Happy New Boyfriend!

ตอนที่ 11 : ตอนที่ 10 : ชอบแฟน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 49,327
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2,420 ครั้ง
    30 ม.ค. 61

ตอนที่ 10
#พี่หินคนห่าม

 

“หึ”

 

เสียงหัวเราะดังขึ้นในลำคอแกร่งเมื่อสายตามองเห็นร่างบางในชุดเสื้อและกางเกงตัวโคร่งของตัวเอง กำลังเดินด้วยท่าทางแปลกๆเข้ามาหา จนกระทั่งทรุดนั่งลงข้างตัว

 

“ไม่ต้องมาหัวเราะ”

 

เสียงหวานยามครวญครางบนเตียงเปลี่ยนเป็นสะบัดใส่ด้วยความไม่สบอารมณ์

 

“เอ่า อารมณ์ดีก็ผิด”

 

“ผิด มึงผิด ผิดทุกอย่าง”

 

เอ่ยพูดด้วยใบหน้าบูดบึ้ง ความล้าตรงส่วนล่างที่ลามไปทั่วทั้งตัวเล่นงานจนทำให้การเดินนั้นลำบากกว่าเคย ไหนจะต้องลางานแบบฉุกเฉินเพราะลุกไม่ไหวอีก

 

“ผิดก็ผิด”

 

หินรับคำง่ายๆเพราะไม่อยากให้อีกฝ่ายหงุดหงิดไปมากกว่าเดิมก่อนจะหันไปสนใจหน้าจอโทรทัศน์ที่กำลังฉายรายการเกี่ยวกับเพลงต่อ

 

“มึง”

 

“หืม”

 

คนถูกเรียกขานรับขณะที่สายตายังคงจับจ้องอยู่บนจอ จากนั้นน้ำหนักที่ทิ้งลงมาข้างไหล่ก็เรียกความแปลกใจจนต้องวกสายตากลับมามองกลุ่มผมเป็นก้อน

 

พักนี้อ้อนบ่อยจริงๆ

 

“ทำไมมึงถึงชอบดนตรี ทำไมถึงเรียนด้านนี้”

 

“เพราะดนตรีคือภาษาที่ใช้ใจในการเข้าใจ เป็นการสื่อสารความรู้สึกที่ไม่ต้องมีคำพูด เป็นเพื่อนที่อยู่กับเราไม่ว่าจะทุกข์หรือมีความสุข มึงว่ามันวิเศษไหมล่ะ”

 

ถึงจะไม่เข้าใจว่าทำไมอยู่ดีๆคนข้างตัวถึงถามเรื่องนี้ แต่ดนตรีที่สลักลึกอยู่ในจิตวิญญาณก็ถูกเอ่ยอธิบายออกมาในทันใด

ประโยคที่คนฟังสัมผัสได้ถึงความรักและความหลงใหลนั้นอย่างชัดเจน

 

“มึงเริ่มสนใจมันมาตั้งแต่ตอนไหน” แฟนยังคงถามต่อ

 

“ก็ตั้งแต่จำความได้”

 

“มึง...ไม่อยากเดินไปไกลกว่าตรงนี้บ้างเหรอ”

 

เสียงที่ใช้เอ่ยถามเบาลง ด้วยเพราะกลัวอีกฝ่ายจะหาว่าล้ำเส้น อีกทั้งประโยคที่รุ่นพี่คนนั้นพูดยังคงติดอยู่ในหัว

 

“ต้องเดินไปทำไมในเมื่อตรงนี้กูก็มีความสุขดี ถ้าสิ่งที่กูทำทำให้กูเดินต่อได้อันนั้นกูโอเค แต่ถ้าต้องเดินจากจุดที่อยู่เพื่อทำมันกูก็ไม่เห็นความจำเป็น...มึงถามถึงเรื่องนี้ทำไม”

 

คิ้วเข้มขมวดมุ่นเมื่ออีกคนมีท่าทีแปลกๆ อาการเซื่องซึมคล้ายกับมีเรื่องอะไรให้คิด คำพูดก็ดูผิดแปลกไปกว่าปกติ

 

“ก็เปล่า แค่อยากรู้”

 

“มึงแปลกๆนะ มีเรื่องอะไรรึเปล่า”

 

ท่อนแขนแกร่งสอดไปวางรอบเอวเล็กพลางลูบไล้ไปมาให้สัมผัสนี้ย้ำเตือนกับแฟนว่ามีเขาอยู่ตรงนี้

 

“ถ้าจะมีก็มีเรื่องที่กูเหนื่อย กูล้า กูปวดสะโพก”

 

แต่คนถูกเป็นห่วงกลับผละออก แล้วหันมาพูดด้วยใบหน้าบูดบึ้ง ดวงตาและสีหน้าไร้ซึ่งความเครียดใดๆ

 

“ใครให้มึงยั่ว”

 

หินยกยิ้มยามเปลี่ยนไปคุยอีกเรื่องตามที่แฟนเอ่ย เก็บประเด็นเมื่อกี้เอาไว้ในใจโดยไม่เซ้าซี้ต่อ

 

ถ้าไม่อยากให้รู้ก็จะไม่คาดคั้น

 

“ไม่รู้ล่ะ หน้าที่รับผิดชอบกูต้องเป็นมึง”

 

“ต้องอย่างนั้นอยู่แล้วไหม”

 

“ก็ใช่ไง”

 

หินได้แต่ส่ายหน้าน้อยๆเมื่อคนขี้ยั่วลอยหน้าลอยหน้าพูด ก่อนจะต้องเลิกคิ้วเมื่อแฟนขยับตัว จัดท่าจัดท่าให้ตัวเองจนเรียบร้อยแล้ววางหมอนลงมาบนตัก จากนั้นก็ทิ้งหัวลงมา เหยียดขาจนเต็มโซฟา

