Happy New Boyfriend!

ตอนที่ 10 : ตอนที่ 9 : ตามใจแฟน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 50,430
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2,149 ครั้ง
    25 ม.ค. 61

ตอนที่ 9
#พี่หินคนห่าม

 

“ได้เสื้อสาม รองเท้าสอง กระเป๋าหนึ่ง...เครื่องสำอางแล้วก็สกินแคร์อีกสิบชิ้น”

 

ถุงของมากมายตรงหน้าถูกไล่ไปทีละอย่าง ก่อนจะจบลงด้วยถุงเครื่องสำอางและครีมอะไรต่อมิอะไรขนาดใหญ่

 

แฟนยิ้มร่าเมื่อวันนี้ได้ช็อปปิ้งไปจนสบายตัว และสิ่งที่ทำให้มีความสุขที่สุดคือการที่คนข้างตัวจ่ายค่าเครื่องสำอางและครีมให้แบบไม่ได้ออกเองแม้แต่บาทเดียว

 

“ฮึบ ขอบคุณนะ”

 

ร่างบางตะกายขึ้นมาบนโซฟาจากที่นั่งอยู่บนพื้น ขอบคุณด้วยการกระทำโดยการนั่งคร่อมลงบนตัก คล่องแขนไว้กับลำคอแกร่ง ก่อนริมฝีปากบางจะทาบทับลงมาแนบแน่น

 

“หึ อ้อนกู?” คนถูกขอบคุณเลิกคิ้วถาม

 

“ขอบคุณที่มึงตามใจ”

 

“ได้ของแล้วอารมณ์ดีใหญ่นะ”

 

“ไม่ได้อยากได้ของจากมึง แต่อยากให้มึงตามใจ...กูแอบซื้อนี่ให้ด้วย”

 

พูดจบก็ปีนกลับไปบนพื้น การขยับตัวที่รั้งขากางเกงขาสั้นให้เปิดวับๆแวมๆทำเอาคนมองถอนหายใจ

 

บอกไม่ให้ทำอะไรแต่ก็ขยันยั่วเหลือเกิน

 

ขณะที่แฟนกำลังค้นบางอย่างออกมาจากถุง ต่อมากล่องรองเท้าผ้าใบยี่ห้อดังก็ถูกยื่นมาตรงหน้า

 

“อะไร?”

 

“ให้มึง แลกกันกับเครื่องสำอาง”

 

แฟนไม่ได้อยากได้ของจากหินมากมายขนาดนั้นแต่อย่างที่บอกไปก่อนหน้าว่าอยากให้อีกฝ่ายตามใจเพราะตัวเองเป็นคนเอาแต่ใจ

 

ฉะนั้นเมื่อคนตัวโตซื้อของให้จึงไม่เอาเปรียบ ถึงแม้จะไม่ได้คืนกลับด้วยเงินแต่ก็คืนกลับด้วยสิ่งของที่มีมูลค้าใกล้เคียง

 

“แลกทำไม กูซื้อให้ก็คือซื้อให้” หินเอ่ยพูดทั้งยังไม่ยื่นมือออกไปรับ

 

“กูก็อยากให้มึงบ้างเหมือนกัน รับไปเถอะ”

 

เมื่อซื้อมาแล้วไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงหรือเอากลับไปคืนได้มือหนาจึงยื่นไปรับ ก่อนจะเปิดกล่องดู พลันมุมปากก็ยกขึ้นเป็นรอยยิ้มถูกใจ

 

“ชอบไหม”

 

“อืม”

 

สนีกเกอร์ลิมิเต็ดอิดิชั่นตัวดังของแบรนด์หรูซึ่งนอนอยู่ในกล่องถูกจับออกมาดูเบอร์รองเท้า เมื่อเห็นว่าเป็นไซซ์ของตัวเองจึงวางใจ จากนั้นก็เก็บเข้าที่เช่นเดิมแล้ววางลง มือหนารั้งเอวบางของคนที่ยืนอยู่เข้าหาตัว เกมกีฬาซึ่งกำลังดุเดือดถูกปล่อยผ่าน

 

“รู้ไซซ์รองเท้ากูได้ไง”

 

“เคยแอบดู เผื่อต้องซื้อให้มึง แล้วก็ได้ซื้อให้จริงๆ”

 

เพราะสังเกตว่าหินเป็นคนชอบรองเท้าสนีกเกอร์ไม่น้อย เห็นจากหลายๆคู่ที่ใส่ ตอนเดินเข้าไปซื้อรองเท้าของตัวเองจึงอดซื้อให้ด้วยไม่ได้

 

คำตอบที่คนฟังยกยิ้ม มือทั้งสองข้างบนเอวเล็กออกแรงดึงให้แฟนทรุดลงบนตัก โดยที่เจ้าตัวก็ให้ความร่วมมือโดยง่าย

 

“ขอบคุณครับ”

 

คำขอบคุณที่ลงท้ายอย่างสุภาพโดยไร้ซึ่งความกวนเรียกให้จังหวะการเต้นของหัวใจคนฟังถี่ขึ้น สองข้างแก้มพลันเห่อร้อนอย่างไม่เป็นตัวเองจนแฟนเผลอเบือนสายตาหลบ

 

ท่าทางที่ราวกับว่ากำลังเขิน

 

“ทำไมต้องพูดเพราะ” เอ่ยออกไปเสียงแผ่ว รู้สึกไม่คุ้นชินกับโหมดนี้ของหินสักเท่าไหร่

 

“ไม่ชอบเหรอ?”

