นิยาย Dek-D

ไม่พลาดทุกการอัปเดต
เพียงอ่านผ่านแอปนิยาย Dek-D

แอปที่จะทำให้คุณสามารถอ่านนิยายได้ทุกที่ ทุกเวลา พร้อมฟังก์ชันการใช้งานหลากหลาย รับรองสนุกไม่มีเบื่อ! ดาวน์โหลดฟรีได้แล้ว บน Android, iOS และ HUAWEI

คัดลอกลิงก์เเล้ว

[OPM-Fic] Merry Christmas : GenoSai

โดย Erakise

…ในความทรงจำอันแสนไกลนั้น มีทั้งเรื่องราวที่ชวนถวิลหาและเรื่องราวอันขมขื่น

ยอดวิวรวม

1,020

ยอดวิวเดือนนี้

13

ยอดวิวรวม


1,020

ความคิดเห็น


17

คนติดตาม


25
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  28 ม.ค. 59 / 13:12 น.
นิยาย [OPM-Fic] Merry Christmas : GenoSai

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้



 

-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-

 

:: คำชี้แจง ::

บทความนี้มีเนื้อหาเกี่ยวกับชายรักชาย และดำเนินเรื่องราวตามจินตนาการของผู้แต่ง

หากรับไม่ได้หรือไม่ประสงค์อ่านเนื้อหาแนวนี้ กรุณากดปิดหน้าต่างที่มุมขวาบนค่ะ 

     

-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-

 



song : sing for you" piano cover ??? ?? - exo ??




o w e n tm.

เนื้อเรื่อง อัปเดต 28 ม.ค. 59 / 13:12


-  Title  :  FanFiction – Merry Christmas [GenoSai]

-  Fandoms  :  One Punch Man

-  Pairing  :  Genos / Saitama

-  Rating  :  PG

-  Author :  Erakise

-  Note  :  พล็อตไม่มี มีแต่กาว เอ้า! ซู้ดดดดด เพลงมา

 

 

-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-

 

 

 

 

            24 ธันวาคม วันคริสต์มาสอีฟ

 

 

          เขาจำได้ว่า มันเป็นวันที่ข้างนอกจะเต็มไปด้วยหิมะสีขาวโพลนและผู้คนเดินสวนกันไปมา เสียงเพลงและแสงสีตามท้องถนนช่วยขับกล่อมให้บ้านเมืองดูมีชีวิตชีวาท่ามกลางอากาศอันหนาวเหน็บ แม้ย่านที่เขาอาศัยอยู่จะเริ่มร้างผู้คนไปบ้าง แต่บรรยากาศของการเฉลิมฉลองก็ยังคงมีอยู่ทั่วทุกหนทุกแห่ง...หลายครอบครัวออกมาช็อปปิ้งและรับประทานอาหารข้างนอกบ้านด้วยกัน ร่วมร้องเพลงและร่วมอวยพรกันอย่างสนุกสนาน เสียงพูดคุย เสียงหัวเราะตอกกระซิบ ใบหน้าที่อิ่มเอิบไปด้วยรอยยิ้มและความสุข...สิ่งเหล่านี้แม้เขาจะไม่ได้เห็นหรือไม่ได้ยิน แต่เขาก็ยังสัมผัสมันได้ผ่านกระจกบางใสที่กั้นระหว่างโลกของเขาและโลกภายนอก

 

          ทว่าสิ่งที่ต่างออกไปคือ เขาไม่ได้อยู่ตรงนั้น...

 

          ท่ามกลางช่วงเวลาแห่งความสุขของผู้คนเหล่านั้น ตัวเขากลับนอนอยู่บนฟูกเก่าๆ ภายในห้องที่ทั้งแคบและมืดทึบ มีเพียงแสงไฟจากท้องถนนที่ส่องผ่านหน้าต่างมายังฟูกที่เขานอนอยู่ เผยให้เห็นร่างที่นอนตัวแข็งทื่อ ดวงตาสีเข้มจับจ้องไปยังนาฬิกาบนฝาผนังห้อง เสียงเข็มนาฬิกาดังเป็นจังหวะพร้อมกับเสียงลมหายใจของเขา สมองประมวลผลได้ว่าอีกห้านาทีจะเป็นเวลาเที่ยงคืน

 

          ทั้งที่ตอนนี้เขาควรจะหลับได้แล้ว แต่พยายามข่มตาหลับเท่าไหร่ร่างกายก็ไม่ยอมหลับเสียที....

 

          เขาขยับตัวเล็กน้อยเพื่อขดตัวเข้าไปในผ้าห่มผืนหนา เขาไม่ชอบอากาศหนาว...ยิ่งนอนไม่หลับในคืนที่หนาวขนาดนี้ยิ่งทำให้รู้สึกทรมาน...เขานึกอยากเปิดเครื่องทำความร้อนเพื่อให้ตัวเองอุ่นขึ้นบ้าง แค่วันนี้ก็ยังดี...แต่ดูเหมือนสมองกับหัวใจจะทำงานไม่ตรงกัน ฝ่ายหนึ่งอ้อนวอนขอเปิดเพื่อคลายหนาวสักหน่อย แต่อีกฝ่ายกลับพยายามสั่งให้นอนขดตัวเข้าไปอีก อดทนอีกสักนิด พอหลับไปก็ไม่รู้สึกหนาวแล้ว...

 

          แต่ยิ่งข่มตาเท่าไหร่ ภาพตรงหน้ากลับยิ่งชัดเจนยิ่งขึ้น เสียงของโลกภายนอกก็ดูราวกับว่ามันกระซิบอยู่ข้างหูตลอดเวลา

 

          เขาครางออกมาเล็กน้อยเพราะเผลอหันไปนอนทับแขนที่เพิ่งทำแผลมาหมาดๆ เขาจึงพลิกตัวกลับมานอนหงายอีกครั้ง ดูท่าว่าคืนนี้เขาคงต้องนอนแบบนี้ไปตลอดทั้งคืน เพราะถ้านอนหันข้างอาจจะทำให้บาดแผลฉีกขาดได้ มือหนาลูบบนบาดแผลเบาๆ ทั้งที่รู้ว่าเจ็บแต่เขาก็ยังลูบมันต่อไปเหมือนไม่รู้สึกอะไร อย่างน้อยการที่ตัวเขายังรู้สึกเจ็บอยู่แบบนี้อาจจะทำให้รู้สึกหนาวน้อยลงก็ได้...