 

“ง่วง” เจ้าตัวพูดพลางปิดเปลือกตาลง

 

“เดี๋ยวนี้ขี้อ้อนนัก จะเอาอะไร” ดวงตาคมหรี่ลงมองคนตั้งท่าจะหลับบนตักตัวเองอย่างจับผิด

 

“แล้วทำไม อ้อนไม่ได้เหรอ” ริมฝีปากบางขยับตอบทั้งที่ยังหลับตา

 

“ไอ้ได้มันก็ได้ครับคุณ แต่มันไม่น่าไว้ใจ”

 

“ไม่น่าไว้ใจตรงไหน”

 

“กลัวว่ากูไม่เสียเงินก็ต้องเสียอะไรสักอย่าง”

 

เปลือกตาที่ปิดอยู่เปิดขึ้นพลางหลุดหัวเราะออกมา จากนั้นแฟนจึงถามต่อ

 

“เห็นกูเป็นคนยังไงกัน”

 

“พลังของมนุษย์เมียมันไม่เข้าใครออกใคร”

 

คำว่ามนุษย์เมียที่หลุดออกจากปากของหินทำให้แฟนหัวเราะดังก้อง ไหนจะสีหน้าและแววตาหวาดระแวงนั้นอีก

 

“มึงรู้จักกับคำว่ามนุษย์เมียด้วย”

 

“กูไม่ได้เอ้าท์ขนาดนั้น”

 

“หึ ไม่มีอะไรหรอกน่า หนี้เก่ากูยังใช้ไม่ครบ ไม่หาหนี้ใหม่ให้ตูดพังหรอก”

 

เปลือกตาบางปิดลงทันทีที่พูดจบ ก่อนร่างบางจะขยับตัวนอนตะแคงข้าง ซบใบหน้าเข้ากับแผ่นท้องแกร่งจนได้กลิ่นประจำตัวของหินลอยกรุ่นติดจมูก พลันในอกก็เกิดความรู้สึกบางอย่าง

 

ความใกล้ชิดนี้ส่งผลต่อใจได้มากกว่าเคย

 

“ไม่ให้ว่าแปลกได้ยังไง”

 

หินเอ่ยพึมพำกับตัวเองยามทอดสายตามองคนตรงหน้า ประสาทสัมผัสรับรู้ได้ถึงลมหายใจอุ่นร้อนที่เป่ารินรดผ่านเนื้อผ้า แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่ได้ก่อให้เกิดความวาบหวาม แต่กลับก่อให้เกิดความอุ่นในใจ

 

โดนเด็กอ้อน...ถึงจะแปลกใจแต่ก็ชอบไม่น้อย

 

เมื่อเห็นว่าอีกคนนิ่งไปหินจึงดึงสายตากลับมาที่หน้าจอโทรทัศน์ ขณะวางมือหนาลงบนไหล่เล็กแล้วลูบไล้ไปมาเบาๆเป็นการขับกล่อม น้ำหนักบนตักถึงจะทำให้ขาชาแต่ก็ไม่ได้คิดบ่น

 

ก็ถือว่าเป็นการรับผิดชอบที่สานต่อเรื่องเมื่อคืนก็แล้วกัน

 

--

 

แม้ความคิดจะบอกกับตัวเองว่าเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสมก็จะได้รู้ในทุกเรื่อง แต่ใจลึกๆกลับยังอยากค้นหาคำตอบ จนเมื่อเจ้าของห้องออกไปทำงานสองขาก็เริ่มก้าวสำรวจห้องนี้ไปทั่ว

 

จริงอยู่ที่ไม่ได้เพิ่งมาห้องของหินเป็นครั้งแรก แต่ที่ผ่านมานอกจากห้องนอน ห้องครัว และส่วนของโทรทัศน์ แฟนก็ไม่เคยได้ย่างกรายเข้าไปในห้องอื่น...โดยเฉพาะห้องทำงาน

 

ห้องที่เลือกจะเข้าไปเป็นห้องแรก

 

เสียงเปิดประตูดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงัน ความมืดถูกส่องสว่างโดยโหมดไฟฉายในโทรศัพท์ ห้องทำงานของหินมีขนาดพอประมาณ เมื่อเดินโดยรอบเพื่อกดเปิดไฟแล้วจึงสังเกตเห็นว่ามีเครื่องดนตรีอยู่ในนี้หลายชนิด

 

เหมือนเป็นห้องซ้อมดนตรีขนาดย่อม

 

ไฟที่ถูกเปิดจนสว่างโล่เผยให้เห็นทุกอย่างเด่นชัด นอกจากบรรดาเครื่องดนตรีแล้วยังมีส่วนของโต๊ะทำงานและชั้นเก็บเอกสารอยู่อีกมุม กลิ่นอายของห้องนี้ดูมีความเป็นหินมากกว่าห้องนอนซะด้วยซ้ำ

 

ทุกอย่างบนโต๊ะทำงานและบนชั้นถูกจัดเรียงไว้อย่างเป็นระเบียบ มือบางเอื้อมไปเปิดลิ้นชักข้างโต๊ะเป็นอันดับแรก

 

ทุกชั้นที่เปิดได้มีสมุดโน้ตและของกระจุกกระจิกเกี่ยวกับเครื่องดนตรีอยู่มากมายแต่ไม่มีอะไรเป็นพิเศษ เพราะสิ่งที่พิเศษน่าจะอยู่ในลิ้นชักซึ่งถูกล็อกเอาไว้

 

“หืม”

 