 

ดวงตาคู่สวยเลื่อนกลับมามองคนตรงหน้าอีกครั้งแล้วส่ายหน้าตอบ บรรยากาศรอบตัวดูแปลกไปและส่งผลต่อใจจนสัมผัสได้

 

“แค่ไม่ชิน”

 

“หึ”

 

มีเพียงเสียงหัวเราะทุ้มที่หลุดพ้นลำคอ ก่อนหินจะยืดตัวขึ้นมาทาบทับสัมผัสลงบนริมฝีปากเล็กแผ่วเบา

 

“กูไม่ได้รวย แต่ก็เลี้ยงมึงได้ไม่ลำบาก”

 

อยู่ดีๆอีกคนก็พูดไปถึงอีกเรื่อง แต่กลับเป็นเรื่องที่ส่งผลต่อใจได้ยิ่งกว่าเดิม

 

วันนี้แปลก...ทุกอย่างดูแปลกไปหมดในความรู้สึก

 

แต่เป็นความแปลกที่ดีต่อใจ

 

“ถ้าเลี้ยงกูได้ไม่ลำบากก็เรียกว่ารวยแล้ว”

 

“ก็อย่าใช้เงินเปลืองนัก ถ้าจะให้กูเปย์ทุกอย่างที่มึงซื้อวันนี้กูก็ไม่มีปัญญา”

 

เพราะอยากเรียนรู้ว่าคนรวยเขาใช้ชีวิตกันอย่างไรจึงปล่อยให้แฟนซื้อของตามอำเภอใจโดยไม่ห้าม ก่อนจะพบว่าความสิ้นเปลืองที่คาดคิดมันมากเกินกว่านั้นหลายเท่า

 

วันเดียวใช้เงินหมดเป็นแสนๆ

 

“ไม่ต้องมาเปย์กูหรอกน่า กูเลี้ยงตัวเองได้”

 

“กูไม่อยากก้าวก่ายชีวิตมึง แต่อะไรไม่จำเป็นก็ลดลงบ้าง เก็บเงินไว้ทำอะไรที่มีประโยชน์”

 

“ครับพ่อ” คนบนตักรับคำกึ่งประชด

 

“เดี๋ยวจะโดน”

 

“โดนอะไร”

 

คิ้วได้รูปเลิกขึ้นอย่างท้าทาย ใบหน้าสวยของคนที่รู้ความหมายของคำว่าโดนเป็นอย่างดีทอความยั่วเย้า

 

“สิบรอบ อย่าลืม”

 

“ไม่ลืมอยู่แล้ว ไม่กลัวด้วย”

 

“ปากเก่งแบบนี้กูจะเอาให้ร้องจนหมดเสียง”

 

เอวเล็กถูกบีบด้วยมือใหญ่เป็นการเตือนกลายๆแต่คนลอยหน้าลอยตาไม่สนใจ ริมฝีปากบางยังคงระบายยิ้ม อีกทั้งยังโน้มหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกแตะกัน

 

“เตรียมน้ำผึ้งมะนาวรอเลย”

 

พูดจบก็กลายร่างเป็นแมวตัวน้อย กอดรัดคนตัวโตเอาไว้ยามวางคางเกยลงบนไหล่ ได้ยินเสียงหัวเราะดังคิกคักตามมาจนคนถูกยั่วถอนหายใจอ่อนใจ พลันท่อนแขนแกร่งจะขยับรัดเอวคนตัวเล็กตอบ ความอบอุ่นที่โอบรอบตัวเหมือนจะอุ่นขึ้นกว่าทุกครั้ง

 

--

 

“ออกไปไหนมาแต่เช้า”

 

แฟนซึ่งอยู่ในชุดทำงานเรียบร้อยเอ่ยขึ้นเมื่อคนที่หายไปแต่เช้ากลับเข้าห้องมาอีกครั้งด้วยสภาพที่ร่างกายชุ่มเหงื่อ

 

เช้าวันจันทร์ซึ่งเป็นวันทำงานที่อีกคนหยุด แต่ถึงอย่างนั้นหินก็ยังตื่นเช้าได้อย่างน่าแปลกใจ

 

ถ้าเป็นเขาคงนู้น เที่ยงถึงจะตื่น

 

“ไปวิ่งตรงสวนข้างล่างมา แล้วก็ไปซื้อโจ๊กให้มึง” ถุงในมือถูกยกชูขึ้นให้ดู

 

“ขยันอะไรขนาดนั้น”

 

นอกจากจะขยันตื่นเช้าแล้วยังขยันออกกำลังกาย ตั้งแต่อยู่ด้วยกันมาดูเหมือนว่าหินจะเป็นคนชอบออกกำลังกายไม่น้อย แต่นั่นก็ไม่ใช่เรื่องที่น่าแปลกใจนักเพราะร่างกายซึ่งเต็มไปด้วยมัดกล้ามบ่งบอกได้เป็นอย่างดีว่าต้องผ่านการออกกำลังกายมาอย่างสม่ำเสมอ

 

อีกทั้งยังเรื่องพละกำลังที่มีมากมายมหาศาล...ไม่เห็นเคยเหน็ดเหนื่อย

 

“ไปกินข้าวกันเถอะ มึงจะได้รีบออกไปทำงาน”

 

ใบหน้าสวยพยักหน้ารับพลางเดินตามอีกคนไปยังห้องครัว โดยมีแฟนจัดแจงเอาโจ๊กเทลงถ้วย จากนั้นจึงนำมาเสิร์ฟให้กับคนที่ซื้อมา

 

“ทำไมมึงต้องกินไข่ต้ม โดฟเหรอ” เอ่ยถามขึ้นเมื่อคนตรงหน้ากำลังแกะเปลือกไข่ต้มที่ซื้อมาพร้อมโจ๊ก

 

“โดฟอะไร กูกินโปรตีนเพื่อรักษากล้ามเนื้อ”

 

“ทำไมต้องรักษา”

 

“ก็ไปออกกำลังกายมาไง เหมือนเวลามึงไปออกกำลังกายแล้วปวดเนื้อปวดตัวก็เป็นเพราะว่ากล้ามเนื้อถูกใช้งาน พอถูกใช้งานมวลกล้ามเนื้อก็หายไป เราก็เลยต้องกินโปรตีนเข้าไปทดแทน ไม่กินไข่ก็นมจืด กล้วย อะไรเทือกนั้น”

 

คนฟังรับคำในลำคอเมื่อจำได้ว่าเห็นอีกฝ่ายกินอะไรที่พูดๆมาอยู่บ่อยครั้ง

 

“เฮลตี้เนอะ”

 

