Happy New Boyfriend!

ตอนที่ 12 : ตอนที่ 11 : เรียนรู้แฟน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 47,867
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2,239 ครั้ง
    12 ก.พ. 61

ตอนที่ 11
#พี่หินคนห่าม

 

“หิวแล้ว”

 

ใบหน้าสวยเบ้น้อยๆพลางเอ่ยพูดยามตวัดขาลงจากรถไปยืนบนพื้น ผมนุ่มยุ่งเหยิงจากการสวกหมวกกันน็อคมาตลอดทางถูกจัดทรงให้เป็นระเบียบ

 

“งั้นไปกินข้าวก่อน”

 

หมวกกันน็อกสองใบถูกเก็บให้เรียบร้อยจากนั้นร่างสูงจึงขยับมายืนเคียงข้าง

 

ตลาดรถไฟยามเย็นคลาคล่ำไปด้วยผู้คน ร้านส้มตำถูกจับจองจนแทบไม่มีโต๊ะว่าง อีกทั้งพนักงานหลายคนยังเดินรับออร์เดอร์กันให้วุ่น

 

“คนเยอะมาก อร่อยเหรอ?”

 

ดวงตาคู่สวยกวาดมองความวุ่นวายรอบตัวพลางเอ่ยถามคนตรงข้ามที่คุ้นเคยกับที่นี่มากกว่า ต่างจากตัวเองซึ่งเคยมาเพียงครั้งเดียว

 

“อร่อย”

 

“แล้วสรุปวันนี้มึงมาทำอะไรบ้าง”

 

“เดี๋ยวไปเดินซื้อของก่อนแล้วจะพาแวะร้านเพื่อนกู มันขายกางเกงยีนส์ที่นี่”

 

คนฟังพยักหน้ารับ ไม่ได้มีปัญหากับการที่อีกคนจะพาไปไหนเนื่องจากตั้งใจแค่มาเดินเล่นเท่านั้น

 

แม้คนในร้านจะมีมากแต่ทางร้านก็ไม่ได้ใช้เวลาในการทำอาหารนานนัก สิบห้านาทีต่อมาอาหารที่สั่งไปจึงถูกนำมาเสิร์ฟ และคนหิวไม่รอช้าที่จะลงมือจนหินนิ่งมองในนาทีแรก

 

“มึงก็กินเก่งอยู่เหมือนกันนะ”

 

เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นเมื่อสังเกตว่าถึงแฟนจะเพรียวผอมเพรียวแต่ก็ไม่ได้กินน้อย

 

“อือ ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมตัวแค่นี้” เจ้าตัวรับคำขณะเบิกตาขึ้นให้กับรสชาติของอาหาร “อร่อย”

 

“อร่อยก็กินเข้าไป...ไก่ย่างนี่ก็อร่อย”

 

ไก่ย่างซึ่งถูกสับมาเป็นชิ้นเรียบร้อยถูกตักไปใส่จานให้แฟน ก่อนเจ้าตัวจะใช้ช้อนตัดแบ่งเป็นคำแล้วตักเข้าปาก

 

“อร่อยอ่ะ”

 

ดวงตาของคนพูดดูมีประกายจนหินได้แต่ส่ายหัวให้กับมุมเด็กอีกมุมของแฟน

 

“อร่อยก็กิน”

 

“มึงไม่หิวเหรอ ยังไม่เห็นกินเลย” เอ่ยถามพร้อมทั้งตักยำมาม่ามาไว้ในจานของตัวเอง

 

“มัวแต่ดูมึงกินเพลินไง” หินตอบพร้อมทั้งเริ่มตักอาหารมากินบ้าง

 

“เพลินเพราะกูสวย”

 

ช้อนในมือที่กำลังยกอาหารขึ้นมาจ่อปากหยุดชะงัก ยิ่งยามเห็นสีหน้ามั่นอกมั่นใจของคนพูดแล้วหินยิ่งพูดอะไรไม่ออก

 

“ไปเอาความมั่นหน้านี้มาจากไหน”

 

คนถูกถามยักไหล่ ไม่สนคำพูดที่ราวกับว่าตัวเองพูดไม่จริงนั้นเพราะรู้อยู่เต็มอกถึงระดับของหน้าตาตัวเอง

 

หินถอนหายใจพลางยิ้มขัน เมื่ออีกฝ่ายไม่โต้ตอบอะไรแล้วหันไปกินข้าวต่อจึงสานต่ออาการชะงักค้างของตัวเองเมื่อครู่

 

เมื่อต่างฝ่ายต่างกิน มื้ออาหารจึงดำเนินไปโดยที่ไร้ซึ่งบทสนทนาตามมารยาทบนโต๊ะอาหาร กระทั่งอิ่มจึงรีบเรียกพนักงานมาคิดเงินเนื่องจากยังมีหลายคนยืนรอ

 

“มึง ขอดูเคสมือถือก่อน”

 

เดินไปยังไม่ทันจะเข้าโซนร้านค้าดีคนข้างตัวก็เอ่ยบอกแล้วก้าวเท้าเร็วๆไปทางร้านที่เจ้าตัวหมายตา พอหินเดิมตามไปจนถึงตัวก็เห็นว่าแฟนจ่ายเงินแล้วรับถุงของมาไว้ในมือเรียบร้อย

 

“ทำไมเร็ว”

 

“ก็ชอบ”

 

พ่อค้ากล่าวขอบคุณพร้อมยื่นเงินทอนมาให้จากนั้นคนทั้งสองจึงเดินต่อเข้าไปยังข้างใน

 

เพราะเป็นวันหยุดผู้คนจึงมากมายจนเดินเบียดเสียดตัวติดกัน คิ้วเข้มขมวดมุ่น ลมหายใจถูกพรูออกมาหลายครั้งด้วยความไม่ชอบใจ

 

ลืมคิดไปว่าคนจะเยอะ

 