แฟนร้องออกมาแผ่วเบาเมื่อขณะพยายามจะหากุญแจ ลิ้นชักเล็กๆชั้นล่างสุดที่คิดว่าคงไม่มีอะไรกลับมีกรอบรูปถูกวางคว่ำ บางอย่างในใจร้องเตือนว่ารูปนี้ต้องมีอะไรสักอย่าง และเมื่อหยิบมันขึ้นมาแล้วพลิกดูอีกด้าน ดวงตาคู่สวยก็เบิกกว้าง

 

เป็นรูปของหินที่นั่งอยู่หน้างานศพของใครสักคน วันและเวลาตรงมุมของรูปภาพนั้นปรากฏให้ได้รู้ว่าอีกไม่กี่วันก็จะครบสองปีพอดี

 

คนตายเป็นผู้หญิงที่สะสวยมากคนหนึ่ง มันจะไม่น่าตกใจหากเธอไม่ใช่นักร้องดังที่ฆ่าตัวตายด้วยการโดดตึก ข่าวถูกประโคมมากมายจนแม้แต่คนไม่สนใจเรื่องพวกนี้ยังรู้

 

แฟนมือสั่นเมื่อสีหน้าของหินในรูปเต็มไปด้วยความโศกเศร้า แม้เป็นเพียงภาพถ่ายแต่ความรู้สึกในดวงตาคมกลับมากมายจนสัมผัสได้

 

เสื้อผ้าที่มีแต่สีดำในตู้...มาจากสาเหตุนี้งั้นหรือ

 

ลมหายใจที่ติดขัดถูกสูดเข้าลึกจากนั้นกรอบรูปก็ถูกวางไว้ที่เดิม ทว่าเมื่อค้นจนทุกลิ้นชักกลับไม่พบกุญแจสักดอกแฟนจึงถอดใจ เดินสำรวจรอบๆห้องอีกครั้งแล้วกลับออกมาโดยมีคำถามติดอยู่ในหัวตลอดเวลา

 

ผู้หญิงคนนั้นกับหินเป็นอะไรกัน

 

--

 

หินไม่ได้เล่าอะไรให้ฟังเลยเหรอ

 

เป็นแค่นักดนตรี...

 

หลังจากออกจากห้องทำงานสองประโยคนี้ก็วนเวียนอยู่ในหัวจนแฟนจมอยู่กับเพียงการพยายามค้นหาคำตอบ แม้เพียงแค่เสิร์ชหาในอินเทอร์เน็ตก็อาจทำให้ได้รู้ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับหินแต่ใจกลับไม่กล้าทำ

 

เหมือนมันจะมีบางอย่างที่ส่งผลต่อความสัมพันธ์

 

ความรู้สึกที่ทำให้แฟนเพิ่งรู้เดี๋ยวนี้เองว่าตัวเองแคร์อีกฝ่ายและเรื่องราวระหว่างกันมากแค่ไหน...

 

แกร๊ก

 

เสียงเปิดประตูเรียกให้คนที่ตกอยู่ในห้วงความคิดสะดุ้ง ก่อนสายตาจะมองเห็นร่างสูงที่เพิ่งกลับจากทำงานเดินตรงเข้ามาหา

 

“มึงยังไม่นอนอีกเหรอ”

 

ประโยคคำถามไม่ได้ถูกให้ความสนใจได้มากเท่าชุดสีดำทั้งตัว

 

หินก็ใส่แบบนี้ทุกวัน แต่วันนี้กลับทำให้แฟนรู้สึกว่ามันแปลกกว่าเคย

 

นั่นสินะ คนอะไรจะใส่ชุดขาวกับดำตลอดทุกวัน

 

“แฟน” เสียงทุ้มเอ่ยเรียกพลางทรุดตัวนั่งลงข้างๆเมื่ออีกคนดูเหม่อลอย และไม่ได้ตอบคำถามก่อนหน้า

 

“หืม” แฟนรับคำขณะพยายามดึงสติของตัวเองกลับมา

 

“เป็นอะไร” หินขมวดคิ้วมุ่นเมื่อเห็นท่าทีแปลกๆของแฟนอีกครั้ง

 

“เปล่าหนิ ไม่ได้เป็นอะไร”

 

“แล้วทำไมมึงยังไม่นอน นี่ตีหนึ่งกว่าแล้ว ต้องตื่นแต่เช้าอีก”

 

เพราะตอนเช้าต้องแวะไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าที่คอนโดเจ้าตัวก่อนออกไปทำงานจึงต้องตื่นเช้ากว่าปกติ

 

“ก็หลับไปเมื่อเย็นเลยตาสว่าง”

 

“มึงมีอะไรจะบอกกูรึเปล่า” หินเอ่ยถามเมื่อท่าทีและบางอย่างในแววตาของแฟนซึ่งไม่อาจหลุดรอดพ้นสายตา

 

คนถูกถามหลบสายตาที่มองสบ ริมฝีปากบางขบเม้มเข้าหากัน นานเกือบนาทีคำพูดจึงค่อยๆหลุดออกมาจากปาก

 

“ถ้ากูถามอะไรมึงจะบอกกูทุกอย่างไหม” คนฟังขมวดคิ้วหนักกว่าเดิมเมื่อได้ยิน

 

“แน่นอน มึงมีเรื่องจะถามกูงั้นเหรอ”

 

แฟนนิ่งคิด สายตาจับจ้องอยู่บนมือของตัวเอง แต่สุดท้ายก็ส่ายหน้าตอบ

 

“กูยังไม่อยากรู้ตอนนี้” น้ำเสียงที่เอ่ยนั้นแผ่วเบาและไร้ซึ่งความมั่นคง       

 

