบบดูดีหน่อยแล้วกัน”

 

ถึงความรู้สึกจะไม่มั่นคงนักแต่คำพูดก็ยังคงความเป็นตัวเองจนหินส่ายหน้าเบาๆ ท่าทางคล้ายอ่อนใจกับคำตอบหากแต่ใจกลับเห็นด้วยอย่างไม่มีข้อโต้แย้งใดๆ

 

ยอมรับเถอะว่าคนเราเข้าหาเพราะรูปลักษณ์เป็นอันดับแรก ก่อนที่นิสัยและไลฟ์สไตล์จะตามมาเป็นอย่างหลัง

 

“อย่างมึงต้องลีลาดีด้วยถึงจะถูกใจ”

 

ปึก

 

มือบางบนอกแกร่งซัดใส่ปึกจนหินสะอึก น้ำหนักมือซึ่งไม่เบานักส่งผลให้เกิดความเจ็บในระดับหนึ่งจนต้องผละใบหน้าออกห่าง

 

“ทะลึ่ง”

 

“หรือไม่จริง”

 

“ไม่จริง”

 

“แน่ใจ?”  ริมฝีปากบางเม้มเข้าหากันเมื่อได้ยินเสียงทุ้มเอ่ยสูงขึ้นบ่งบอกว่าไม่เชื่อ

 

“แน่”

 

“งั้นต่อไปทำแค่ท่ามิชชันนารีนะ The Erotic V,Ascent to desire,The Waterfall และอื่นๆคงไม่จำเป็น”

 

มากกว่าสำเนียงที่ชัดเจนคือการจำชื่อท่าทั้งหมดได้...

 

“จำเป็น!

 

หลุดตอบออกไปเสียงดังจนมือที่ยกตะครุบปิดไม่อาจปิดทันคำที่หลุดออกจากปาก ขณะที่หินหัวเราะออกมาเสียงดังก้อง ยิ่งยามมองใบหน้าคนเผลอที่แดงก่ำแล้วยิ่งหัวเราะหนักเข้าไปใหญ่

 

ทางด้านคนคิดดังก็กัดปากที่อยู่ภายใต้มือของตัวเองจนเลือดแทบซิบ ร่างเล็กดิ้นหนีจากการถูกกอดแล้วก้าวถอยหลังไปไกล

 

“ไม่ต้องอายหรอกน่า กูเข้าใจ”

 

ประโยคนั้นแทบเปล่งออกมาไม่เป็นคำเมื่อคนพูดยังคงหัวเราะไม่หยุด

 

“กูลืมคำว่าไม่ จะบอกว่าไม่จำเป็น”

 

เสียงที่เอ่ยตอบดังอู้อี้เมื่อมันไม่อาจเดินทางผ่านมือที่ปิดกั้นออกมาได้

 

“หึ โอเคๆ กูเข้าใจ กลับมานี่” ท่อนขาแกร่งก้าวตามแล้วคว้าตัวคนที่ถอยห่างให้กลับมาแนบชิดเช่นเดิม

 

หินกลายเป็นโรคเสพติดความใกล้ชิดของแฟน เมื่ออีกคนอยู่ในครรลองสายตาจะไม่พ้นต้องดึงเข้ามากอด จูบ หรือทำอะไรสักอย่างให้ร่างกายคลอเคลียกันไม่ห่าง

 

กลิ่นหอมอ่อนเย้ายวนจากเรือนกายบางคือสารเสพติดชั้นดีที่มอมเมาให้อยากสูดดมตลอดเวลา

 

พอได้กลิ่นก็อยากกัด อยากทรมานร่างบางด้วยริมฝีปากของตัวเอง

 

“กอดทำไม”

 

ปากบางเป็นอิสระจากการถูกปิดเมื่อมือบางเปลี่ยนไปวางพักอยู่บนอกกว้าง แต่แก้มเนียนก็ยังคงขึ้นสีอยู่จางๆ

 

“อายอะไร จำเป็นก็จำเป็น กูไม่ได้ว่าอะไรสักหน่อย”

 

คำพูดราวกับจะปลอบแต่รอยยิ้มมุมปากนั้นไม่ได้ทำให้แฟนรู้สึกอายน้อยลงเลยแม้แต่น้อย

 

“งั้นมึงก็ห้ามยิ้มล้อกู”

 

“กูไม่ได้ล้อ แค่มีความสุขก็เลยยิ้ม”                             

 

“มีความสุขที่ได้แกล้งกูน่ะสิ” เสียงที่เอ่ยขึ้นจมูก ดวงตาสวยเฉี่ยวประกายไปด้วยความขุ่นเคือง

 

“หึ เพราะมึงคือความสุขไง”