“ใช้งานร่างกายแล้วก็ดูแลมันหน่อย มึงก็เหมือนกัน ออกแต่กำลังกายในร่มมันไม่พอหรอก”

 

รอยยิ้มเย้าแหย่บนใบหน้าของคนพูดทำให้แฟนถอนหายใจ ก่อนจะเลิกถามอะไรต่อแล้วจัดการกับโจ๊กตรงหน้าของตัวเองไปเงียบๆ

 

--

 

“ถ้าเพื่อนไม่ตามจิกก็ไม่รู้จะมาไหมนะคะ”

 

“หลงหลัวหัวปักหัวปำ ชิ”

 

ยังไม่ทันจะทรุดตัวนั่งลงบนเก้าอี้ดีเสียงกระแหนะกะแหนก็ดังขึ้นจนแฟนเหลือบสายตามองบนใส่เพื่อนทั้งสองด้วยความระอา

 

“ไม่เบื่อที่จะแซะกูบ้างรึไง”

 

“ไม่ค่ะ/ไม่ค่ะ” บีและนัทตอบออกมาอย่างพร้อมเพรียง

 

หลังจากเลิกงานแล้วแฟนก็ถูกตามตัวให้ออกมาทานข้าวกับเพื่อนจนต้องโทรไปบอกคนที่ห้องว่าเย็นนี้มีนัด ไม่ได้กลับไปทานข้าวด้วย ก่อนจะออกจากบริษัทแล้วตรงมายังร้านอาหาร

 

“ขยันนักก็แซะต่อไปเถอะ กูไม่สะทกสะท้าน”

 

“พวกกูจะแซะจนกว่าจะได้พี่หินมาเป็นของตัวเองนั่นแหละ” สุดท้ายก็ไม่พ้นเรื่องนี้

 

“พอๆ สรุปว่าเรียกกูมาขนาดนี้มีเรื่องอะไร”

 

“เออ...”

 

เมื่อเปลี่ยนเรื่องแล้วประเด็นที่เป็นหัวข้อหลักถูกเอ่ยขึ้น เรื่องของอีกคนก็เลือนไปจากวงสนทนา สรุปแล้ววันนี้ที่แฟนโดนเรียกตัวก็ไม่มีอะไรมากไปกว่าการเม้ามอยเรื่องของคนอื่น หรือจะเรียกง่ายๆว่าแค่รวมตัวกันตามประสาเท่านั้น

 

“อ๊ะ ขอโทษครับ”

 

คนที่กำลังจะเดินออกจากห้องน้ำรีบเอ่ยขอโทษขอโพย เนื่องจากเพราะมัวแต่สนใจอยู่กับการตอบข้อความในโทรศัพท์ จึงไม่ได้มองทางจนชนเข้ากับคนที่กำลังจะสวนมา

 

“เรา...แฟนของหินใช่ไหม”

 

ประโยคเอ่ยทักนั้นเรียกให้คนถูกทักรีบเงยหน้าขึ้นมอง จึงพบว่าคนที่ตัวเองเดินชนคือคนที่เคยเจอกันในห้องน้ำของโรงหนัง

คนที่ตื้อหินให้ไปทำงานด้วย

 

“สวัสดีครับ”

 

“มากับหินเหรอ” อีกฝ่ายเอ่ยถาม

 

“เปล่าครับ มากับเพื่อน”

 

เมื่อได้ยินคำตอบสีหน้าของคนถามก็ดูผ่อนคลายลง อีกทั้งยังดูเหมือนเป็นคำตอบที่เจ้าตัวคาดหวัง

 

“งั้นหรือ...ถ้าอย่างนั้นพอมีเวลาจะคุยกับพี่สักหน่อยไหม” 

 

ดวงตาคู่สวยจับจ้องคนตรงหน้านิ่ง ค้นหาอะไรบางอย่างบนใบหน้าของคนที่มีอายุมากกว่า สุดท้ายจึงยอมตกลงในเมื่อมองเห็นความร้อนรนของความต้องการจะคุยนั้นจริงๆ

 

“มีอะไรรึเปล่าครับ” แฟนถามขึ้นเมื่อเดินตามอีกคนออกมาจนถึงนอกร้าน

 

“คราวก่อนยังไม่ได้ทันจะได้แนะนำตัวกันเลย พี่ชื่อต้นนะ”

 

“แฟนครับ”

 

“โทษทีที่ต้องรบกวนเวลาของเรา งั้นก็เข้าเรื่องเลยแล้วกัน...คืออย่างที่ได้ยินพี่คุยกับหินในห้องน้ำวันนั้น พี่อยากได้มันมาร่วมงานด้วยจริงๆ”

 

“แล้วยังไงครับ”

 

แฟนถามต่ออย่างไม่เข้าใจนัก แต่ความรู้สึกลึกๆก็รู้ดีว่าการถูกเรียกออกมาคุยแบบนี้ต้องมีอะไรสักอย่างที่ทำให้ต้องเข้าไปเอี่ยวกับเรื่องนี้

 

“แฟนรู้ดีอยู่แล้วใช่ไหมว่ามันน่าเสียดายที่หินจะอยู่แค่ตรงนี้ พี่เลยอยากขอร้องให้เราไปพูดกับหินให้หน่อย ถ้าแฟนพูดมันอาจจะมีโอกาสเป็นไปได้”

 

คำว่าน่าเสียดายสะดุดหูคนฟังได้มากพอๆกับคำว่ารู้ดีอยู่แล้วใช่ไหม

 

“ผมไม่รู้อะไรไปมากกว่าการที่หินเป็นนักดนตรี”

 

สีหน้าของอีกฝ่ายฉายชัดถึงความแปลกใจอย่างเห็นได้ชัด

 

“หินไม่ได้เล่าอะไรให้ฟังเลยเหรอ”

 

คราวนี้กลายเป็นความแปลกใจนั้นสลับมาอยู่ที่แฟน ก่อนใบหน้าเล็กจะส่ายน้อยๆ พลางเกิดความรู้สึกบางอย่างขึ้นมาในอก

 