แม้จะมีคำถามมากมายติดอยู่ที่ปากแต่สุดท้ายหินก็ทำได้เพียงปล่อยผ่านแล้วรั้งคนตรงหน้าเข้ามาในอ้อมกอด ให้ความอบอุ่นจากสัมผัสนี้ปัดเป่าทุกความไม่สบายของอีกคน

 

“กูไม่รู้ว่ามึงมีเรื่องอะไรหรือไปรู้อะไรเกี่ยวกับกูมา แต่อยากให้เชื่อมั่นในกู กูที่อยู่ตรงหน้ามึงคือเรื่องจริงทั้งหมด”

 

ท่าทางแปลกๆตั้งแต่เมื่อสองสามวันก่อนกระทั่งคำพูดเมื่อครู่นี้บ่งบอกว่าเรื่องที่อยู่ในความคิดของแฟนคือเรื่องของตัวเอง

หินไม่อยากคาดเดาว่าเรื่องอะไรเพราะไม่อาจหยั่งรู้ได้ หวังเพียงว่าหากเจ้าตัวสบายใจที่จะพูดแล้วคงได้รู้

 

เขาแคร์อีกฝ่าย ใช่ว่าไม่แคร์ เวลานี้จึงได้แต่ปลอบประโลมคนคิดมากด้วยอ้อมกอดนี้ สัมผัสแผ่นหลังบางไปมาอย่างอ่อนโยน

 

ขณะที่แฟนทำเพียงแค่ซุกหน้าเข้ากับอกกว้าง สองแขนกอดรัดรอบเอวสอดแน่นราวกับย้ำเตือนกับตัวเองว่าเรื่องที่ยังไม่ได้รู้จะไม่ใช่เรื่องร้ายแรง

 

“กูชอบมึงแล้วนะ”

 

หินชะงักไปกับคำที่ได้ยิน ถึงทุกอย่างจะยังคงมึนงง ไม่เข้าใจทั้งสถานการณ์และเหตุผลของคนในอ้อมกอด แต่เมื่อได้ยินหัวใจก็เต้นผิดจังหวะ ริมฝีปากคล้ายจะยกขึ้นเป็นรอยยิ้ม

 

“แล้ว?”

 

“ชอบแล้วเพราะงั้นห้ามทำกูเสียใจ” คนเอาแต่ใจเอ่ยสั่งกลายๆ เรื่องวุ่นวายข้างในถูกสลัดออกไปชั่วครู่

 

ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นความรู้สึกนี้ก็เกิดขึ้นแล้ว ฉะนั้นหินต้องรับผิดชอบ

 

“จะทำให้ดีที่สุด”

 

ไม่มีคำว่าสัญญาหลุดออกมา มีเพียงคำว่าจะทำให้ดีที่สุดและอ้อมแขนที่กระชับแน่นขึ้น

 

วันหนึ่งอาจทำแฟนเสียใจแต่ก็มั่นใจได้เลยว่าถ้ามีวันนั้นมันจะเกิดจากความไม่ได้ตั้งใจ

 

เขาไม่มีวันตั้งใจทำให้แฟนเสียใจ นั่นคือสิ่งที่แน่นอนที่สุด

 

“แล้วมึงล่ะ?”

 

“หืม”

 

“ชอบกูรึยัง”

 

แฟนผละออกจากอ้อมกอดตรงหน้า ประโยคคำถามควรมีความอ่อนหวานหากแต่เพราะเป็นแฟนมันจึงกลายเป็นกึ่งคาดคั้น ใบหน้าสวยเชิดขึ้นน้อยๆตามนิสัยจนหินหลุดหัวเราะ

 

คนคิดมากเมื่อครู่นี้หายไปไหนแล้ว

 

“ถ้ากูตอบว่ายังล่ะ”

 

“กูไม่เชื่อ” คราวนี้หินหัวเราะออกมาเสียงดัง

 

“รู้อยู่แล้วงั้นถามทำไม”

 

“พูดออกมาเดี๋ยวนี้”

 

แฟนยังคงเอ่ยคาดคั้น ใบหน้าสวยเริ่มทอความหงุดหงิดเมื่อหินบ่ายเบี่ยงไม่ยอมพูดออกมาสักที

 

“บังคับให้พูดก็ได้ด้วย” คิ้วเข้มเลิกขึ้น มุมปากได้รูปยกยิ้ม

 

“ได้ พูดออกมาว่าชอบกู”

 

“...” คนกวนแกล้งนิ่งเงียบจนคนตรงหน้าเริ่มหงุดหงิดระดับสูงขึ้น

 

“บอกให้พู...” ท้ายประโยคถูกกลืนหายไปด้วยริมฝีปากที่ทาบทับลงมา

 

แฟนอยากเล่นตัวด้วยการหันหน้าหนีแต่ใจก็ไม่อาจปฏิเสธสัมผัสนี้ได้จึงไม่ทำอย่างนั้นและตอบโต้กลับด้วยการบดเบียดริมฝีปากเข้าหา ใบหน้าปรับเอียงให้ได้องศา ก่อนจะให้ความร่วมมือเป็นอย่างดีโดยการยอมเปิดปากให้ลิ้นร้อนเข้ามาเกี่ยวพันวาบหวาม

 

เกือบสิบนาทีที่ทั้งห้องมีเพียงเสียงดูดดึงของริมฝีปากสองคู่ จนในที่สุดหินก็เป็นฝ่ายผละออก ก่อนที่ทุกอย่างจะเลยเถิดจนไม่ได้พูดเรื่องที่ตั้งใจ

 

“ชอบ”

 

สั้น ง่าย...แบบที่เป็นหิน

 

“แค่นี้?”