 

คนไม่ได้ตั้งตัวได้แต่นิ่งงัน อารมณ์เปลี่ยนวูบราวกับเป็นไบโพล่า ความร้อนบนแก้มดูจะเพิ่มขึ้นยิ่งกว่าความอายเมื่อครู่จนเหมือนมันจะระเบิด รอยยิ้มเย้าหยอกแปรเปลี่ยนเป็นละมุนจนไม่คุ้นชิน

 

ไม่คุ้นชินโดยเฉพาะกับใจที่เต้นถี่รัวเหมือนมีกลองถูกตีเป็นร้อยชุดอยู่ข้างใน

 

“เขิน?” คนเห็นอาการนั้นเอ่ยถามขึ้นอย่างอดไม่ได้

 

“ทำไมต้องเขิน”

 

ลมหายใจถูกสูดเข้าปอดก่อนแฟนจะสลัดความหวั่นไหวข้างในออกแล้วหยิบหน้ากากแห่งความมั่นใจที่ใช้อยู่เป็นประจำขึ้นมาสวม

 

Cause I just said you are the reason I’m happy

 

เมื่อบอกเรื่องของตัวเองไปแล้วการพูดภาษาที่คุ้นชินจึงคล่องปากที่จะพูดมากขึ้น

 

No,I’m not blushing.” แฟนตอบกลับเป็นภาษาเดียวกัน                          

 

OK if you say so.

 

ถึงจะพูดอย่างนั้นแต่ใบหน้าของหินก็ไม่ได้เป็นไปตามคำพูดเลย เมื่ออีกฝ่ายทำหน้ากรุ้มกริ่มจนรับไม่ไหวปากเล็กจึงอ้างับปลายจมูกโด่งด้วยความหมั่นไส้

 

“โอ๊ย นี่กลายร่างเป็นหมาอีกแล้วเหรอ” มือหนายกขึ้นกุมจมูกตัวเองขณะที่อีกข้างก็ยังรัดเอวบางไม่ปล่อย

 

“อยากทำหน้าทำตาใส่กูนัก”

 

“งั้นกูกัดคืน”

 

“โอ๊ยยยย ไอ้พี่หิน”

 

เสียงร้องดังขึ้นเมื่อแก้มตัวเองตกอยู่ในปากของอีกฝ่ายบางส่วน ถึงหินจะไม่ได้ลงน้ำหนักงับเต็มแรงแต่ก็มากพอจะให้รู้สึกเจ็บ

 

“พอแล้ว ห้ามกัดคืน ถือว่าหายกัน” หินเอ่ยขึ้นเมื่อปากเล็กตั้งท่าจะตามมางับกลับอีกรอบ

 

ไม่รู้ว่าพวกเขามาถึงจุดที่เล่นกันเป็นเด็กแบบนี้ได้ยังไง

 

“น้ำลายเต็มหน้ากูเลย”

 

“น้ำลายมึงก็เต็มจมูกกูเหมือนกัน...เปื้อนทั้งสองคนแบบนี้ก็ไปอาบน้ำ จะได้ออกไปกินข้าว”

 

ถึงไม่อยากยอมแต่เพราะความหิวที่เริ่มเล่นงานก็ทำให้ล่าถอย เมื่ออีกคนคลายแรงรัดบนเอวลงแฟนจึงขยับออกห่าง

 

“งั้นกูไปอาบน้ำก่อน”                                                                

 

“อาบพร้อมกันนี่แหละ”

 

ยังไม่ทันจะได้ดิ้นหนีแขนใหญ่ก็สอดหมับเข้าที่เอวอีกครั้ง ก่อนจะออกแรงหิ้วพาเดินเข้าไปในห้องนอนราวกับเป็นสัตว์เลี้ยงตัวน้อยที่จะจับไปวางตรงไหนก็ได้

 

“กูไม่ใช่หมากระเป๋านะ”

 

ถึงจะเอ่ยอะไรไปก็ดูเหมือนประโยคเล่านั้นจะดังไม่เข้าหูหิน จนสุดท้ายแล้วเสียงโวยวายก็ถูกเปลี่ยนไปเป็นเสียงอย่างอื่น การอาบน้ำด้วยกันไม่ใช่เพียงแค่การอาบน้ำอีกต่อไป

 

สรุปว่าสุดท้ายการออกไปทานข้าวข้างนอกก็ต้องเปลี่ยนเป็นโทรสั่งมาทานที่ห้องเนื่องจากร่างกายของแฟนอ่อนแรงเพราะถูกสูบพลังไปจนหมด

 

--

 

“ถามจริง เขารู้ไหมเนี้ยว่ามึงโรคจิตขนาดนี้”

 