 

          เสียงนาฬิกาบนฝาผนังดังขึ้นสิบสองครั้งติดต่อกัน บ่งบอกว่าตอนนี้เป็นเวลาเที่ยงคืน ค่ำคืนนี้สิ้นสุดลงแล้ว...และอีกหนึ่งนาทีต่อจากนี้ก็จะขึ้นวันใหม่อีกครั้ง

 

          ...น่าแปลกที่พอเสียงนาฬิกาจางหายไป เสียงที่ได้ยินต่อมากลับไม่ใช่เสียงจากโลกภายนอก กลับเป็นเสียงหัวใจของเขาเอง...เสียงของหัวใจที่โดนกรีดทิ้งอย่างช้าๆ

 

          ภาพของความมืดตรงหน้าค่อยๆ เบลอจนเริ่มมองไม่ชัด...บางอย่างกำลังทำให้ดวงตาที่เคยแข็งทื่อกลับอ่อนล้าจนน่าประหลาดใจ เขารู้อยู่เต็มอกว่ามันคืออะไร...แต่แค่ไม่อยากยอมรับ...

 

          ร่างกายที่เคยสั่นด้วยความหนาวตอนนี้กลับสั่นด้วยเหตุผลอื่น ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนไม่เหมือนเดิมนับตั้งแต่เสียงนาฬิกาจบลง มือข้างซ้ายของเขากำฟูกไว้แน่นราวกับว่ามันเป็นเพียงสิ่งเดียวที่เขาสามารถยึดไว้ได้...แขนข้างขวายกขึ้นก่ายหน้าผากตัวเอง เขาหลับตาลง...และภาพทุกอย่างก็จางหายไป....เหลือแค่เพียงความมืดมิดภายในเปลือกตาเท่านั้น

 

          น้ำใสๆ ไหลผ่านดวงตาและแก้มสีซีดไปยังริมฝีปากที่สั่นระริก...ท่ามกลางความเงียบงันที่มีแค่ตัวเขาเพียงคนเดียวบนโลกใบนี้ เขาเอ่ยกับตัวเองด้วยน้ำเสียงอันแหบแห้งและไร้ชีวิตชีวา

 

 

          “เมอร์รี่คริสต์มาส...ไซตามะ...”

 

 

            ในความทรงจำอันแสนไกลนั้น มีทั้งเรื่องราวที่ชวนถวิลหาและเรื่องราวอันขมขื่น

 

 

-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-

 

           

            “เจนอส...”

 

 

            เสียงเฉื่อยชาอันเป็นเอกลักษณ์เอ่ยเรียกร่างไซบอร์กผมทองที่นอนอยู่ข้างๆ เจ้าของชื่อลืมตาขึ้นแล้วพลิกตัวหันไปมอง อีกฝ่ายนอนหงายมองเพดานบนห้อง ไม่ได้หันมาสบตากับเขา แต่ชายหนุ่มก็รับรู้ว่าไซบอร์กด้านข้างหันมาตามเสียงเรียกของตนเอง

 

            “มีอะไรหรือครับ เซนเซย์ ?”

 

            เจนอสถามด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำเหมือนเช่นเคย เขานึกสงสัยว่าทำไมเซนเซย์ถึงยังไม่หลับ ทั้งที่ปกติเวลานี้เขาควรจะหลับสนิทไปแล้วแท้ๆ เมื่อได้ยินเสียงของเจนอส ไซตามะจึงหันมายิ้มบางๆ ให้เขา

 

            “...ฉันนอนไม่หลับน่ะ”

 

            ไซบอร์กหนุ่มเลิกคิ้วด้วยความประหลาดใจ...น้อยครั้งที่อาจารย์ของเขาจะนอนไม่หลับ ส่วนสาเหตุที่ทำให้เขานอนไม่หลับเจนอสสันนิษฐานว่า...

 

            “...คุณหนาวหรือครับ เดี๋ยวผมจะช่วยทำให้คุณอุ่นขึ้น....”

 

            “เปล่าๆ ไม่ใช่หรอก ถึงฉันจะหนาวแต่นายก็ไม่ต้องทำถึงขนาดนั้นก็ได้...”

 

            “คุณหนาวจริงๆ ด้วย ถ้างั้นเดี๋ยวผมจะช่วยทำให้คุณอุ่นขึ้นนะครับ”

 

            เจนอสขยับเข้ามาใกล้และค่อยๆ กระจายพลังงานความร้อนจากคอร์ที่อยู่ใจกลางให้ไหลไปยังแขนทั้งสองข้าง หน้าอกและแขนของเขาส่องแสงเป็นประกายสีส้มอ่อน ก่อนจะค่อยๆ ดึงร่างของชายหนุ่มเข้ามาในอ้อมแขน ไซตามะยอมให้อีกฝ่ายสวมกอดแต่โดยดี แม้ใจจริงอยากจะปฏิเสธความหวังดีของเจนอส แต่ไออุ่นที่อยู่ตรงหน้าก็ชวนให้อิงแอบเหลือเกิน...

 

            “อุ่นขึ้นบ้างไหมครับ เซนเซย์”

 

            “....นายนี่เป็นพวกไม่ชอบฟังคนอื่นพูดเหมือนเดิมเลยน้า”

 

            “แล้วเซนเซย์อุ่นขึ้นบ้างไหมครับ...”