อาการที่แฟนสังเกตเห็นได้ไม่ยาก ท่อนแขนเรียวจึงขยับเข้าไปเกี่ยวกับแขนของอีกคน มือบางวางแตะลงบนท่อนแขนใหญ่เป็นลำดับต่อมา

 

“เราไปเดินตรงท้ายๆก่อนไหม กูจำได้ว่าแถวนั้นไม่ค่อยมีคน”

 

แฟนเองก็ไม่ชอบคนเยอะแต่ก็มีความอดทนมากกว่าจึงเอ่ยถามด้วยความใจเย็น ประโยคที่ราวกับรู้ใจนั้นทำให้หินผินหน้ามาหา ดวงตาคมคล้ายกับทอความหงุดหงิดลง

 

“มึงจะเดินดูของก่อนรึเปล่า”

 

“คนเยอะแบบนี้จะแวะร้านไหนทีก็ลำบาก เราไปเดินเล่นกันก่อนก็ได้ ค่อยกลับมาดู”

 

หินคิดว่าแฟนมีเซนส์ในการจับความรู้สึกคน ไม่ใช่แค่เพียงครั้งนี้แต่เมื่อครั้งถูกตามตื้อให้ไปทำงานก็เช่นกัน และไม่ว่ามันจะเกิดจากนิสัยชอบจับผิดหรือการใส่ใจ แต่สิ่งที่อีกคนสื่อออกมาก็หมายถึงความเข้าใจ

 

“อืม”

 

หินรับคำพลางเดินนำไปยังส่วนท้ายซึ่งเป็นโซนขายของเก่า เพราะเป็นของที่เป็นที่นิยมของคนบางจำพวก จึงมีผู้คนบางตาพอจะให้หายใจได้สะดวกขึ้น

 

“มึง ถ่ายรูปให้หน่อย” แฟนร้องขอเมื่ออีกคนเอากล้องติดตัวมาด้วย

 

คนถูกเรียกหยิบกล้องที่คล้องอยู่กับลำคอขึ้นมาเปิด ขณะที่คนอยากถ่ายรูปก็จัดที่จัดทางของตัวเอง จนเมื่อตากล้องยกกล้องขึ้นมาก็เก๊กท่าให้ได้จับภาพ

 

“นี่มึงจะถ่ายรูปหรือจะถ่ายแบบ”

 

หินลดกล้องในมือลงเมื่อสายตาจากคนหลังกล้องจิกจนกล้องแทบแตก

 

“คนเรามันต้องมีอินเนอร์”

 

คำตอบนั้นทำให้คนฟังหลุดหัวเราะ อารมณ์ขุ่นมัวจากการรำคาญคนเยอะๆก่อนหน้านี้หายวับ จากการตั้งใจมาเดินซื้อของกลายเป็นมาถ่ายรูป ใช้เวลาอยู่โซนท้ายตลาดเกือบสองชั่วโมงจึงตัดสินใจไปร้านกางเกงยีนส์ของเพื่อนเนื่องจากคนยังเยอะอยู่พอสมควร

 

“อ้าว มาแล้วเหรอวะ นั่งก่อนๆ”

 

เจ้าของร้านเอ่ยทักทายขณะกำลังวุ่นกับการหากางเกงให้ลูกค้า หินไม่อยากรบกวนให้เพื่อนเสียเวลาจึงพาแฟนเดินเข้ามาข้างใน ทว่าอีกคนกลับไม่ยอมทรุดตัวนั่งลงบนเก้าอี้ตาม

 

“มึง ตัวนี้สวยไหม”

 

กูว่าแล้ว

 

คำนี้ดังขึ้นทันทีที่แฟนหันมาถาม ถึงจะไม่ได้เดินจนทั่วตลาดแต่ไม่ก็ไม่พ้นมือนักช็อปตัวยงเมื่ออยู่ในร้านเสื้อผ้า

 

“อืม สวยดี”

 

เมื่อได้รับคำตอบแฟนก็เก็บตัวนี้เอาไว้ในใจพลางเดินต่อเพราะเจ้าของร้านยังคงวุ่นกับลูกค้าคนอื่นๆ กระทั่งคนบางตาลงกว่าเมื่อครู่

 

“โทษทีว่ะ วันนี้คนเยอะ”

 

ป้องขอลุแก่โทษเพื่อนที่ไม่ได้ทักทายกันใดๆเนื่องจากติดลูกค้า

 

“ไม่เป็นไร มึงขายของไปเถอะ”

 

“แล้วนึกยังไงถึงมาหากู...ว่าแต่นั่นเด็ก?”

 

“กูว่าจะแวะมาเดินเล่นด้วยแต่คนเยอะเลยยังไม่ได้อะไร ส่วนนั่นก็ตามนั้น ชื่อแฟน”

 

แฟนซึ่งเดินกลับมาหาหินพอดีชะงักไปเมื่อตัวเองถูกพูดถึง ก่อนจะค้อมหัวลงให้กับคนที่แก่กว่าแล้วเอ่ยทักทายตามมารยาท

 

“สวัสดีครับ”

 

“สวัสดีครับน้องแฟน...ตาถึงเหมือนเคย”

 

ประโยคหลังเจ้าของร้านกางเกงยีนส์เอ่ยกับเพื่อนของตัวเองพร้อมด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์

 

“เพื่อนกูชื่อป้อง” แฟนพยักหน้ารับพลางทรุดตัวนั่งลงข้างๆ

 

“มีแต่คนหน้าตาดีอยู่ในร้านแบบนี้ สงสัยวันนี้ลูกค้าจะเข้าเยอะ” สายตาของคนพูดประกายหยอกเย้า

 

“เอาเวลาไปดูลูกค้ามึงไป”

 

“หึหึ อยากได้ตัวไหนบอกได้เลยนะน้องแฟน เดี๋ยวพี่ลดให้ราคาพิเศษ”

 

ป้องหันไปคุยกับแฟนเมื่อสีหน้าของเพื่อนบ่งบอกว่าไม่เล่นด้วย อาการที่หลายคนรู้ดีว่าแซ็วหินไปก็เท่านั้น

 