คนถูกถามไม่ตอบ ทำเพียงแค่หัวเราะในลำคอยามเอื้อมมือออกไปรับซองสีน้ำตาลซึ่งมีรูปถ่ายอยู่ในนั้นมาไว้ในมือ

 

“นิดเดียว”

 

“นิดห่าอะไร จะเป็นรูปนู้ดอยู่แล้ว...เออ แต่สวยจริงว่ะ”

 

“นั่นเมียผม”

 

ประโยคแสดงความเป็นเจ้าของมาพร้อมกับแววตาที่เข้มขึ้นจนคนเป็นรุ่นพี่หลุดหัวเราะ

 

นานๆทีจะเห็นท่าทางนี้จากเสื้อยิ้มยาก

 

“กูรู้น่า ไม่ได้คิดหื่นกับเมียน้อง แค่จะบอกว่าสวย ภาพออกมาดีมากแต่ก็เป็นเพราะฝีมือมึงด้วย”

 

รุ่นน้องคนนี้มีพรสวรรค์และพรแสวงเรื่องดนตรีอย่างร้ายกาจ แต่สิ่งที่เก่งไม่แพ้กันก็คือการกดชัตเตอร์จับภาพคนหลังเลนส์

 

ยิ่งกับภาพที่เน้นอารมณ์แบบนี้ยิ่งออกมาราวกับเป็นศิลปินดัง

 

“ยังห่างไกลจากพี่เยอะ ขอบคุณมาก เดี๋ยวผมแวะมารบกวนอีก”

 

“คราวหน้าคงไม่นู้ดจนกูไม่มีสมาธิล้างรูปนะ” เจ้าของร้านถ่ายรูปเอ่ยเย้า

 

“หึ ไม่ต้องห่วง ถ้าแบบนั้นเดี๋ยวผมล้างเอง”

 

ร่างสูงในชุดสบายๆตามแบบฉบับเจ้าตัวเดินออกจากร้านไปพร้อมกับซองรูปสุดรักสุดหวง ทว่ายังไม่ทันจะได้สตาร์ทรถคู่ใจเสียงโทรศัพท์ในกระเป๋ากางเกงก็ดังขึ้น

 

“ว่า” หินรับสายเมื่อเห็นชื่อของคนที่โทรเข้ามา

 

“อยู่ไหน”                               

 

“มาทำธุระแถวลาดพร้าว กูไลน์บอกมึงแล้วนี่”

 

“กูโทรมาถามเพื่อความแน่ใจ มึงอยู่ไกลจากเซ็นลาดรึเปล่า ถ้าไกลก็ไม่เป็นไร”

 

“จะเอาอะไร พูดมาเลย”                                

 

“อยากกินขนม” ปลายสายเอ่ยเสียงเบา

 

“ขนมอะไร ส่งมาในไลน์ เดี๋ยวไปหาให้”

 

“โอเค”

 

เสียงตอบรับฟังดูร่าเริงกว่าเมื่อครู่ก่อนสัญญาณจะถูกตัดไป ไม่นานนักแจ้งเตือนจากไลน์ก็ปรากฏขึ้นโดยแฟนส่งมาทั้งรูปและข้อความ หินอ่านรายละเอียดเหล่านั้นแล้วเก็บโทรศัพท์เข้ากระเป๋าพลางส่ายหัวไปมาน้อยๆ

 

นี่เมียหรือลูก

 

 

 

“กินมากๆเดี๋ยวได้ฟันผุ”

 

เสียงทุ้มดังขึ้นเมื่อร่างบางข้างตัวเอาแต่ดูดอมยิ้มที่ฝากซื้อไม่หยุด เพิ่งรู้ว่าแฟนชอบกินอะไรพรรค์นี้ นอกจากกินของที่เหมือนเด็กแล้วท่าทางตอนนี้ยังเหมือนเด็กจนคนมองขมวดคิ้ว

 

ขาเรียวภายใต้กางเกงขาสั้นปิดถึงเพียงขาอ่อนถูกชันขึ้นมากอด ขณะที่ดวงตาสวยจับจ้องอยู่บนหน้าจอโทรทัศน์

ไม่เคยเห็นแฟนในมุมนี้มาก่อน

 

“กินแล้วก็แปรงฟันไง”

 

แก้มเนียนป่องออกมาหนึ่งข้างเนื่องจากอมยิ้มที่พักเอาไว้ตรงกระพุ้งแก้ม พอเอ่ยตอบแล้วก็จับก้านเรียวยาวที่ยื่นออกมาจากปากดึงออก เผยให้เห็นอมยิ้มที่เคลือบไปด้วยน้ำลายสีใส

 

“หอมมาก อร่อยด้วย”