 

            ไซตามะไม่ตอบ แต่ชายหนุ่มขยับเข้าไปแนบชิดกับหน้าอกของอีกฝ่ายมากกว่าเดิม แค่นั้นก็มากพอแล้ว ไม่จำเป็นต้องพูดอะไร...ทั้งสองต่างก็เข้าใจกันดี

 

            แม้ร่างกายของไซตามะจะอุ่นขึ้นแล้ว แต่เขาก็ยังนอนไม่หลับ เขาแค่อิงแอบอยู่ในอ้อมกอดของเจนอสเท่านั้น ค่อยๆ ซึมซับความอบอุ่นที่เขามอบให้ ทว่าดวงตาสีเข้มก็ยังหลุบมองผ้าห่มอยู่อย่างนั้น ไม่ยอมหลับตาลงเสียที...เจ้าของอ้อมกอดไม่ถามว่าถึงสาเหตุที่ทำให้เขานอนไม่หลับ เพราะเจนอสรู้ดีว่าอีกฝ่ายยังไม่พร้อมที่จะบอก และถ้าเขาพร้อมเมื่อไหร่เขาก็จะบอกเอง

 

            กาลเวลาไหลผ่านไปอย่างเชื่องช้า...หนึ่งวินาทียาวนานเป็นหนึ่งนาที หนึ่งนาทียาวนานเป็นหนึ่งชั่วโมง...เจนอสอยากให้ช่วงเวลานี้หยุดลง เขาจะได้จองจำอาจารย์ของเขาให้อยู่อ้อมแขนนี้ตลอดไปตราบเท่าที่ใจของเขาปรารถนา ทว่านั่นเป็นเพียงความหวังที่ได้แต่ภาวนากับสายลมที่ไหลผ่าน...

 

            “เจนอส...”

 

            เสียงที่ชวนหลงใหลเอ่ยเรียกเขาอีกครั้ง...นัยน์ตาสีทองหม่นหลุบมองเจ้าของเสียง ท่ามกลางความเงียบงันที่มีแค่เพียงเสียงลมหายใจของอีกฝ่าย คำพูดของไซตามะกลับดังก้องกังวานในตัวของเจนอสซ้ำไปซ้ำมา...

 

            “ไปเดินเล่นด้วยกันไหม ?”

 

 

-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-

 

           

            24 ธันวาคม วันคริสต์มาสอีฟ

 

 

          เขาจำได้ว่า มันเป็นวันที่ข้างนอกจะเต็มไปด้วยหิมะสีขาวโพลนและผู้คนเดินสวนกันไปมา ทว่าเขาไม่สนเสียงเพลงและแสงสีตามท้องถนน เขาไม่สนว่าอากาศจะหนาวเย็นขนาดไหน เขาไม่สนว่าหิมะสีขาวที่โปรยลงมาจากท้องฟ้าจะสวยเพียงใด สิ่งที่รู้เพียงอย่างเดียวคือ ตัวเขากำลังรีบวิ่งไปยังสถานที่แห่งนั้น...

 

          เมื่อไปถึงที่หมายเขาก็ไม่รอช้า ถอดรองเท้าและวางกระเป๋าสะพายลงบนโซฟา และรีบวิ่งไปยังห้องครัวให้เร็วที่สุด เขาพยายามหักห้ามใจตัวเองไม่ให้รีบร้อนจนเกินไป เพราะอาจจะสะดุดล้มเอาได้ แต่ตัวเขาในเวลานั้นไม่อาจห้ามตัวเองให้หยุดวิ่งได้เลย ราวกับว่าหากก้าวขาช้าไปเพียงแค่เสี้ยววินาที...สิ่งที่เฝ้าฝันมาตลอดก็จะมลายหายไปในอากาศ...

 

          ภาพตรงหน้าปรากฏเป็นหญิงสาวและชายหนุ่มคู่หนึ่งที่กำลังยืนรอเขาอยู่ ทั้งสองยิ้มให้เขาอย่างอ่อนโยน ก่อนที่ชายหนุ่มคนนั้นจะยื่นมือมาลูบหัวเขาด้วยความเอ็นดู หญิงสาวด้านข้างเดินเข้ามาสวมกอดเขาจากด้านหลัง รอยยิ้มปรากฏบนใบหน้าของทั้งคู่ตลอดเวลา...ช่างเป็นภาพที่เขาเฝ้าฝันมาตลอดทั้งวัน รอยยิ้มของคนอันเป็นที่รักและอ้อมกอดที่อบอุ่นที่สุดในโลก....

 

          “เมอร์รี่คริสต์มาส...เจนอส...”

 

 

          และภาพตรงหน้าก็แปรเปลี่ยนเป็นภาพของกองเพลิงที่โหมกระหน่ำ...ดวงไฟสีแดงฉานแผดเผาร่างของชายหญิงคู่นั้นและสถานที่ที่เขาเฝ้าฝันมาโดยตลอด ดวงตาสีทองหม่นสะท้อนภาพของกองไฟและร่างอันไร้ชีวิต ร่างของเขาสั่นเทาราวกับลูกเป็ดที่โดนทอดทิ้งท่ามกลางเปลวเพลิงอันโหดร้าย...

 

 

            ในความทรงจำอันแสนไกลนั้น มีทั้งเรื่องราวที่ชวนถวิลหาและเรื่องราวอันขมขื่น

 

 

-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-

 

           

          ท้องฟ้าในค่ำคืนนี้เต็มไปด้วยเมฆสีครึ้มและเกล็ดหิมะที่โปรยปรายลงมาอย่างไม่ขาดสาย

 

 

            ชานเมืองแซดที่ขึ้นชื่อว่าเป็นที่สิงสถิตของเหล่าสัตว์ประหลาด ทำให้ผู้คนจำนวนมากอพยพไปจากพื้นที่นี้ ในตอนกลางวันก็เงียบมากอยู่แล้ว ช่วงกลางดึกของฤดูหนาวแบบนี้ยิ่งไม่ต้องพูดถึง ความเงียบปกคลุมไปทั่วทุกบริเวณ ร้านรวงต่างๆ ที่ทยอยปิดกิจการส่งผลให้บรรยากาศของค่ำคืนนี้เต็มไปด้วยความวังเวง

 

            แต่สำหรับไซตามะและเจนอส...มันไม่ใช่ความวังเวง...หากแต่เป็นความเงียบสงบที่พวกเขาปรารถนามากกว่า...

