Happy New Boyfriend!

ตอนที่ 14 : ตอนที่ 13 : แฟนเข้าใจ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 42,818
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,865 ครั้ง
    21 ก.พ. 61

ตอนที่ 13
#พี่หินคนห่าม

 

“มึงเป็นพ่อของเด็กในท้องเขาหรือเปล่า”                                 

---

 

“มึงรู้เรื่องนี้ได้ยังไง”

 

นานหลายนาทีกว่าความเงียบจะถูกทำลายขึ้นด้วยเสียงทุ้มสั่นพร่า ยิ่งได้ยินหินเอ่ยถามยิ่งตอกย้ำว่าสิ่งที่เข้าใจคือความจริงโดยไม่ต้องให้เจ้าตัวยืนยัน

 

ทำไม...

 

“กูจะรู้เรื่องนี้ได้ยังไงมันไม่สำคัญเท่ากับทำไม...ทำไมมึงถึงทำให้เขาต้องฆ่าตัวตาย”

 

สุดท้ายน้ำตาที่พยายามกักเก็บเอาไว้ก็ร่วงพรู เสียงที่ถามกลับสั่นยิ่งกว่าตอนหินเอ่ย กายบางสั่นเทิ้ม แม้จะพยายามเบี่ยงหน้าหนีไม่ให้อีกคนเห็นแค่ไหน แต่ท่าทางสั่นไหวนี้ก็ไม่อาจปกปิด

 

“แฟน ฟังกู”

 

ร่างสูงปราดเข้ามาประชิดตัว ดวงตาคมฉายแววเจ็บปวด กระทั่งแรงขืนจากแฟนมีมากจนท้ายที่สุดแล้วต้องรั้งคนตรงหน้าเข้ามากอดเอาไว้ทั้งตัว

 

เพิ่งรู้วันนี้เองว่าน้ำตาของแฟนรุนแรงกว่าอะไรทั้งหมด

 

“ทะ ทำไม บอกกูสิว่าทำไม”

 

เสียงตะคอกถามสั่นไหว ไม่คาดคิดมาก่อนว่าเรื่องของหินจะส่งผลต่อตัวเองเพียงนี้ แต่อย่างไรในหัวของแฟนก็อื้ออึงไปด้วยความเจ็บปวดเกินกว่าจะคิดถึงเรื่องอื่น

 

ทำไม...

 

“กูไม่ได้เป็นพ่อของลูกปริม”

 

ท่อนแขนใหญ่รัดแน่นพร้อมทั้งกระซิบบอก คำตอบนั้นเรียกให้คนดิ้นหนีชะงักค้าง แรงขัดขืนค่อยๆโอนอ่อนลงอย่างไม่ควรเป็นไป พร้อมทั้งใจที่ร้องเตือนไม่ให้เชื่อหินโดยง่าย

 

“ไม่จริง...เขาท้อง”

 

“ใช่ ปริมท้อง แต่ไม่ได้ท้องกับกู และไม่มีวันท้องกับกู”

 

เปลือกตาหนาปิดลงเมื่อเอ่ยถึงเรื่องนี้แล้วความเจ็บปวดแล่นวาบเข้ามาในอกเหมือนแผลที่กลัดหนอง

 

สิ่งที่เสียใจที่สุดคือไม่อาจรั้งชีวิตเพื่อนและหลานของตัวเองเอาไว้ได้

 

ถ้าไม่เพราะอยู่คนละประเทศคงมาถึงเร็วกว่านั้น                               

 

“กูกับปริมเป็นเพื่อนสนิทกัน ไม่เคยคิดอะไรมากกว่านั้น เราผ่านทุกความลำบากมาด้วยกัน ผ่านวันที่มีความสุข ผ่านวันที่มีน้ำตา แต่วันที่เพื่อนเสียใจที่สุดจนอยากจบชีวิต...กูกลับไม่ได้อยู่ตรงนั้น”

 

“มึง...”                                                                         

 

“เพราะขึ้นมหาลัยเราเรียนคนละที่ ตอนนั้นปริมเริ่มมีโอกาสได้เข้าวงการ เราคุยกันบ้างตามประสาแต่ก็ไม่ทุกเรื่องเพราะว่าเวลา  กว่ากูจะรู้ว่ามีปัญหามากมายก็วันที่ปริมตัดสินใจไปแล้ว”

 

กลายเป็นร่างสูงใหญ่ที่สั่นเทิ้ม ร่างกายของหินเกร็งสั่นจนแฟนที่ยังมึนงงต้องสลัดทุกอย่างทิ้งแล้วยกมือขึ้นกอดอีกฝ่ายตอบ ฝ่ามือเล็กไล้ไปมาบนแผ่นหลังกว้างปลอบประโลม

 

แม้จะยังไม่เชื่อทั้งหมดแต่เกินกว่าครึ่งก็เชื่อไปแล้วทั้งใจ

 

“มึงไม่ได้โกหกกูใช่ไหม”

 

คำถามนั้นทำให้หินค่อยๆผละออกห่าง ดวงตาแดงก่ำจับจ้องอยู่บนใบหน้าสวยที่ยังมีคราบน้ำตาปรากฏ มือซึ่งยังคงสั่นวางแนบลงบนแก้มเนียนพลางใช้ข้อนิ้วเช็ดออกแผ่วเบา

 

“กูไม่เคยโกหกมึง ขอโทษที่ไม่ได้บอกทุกอย่างแต่แรกจนมึงคิดไปขนาดนั้น”

 

ถึงอยากโพล่งบอกทันทีที่เห็นแฟนร้องไห้ แต่ความเจ็บปวดข้างในก็มากเกินกว่าจะเอ่ยเรื่องราวออกมาโดยง่าย

 

“...”