 

เจ้าตัวพูดต่อก่อนจะเอาของกินสีสวยไล้ไปมาบนริมฝีปาก จนความเหนียวหนืดเคลือบอยู่บนกลีบปากวาววับ จากนั้นก็แลบลิ้นเลียกวาดเอาความหวาน เสร็จแล้วจึงหัวเราะกับตัวเอง

 

“เหมือนเด็กเลยกู” เล่นเองรู้ตัวเอง

 

“นี่จะยั่วหรืออะไร”

 

“กูไม่ได้ยั่ว เนี้ย มันหอมจริงนะ”

 

แฟนขยับตัวเข้าไปใกล้พลางยื่นปากไปหาอีกคน ทว่าหินกลับเบี่ยงหน้าหนี ไม่คิดสนใจของกินของเด็กแต่ร่างเล็กก็ไม่ยอมแพ้ ขยับขึ้นมานั่งคร่อมบนตัก วินาทีต่อมาเรียวปากสีสดก็ทาบทับเข้าหา บังคับให้ได้ลิ้มลองรสชาติหวานหอมอย่างเอาแต่ใจ

 

“อร่อยไหม”

 

ยังมีหน้ามาถาม

 

ใบหน้าของถามพูดทอความกะลิ้มกะเหลี่ยเนื่องจากคิดดีใจที่เอาชนะให้หินลิ้มลองรสชาติของอมยิ้มได้ ส่วนคนถูกถามได้แต่เข่นเขี้ยวเด็กดื้ออยู่ในอก เมื่อทนไม่ไหวจึงแนบเรียวปากเข้าหา กลืนกินรสชาติที่แฟนภูมิใจนำเสนอตั้งแต่นอกปากไปจนถึงในปาก

 

“อื้อ”

 

เสียงร้องอื้ออึงดังขึ้นเมื่อไม่ทันได้ตั้งตัว มือที่ถืออมยิ้มเอาไว้พยายามยื่นออกไปไกล ไม่ให้ต้องเลอะตัวเองและอีกฝ่าย

สองลิ้นเกี่ยวพันกันจนเกิดเสียงที่แทบจะกลบเสียงโทรทัศน์ ความหอมหวานของอมยิ้มเลือนหายไปตั้งแต่วินาทีแรก ตอนนี้จึงเหลือเพียงความหอมหวานจากสัมผัสกันและกัน

 

ความลับอีกหนึ่งอย่างของแฟน

 

ชอบจูบของหินเป็นที่สุด

 

มันไม่ได้อ่อนหวานจนทำให้อ่อนระทวยกองลงตรงหน้า แต่กลับมีความเร่งเร้าที่เหมือนจะดุดัน อีกทั้งยังแฝงความลึกซึ้งที่อธิบายไม่ถูก 

 

“พอแล้ว”

 

สุดท้ายต้องเอ่ยออกมาเสียงเบายามหินให้พักหายใจเนื่องจากกลัวว่าจากแค่จูบจะกลายเป็นเลยเถิดไปไกล

 

“มึงให้กูชิมไม่ใช่รึไง”

 

“ให้ชิมอมยิ้ม ไม่ใช่ให้ชิมปากกู”

 

“หึ ใครเล่นก่อน”

 

ใบหน้าของแฟนแดงเรื่อจากแรงจูบ ริมฝีปากสีสดบวมเจ่อ ขณะยังคงนั่งอยู่บนตัก

 

น่าทำมากกว่านี้                                   

 

“เลิกเล่นก็ได้”

 

ร่างเล็กขยับลงไปนั่งที่เดิมก่อนจะเอาอมยิ้มในมือเข้าปากแล้วหยิบหมอนขึ้นมากอดเพื่อเป็นเกราะป้องกันตัวเอง พอนั่งดูทีวีไปได้สักครู่ก็หันมาถามคนข้างตัวเมื่อนึกอะไรขึ้นมาได้

 

“มึงเริ่มงานวันไหนนะสรุป”

 

“วันจันทร์หน้า” คนเอ่ยถามพยักหน้ารับเชื่องช้าจากนั้นจึงถามต่อ

 

“งั้นเสาร์อาทิตย์นี้ว่างรึเปล่า”

 

“ก็ว่าง ทำไม?”