มันมีเรื่องอะไรที่เขายังไม่รู้อีกมากงั้นหรือ

 

“อืม...ก็ไม่น่าแปลกใจเท่าไหร่ มันเป็นคนไม่ชอบพูดอะไรอยู่แล้ว” คล้ายว่าอีกฝ่ายจะพึมพำกับตัวเอง

 

“มันมีอะไรมากกว่าการที่หินเป็นแค่นักดนตรีงั้นเหรอครับ”

 

“เป็นแค่นักดนตรีเหรอ...เอาเถอะ เจ้าตัวเขาไม่พูดก็แสดงว่าไม่ได้อยากให้รู้ เอาเป็นว่ายังไงพี่ก็ขอร้องให้แฟนช่วยลองคุยๆกับหินเรื่องนี้หน่อยได้ไหม”

 

คนถูกขอร้องนิ่งงันกับประโยคที่บ่งบอกว่ามีอะไร อีกทั้งการถูกร้องขอยังเป็นสิ่งที่ไม่อยากเข้าไปยุ่งเกี่ยว

 

เรื่องงานของหิน แฟนไม่อยากก้าวก่าย

 

“พี่ก็รู้จักพี่หินดีไม่ใช่เหรอครับ ถ้าได้ตัดสินใจอะไรไปแล้วเขาจะไม่มีวันเปลี่ยนมัน ขอโทษที่ผมคงช่วยเรื่องนี้ไม่ได้”

 

“พี่รู้ แต่ลองดูสักครั้งนะ พี่ไม่ได้ทำเพื่อตัวเองเลยแต่ทำเพราะมัน”

 

น้ำเสียงและสีหน้ามีความเว้าวอนจนแฟนเกิดความลังเล แต่ถึงอย่างนั้นสุดท้ายก็เอ่ยปฏิเสธไป

 

“ขอโทษครับ แต่ผมไม่อยากไปยุ่งกับเรื่องงานของพี่หิน ถ้าเจ้าตัวไม่อยากทำนั่นก็หมายความว่าใจเขาไม่อยากทำ...ผมขอตัว”

 

พูดจบก็หมุนกายกลับเข้ามาในร้านโดยไม่รีรอให้อีกฝ่ายรั้งเอาไว้เพื่อคุยเรื่องนี้ต่อ ขณะที่ในหัวมีคำพูดทุกประโยคนั้นวนเวียนอยู่ไปมา

 

หินไม่ได้เป็นแค่นักดนตรีธรรมดา

 

นั่นคือสิ่งที่รับรู้อย่างแน่ชัดในตอนนี้

 

--

 

“เป็นอะไร นั่งหน้านิ่วคิ้วขมวด”

 

หินที่เพิ่งอาบน้ำเสร็จถามคนที่นั่งพิงหลังอยู่บนเตียงขึ้น แต่เหมือนคนที่ตกอยู่ในห้วงความคิดของตัวเองจะไม่ได้ยิน กระทั่งร่างสูงทรุดตัวนั่งลงดวงตาคู่สวยจึงเบือนมามองกัน

 

“...เปล่า”

 

“ไม่สบายรึเปล่า”

 

เอ่ยถามพลางวางมือลงบนหน้าผากเล็ก เช็กว่าอุณหภูมิร่างกายแฟนยังคงเป็นปกติดีจึงละมือออก

 

“กูสบายดี”

 

“แน่ใจ?”

 

“อืม” เจ้าตัวยืนยันหากแต่ใบหน้าที่ยังคงแสดงออกราวกับมีอะไรทำให้หินไม่วางใจ

 

“มีอะไรบอกกกูได้”

 

เสียงทุ้มทอดอ่อนจนใจคนฟังวูบไหว ท่าทางที่ราวกับเป็นห่วงก่อความรู้สึกอุ่นๆให้ไหลวนอยู่ข้างใน

 

แฟนระบายยิ้ม สลัดเรื่องเมื่อเย็นทิ้งไปแล้วโน้มหัวซบลงกับอกแกร่ง บางอย่างบอกว่าความเป็นหินตลอดสองเดือนนั้นคือความจริงที่ไม่ได้มีสิ่งใดปกปิด

 

ถ้าถึงเวลาก็คงได้รู้เรื่องทั้งหมดเอง

 

“กูแค่คิดถึงเรื่องราวตลอดสองเดือนที่ผ่านมา”

 

“คิดว่า?”

 

ท่าทางออดอ้อนมากกว่าปกตินั้นเรียกรอยยิ้มมุกปากให้เกิดขึ้นบนใบหน้าคม หากแต่ในใจคนถูกอ้อนยังคงมีความกังวลเจืออยู่เนื่องจากรับรู้ได้ถึงความผิดปกติ

 

วันนี้แฟนเจอเรื่องอะไรมา

 

“คิดว่ามันจะไปได้นานแค่ไหน” คำตอบนั้นทำให้หินถามต่อ

 

“แล้วมึงอยากให้ไปได้นานแค่ไหน”

 

“เรื่อยๆ...ได้ไหม”

 

ใบหน้าสวยผละออกแล้วเงยขึ้นถาม แม้ดวงตาคู่นี้จะไม่มีแววร้องขอหรือซาบซึ้งอย่างรูปของประโยคแต่ความจริงจังก็เป็นสิ่งที่หินสัมผัสได้

 

“ถ้ามึงต้องการ” หินตอบกลับด้วยความจริงจังไม่ต่างกัน

 

“กูหวังว่าอนาคตต่อให้มีเรื่องอะไรมึงและกูก็ยังจะเดินต่อ”

 

เสียงที่เอ่ยแผ่วเบากว่าทุกครั้ง ในหัวของแฟนยังคงวนเวียนอยู่กับเรื่องที่คนชื่อต้นเข้ามาคุย ด้วยความรู้สึกติดค้างเล็กๆ

 

ความอยากรู้กับความไม่อยากพูดออกไปมีมากพอกัน จึงเกิดเป็นสิ่งสะกิดใจเหมือนเสี้ยนตำมือ

 

