Happy New Boyfriend!

ตอนที่ 13 : ตอนที่ 12 : สิ่งที่แฟนอยากรู้

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 44,541
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,861 ครั้ง
    18 ก.พ. 61

ตอนที่ 12
#พี่หินคนห่าม

 

“กูลืมเอกสารที่ต้องใช้ประชุมไว้ที่ห้อง มึงว่างไหม แวะเอามาให้หน่อย”

 

น้ำเสียงที่เอ่ยเจือความเกรงใจเอาไว้มากล้น แต่เนื่องจากเป็นเอกสารสำคัญจึงต้องวางความเกรงใจนั้นลงแล้วต่อสายหาอีกคน

 

“อืม เดี๋ยวกูแวะเอาไปให้ เอกสารอะไร” หินรับคำโดยง่ายยามละจากงานในมือแล้วผุดลุกขึ้นยืน

 

“แฟ้มสีน้ำเงินตรงโต๊ะข้างหัวเตียง มีอันเดียวแหละ”

 

ปลายเท้าของคนถูกไหว้วานมุ่งตรงไปทางห้องนอนกว้าง เสียงเปิดประตูดังเข้ามาในสายที่ยังคงถืออยู่แนบหู กระทั่งพบเข้ากับสิ่งที่อีกคนต้องใช้จึงตอบกลับ

 

“โอเค เดี๋ยวไปถึงแล้วกูโทรหา”

                                      

“อื้อ”

 

แฟนรับคำแล้วกดวางสาย นึกโทษความสะเพร่าขี้ลืมของตัวเองด้วยความขัดใจ แต่ก็ทำอะไรไม่ได้มากไปกว่าการรอหินเอาเอกสารมาให้เนื่องจากต้องใช้ในอีกไม่ถึงหนึ่งชั่วโมงข้างหน้า

 

ยี่สิบนาทีต่อมาร่างสูงในชุดเสื้อยืดกางเกงยีนส์ก็มาถึงบริษัท คนที่รออยู่ด้านหน้าจึงรีบปรี่เข้าไปหา ระยะเวลาการมาถึงซึ่งเร็วกว่าปกติบ่งบอกให้รู้ว่าอีกคนขับมาเร็วไม่น้อย

 

“บิดมาเท่าไหร่เนี่ย”

 

“หึ ก็มึงรีบ” รอยยิ้มมุมปากและคำตอบของคนตรงหน้าทำให้แฟนส่ายหัว

 

“มึงมีธุระรึเปล่า ขึ้นไปรอที่ห้องกูก่อน ตอนเที่ยงไปกินข้าวกัน”

 

คิ้วเข้มเลิกขึ้นเมื่อได้ยินคำเอ่ยชวน ทว่ายังไม่ทันจะได้อ้าปากตอบคำถามฝ่ามือก็ถูกมือบางเอื้อมมาจับก่อนจะออกแรงรั้งให้ก้าวตาม

 

“กูยังไม่ตอบเลยนะ”

 

“ไม่ต้องตอบ กูเลือกให้”

 

คนเอาแต่ใจเอ่ยง่ายๆจนคนไม่มีทางเลือกได้แต่ก้าวตามแรกลากนั้นไปอย่างไม่อาจขัดขืน

 

ตลอดทางมีคนค้อมตัวทักทายประปรายแต่มากกว่านั้นคือสายตาใคร่รู้ถึงตัวตนของคนที่ลูกชายเจ้าของบริษัทจับมือถือแขน หินไม่ได้รู้สึกประหม่าแม้แต่น้อย แต่ก็รู้ดีว่าประเด็นของตัวเองคงต้องถูกพูดถึง

 

“พี่ไก่ครับ นี่พี่หิน เผื่อคราวหลังถ้ามาก็ให้เข้าไปได้เลย” หินกล่าวสวัสดียามที่อีกฝ่ายซึ่งมีอายุพอสมควรก็ยิ้มรับอย่างเป็นมิตร

 

“ค่ะคุณแฟน”

 

เมื่อเข้ามาอยู่ในห้องด้วยกันสองต่อสองร่างบางก็หมุนตัวกลับมาหา คิ้วเข้มจึงเลิกขึ้นแทนการถามว่ามีอะไร

 

“ขอโทษที่ต้องรบกวนมึง” จากที่คิ้วเลิกขึ้นกลายเป็นขมวดมุ่น        

 

“รบกวนอะไร เคยบอกแล้วว่าเล็กน้อย” เสียงที่เอ่ยเข้มขึ้นโดยอัตโนมัติ

 

“ยังไงก็เกรงใจอยู่ดี”

 

คนขี้เกรงใจถูกรั้งให้ขยับเข้าไปหา สันของแฟ้มในมือกระแทกเข้ากับแผ่นท้องแกร่งเล็กน้อยแต่หินไม่ได้สนใจเท่ากับการลงโทษคนตรงหน้า ริมฝีปากบางถูกขบกัดพร้อมทั้งถูกดูดดึงเต็มแรง นานจนพึงพอใจจึงค่อยๆผละออก

 

“กูไม่ใช่คนอื่น”

 

ประโยคสั้นๆที่อธิบายอะไรได้มากมายทำให้แฟนซบหน้าลงกับอกกว้าง ความร้อนวูบวาบบนริมฝีปากยังคงติดตรึงเนื่องจากการลงโทษเมื่อครู่ แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่ได้นึกโกรธ เกิดเป็นความพึงพอใจมากกว่า

 

เพราะหินเป็นอย่างนี้ เลยเสียไปไม่ได้แล้ว

 

“อื้อ รู้แล้ว...กูก็ไม่ใช่คนอื่น”

 