 

หินมองหน้าแฟนด้วยความสงสัยเมื่ออีกฝ่ายถามราวกับจะนัดไปไหน สีหน้าและแววตาแสดงออกถึงความไม่มั่นใจในอะไรบางอย่าง

 

“ก็...ที่บ้านกูเขาอยากรู้จักมึง”

 

คิ้วเข้มคลายออกจากกันเมื่อได้ยินประโยคต่อมาก่อนหินจะครางรับในลำคอ

 

“อ่าห๊ะ”

 

“อ่าห๊ะนี่คือจะไปหรือไม่ไป”

 

กลายเป็นแฟนที่ขมวดคิ้ว อมยิ้มในปากถูกดึงออก ดวงตาหรี่ลงคาดคั้น

 

“แล้วทำไมกูต้องไม่ไป” หินถามกลับ

 

“ไม่รู้สิ...”

 

ได้ยินดังนั้นคนคิดไกลจึงได้แต่เอ่ยเสียงเบา ความรู้สึกสับสันแปลกๆวิ่งวนอยู่ในอกด้วยเพราะไม่ได้คิดว่าหินจะตอบรับโดยง่าย

 

“เวลาไหนอะไรยังไงก็บอกกูมาแล้วกัน”

 

“อืม”

 

แฟนเหลือบมองเสี้ยวหน้าของคนที่นั่งอยู่ข้างกันเงียบๆ อีกคนไม่มีท่าทีผิดปกติ ไม่มีปฏิกิริยาด้านลบ อีกทั้งไม่มีความวิตกใดๆฉายออกมาให้เห็น

 

“ถ้ามึงไม่อยากไปก็บอกกูได้นะ” เอ่ยออกมาด้วยความรู้สึกจากข้างใน ไม่ได้คิดประชดหรือโกรธเคืองใดๆ

 

หินเองก็มีสิทธิ์ตัดสินใจว่าจะไปหรือไม่ไป

 

ประโยนั้นทำให้คนที่คิดว่าประเด็นนี้จบไปแล้วหันขวับกลับมา คิ้วเข้มขมวดมุ่น ดวงตาคมดูดุยิ่งกว่าเคย

 

“อย่าคิดแทนกู”

 

“จริงๆ ถ้าเผื่อมันยุ่งยากสำหรับมึง เอาไว้โอกาสหน้าก็ได้”

 

คนฟังถอนหายใจ เมื่อขี้เกียจอธิบายจึงดึงแฟนเข้ามาจูบ ปิดกั้นคำพูดและความคิดแปลกๆนั้นไปให้หมด

 

“กูไม่ได้รู้สึกยุ่งยากอะไร และมันคือสิ่งที่สมควรทำ”

 

“...” คนเพิ่งถูกจูบได้แต่กดหน้ารับ

 

“มึงเองก็ต้องไปเจอครอบครัวกู แต่แค่ต้องรอเวลาที่ลงตัว”

 

คำว่าต้องไปเจอครอบครัวของหินเรียกให้ใจคนฟังเต้นถี่ ความตื่นเต้นไหลวูบเข้ามาจนมือข้างที่ถืออมยิ้มเอาไว้กำแน่น

 

เหมือนความสัมพันธ์ก้าวไปอีกขั้น

 

“หรือมึงไม่อยากไป?” หินถามขึ้นอีก

 

“เปล่าซะหน่อย”

 

“เห็นไหม กูก็เหมือนกัน เพราะงั้นเลิกคิด”

 

“อืม เข้าใจแล้ว”

 

หน้าผากเนียนถูกเคาะเบาๆเป็นการลงโทษอีกครั้ง จากนั้นหินจึงหันกลับไปดูทีวีต่อ ขณะที่ปากเล็กก็อ้ารับอมยิ้มด้วยความรู้สึกเป็นสุขเล็กๆ

 

ความจริงจังและการให้เกียรติกันของหินมันเกินกว่าที่คาดคิด

 

--

 

“บอกว่าไม่ต้องซื้ออะไรไป พ่อกับแม่กูไม่ว่าหรอก”

 

เสียงเอ่ยห้ามดังขึ้นยามเห็นหินกำลังให้ความสนใจกับอาหารบำรุงร่างกายซึ่งเรียงรายอยู่บนชั้น

 

ห้างสรรพสินค้าซึ่งไม่ไกลจากคอนโดนักคือสถานที่ที่แฟนถูกพามา โดยหลังเลิกงานอีกคนแวะมาหาที่บริษัทเพื่อรอกลับพร้อมกัน จากนั้นเจ้าตัวก็ตัดสินใจเองเสร็จสรรพ หักพวงมาลัยเลี้ยวเข้าโดยไม่ถามความคิดเห็นเลยแม้แต่น้อย

 

“ตามมารยาทแล้วก็ควรมี”

 

หินหยิบนู้นนี่นั่นมาดูอยู่สักพักก่อนวางลงเมื่อไม่มีอะไรถูกใจ ก่อนจะเดินต่อ

 

“พ่อกับแม่มึงชอบดื่มชารึเปล่า” อยู่ดีๆร่างสูงก็หันมาถาม

 