 

            ทั้งสองเดินไปตามท้องถนนอย่างไม่เร่งรีบ...ค่อยๆ ซึมซับกับอากาศอันหนาวเย็นในยามวิกาล ใบหูและจมูกของชายหนุ่มเป็นสีแดงระเรื่อ แม้เขาจะสวมเสื้อคลุมหลายๆ ชั้นพร้อมกับผ้าพันคอและถุงมือแล้วก็ตาม แต่หิมะที่โปรยปรายลงมาอย่างต่อเนื่องก็ทำให้เขารู้สึกเหมือนตนเองใส่เสื้อผ้าน้อยชิ้นออกมาเดินเล่นอยู่ดี

 

            เจนอสไม่ได้สนใจสิ่งรอบข้างแต่เขาคอยเหลือบมองคนข้างๆ อยู่ตลอด เขารู้ดีว่าไซตามะไม่ชอบอากาศหนาว...ยิ่งอุณหภูมิที่ติดลบในช่วงปลายปีแบบนี้ยิ่งทำให้ร่างของเขาสั่นระริก ทว่าไซบอร์กหนุ่มก็ทำได้แค่จับมือของอีกฝ่ายไว้และคอยเฝ้ามองอยู่อย่างนั้น

 

            ...เป็นเรื่องน่าแปลกที่จู่ๆ ไซตามะชวนออกมาเดินเล่นด้วยกันท่ามกลางหิมะตกแบบนี้ แต่เขาก็ไม่ได้เอ่ยถามถึงเหตุผลที่ทำแบบนั้น เขาเพียงแค่ตอบรับคำชวนและช่วยอีกฝ่ายสวมเสื้อผ้าหนาๆ ก่อนออกมาเท่านั้นเอง เซนเซย์คงอยากออกมาเดินเล่นสักหน่อยเผื่อว่าจะได้รู้สึกง่วงขึ้นมาบ้างกระมัง

 

            สองขาก้าวไปอย่างเชื่องช้าราวกับว่าโลกใบนี้ไม่หลงเหลือผู้ใด...มีเพียงแค่ตัวเขาและลูกศิษย์ที่เดินเคียงข้างอยู่ในโลกที่แสนสงบสุขนี้กันตามลำพัง เขาไม่ใช่คนที่พูดเก่ง...ดังนั้นการที่เจนอสไม่ชวนคุยแบบนี้ทำให้เขาสามารถล่องลอยไปกับบรรยากาศของค่ำคืนนี้ได้อย่างอิสระ

 

            มือโลหะของไซบอร์กบีบแน่นขึ้นเล็กน้อย ทำให้ไซตามะหันกลับไปมองคนข้างๆ ใบหน้าของเจนอสยังคงจริงจังเหมือนเดิมไม่เคยเปลี่ยน หากแต่แววตาที่มองมายังตัวเขากลับแฝงไปด้วยความรู้สึกมากมายที่ยากจะเอื้อนเอ่ย ในชั่ววินาทีที่ได้สบตากัน...มันเหมือนกับว่าโลกทั้งใบหยุดหมุน...เหลือแต่เพียงเสียงลมหายใจและสายตาที่มอบให้กันและกันเท่านั้น

 

            “จะว่าไป...พรุ่งนี้ก็วันคริสต์มาสแล้วนี่ครับ เซนเซย์”

 

            “อา...นั่นสินะ แต่จะบอกว่าพรุ่งนี้ก็คงไม่ถูก อีกแค่ยี่สิบนาทีก็จะเที่ยงคืนแล้วนี่นะ”

 

            “...เป็นโอกาสดีเลยที่ผมจะได้ถามคุณ...”

 

            “เรื่องอะไรหรือ ?”

 

            นัยน์ตาสีทองหม่นทอดมองไปยังดวงตาสีเข้มคู่งาม...เหมือนที่เขาทำอยู่เสมอ...ส่งมอบความรู้สึกต่างๆ ผ่านดวงตาไซเบอร์คู่นี้ให้อีกฝ่ายได้รับรู้ และให้อีกฝ่ายซึมซับความรู้สึกทุกอย่างผ่านทุกคำพูดและทุกการกระทำ...

 

            “คุณอยากได้อะไรเป็นของขวัญวันคริสต์มาสหรือครับ...”

 

            คำถามนี้ไซตามะคาดไว้อยู่แล้วว่าลูกศิษย์ของเขาจะต้องเอ่ยปากถาม ริมฝีปากบางยกยิ้มด้วยความเอ็นดู เขารู้อยู่แล้วว่าเจนอสต้องถามและเขาเองก็เตรียมคำตอบเอาไว้อยู่แล้ว ชายหนุ่มส่ายหัวเล็กน้อยก่อนจะตอบกลับด้วยน้ำเสียงอันอ่อนโยน

 

            “ไม่มีหรอก...”

 

            “เซนเซย์...”

 

            “ไม่มีจริงๆ เพราะของที่อยากได้...ฉันได้มันมาตั้งนานแล้วล่ะ...”

 

            มือโลหะของเจนอสบีบแน่นยิ่งกว่าเดิม...แต่ก็ไม่ทำให้เขารู้สึกเจ็บอะไร กลับรู้สึกอุ่นมากขึ้นเสียอีก

 

            “เพราะงั้น...นายไม่ต้องถามหรอกว่าฉันอยากได้อะไร”

 

            “งั้นหรือครับ...”