เพาะฉะนั้นเรื่องบางเรื่องจึงพูดออกมาได้...พร้อมจะรับฟัง

 

แฟนได้แต่เอ่ยกับตัวเองในใจ

 

“เป็นแฟนกู จะเป็นคนอื่นได้ยังไง”

 

ท่อนแขนแกร่งโอบรอบแผ่นหลังบางแล้วรัดรึงเข้ามาจนร่างกายแนบชิด จากการซบหน้าอยู่กับอกจึงแปรเปลี่ยนเป็นวางเกยบนไหล่ ขยับซุกจนได้ที่ แม้อยากจะอยู่แบบนี้นานอีกหน่อยแต่งานข้างหลังก็เรียกร้องให้ต้องผละออกห่าง

 

“มึงรอสักสองชั่วโมงเศษนะ กูไปประชุมก่อน”

 

หินพยักหน้ารับ ก่อนริมฝีปากจะทาบทับลงบนหน้าผากเนียนทิ้งท้ายแล้วขยับถอยห่าง

 

“ขอให้การประชุมผ่านไปได้ด้วยดี”

 

แฟนระบายยิ้มเมื่อได้ยินคำอวยพรก่อนจะออกจากห้องไปเพื่อทบทวนเอกสารและคุยงานกับผู้เป็นพ่อ

 

เมื่อเหลือเพียงตัวเองที่อยู่ในห้องหินจึงทรุดตัวนั่งลงบนโซฟาตัวยาว ไม่นานนักเสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น จากนั้นผู้ช่วยของแฟนก็เดินเข้ามาพร้อมกับถาดขนมและน้ำส้มในมือ

 

“น้ำกับขนมค่ะ”

 

“ขอบคุณครับ”

 

คนถูกขอบคุณยิ้มรับแล้วรีบปลีกตัวออกไปเพื่อให้ความเป็นส่วนตัวกับคนของเจ้านาย

 

สองชั่วโมงครึ่งไม่ได้นานพอจะให้รู้สึกเบื่อ เสียงเปิดประตูดังขึ้นรั้งให้สายตาที่จมจ่อกับเกมในโทรศัพท์มือถือหันไปมอง ทว่ายังไม่ทันจะได้เอ่ยถามว่าเสร็จแล้วหรือก็ต้องรีบหยัดกายลุกขึ้น

 

คนที่เดินเข้ามาไม่ใช่แฟนแต่เป็นผู้ชายรูปร่างสมส่วนซึ่งดูดีและมีความภูมิฐานตามอายุ โดยไม่ต้องให้อีกฝ่ายแนะนำขึ้นก่อน สัญชาตญาณในตัวก็ร้องเตือนว่าคนตรงหน้านี้เป็นใคร

 

“สวัสดีครับ”

 

“อืม ทำไมถึงมานั่งอยู่ในห้องทำงานของแฟนได้”

 

สายตาของผู้มีอายุมากกว่าทอความต้องการเอาคำตอบยามเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้า

 

“ผมชื่อหินครับ เป็นแฟนของแฟน...พอดีน้องลืมเอกสารเลยแวะเอามาให้ครับ”

 

ท่าทางแสนสุภาพนั้นทำให้คนแก่แอบเลิกคิ้วในใจ ถึงจะเป็นเพียงการแนะนำตัวและเป็นคำตอบที่เรียบง่าย แต่กลับตรงประเด็น ไม่มีอ้อมค้อมให้เสียเวลา

 

“แฟนของแฟน?”

 

“ครับ” น้ำเสียงนั้นยังคงหนักแน่น       

 

“คบกันมานานแค่ไหนแล้วล่ะ”

 

“ประมาณสามเดือนครับ”

 

“ยังต้องดูกันอีกนาน”

 

สายตาของคนพูดบ่งบอกชัดเจนว่าไม่ได้หมายถึงหินกับแฟน แต่หมายถึงหินกับตัวเอง

 

ถึงจะถูกใจกับเด็กหนุ่มตรงหน้าแต่การจะยกลูกให้ก็ไม่ใช่เรื่องที่ทำได้ง่าย

 

ต้องดูกันไปอีกนาน

 

“ครับ” และคนที่เข้าใจความหมายนั้นก็ยังคงตอบรับอย่างมั่นคง

 

แกรก

 

“อ้าว พ่อเข้ามาทำอะไร”

 

คนเพิ่งเข้ามาใหม่ชะงักไปเล็กน้อยเมื่อเห็นผู้เป็นพ่อยืนประจันหน้ากับอีกคน

 

“เข้ามาทำความรู้จักกับแฟนของลูกสักหน่อย”

 

ยามหันไปตอบคนเป็นลูก ใบหน้าเรียบนิ่งดูสุขุมก็เปลี่ยนเป็นอ่อนโยนขึ้น

 

“อ้อ นี่พี่หิน...ส่วนนี่พ่อของแฟน”

 

ร่างบางก้าวเข้ามาหาพร้อมทั้งเอ่ยแนะนำทั้งสองฝ่ายให้รู้จักกัน สรรพนามที่เหมาะสมกับกาลเทศะถูกหยิบยกขึ้นมาใช้ ถึงจะไม่คุ้นหูนักแต่หินก็พึงพอใจยามได้ยิน

 

“รู้จักกันแล้วล่ะ พ่อแค่เข้ามาทักทายเฉยๆ เชิญตามสบายเถอะ...ไว้มีโอกาสก็ไปพาไปทานข้าวที่บ้านบ้างนะ แม่กับน้องคงอยากรู้จัก”

 

เอ่ยกับลูกชายของตัวเองพลางปรายตามองบุคคลที่สามเล็กน้อย

 

“ครับ” แฟนรับคำขณะมองหน้าหินไปด้วย

 

“ไม่มีอะไรแล้ว พ่อไปล่ะ”

 

หินยกมือขึ้นไหว้พร้อมกล่าวคำอำลาตามมารยาท ก่อนคนเป็นลูกจะรับคำแล้วเดินออกไปส่ง กระทั่งประตูห้องทำงานปิดลง กั้นคนในห้องให้เหลือเพียงสองคนจึงรีบตรงเข้ามาถาม

 

“พ่อกูพูดอะไรกับมึงรึเปล่า”

 

“ไม่แทนตัวเองว่าแฟนแล้วเหรอ?”