“ก็ชอบ” แฟนเอ่ยอบพลางเดินขึ้นมาจนทันคนที่เดินอยู่ข้างหน้า “ทำไม จะซื้อให้พ่อกับแม่กูเหรอ”

 

“อืม จำได้ว่าที่นี่มีร้านขนมที่ขายชาชั้นดีอยู่”

 

เมื่อนึกขึ้นได้เป้าหมายจึงเปลี่ยนไปเป็นร้านขนมสไตล์ผู้ดีอังกฤษซึ่งอยู่ชั้นบน ยามแฟนได้เห็นบรรยากาศรอบร้านดวงตาจึงลุกวาว เค้กแต่ละชิ้นหน้าตาสวยงามจนสุดท้ายต้องอ้อนขอให้หินแวะนั่งก่อนสักครู่

 

“มึงจะกินของหวานก่อนกินข้าว?” เสียงทุ้มเอ่ยถามเมื่อร่างบางสั่งเค้กไปแล้วเรียบร้อย

 

“กินได้ มันคนละกระเพาะกัน”

 

หินส่ายหัวให้กับคำตอบ ระหว่างนั้นก็ทำเพียงนั่งไปเงียบๆโดยไม่คิดสั่งอะไร กระทั่งโทรศัพท์มือถือของตัวเองดังขึ้น

 

“กูออกไปคุยงานแป๊บ”

 

เพราะบรรยากาศในร้านค่อนข้างจอแจจึงลุกออกไปคุยนอกร้าน สื่อสารกับปลายสายราวๆสิบนาที จากนั้นจึงกลับเข้ามาอีกครั้ง

 

ทว่ายังไม่ทันถึงโต๊ะดีคิ้วเข้มก็ขมวดมุ่น ชายหนุ่มรูปร่างสูงเพรียวกำลังยืนคุยบางอย่างกับแฟน พร้อมทั้งถือโทรศัพท์อยู่ในมือ

 

“มีแฟนแล้ว”

 

ได้ยินแฟนเอ่ยดังนั้นเมื่อเดินจนถึงโต๊ะพอดี เสียงฝีเท้าหนักๆหยุดลงเรียกให้คนทั้งสองหันมา ก่อนคนที่ไม่รู้จักจะมีสีหน้าและท่าทางตกใจ

 

“ขอโทษครับ”

 

ไม่รู้ว่าเพราะรับรู้ถึงความสัมพันธ์ของคนที่นั่งอยู่โต๊ะกับคนเพิ่งเดินเข้ามา หรือเพราะดวงตาเรียบนิ่งคมกริบคู่นี้ที่ทำให้ชายหนุ่มคนนั้นรีบถอยทับกลับอย่างรวดเร็ว

 

“มาจีบมึง?” เอ่ยถามขึ้นพลางทรุดตัวนั่งลงฝั่งตรงข้าม

 

“มั้ง ก็เข้ามาขอไลน์” แฟนเอ่ยตอบสบายๆก่อนจะหันกลับมาให้ความสนใจกับเค้กตรงหน้าต่อ

 

“ทำไมไม่ให้ไปล่ะ” ทว่าประโยคต่อมาทำให้คนฟังถึงกับเงยหน้าขึ้น

 

“ไลน์กู ก็ให้เขาไปสิ” หินเอ่ยตอบเสียงเรียบ มุมปากโค้งขึ้นน้อยๆราวกับกำลังเย้าหยอก

 

“ให้ไลน์มึงแล้วทำไม”

 

“กูจะได้บอกว่าหน้าอ่อนๆแบบนั้นมึงไม่ชอบหรอก”

 

คิ้วได้รูปเลิกขึ้นเมื่อได้ยินคำตอบ ดวงตาคู่สวยวาววับเพราะคำพูดของคนตรงหน้า ท่าทางของหินไม่ถึงกับหึงหวง แต่คำพูดเหล่านั้นก็ส่งผลให้แฟนรู้สึกดีไม่น้อย

 

“หึ แล้วกูจะชอบแบบไหน”

 

 สุดท้ายก็ต้องวางช้อนในมือลงบนจาน เค้กดูท่าจะถูกละเลยความสนใจไปเสียแล้ว         

 

“ไม่หล่อแต่เด็ด นั่นแหละที่มึงชอบ”

 

ยิ่งกว่าคำพูดคือดวงตาคมที่ฉายแววกรุ้มกริ่มจนแฟนนึกอยากเอานิ้วจิ้ม

 

