Killing camp ลับ ลวง ล่า [yaoi B.A.P]

ตอนที่ 14 : Ten shot

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 247
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    27 ก.พ. 57







Ten shot

 




 

 

“เราพบศพ ปาร์คแทจุน กับ คิมมีอา... ตำรวจผู้รับผิดชอบคดี อาชญากรลึกลับ... ครับ”

 

 

ไม่คาดคิดมาก่อนว่าจู่ๆ จะมีคดีเกิดขึ้นพร้อมกันถึงสองคดี โดยเหยื่อนั้นล้วนเป็นผู้เกี่ยวข้องโดยตรงกับแฟ้นคดีอาชญากรลึกลับ...

 

 

สองตำรวจผู้เป็นเหยื่อนั้น คนนึงเป็นลูกชายของนายตำรวจยศใหญ่ที่ดูเหมือนจะไม่ค่อยเอาไหนอาจจะเพราะได้เส้นสายจากคนเป็นพ่อทำให้มีการมีงานทำอยู่ทุกวันนี้อย่าง ปาร์คแทจุน กับอีกรายเป็นหญิงสาวร่างเล็กแต่มากด้วยฝีมือทางการสืบสวนคดี และ ความเด็ดเดี่ยวในการเข้าเผชิญสถานะการณ์ที่ผู้หญิงโดยทั่วไปไม่สามารถเข้าถึงได้อย่างคิมมีอา

 

 

ผมแทบจะจำไม่ได้แล้วว่าครั้งสุดท้ายที่ได้เห็นภาพเหตุการณ์ฆาตกรรมสยองขวัญเลือดสาดราวกับหลุดมาจากหนังฆาตกรรมโหดๆนั้นเป็นครั้งไหน รู้เพียงแค่ว่าไม่ค่อยจะคุ้นชินกับกลิ่นคาวเลือดที่ลอยมาติดตามปลายจมูกจนชวนให้อยากจะอาเจียนนี่เท่าไหร่

 

 

ในสถานที่เกิดเหตุ รายแรก ปาร์คแทจุน...

 

 

ถูกพบศพที่ห้องพักของเจ้าตัวเองในสภาพที่ชวนสยดหยอง จนเสียงร้องของคุณปาร์คผู้เป็นพ่อนั้นหวีดออกมาอย่างโหยหวน เหมือนกับเหตุการเดจาวูขึ้นอีกครั้ง ภาพของนายตำรวจหนุ่มที่อาบไปด้วยของเหลวแดงสด แทบทุกกระเบียดนิ้วของห้องของเหลวนั้นกระจัดกระจายราวกับมีพายุคลั่งโหมกระหน่ำเข้ามา...  ข้าวของที่ตกกระจายบ่งบอกถึงการต่อสู้ และปะทะกันรุนแรง รอยเลือดจากข้างเตียงขนาดใหญ่ประดับผ้าปูสีขาวที่บัดนี้เปลอะเปื้อนสีแดงสดยับยู่ยี่ลากยาวไปจนถึงห้องอาบน้ำ

 

 

ร่างของตำรวจหนุ่มตระกูลปาร์คนั่งนิ่งตัวอยู่ข้างๆอ่างอาบน้ำสีขาวที่คลาคลั่งไปด้วยน้ำสีแดงเจือจาง ศีรษะที่ถูกจับแช่ไว้ภายในอ่างนั่นคงเป็นเหตุผลได้ดีว่าทำไมน้ำถึงเจือด้วยสีแดงแบบนั้น รอยปาดยาวที่ลำคอขาว ทั้งยังขวางมาตามอก

 

 

รอยแผลเหวอะหวะไปทั่วร่าง รอยช้ำจากการถูกทำร้าย ซ้ำยังพบรอยกระสุนที่ผ่าผ่านขมับขาว หน้าท้องราบนั้น ถูกสลักชื่อเจ้าของร่าง ปาร์คแทจุน ก่อนจะถูกกากบาททิ้ง... ไม่แปลกใจเลยหากผู้เป็นบิดามาเห็นจะกรีดร้องโหยหวนจนหมดสติไป

 

 

ภาพเบื้องหน้าสยดสยอง น่าสะอิดสะเอียนเกินไปถึงขนาดที่ใครหลายคนต้องเบือนหน้าหนีไปตามๆกัน สภาพศพหากฆาตกรไม่อำมหิตพอคงทำไม่ได้แน่ๆ ไม่ซิ ไม่ใช่แค่อำมหิต แต่ต้องเรียกว่าโรคจิตด้วยต่างหาก

 

 

หยุดมองภาพโหดร้ายเบื้องหน้าสายตาของยูยองแจกลับไปสะดุดกับอะไรบางอย่างที่ข้างๆ กระจก

 

 

กำแพงสีขาวกับอักษรสีเลือด... ตัว Z

 

 

ภาพเหตุการณ์ถูกถ่ายไว้เป็นหลักฐาน ด้วยหน่วยนิติเวชน์และผู้ลับผิดชอบส่วนงานแบบนี้

 

 

.

.

.

 

 

สถานที่เกิดเหตุรายที่สอง คิมมีอา

 

 

ตำรวจหญิงร่างเล็ก หากแต่หน้าตานั้นสวยคมมีเสน่ห์และดูเย้ายวนนัก...  กับฝีมือสืบคดีที่ได้รับการยอมรับมากมายจากปากของผู้มากด้วยศสูงๆในวงการตำรวจ

 

 

แต่นั่นมันในยามที่เธอยังมีลมหายใจหนะนะ แล้วก็ ไม่ใช่ในสภาพแบบที่เป็นอยู่ตอนนี้

 

 

ศพของคิมมีอา ถูกพบที่ห้องพักแห่งหนึ่งใจกลางย่านสถานเที่ยวกลางคืน  สภาพของเจ้าหล่อนดูไม่ย่ำแย่นักเท่ากับ ปาร์คแทจุน หากแต่มีบางอย่างที่คล้ายกัน รอยกรีดทางยาวตามท่อนแขนและท่อนขาขาวถูกกรีดเป็นตัวอักษรชื่อของหญิงสาวพร้อมทั้งรอยกรีดกากบาททับ ไม่ได้มีเลือดสาดกระเซ็นทั่วห้อง หากแต่มีมีดเล่มเล็กๆนั้นปักอยู่กลางระหว่างอกขาวกลมกลึงที่เปลือยเปล่า