 

หินไม่ตอบคำถามทั้งยังเอ่ยไปอีกเรื่องที่แทบไร้ซึ่งความจริงจังจนแฟนถอนหายใจ ขาเรียวก้าวเข้าไปใกล้ ใบหน้าสวยเงยขึ้นมองคนที่สูงกว่า

 

“ถ้าแฟนแทนตัวเองว่าแฟน พี่หินจะยอมแทนตัวเองว่าพี่รึเปล่า?”

 

คำว่าพี่จากริมฝีปากบางที่ตัวเองชอบขบเม้มไล้เลียทำลายล้างใจที่คิดว่าแข็งแกร่งจนพังแทบไม่เป็นท่า เกิดความร้อนที่ไม่รู้ว่าเป็นอาการอะไรตรงข้างแก้มสาก สายตาก็ดูจะต้านไม่ไหวจนอยากเบือนหลบ

 

ทั้งการแทนชื่อตัวเอง และการถูกเรียกว่าพี่...แบบนี้ใครจะทนไหว

 

“ว่าไง” อีกคนถามย้ำเมื่อคนตรงหน้าเอาแต่นิ่งเงียบ

 

“แบบนี้ไม่คุ้นหูคุ้นปาก พูดแบบเดิมก็ดีแล้ว”

 

ไม่ใช่ไม่คุ้นแต่ไม่ดีต่อใจมากกว่า...เพียงแค่ได้ยินก็พลันอยากลากอีกฝ่ายขึ้นเตียงอยู่ร่ำไป

 

“แล้วสรุปว่าพ่อพูดอะไรบ้าง”

 

เมื่อได้ยินคำยืนยันว่าการพูดกันแบบเดิมดีกว่าก็ไม่คิดขัด จากนั้นจึงวกกลับมาถามเรื่องเดิมที่ยังคงค้างคาใจ แววตาของคนถามเต็มไปด้วยความสงสัย

 

“ไม่มีอะไร ก็คุยกันปกติ”

 

“แน่นะ”

 

“จะโกหกทำไม แล้วไหนบอกจะไปกินข้าวข้างนอก”

 

ดวงตาคู่สวยหรี่ลงจับผิดหินอยู่ชั่วครู่ จนเมื่อพบว่าไม่มีความผิดปกติใดๆจึงเลิกเซ้าซี้

 

คนแบบหินถ้าไม่อยากพูดเค้นให้ตายก็ไม่เล่า

 

“มึงมีธุระตอนบ่ายต่อใช่ไหม งั้นไปร้านอาหารอิตาเลียนนะ กินได้รึเปล่า”

 

เพราะเป็นร้านที่อยู่ไม่ไกลบริษัทมากนักจึงเหมาะสำหรับมื้อเที่ยงเพื่อการไม่เสียเวลาเดินทาง             

 

“ก็พอได้ เอาที่มึงอยากกินเถอะ”

 

“โอเค”

 

--

                             

วันต่อมา                                                

 

“ขอบคุณมึงมากเลยนะเว้ย ทุกอย่างมันเพอร์เฟคได้เพราะมึง นี่กูรอวันปล่อยซิงเกิลไม่ไหวแล้ว”

 

ความตื่นเต้นของเพื่อนถูกถ่ายทอดผ่านทางสีหน้าและน้ำเสียงจนได้ยินไปทั่วห้องทำเพลงซึ่งมีเพียงสองคน หากแต่คนฟังกลับนิ่งเฉย ไม่มีความรู้สึกอะไรนอกจากโล่งใจที่งานเสร็จสิ้นเรียบร้อย

 

“อย่าลืมว่าไม่ต้องพูดถึงกู”

 

“โห่ มึงนี่นะ ทำไมถึงได้ชอบปกปิดตัวตนนักวะ แนวเพลงที่มีอะไรไม่เหมือนใครแบบนี้ยังไงก็โดนขุดชัวร์”

 

“งานของมึงที่ต้องตอบแทนกูคืออย่าให้ใครรู้ว่าเป็นกู ไม่อย่างนั้นก็เตรียมตัวไปหาคนช่วยอื่นได้เลย”

 

“คร้าบ รู้ครับท่านอาจารย์...แต่เห็นเพลงที่มึงทำแบบนี้แล้วคิดถึงปริมเลย น่าเสียดายที่เขาไม่มีโอกาสได้ร้องเพลงที่มึงทำ”

 

ชื่อของใครบางคนทำให้คนฟังชะงักกึก วันครบรอบสองปีของการจากลาราวกับเป็นสิ่งหลอกหลอนย้ำเตือนเรื่องในอดีตจนทั้งวันนี้ความคิดไม่อาจหยุดอยู่ยิ่ง

 

ความผิดพลาดในวันนั้น...