 

“ถ้ากูเป็นพ่อของลูกปริมจริง กูจะไม่มีวันให้อดีตของกูต้องมาทำร้ายใคร”

 

โดยเฉพาะกับคนตรงหน้า...

 

หินรู้แล้วว่าความเจ็บปวดที่แท้จริงคือการเห็นคนที่เรารักเจ็บปวด

 

เมื่อกี้เหมือนเรื่องของปริมจะกลายเป็นเรื่องเล็กน้อยไปในทันทีเมื่อเทียบกับการได้เห็นน้ำตาของแฟน

 

“กูเป็นแฟนมึง กูรับได้ทุกอย่างถ้ามึงพูดออกมาให้กูฟัง...ยอมรับว่าเสียใจถ้ามึงเป็นพ่อของลูกเขาจริงๆ แต่ยังไงกูก็คงอยู่ตรงนี้”

 

ถึงตอนนี้จะได้รู้ความจริงแต่ใจก็ยังคงสั่นอย่างไม่อาจควบคุม หินมองใบหน้าสวยที่แสดงออกถึงความไม่มั่นคงภายในจิตใจ แม้อยากจะดึงร่างเล็กเข้ามากอดและปลอบโยนด้วยจูบ แต่เพราะที่นี่คือวัดจึงทำได้เพียงเอื้อมมือไปจับมือบางเอาไว้

 

สองฝ่ามือบีบกระชับเข้าหากันจนแน่น

 

“ขอบคุณ ไม่ว่ายังไงก็อย่าไปจากกูเลย...ขาดมึงไม่ได้แล้ว”

 

ไม่มีแววตาอ่อนหวาน ทว่าเปี่ยมไปด้วยความจริงจังมั่นคง

 

ไม่มีสุ่มเสียงเว้าวอน อ้อนขอ ทว่าหนักแน่นดั่งชื่อเจ้าของ

 

ไม่มีคำบอกรัก...แต่ราวกับกำลังถูกบอกรัก

 

ความร้อนรนเหมือนใจจะสลายก่อนหน้าแทบไม่หลงเหลือเหมือนโดนพายุพัดหายในวูบเดียว

 

“ห้ามทำกูเสียใจ” แฟนเอ่ยเสียงแผ่วแต่แววตากลับคล้ายจะขู่อยู่กลายๆ

 

“จะพยายาม”

 

คนถูกสั่งรับคำ ถึงรอยยิ้มจะเซียวกว่าทุกวันแต่ก็มากพอจะทำให้คนมองโล่งใจไปอีกเปราะ

 

“แต่เมื่อกี้ก็เสียใจไปแล้ว”

 

“กูไม่รู้ว่ามึงรู้เรื่องนี้ด้วย”

 

“เพื่อนกูรู้มาจากคนอื่นอีกที ช่างมันเถอะ เรื่องของเราค่อยกลับไปเคลียร์กัน ตอนนี้ไปทำบุญให้คุณปริมก่อนดีกว่า”

 

“อืม”

 

ใบหน้าคมหันมามองรูปที่สลักอยู่บนหินอ่อน มองสบกับเพื่อนราวกับนั่นคือปริมที่ยืนอยู่ตรงหน้าแล้วเอ่ยคำขอโทษอย่างที่ทำมาตลอด

 

ขอโทษที่ตอนนั้นมาถึงช้าไป

 

--

 

“กูขอเข้าไปในห้องทำงานแป๊บนึง”

 

หินเอ่ยบอกกับคนข้างตัวทันทีที่กลับมาถึงห้อง ขณะที่แฟนก็มองอีกฝ่ายอย่างเป็นห่วงก่อนจะพยักหน้ารับแล้วเดินตรงไปยังห้องนอนเพื่อล้างหน้าล้างตา

 

เสียงโทรทัศน์ที่ถูกเปิดไว้ดังก้องไปทั่ว แต่คนที่นั่งอยู่ตรงหน้าจอกลับไม่ได้ให้ความสนใจ ความคิดและสายตาของแฟนจดจ่ออยู่กับเพียงคนที่อยู่ในห้องทำงาน ทุกอย่างเงียบเชียบ ไร้การเคลื่อนไหว และไม่มีทีท่าว่าหินจะออกมาจนนึกเป็นห่วง

 

กระทั่งเวลาล่วงเลยไปถึงชั่วโมงครึ่งจึงไม่อาจทานทน ร่างบางผุดลุกขึ้นเดินตรงไปแล้วเปิดประตูเข้าไปอย่างถือวิสาสะ

 