 

 

หญิงสาวตัวเล็กในชุดท่องราตรีแสนเย้ายวนที่ถูกถอดร่นกองระสะโพกมนไว้ ถ้าหากเป็นยามปกติที่เจ้าหล่อนมีลมหายใจ กับ ผิวพรรณผ่องตามธรรมชาติเดิมนั้นคงเรียกให้ชายหนุ่มรอบๆที่เกิดเหตุได้พากันกลืนก้อนน้ำลายเหนียวหนืดแน่ๆ แต่ก็นั้นแหละ มันก็แค่ ถ้าหาก... เพราะตอนนี้มีอามีลมหายใจซะที่ไหนหละ...ผลตรวจนั้น เจ้าหล่อนยังไม่ได้มีสัมพันธ์ลึกซึ้งใดๆทั้งสิ้น ก็ถูกกระชากลมหายใจเสียก่อน ถึงไม่โหดเท่าแต่ฆาตรกรก็คงโรคจิตไม่แพ้คดีของปาร์คแทจุน

 

 

ยูยองแจเบือนหน้าหนีภาพเปลือยของหญิงสาวที่ถูกกระทำอย่างแสนโหดร้ายตรงหน้า มองดูแล้วก็แสนจะสลดใจ... ทำไมถึงต้องทำขนาดนี้กันนะ...

 

 

เป็นอีกครั้งที่การเบือนหน้าหนีภาพน่าสะอิดสะเอียนของยองแจทำให้เจออะไรแปลกๆ เหนือหัวเตียงขึ้นไป อีกแล้ว...

 

 

หากแต่คราวนี้ไม่ใช่อักษรเลือด ลิปสติกที่แดงสดที่ตกอยู่บนโต๊ะโคมไฟคงจะเป็นอุปกรณ์เครื่องเขียนที่ถูกหยิบออกมาใช้แทนการปาดเอาเลือดจากศพมาเขียน

 

 

หากแต่คราวนี้ไม่ใช่ตัว Z แบบ คดีปาร์คแทจุน... มันกลับเป็นตัว  …D

 

.

.

.

 

 

รายงานสด พบศพของสองตำรวจผู้ลับผิดชอบคดีลึกลับถูกฆ่าตายในเวลาใกล้ๆกัน คาดว่าจะเป็นฝีมือของ กลุ่มคนในแก๊งอาชญากรที่เริ่มลุกตัวขึ้นมาทำอะไรซักอย่างตอนนี้...

 

 

รายงานข่าวสดเรียกให้คนที่นอนซมซานอยู่บนเตียงกว้างค่อยยันตัวขึ้นมานั่งพิงกับขอบเตียง แผ่นหลังกว้างที่บดบังหน้าจอโทรทัศน์อยู่ ทำให้ ต้องออกแรงแขนเซียวๆหยิบหมอนใกล้ๆตัวปาไปหาเจ้าคนที่บังจอโทรทัศน์อยู่

 

 

“หึ ตื่นมาแล้วมีแรงเลยรึไง”

 

 

คนถูกกระทำพ่นมหายใจน้อยๆมองไปยังร่างที่พยายามดันตัวเองลุกขึ้นยืนจากเตียง แขนเซียวไร้เรียวแรงนั้นเกาะมาตามผนักห้องค่อยๆพาตัวเองเดินเข้ามาใกล้ก่อนจะหยุดลงที่หน้าทีวีเพื่อดูรายงานข่าวที่ปรากฏบนหน้าจอ

 

 

เรียวคิ้วสวยขมวดมุ่นแทบจะทันที เมื่อเห็นภาพต่างๆที่ถูกฉายออกมา

 

 

“กินข้าวซะ คิมฮิมชาน”

 

 

เจ้าของชื่อนั่งลงบนเก้าอี้ไม้ทันทีที่อีกฝ่ายเอ่ยจบ มือขาวซีดรั้งจานข้าวมาใกล้ตัวหากแต่กลับโดนคนแข็งแรงกว่าแย่งไปถือไว้เอง

 

 

ช้อนสีเงินยื่นมาตรงหน้า เรียกเสียงถอนหายใจยาวๆจากรฮิมชานได้เป็นอย่างดี

 

 

ทุกครั้งที่บังยงกุกเรียกให้คิมฮิมชานมากินข้าว ทุกมื้อ เขากินโดยมีบังยงกุกเป็นคนหยิบป้อนให้...

 

 

เหมือนเป็นลูกนกที่ถูกขังไว้ในกรงแคบๆ รอเพียงเจ้าของมาป้อนอาหาร และ ขับเสียงเสนาะหูให้เจ้าของฟัง เพียงเท่านั้น...

 

 

จริงๆเขาก็ต่างอะไรกับลูกนกที่น่าสงสารแล้วหละ

 

 

จะว่าชินมันก็ใช่ เขาชินจนหมดหนทางที่คิดจะหนีไปจากกรงสกปกนี้แล้ว...

 

 

ไม่รู้ว่าเพราะปลงกับหนทางที่หาไม่เจอ หรือเพราะยังยึดติดกับอะไรบางอย่างกันแน่

 

 

“คนของนายคงเริ่มเคลื่อนไหวอะไรบางอย่าง”

 

 

“...”