 

แฟนเบะปากแม้ริมปากของอีกคนจะคลอเคลีย แตะแต้มอยู่ไม่ห่าง

 

“แค่ไหนก็เหมือนกันแหละน่า”

 

“กลัวดอกพิกุลจะร่วงหรือไง อื้อ”

 

ปากเล็กๆนี้ถูกลงโทษด้วยการกัดเบาๆจนเจ้าตัวส่งเสียงร้อง จากนั้นหินก็แกล้งดูดเต็มแรง

 

“ดีกว่าลีลาบนเตียงก็ปากนี่แหละ”

 

สัมผัสใกล้ชิดถูกผละออกห่างจนเป็นแค่การนั่งข้างกันปกติ ขณะที่คนถูกว่าทำปากคว่ำ มือบางยกขึ้นมาทุบอกคนน่าโมโหเต็มแรง

 

“ใครจะเหมือนมึง ปากไม่เห็นดีเหมือนลีลาบนเตียงเลย”

 

“หึ ยอมรับแล้วเหรอว่ากูเด็ด”

 

คนเผลอหลุดปากยอมรับหันหน้าหนีไม่ตอบคำถาม ส่วนหินที่ราวกับกำลังถูกชมก็หัวเราะเล็กน้อย บรรยากาศอึมครึมก่อนหน้าแทบหายวับ

 

“สรุปว่าเรื่องที่ไม่สบายใจ มึงดีขึ้นแล้วนะ?”

 

ถึงอย่างนั้นหินก็ยังคงเป็นห่วง คำถามที่เรียกให้ใบหน้าสวยเบือนกลับมาหา ดวงตาคู่สวยจับจ้องคนถามอยู่ชั่วครู่แล้วสูดลมหายใจเข้าลึก

 

“อืม ไว้เดี๋ยวกูจะถามมึงทีหลัง”

 

“เอาที่มึงสบายใจ...แต่ตอนนี้ต้องเข้านอนได้แล้ว”

 

ร่างสูงหยัดกายขึ้นพลางยื่นมือไปให้คนที่นั่งอยู่ และเมื่อแฟนวางมือลงก็ออกแรงรั้งให้ลุกตาม

 

“ต้องให้ตบตูดนอนเหมือนเด็กไหม”

 

หินเอ่ยถามขึ้นด้วยเสียงกลั้วหัวเราะเมื่ออีกคนนอนกอดหมอนข้างด้วยท่าทางเหมือนเด็ก ยามที่ตัวเองยืนอยู่ข้างเตียง ไม่ได้นอนลงตามเพราะต้องไปอาบน้ำ

 

“กูโตแล้ว” แฟนตอบด้วยเสียงสะบัด

 

“โตแล้วก็นอน กูอาบน้ำออกมาอย่าให้เห็นว่ายังไม่หลับ”

 

“ไม่หลับแล้วจะทำไม”

 

“เตรียมลางานด่วนอีกวันได้เลย” ปากเล็กเบ้ใส่ ก่อนแฟนจะพลิกตัวหันไปนอนอีกด้านอย่างไม่สนใจคนที่ยืนอยู่

 

หินส่ายหัวยามมองภาพนั้นแล้วเดินไปทางห้องน้ำเพื่อจัดการกับตัวเอง กระทั่งเสร็จเรียบร้อยจึงเดินออกไปปิดไฟด้านนอก จากนั้นก็กลับเข้ามาในห้องแล้วก้าวขึ้นเตียง

 

ร่างสูงขยับเข้าไปใกล้คนที่หลับใหล ทอดมองอีกคนจากด้านข้างอยู่อย่างนั้น พลันมือหนาก็เอื้อมไปลูบหัวแฟนแผ่วเบา

 

“ไม่ว่าจะยังไงกูก็คือกู”

 

--

 

“ปกติงานมึงก็รัดตัวจะแย่ นี่ไปรับเป็นอาจารย์พิเศษอีกจะไม่ตายเหรอวะ”

 

“ตายแล้วไอ้หินมันเลือกอะไรได้ไหม อาจารย์เขาขอมาซะขนาดนั้น”

 

เสียงเพื่อนในวงคุยกันไม่ได้ทำให้คนถูกพูดถึงให้ความสนใจได้เท่ากับโทรศัพท์มือถือ คิ้วเข้มขมวดมุ่นเมื่อกดเข้ามาในแอพลิเคชั่นสุดฮิตที่นานๆจะเข้ามาทีอย่างเฟซบุ๊กแล้วพบว่าคนซึ่งได้ขึ้นชื่อว่าแฟนอัพรูปอะไรบางอย่าง

 

ขาสวยมากครับ

 

อิจฉาขาจังเลยค่ะะะะ

 

โคตรขาว โคตรเนียน

 

คอมเมนต์ที่โชว์ขึ้นมาหลังจากกดเข้าไปอ่านเรียกอาการหัวร้อนกรุ่นๆได้เป็นอย่างดีจนต้องกดอารมณ์โกรธไปให้คนที่อัพรูปได้รู้ จากนั้นจึงวางโทรศัพท์ลงเมื่อไม่มีอะไรน่าสนใจไปมากกว่านั้น

 

“ระวังโดนเด็กปีนเกลียว ยิ่งอายุห่างกันไม่กี่ปีแบบนี้นะ”

 

“หึ ก็ให้ไอ้หินโชว์ประวัติการศึกษาสิ จะได้ไม่มีใครกล้าหือ”

 

“พวกมึงจะรับสอนแทนกูไหม” หินถอนหายใจพลางทิ้งตัวพิงพนักโซฟาอย่างหมดแรง

 

“ไม่/ไม่”

 

“ให้ตาย กูไม่เก่งเท่ามึง เชิญอาจารย์หินตามสบายเลยครับ”

 

หินถอนหายใจให้กับคำเยินยอนั้นยามที่ในหัวก็กำลังคิดถึงเรื่องมากมายที่ต้องจัดการ

 