มีเพียงไฟบนโต๊ะทำงานกว้างที่ถูกเปิดเอาไว้ บรรยากาศในห้องจึงมืดสลัว หินนั่งอยู่บนเก้าอี้ตัวใหญ่ เหม่อมองรูปที่เคยเก็บอยู่ในลิ้นชัก ไม่แม้แต่จะสนใจคนที่เข้ามา

 

รอบตัวของหินราวกับเต็มไปด้วยประกายแห่งความเจ็บปวด แม้ไม่มีน้ำตาสักหยดแต่ดวงตาคมก็หม่นมองเหมือนน้ำทะเลตอนกลางคืนที่ดูดซับทุกสิ่งอย่างเอาไว้

 

แฟนพาตัวเองก้าวมาจนหยุดยืนอยู่ด้านหลัง เหลือบมองภาพบนโต๊ะนั้นเล็กน้อย ก่อนจะโน้มตัวลงแล้วสอดแขนโอบรอบตัวอีกคน

 

ยามนี้เหมือนคนตัวโตตัวเล็กลงเสียยิ่งกว่า

 

“กูอยู่ตรงนี้นะ” การจากลาของเพื่อนสนิทคงเป็นสิ่งที่เจ็บปวดใจไปชั่วชีวิต

 

แค่คิดว่าถ้าเป็นเพื่อนของตัวเองแฟนก็เข้าใจคนในอ้อมกอดอย่างลึกซึ้ง รู้ดีว่าไม่มีคำปลอบประโลมใดจะทำให้หินหายเศร้าได้เพราะเป็นเรื่องเกินเยียวยา แต่ก็หวังว่าภาษากายจะทำให้คนกำลังเศร้ารู้ว่ายังมีใครอยู่ตรงนี้

 

ถึงไม่มีคำตอบรับแต่มือหนาก็วางทับลงบนท่อนแขน แรงกระชับนั้นตอบกลับมาเพื่อสื่อสารกลับว่ารับรู้ถึงการอยู่เคียงข้าง ก่อนแฟนจะโอบกอดหินแน่นขึ้น พร่ำบอกอีกคนในใจว่าตัวเองอยู่ตรงนี้

 

--

 

เช้าวันต่อมา

 

ความรู้สึกแรกเมื่อตื่นขึ้นคือสัมผัสนี่แนบชิดอยู่ตรงช่วงไหล่ เมื่อดวงตาปรับสภาพให้คุ้นชินกับแสงในห้องแฟนจึงเลื่อนสายตาลงมอง ก่อนจะพบเข้ากับกลุ่มผมของคนข้างกาย

 

หินหลับไปทั้งท่านี้ ท่อนแขนพาดอยู่รอบเอวเล็กไม่ต่างจากเมื่อคืน

 

เมื่ออีกคนไม่มีทีท่าว่าจะตื่นจึงค่อยๆขยับตัวลุกขึ้น พยายามเคลื่อนไหวร่างกายให้เบาที่สุดเพื่อไม่ให้รบกวนคนนอนหลับ พร้อมทั้งขยับผ้าห่มคลุมตัวให้จนถึงไหล่

 

คิดย้อนไปถึงเรื่องเมื่อวานลมหายใจแห่งความสงสารก็ถูกพรูออก สายตาที่จับจ้องคนบนเตียงอ่อนแสง

หวังว่าพอผ่านวันครบรอบที่ย้ำเตือนความรู้สึกเมื่อสองปีก่อนแล้วหินจะดีขึ้น

 

 

 

2 ชั่วโมงต่อมา

 

“ไปไหนมา”

 

เสียงทุ้มของคนที่นั่งอยู่บนโซฟากลางห้องเอ่ยขึ้นเมื่อเห็นร่างบางเดินเข้ามาหลังจากได้ยินเสียงประตู ถุงของมากมายเต็มไม้เต็มมือทั้งสองข้าง ดูจากสายตาแล้วส่วนมากล้วนเป็นของกินจากร้านอาหารชื่อดัง

 

“ซื้อกับข้าว มึงตื่นนานรึยัง”

 

วางของทั้งหมดลงบนโต๊ะพลางเดินมาหาอีกคนที่ยังไม่อาบน้ำ ผมเผ้าชี้เด่ไม่เป็นทรง ส่วนบนซึ่งเต็มไปด้วยมัดกล้ามเปลือยเปล่า

 

ทุกอย่างรวมกันแล้วช่างเป็นภาพที่น่ามอง

 

“ครึ่งชั่วโมงได้”

 

เมื่อร่างบางทรุดตัวนั่งลงข้างตัว มือใหญ่ก็คว้าหมับเข้าที่เอวเล็ก ก่อนจะยกแฟนมานั่งบนตัก จนคนไม่ได้ตั้งตัวหลุดเสียงร้อง

 

“อะไร?”

 

คนถูกถามไม่ตอบหากแต่ซบหน้าลงกับไหล่ ท่าทางคล้ายกับจะออดอ้อนจนมือบางวางแตะลงบนไหล่แกร่งแล้วลูบไล้ไปมาแผ่วเบา

 

“เป็นอะไร” น้ำเสียงที่เอ่ยถามเจือไปด้วยความเป็นห่วง

 

“ขอบคุณ”

 

“...”