 

            ร่างสูงก็รู้แต่แรกแล้วว่าชายที่เขาหลงใหลจะต้องตอบกลับมาเช่นนี้ แต่ทั้งที่รู้อยู่เต็มอก...เขากลับยอมรับคำตอบนั้นไม่ได้ ภายในใจมันว้าวุ่นด้วยความคำถามมากมาย เขาอยากรู้เหลือเกินว่าของที่เซนเซย์อยากได้นั้นคืออะไร ? ใครเป็นคนให้ ? แล้วได้มาตั้งแต่เมื่อไหร่ ? คำถามมากมายที่ดังก้องกังวานอยู่ในสมองซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทำให้เขาเผลอขมวดคิ้วด้วยความไม่พอใจ ใบหน้าที่เคยจริงจังอยู่เสมอกลับปรากฏร่องรอยของความไม่พอใจจนไซตามะหัวเราะออกมา

 

            “ฮะๆ ทำหน้าอะไรของนายน่ะ ตลกชะมัดเลย”

 

            เพราะไม่ค่อยเห็นเจนอสแสดงอาการไม่พอใจออกมา ทำให้ไซตามะหลุดขำด้วยความเอ็นดูอีกฝ่าย เจนอสเพิ่งรู้ตัวว่าเผลอแสดงอาการไม่พอใจให้เซนเซย์เห็น จึงรีบคลายขมวดคิ้วและทำสีหน้าจริงจังเหมือนเดิม

 

            “ผมก็แค่...อยากรู้น่ะครับ”

 

            เขาชั่งใจพักหนึ่งก่อนจะเอ่ยต่อไป

 

            “สิ่งที่คุณอยากได้คืออะไร ถ้าคุณบอกว่าได้มาตั้งนานแล้ว...งั้นมันคืออะไรล่ะครับ ใครเป็นคนให้คุณมา แล้วคุณได้มาตอนไหน คุณก็รู้หนิครับว่าผมอยากรู้ทุกอย่างที่เกี่ยวกับ...”

 

            “อา พอๆๆ นายเริ่มพูดมากอีกแล้ว ให้ตายสิ”

 

            “ขอโทษครับ...แต่ว่า ผมอยากรู้จริงๆ นะครับ”

 

            “นายรู้แล้วจะได้อะไรขึ้นมาหรือ ?”

 

            “....”

 

            คำถามนี้เจนอสถึงกับพูดอะไรไม่ออก

 

            เขานึกอยากหาเหตุผลดีๆ สักอย่างมาอ้างเพื่อต่อบทสนทนา แต่ดูเหมือนสมองเขาจะมึนไปหมด เพราะคำถามของเซนเซย์ทำให้เขาคิดอะไรไม่ออกไปชั่วขณะ...หรือถ้าพูดให้ถูกก็คือ คำถามนั้นมันแทงใจดำของเขานั่นเอง

 

            นั่นสิ...เขารู้แล้วจะได้อะไรขึ้นมา ?

 

            เกิดความเงียบระหว่างพวกเขาสองคนอีกครั้ง คราวนี้เป็นความเงียบที่ชวนอึดอัด...ต่างกับความเงียบที่ชวนผ่อนคลายเหมือนเมื่อกี้ เจนอสเอาแต่นิ่งเงียบไม่ยอมพูดอะไรจนไซตามะเริ่มใจคอไม่ดี เขาควรจะขยายความในคำถามที่เขาเพิ่งถามไป เพราะเกรงว่าเจนอสผู้เยาว์วัยจะเอาแต่คิดเรื่องไม่เป็นเรื่องจนลืมว่าพวกเขากำลังยืนอยู่ท่ามกลางหิมะ

 

            ชายร่างสูงปล่อยมือจากไซบอร์ก เขายกมือขึ้นมาแล้วเป่าลมหายใจอุ่นร้อนใส่เพื่อคลายหนาว อากัปกิริยาดังกล่าวดึงสติของเจนอสให้กลับมาอีกครั้ง เขาเกือบลืมไปว่าตอนนี้พวกเขาอยู่ท่ามกลางหิมะที่หนาวเหน็บและอาจารย์ของเขาก็ไม่ชอบอากาศหนาว...เขาจึงรีบกุมมือทั้งสองข้างของคนตรงหน้าพร้อมกับกระจายพลังงานความร้อนจากคอร์ที่อยู่ใจกลางให้ไหลไปยังมือทั้งสองข้างเพื่อบรรเทาความหนาวให้

 

            ไซตามะยิ้มละมุนเป็นเชิงขอบคุณ ทุกครั้งที่คนคนนี้ยิ้มเจนอสก็รู้สึกว่าถ้าตัวเขาเป็นมนุษย์ หัวใจของเขาคงพองโตด้วยความสุขใจ แต่ร่างที่ยืนอยู่ตรงนี้ไม่ใช่มนุษย์อีกต่อไปแล้ว...เขาทำได้แค่เพียงสัมผัสถึงความอ่อนโยนที่อีกฝ่ายมอบให้เท่านั้น

 

...มือโลหะเผลอบีบแน่นด้วยความรู้สึกบางอย่าง...

 

“รู้ไหม...นายกำลังบังคับให้ฉันต้องพูดเรื่องน่าอาย...”

 

ดวงตาไซเบอร์เบิกกว้างด้วยความประหลาดใจ ทำไมเซนเซย์ถึงพูดแบบนั้น เขาทำอะไรผิดงั้นหรือ ?

 

“ผมไม่ได้...”

 

“อา...ฟังให้จบก่อนสิ”

 

“...ครับ”

 

เจนอสรับคำอย่างว่าง่าย เขายืนนิ่งรอให้ไซตามะพูดจนจบตามที่สั่งไว้อย่างไม่ขาดตกบกพร่อง ซ้ำยังส่งสายตาอันแน่วแน่มายังไซตามะตลอดเวลา ทำให้พวงแก้มของชายหนุ่มที่แดงอยู่แล้วยิ่งแดงระเรื่อยิ่งกว่าเดิม...นัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มเสมองไปยังด้านข้าง ไม่กล้าสบตาอันแน่วแน่ของไซบอร์กหนุ่ม...ไม่ว่าจะด้วยอากาศหรือด้วยเหตุผลอะไรก็ตามแต่ เจนอสกลับรู้สึกว่าใบหน้าของไซตามะในตอนนี้ช่างชวนมองยิ่งนัก...

 

ไม่อาจละสายตาไปได้เลย...

 

“ความจริง...สำหรับฉันแล้ววันคริสต์มาสน่ะ มันก็แค่วันธรรมดาเหมือนทุกๆ วันน่ะแหละ ฉันไม่เคยคิดอยากได้ของขวัญอะไรเลย แต่ฉันก็เคยคิดเล่นๆ เหมือนกันว่าถ้าซานต้าครอสเสกให้ผมฉันงอกกลับมาเหมือนเดิมได้มันก็คงจะดีไม่น้อย...”