 

“โทษทีว่ะ กูหลุดปาก” เห็นท่าทางเพื่อนแล้วคนเผลอพูดก็รีบเอ่ยขอโทษด้วยความรู้สึกผิด

 

“ไม่เป็นไรเพราะเรื่องนั้นกูผิดเอง” หินเอ่ยเสียงแผ่ว

 

“อย่าว่าอย่างงั้นอย่างนี้เลยนะ มึงก็ได้เรียนรู้จากปริมแล้ว อะไรในใจก็พูดออกมาบ้าง เล่าให้ใครสักคนฟังบ้าง ความรู้สึกที่ว่าไม่เห็นความจำเป็นต้องพูดก็ลดลงบ้าง...บางครั้งเรื่องไร้สาระของมึงก็อาจมีคนอยากฟังอยู่ แค่เล่าว่าวันนี้กับข้าวที่กินไปไม่อร่อยเขาก็อาจดีใจแล้วที่มึงยอมเล่าให้ฟัง”

 

“...”

 

“ก้าวออกมาจากกำแพงของมึงบ้าง แฟนมึงเขาอาจรออยู่”

 

เพราะเป็นเพื่อนจึงเข้าใจแม้หินจะไม่พูดอะไร แต่เรื่องราวมากมายที่ยังไม่ถูกเปิดเผยอาจสำคัญสำหรับใครบางคน

 

เรื่องราวของแฟนเพื่อนพ้องทุกคนรับรู้เพียงแต่ไม่ก้าวก่าย สังเกตเห็นจากหลายอย่างจึงแน่ใจว่าหินยังคงไม่ยอมวางความเป็นตัวเองลง

 

ตัวตนส่วนลึกที่เข้าถึงได้ยาก

 

“กูตั้งใจจะบอกอยู่แล้ว”

 

เมื่อโดนเอ่ยเตือนหินจึงสารภาพถึงสิ่งที่เตรียมเอาไว้ ลมหายใจหนักอึ้งถูกพรูออกเมื่อในหัวคิดถึงเรื่องที่ต้องบอกใครบางคน

 

“ก็ดีแล้ว กูว่าน้องแฟนเข้าใจ”                                                  

 

“ก็หวังว่าจะอย่างนั้น”

 

“เอาเถอะ เรื่องที่มึงอยากบอกก็บอกไป ส่วนตรงนี้ที่อยากปิดกูก็จะช่วยปิดให้”          

 

“อืม...ขอบใจ”

 

“กูสิต้องขอบใจมึง งานนี้เด็กกูดังเป็นพลุแตกจนต้องเตรียมตัวขยายบริษัทแน่”

 

สีหน้าและคำพูดมั่นอกมั่นใจนั้นทำให้หินปลงตก ถึงจะรู้ว่างานที่ตัวเองทำออกมาดีแต่ก็ไม่ได้มีความมั่นใจเต็มร้อยว่าคนอื่นจะชอบจนกลายเป็นที่นิยม

 

ลางเนื้อชอบลางยา

 

มีคนชอบคงมีคนไม่ชอบ แต่ถึงอย่างนั้นก็เกิดความคาดหวังว่าจะมีคนชอบมากกว่า

 

“เรียบร้อยแล้วก็เท่านี้ กูมีนัดต้องไปต่อ”

 

“แหนะ นัดกับน้องแฟนเหรอ”

 

“นัดกับงาน มันไปหาเพื่อนอยู่คงกลับค่ำๆ” เอ่ยตอบพร้อมทั้งหยิบเป้ของตัวเองขึ้นมาสะพาย เตรียมตัวกลับ

 

“งั้นกูไม่รั้งมึงไว้แล้วท่านอาจารย์คิวทอง ไว้เจอกัน”

 

“เจอกัน”

 

--

 

“ขี้อวด! อวดผัวคนอื่นได้อย่างน่าไม่อาย”

 

“ถึงจะให้เห็นแค่แขน แค่หัว แต่มึงคิดเหรอว่าเมียๆอย่างพวกกูจะจำไม่ได้”

 

มือบางตักเค้กเข้าปากไปเรื่อยๆ ไม่สนใจต่อถ้อยคำกระแหนะกระแหนนั้นเพราะทำใจเอาไว้ตั้งแต่นัดเพื่อนทั้งสองออกมาเจอ

 

เนื่องจากต้องออกมาพบลูกค้าแถวบริษัทของบี จึงถือโอกาสโทรเรียกมารวมตัวกันที่ร้านกาแฟไม่ใกล้ไม่ไกล และทันทีที่มาถึง ประโยคกล่าวทักทายยังไม่ทันจะได้เอ่ย เรื่องของหินก็ถูกพูดขึ้นเป็นอันดับแรก

 

“ดู มันไม่สนใจ มันทำเฉย”

 

“ตบเลยไหมมึง”                                                                                     

 

“นี่พวกมึงไร้สาระกันพอรึยัง”

 

สุดท้ายเมื่อทนไม่ไหวใบหน้าสวยก็เงยขึ้นมองเพื่อนตัวเองพร้อมทั้งส่งสายตาเบื่อหน่ายไปให้

 

“เรื่องพี่หินไม่เคยไร้สาระสำหรับพวกกู”

 

มือบางหยิบน้ำตาลก้อนเล็กสีสวยบนหน้าเค้กมาโยนใส่เพื่อนเนื่องจากยังไม่หยุดไร้สาระ เสียงกรีดร้องโวยวายจึงดังขึ้นตามมาจนลูกค้าโต๊ะอื่นหันมอง

 

“อีคนสกปรก มึงโยนใส่พวกกูทำไมเนี่ย”

 

“จะได้หยุดพูดสักที”

 

“หวงผัวอะไรเบอร์นั้นคะ”

 

“กูไม่ได้หวง แต่รำคาญพวกมึง”

 

“จ้ะ เออ ว่าแต่งานมึงเป็นไงบ้าง”

 

ยังดีที่ยังมีแก่ใจถามถึงเรื่องงาน บทสนทนาแปรเปลี่ยนไปฉับพลัน ความจริงจังเลยมีมากกว่าเมื่อครู่

 

“ก็โอเค แต่กูอยากได้ดีไซเนอร์รุ่นใหม่ไฟแรง อยากได้อะไรที่ไม่เหมือนใคร มึงสองคนพอจะรู้จักใครบ้างไหม”

 

“ดีไซเนอร์รุ่นใหม่เหรอ...”