 

“สำหรับเมื่อวาน”

 

สัมผัสหนักๆบนไหล่ผละออกห่างก่อนหินจะเงยหน้าขึ้นมาแนบริมฝีปากเข้าหาแนบแน่น นิ่งค้างไว้อย่างนั้นชั่วครู่แล้วผละออกโดยไม่มีการรุกล้ำใดๆ

 

“อืม”

 

แฟนรับคำพลางพยักหน้ารับ ริมฝีปากสีสดคลี่ออกเป็นรอยยิ้มบางพร้อมทั้งขยับตัวเล็กน้อยให้ท่าทางนี้ถนัดถนี่มากขึ้น จากนั้นท่อนแขนเรียวก็ยกขึ้นโอบรอบลำคอของคนตรงหน้าแล้วถามไปอีกเรื่อง

 

“หิวรึยัง กูซื้อกับข้าวมาเต็มเลย”

 

“หิว”

 

“งั้นก็ไปกินข้าวกัน”

 

ร่างเล็กขยับลงจากตัวของอีกคนไปยืนบนพื้น ไม่เอ่ยบอกให้หินไปล้างหน้าล้างตาเพราะได้กลิ่นหอมอ่อนของยาสีฟันจากการจูบกันเมื่อครู่ อีกทั้งใบหน้าคมยังผ่องใส บ่งบอกว่าเจ้าตัวล้างหน้าแล้วเป็นที่เรียบร้อย

 

 

 

 

“กอดกูทำไม”

 

เอ่ยขึ้นเสียงแผ่วเมื่อทั้งร่างถูกโอบกอดเอาไว้ด้วยร่างสูงด้านหลัง มือหนาวางอยู่บนเอว ปลายคางแกร่งก็วางอยู่บนหัว สองขาเกี่ยวกระหวัดกันเล็กน้อย

 

หลังจากกินข้าวและหินอาบน้ำเสร็จเรียบร้อยบริเวณหน้าโทรทัศน์ก็ถูกเปลี่ยนเป็นที่นอนชั่วคราว บรรดาผ้าห่มและหมอนถูกขนออกมากองรอบตัว หนังถูกเปิดเสียงดังก้องราวกับโรงหนังจำลอง ขณะที่อีกคนก็ดึงตัวเข้าไปนั่งซ้อนทางด้านหน้า เอนตัวพิงหลังกับโซฟากว้างเอาไว้

 

หินนั่งกอดกันอยู่แบบนี้มาจนเกือบหนึ่งชั่วโมงโดยไม่เอ่ยอะไร

 

“อยากกอด ไม่ได้รึไง?” ใบหน้าสวยเอียงมองคนด้านหลังก่อนจะหันกลับมามองหน้าจออีกครั้ง

 

“รัดกูเป็นงูเหลือมแล้ว”

 

“ไม่ชอบ?”

 

“ก็ชอบ”

 

การได้ตกอยู่ในอ้อมแขนของหินไม่เคยก่อให้เกิดความรู้สึกอึดอัดแต่กลับรู้สึกอบอุ่นและสบายตัวราวกับเจอที่พึ่งพิงซึ่งวางใจได้ ทว่าความรู้สึกนี้ต้องถูกกดเก็บ ไม่เผยออกไปให้เจ้าตัวได้ใจ

 

“หึ...เรื่องปริม”

 

“...” แฟนเงียบเพื่อรอฟังต่อ

 

“เลยทำให้กูไม่อยากเข้าไปในวงการนี้ ไม่อยากก้าวไปอยู่ในจุดที่ปริมเคยอยู่ กูอาจจะทำงานด้านนี้บ้างแต่ทุกอย่างก็ต้องเป็นเพราะว่ากูอยากทำ กูพึงพอใจ”

 

ประโยคยืดยาวไหลออกมาจากริมฝีปากแสนหนักอย่างเชื่องช้า คำพูดของเพื่อนมากมายก้องไปมาอยู่ในหัวทำให้หินตัดสินใจเล่าความในใจของตัวเอง

 

“มึงถึงไม่อยากไปทำงานกับพี่ต้นอะไรนั่นสินะ”

 

แฟนเอ่ยเสียงเบาเมื่อคิดตาม เกิดความรู้สึกแปลกใจเมื่อหินเปิดปากเล่าขึ้นมาแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย แต่ถึงอย่างนั้นก็พร้อมรับฟัง

 

“อืม...ตรงนั้นมันไม่สวยหรูหรอก ต้องทำในสิ่งที่บางครั้งไม่อยากจะทำ ต้องเอาความฝันเข้าแลกกับอิสระชั่วชีวิต”

 

น้ำเสียงของคนพูดเจือไปด้วยความเจ็บปวด พร้อมกับแรงรัดรึงรอบตัวที่แน่นขึ้น

 

“กูถามได้ไหม”

 

“ได้สิ ถ้ามึงอยากรู้”

 

“แล้วพ่อของลูกเขาล่ะ”

 

ริมฝีปากบางขบเม้มเข้าหากันด้วยความไม่แน่ใจ ถึงรู้ว่าอาจไม่เหมาะสมกับการจะถามถึงแต่ความอยากรู้ก็มีมากกว่า

 

ถ้าไม่ใช่หินแล้วเป็นใคร

 