“กูจะกลับแล้ว เรื่องสัมภาษณ์วงดนตรีใหม่ จะวันไหนก็บอกกูด้วย”

 

เอ่ยบอกทุกคนในห้องพร้อมทั้งหยัดกายขึ้นแล้วคว้าเป้ขึ้นมาสะพาย

 

“เอ่า ทำไมรีบกลับนักวะ จะไปไหน”

 

“ไปหาเมีย”

 

คำตอบสั้นๆแต่ได้ใจความนั้นทำให้บรรดาเพื่อนฝูงต่างสบถใส่ด้วยความหมั่นไส้ แต่หินไม่ได้อยู่สนใจต่อ ทำเพียงก้าวเท้าออกจากห้องมาโดยมีเป้าหมายคือห้องของใครบางคน

 

 

 

“ไหนบอกดึกๆถึงจะมาไง”

 

เจ้าของห้องเอ่ยขึ้นยามเปิดประตูต้อนรับอีกคนที่มาหาเร็วกว่าเวลาที่บอกเอาไว้

 

เพิ่งจะทุ่มนึงเอง

 

“มาลงโทษคนชอบโชว์” หินหมุนตัวกลับมาคนด้านหลังเมื่อวางกระเป๋าลงบนโต๊ะแล้วเรียบร้อย

 

“อะไร?”

 

แฟนถามอย่างไม่เข้าใจนักส่วนคิ้วก็ขมวดเป็นปม กระทั่งหินก้าวมาหยุดอยู่ตรงหน้า พลันเอวบางก็ถูกท่อนแขนแกร่งรั้งเข้าไปหาจนร่างกายแนบชิดกัน

 

“จะลงแต่ละรูปก็ให้คิดสักนิดว่ามีผัวแล้ว”

 

ประมวลผลอยู่ชั่วครู่จึงเข้าใจสาเหตุของท่าทีนี้ ก่อนรอยยิ้มยั่วเย้าจะฉายขึ้นบนใบหน้า แขนเรียวเลื่อนขึ้นโอบลำคอแกร่ง

 

“หึ นี่หึงกูเหรอ”

 

“หมั่นไส้”

 

หินไม่ถึงกับหึงหวงมากมายแต่ก็มีความไม่พอใจเล็กๆกับการลงรูปโชว์เรียวขาอะไรแบบนั้น

 

ของของเขาก็เก็บไว้ให้เขาดูคนเดียวก็พอ

 

“แค่ชอบก็อย่าหัวร้อนไวนักสิ” แฟนลอยหน้าลอยตาพูด

 

“กูหัวร้อนได้ไวมากกว่านี้อีก”

 

ท่าทางหัวเสียนั้นทำให้คนมองหลุดหัวเราะ ไม่ปฏิเสธว่าในใจรู้สึกดีกับการที่หินคล้ายจะหึงหวงนี้ แต่ก็ไม่ได้มากมายจนถึงกับไม่เป็นตัวของตัวเอง

 

“สรุปที่มาหาไวเพราะเรื่องนี้”

 

“ก็ด้วย แต่ขี้เกียจอยู่ต่อเลยกลับ”

 

“กินอะไรมารึยัง” หินส่ายหัวตอบ “งั้นเดี๋ยวโทรสั่งพิซซ่า กูก็ยังไม่ได้กินเหมือนกัน”

 

หินคลายอ้อมแขนลงให้อีกฝ่ายขยับออกห่างแล้วหันไปหยิบโทรศัพท์ จากนั้นก็ได้ยินเสียงสั่งอาหารดังยาวเหยียดจึงเดินไปทรุดตัวนั่งลงบนโซฟา พร้อมทั้งถือวิสาสะกดเปิดโทรทัศน์เพื่อหาอะไรดู

 

“อะไร”

 

แฟนถามขึ้นเมื่อนั่งลงข้างๆแล้วอีกฝ่ายทิ้งหัวลงมานอนบนตัก เหตุการณ์คล้ายเมื่อไม่กี่วันก่อนที่ตัวเองเป็นคนอ้อนเพียงแต่คราวนี้สลับบริบทกัน

 

“เหนื่อย” เปลือกตาหนาปิดลงยามเอ่ยตอบ

 

“งานมึงเยอะเหรอ”

 

ดวงตาคู่สวยทอดมองใบหน้าคร้ามคมบนตักอย่างเห็นใจเมื่อเห็นร่องรอยของความล้าอย่างที่เจ้าตัวบอก

 

“อืม”

 

“ก็ค่อยๆทำไป”

 

“ถ้ามีกำลังใจสักห้าหกยกก็คงจะดีขึ้น”

 

หินลืมตาขึ้นยามเอ่ยประโยคแสนทะลึ่ง มุมปากยกยิ้ม ขณะที่คนฟังเหลือบสายตามองบน ความเห็นใจเมื่อครู่ถูกลิบกลับ กลายเป็นอยากยกมือมาข่วนหน้าคนเหนื่อยแทน

 

“จะจริงจังโดยไม่หื่นสักครั้งได้ไหม”

 

“นี่แหละจริงจัง สิบรอบนั่นยังไม่ครบเลย”

 

“ก็บอกแล้วไงว่าให้รอเสาร์อาทิตย์”

 

“วันนี้สักรอบก่อนไหม”

 

“ไม่” น้ำเสียงและสีหน้าหนักแน่นนั้นทำให้คนฟังถอนหายใจก่อนจะลุกขึ้นมานั่งด้วยท่าทางเซ็งๆ

 

“หมดอารมณ์”

 

“ก็ไม่ควรมีแต่แรกแล้ว” ขนาดเหนื่อยยังมีเวลาคิดถึงเรื่องนี้ แฟนยอมใจในความหื่นของคนตรงหน้า

 

เมื่อคำร้องขอไม่มีทางเป็นผลหินจึงเลิกหวังแล้วนั่งดูทีวีไปเรื่อยๆระหว่างรออาหาร กระทั่งโทรศัพท์ของแฟนดังขึ้นจึงถูกใช้ให้ลงไปเอา ก่อนจะกลับขึ้นมาแล้วจัดการเตรียมอาหารและพื้นที่ให้เรียบร้อย

 

“ดินเนอร์ใต้แสงดาว โรแมนติกดีไหม?”