ถ้าพูดถึงคำว่าสเป็ค แบบหินนั้นช่างห่างไกล วินาทีแรกเมื่อเจอเป็นเพียงแค่ความถูกใจ น่าลองค้นหา แต่ตอนนี้ไม่อาจปฏิเสธได้ว่าคนตรงหน้าเปลี่ยนให้สายตาที่มีต่อคนอื่นเปลี่ยนไป

 

จากที่ชอบมองคนหล่อแบบดูดีก็เปลี่ยนเป็นมองคนที่เสน่ห์มากกว่ารูปลักษณ์ ไม่ใช่ว่าสนใจในเชิงชู้สาวแต่ก็มองไปเรื่อยๆเมื่อไม่มีอะไรทำ

 

“จะบอกว่าตัวเองเด็ดว่างั้น”

 

แฟนถามกลับเมื่อดึงสติตัวเองออกจากภวังค์ความคิด แต่ประโยคนั้นกลับทำให้หินแสร้งเบิกตา

 

“พูดว่าชอบกูเนียนๆเลยนะ”

 

คนเผลอหลุดปากแทบจะสะดุ้งยามคิดตามคำพูดของหินแล้วพบว่ามันเป็นอย่างที่อีกฝ่ายพูด แต่เรื่องอะไรจะยอมรับให้เจ้าตัวได้ใจ

 

“กูยังไม่ได้พูด”

 

“เคยเรียนตรรกศาสตร์การให้เหตุผลแบบนิรนัยไหม เมื่อกี้กูบอกว่ามึงชอบคนไม่หล่อแต่เด็ด มึงถามกลับว่าคิดว่าตัวเองเด็ดสินะ...ผลก็คือมึงจะบอกว่าชอบกู”

 

ประโยคยืดยาวมากมายก่อนหน้าเข้าใจยากจนคนไม่ถนัดอะไรแบบนี้ไม่อาจเข้าใจ แต่สรุปได้โดยง่ายว่าหินกำลังอ้างอิงที่มาของคำว่าชอบ ซึ่งไม่ได้ถูกเอ่ยออกมาอย่างชัดเจนทว่าตีความหมายได้

 

“ถ้ากูหมายความว่าอย่างนั้นแล้วมันทำไม”

 

เมื่อดิ้นไม่หลุดจึงยอมสู้ตรงๆ ใช่ว่าจะไม่เคยบอกความรู้สึกของตัวเองที่มีต่ออีกฝ่าย                

 

“ก็ไม่ทำไม แค่ถูกต้องแล้วที่มึงชอบคนไม่หล่อแต่เด็ด แล้วก็ชอบกู”

 

หินพูดเรื่อยๆแต่สายตากลับไม่เรียบเรื่อยดั่งคำพูด มันวาววับ หยอกเย้า น่าหมั่นไส้

 

“งั้นมึงก็คงชอบคนเด็ดเหมือนกัน ทั้งเด็ดแล้วก็สวยมากด้วย” แฟนพยายามข่มกลับ ไม่ยอมถูกหินต้อนอยู่ฝ่ายเดียว

 

“อืม...ยอมรับ” คิ้วได้รูปขมวดมุ่นเมื่อคนตรงหน้ายอมรับโดยง่าย

 

“นี่ยอมรับว่ากูเด็ด กูสวย แล้วก็ชอบกูด้วยเหรอ”

 

“อืม ทำไม มึงก็รู้อยู่แล้วนี่”                      

 

“อะไร ไม่สนุกเลย”

 

ใบหน้าสวยเบ้บิดฉายแววขัดใจจนคนมองหลุดหัวเราะ เมื่อหินไม่โต้ตอบร่างบางจึงหันไปลงกับเค้กตรงหน้า สงครามย่อมๆยุติลงเพียงเท่านั้น ก่อนภาพเด็กแสนเอาแต่ใจจะถูกบันทึกด้วยกล้องของโทรศัพท์มือถือแล้วอัพโหลดลงเฟซบุ๊กที่นานทีปีหนจะมีการเคลื่อนไหวโดยที่เจ้าตัวไม่รู้ตัว

 

FAN

 

คำสั้นๆซึ่งแปลความหมายได้ทั้งเป็นเพียงแค่ชื่อ...และสถานะของคนในรูป            

 

--

 

Fan Tharun commented on your post.

 

‘ I’m your FAN

And you’re my FAN too. ’

 

--

 

TBC.