 

ใบหน้าของบีและนัทฉายแววครุ่นคิดเมื่อพยายามนึกถึงคนรอบตัวที่ตัวเองรู้จัก ราวกับเหมือนมีใครสักคนติดอยู่ในหัว แต่กลับนึกไม่ออก

 

“กูนึกไม่ออก”

 

“เดี๋ยวนะ เหมือนจะมีรุ่นน้องกู ดูเฟซแป๊บ”

 

นัทเอ่ยเมื่อรู้สึกคลับคล้ายคลับคลากับจะมีคนน่าสนใจ ก่อนโทรศัพท์ในมือจะถูกกดเข้าไปในแอพพลิเคชั่นรูปตัวเอฟชื่อดัง เลื่อนไถลเพื่อหารายชื่ออยู่ชั่วครู่กระทั่งพบเข้ากับคนที่ต้องการ

 

“นี่ๆ คนนี้ กูว่างานมันแปลกตาดี มึงลองเลื่อนดู”

 

แฟนรับโทรศัพท์ของเพื่อนมา ดวงตาจับจ้องอ่านชื่อแอคเคาท์จึงพบว่าเป็นผู้หญิง สไตล์ถูกบ่งบอกจากรูปในภาพโปรไฟล์อย่างชัดเจน ต่อมานิ้วเล็กจึงเลื่อนหน้าจอขึ้นเพื่อดูผลงาน

 

กึก

 

‘RIP. My Princess’

 

ภาพในความทรงจำเมื่อสองปีที่แล้วถูกแชร์อีกครั้งในวันนี้พร้อมกับแคปชั่นด้านบน หัวข้อข่าวการฆ่าตัวตายของนักร้องชื่อดังถูกแปะไว้เด่นหรา

 

ตะกอนในใจถูกกวนขึ้นมาจนมือสั่น แฟนนิ่งงันไปไม่แม้แต่จะเลื่อนดูอะไรต่อจนเพื่อนสังเกตเห็นอาการแล้วชะโงกหน้ามาดู

 

เหมือนที่เขาว่าไว้...พอเราได้รับรู้บางอย่าง สิ่งนั้นจะวนเวียนเข้ามาหาทั้งที่ก่อนหน้าไม่แม้แต่จะเฉียดใกล้

 

“อ้อ น้องกูคนนี้มันชอบปริมมาก ตอนรู้ข่าวมันถึงกับไม่กินข้าวกินปลาจนเข้าโรงบาลเลยนะ”

 

“ขนาดนั้นเลยเหรอวะ”

 

“ขนาดนั้นเลยแหละ ว่าแต่อีแฟนนิ่งไปทำไม”

 

“ปะ เปล่า”

 

น้ำลายก้อนเหนียวถูกกลืนลงคอจากนั้นนิ้วมือสั่นๆจึงเลื่อนผ่าน ปกปิดการรับรู้ด้วยการไม่กดเข้าไปในข่าว แต่สติกลับไม่อยู่กับภาพงานที่ได้เห็น

 

วันนี้ครบรอบสองปีงั้นเหรอ...

 

“เออ ว่าละก็ขอเม้าหน่อยเรื่องนี้ เพื่อนกูที่อยู่วงในบอกมาว่าตอนเขาฆ่าตัวตายนี่ท้องอยู่ด้วยนะ”

 

“เหี้ย จริงจัง”

 

แกร๊ง

 

“เอ่า อีแฟน มึงเป็นไรเนี่ย”

 

สิ่งที่ได้ยินทำให้ร่างกายไร้เรี่ยวแรงจนโทรศัพท์ในมือล่วงลงบนโต๊ะ หัวใจสั่นไหวจนส่งผลให้มือสั่นตาม ดวงตาคู่สวยวูบไหว เหมือนอากาศรอบตัวลดน้อยลงจนหายใจได้ลำบาก

 

ท้อง...ท้องลูกของใคร

 

“คะ ใครเป็นพ่อเด็ก” เสียงที่เอ่ยไม่มั่นคงนักแต่เพื่อนทั้งสองก็ยังคงไม่สังเกตเห็น นัทจึงเอ่ยต่อ

 

“ข่าวโคมลอยเขาว่าเป็นเพื่อนสนิทนั่นแหละ แต่ก็ไม่มีใครรู้หรอกว่าใคร”

 

“คงเครียดทั้งเรื่องงาน เรื่องท้อง เลยฆ่าตัวตายแน่เลยกูว่า”

 

บทสนทนาของเพื่อนดังเข้าหูแต่ไม่ทะลุไปถึงความคิดเมื่อคำว่าท้องยังคงวนเวียนอยู่ในหัว มือไม้เย็นเฉียบราวกับร่างกายถูกแช่อยู่ในน้ำแข็ง ชั่วขณะหนึ่งเมื่อคิดถึงใครอีกคนข้างในก็เกิดความสั่นไหวที่ไม่อาจควบคุม

 

ไม่ใช่มึงใช่ไหม

 

--

 

“ศุกร์นี้มึงลางานครึ่งวันได้ไหม”

 

ประโยคจากคนที่กำลังพรมจูบไปทั่วไหล่และหลังคอเรียกให้คนที่หมดแรงจากความเร่าร้อนพลิกตัวกลับมาหา

 

“มึงมีอะไรรึเปล่า”

 

จังหวะการหายใจเริ่มกลับมาเป็นปกติ น้ำเสียงที่เอ่ยออกไปจึงไม่ติดขัดเช่นก่อนหน้า

 

หากแต่ข้างในกลับไม่ปกติเลยสักนิด...