 

 

มีเพียงความเงียบเท่านั้นที่คิมฮิมชานใช้ตอบกลับบังยงกุกไป แก้มขาวๆที่ดูมีน้ำมีนวลขึ้นอมข้าวไว้ก่อนจะเคี้ยวตุ้ยๆ เพราะอีกคนป้อนไม่ค่อยเป็นจังหวะเท่าไหร่นัก เดี๋ยวช้า เดี๋ยวเร็ว แต่เขาก็ไม่ได้บ่นออกไป

 

 

ไม่ใช่ว่ายอม แต่ก็แค่ขี้เกียจเท่านั้น

 

 

กว่าหลายสัปดาห์แล้วที่ถูกกักตัวอยู่ในที่แห่งนี้ ไม่ได้พบแสงสี ผู้คน อิสระภาพ หากได้พบเพียง ผนังห้องสี่ด้าน กับ คนเพียงคนเดียว คนที่ใบหน้านั้นประดับด้วยความนิ่งเรียบ หากบางการกระทำกลับแฝงให้เขาอุ่นใจในบางอย่าง

 

 

แต่มันไม่ใช่ทั้งหมด... มีบางครั้งที่ความอบอุ่นแปรเปลี่ยนเป็นความเจ็บปวด รุนแรง ราวกับจะบีบให้เขาตายโดยไม่รู้ตัว

 

 

น่าเบื่อชะมัด...

 

 

นี่คือเสียงในความคิดของคิมฮิมชานในแต่ละวัน เบื่อแต่ก็ทำอะไรไม่ได้การที่เขาจะต้องลืมตาขึ้นมาแล้วเห็นเพียงแค่หน้าตาของผู้ชายที่โหดร้ายที่สุดเท่าที่ชีวิตเคยเจอมา กับผนังห้องสี่ด้าน ทีวีตู้จอเล็กๆ เตียงขาวๆยับยี่เพราะรองรับกิจกรรมบางอย่างแทบจะทุกวี่ทุกวันจนขี้เกียจจะจัดให้เรียบร้อย กับโซ่ตรวนที่ล็อคข้อเท้าขาวที่ตอนนี้ถูกเสียดสีจนแดงช้ำแต่ก็ไร้ซึ่งความเจ็บ โซ่ตรวนที่กักขังอิสระภาพทุกอย่างไว้ แต่ก็ยาวพอให้เดินวนเล่นได้รอบห้องสี่เหลี่ยมและพอให้เข้าห้องน้ำได้บ้าง เหอะๆ

 

 

“เบื่อ ชะมัด...”

 

 

สบถออกมาอย่างขัดใจ โดยมีสายตาคมๆของบังยงกุกที่นั่งสูดควันขาวๆเข้าปอดนั่งมองอยู่ตรงข้าม ก่อนคนหน้าดุนั้นจะให้ความสนใจกับหนังสือพิมพ์ในมือเจ้าตัวแทนใบหน้าขาวๆที่แสดงสีหน้าเบื่อหน่ายของเขา เหอะ ขอให้ สำลักควันตายไปเลย ตาย ตาย ตาย... ชิ

 

 

มือขาวซีดกดรีโมตท์เปลี่ยนช่องเมื่อช่องข่าวเมื่อครู่กลายเป็นข่าวบันเทิง เขาอยากจะรู้ว่าโลกภายนอกเกินอะไรขึ้น ตอนนี้น้องๆของเขากำลังทำอะไรกันอยู่ จองแดฮยอนจะเป็นยังไง ไหนจะ มุนจงออบ กับ ชเวจุนฮง อีก...เฮ้อ

 

 

เลื่อนไปเรื่อย จนเจอกับช่องนึงที่เสนอข่าวเมื่อครู่ ภาพเหตุการณ์ถูกฉายหรากลางหน้าจอ นี่คงเป็นภาพที่เรียกให้พวกโลกสวยหน้าจอต่างๆคงสะอิดสะเอียนไม่น้อยแต่ไม่ใช่กับคิมฮิมชาน

 

 

รอยยิ้มเล็กๆแต้มลงที่ริมฝีปากแดงเรื่อ เสียงหัวเราะเยาะเบาๆในลำคอ เด็กๆของเขานี่ก็เล่นแรงกันใช้ได้เลยแหะ...

 

 

คิมฮิมชานลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เดินอ้อมไปด้านหลังของคนที่ยังจับจ้องตัวหนังสือในหนังสืพิมพ์ ก่อนจะหยิบ ก้านนิโคตินกินมิ้นส์ที่อีกคนคาบคาไว้ในปากออก ก้มลงทาบทับริมฝีปากด้านๆนั่นเบาๆก่อนจะคาบแท่งนิโคตินนั้นเข้าปากตัวเองแทนแล้วเดินย้อนไปทิ้งตัวลงบนผืนเตียงกว้าง ตีขาแกว่งๆเล่นแล้วส่งยิ้มหวานๆมาให้นายตำรวจหนุ่มที่คิ้วแทบจะกระตุก

 

 

“เหอะ”

 

 

เสียงทุ้มสบถออกมาในลำคอ ก่อนจะก้มลงอ่านสิ่งในมือตนต่อ โดยไม่ได้สนใจคนที่นั่งยิ้มอยู่บนเตียง กับ ก้านนิโคตินที่ถูกคนตัวขาวประทับจูบเบาๆ ก่อนจะทิ้งมันลงบนพื้นแล้วออกแรงขยี้

 

 

ซักวัน ไม่นาย ก็ฉัน คงจะกลายเป็นเหมือน นิโคตินก้านนี้หละนะ... บังยงกุก

 

 

 

.

.

.

 

 

แกร่ก แกร่ก แกร่ก

 

 

พรึบ

 

 

“...”

 

 

คิ้วเรียวขมวดแน่น ปลายปากกาจดชื่อที่ปรากฏลงบนสมุดโน๊ตเล่นเล็กๆ เบอร์โทรศัพท์ถูกพิมพ์ลงแล้วบันทึกไปเรื่อย

 

หน้าจอแสดงข้อมูลส่วนลับที่เขาไปขอมาจากผู้บัญชาการ นี่คือข้อมูลที่ไม่ได้เปิดเผยที่ไหน ไม่ได้อยู่ในซอกหลืบลับของเว็บไซส์หรือฐานข้อมูลใดๆ เป็นข้อมูลที่ต่อให้เป็นแฮคเกอร์จอมโกงขนาดไหนก็ไม่สามารถหามันได้

 

 

ผู้รับผิดชอบ 7 คน กับ ผู้ที่ถูกปิดเป็นความลับ 4 คน...