หินสมชื่อ ต่อให้จะพูดอะไรก็คงได้รับแค่สายตาเรียบนิ่งกลับมา

 

“ขอบคุณครับ”

 

“กูไปดูลูกค้าแล้ว ว่างๆไม่มีอะไรทำก็ช่วยขายไป เดี๋ยวกูเลี้ยงเหล้า”

 

เจ้าของร้านลุกขึ้นไปรับลูกค้ากลุ่มใหม่ที่เดินเข้ามา ทิ้งให้คนเป็นแฟนนั่งอยู่ด้วยกันสองต่อสอง

 

“มีแต่ตัวสวยๆ” แฟนเอ่ยขึ้นเมื่อสำรวจจนรอบร้านแล้วพบว่าถูกใจอยู่หลายตัว

 

“กางเกงมึงมีจนล้นตู้”

 

“ล้นแล้วก็ขยายตู้ได้”

 

“ใช้เงินหัดคิดด้วย ไม่ใช่เอาแต่ซื้อ อันไหนไม่จำเป็นก็ไม่ต้อง”

 

หินไม่อยากก้าวก่ายเรื่องส่วนตัวของอีกฝ่ายแต่บางคราวก็ต้องเอ่ยเตือนให้ได้คิด แต่ถึงแม้คนถูกเตือนจะรับฟังและคิดตาม แต่ความต้องการก็มาเหนือสิ่งอื่นใดอย่างไม่มีอะไรอาจห้าม

 

เป็นอย่างนี้มายี่สิบกว่าปี คงเปลี่ยนยากซะแล้ว

 

“โทษนะคะ อันนี้ตัวเท่าไหร่คะ”

 

ยังไม่ทันจะได้คุยกันต่อเสียงหวานใสจากหญิงสาวที่เดินมาดูกางเกงอยู่ไม่ไกลก็เอ่ยขึ้นขัด ก่อนหินจะผุดลุกขึ้นแล้วบอกราคากับลูกค้า อีกทั้งยังแนะนำตัวอื่นได้อย่างคล่องแคล่ว

 

แฟนแอบเบ้ปากเมื่อเห็นสายตาของลูกค้าคนนั้น แต่ก็ไม่ได้ทำอะไรมากไปกว่าการนั่งรอนิ่งๆแล้วกวาดสายตามองความวุ่นวายตรงหน้า

 

ตามทางเดินมีผู้คนมากมายจนแทบไม่มีที่ว่าง ร้านค้าฝั่งตรงข้ามวุ่นกับการขายของไม่แตกต่าง แฟนยอมรับว่าสังคมแบบนี้ไม่ใช่สังคมที่ตัวเองได้มาคลุกคลีบ่อยนัก ถึงแม้จะไม่คุ้นชินแต่ความดิ้นรนเอาตัวรอดที่เป็นธรรมชาติของมนุษย์ก็ทำให้เข้าใจอะไรได้มากขึ้น

 

บางทีแบบนี้ก็มีความสุขดีกว่าการต้องเข้าสังคมที่มีแต่หน้าตาและชื่อเสียง

 

“ร้อนรึเปล่า”

 

เสียงทุ้มจากคนที่ทรุดตัวนั่งลงที่เดิมดึงสติของคนตกอยู่ในห้วงความคิดให้กลับมา แฟนส่ายหน้าตอบเมื่อพัดลมก็หันมาทางตนจนผมปลิวไหว ถึงจะอบอ้าวอยู่บ้างแต่ก็ไม่ได้ร้อนอะไรมากมาย

 

“ทำไมมึงดูขายคล่อง”

 

“กูมาช่วยมันขายประจำ”

 

แฟนพยักหน้ารับเชื่องช้า ไม่แปลกใจกับคำตอบนั้นเพราะท่าทางการพูดการตอบของหินดูคล่องแคล่วและรู้เรื่องราคาของกางเกงยีนส์ในร้านเป็นอย่างดี

 

“คนเยอะดีเนอะ”

 

เอ่ยพูดยามสายตาจับจ้องอยู่ที่เจ้าของร้านซึ่งคอยดูแลลูกค้าหลายคนที่หลั่งไหลเข้ามาแทบไม่ขาดสาย

 

“ถ้ากูพามาขายของตลาดแบบนี้จะอยู่ได้ไหม”

 

คนถูกถามหันมาประสานสายตากับคนถาม แม้ไม่รู้ว่าหินต้องการอะไรจากคำถามนี้ แต่แฟนก็เลือกตอบแบบที่ตัวเองคิด

 

“กูไม่ใช่คนทำอะไรไม่เป็น”

 

อาจไม่เคยทำอะไรที่ต้องเหนื่อยเท่านี้แต่ก็ไม่ใช่คนหนักไม่เอาเบาไม่สู้ ภายนอกอาจดูคุณหนูแต่แฟนไม่ใช่คนแบบที่คนอื่นคิดทั้งหมด

 

เหนื่อยมันก็เหนื่อย แต่ใช่ว่าจะทำไม่ได้

 

“เป็นเมียกูต้องอดทน”

 

 ริมฝีปากได้รูปยกยิ้ม ดวงตาคมทอประกายพร่างพราวจากการพึงพอใจในคำตอบ

 

ไม่เพียงแค่คำพูดแต่สายตาของแฟนมันบ่งบอกได้มากกว่านั้น

 

“ไม่มีอะไรเหนื่อยเท่ากับการต้องรองรับความหื่นของคนอย่างมึงแล้ว”

 

แฟนทำสีหน้าเหนื่อยหน่ายจนคนมองหลุดหัวเราะ ภาพคนซึ่งมีรูปร่างและผิวพรรณอย่างลูกผู้ดีนั่งอยู่บนเก้าอี้ในล็อกขายเสื้อผ้านี้ดูเป็นภาพที่แปลกตา แต่ถึงอย่างนั้นการที่แฟนไม่ได้มีท่าทีหงุดหงิดก็ทำให้หินรู้สึกดี

 

“เหนื่อยเหรอ? ก็เห็นมึงมีความสุขดี ร้องจะเอา...” 