ช่วงนี้ฟิตมากกกก มาเร็วมาก คึคึ (ถ้ากำลังใจดีโซแอลก็จะขยันแบบนี้ไปเรื่อยๆเล้ย><)

ตอนนี้คือหวานลืมไปเลยค่าาา ฮื่อ

อย่าเพิ่งเลี่ยนกันนะคะ เพราะเขาจะหวานกันไปอีกน๊าน คิก

ยังไงก็ฝากติดตาม แล้วก็ฝากแท็ก #พี่หินคนห่าม ด้วยน้า

แล้วเจอกันตอนหน้าค่ะ~

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2.178K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

5,744 ความคิดเห็น

  1. #5724 Spices_smile (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 15 กันยายน 2563 / 08:16
    น่ารักกกกกกกด
    #5,724
    0
  2. #5642 Airzaa1810 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 29 มีนาคม 2563 / 19:52
    น่ารักอ่ะคู่นี้
    #5,642
    0
  3. #5590 yu-na (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2562 / 08:34
    พี่หินเก่งจัง เริ่มสงสัยในความเป็นพี่หินอีกแล้ว
    #5,590
    0
  4. #5577 Maysa__01 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2562 / 02:36
    น่ารักมากค่า แง้
    #5,577
    0
  5. #5547 yuri_miko (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 2 ธันวาคม 2562 / 19:23
    น่ารักกันจังเลย
    #5,547
    0
  6. #5510 Realmayy (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2562 / 18:26
    โอ้ยยยย เดี๋ยวนี้เค้ามีความมุ้งมิ้งนะแม่
    #5,510
    0
  7. #5442 lomamee (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2562 / 10:44
    เขินโว้ยยยยย
    #5,442
    0
  8. #5409 12311232123312 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2562 / 15:01
    น่ารักกกกก
    #5,409
    0
  9. #5386 Kim-kibom (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2562 / 21:02
    มุ้งมิ้งกันดีแท้
    #5,386
    0
  10. #5371 gamyuyyuy (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2562 / 00:11
    ไม่เลี่ยนนะ อ่านแล้วรู้สึกหัวใจพองโต แบบเค้าค่อยๆเรียนรู้ที่จะรักกันจริงๆ ชอบบ
    #5,371
    0
  11. #5323 Nuthathai Por (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2562 / 14:38

    เข้าขากันดีจริงๆ ไม่มีใครยอมใครเลยน๊า

    #5,323
    0
  12. #5278 fffyty (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2562 / 16:08
    เปงอ้อแอ้แร้ว น่ารักชะมัด
    #5,278
    0
  13. #5176 ilyyy (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 19 มกราคม 2562 / 00:53
    ตอนท้ายคือหยุดยิ้มไม่ได้เลย แง้ บทจะหวานก็หวานกันแบบเงียบๆ ใจไม่ดีเลย ;-;
    #5,176
    0
  14. #5143 Minyy (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 3 มกราคม 2562 / 00:18
    เขินให้สุดกับคู่นี้ ยิ่งยกเนื้อหาเรื่องตรรกศาสตร์มาด้วยแล้วแบบ พี่หิน!! เรารู้แล้วว่าเธอเก่ง 655555
    #5,143
    0
  15. #5092 pk2087 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2561 / 13:50

    น่ารัก

    #5,092
    0
  16. #5070 Jibangrin (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2561 / 12:48
    หวานมากกี้ดดดด หว่นกว่าเค้กอีกข่าาา
    #5,070
    0
  17. #5055 hannna (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2561 / 18:41
    มดขึ้นจอแล้วค่าา คุณหินนนน
    #5,055
    0
  18. #5044 0949575506 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2561 / 12:22
    อินนนนนนนนนนนนนนนนนาที่สุด.

    หวานนนนนนนนกว่านี้มีอีกมั๊ย

    อ่านไปเบาหวานจะขึ้นแล้วเนี่ยยย......

    โอ๊ยยยยยเขิลล
    #5,044
    0
  19. #4864 byunsaeng (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2561 / 02:09
    หวานสุดอิจๆๆๆ
    #4,864
    0
  20. #4813 ojay2 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 30 กันยายน 2561 / 09:15
    หูยยยยยยย มดดดดดดขึ้น
    #4,813
    0
  21. #4801 Hunbears (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 29 กันยายน 2561 / 23:59
    ชอบคอมเม้นน้องแฟนหวานเว่อเขินนนน
    #4,801
    0
  22. #4800 pim pimmi (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 29 กันยายน 2561 / 23:47
    โอ๊ยยยยย ><
    #4,800
    0
  23. #4717 jaisai09 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 23 กันยายน 2561 / 23:07

    โอ้ยยยยยยยน้อ
    #4,717
    0
  24. #4612 rithai99 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 3 สิงหาคม 2561 / 18:23
    หวานมากค่ะ
    #4,612
    0
  25. #4567 [In_My_DreaM] (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2561 / 18:58
    พรีออเดอร์ผชแบบพี่หินได้ที่ไหนว่ะ 555 ละมุนชิบหายแล้วก็หื่นโคตรๆ ^____^
    #4,567
    0