มันอาจไม่ถึงกับรู้สึกมากมายแต่ก็มีความรู้สึกอยู่ในนั้น

 

“ก็เดินกันมาขนาดนี้แล้ว” คำตอบนั้นทำให้แฟนหลับตาลงก่อนจะเปิดเปลือกตาขึ้นอีกครั้งพลางพยักหน้ารับ

 

“หวังด้วยว่ากูจะรู้เรื่องทุกๆอย่าง”

 

บางสิ่งที่ยังไม่รู้ หวังว่าสักวันหนึ่งจะถึงเวลาที่ได้รู้

 

“มึงหมายถึง?” คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันเมื่อได้ยิน

 

“ก็เผื่อมึงมีกิ๊กกูก็รู้ อะไรแบบนั้นไง”

 

รอยยิ้มและสีหน้าเปลี่ยนเป็นแฟนคนเดิมที่เคยเป็นจนคนมองยิ้มตาม

 

“หึ มีที่ไหน แค่มึงก็เหนื่อยจะแย่”

 

มือหนาวางลงบนหัวเล็กแล้วแรงโยกเบาๆสองสามที โดยที่คนถูกแกล้งก็โยกหัวหลบ

 

“ให้มันจริงเถอะ”

 

“มึงก็ลดความขี้อ่อยลงด้วย อ่อยกูได้แต่อย่าคิดไปอ่อยกับคนอื่น”

 

ใช่ว่าไม่รู้เรื่องผู้ชายเล็กผู้ชายน้อยที่ขยันแอดไลน์มาหาเจ้าตัว แต่เพราะอีกคนไม่ได้มีท่าทีอะไรจึงยังคงนิ่งเฉย

 

“ทำไม หึงเหรอ” คิ้วได้รูปเลิกขึ้นแล้วเอ่ยถามด้วยสีหน้าเจ้าเล่ห์

 

“แล้วกูไม่มีสิทธิ์รึไง”

 

“ก็...มีสิ เหมือนที่กูมีสิทธิ์ไง”

 

หินยกยิ้มให้กับคำตอบนั้น ก่อนใบหน้าคมจะโน้มลงมากดจูบบนริมฝีปากบางแนบแน่นแล้วผละออก

 

“นอนได้แล้ว”

 

“อือ”

 

แฟนรับคำในลำคอ จากนั้นวินาทีต่อมาก็เป็นฝ่ายขยับเข้ามาจูบกลับ เมื่อผละออกร่างเล็กจึงพลิกตัวไปเอนกายลงบนเตียง จัดที่จัดทางให้ตัวเองเรียบร้อย ขณะที่หินได้แต่มองคนขี้ยั่วแล้วส่ายหน้า

 

ชักจะทำตัวน่ารักขึ้นทุกวัน

 

--

 

วันต่อมา

 

“กูเปิดรับเด็กใหม่แล้ว มาสมัครอยู่หลายวง ยังไงเดี๋ยวมึงมาช่วยดูด้วย”

 

“อืม” หินรับคำยามกำลังนั่งพักอยู่ในห้องพักนักดนตรีหลังจากขึ้นเล่นเสร็จ

 

ไม่เพียงแค่การต้องเปลี่ยนงานกะทันหันของเขาแต่เพื่อนในวงก็มีแพลนจะไปทำอย่างอื่นด้วยเช่นกัน ทางร้านจึงต้องหานักดนตรีวงใหม่เข้ามาเล่นแทน

 

ครืด ครืด

 

มือซึ่งกำลังเก็บของเข้ากระเป๋าหยุดชะงัก โทรศัพท์บนโต๊ะสั่นครืดคราดเมื่อมีคนโทรเข้า พลันชื่อที่ปรากฏบนหน้าจอจะทำให้คิ้วเข้มขมวดเข้าหากัน

 

โทรมาทำไมตอนนี้

 

“ฮัลโหล”

 

(อึก มึง...)

 

เสียงอ้อแอ้และการสะอึกจากปลายสายไม่ต้องมีการบอกใดๆก็รู้ได้ในทันทีว่าคนที่ไปงานเลี้ยงคงเมาเข้าให้

 

“อยู่ไหน กลับถึงห้องหรือยัง”

 

เอ่ยถามย้ำเพื่อความแน่ใจทั้งที่เสียงจอแจจากรอบด้านที่ได้ยินก็บ่งบอกอยู่แล้วว่าแฟนยังอยู่ที่งาน

 

(หึ กลับไม่ไหว มารับหน่อยย)

 

หินถอนหายใจเมื่อฟังจากน้ำเสียงและรูปประโยคแล้วสภาพคนเมาก็วาบขึ้นมาในหัว

 

ดื่มไปขนาดไหนกัน

 

“อยู่ตรงไหน ส่งโลมาให้ไหวรึเปล่า”

 

(หวาย แค่กดๆเอง)

 

“งั้นก็ส่งมา เดี๋ยวไปรับ”

 

(อื้อออ)

 

“แล้วได้เอารถไปไหม”

 

(เอามา เอารถมา) งั้นรถของเขาคงต้องจอดเอาไว้นี่

 

“โอเค ส่งโลมาตอนนี้เลย”

 

ปลายสายรับคำอืออาก่อนสายจะถูกตัดไป จากนั้นราวๆหนึ่งนาทีโลเคชั่นก็ถูกส่งมาให้

 

หินเก็บของของตัวเองจนเรียบร้อยจึงเดินลงมาลาเพื่อนและพี่ๆที่นั่งดื่มกันอยู่ข้างล่างแล้วโบกแท็กซี่ไปยังที่หมาย สี่สิบห้านาทีต่อมาก็มาถึงโรงแรมหรูซึ่งคนเมาบอกว่านั่งรออยู่ตรงล็อบบี้

 

ผู้คนในชุดราตรีและชุดสูทเดินสวนเข้าออกไปมาพอสมควร จนเมื่อมาถึงล็อบบี้ สายตาก็มองเห็นใครบางคนนั่งหน้าแดงก่ำ สภาพคล้ายกับเด็กรอพ่อแม่มารับหลังเลิกเรียน

 

“มึง”