 

 

2ในเจ็ด ปาร์คแทจุน กับ คิมมีอา สถานภาพไร้ซึงลมหายใจ ยังเหลืออีก... 5 คน

 

 

ส่วนคนที่ถูกปิดเป็นความลับ... มีเพียงข้อมูล แต่ไร้ซึ่งใบหน้าของบุคคลเหล่านั้น แต่หนึ่งในนั้นก็มีชื่อที่เขาคุ้นเคยดีอย่าง... ยูยองแจ ชื่อของตัวเขาเอง

 

 

ใน11 คน ไม่ด้มีชื่อของบังยงกุก หากแต่ชายผู้นั้นก็อยู่ในการดูแลคดีนี้ ด้วยเพราะเจ้าตัวเองก็มียศอยู่บ้าง บวกกับความที่ บังยงกุก กับ ยูยองแจร่วมงานกันมาโดยตลอดด้วยฐานะ พี่น้อง...

 

 

บังยงกุก ไม่ใช่พี่ชายแท้ๆของเขา

 

 

บังยงกุกคือลูกชายของผู้บัญชาการบัง... ผู้บัญชาการใหญ่ที่หลายคนต่างก็ก้มหัวให้ เป็นที่เป็นผู้ช่วยชีวิตเขาไว้ หากแต่ไม่มีใครรู้เรื่องนี้มากนักว่า บังยงกุกนั้นคือลูกชายของท่านผู้บัญชาการบัง เพราะบังยงกุกเป็นตำรวจสายลับแบบเขา จึงไม่ค่อยมีหน้ามีตาให้รู้จักกันนักหรอก ส่วนมากก็จะรู้จักแต่บังยงนัม พี่ชายฝาแฝดของบังยงกุก ที่เป็นคุณหมอประจำแผนกนิติเวชน์

 

 

“บ้าชะมัดเลย”

 

 

เบอร์สุดท้ายถูกเมมลงเครื่อง พลูลมหายใจออกมาหนักเลื่อนดูเบอร์เหล่านั้น ป่านนี้คนพวกนี้จะเป็นยังไงบ้างนะ จะหวาดผวากับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเพราะดูอย่างไรในพวกเขาทั้ง 11 ไม่ซิ ตอนนี้เหลือ 9 ก็คงจะต้องตกเป็นเหยื่อให้กับการฆาตรกรรมสุดโฉดนี่แน่ๆไม่วันใดก็วันหนึ่งหนะนะ...

 

 

วันนี้เขานั่งๆอยู่ พรุ่งนี้เขาอาจจะกลายเป็นศพให้พี่ยงนัมชันสูตรก็ได้... เหอะๆ

 

 

 

บางทีเขาก็คิดว่ะจะมานั่งทำงานด้วยตัวคนเดียวคงจะไม่ดีเท่าไหร่ หากได้ใครมาช่วยก็คงจะดีไม่น้อย เบอร์ที่เพิ่งถูกเมมไปเป็นคนสุดท้ายถูกกดโทรออก รอเพียงไม่นานปลายสายก็รับ เสียงทุ้มกรอกผ่านมาตามสายอย่างสบายๆ พวกตำรวจทั่วไปเขาไม่ระวังเบอร์แปลกกันมั่งเลยรึไงนะ

 

 

“ผม... ยูยองแจ ผมคิดว่าคุณคงรู้จักผม...”

 

 

ปลายสายพูดตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงที่ดูท่าทางแข็งขันเอาการ ดูจากน้ำเสียง เจ้าตัวไม่มีความหวาดกลัวใดๆเลย บางทีนี่อาจจะดี หากเขาจะขอความร่วมมือบางอย่างจากคนคนนี้

 

 

“ได้หรอครับ งั้นผมจะพบคุณ... อ่า แทบินฮยอง ผมจะพบพี่ได้ที่ไหนฮะ”

 

 

“...”

 

 

“ฮะๆ งั้น ผมจะออกไปเลยนะ”

 

 

กดวางสายไปก่อนจะวาดรอยยิ้มเบาๆ  จริงๆเขาควรจะติดต่อกับคนที่เป็นสายลับกับเขามากกว่า แต่มันมีอะไรดลใจที่บอกว่าพวกสายลับอาจจะถูกวางหมากในการล่าไว้ท้ายตาราง...

 

 

จะว่ายูยองแจเป็นคนโหดร้ายก็ว่าได้ เพราะเขาคิดว่า ตำรวจสายปกติคงโดนล่าอย่างโจ่งแจ้งมากกว่าพวกสายลับ ทำให้เขาเลือกที่จะเข้าหาพวกนี้ก่อน นั่นซินะ... มันก็เหมือนกับยูยองแจกับลังเลือกใช้ปลาทูมาล่อแมว

 

 

ไม่รู้เมื่อไหร่ที่ความคิดนี้เข้ามาในหัว ความคิดที่เหมือนจะยอมหย่อนชีวิตของใครที่ไม่รู้ตัวให้ลงสู้ก้นเหวเพียงเพราะต้องการจะปิดคดีนี้ให้ได้ เพียงแค่คิดภาพชายที่ตนเพิ่งวางสายไปต้องมีสภาพคล้าย2ตำรวจก่อนหน้า ก็ทำให้ต้องกลืนก้อนน้ำลายเหนียวๆลงคอ ถ้าเป็นแบบนั้นจริงเขามันก็คงไม่ต่างจากฆาตรกร...

 

 

ฆาตรกรที่ไม่ได้ลงมือฆ่าด้วยตัวเอง...

 

 

นั่งคิดอะไรซักพักก็นึกได้ว่าควรจะเก็บของแล้วออกไปหาตำรวจหนุ่มที่ชื่อแทบินอะไรนั่นเสียที

 

 

เขาควรจะพกอาวุธติดตัวซินะ ถึงยังไงตอนนี้ชีวิตก็อยู่ในอันตรายตลอดเวลา...