“เป็นคนเบื้องหลัง กูจัดการไปแล้ว”

 

“มึงฆ่าเขาเหรอ”

 

แฟนหันขวับกลับไปถาม ดวงตาเบิกขึ้นด้วยความตกใจเมื่อได้ยินคำตอบ

 

“เห็นกูโหดเหี้ยมขนาดนั้นเลย”

 

รู้สึกขำกับความคิดของคนตรงหน้าแต่เพราะอยู่ในอารมณ์ที่ไม่อยากจะหัวเราะเลยได้แต่เอ่ยถามกลับ ท่าทางตกใจนั้นบ่งบอกว่าแฟนคงเข้าใจความหมายคำว่าจัดการไปอีกแบบ

 

“ก็มึงบอกว่าจัดการแล้ว” คนคิดไกลเอ่ยเสียงเบา

 

“กูแค่ทำให้มันไม่มีหน้าอยู่ในสายงานนี้อีก ตัดสิ่งที่จะทำให้มันสุขสบายทุกทาง”

 

แล้วก่อนจะปล่อยไปก็แค่ซ้อมปางตาย...

 

“มึง...ไม่เคยคิดอะไรกับเขาจริงๆเหรอ”

 

เรื่องของปริมไม่ใช่สิ่งที่อยากรู้ที่สุดแต่คำถามที่ยังค้างคาใจคือหินไม่เคยคิดอะไรกับคนที่ตายไปแล้วจริงหรือ

 

ชายหญิงเป็นแค่เพื่อนสนิทกันได้จริงๆใช่ไหม

 

“คิดอะไร เพื่อนก็คือเพื่อน พวกกูเห็นสันดานกันมาหมด ไม่เคยแม้แต่สักวินาทีเดียวที่จะคิด”

 

ได้ยินคำตอบความอึดอัดเมื่อครู่ก็ลดลงจนรู้สึกโล่ง จากแค่เพียงเอี้ยวตัวไปหาจึงกลายเป็นขยับไปนั่งประจันหน้า ก่อนท่อนแขนจะยกขึ้นคล้องลำคอแกร่ง บดเบียดร่างกายเข้าหาอิงแอบแนบชิด

 

ดูเหมือนจะกลายเป็นท่าประจำไปเสียแล้ว

 

“พรุ่งนี้ไปซื้อเสื้อผ้าใหม่กัน มึงใส่สีดำมาสองปีแล้ว”

 

“...”

 

“ให้คนจากไปเขาได้สบายใจและหมดห่วงนะ”

 

เพราะไม่อยากเห็นหินจมอยู่กับเรื่องราวในอดีตมากไปกว่านี้จึงเอ่ยปากบอก อาจไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนเป็นสีสันฉูดฉาดแต่หินก็ควรออกจากการไว้ทุกข์เสียที

 

“อืม”

 

--

 

“ช่วงนี้ไม่ค่อยเห็นมึงไปเล่นดนตรีเลย”

 

แฟนเอ่ยขึ้นด้วยความสงสัยเมื่อศุกร์ เสาร์ กระทั่งวันอาทิตย์หินก็ยังไม่ออกไปไหน มีเพียงการไปทำธุระช่วงบ่ายแต่ตอนกลางคืนกลับไม่ได้ออกไปทำงาน

 

“กูเปลี่ยนงานแล้ว”

 

“เปลี่ยนงาน?”

 

คำตอบนั้นทำให้แฟนถามกลับด้วยเสียงฉงน ขณะทรุดกายนั่งลงบนเตียงเตรียมตัวเข้านอน

 

“อืม ลืมบอกมึงไป”

 

โทรศัพท์ในมือถูกกดล็อกก่อนจะถูกวางลงที่โต๊ะข้างหัวเตียง จากนั้นก็ขยับไปหาคนที่นั่งหน้าบึ้ง มุมปากได้รูปยกขึ้นเป็นรอยยิ้ม

 

หน้าบึ้งแต่กลับน่าเอ็นดู

 

“งอนกูเหรอ”

 

เสียงทุ้มเอ่ยถามยามเคลื่อนใบหน้าเข้าไปใกล้ ผิวหน้าใสที่เคลือบด้วยครีมบำรุงปรากฏให้เห็นทุกรูขุมขน

 

ทุกอย่างบนใบหน้าของแฟนประกอบกันอย่างลงตัว แต่สิ่งที่ทำให้อยู่ด้วยกันได้ไม่ใช่รูปลักษณ์แต่เป็นจิตใจข้างใน

 

เพราะแฟนเป็นแบบนี้ หลายอย่างมันบ่งบอกแล้วว่าเขาเลือกคนไม่ผิดจริงๆ

 

“มึงก็เป็นอย่างนี้ มีอะไรไม่ชอบพูด” แฟนเอ่ยด้วยเสียงเง้างอน                  

 

“อันนี้ลืมจริงๆ ไม่ได้จะไม่บอก”

 

“แล้วเปลี่ยนไปทำงานอะไร”

 

“อาจารย์พิเศษในมหาลัย” คิ้วได้รูปเลิกขึ้นเมื่อได้ฟังคำตอบ

 

“จริงจัง”

 

“จริงจังสิ กูขี้เกียจจะตาย”

 