 

เสียงเรียกทอดอ่อนพร้อมรอยยิ้มหวาน เมื่ออีกฝ่ายหันมาเห็นขณะที่หินกำลังเดินเข้าไปหา แถมสองแขนเรียวยังชูขึ้นเรียกร้องให้เดินไปใกล้

 

“กินอะไรขนาดนี้”

 

บ่นให้เป็นสิ่งแรกเนื่องจากลองมาสภาพนี้ไม่พ้นว่าคงซัดเข้าไปเยอะ น่าจะมากกว่าครั้งที่ไปผับด้วยกันด้วยซ้ำ

 

“มานี่”

 

มือบางเอื้อมมาเกี่ยวชายเสื้อจนเข่าขยับเข้าไปชิดกับเข่าเจ้าตัว ยังไม่ทันจะได้พูดอะไรต่อหัวเล็กก็พิงมาซบลงตรงหน้าท้อง หยุดยั้งทุกคำพูดที่กำลังจะออกจากปากได้รูปให้ชะงัก

 

เหมือนรู้ว่าจะถูกดุเลยอ้อนใส่ก่อน

 

“อ้อนอะไร” จากจะกล่าวว่าเลยต้องเปลี่ยนเป็นถาม

 

“ง่วง” คนเมาตอบอ้อแอ้พลางซุกไซ้ใบหน้าไปมา

 

“ง่วงก็กลับ”

 

“อือ ไม่มีแรงเดิน”

 

“แล้วเดินลงมานี่ได้ไง ใครมาส่ง”

 

“อีนัทงาย แต่มันกลับไปกับผู้แล้ว”

 

โล่งใจที่คนมาส่งคือเพื่อนสนิทซึ่งไว้ใจได้ ไม่ใช่คนอื่น ไม่อย่างนั้นแฟนอาจมีสิทธิ์ถูกหิ้วไปกลางทาง

 

“งั้นตามึงกลับ มางานเลี้ยงอะไรกินให้เมาขนาดนี้ ถ้ากูไม่รับโทรศัพท์จะกลับยังไง แล้วนี่รถอยู่ไหน”

 

มือหนาดันร่างอีกคนให้ออกห่าง ก่อนจะพยายามรั้งแฟนให้ยืนขึ้นแต่ดูท่าเจ้าตัวจะไม่ให้ความร่วมมือ

 

“ขี้บ่น ขึ้นหลังหน่อย ไม่เดิน”

 

เงยหน้าพูดด้วยใบหน้ายุ่งเหยิง ดวงตาคู่สวยฉ่ำเยิ้มจะปิดแหล่ไม่ปิดแหล่ หินแต่ได้แต่มองภาพนั้นแล้วถอนหายใจ สุดท้ายจึงทรุดตัวนั่งลงหันหลัง จากนั้นคนเมาก็ค่อยๆขยับเข้ามาเกาะเหมือนลูกลิง

 

ท่าทางที่คนเดินผ่านไปมาให้ความสนใจไม่น้อย

 

“สรุปว่ารถอยู่ไหน”

 

“อยู่ชั้นG ตรงล็อค...อือ จำไม่ได้”

 

สรุปว่าหินก็ได้พาคนบนหลังเดินหารถอยู่หลายนาที กว่าจะเจอก็เล่นเอาเหงื่อออกจนชุ่มหลัง ส่วนตัวสร้างเรื่องนั้นหลับพริ้มอยู่บนหลังทั้งอย่างนั้น

 

“ทั้งขี้ยั่วทั้งขี้ดื้อ เด็กอะไรวะ”

 

ทอดมองคนที่นอนเอนกายอยู่บนเบาะรถด้วยท่าทางสบายด้วยความอ่อนใจ จนอดไม่ได้ที่จะยื่นมือไปบีบปลายจมูกนั้นจนคนหลับส่งเสียงอืออา

 

“ฤทธิ์เยอะแต่ก็ยังน่ารัก”

 

“...”

 

“หึ ได้ยินแค่ในความฝันไปแล้วกัน”

 

--

 

“อื้อ ไม่ถอด” คนเมาบนเตียงดิ้นหนี ไม่ยอมให้ถอดกางเกงได้โดยง่าย

 

หินพรูลมหายใจเข้าออกอย่างเชื่องช้าเพื่อบรรเทาอารมณ์ที่อยากจะหวดก้นเด็กดื้อแรงๆสักที แล้วลองพยายามถอดกางเกงให้แฟนอีกครั้ง แต่อีกฝ่ายก็ดิ้นหนีเช่นเดิม

 

ทีตอนไม่เมาไม่เห็นต้องบอกให้ถอดเลยด้วยซ้ำ

 

“แฟน ถอดดีๆ จะได้เช็ดตัวแล้วนอนสบายๆ”

 

“อือ”

 

“ดื้อแบบนี้กูว่าไม่น่ารักแล้ว”

 

บ่นกับตัวเองเมื่อนึกย้อนไปถึงคำชมก่อนหน้า ทว่ามันยังคงดังพอจะให้คนเมาได้ยิน ดวงตาคู่สวยจึงปรือเปิดขึ้น ให้คนไม่คาดคิดแปลกใจเล็กๆด้วยเพราะนึกว่าอีกคนหลับไปแล้ว

 

“กูน่ารัก”

 

ปากเล็กเบะออกเหมือนไม่พอใจกับคำที่ได้ยิน อีกทั้งดวงตาฉ่ำเยิ้มยังทอความขุ่นเคือง

 

“ไม่น่ารัก” หินตอบกลับทันใด

 

“...”