 

“กูอยากจะพามึงไปทีๆนึง”

 

สีหน้าของคนพูดไม่มีแววเปลี่ยนไป ทุกอย่างดูเหมือนปกติ แต่ดวงตาคู่คมกลับไม่โกหก บ่งบอกชัดเจนว่ามีเรื่องบางอย่างอยู่ในใจ

 

วันศุกร์นี้...แฟนจำได้ดีว่าครบรอบสองปีของวันที่ปรากฏอยู่ในรูปนั้น

 

“อืม ลาได้”

 

“เดี๋ยวกูไปรับที่บริษัท”

 

แฟนพยักหน้ารับพลางเบียดตัวเข้าหาอีกฝ่ายมากขึ้น หวังให้ความใกล้ชิดนี้ปัดเป่าความรู้สึกไม่สบายใจและความหวาดกลัวที่พยายามกดเก็บเอาไว้ตลอดมา ขณะที่คนถูกอ้อนด้วยภาษากายยกยิ้ม ประกายในดวงตาแปรเปลี่ยน เรื่องในอกถูกสลัดออกไปก่อนจะทาบทับริมฝีปากเข้าหาคนใต้ร่าง ปลายลิ้นเกี่ยวหระหวัดกันด้วยความอ่อนหวาน

 

“อย่าคิดมาก มันไม่มีอะไร”

 

น้ำสีใสเคลือบอยู่บนริมฝีปากบางจนวาววับ บางส่วนซึ่งเลอะออกมาทางมุมปากถูกเช็ดออกให้ด้วยข้อนิ้วแกร่ง ยามหินเอ่ยพูดด้วยเสียงปลอบประโลม

 

ความไม่สบายใจนั้น เขาเห็นมันจากดวงตาที่น่าหลงใหลคู่นี้

 

“หิน...”

 

เสียงเรียกนั้นดูล่องลอยเหมือนขนนกบนอากาศ ไร้น้ำหนัก ไร้ซึ่งความมั่นคง                                 

 

“หืม”

 

“กอดหน่อย...กอดกู”

 

แม้จะเป็นฝ่ายอ้อนขอแต่แฟนกลับเป็นฝ่ายขยับตัวเข้าหาพร้อมทั้งรั้งคนบนร่างเข้ามาใกล้อีกครั้ง ท่าทางนี้ทำให้หินขมวดคิ้วขณะกอดตอบร่างเล็กจนอีกฝ่ายแทบจมหายไปกับอก

 

“เป็นอะไรรึเปล่า” เสียงทุ้มเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง

 

“กูเชื่อใจมึงได้ไหม”

 

“ได้สิ...แน่นอน”

 

ถึงจะไม่เข้าใจกับท่าทางนี้แต่หินก็ตอบกลับด้วยน้ำเสียงอันมั่นคง ก่อนสัมผัสหนักๆจะกดลงบนหัวเล็ก ตระกองกอดแฟนเอาไว้ ตอกย้ำความเชื่อมั่นให้กับอีกฝ่าย

 

กูเชื่อใจมึง...แต่ไม่เชื่อใจอดีตของมึง

 

แฟนเอ่ยกับตัวเองในใจ กับสถานการณ์ตรงหน้าจึงมีเพียงความเงียบงัน ความรู้สึกและความคิดมากมายตีรวนอยู่ข้างใน

สุดท้ายค่ำคืนนี้จึงมีเพียงอ้อมกอดที่รัดรึงกันเป็นคำตอบ หินไม่เอ่ยอะไรมากกว่านั้นและแฟนก็ไม่คิดถาม ไม่แม้แต่จะลุกขึ้นไปอาบน้ำชะคราบไคลจากกิจกรรมร้อนแรงใดๆ

 

--

 

“ทำหน้าเครียดทำไม”

 

ยามเช้าวันศุกร์มาถึงแฟนยิ่งมีท่าทีนิ่งเงียบ ถึงแม้สองวันที่ผ่านมาเจ้าตัวจะพยายามทำตัวเป็นปกติแต่หินก็รู้ดีว่าข้างในในนั้นมีอะไรอยู่มากมาย

 

ด้านคนถูกถามทำเพียงแค่ส่ายหน้าตอบเบาๆ ทุกอย่างดูหนักอึ้งกว่าเคยในความรู้สึก

 

หวาดกลัว...ความรู้สึกนี้กำลังเกิดขึ้นแฟนยอมรับ กลัวความจริงที่จะได้รับรู้ทั้งที่พยายามค้นหาคำตอบมาตลอด

 

“มองหน้ากู”

 

มือหนาหยาบสากวางประกบลงบนสองข้างแก้ม เจ้าของมือออกแรงเพียงนิดบังคับให้แฟนหันมามองหน้า กระทั่งสายตาซึ่งเต็มไปด้วยความสั่นไหวหันมาสบ

 

“อย่าเป็นแบบนี้ อย่าคิดมากเรื่องของกู” หินไม่คิดว่าการตัดสินใจครั้งนี้จะส่งผลต่ออีกคนขนาดนี้

 

ท่าทางเซื่องซึมกว่าปกติเขย่าใจคนมองจนวูบไหว เป็นไปได้หินอยากให้แฟนกลับมาเป็นคนเดิม อยากเห็นใบหน้าสวยที่เต็มไปด้วยความมั่นใจ แต่ก็รู้ดีกว่าตัวเองเป็นต้นเหตุของเรื่องทั้งหมด

 

ไม่ว่ายังไงแฟนก็ต้องรู้เรื่องนี้...มันถึงเวลาแล้ว

 

“กูไม่ไปกับมึงได้ไหม”

 

“แฟน...”