เสียงถอนหายใจดังขึ้นก่อนหินจะผละออกไปนั่งพิงหลังกับพนักเตียง ร่างเล็กจึงเป็นฝ่ายขยับตาม ใบหน้ายังคงฉายแววใคร่รู้

 

“แล้วทำไมถึงเปลี่ยน”

 

“อาจารย์ที่กูสนิทด้วยเขาขอมา พอดีมีวิชาพิเศษที่เขาจะเปิดขึ้นแล้วเห็นว่ากูมีความรู้ทางด้านนี้ ยังดีที่สอนไม่เยอะ อาทิตย์ละสองวัน”

 

ช่วงที่ผ่านมาจึงเป็นเวลาของการเตรียมตัว ทั้งเรื่องเอกสาร การสอบ และสัมภาษณ์ แม้จะเป็นเพียงอาจารย์พิเศษแต่ก็ต้องมีการทำทุกอย่างเพื่อดูความสามารถโดยรวม

 

อะไรที่มีระเบียบบังคับเป็นขั้นเป็นตอนคือสิ่งน่าเบื่อ หากไม่ถูกร้องขอคงไม่ทำ

 

“แล้วงี้อีก5วันมึงจะทำอะไร”

 

“กูมีงานอื่นๆอีก อาจมีไปช่วยดูเด็กที่ผับเดิมบ้าง ดูเรื่องดนตรีให้คนอื่นบ้าง”

 

“ทำไมงานเยอะ” แฟนขมวดคิ้วมุ่น

 

“คนเก่ง”

 

รอยยิ้มมุมปากที่ถึงแม้จะยังไม่เหมือนเดิมร้อยเปอร์เซ็นแต่ก็ทำให้คนมองใจชื้น ถ้อยคำมั่นใจนั้นน่าหมั่นไส้จนแฟนเบะปาก ก่อนปากเล็กๆจะถูกลงโทษด้วยจูบและแรงขบกัดเบาๆจากหิน

 

“อื้อ!” ความเจ็บแปลบส่งผลให้คนถูกจูบส่งเสียงในลำคอ

 

“ดื้อนัก”

 

หินเอ่ยพูดยามละริมฝีปากออกห่าง เหมือนจะเป็นการลงโทษแต่คนทำรู้ใจตัวเองดีว่าเป็นเพราะใจตัวเองอยากจะทำ

 

ติดสกินชิพแฟนจนเกินไปแล้ว

 

“ไม่ดื้อ เป็นเด็กดีสุดๆ” มือเล็กยกขึ้นมาเช็ดน้ำสีใสบนปากของตัวเองพลางเอ่ยเถียง

 

“กล้าพูด”                                          

 

“กล้าเพราะเป็นความจริง”

 

หินถึงกับส่ายหัว แต่ถึงอย่างนั้นความคิดวุ่นวายในหัวก็ลดน้อยลงเพราะคนตรงหน้า ดวงตาคมจับจ้องใบหน้าสวยอยู่ชั่วครู่ กระทั่งคนถูกมองเลิกคิ้วถามจึงเปลี่ยนไปเป็นขยับตัวลงนอนเพื่อหลีกเลี่ยงการถูกจับความรู้สึกได้

 

“มึงจะนอนแล้วเหรอ”

 

“อืม ปิดไฟได้แล้ว พรุ่งนี้มึงทำงาน รีบนอนซะ”

 

“ก็ได้”

 

--

 

“ได้ยินข่าวจากพ่อว่าแฟนเราแวะมาหาที่บริษัทเหรอหืม”

 

น้ำเสียงแสนอ่อนโยนของผู้เป็นแม่ดังขึ้นเมื่ออีกฝ่ายแวะมาหาที่บริษัท ขณะที่คนเป็นพ่อก็นั่งอมยิ้ม ทิ้งระเบิดลูกเล็กๆไว้ให้แฟนจัดการ

 

“พอดีแฟนลืมเอกสารประชุมเลยให้พี่หินเอามาให้เฉยๆ”

 

“ชื่อหินงั้นเหรอ?”

 

คนเผลอหลุดปากเม้มริมฝีปากเข้าหากันยามได้ยินเสียงหัวเราะในลำคอจากพ่อของตัวเอง

 

“ครับ ชื่อหิน” แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังตอบคำถามเสียงเบา

 

การต้องมานั่งคุยกันเรื่องคนที่คบด้วยไม่เคยเกิดขึ้นในครอบครัว แฟนจึงไม่รู้ว่าควรทำตัวอย่างไร

 

“ว่างๆก็พามากินข้าวที่บ้านบ้างสิ นี่เวลาเราลงไอจีสตอรีอะไรนั่นน้องเราเอามาฟ้องแม่ใหญ่ บอกด้วยว่าดูจากทรงแล้วต้อง

หล่อแน่ๆ”

 

รอยยิ้มอ่อนโยนของผู้เป็นแม่ประดับอยู่บนใบหน้าไม่ห่างหายยามเอ่ยกับคนเป็นลูก

 

“ก็ดีนะ แต่พ่อหล่อกว่า”

 

“หืม พ่อก็ช่างกล้า”

 