 

หินเอ่ยถามพร้อมรอยยิ้มยามดวงตากำลังจับจ้องอยู่บนท้องฟ้าในเวลาเกือบสองทุ่ม

 

ชั้นยี่สิบกว่าของคอนโดหรูสูงพอที่จะไม่มียุงมารบกวน ลมเอื่อยๆพัดผ่านหน้าทำให้รู้สึกสบายจนต้องสูดลมหายใจเข้าลึก มื้อเย็นที่บรรยากาศแตกต่างจากทุกวันพลันส่งผลให้ความรู้สึกแตกต่างไปด้วย

 

อาจเพราะมีเรื่องเหนื่อยมากมายจึงรู้สึกว่าการทานอาหารแบบนี้มันสบายใจกว่าการทานบนโต๊ะแบบปกติ

 

“โรแมนตงโรแมนติกอะไร หิว”

 

แฟนตอบกลับอย่างไม่สนใจแล้วหยิบพิซซ่าขึ้นมากัดโดยไม่รอคนที่กำลังดื่มด่ำกับบรรยากาศ

 

“นี่มึงไปอดอยากมาจากไหน”

 

“ตอนกลางวันได้ทานข้าวนิดเดียวเอง”

 

กลืนพิซซ่าลงท้องแล้วเอ่ยตอบให้คนมองได้แต่ส่ายหัวก่อนจะหยิบไก่ขึ้นมากัดกินพลางมองแฟนที่ตั้งหน้าตั้งหน้าเคี้ยวนู้นเคี้ยวนี่ไม่หยุดด้วยความขบขัน

 

อีกมุมหนึ่งที่เพิ่งได้เห็นจากคนที่ต้องดูดีอยู่ตลอดเวลาเช่นอีกฝ่าย

 

ด้วยความหิวนั้นระหว่างทั้งสองจึงไม่มีแม้แต่บทสนทนา กระทั่งสิบนาทีผ่านไปที่อาหารเริ่มทำให้อยู่ท้องจึงเอ่ยปาก

 

“เสาร์นี้ไปตลาดรถไฟกันไหม กูจะแวะไปหาเพื่อนที่นั่นแล้วก็ว่าจะไปเดินเล่นด้วย” หินบอก

 

“อืม...ไป” คนชอบซื้อของอยู่แล้วใช้เวลาคิดเพียงไม่กี่วินาที

 

“เรื่องแบบนี้นี่เร็วนัก”

 

คนถูกว่าทำเพียงยักไหล่ ไม่พูดอะไรต่อ แต่หันไปหยิบโทรศัพท์ของตัวเองมาเช็กนั่นเช็กนี่แล้วยกขึ้นไปจ่อหน้าอีกคน

 

“อะไร?”

 

“ยิ้มดิ จะถ่ายไอจีสตอรี”

 

หินไม่ทำตามที่บอกอีกทั้งยังเอื้อมมือมาหยิบโทรศัพท์ของแฟนไปไว้ในมือแล้วหยัดกายลุกขึ้นเดินมาทรุดตัวนั่งลงข้างกัน

 

“มึงจะทำอะไร”

 

“จะว่าไปแล้วเราก็ยังไม่มีรูปคู่กันเลยสักรูป”

 

ดวงตาคู่สวยหรี่ลงอย่างจับผิดเมื่อเห็นความไม่น่าไว้ใจในแววตาของคนข้างตัว ทว่ายังไม่ทันจะได้เอ่ยท้วงหรือถามอะไรต่อริมฝีปากของหินก็ฉกวูบลงมาทาบทับ สัมผัสนั้นค้างอยู่ราวๆห้าวินาทีค่อยผละออกไป

 

“นี่มึงอัพไอจีสตอรีกูเหรอ”

 

เอ่ยขึ้นเมื่อชะโงกไปดูหน้าจอโทรศัพท์ในมือของหินแล้วพบว่าภาพการจูบกันเมื่อครู่กำลังถูกอัพโหลด

 

“ทำไม อัพไม่ได้?” เมื่อขึ้นว่าเสร็จสิ้นหินก็หันมาเลิกคิ้วถาม

 

“ก็ไม่ใช่ว่าไม่ได้ แค่ถามเฉยๆ”

 

แม้ภาพจะมีความใกล้ชิดที่เกินพอดีสำหรับคนอื่น แต่คนที่ไม่จำเป็นต้องสนใจใครก็ไม่สะทกสะท้านหากมันจะเผยแพร่สู่สาธารณะ ใบหน้าที่เอียงเป็นมุมพอดี พร้อมด้วยแสงไฟที่สาดกระทบลงมาเป็นเงาทำให้จูบนี้ดูไม่แจ่มชัดจนเกินไปนัก

 

เมื่อพอใจแล้วหินก็ขยับกลับไปนั่งที่เดิม และเพียงไม่กี่วินาทีต่อจากนั้นไดเร็กเมสเสจในอินสตาแกรมก็เด้งขึ้นไม่หยุดจากการตอบกลับของเหล่าบรรดาเพื่อนๆ

 

แรดดดดดดดดดดดดดดดดดดด

 

หยามหน้าเมียน้อยพี่หินอย่างกูมาก

 

มึงบังคับให้ผัวกูถ่ายใช่ไหม!’