 

“กูไม่อยากรู้แล้ว”

 

“รู้เถอะ ในเมื่อมึงพยายามหาคำตอบ กูก็จะบอกมึงด้วยตัวเอง”

 

ร่องรอยการเข้าไปในห้องทำงานนั้นไม่อาจรอดพ้นสายตา หินรู้ว่าแฟนกำลังอยากรู้อะไรบางอย่างเกี่ยวกับตัวเองจึงตัดสินใจบอกวันนี้

 

วันที่ตราตรึงอยู่ในทุกห้วงวินาทีของชีวิต สิ่งที่พยายามไม่เอ่ยถึงตลอดมา

 

“มึงรู้”

 

แฟนเอ่ยเสียงแผ่ว ขณะที่ใบหน้าคมกดลงรับเชื่องช้า ก่อนมือหนาจะเลื่อนลงมากุมมือเล็ก หยิบกระเป๋าทำงานของอีกคนมาสะพายไว้บนไหล่แล้วพาเดินออกไปข้างนอก

 

มื้อเช้าของวันนี้ไม่อร่อยในความรู้สึกจนแฟนกลืนอาหารลงคอได้เพียงไม่กี่คำ แต่ถึงอย่างนั้นหินก็ไม่คิดบังคับ เมื่อเห็นคนตรงหน้าหยิบน้ำขึ้นมาจิบจึงวางมือลงเช่นกัน

 

“เดี๋ยวกูไปส่งที่บริษัท” ดวงตาแสนเหม่อลอยเลื่อนกลับมาสบ ริมฝีปากบางค่อยๆขยับตอบ         

 

“แล้วมึงจะกลับยังไง”

 

“แท็กซี แล้วเดี๋ยวตอนเที่ยงไปรับอีกที” เอ่ยตอบพร้อมทั้งหยัดกายลุกขึ้นเก็บชามโจ๊กทั้งสองชามไปแช่ให้เรียบร้อย

 

ร่างเล็กที่คิดอะไรอยู่ตลอดเวลาถูกนำพาโดยร่างสูงกระทั่งไปถึงบริษัท แม้ยามคนมาส่งทาบทับริมฝีปากลงมาเป็นจูบอลึกซึ้งก่อนจากลาสติก็ยังคงเลื่อนลอยจนแทบไม่รู้ตัว

 

--

 

ป้ายชื้อหินอ่อนสลักด้วยตัวอักษรสวยงามสีทองระบุถึงวันเกิดและวันจากไปปรากฏอยู่ตรงหน้า ทุกอย่างเป็นไปด้วยความเงียบงัน ไม่มีประโยคเอ่ยถาม ไม่มีประโยคคัดค้านใดๆ

 

แฟนมองคนที่วางดอกไม้หนึ่งดอกลงเป็นอย่างสุดท้ายและนิ่งงันอยู่อย่างนั้นต่อเกือบนาที ก่อนหินจะหันกลับมาหา

 

ดวงตาคมแดงก่ำ...ไม่ต่างจากดวงตาของแฟน

 

“มึงพร้อมจะรับรู้เรื่องของกูหรือยัง”

 

ใบหน้าส่ายตอบเป็นไปโดยไม่รู้ตัว การปฏิเสธนั้นทำให้หินชะงัก ทว่าต่อมาก็สูดลมหายใจเข้าลึก เตรียมบอกเล่าเรื่องราวของตัวเองออกมาจากปาก

 

ถ้าจะเดินต่อไปด้วยกัน แฟนต้องรู้เรื่องนี้

 

“ปริม...”

 

“กูขอถามคำเดียว” เสียงหวานสั่นพร่าเอ่ยขึ้นขัดจนประโยคที่กำลังจะเอ่ยถูกหยุดนิ่ง

 

“...” หินเงียบเพื่อให้อีกคนพูดต่อ

 

“มึงเป็นพ่อของเด็กในท้องเขาหรือเปล่า” เปลือกตาคนถูกถามเบิกขึ้นบ่งบอกการตกใจ

 

ความสั่นไหวของหินมีมากกว่าครั้งไหนตลอดเวลาที่คบกัน เพียงเท่านั้นน้ำตาหยดใสก็กลิ้งลงรินรดแก้มเนียน แฟนเบือนหน้าหนีไปทางอื่นอย่างไม่อาจทำใจ ริมฝีปากบางที่ถูกขบกัดสั่นระริก

 

ใครว่าอะไรที่ยังมาไม่ถึงคือสิ่งน่ากลัว...อะไรที่เกิดขึ้นแล้วต่างหากล่ะที่น่ากลัวกว่า       

 

เพราะมันไม่อาจแก้ไขอะไรได้เลย                           

 

อดีตนั้นน่ากลัวยิ่งกว่าอนาคตเสียอีก

 

 TBC.


มาแล้วค่าาาา

จะบอกไว้เผื่อใครงง วันที่ปริมฆ่าตัวตายกับวันบนรูปมันคนละวันกันนะคะ

ฉะนั้นมันจะครบรอบสองปีวันที่ตายกับวันบนรูปน้า              

หวานมาเยอะแล้ว กลัวคนเลี่ยนกันเลยเอาม่ามาขัดสักหน่อย><(กระพือพัดใส่หม้อต้มน้ำ)

ชีวิตทุกคนมีอดีต ชีวิตทุกคนมีบาดแผล พี่หินก็เช่นกันค่ะ...