 

พรึบ

 

ยังไม่ทันจะได้เอ่ยเย้าจนจบประโยคมือบางก็ตะปบลงมาปิดปาก แรงกระแทกนั้นมากพอจนรู้สึกเจ็บ ขณะที่ดวงตาคู่สวยประกายความเข่นเขี้ยว

 

“ตัวนี้ราคาเท่าไหร่คะ”

 

แต่แล้วศึกครั้งนี้ก็ถูกพักยกด้วยลูกค้าที่เอ่ยถาม แฟนจึงละมือออกให้อีกคนได้ผุดลุกขึ้นไปบอกราคา พลางปากก็ขยับมุบมิบด่าคนลามกกับตัวเอง

 

 

 

“อันนี้ตัวละห้าร้อยเก้าสิบครับ ส่วนฝั่งนั้นหกร้อยเก้าสิบ เนื้อผ้าก็จะต่างกัน ลองจับดูได้”

 

ร่างเล็กเอ่ยอธิบายอย่างคล่องปากเมื่อนั่งฟังหินเอ่ยกับลูกค้าจนจำได้ เพราะการนั่งเฉยๆนั้นช่างน่าเบื่อและเกรงใจเจ้าของร้าน ยามลูกค้าเยอะขึ้นจนคนสองคนดูแลไม่ทั่วถึงแฟนจึงไม่อยู่เฉย อันไหนไม่รู้ก็หันไปถามหินจนรู้เรื่องหมดทุกอย่าง

 

“ขายของเก่งเว้ย”

 

เมื่อลูกค้าชุดนี้เดินออกไปร่างสูงจึงเดินไปหาแฟนตัวเองที่กลายเป็นพนักงานของร้านไปด้วยอีกคน

 

“ขอบคุณนะน้องแฟน แต่นั่งอยู่เฉยๆก็ได้นะ พี่เกรงใจ”

 

ดูท่าก็รู้ว่าแฟนของเพื่อนเป็นลูกผู้ลากมากดี การต้องมาขายของช่วยแบบนี้ก็อดเกรงใจไม่ได้

 

“ไม่เป็นไรครับ สนุกดี”

 

แฟนเอ่ยตอบพร้อมทั้งส่งยิ้มให้เจ้าของร้าน ขณะที่เหงื่อซึ่งไหลซึมตามกรอบหน้าถูกเช็ดออกโดยมือหนา การดูแลเล็กๆน้อยๆเป็นไปอย่างเงียบเชียบ

 

“ไปนั่งก่อนไป เดี๋ยวกูไปซื้อน้ำมาให้กิน” ใบหน้าสวยเงยมองคนตรงหน้าก่อนจะพยักหน้ารับ

 

“เดี๋ยวกูไปซื้อให้ ฝากร้านแป๊บนึง”

 

เห็นท่าทางของคนเป็นแฟนกันแล้ว ป้องจึงรีบเอ่ยขึ้นโดยไม่รีรอเอาคำตอบ จากนั้นจึงเดินเร็วๆไปทางร้านขายน้ำ ปล่อยให้หินยืนนิ่งแล้วได้แต่ส่ายหัวให้กับเพื่อนของตัวเองอยู่อย่างนั้น

 

“ดึกแล้วคนเริ่มซา อีกสักหน่อยจะพาไปเดินซื้อของ” ใบหน้าคมหันกลับมาแล้วพูดกับแฟน

 

“อืม”

 

“เหนื่อยรึเปล่า” คนถูกถามส่ายหน้าตอบ

 

“สนุกดี”

 

“เก่ง”

 

คำชมมาพร้อมกับสัมผัสอ่อนโยนบนหัว สัมผัสที่ปราศจากความวาบหวามใดๆก่อให้เกิดความอบอุ่นแผ่ซ่าน เหมือนเด็กทำดีแล้วโดนผู้ใหญ่ชม เพียงคำเดียวแต่กลับดูยิ่งใหญ่จนรู้สึกภูมิใจ

 

“กูไม่ใช่เด็ก” แต่ถึงอย่างนั้นคนดีใจก็ยังวางฟอร์ม

 

“มึงเป็นเด็ก”

 

“มะ...”

 

“เด็กกู”

 

คำที่กำลังจะปฏิเสธถูกหยุดเอาไว้ด้วยคำพูดของหิน สองคำสั้นๆนั้นมีอิทธิพลต่อใจจนพลันทำให้โลกของแฟนเอียงวูบ ไม่เพียงแต่ลืมคำปฏิเสธหากแต่ลืมเลือนทุกอย่างแทบหมดสิ้น

 

“น้ำมาแล้วๆ”

 

บรรยากาศแปลกๆถูกทำลายด้วยการมาถึงของเจ้าของร้าน แฟนจึงได้จังหวะเบือนหน้าหนี ส่วนหินก็เดินไปรับน้ำจากเพื่อนพร้อมรอยยิ้มที่ยังคงประดับอยู่มุมปาก

 

“เอาน้ำอะไร” ร่างสูงถามขึ้นเมื่อเดินกลับมาหยุดอยู่ตรงหน้า

 

“น้ำเปล่า”

 

สิ่งที่เลือกถูกยื่นมาให้พร้อมทั้งเปิดฝาและเสียบหลอดให้เสร็จสรรพ

 

การเอาใจใส่เล็กๆน้อยๆนั้นเป็นไปอย่างเป็นธรรมชาติ คนถูกเอาใจใส่ก็ไม่ได้ประทับใจอะไรเป็นพิเศษ แตกต่างจากที่คนนอกมองเข้ามา

 

เป็นภาพที่ดูหวานทั้งที่คนทั้งสองไม่ได้ยืนใกล้ชิดหรือแตะต้องร่างกายกันใดๆ

 

“เดี๋ยวกูขอไปดูร้านตรงข้ามหน่อยนะ แป๊บเดียว”

 