 

อื้อหืม อิจฉา

 

ใครวะะะะ

 

แฟนทำเพียงแค่ปรายตาอ่านแต่ไม่คิดจะตอบกลับใดๆ จากนั้นจึงหันมาสนใจกับของกินตรงหน้าต่อ ขณะที่ต้นเหตุก็นั่งจิบเบียร์ เหม่อมองบรรยากาศไปอย่างสบายอารมณ์พร้อมรอยยิ้มมุมปาก

 

TBC.


ภาษาอาจแปลกๆ คำผิดของคำทับศัพท์อาจมีเยอะ เดี๋ยวมาตรวจอีกรอบนะคะ

ง่วงมากเลย ฮือ

ก่อนไปขอกำลังใจให้เค้าด้วยน้า ฝันดีค่า~

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2.42K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

5,744 ความคิดเห็น

  1. #5738 _ice1124 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 26 มกราคม 2564 / 23:43
    แลงมากอิพี่อยากอวดเมียแหละดูออกจะขิงพวกคอมเม้นช้ะม้ะ
    #5,738
    0
  2. #5720 Spices_smile (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 15 กันยายน 2563 / 07:00
    เเงาววงวงงง
    #5,720
    0
  3. #5687 .mayahara (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2563 / 23:48
    มทใ

    #5,687
    1
    • #5687-1 .mayahara(จากตอนที่ 11)
      17 พฤษภาคม 2563 / 23:51
      ลืมลอคหน้าจอแล้วทับจอค่าา
      #5687-1
  4. #5638 Airzaa1810 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 29 มีนาคม 2563 / 15:55
    ทำไมพี่หินน่ารักกับน้องแฟนขนาดนี้
    #5,638
    0
  5. #5543 yuri_miko (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 2 ธันวาคม 2562 / 07:10
    ฝันดีค่า
    #5,543
    0
  6. #5431 Mook (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2562 / 00:41

    ฮือออ คู่นี้ลงตัวมากกก

    #5,431
    0
  7. #5405 12311232123312 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2562 / 08:25
    แงงงงงงง
    #5,405
    0
  8. #5384 Kim-kibom (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2562 / 20:18
    ดีงามอ่ะ
    #5,384
    0
  9. #5319 Nuthathai Por (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2562 / 10:45

    พี่หินทำแบบนี้จะตัดฐานแฟนคลับน้องเหรอ อย่างว่าอะเนอะ เห็นน้องอัพโชว์ขาหน่อยเลยหวง

    #5,319
    0
  10. #5275 fffyty (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2562 / 13:43
    ฮื่ออออพี่หินคนดี
    #5,275
    0
  11. #5164 ThidaratPhangya (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 10 มกราคม 2562 / 20:46
    อยากได้แฟนแบบพี่หิน​อ่ะ!!!
    โอ้ย!!! อะไรจะดีแบบนี้​ #พี่หินคนห่าม
    #5,164
    0
  12. #5138 Minyy (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 1 มกราคม 2562 / 13:34
    ความหึงโหดของพี่หินเริ่มมาแล้วจ้าส
    #5,138
    0
  13. #5079 พิมพ์ลภัส ขัติสดายุ (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2561 / 22:57
    อยากมีพี่หินเป็นของตัวเอง
    #5,079
    0
  14. #4866 Zaa So Fer (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2561 / 05:22

    แฟนน แบ่งๆพี่หินมาหน่อยนะ><
    #4,866
    0
  15. #4796 ojay2 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 29 กันยายน 2561 / 22:10
    แหมมมมมม หวงละสิ ว่าแต่ผู้ญ เป็นแม่รึป่าว หรือใคร
    #4,796
    0
  16. #4794 pim pimmi (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 29 กันยายน 2561 / 21:30
    เกลี๊ยดดดดดด
    #4,794
    0
  17. #4769 Hunbears (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 29 กันยายน 2561 / 00:25
    โอ้ยยอยากดั้ยพิหินขอแบบนี้สักคนค่ะะะะ
    #4,769
    0
  18. #4712 jaisai09 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 23 กันยายน 2561 / 18:40

    งื้ออออออ แค่น้องโชว์เรียวขาแค่นี้ ต้องจูบลงโซเชียลอะไรเบอร์นั้นอ่าาาาาา
    #4,712
    0
  19. #4683 areenachesani (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 16 กันยายน 2561 / 19:32
    อะโหวๆ
    #4,683
    0
  20. #4663 Ilo_harlveen (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2561 / 00:35
    เข้าใจความรู้สึกทั้งคู่อ่ะ​ เรื่องบางเรื่องมันก็ต้องใช้เวลา
    #4,663
    0
  21. #4563 [In_My_DreaM] (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2561 / 17:39
    ค่อยเป็นค่อยไปน่ะดีแล้ว
    #4,563
    0
  22. #4495 pcy921 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 3 กรกฎาคม 2561 / 13:36
    มันเป็นธรรมดาอะเนอะ พอเริ่มรู้สึกก็จะมีความรู้สึกนู่นนี่นั่นเข้ามา
    #4,495
    0
  23. #4402 maybee23 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2561 / 15:26
    อิพี่หินดูมีอะไรให้อยากรู้อีกแล้วนะ55555555555
    #4,402
    0
  24. #4241 koy_incle (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2561 / 19:52
    เชื่อใจพี่หินว่าจะไม่มีเรื่องอะไร
    #4,241
    0
  25. #4104 PPSnook (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2561 / 17:52
    พี่หินคนจริง
    #4,104
    0