 

 

นึกได้ก็เดินตรงไปเปิดตู้เสื้อผ้า ล้วงไปข้าวในลึกๆก่อนจะสัมผัสได้ถึงวัตถุสีดำขลับ ดึงออกมาด้วยความรีบร้อนจนทำให้มีสิ่งอื่นติดหล่นออกมาด้วย รูปถ่ายใบหนึ่งปลิวออกมา เรียกเสียงจิ๊ปากเล็กจากยองแจเล็กน้อย ก้มลงเก็บรูปใบนั้นขึ้นมาก็ต้องชะงักค้างไป ริมฝีปากสีอ่อนเม้มแน่น เพราะรูปถ่ายนั้นคือภาพของตัวเขากับชายที่ชื่อจองแดฮยอน รอยยิ้มกล้างที่มอบให้กัน ภาพนี่ถูกถ่ายโดยเพื่อนของเขาในงานเลี้ยงพบปะสังสรรค์ ไม่เพียงเท่านั้นยังมีแหวนวงหนึ่งถูกติดแทบกาวตรึงไว้ที่มุมซ้ายรูป

 

 

 

รอยยิ้มนิดๆระบายออกมาเมื่อนึกถึงที่มาของเจ้าแหวนวงนี้

 

 

หลังงานเลี้ยงในรูปถ่าย จองแดฮยอนหายไป เรียกให้ยองแจวุ่นวายกับการตามหาเสียยกใหญ่สุดท้าย เจ้าแมวดำตัวยักษ์นี่ก็โผล่ออกมาพร้อมดอกกุหราบสีขาวและแหวนเงินวงเกลี้ยง เรียกรอยยิ้มกว้างจากคนที่คิ้วแทบจะพันติดกันเพราะตามหาอีกฝ่ายจนหงุดหงิดใจ

 

 

บ้าชะมัด...

 

 

แหวนเงินถูกหยิบทึ้งออกมาจากภาพถ่าย ก่อนจะวางภาพนั้นไว้บนโต๊ะทำงาน ยองแจตัดสินใจสวมแหวนนั่นเข้ากับนิ้วนาวข้างขวา ระบายยิ้มออกมานิดๆ แล้วออกจากห้องไป

 

 

ปลายทางคือ คาเฟ่ไอติมแห่งหนึ่งในตัวเมืองที่วุ่นวาย ร้านไอติมเล็กๆ ตกแต่งบรรยากาศน่ารักๆ คงเหมาะกับคู่รักวับนักเรียน นักศึกษา คนหน้าติดหวานยิ้มอ่อนๆ ก่อนจะผลักประตูเข้าไป เสียงกรุ้งกริ๊งดังมาจากเหนือประตู พนักงานหนุ่มตัวเล็กน่ารักหน้าเคาท์เตอร์ยิ้มพร้อมเอ่ยทักทายเรียกให้ชวนเคลิบเคลิ้มไป หากไม่เพราะมีเด็กหนุ่มตัวสูงหูกางที่นั่งแหมะอยู่ตรงบาร์ใกล้ๆเคาท์เตอร์นั้นหันมาส่งสายตาราวกับจะง่ำหัวเขาเข้าไปได้ แหะ สงสัยจะเป็นไม้กันหมา...

 

 

จริงๆยูยองแจก็ไม่ได้สนใจอะไรหรอกกับคนที่ยืนหลังเคาท์เตอร์นั่น เด็กหนุ่มคงจะเป็นเจ้าของร้านด้วยเพราะดูจากผ้ากันเปื้อนที่แยกต่างจากพนักงานคนอื่นในร้าน กับป้ายเล็กๆติดที่อก บยอนแบคฮยอน คนตัวเล็กเอื้อมมือไปตีเบาๆที่แก้มเด็กหนุ่มตัวสูงที่ยังเขม่นเขาอยู่เรียกเสียงหัวเราะเบาๆได้ไม่ยาก ยองแจละสายตาจากภาพน่ารักๆตรงหน้าเพื่อมองหาคนที่ตัวเองนัดเอาไว้

 

 

“นัดใครไว้รึเปล่าฮะ?

 

 

เป็นเด็กหนุ่มอีกคนในร้านที่เอ่ยทักทายเขา คงเพราะเขาชะโงกหาอะไรบางอย่างเหมืออนหาที่นั่งแต่กลับเดินผ่านที่ว่างๆไปหลายที่แล้ว

 

 

“เอ่ออ ผม...”

 

 

“ยูยองแจ รึเปล่าครับ”

 

 

ก่อนที่จะได้เอ่ยอะไรกับพนักงานคนนั้น เสียงทุ้มโต๊ะข้างๆก็เรียกความสนใจเสียก่อน อ่า คนนี้คงจะเป็น คิมแทบิน ซินะ หน้าตากคล้ายในรูปอยู่หรอก แต่ตัวจริงออกจะดูดีกว่า ดีจนน่าหมั่นไส้เล็กน้อย ทำไมเขาไม่เกิดมาดูหล่อมาดแมนแบบนี้มั่งนะ คิดแล้วก็เซ็ง...

 

 

“เจอแล้วแหละครับ ขอบคุณมาก แล้วก็ขอโกโก้เย็นแก้วนึงนะครับ”

 

 

เอ่ย พร้อมโค้งตัวให้กับพนักงานคนนั้น ซึ่งเด็กหนุ่มก็ทำเพียงยิ้มอ่อนให้แล้วเดินจากไป สั่งรายการที่เคาท์เตอร์ พนักงานร้านนี้เขาคัดหน้าตาแบบนี้กันรึไงนะ ตัวเล็กน่ารัก กับซะทุกคนเลยแหะ

 

 

“อ่า คุณแทบินซินะครับ”

 

 

“ไม่ต้องเรียกคุณ หรอก มันจะดูห่างเหินไปนะ”

 

 

อีกฝ่ายตอบกลับมาทั้งยังหัวเราะร่า ยูยองแจทำเพียงยิ้มส่งไปให้

 

 

“คุณ เอ่อพี่แทบินไม่กลัวหรอฮะ”

 

 

เอ่ยถามไปตรงๆเพราะสีหน้าคนตรงข้ามนี้ไม่มีทีท่าจะหวาดระแวงอะไรเลย น่าแปลกจริง ทั้งที่เพื่อนรวมงานโดนไปขนาดนั้น แถมตัวเองก็มีความเสี่ยงสูง ยังกล้าจะมาเดินในที่คนชุกชุมแบบนี้อีก

 

 

“ตั้งแต่เลือกทำงานแบบนี้ ชีวิตพี่มันก็ถูกสั่งให้ต่อต้านต่อการกลัวความตายแล้วหละ”

 

 

ต่อต้านต่อการกลัวความตายงั้นหรอ...