 

คนถูกว่ากัดริมฝีปาก สติที่มึนเบลอทำให้อารมณ์หลายสะเปะสะปะอยู่ในหัว ขณะที่ตอนนี้อารมณ์ไม่พอใจมาเหนือสิ่งอื่นใด

 

“ถ้าอยากน่ารักก็ยอมให้ถอดเสื้อผ้าดีๆ จะเช็ดไหมตัว อยากนอนสบายรึเปล่า”

 

มือหนาเอื้อมไปจับขอบกางเกงแล้วรั้งลงได้โดยง่ายเมื่อคราวนี้เจ้าตัวไม่ดิ้นหนีขัดขืน กลายเป็นตอนนี้แฟนอยู่ในสภาพมีเพียงชั้นในสีขาวติดกาย

 

“มึงถอดแล้ว กูน่ารัก”

 

หินขมวดคิ้วเมื่อหันไปโยนเสื้อลงจากเตียงแล้วได้ยินแฟนเอ่ยขึ้น

 

คนเมานี่เอาใจยากชิบ คราวก่อนไม่เห็นเป็นหนักขนาดนี้

 

“เออ น่ารัก พอใจยัง”

 

“ไม่พอ”

 

“จะเอาอะไรอีก”

 

“น่ารักแล้วต้องรัก”

 

คำพูดนั้นทำให้หินชะงัก แม้จะรู้ดีว่าคนตรงหน้าพูดด้วยสติที่รางเลือนแต่สิ่งที่ถูกเอ่ยนั้นก็ยังส่งผลต่อความรู้สึกของคนฟัง เกิดเป็นคำถามกับตัวเองในใจ

 

รักงั้นหรือ

 

“รักสิ รักกู”

 

คนเมาเร่งรัดเอาคำตอบด้วยการเอ่ยย้ำ อีกทั้งยังลุกขึ้นมานั่งประจันหน้า

 

“...”

 

ถ้าชอบหินสามารถพูดได้อย่างเต็มปากว่าชอบอีกฝ่ายเข้าให้ หากแต่คำว่ารักที่ลึกซึ้งและต้องมีอะไรมากกว่านี้ยังไม่อาจหลุดออกจากปาก

 

“ต้องรัก รักแบบนี้”

 

แบบนี้ที่ว่าคือการที่ปากเล็กขยับเข้ามาทาบทับ เริ่มต้นการรุกเร้าด้วยการเป็นฝ่ายดูดดึงขบเม้ม ยามที่มือก็ลูบไล้ไปทั่วร่างหนาอย่างสะเปะสะปะ จนคนถูกจู่โจมเข้าใจได้ว่ารักที่ว่าไม่ใช่เรื่องความรู้สึกแต่เป็นรักที่หมายถึงเซ็กส์

 

อืม ถ้ารักแบบนี้ก็จะจัดให้แบบเต็มที่...เริ่มต้นเก็บเงินค่าเครื่องสำอางตั้งแต่ตอนนี้ทั้งที่ตั้งใจจะปล่อยให้เตรียมตัวเตรียมใจก่อนแท้ๆ

 

เมื่ออีกคนเป็นฝ่ายเริ่มเขาก็เป็นฝ่ายสนอง และมันก็ไม่ได้ต่างจากที่คิดเอาไว้นักว่าเช้ามาเจ้าตัวจะต้องโวยวายเพราะกลายสภาพเป็นผักเปื่อยตามเคย

 

“กูเมามึงก็ยังทำเหรอ มึงทำไปกี่รอบทำไมกูถึงไม่มีแรงขนาดนี้! โอ๊ย”

 

เสียงร้องซึ่งเป็นผลมาจากการปวดหัวเพราะฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ดังขึ้น ก่อนมือบางจะกุมหัวตัวเองเอาไว้แล้วปิดเปลือกตาลง

 

ตัวก็ล้า หัวก็ปวด โอ๊ย

 

“ใครเป็นคนเริ่ม มึงนึกดีๆ” หินที่นั่งพิงหัวเตียงเล่นเกมอยู่เอ่ยขึ้น

 

“กูจำไม่ได้ แต่ถ้ากูเริ่มมึงก็ปฏิเสธสิ นี่มึงสานต่อไปกี่รอบ ห๊ะ”

 

เมื่อหางตาเหลือบไปเห็นถังขยะตรงข้างเตียงจึงชะโงกหน้าลงไปดู ก่อนซากถุงยางซึ่งทับซ้อนกันมากกว่าสามถุงเท่าที่ประเมินได้จากสายตาจะทำให้แฟนอ้าปาก

 

“อ้อยเข้าปากช้าง ทำไมกูต้องปฏิเสธ”

 

โทรศัพท์ในมือถูกวางลง จากนั้นร่างสูงก็ยกยิ้มเจ้าเล่ห์ใส่อย่างน่าหมั่นไส้

 

“ไอ้คนหื่น”

 

“โอ้โห นึกดีๆครับคุณ เมื่อคืนท่าทางมึงคล้ายกับจะเป็นฝ่ายข่มขืนกู”

 

“มะ ไม่จริง”

 

คำพูดน่าอายนั้นทำให้แฟนเอ่ยเถียงกลับทันควันด้วยเสียงสั่นๆ เนื่องจากเริ่มไม่มั่นใจว่าหรือตัวเองจะเป็นอย่างนั้นจริงๆ เพราะสีหน้าและแววตาของหินเต็มไปด้วยความมั่นใจ

 

“มึงเมา มึงรู้ใช่ไหมว่าตัวเองเมาจะเป็นยังไง” เจ้าตัวน่าจะรู้ตัวเองดีที่สุด

 

“...”

 

คนดื่มไปหนักได้แต่เงียบปากเมื่อรู้ว่าหากเมามาก คนเราสามารถทำทุกอย่างออกมาได้โดยไม่ต้องผ่านการไตร่ตรองจากสมอง

 

“กูใจดีให้เอาเมื่อคืนไปลบกับสิบรอบนั้นได้...เหลืออีกหก แต่หกรอบนั้นกูจะไม่ทำอะไรนอกจากนอนเฉยๆ เข้าใจ?”