เมื่อความกระหายถูกดับด้วยน้ำเย็นเฉียบร่างบางก็มีแรงผุดลุกขึ้น แฟนเดินไปยังร้านขายเสื้อที่อยู่ตรงข้ามโดยไม่รอคำตอบรับ ทางด้านหินเลยทำได้เพียงมองตามแล้วส่ายหัวเบาๆ

 

“ไม่น่าเชื่อว่าแฟนมึงจะมาทำอะไรแบบนี้ได้ ดูคุณหนูมาก”

 

ขายของให้ลูกค้าเสร็จป้องก็เดินมาพูดกับเพื่อนของตัวเองด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม

 

“กูก็ไม่อยากเชื่อ”

 

เอ่ยตอบยามสายตาจับจ้องอยู่บนร่างเล็กที่กำลังเลือกเสื้อไม่วางตา

 

ใช่แต่เพื่อนที่แปลกใจ แต่หินเองก็แปลกใจไม่ต่างกัน ด้วยเพราะไม่ได้คาดคิดมาก่อนว่านอกจากจะไม่บ่นแล้วแฟนยังช่วยขายของอย่างเต็มใจ

 

“หายากนะคนที่จะยอมมาลำบากด้วยกัน”

 

“อืม”

 

คำตอบรับนั้นช่างแสนสั้นทว่าสายตาของหินกลับทอความอ่อนแสง อธิบายทุกความรู้สึกได้โดยไม่จำเป็นต้องพูดอะไรมากมาย

 

“ซื้ออีกตัวมาฝากมึงด้วย”

 

แฟนกลับมาพร้อมถุงของในมือ ก่อนเจ้าของร้านจะหลบฉากออกไปรับลูกค้า ปล่อยให้คนทั้งสองได้คุยกันอย่างเป็นส่วนตัว

 

“ซื้อมาทำไม”

 

หินเอ่ยถามเสียงเรียบ ความอ่อนแสงและท่าทางอ่อนโยนยามมองอีกคนเมื่อไม่รู้ตัวถูกปรับให้กลับมาเป็นปกติ

 

“เห็นว่าเหมาะกับมึงดี”

 

“เดี๋ยวจะพาไปเดินแล้ว จะไปไหม?”

 

“ไป!

 

น้ำเสียงของคนตอบฟังดูกระตือรือร้นจนต้องถอนหายใจ ราวกับเห็นแววการล้มละลายลอยมาตรงหน้า

 

รอจนเมื่อลูกค้าอีกรายออกจากร้านหินจึงหันไปบอกเพื่อน คิดเอาไว้ว่าซื้อของเสร็จแล้วจะเดินกลับมาหาป้องอีกครั้งก่อนกลับ

 

--

 

“กูลงไปเอาของแป๊บ”

 

หัวคิ้วของแฟนขมวดเข้าหากันเมื่อหินจอดรถมอเตอร์ไซด์ ถอดหมวกกันน็อก แล้วหันมาบอก เวลาดึกดื่นจนล่วงเลยเข้าสู่วันใหม่แต่ร้านขายยาก่อนถึงห้องของอีกคนกลับยังเปิด ทว่ายังไม่ทันที่ริมฝีปากเล็กจะขยับถามหินก็ลงจากรถแล้วเดินเข้าไปในร้านเรียบร้อย

 

ซื้ออะไรของเขากัน...หรือว่าจะป่วย

 

ราว15นาทีร่างสูงก็กลับออกมา ขณะเดินกลับมาหาคนที่นั่งรออยู่บนรถก็เก็บถุงยาเข้าในกระเป๋าเสื้อ แฟนเอ่ยถามก็ตอบเพียงว่าไม่มีอะไรแล้วรีบขับรถกลับห้องไปอย่างรวดเร็ว

 

แล้วคำตอบของสิ่งที่หินแวะซื้อในร้านขายยาก็คือบางอย่างซึ่งถูกทดสอบความรู้สึกด้วยการสอดกายประสาน หนี้สินที่ติดค้างถูกชดใช้ไปอีกครึ่งหนึ่ง ตลอดค่อนคืน

 

เปลือกตาสีอ่อนขยับเปิดขึ้นเมื่อรู้สึกตัว ผ้าม่านสีทึบที่ปิดกั้นแสงไม่ให้ลอดผ่านพลันทำให้รอบห้องยังคงสลัว แฟนปรับสายตาและความมึนงงอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะขยับตัว เมื่อเห็นว่าคนข้างตัวยังคงหลับสบายก็ได้แต่เข่นเขี้ยวอยู่กับตัวเองในใจ

 

เขาน่ะเมื่อยแสนเมื่อยแต่เจ้าตัวกลับนอนหลับสบายอารมณ์

 

คิดถึงเมื่อคืนที่ต้องเหนื่อยทำเองทุกอย่างแล้วยิ่งโมโห ผ้าห่มที่กองอยู่เพียงครึ่งอกเปิดเผยให้เห็นกล้ามเนื้อสีแทนหนั่นแน่นแต่แฟนไม่ได้จับจ้องด้วยความหลงใหล ดวงตาคู่สวยวาวไรจน์อย่างหมายมาด ใบหน้าโน้มลงลงไปใกล้แล้วอ้าปากงับแผ่นอกนั้นเต็มแรง

 

“โอ๊ย”

 

คนนอนอยู่สะดุ้งจนตาลืมขึ้นโพลง ขณะที่คนกลายร่างเป็นหมาชั่ววินาทีพลิกตัวนอนหันหลัง ทำเนียนเป็นยังหลับอยู่

 

“ไม่ต้องมาทำเป็นหลับ คันเหงือกหรืออะไรทำไมลุกมากัดกู”

 

คนเพิ่งรู้สึกตัวตื่นจับร่างบางพลิกตัวกลับมาหา ผมเผ้าที่ยุ่งเหยิงไม่เป็นทรงถูกเสยขึ้นไปลวกๆ ดวงตาคมมีแววหงุดหงิดระคนงุนงงเจืออยู่

 

“หมั่นไส้มึง” เมื่อจำนนด้วยหลักฐาน คนถูกจับได้จึงเชิดหน้าตอบน้อยๆ

 

“หมั่นไส้?” หินเอ่ยทวนเสียงฉงน ทั้งงงและเจ็บ

 

“มึงนอนหลับสบายทั้งที่กูเมื่อยสายตัวแทบขาด!