 

 

ไม่ตลกเท่าไหร่เลยแหะ... เพราะเขาเองก็เคยคิดว่าตัวเองเป็นพวกต่อต้านต่อความตายแล้ว แต่เมื่อชั่ววินาทีที่ชีวิตกกำลังเฉียดเข้าใกล้เส้นความตาย เขากลับเลือกจะอ้อนวอนต่อพระเจ้าให้ไว้ชีวิตเขา...

 

 

“งั้นหรอฮะ...”

 

 

ทำเพียงแค่ยิ้มเบาๆส่งไป โดยพนักงานตัวเล็กคนเดิมเดินเอาแก้วโกโก้ที่มีไอติมช้อกโกแลตลอยอยู่ภายในมาวางให้ ขนมปังปิ้งกลิ่นหอมกรุ่น คาดว่า คิมแทบินคงจะสั่งไว้ถูกวางลงเช่นกัน เด็กหนุ่มโค้งให้ก่อนจะเดินออกไป

 

 

“พี่ได้ข่าวมาว่ายองแจเป็นที่ไว้วางใจของ ผบ. มาก”

 

 

คนตรงข้ามเอ่ยออกมาเสียงเรียบ ใบหน้านั้นประดับด้วยรอยยิ้มกว้าง ก่อนจะหยิบอเมริกาโน่ร้อนขึ้นมาจิบ แต่มันอาจจะดูเร็วไปเพราะอีกฝ่ายไม่ได้เป่า หรืออาจะเป็นการแกล้งเล่นตบตาก็ตาม... ชายหนุ่มชักแก้วออกพร้อมทั้งอุทานออกมาเพราะความร้อนของของเหลวในแก้ว เรียกเสียงหัวเราะจากยองแจได้ไม่น้อย เขายกมือขึ้นเกาแก้มแก้เก้อ

 

 

“เพิ่งเคยเห็นหัวเราะแบบยิ้มกว้างนะ”

 

 

เงยหน้ามองคนพูดก่อนจะเลิ่กคิ้วขึ้น คนตรงหน้าทั้งพูดจาทั้งวางตัวแปลกๆ แต่ยองแจก็ไม่ได้สนใจอะไร เขามาเจอคนคนนี้ เพื่องานคดีใหญ่เท่านั้น

 

 

“ผมคิดว่าเราน่าจะเข้าเรื่องงาน...”

 

 

ชายหนุ่มฝั่งตรงข้ามระบายยิ้มออกมา เมื่อเห็นสีหน้าเคร่งเครียดที่เปลี่ยนไปรวดเร็วของยองแจ เขาหยิบแฟ้มบางอย่างออกมาก่อนจะวางมันลงตรงหน้า

 

 

“หือ?

 

 

“นี่เป็นข้อมูลเกี่ยวกับศพของ 2 ตำรวจ พอดีพี่ขึ้นตรงกับแผนกนิติเวชน์หนะ นี่อาจจะเป็นเหตุผลที่ยองแจเลือกโทรหาพี่รึเปล่า หึหึ”

 

 

คำพูดนั้นทำให้ ยูยองแจแอบยกยิ้มอยู่ในใจเบาๆ ใช่ เพราะเขารู้ว่าอีกฝ่ายขึ้นกับแผนกของนิติเวชน์โดยตรงเพราะฉะนั้นเขาสามารถรับเอาสารข้อมูลนี้ได้จากอีกฝ่ายตลอดเวลาหากว่าได้ร่วมงานกัน ซ้ำ คิมแทบิน ยังมีชื่อในเรื่องการสืบสวนคดี ทั้งการป้องกันตัว ฝีมือการต่อสู้ที่เฉียดเส้นตายมานัดต่อนัด นับว่าเป็นคนดวงแข็งใช้ได้...

 

 

บางทีด้วยดวงของอีกฝ่ายก็อาจจะช่วยยืดอายุการทำงานกับเขาไปได้พอสมควร

 

 

“แหะๆ ผมไม่รู้มาก่อนว่าพี่จะขึ้นกับแผนกนี้โดยตรง เพียงแต่ได้รับคำแนะนำมาหนะฮะ”

 

 

มันก็แค่คำโกหกที่ใช้หน้าตาซื่อหลอกออกไป ถ้าจะพูดหว่านให้ดูเหมือนเขากำลังหลอกใช้คนตรงหน้านี่ก็ใช่เรื่องดีเสียหน่อย เกิดอีกฝ่ายไม่พอใจแล้วยกเลิกการให้ความร่วมมือขึ้นมาก็คงจะแย่

 

 

“ค่อยโล่งหน่อย นึกว่าจะเป็นการหลอกใช้ประโยชน์กันซะอีกนะ เพราะพี่ก็ไม่ค่อยจะรู้จักพวกสายลับดีเท่าไหร่”

 

 

“ฮ่ะๆ พวกสายลับหนะ ก็เป็นแบบนี้แหละฮะ”

 

 

เป็นแบบนี้แหละ... เป็นพวกที่ไม่แน่ใจว่าทำงานไปเพื่ออะไรกันแน่ พวกสายลับหนะ บางครั้งก็เหมือนกับคนร้ายในคราบคนดี... เป็นพวกบาปหนัก เพราะ พวกเขาสามารถฆ่าคนได้โดยไม่ถูกพิพากษาจากกฏหมาย

 

 

“อืมม สภาพศพดูไม่ได้เลยใช่มั้ยหละ ซักวันพี่จะเป็นแบบนี้รึเปล่านะ ฮ่าๆๆ”