 

“ผมจะไปซื้อยาปลูกมาให้ถ้าเซนเซย์ต้องการ...”

 

“โธ่เอ๊ย! เจนอส อย่าเพิ่งพูดขัดสิ แล้วก็ไม่ต้องไปซื้อยาปลูกผมมาประชดเลยนะรู้ไหม”

 

“....ขอโทษครับ”

 

ถึงแม้ไซตามะขึ้นเสียงเล็กน้อยด้วยความไม่พอใจ แต่พอเห็นลูกศิษย์ตัวเองจ๋อยไปเพราะโดนดุก็อดยิ้มไม่ได้ รอยยิ้มอันสดใสที่นอกจากคนใกล้ชิดอย่างเจนอสแล้ว คนอื่นไม่มีวันรับรู้...มีเพียงใบหน้าที่ไม่แยแสต่อผู้คนบนโลกนี้เท่านั้นที่คนอื่นรับรู้เกี่ยวกับตัวเขา แต่สำหรับเจนอส...เขาเป็นมากกว่านั้น...เพราะฉะนั้นเขาสมควรได้รับรอยยิ้มอันสดใสนี้อย่างไร้ข้อกังหา

 

“อา...ถึงไหนแล้ว อ้อใช่ เรื่องผมสินะ ฉันคิดว่าลุงซานต้าคงเสกผมให้ฉันไม่ได้หรอก ฉันเลยเลิกคิดถึงเรื่องนั้น แต่พอไม่คิดถึงเรื่องนั้นมันกลับทำให้ฉันหวนนึกถึงเรื่องในอดีตขึ้นมา...”

 

ดวงตาสีน้ำตาลเข้มหลุบต่ำลง...เป็นเวลาเนิ่นนานที่เขาไม่ยอมสบตากับเจนอส ราวกับไม่อยากนึกถึงเรื่องราวเหล่านั้น...แต่ก็ต้องฝืนใจเล่าต่อไป...เพราะสัญญากับตนเองไว้แล้วว่าต้องบอกให้อีกฝ่ายรับรู้ให้ได้ ต่อให้มันขมขื่นแค่ไหน ต่อให้มันน่าละอายเพียงใด เขาก็ต้องส่งความรู้สึกนี้ให้คนสำคัญของเขารับรู้ถึงมันให้ได้

 

“...ชีวิตในวัยเด็กของฉันไม่ค่อยมีอะไรน่าจดจำนักหรอก แม้กระทั่งความฝันที่สวยงามของวันคริสต์มาสฉันก็ไม่เคยนึกถึง...ครอบครัวก็ใช่ว่าจะอยู่พร้อมหน้ากันตลอด เพื่อนก็ไม่ค่อยมี ชีวิตดูว่างเปล่าไม่มีอะไรเลย...แต่ถึงอย่างนั้น...ฉันก็เคยฝันว่า อยากเป็นฮีโร่ที่คอยช่วยเหลือคนอื่น...อยากสวมชุดฮีโร่แล้วออกไปกำจัดเหล่าร้ายด้วยความห้าวหาญเหมือนในหนังสือการ์ตูน...ทั้งที่มันเป็นแค่ความเพ้อฝันของเด็กผู้ชายที่น่าสมเพชคนหนึ่ง...แต่แล้ววันหนึ่งฉันกลับได้เป็นฮีโร่อย่างที่เคยฝันไว้...ฉันมีพลังมหาศาล สามารถจัดการพวกสัตว์ประหลาดได้สบายๆ อ้ะ ฉันไม่ได้ยอตัวเองหรอกนะ แต่รู้สึกแบบนั้นจริงๆ”

 

ครับ ไม่ว่าเมื่อไหร่คุณก็แข็งแกร่งเสมอ...

 

และนั่นก็คือจุดเริ่มที่ทำให้เขาเฝ้าติดตามคนคนนี้...เป็นจุดเริ่มต้นของทุกสิ่งทุกอย่าง...

 

“....พอเป็นฮีโร่ก็มีทั้งคนเกลียดและคนที่ต้องการแก้แค้น เพราะฉันจำไม่ค่อยได้ว่าไปทำให้พวกเขาไม่พอใจตอนไหน แต่ฉันก็ไม่แคร์หรอก...เพราะฉันคิดว่าถ้าเป็นฮีโร่แบบนี้ต่อไป มันจะต้องเกิดเรื่องแบบนี้อยู่แล้ว...เค้าเรียกว่าเป็นชะตากรรมล่ะมั้ง ? แต่ก็นะ...ฉันก็พยายามปลอบใจตัวเองว่า ในโลกนี้ต้องมีใครสักคนที่เห็นคุณค่าในสิ่งที่ฉันทำลงไป...

ฉันเป็นฮีโร่มาได้สามปีแล้ว ไม่เคยต้องการแฟนคลับหรือคำขอบคุณจากคนที่เคยช่วยไว้ แต่ถ้า...มีใครสักคนที่เห็นคุณค่าในสิ่งที่ฉันทำลงไป...มันก็คงจะดีไม่น้อย...”

 

ดวงตาคู่งามถูกปิดลง...ความรู้สึกหลายอย่างแล่นผ่านเข้ามาในอก...เขาพูดสิ่งที่ต้องการจะพูดออกไปหมดแล้ว เหลือก็เพียงแค่อีกฝ่ายจะเข้าใจความหมายของมันมากแค่ไหน เพราะเขาไม่อยากพูดออกมาตรงๆ มันน่าอายเกินไป...เพราะงั้นปล่อยให้ลูกศิษย์ซื่อบื้อคนนี้ไปทำความเข้าใจเอาเองแล้วกัน

 

...แขนโลหะสีเงินทั้งสองข้างโอบร่างของชายหนุ่มเข้ามาในอ้อมแขนอันอบอุ่นอีกครั้ง ไซตามะเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง เขาไม่นึกว่าจู่ๆ อีกฝ่ายจะดึงเข้ามากอดแบบนี้...ยิ่งทำให้เขารู้สึกเขินมากขึ้นไปอีก...ทว่าเสียงทุ้มของเจนอสก็ทำให้หัวใจของเต้นแรงด้วยความรู้สึกที่ไม่อาจอธิบายได้

 

“เซนเซย์...”