 

ได้ฟังคำอธิบายแล้วยิ่งงงหนัก ไม่เข้าใจจนต้องก้มหน้าลงไปกัดปากคนพูดเพื่อเอาคืน

 

“อื้อ เจ็บ!” คนใต้ร่างหันหนีพลางเบ้หน้า

 

“ทีตัวเองกัดกูไม่คิด ที่มึงต้องเมื่อยก็เพราะกูเสียเงินไง มาหมั่นไส้อะไร”

 

“ก็ช่าง กูจะหมั่น”

 

“ว่าจะไม่ทำแล้ว มึงวอนเองนะ”

 

กว่าจะทันรู้ตัวว่าอีกฝ่ายหมายถึงอะไรซอกคอก็ถูกจู่โจม ผิวเนื้อเนียนยังคงไร้ร่องรอยใดๆเนื่องจากหินระวังไม่ให้แฟนต้องแต่งตัวลำบาก แต่เมื่อถูกเล่นงานก่อนจึงตอบกลับ เรียวปากร้อนและฟันคมทั้งขบกัดและดูดดึง ถึงแฟนจะดีดดิ้นส่งเสียงร้องด้วยความเจ็บแค่ไหนก็ไม่อาจหยุดยั้งได้

 

“เจ็บ”

 

จวบจนซอกคอถูกปล่อยให้เป็นอิสระจึงเอ่ยพูดพร้อมทั้งเบะปาก

 

“ใครใช้ให้ดื้อกับกูก่อน”

 

เห็นสีหน้านั้นแล้วก็รู้ว่าแฟนคงเจ็บไม่น้อย อีกทั้งความรุนแรงที่ทำลงไปตัวเองก็ย่อมรู้ดี

 

แรงจนซอกคอเนียนเต็มไปด้วยรอยฟัน บางจุดก็ถึงกับเลือดซึม

 

“แค่หยอกนิดเดียวเอง”

 

ทั้งที่รู้ว่าตัวเองผิดที่เป็นฝ่ายเริ่มก่อนแต่เมื่อถูกลงโทษกลับก็เกิดความน้อยใจ อาจเพราะอารมณ์ตอนตื่นนอนไม่ค่อยคงที่ ความรู้สึกจึงขึ้นลงโดยไม่มีสาเหตุ

 

เหมือนตอนเด็กที่แค่ถูกปลุกก็ร้องไห้โยเย

 

หินเห็นท่าทางนั้นแล้วถอนหายใจ ดับอารมณ์กรุ่นๆของตัวเองจากการถูกรบกวนการนอนลงแล้วขอลุแก่โทษด้วยการประทับจูบแผ่วเบาไปทั่วลำคอระหง

 

“ขอโทษ”

 

เสียงทุ้มแผ่วเบากระซิบชิดอยู่แถวใบหู สัมผัสอ่อนโยนและน้ำเสียงที่อ่อนลงพาให้ความขุ่นเคืองแทบมลายหาย คิดไปคิดมาแล้วก็เป็นตัวเองที่ผิดเต็มๆ

 

แล้วจะไปไม่พอใจอะไรหินกัน

 

“กูสิต้องขอโทษมึง”

 

คำขอโทษมาพร้อมกับท่อนแขนที่ยกขึ้นคล้องกับลำคอแกร่ง โอบกระชับร่างใหญ่เข้าหาตัวจนส่วนบนที่ไร้ซึ่งเนื้อผ้าแนบชิดเบียดเสียด

 

หินไม่รับคำแต่สอดแขนเข้าไปช้อนใต้ตัวอีกคนให้กอดกันได้มากขึ้น ความมึนงงวุ่นวายทั้งหมดถูกคลี่คลายด้วยเพียงสัมผัสทางภาษากาย กระทั่งเมื่ออารมณ์กลับมาเป็นปกติก็หลุดหัวเราะออกมาด้วยความขบขัน

 

“เมื่อกี้เราทะเลาะกัน?” หินเอ่ยถามยามผละออกห่าง

 

“ไม่น่าใช่” แฟนตอบกลับทั้งยังระบายยิ้มขำไม่ต่างกัน

 

“กูงงหรือมึงงง”

 

“งงทั้งคู่”

 

แล้วเสียงหัวเราะก็ดังขึ้นสอดประสาน ต่างฝ่ายต่างหัวเราะให้กับความไร้สาระของตัวเองก่อนจะพากันลุกขึ้นไปอาบน้ำ พลางได้แต่ส่ายหัวกับเหตุการณ์เมื่อครู่

 

เพิ่งเข้าใจคำว่าเรื่องเล็กๆน้อยๆอย่างแท้จริง

 

“กูกัดแรงขนาดนั้นเลยเหรอ”

 

เอ่ยถามเสียงแผ่วขณะกำลังนั่งทำแผลซึ่งเป็นผลจากฟันของตัวเอง

 

เพิ่งรู้ว่ามันรุนแรงแค่ไหนก็ตอนอาบน้ำแล้วเห็นว่าอกของหินนั้นมีเลือดออก

 

“ถ้าเป็นหมาก็พิทบูลได้”

 

“เวอร์เกิน”

 

“ต้องไปฉีดวัคซีนรึเปล่าก็ไม่รู้”

 

“กูไม่ใช่หมา”

 

มือบางกดสำลีในมือแรงจนหินเบ้หน้า ความเจ็บถึงจะไม่ได้มากมายแต่ก็พอให้รู้สึก ไม่นึกคิดเลยสักนิดว่าวันหนึ่งต้องมานั่งทำแผลจากการโดนคนกัด

 

“เสร็จแล้ว”

 

เพียงแค่เช็ดแผลโดยรอบด้วยแอลกอฮอล์ ตามด้วยน้ำเกลือ และแต้มยาโพวิดีนก็เป็นอันเสร็จสิ้น

 

“มาคุยกันก่อน”

 

มือที่กำลังจะถือกล่องยาไปเก็บหยุดชะงักก่อนจะค่อยๆหันมาคนที่รั้งเอาไว้ ความผิดเมื่อตอนตื่นนอนพานให้รู้สึกระแวงว่าจะโดนดุ แต่สายตมคมที่มองสบก็พอจะทำให้เบาใจ

 

“คุยอะไร”

 

“เรื่องนี้แหละ”

 

“...”