 

 

“จากที่ไปฟังยงนัม เอ่อ หมอประจำหน่อยนิติเวชน์หนะนะ หมอนั่นบอกว่า สองคนนี้เสียชีวิตจากการเสียเลือดมาก แถมไม่ใช่การตายด้วยคมมีดเดียว แต่เป็นการตายอย่างทรมานทีเดียวเชียวหละ ศพทั้งสองคาดว่าตายในเวลาเดียวกันหรืออาจจะใกล้เคียงกัน แน่นอนคนคนเดียวไม่สามารถฆ่าสองคนนี้ได้ทั้งที่ทั้งสองอยู่คนละสถานที่แถมไกลจากกันด้วย...ซึ่งนั่นก็หมายความว่า คนร้ายมีสองคน แถม อำมหิตใช้ได้เลยนะ”

 

 

ยองแจเพียงแค่ฟังข้อมูลต่างๆด้วยใบหน้าเรียบนิ่ง เครื่องมือสื่อสารสีขาวถูกหยิบมาใช้เป็นเครื่องบันทึกเสียงโดยที่ตัวคนเล่านั้นไม่ได้รู้ตัว

 

 

“แล้วตำรวจผู้ตรวจสอบ ได้ลองตรวจตัวอักษรแปลกๆบนผนังรึเปล่าฮะ”

 

 

 

“อืม ได้นะ รอยแรกของ ปาร์คแทจุน เป็นตัว z ที่เขียนด้วยเลือด และมันเป็นเลือดของแทจุนเอง ส่วนคิมมีอา รายนั้นบน

ผนังเป็นตัว D เขียนด้วยลิปสติกของหล่อน ไม่หลอนเท่าของปาร์คแทจุน แต่นี่มันยังกับหลุดมาจากหนังฆาตรกรรมเลยให้ตายเถอะ”

 

 

คิมแทบอนส่ายหน้าหวือเมื่อนึกถึงภาพของที่เกิดหุ ต่อให้ใจกล้าขนาดไหน ถ้าได้เห็นก็ต้องพากันส่ายหน้าทั้งนั้นหละนะ ขนาดเขาเองตอนเห็นยังอดจะเหงื่อแตกพลั่กไม่ได้ ยิ่งพอนึกว่าเป็นฝีมือของใคร...

 

 

เขาค่อนข้างมั่นใจว่า ในรายของคิมมีอา อักษร D คือ จองแดฮยอน... บางอย่างมันบอกเขาแบบนั้น ทันทีที่เห็นอักษรนั่นใบหน้านั้นก็ลอยขึ้นมาทันที แต่ยูยองแจก็เลือกที่จะไม่พูดอะไร

 

 

“นี่คงเกี่ยวโดยตรงกับแก๊งค์แบล๊คแรปบิทอะไรนั่นเลยหละนะ ให้ตายเถอะ ชื่ออกจะน่ารักมุ้งมิ้ง แต่ทำไมการกระทำมันป่าเถื่อนแบบนี้กัน”

 

 

คิมแทบินถอนหายใจออกมาพรืดใหญ่ เรียกให้ยองแจต้องเงยหน้าขึ้นมายิ้มแหยๆ ชื่อแปลกๆแบบนี้คงมีคนเดียวที่ตั้งได้คือ คิมฮิมชาน จริงๆเขาก็ไม่คิดว่ามันจะเป็นชื่อจริงๆของแก๊งค์อาชญากรนี้หรอกนะ ก็อะไรมันจะน่ารักขนาดนั้นกันเชียว

 

 

ยิ่งนึกว่ามีหน้าดำๆ...อย่างจองดฮยอนอยู่ นั่นมันยิ่งทำให้น่าขำเข้าไปใหญ่

 

 

จากความโหยหาเพราะอีกฝ่ายเป็นคนรัก ไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไหร่ที่มันเปลี่ยนความรู้สึกไป เขายากจะกระชากไอเจ้าบ้าจองแดฮยอนนั่นมากระทืบให้จมดิน ให้สมกับที่หลอกลวง ทำร้าย หลอกให้เขาตายใจ และ รัก ในที่สุด...

 

 

“ยองแจ ร้องไห้ทำไม?

 

 

“ยองแจอา ร้องไห้ทำไม”

 

 

เขาร้องไห้งั้นหรอ?

 

 

สัมผัสแผ่วเบา บนผิวหน้าทำให้ยองแจสะดุ้งตัวเล็กน้อย น้ำตาไหลออกจากดวงตากลมๆ จนเจ้าของต้องรีบปัดปาดมันออกไป

 

 

“เอ่อ ไม่มีอะไรหรอกฮะ งั้นวันนี้ผมขอตัวก่อนแล้วกัน”

 

 

พูดจบก็ลุกตัวออกไปทันทีโดยไม่ลืมจะขอหยิบแฟ้มที่คิมแทบินเอามานั้นไปด้วย ทิ้งให้ชายหนุ่มร่างใหญ่เกิดอาการงงงวย แต่ก็ได้สนใจอะไร ซ้ำยังหยิบกาแฟในแก้วขึ้นมาจิบต่อ กาแฟที่เย็นไปก่อนที่ยูยองแจจะมาแล้วหนะนะ

 

 

ก็แค่อยากเห็นใบหน้าหวานๆนั่นยิ้มบ้าง มันคงจะน่ารักไม่หยอก ไม่คิดว่าจะได้ร่วมงานกัน นี่ถือว่าเป็น โชคชะตาลิขิตรึเปล่านา หึหึ ชายหนุ่มตัวสูงยิ้มร่าเดินไปจ่ายตังสองแขนยืดขึ้นยืดเส้นยืดสายหน้าร้านน่ารักที่เพิ่งเดินออกมาก่อนจะเดินไปหารถตัวเอง

 

 

 

โครม!

 

 

คิดอะไรเพลินๆ ก็มีร่างของเด็กหนุ่มสูงโปร่งคนหนึ่งเดินมาชนเสียก่อน จนแอบเซไปเล็กน้อย

 

 

“เฮ้ น้องชายเป็นอะไรรึเปล่า?