ไม่ถนัดดราม่าเลย ไม่รู้ว่าแต่งเป็นยังไงบ้าง คอมเมนต์มาเล่าสู่กันฟังหน่อยนะคะะะะะ

แล้วเจอกันตอนหน้าค่ะ เยิฟ

[ ฝากแท็ก #พี่หินคนห่าม ด้วยนะคะะะ]


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.861K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

5,744 ความคิดเห็น

  1. #5722 Spices_smile (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 15 กันยายน 2563 / 07:14
    เเบ้บบบบ
    #5,722
    0
  2. #5676 PandaPuffycheeks (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 29 เมษายน 2563 / 22:04
    เหมือนหินจะพลาดเลยTT แรงไปรึเปล่าแม่ แงงงงงงง ก็ไม่ใช่ว่าไปต่อไม่ได้นะ แต่แบบ สงสารน้องแฟนTT
    #5,676
    0
  3. #5640 Airzaa1810 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 29 มีนาคม 2563 / 18:26
    หนักหน่วงมากกกกก
    #5,640
    0
  4. #5612 ศศพินทุ์ ปัคมา (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 26 มกราคม 2563 / 14:05
    ถึงมันจะจริง มันก็ไม่เกี่ยวกับแฟนนิ มันเกินขึ้นก่อนหินจะมาเจอแฟนนะ แล้วปริมก็ตายไปแล้วด้วย ถ้าจะว่าหินทำผิด ใครบ้างไม่เคยทำผิด อดีตที่มันผ่านไปแล้วก็ปล่อยมันผ่านไปดิ จะเก็บมาทำร้ายกันทำไม

    เออ ถ้าปริมพึ่งฆ่าตัวตายช่วงที่หินคบกับหินค่อยน่าจะโกรธ หรือเสียใจบ้าง
    #5,612
    0
  5. #5589 yu-na (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2562 / 07:12
    อะโห ถ้ามันจริงนี่แรงมากอยู่นะ
    #5,589
    0
  6. #5545 yuri_miko (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 2 ธันวาคม 2562 / 17:04
    ไม่ใช่หรอกๆๆๆ
    #5,545
    0
  7. #5461 rattanalak44 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2562 / 17:39
    ไม่เศร้าได้มั้ย
    #5,461
    0
  8. #5407 12311232123312 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2562 / 10:43
    แงงงงงงง
    #5,407
    0
  9. #5385 Kim-kibom (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2562 / 20:45
    อืม....
    #5,385
    0
  10. #5370 gamyuyyuy (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 26 มิถุนายน 2562 / 13:44
    ทุกคนมีอดีตนะแฟน อย่าเอาอดีตมาเป็นแผลในปัจจุบัน
    #5,370
    0
  11. #5321 Nuthathai Por (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2562 / 13:14

    แฟนฟังหินก่อนอย่างพึ่งกลัวไปไกล

    #5,321
    0
  12. #5277 fffyty (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2562 / 14:40
    หน่วงไปหมด
    #5,277
    0
  13. #5112 IMeMoRyU (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2561 / 04:51
    อดีตก็คืออดีต ปัจจุบันก็คือปัจจุบัน ปริมตายไป 2 ปีแล้ว ทุกการจากลาด้วยความตาย คนที่ยังอยู่ย่อมเสียใจ และหินเองก็คงรู้สึกผิด เลยไม่ค่อยอยากพูดถึง แต่ถ้าแฟนเข้าใจในเรื่องนี้ได้ ความสัมพันธ์มันจะมั่นคงขึ้น
    #5,112
    0
  14. #5091 pk2087 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2561 / 13:20

    ตอนนี้รู้สึกอึดอัดในใจ ว่าเรื่องจริงคืออะไร ถ้าเป็นลูกของพี่หิน แฟนจะทำยังไงจะยังรักกันอยู่ไหม

    #5,091
    0
  15. #5002 Bammiiee (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2561 / 02:47
    แง แล้วยังไงอะ คือแฟนยอมรับไม่ได้หรอ
    #5,002
    0
  16. #4810 ojay2 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 30 กันยายน 2561 / 08:50
    เห้ยยยยย ลุ้นน
    #4,810
    0
  17. #4797 pim pimmi (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 29 กันยายน 2561 / 23:02
    ฮือออออออ
    #4,797
    0
  18. #4771 Hunbears (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 29 กันยายน 2561 / 01:06
    ฮรือออออออ
    #4,771
    0
  19. #4715 jaisai09 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 23 กันยายน 2561 / 22:24

    หืออออออ
    #4,715
    0
  20. #4599 หมาแบ้กหมูจู (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2561 / 14:25
    ช็อคซีนีม่าฮือ
    #4,599
    0
  21. #4565 [In_My_DreaM] (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2561 / 18:20
    สูดหายใจเข้าลึกๆ แล้วตั้งสติกันก่อนนะ
    #4,565
    0
  22. #4497 pcy921 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 3 กรกฎาคม 2561 / 14:06
    แฟนใจเย็นๆเด้อเริ่องในอดีตแก้ไขไม่ได้แต่มันผ่านไปแล้วค่ะ แฟนต้องคิดดีๆนะคะ
    #4,497
    0
  23. #4469 angle-wing (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2561 / 18:04
    ดราม่าTT
    #4,469
    0
  24. #4430 GBright˙ω˙ (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2561 / 12:03
    ไม่เป็นไรนะลูกอดีตทำให้เราเรียนรู้ได้ทำให้เราเข้มแข็งนะ
    #4,430
    0
  25. #4404 maybee23 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2561 / 15:56
    อดีตทำให้เราเดินต่อไปอย่างหมั่นคง น้องแฟนจำไว้นะลูก
    #4,404
    0