 

“กูไม่ได้ว่าเรื่องมึงกัด แต่จะคุยเรื่องอารมณ์เล็กๆน้อยๆของเรา บางครั้งคงมีช่วงที่ต่างฝ่ายต่างหงุดหงิดหรือไม่พอใจโดยไม่มีสาเหตุ กูอยากให้เราเข้าใจและเรียนรู้กันให้มากขึ้น พยายามอย่าใส่ใจถ้าอีกคนกำลังร้อน”

 

“อืม”

 

พอคนอายุมากกว่าเอ่ยด้วยความใจเย็นคนเริ่มก่อนยิ่งรู้สึกผิด ใช่ว่าไม่รู้ว่าหินเองก็ใจร้อนไม่ต่างกัน แต่กระนั้นตลอดเกือบสามเดือนเจ้าตัวก็มีเหตุมีผลไม่ว่ากับเรื่องใด

 

ยิ่งคิดยิ่งรู้สึกละอาย เหมือนหินพยายามแต่ตัวเองกลับไม่เคยพยายามทำอะไรเพื่อเราเลย

 

“เมื่อเช้ากูก็ลืมคิดไปเลยเผลอทำอย่างนั้นใส่มึง”

 

ข้อนิ้วแกร่งไล้ไปตามร่องรอยของตัวเองบนผิวเนื้อเนียนละเอียดของแฟนอย่างรู้สึกผิด ถึงจะเป็นการแกล้งที่ไม่ได้ตั้งใจนักแต่มันก็รุนแรงจนส่งผลให้เกิดแผลเล็กๆในบางจุด

 

ความรู้สึกที่ถูกส่งผ่านดวงตาคู่นี้ทำให้แฟนเป็นฝ่ายรู้สึกผิดมากกว่าจนต้องโถมตัวกอดคนตรงหน้า แรงโถมที่เรียกความแปลกใจจากคนถูกจู่โจมให้ฉายชัด

 

“กูขอโทษที่เอาแต่ใจ”

 

ใบหน้าเล็กซุกซบอยู่กับไหล่จนเสียงที่เปล่งออกมาดังอู้อี้ แขนเล็กรัดตัวของหินเข้าหาแน่นจนหายใจแทบไม่ออก

 

“กูไม่ได้ว่าอะไร”

 

มือหนาวางลงบนแผ่นหลังบางพลางลูบไล้ไปมาแผ่วเบา

 

“มึงทำให้กูรู้สึกเหมือนจับฉลากแล้วได้รางวัลใหญ่”

 

ประโยคที่ราวกับเอ่ยไปอีกเรื่องยิ่งพลันทำให้หินแปลกใจ

 

“ทำไม”

 

“คืนนั้นตอนที่ตอบตกลงกูยังไม่มีความมั่นใจอะไรเลยสักนิด ไม่รู้ว่าจะออกหัวหรือออกก้อย ไม่รู้ว่ามึงจริงจังด้วยแค่ไหน แถมตอบตกลงไปแล้วก็ยังลังเล แต่พอมาวันนี้กูรู้สึกเหมือนเป็นมึงที่ต้องคิดอย่างนั้น”

 

“...”

 

“มึงไม่เบื่อเด็กเอาแต่ใจแบบกูบ้างเหรอ”

 

เด็กเอาแต่ใจในอ้อมกอดนี้จะรู้ไหมว่าตอนนี้ตัวเองกำลังน่ารักแค่ไหน

 

หินยกยิ้มกับตัวเองขณะที่ท่อนแขนเปลี่ยนมาเป็นโอบรัดรอบร่างเล็กเอาไว้ ความกังวลและไม่มั่นใจถูกส่งผ่านทางน้ำเสียงของคนพูดจนสัมผัสได้

 

แม้ไม่รู้ว่าเจ้าตัวกำลังคิดอะไรไปมากแค่ไหน แต่ความกังวลนี้ก็ทำให้รู้ว่าแฟนคิดมากเรื่องระหว่างกันไม่น้อย

 

“ไม่เบื่อ...แต่ถ้าลดลงได้ก็จะน่ารัก”

 

“ตอนนี้ไม่น่ารักเหรอ กูเป็นเด็กเอาแต่ใจที่น่ารักด้วย”

 

ไม่รู้ว่าด้วยเพราะบรรยากาศหรืออะไรแต่ถ้อยคำที่ราวกับออดอ้อนกึ่งเอาแต่ใจตามแบบของเจ้าตัวก็ทำให้หินหลุดหัวเราะ ส่วนคนที่เผลออ้อนออกมาด้วยคำพูดก็เม้มริมฝีปากจนเป็นเส้นตรง เกิดความอายขึ้นมาครามครัน

 

ลึกๆแล้วตัวเองเป็นคนขี้อ้อน แฟนรู้ตัวดี

 

แต่ด้วยรูปลักษณ์ภายนอกไม่เข้ากับนิสัยนี้จึงพยายามไม่แสดงออก แต่วันนี้มันกลับหลุดมาจนหินหัวเราะ ถึงจะอายแต่ก็ได้รู้อะไรบางอย่าง

 

รู้สึกกับหินมากจนเผลออ้อนไปแล้ว

 

“ตอนนี้ก็น่ารัก แต่อยากให้น่ารักกว่านี้อีก”

 

หินผละออกห่างยามใบหน้าประดับด้วยรอยยิ้ม ไม่ได้หัวเราะในเชิงขบขันกับคำพูดแปลกๆซึ่งขัดกับนิสัยของแฟน แต่หัวเราะให้กับการที่ราวกับเข้าข้างตัวเองนั่น

 

มีอย่างที่ไหนพูดเองว่าตัวเองน่ารัก

 

“...”