 

 

เด็กหนุ่มตัวสูงโปร่งผิวขาวทำเพียงแค่ก้มหน้าก้มตาขอโทษก่อนจะออกเดินเร็วๆเข้าซอกตึกไป เรียกสายตางุนงงจากแทบินได้อีกครั้ง วันนี้มีแต่คนทำให้เขา งง แหะ มือหนาล้วงลงในกระเป๋ากางเกงหวังจะหยิบกุญแจรถแต่ก็ต้องตกใจเมื่อสิ่งที่ควรจะอยู่ในกระเป๋าด้วยมันหายไป กระเป๋าเงิน...

 

 

“ไอเด็กนั่น... ชิ”

 

 

แทบินหันไปมองซอกตึกที่เด็กหนุ่มหายตัวเข้าไปก่อนจะวิ่งตามเข้าไปด้วยความเร็วสูง จนสุดซอยตัน ก่อนจะ เห็นภาพเด็กหนุ่มคนนั้นยืนหันหลังอยู่ บนกำแพงกว้างด้านหน้า สเปย์สีแดงถูกพ่นไว้ ดูแล้วคงเพิ่งพนได้ไม่นานจากสีที่ยังไหลเยิ้ม

 

 

“แก ไอเด็กเหลือขอ เอากระเป๋าเงินฉันคืนมานะเว้ย!

 

 

“...”

 

 

เด็กหนุ่มตัวขาวหันมาก่อนจะส่งรอยยิ้มที่ชวนให้ขนภายในร่างกายลุกขึ้นทุกเส้น ไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไหร่ที่คิมแทบินเกิดสนใจว่าบนผนังนั้นถูกเพ้นเป็นตัว Z แถม กระป๋องสเปย์นั่นยังอยู่ในมือเด็กหนุ่มคนนั้นอีกด้วย

 

 

“เห้ย! ไอน้อง...”

 

 

“อันยองฮะพี่ชาย ยินดีต้อนรับสู่นรก”

 

 

 

และนั่นคงเป็นรอยยิ้มสุดท้ายที่คิมแทบินคงจะได้เห็น...







--------------------------------------------------------------------------------

ทาดาห์ หวาาา หวา หวายยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย

สวัสดี  อันยองฮาเซโย จิบิ จุบุ ครุครุ คริคริ

#โดนรองเท้าปาหัว

แต่งไปแต่งมาชักจะกลายร่างเป็นนิยายแนวฆาตกรรม โทษๆ 5555555555555555

สำหรับตอนนี้อยากบอกว่าจริงๆยูแจ้ไม่ใสนะฮร้ะ #โดนโบก

กร๊ากก ก ก ก ใครจะแพ้ใครจะชนะติดตามต่อไปเถิดจะเกิดผล

 

ฮรื่อออออออออออออ โฮรกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก TT^TT

ผช ไปญี่ปุ่น ช่างหล่อเหลาเอาการนัก

อยากจะดิ้นให้ตายไปข้าง

ตอนนี้ใครเปิดเทอมแล้วก็ตั้งใจเรียนนะฮะ

ตอนนี้คนเขียนก็เปิดเทอมละ งานล้นหัวจนเอาตัวจะไม่ค่อยรอด... 5555555555555555555

ไม่มีอะไรหรอก อยากบอกเฉยๆ 555555555

เจอกันใหม่ตอนหน้า

ตอนหน้าพบกับฝั่งร้ายๆ บ้าง 5555555 พี่จรองแดร กับ น้องจูนง #เล่นคำเพื่อ?

ขอบคุณที่ยังติดตาม และ ยังมีเม้นให้ได้เชยชม

บายๆ สวัสดี

ด้วยรักและคิดถึง คนเขียนคนดีศรีภรรยาแดแด้หะยอน คิมจงอิน และ พี่หาญคนแมน

#รองเท้าใครเก็บไปด้วยนะฮร้ะ คนเขียนมีเยอะและ 555555555555555555555

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

248 ความคิดเห็น

  1. #241 Supanun (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 10 มีนาคม 2557 / 01:58
    ไม่เทพจริงคิดไม่ได้นะเนี่ยชอบๆจร้
    #241
    0
  2. #217 MicKy (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 4 มกราคม 2557 / 17:40
    สนุกมากๆ ชอบแบบนี้เลยค่า
    แต่น้องโล่กับพี่แด้จิตมากๆ อ่ะ วิธีการฆ่าช่างสยดสยองนักอ่ะ
    อย่างงี้แทบินคงจะไม่รอดสินะ โล่กับแด้สะกดรอยตามยองแจมาป่าว
    รอตอนต่อไปนะคะ
    #217
    0
  3. #214 ปีกสองสี (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2556 / 19:27
    แต่งแบบนี้แหละไรท์

    เราชอบ*-*



    รอติดตามนะไรท์
    #214
    0
  4. #213 ... (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 25 พฤศจิกายน 2556 / 20:28
    ไม่มีอะไรจะพูดคนข้างล่างมันแย่งซีน//คนข่างล่าง:อ้าว??????

    ไรท์รีบมาอัพน่ะค่ะ

    #213
    0
  5. #212 tobpong (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2556 / 21:20
    โล่จะทำอะไรแทบิน?

    โล่กับแด้จิตมากกกกกฆ่าได้โหดมาก

    แจ้จะทำยังไงต่อไป?
    #212
    0
  6. #210 Tuang_Zzaa (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2556 / 15:10
    กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดด

    กำลังได้เรื่อง ศพปาร์คแทจุนเป็นอะไรที่สยดสยองยิ่งนัก

    และก็เป็นลูกชายคุณปาร์คจริงๆด้วย

    กรี๊ดดดด เค้าเดาถูก (แลดูน่าภูมิใจมาก)

    สู้ๆนะไรท์ มาอัพต่อเร็วๆนะ
    #210
    0
  7. #203 รักยอลลี่ (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2556 / 16:42
    อยากอ่านต่อออออออออ
    #203
    0