แฟนหลุดหัวเราะให้กับประโยคของพ่อ ส่วนแม่นั้นทำหน้าคล้ายกับกลืนไม่เข้าคายไม่ออกเนื่องจากความหลงตัวเองของสามี

 

“เอาไว้ถ้ามีเวลาแฟนจะพาไปทานข้าวที่บ้านนะ”

 

“ดีจ้ะ แม่ตื่นเต้นมากที่จะได้เห็นว่าคนที่มีความอดทนเป็นเลิศนั้นเป็นใคร”

 

“แม่อ่ะ”

 

แล้วเสียงหัวเราะร่วนของทั้งพ่อและแม่ก็ดังขึ้นจนใบหน้าสวยทอความเง้างอน ทว่าข้างในกลับรู้สึกดีกับความรักและความเข้าใจของคนในครอบครัว

 

ก็อยู่ที่ว่าหินจะพร้อมเข้าไปหาพ่อกับแม่เขาหรือเปล่า

 

“เขาเป็นคนดีใช่ไหมหืม”

 

มือเล็กของผู้เป็นแม่วางลงบนหัวพลางลูบไล้ไปมาสองสามครั้ง ขณะใบหน้าที่ถ่ายทอดความสวยมาให้เต็มไปด้วยความอ่อนโยน

 

“ครับ พี่หินเป็นคนดี”

 

แปลกที่แฟนตอบคำถามนี้ได้อย่างไม่ลังเล

 

พอผ่านเรื่องกังวลใจมาได้ความรู้สึกข้างในก็เหมือนจะเพิ่มมากขึ้น เพียงแค่นึกถึงใบหน้าคม ปากก็ราวกับอยากจะฉีกยิ้มอย่างเป็นเอามาก

 

คำตอบที่คนเป็นแม่ยิ้มกว้างออกมายิ่งกว่าเดิม

 

“ดีแล้วจ้ะ”

 

--

 

“กลับมาไวจัง”

 

เสียงพึมพำกับตัวเองดังขึ้นท่ามกลางความเงียบยามมือบางผลักประตูเข้ามาแล้วพบกับร่องรอยการกลับมาของอีกคน

 

หินบอกว่าวันนี้มีธุระ ก่อนหน้าบอกกำลังกลับห้องแต่ก็ไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะมาถึงเร็วกว่า

 

เท้าเรียวภายใต้สลิปเปอร์ก้าวเอื่อยเฉื่อยไปวางกระเป๋าลงบนโซฟา จากนั้นก็ทิ้งตัวนั่งลงด้วยความหมดแรงเนื่องจากสูญเสียพลังงานไปกับงานและการจราจรในกรุงเทพ เปลือกตาบางปิดลงเพื่อพักสายตา กระทั่งได้ยินเสียงกุกกักจากในห้องนอนจึงลืมตาขึ้น ก่อนจะหยัดกายลุกจากโซฟาเพื่อเดินเข้าไปหาหิน

 

ปึก

 

ทว่าหัวเข่าซึ่งกระแทกอะไรบางอย่างบนโต๊ะพลันทำให้ต้องหยุดชะงัก แฟ้มเอกสารบางอย่างล่วงหล่นลงมากองตรงปลายเท้า แรงกระแทกนั้นมากพอจะส่งผลให้เอกสารบางส่วนเลื่อนออกจากซอง

 

แฟนโน้มตัวลงไปเก็บ คิ้วได้รูปขมวดเป็นปมยามค่อยๆกวาดสายตามองใบปริญญาบัตรในมือ

 

‘Mozarteum University of Salzburg’                          

 

‘Mr.Sila Kananon’

 

สองประโยคที่ปรากฏเด่นหราอยู่บนใบปริญญาบัตรจบการศึกษาระดับปริญญาตรีทำให้แฟนนิ่งอึ้ง อ่านวนตัวอักษรนั้นเป็นสิบรอบก่อนจะพบว่าตัวเองไม่ได้อ่านชื่อผิดหรือตาฝาดไป

 

“กลับมาแล้วเหรอ”

 

เสียงทุ้มที่ดังขึ้นดึงสติอันสับสนมึนงงให้กลับมาอยู่ตรงหน้า แฟนเงยหน้ามองคนที่เอ่ยถาม ขณะในมือยังคงถือแฟ้มและใบปริญญานั้นเอาไว้แน่น

 

“มึง...”

 

“เห็นแล้วเหรอ”

 

“...”

 

“ไม่รู้ว่าเรื่องนี้จำเป็นต้องบอกไหม แต่มันอาจดีกว่าถ้ามึงรู้จากตัวกูเอง...เรื่องที่กูจบปริญญาโทจากที่นี่กูไม่ได้โกหก แต่แค่ไม่ได้บอกมึงว่าก่อนหน้านั้นกูจบปริญญาตรีจากที่อื่น”

 

 TBC.