 

มือหนายกขึ้นกอดตอบเสียงเรียกนั้น

 

“สิ่งที่คุณอยากได้มาตลอด...ก็คือคนที่เข้าใจคุณสินะครับ...”

 

“...ก็ไม่เชิงหรอก”

 

“...คนที่เห็นคุณค่าทุกการกระทำของคุณ คนที่เข้าใจความรู้สึกของคุณ คนที่รู้ว่าคุณต้องการอะไร...”

 

“...ยังไม่ถูกหรอกนะ”

 

“....คนที่พูดถึงทั้งหมดนี่...ก็คือผม...ใช่ไหมครับ ?”

 

เจนอสกระชับอ้อนแขนให้แน่นยิ่งขึ้นราวกับกำลังบอกว่า อยากรู้คำตอบของเขาเต็มทน ไซตามะลอบยิ้มอยู่ในอ้อมกอดของเขาด้วยความเหนื่อยใจ....ทีอย่างงี้ล่ะทำตัวได้สมเป็นลูกศิษย์ดีเด่นเชียวนะ เรื่องแบบนี้คิดได้เร็วอย่างกับอะไรดี ทำไมเรื่องอื่นๆ ถึงได้สมองช้าคิดตามไม่ค่อยทันอยู่เรื่อย ให้ตายสิ...

 

“นายคิดเองเออเองไปต่างหาก เจนอส”

 

“แล้วถ้าผมไม่ได้คิดไปเองล่ะครับ ?”

 

“ก็ยังตอบไม่ถูกอยู่ดี”

 

ไซตามะรู้สึกสนุกที่ได้กลั่นแกล้งเจนอส ถึงจะไม่ได้เห็นว่าเจนอสแสดงสีหน้าอย่างไร แต่เขาก็เดาว่าตอนนี้เจนอสต้องทำหน้ามุ่ยด้วยความไม่พอใจแหงๆ คิดแค่นั้นก็ทำให้เขารู้สึกสนุกได้แล้ว...

 

“...เอาล่ะ ผมยอมแพ้แล้ว เซนเซย์ ตกลงว่าคำตอบคืออะไรหรือครับ ?”

 

ไซบอร์กหนุ่มคลายอ้อนแขนเพื่อให้มองเห็นใบหน้าของคนสำคัญได้อย่างชัดเจน แต่พอเจนอสคลายอ้อมแขนออก ไซตามะกลับไม่ยอมสมตา...เหมือนกับก่อนหน้านี้...ตอนที่เขากุมมือของเซนเซย์ไว้...

 

ทำไม ?

 

แล้วไซบอร์กหนุ่มก็สังเกตเห็นใบหน้าที่เขาชอบมองอย่างไม่รู้จักเบื่อหน่าย...ใบหน้านั้นเป็นสีชมพูระเรื่ออีกครั้ง คราวนี้ไม่เพียงแต่จะเป็นสีชมพูตามบริเวณพวงแก้มเท่านั้น มันยังลามไปถึงใบหูทั้งสองข้าง ภาพที่ชวนหลงใหลนี้เขาเคยคิดว่า เป็นเพราะอากาศหรือด้วยเหตุผลบางอย่างทำให้ใบหน้าของเซนเซย์เป็นสีชมพูระเรื่อแบบนี้...ทว่าตอนนี้...เขาเข้าใจแล้ว...

 

เขาเข้าใจแล้วมันหมายถึงอะไร...

 

สมองของเด็กหนุ่มผมทองอาจจะประมวลช้าไปหน่อย แต่ไม่เป็นไร รอยยิ้มบางปรากฏบนใบหน้าของเขา เมื่อกี้เขาโดนอีกฝ่ายกลั่นแกล้ง...คราวนี้เขาจะขอเอาคืนบ้าง คงไม่ว่ากันนะครับ เซนเซย์

 

“เซนเซย์ ถ้าคุณไม่ยอมตอบ ผมก็จะเดาเอาแล้วกันนะครับ”

 

“เดี๋ยวสิ เมื่อกี้นายบอกว่ายอมแพ้ไปแล้วไม่ใช่หรือ ?”

 

“ก็คุณไม่ยอมเฉลยสักทีนี่ครับ”

 

“....”

 

นั่นมันก็จริงของเขา

 

“ถ้างั้น ผมก็จะเดาจนกว่าคุณจะบอกว่า ใช่ แล้วกันนะครับ”

 

ชายหนุ่มอ้าปากพยายามโต้ตอบ แต่กลับไม่มีเสียงใดเล็ดลอดออกมา เขาพยายามหาคำพูดมาตอบโต้บทสนทนาที่ดูเหมือนจะไม่ยอมจบลงง่ายๆ ถ้าเขาไม่ยอมเฉลย แต่จะให้เขาพูดได้อย่างไรล่ะ...ก็บอกแล้วนี่ว่ามันน่าอาย...

 

ทว่าเจนอสไม่ยอมรอคำตอบของไซตามะอีกต่อไป เขาชิงตัดหน้าโดยการประคองใบหน้ามนให้เงยหน้ามองเขา และในเสี้ยววินาทีต่อมาไซบอร์กผมทองก็ประกบริมฝีปากลงบนริมฝีปากนุ่มอย่างรวดเร็วจนเจ้าของไม่ทันตั้งตัว...เขาไม่ได้สอดแทรกลิ้นลงไปในโพรงปากนุ่มนั้น เพียงแค่ประกบริมฝีปากลงเพื่อป้องกันไม่ให้อีกฝ่ายประท้วงก่อนเท่านั้นเอง เขาจะได้เอ่ยได้อย่างมั่นใจว่าอีกฝ่ายได้ยินชัดเต็มสองหูแน่นอน

 

“สิ่งที่คุณอยากได้ คือ คนอวยพรวันคริสต์มาสใช่ไหมครับ...ไซตามะเซนเซย์ ?”