 

“มึงมีหลายมุมที่น่ารัก...จริงๆ”

 

รอยยิ้มนั้นอาจทำให้คำพูดดูไม่น่าเชื่อแต่ดวงตาคมที่ทอดอ่อนและสัมผัสเบาๆบนข้างแก้มก็ส่งผลให้หัวใจเต้นถี่ คำชมว่าน่ารักออกจากปากของผู้คนมากมายไม่เคยมีอานุภาพเท่ากับออกจากปากของคนตรงหน้า

 

มุมที่น่ารักงั้นหรือ

 

ใช่มุมนี้ที่เป็นฝ่ายขยับตัวเข้าไปจูบอีกฝ่ายก่อนรึเปล่า

 

TBC.


มาแล้วค่าาาา หายไปเพราะติดเที่ยวเลยมาช้าหน่อย><

ตอนนี้ก็หวานๆเรื่อยๆเหมือนเดิม

ขอกำลังใจให้คนเขียนคนละนิดละหน่อยน้าาาา

แล้วเจอกันตอนหน้าค่ะ


​[ฝากแท็ก #พี่หินคนห่าม ด้วยนะคะ]

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2.239K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

5,744 ความคิดเห็น

  1. #5721 Spices_smile (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 15 กันยายน 2563 / 07:08
    เเงงงงงงงงง
    #5,721
    0
  2. #5699 yeen_124 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2563 / 20:23
    ขอลุแก่โทษ

    ทำไมไม่พิมเป็นขอโทษเลยคะหรือว่าให้อ่านแบบนี้งงๆตรงนี้อะค่ะ😅
    #5,699
    0
  3. #5639 Airzaa1810 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 29 มีนาคม 2563 / 16:23
    น้องเอาแต่ใจแต่ก็น่ารักมากด้วย
    #5,639
    0
  4. #5576 Maysa__01 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2562 / 01:08
    น่ารักกก
    #5,576
    0
  5. #5544 yuri_miko (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 2 ธันวาคม 2562 / 16:41
    น้องแฟนโชคดีจริง ๆ
    #5,544
    0
  6. #5500 byunmyx (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 26 กันยายน 2562 / 00:44
    แงงน่ารักกกก
    #5,500
    0
  7. #5460 rattanalak44 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2562 / 14:02
    เริ่มจะหวานขึ้นเรื่อยๆแระ
    #5,460
    0
  8. #5406 12311232123312 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2562 / 09:31
    แงงงเด็กน่ารักกก
    #5,406
    0
  9. #5369 gamyuyyuy (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 26 มิถุนายน 2562 / 13:17
    หวานมาก อ่านไปยิ้มไป น่ารักมากเลย
    #5,369
    0
  10. #5358 Bammiiee (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2562 / 12:09
    อยากมีน้องแฟนเป็นแฟนนนน
    #5,358
    0
  11. #5357 JTN_CAT (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2562 / 21:05
    -เจ้าความน่าร้ากกก
    #5,357
    0
  12. #5320 Nuthathai Por (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2562 / 11:12

    ทั้งน่ารัก ทั้งขี้อ้อนเลยน้องแฟน

    #5,320
    0
  13. #5295 ` peachypeach (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2562 / 22:22

    น่ารักมากก แง เค้าเริ่มแสดงออกกันมากขึ้นแล้วว

    #5,295
    0
  14. #5276 fffyty (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2562 / 14:09
    โครตจะน่ารักเลย
    #5,276
    0
  15. #5161 prth_song3 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 10 มกราคม 2562 / 13:42
    น่ารักกกกกก ชอบอ่าาาา ชอบความมีเหตุผลของทั้งคู่ ไม่ล้ำเส้นกัน จุดไหนที่รู้สึกว่าอีกคนจะไม่โอเคก็ไม่ทำ โคตรน่ารัก
    #5,161
    0
  16. #5139 Minyy (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 1 มกราคม 2562 / 22:29
    น่ารักค่ะ ชอบในความพยายามที่จะปรับตัวเข้าหากัน มีอะไรผิดใจเล็กๆน้อยๆพี่หินก็จะเรียกน้องแฟนมาคุยมาตกลงกันตลอดเลย
    #5,139
    0
  17. วันที่ 19 พฤศจิกายน 2561 / 19:56
    ขอบคุณที่แต่งให้อ่านนะคะ
    #5,043
    0
  18. #5000 chaichana01 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2561 / 20:32
    น่ารักเนอะ
    #5,000
    0
  19. #4863 byunsaeng (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2561 / 01:47
    ฮื้ออออน่ารักกกกก
    #4,863
    0
  20. #4809 ojay2 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 30 กันยายน 2561 / 08:39
    เขินนนนนน น่ารักจริงๆ
    #4,809
    0
  21. #4795 pim pimmi (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 29 กันยายน 2561 / 21:55
    งื้อออออออ
    #4,795
    0
  22. #4770 Hunbears (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 29 กันยายน 2561 / 00:46
    น้องแฟนน่ารักอ้อนเก่งพิหินก็ละมุนเก่งละเกิลไม่อ่อนโยนต่อใจน้องเลยยยย
    #4,770
    0
  23. #4713 jaisai09 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 23 กันยายน 2561 / 19:46
    ชอบความสัมพันธ์ที่ค่อยปรับค่อยจูน น่ารัก
    #4,713
    0
  24. #4684 areenachesani (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 17 กันยายน 2561 / 11:44
    แง้งงง น่าร้ากกก
    #4,684
    0
  25. #4598 หมาแบ้กหมูจู (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2561 / 14:14
    เอ็นดูมากกกกกกยากได้พิหินนนน
    #4,598
    0