 

มาแล้วววว มาไวมากกกก

รู้ว่าทุกคนอยากอ่านตอนนี้มากเลยมาเร็วค่ะ น่ารักใช่ม๊า? อิอิ

ดราม่าชามเล็กนิดดดเดียวเอง จริงๆตอนนี้ไม่ได้ตั้งใจม่าอยู่แล้วค่ะ(แต่ตั้งใจให้ค้างจริงๆ5555555)

แต่เป็นเหตุการณ์ที่จะทำให้คนทั้งสองได้เห็นอะไรในตัวกันและกันมากขึ้น

เห็นไหมว่าไม่มีอะไรเล้ย กลับมาหวานกันแล้ว คึคึ

แอบทิ้งระเบิดไว้ตอนท้าย พี่หินยังมีอะไรให้เซอร์ไพร์สอีกเยอะเลยค่ะะะ^^

พอผ่านเรื่องปริมเขาก็คิดได้มากขึ้นว่าบางเรื่องที่คิดว่าไม่จำเป็นอาจจะต้องพูดออกมาบ้าง

แล้วมาทำความรู้จักพี่หินไปพร้อมๆกับน้องแฟนกันนะคะ...รักกกกกก

เจอกันตอนหน้าค่าาาา


[TW : @exsoull_ ฝากแท็ก #พี่หินคนห่าม ด้วยน้าาา]

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.865K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

5,744 ความคิดเห็น

  1. #5723 Spices_smile (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 15 กันยายน 2563 / 07:24
    ป้าดวะ5555555
    #5,723
    0
  2. #5641 Airzaa1810 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 29 มีนาคม 2563 / 19:19
    พี่หินนนนนนน/น้องแฟนอึ้งแป๊บ
    #5,641
    0
  3. #5546 yuri_miko (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 2 ธันวาคม 2562 / 19:09
    ไม่ธรรมดาจริง ๆ
    #5,546
    0
  4. #5408 12311232123312 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2562 / 10:52
    โหหหหห
    #5,408
    0
  5. #5365 JIRISA (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2562 / 17:57
    อะฮึ่มมมม ไม่ทำมะดา อ่ะฮ้าา ไม่ทำมะดาาาา
    #5,365
    0
  6. #5325 Yooika (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2562 / 15:53
    55555พ่อเอ้ย
    #5,325
    0
  7. #5322 Nuthathai Por (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2562 / 13:55

    พี่หินของน้องแฟนไม่ธรรมดานะจร้า

    #5,322
    0
  8. #5175 ilyyy (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 18 มกราคม 2562 / 23:40
    ความลับเยอะจังเลยคะพ่อ
    #5,175
    0
  9. #5142 Minyy (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 2 มกราคม 2562 / 23:56
    พี่หินคะ ความลับเยอะจริงพ่อคุณ~
    #5,142
    0
  10. #5125 psirikwan43 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2561 / 22:56
    ความลับเยอะจริงๆ อีกเรื่องคือพี่รวยมากใช่มั้ย55555
    #5,125
    0
  11. #5113 IMeMoRyU (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2561 / 05:21
    พี่- ความลับเยอะมาก
    #5,113
    0
  12. #5054 hannna (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2561 / 18:26
    สรุปเซอร์ไพรส์อีกอันคือพี่หินบ้านรวยยมากกแต่ทำตัวจนมากกก น้องจะต้องตะลึงมากกว่านี้แน่นอนน
    #5,054
    0
  13. #4811 ojay2 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 30 กันยายน 2561 / 09:01
    หินนี่มีอะไรเยอะนะ
    #4,811
    0
  14. #4799 pim pimmi (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 29 กันยายน 2561 / 23:25
    เนี่ยบอกแล้วว่าพี่แกไม่ธรรมดา
    #4,799
    0
  15. #4773 Hunbears (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 29 กันยายน 2561 / 01:26
    พิหินนน้องต้องเซอไพรซ์อีกกี่รอบ5555555
    #4,773
    0
  16. #4716 jaisai09 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 23 กันยายน 2561 / 22:45
    ก็เพื่อนเรียกอาจารย์หินอ่ะเนอะ
    #4,716
    0
  17. #4685 areenachesani (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 17 กันยายน 2561 / 12:20
    ว้าาวว ว่าแล้วว่าพี่หินไม่ทำดา
    #4,685
    0
  18. #4617 bobbikim (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2561 / 14:25
    พี่หินนนนนนนนนนนนนน โห้ยยยยยหล่อแบบมีการศึกษา
    #4,617
    0
  19. #4566 [In_My_DreaM] (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2561 / 18:39
    อื้อหือออ กุนี่ตาลุกวาวเลยค่ะ 555
    #4,566
    0
  20. #4547 Ppillow_ (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2561 / 19:28
    อห... มหาลัยระดับโลกเลยนะนั่น
    #4,547
    0
  21. #4501 pcy921 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 3 กรกฎาคม 2561 / 23:33
    คุณพ่อคุณแม่ดูใจดีนะคะ
    #4,501
    0
  22. #4470 angle-wing (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2561 / 18:37
    อะไรๆก็ไม่ค่อยจะบอกเลยคุณพี่
    #4,470
    0
  23. #4432 GBright˙ω˙ (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2561 / 12:12
    โอ้ก้อดดดดด
    #4,432
    0
  24. #4406 maybee23 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2561 / 16:30
    พี่ค่ะ...
    #4,406
    0
  25. #4244 koy_incle (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2561 / 20:59
    แฟนจะงอนอีกมั้ยเนี่ยมารู้เรื่องของหินโดยบังเอิญอีกแล้ว
    #4,244
    0