 

แล้วคนพูดก็หยัดกายที่มีเพียงบ็อกเซอร์ตัวเดียวขึ้นจากเตียงเพื่อไปอาบน้ำ ทิ้งให้คนหมดสภาพนอนนิ่งอยู่บนเตียงอย่างพยายามเรียบเรียงเหตุการณ์เมื่อคืน

 

แต่สุดท้ายก็จำอะไรไม่ได้นอกจากตอนอีกคนมารับ แล้วภาพก็ตัดมาตอนที่ฟื้นขึ้นมาบนเตียงในห้องของหินตอนนี้เลย

 

“อย่าลืมโทรไปลางานด้วย โทรศัพท์มึงสั่นจนสายแทบไหม้”

 

คราวนี้แฟนไม่มีสติจะคิดเรื่องนี้ต่อเมื่อนาฬิกาบนโต๊ะข้างเตียงบ่งบอกว่าตอนนี้เป็นเวลาในยามเที่ยง ยังดีที่วันนี้ไม่มีงานด่วนหรือประชุมสำคัญ ไม่อย่างนั้นคงโดนบ่นจนหูชา

 

เพราะไอ้หื่นหินคนเดียว!


TBC.


มาแล้ววววว หายไปนานเพราะช่วงนี้ยุ่งๆค่ะ

ร่างกายก็แปลกๆเลยกว่าจะต่อติดได้><

ตอนนี้เหมือนไม่ค่อยมีอะไรเลย ฮื่อ

เนื้อเรื่องดำเนินไปแบบเรื่อยๆ แต่สัญญาว่าตอนหน้าจะค่อยๆมีอะไรขึ้นแล้วค่ะ อิอิ

คิดถึงคนห่ามก็คอมเมนต์แล้วก็มาเม้ากันได้ที่แท็ก #พี่หินคนห่าม น้าาา

เจอกันตอนหน้าค่ะ จุ๊บบบบ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2.149K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

5,743 ความคิดเห็น

  1. #5737 _ice1124 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 26 มกราคม 2564 / 23:13
    น่ารัก
    #5,737
    0
  2. #5719 Spices_smile (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 15 กันยายน 2563 / 06:51
    มุ่เเงงงงงง
    #5,719
    0
  3. #5637 Airzaa1810 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 29 มีนาคม 2563 / 15:12
    อยากให้เค้ารักกันนนนน
    #5,637
    0
  4. #5542 yuri_miko (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2562 / 20:28
    หื่นเก่งจริง ๆ
    #5,542
    0
  5. #5404 12311232123312 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2562 / 08:15
    แงงงงงงงง
    #5,404
    0
  6. #5318 Nuthathai Por (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2562 / 23:11
    อยากไปยั่วเค้าก็รับผลกรรมไปนะแฟน
    #5,318
    0
  7. #5274 fffyty (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2562 / 20:18
    พี่หินเป็นใครกันแน่ เริ่มกลัวแล้วนะ
    #5,274
    0
  8. #5273 Aioonnaja (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2562 / 00:42
    พี่หินเป็นลูกคนรวย ที่หนีออกมาจากบ้านเพื่อหารักแท้

    ปอลิง มโนขั้นสุด
    #5,273
    0
  9. #5197 Khwanngam (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 22 มกราคม 2562 / 22:08
    ถนอมน้องสิพี่หิน โถ่วววววว~
    #5,197
    0
  10. #5137 Minyy (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 1 มกราคม 2562 / 13:12
    พี่หินมีอะไรปกปิดอยู่นะ ทำงานอะไรนอกจากนักดนตรีอะ
    #5,137
    0
  11. วันที่ 19 พฤศจิกายน 2561 / 16:41
    ขอบคุณที่แต่งให้อ่านนะคะ
    #5,042
    0
  12. #4793 pim pimmi (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 29 กันยายน 2561 / 21:10
    เนี่ยยยยยย
    #4,793
    0
  13. #4792 ojay2 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 29 กันยายน 2561 / 20:58
    หินทำงานอะไรนะ มีอะไรมากกว่านั้นนน
    #4,792
    0
  14. #4768 Hunbears (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 29 กันยายน 2561 / 00:04
    คุณพี่ต้นมาให้อยากแล้วจากไปปปสรุปพิหินนางทำงานอะไรกันน้อออ
    #4,768
    0
  15. #4662 Ilo_harlveen (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2561 / 00:20
    อ่อยเขาเองนะหนู
    #4,662
    0
  16. #4562 [In_My_DreaM] (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2561 / 16:50
    น้องแฟนนนนนน ร้ายนะเรา 555
    #4,562
    0
  17. #4507 Jinji_10 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2561 / 19:04
    พี่หินนนนนนนนน
    #4,507
    0
  18. #4493 pcy921 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 3 กรกฎาคม 2561 / 12:34
    555555
    #4,493
    0
  19. #4401 maybee23 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2561 / 14:35
    แอบอึนๆเล็กๆ
    #4,401
    0
  20. #4240 koy_incle (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2561 / 19:30
    ความรู้สึกของพี่หินและน้องแฟนจะถึงคำว่ารักเมื่อไหร่
    #4,240
    0
  21. #4067 conan_tkd (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2561 / 00:33
    แฟนเริ่มเอง
    #4,067
    0
  22. #3476 echize (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2561 / 17:09
    แอบหน่วงเหมือนกันนะคะเนี่ย แงงงง
    #3,476
    0
  23. #2928 oengoeithum (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2561 / 16:56
    ทำไมแฟนถึงพูดครับอ่ะคะ แฟนเป็นผู้หญิงไม่ใช่หรอคะ
    #2,928
    1
  24. #2920 Beztherday (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2561 / 07:15
    ชอบการเขียนไรท์มาก อ่านแล้วซึมซับเข้าใจง่าย ไม่วกวน ทั้งพี่หินและน้องแฟน ต่างพบเจอได้ในชีวิตปกติ ชอบความห่ามพี่หิน ห่ามแบบหื่นๆละมุนๆ ดูเหมือนจะดิบเถื่อนๆแต่ก็ไม่ทั้งหมด ส่วนยัยน้องก็เหมือนจะนุ่มนิ่มแต่ไม่เลย ใจเด็ดสุดๆ เอาเปงว่าดีทุกอย่าง :)))
    #2,920
    0
  25. #2729 ainee9397 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2561 / 05:41
    เห้อออ อยากให้หินรักแฟนเร็วๆ รู้สึกหน่วงๆงัยไม่รู้
    #2,729
    0