 

รอยยิ้มบางส่งมาให้ชายเจ้าของชื่อ แต่ในสายตาของไซตามะรอยยิ้มนั่นดูเจ้าเล่ห์เกินกว่าจะเป็นรอยยิ้มบางๆ ที่ดูไม่มีพิษสงอะไรเสียอีก และใช่ว่าพวกเขาจะไม่เคยจูบกันมาก่อน...เพียงแต่สิ่งที่เจนอสเดานั้นมันถูกเผงเลยต่างหาก ชายหนุ่มเบิกตากว้างพร้อมกับใบหน้าที่แดงก่ำยิ่งกว่าเก่า แค่นั้นก็ทำให้รู้แล้วว่าสิ่งที่เจนอสเดานั้นถูกเผงแบบไม่ต้องสงสัย

 

“ผมเดาถูกใช่ไหมครับ...เซน-เซย์”

 

“....”

 

“...เออ ถูกก็ถูก พอใจหรือยัง แล้วก็ไม่ต้องมาเน้นเสียงแบบนั้นเลยนะ ฟังแล้วขนลุกชะมัด...”

 

 

เสียงนาฬิกาบนข้อมือดังขึ้นสิบสองครั้งติดต่อกัน บ่งบอกว่าตอนนี้เป็นเวลาเที่ยงคืน ค่ำคืนนี้สิ้นสุดลงแล้ว...และอีกหนึ่งนาทีต่อจากนี้ก็จะขึ้นวันใหม่อีกครั้ง

 

 

ความหมายของ ของขวัญที่เคยได้รับเมื่อนานมาแล้ว ฟังดูเหมือนมันเป็นช่วงเวลาที่ยาวนาน แต่ความจริงแล้วมันเป็นเพียงแค่หนึ่งปีที่เคยได้รับมา...หนึ่งปีที่เคยรู้จักกัน หนึ่งปีที่เคยได้อยู่ร่วมกัน เพื่อรอให้ช่วงเวลานี้หวนคืนกลับมาแล้วได้เอ่ยถึงมันอีกครั้งได้เอ่ยสิ่งที่อยู่ในดวงใจที่เคยอ้างว้างมาเนิ่นนาน...

 

 

25 ธันวาคม วันคริสต์มาส

 

 

“เมอร์รี่คริสต์มาสครับ เซนเซย์...”

 

 

“อืม...เมอร์รี่คริสต์มาส เจนอส...”

 

 

และร่างทั้งสองก็สวมกอดท่ามกลางสีสันของค่ำคืนอันเป็นนิรันดร์





-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-



จบการเมากาวแต่เพียงเท่านี้ ซู้ดดดดดดด

ฟิคเจไซเรื่องแรกที่แต่งแล้วเอาลงเด็กดีค่ะ //ไม่ได้เอาฟิคลงเด็กดีนานมาก ห้าปีได้แล้วมั้ง ;w;

สารภาพว่าเขินมาก...คือในไทยมีแต่สายไซเจซะส่วนใหญ่ ไอ้เราก็ดันเป็นสายเจไซ เวลาลงฟิคที่เขียนตามสนองนี้ดตัวเองแล้วรู้สึก...//เหม่อมองเรือใหญ่ ฟฟฟฟฟฟ ไม่เป็นไร ถือซะว่าเริ่มต้นผลิตในวันนี้เพื่อกาวที่ยิ่งใหญ่ในอนาคต เผื่อว่าจะมีใครกล้าเอาฟิคเจไซมาลงเป็นเพื่อนอีก //หาเพื่อนผู้ร่วมมเสพและร่วมผลิตน่ะแหละเอาง่ายๆ ถถถถถถถถ

ติชมได้นะคะ ฟิคเรื่องต่อไปจะได้เอาไปปรับปรุงให้ดีขึ้น :D

สุดท้ายนี้ก็ขอบคุณที่หลงเข้ามาอ่านนะคะ จะเม้นหรือไม่เม้นก็แล้วแต่เลยค่ะ เราแต่งเอาสนองนี้ดตัวเองล้วนๆ ถ้าชอบแล้วเม้นมาเราก็ดีใจค่ะ แต่ถ้าไม่เม้นก็ไม่เป็นไร หลงเข้ามาอ่านก็ดีใจเหมือนกัน แอออออ




ผลงานอื่นๆ ของ Erakise

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

17 ความคิดเห็น

  1. #17 SKYwee
    วันที่ 28 กันยายน 2563 / 17:45

    แแงงง เรื่องดีมากอธิบายไม่ถูกกก หาอ่านยากมาก,_,พอเจอแล้วดีจัยย ขอบคุณคนเขียนมากเลยนะคะ \(;´□`)/

    #17
    0
  2. #16 Chichi_mala (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2563 / 17:19
    กลับมาอ่านอีกครั้ง ก็ยัง///-\\\ ต้นเรื่องเปิดมาหน่วงๆก็รู้นะ... แต่ก็ยังร้องไห้อยู่ดี;-;
    #16
    0
  3. วันที่ 26 เมษายน 2562 / 07:44
    จิ้น เจไซ เหมือนกันค่ะ 💖💖
    #15
    0
  4. #14 Puetmp
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2561 / 23:53
    หาแฟนฟิกจีนอสไซตามะยากมากค่ะ55 ปกติเราอ่านภาษาอังกฤษ ไซเจก็มากกว่าเหมือนกัน ดีใจค่ะที่มีคนเขียน^^
    #14
    0
  5. #13 轟くん
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2560 / 12:15
    น่ารักจริงๆเลยคู่นี้~
    #13
    0
  6. #12 pasation
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2560 / 10:48
    ชอบคู่นี้มากเลย อ่านไปอ่านมาเหมือนผลัดกันรุก 5555+
    #12
    0
  7. #11 อย่างนั้นนั่นล่ะ
    วันที่ 14 เมษายน 2560 / 18:14
    ขอบคุณที่แต่งค่าาา เป็นฟิคที่หาอ่านยากมากกกกก
    #11
    0
  8. #10 SEA WATER
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2559 / 17:45
    เป็นเรื่องที่ดีมากๆเลยอ่าา ชอบคู่นี้ เราเจอแต่จีนอสเคะ ในที่สุดก็มีคนแต่ไซตามะเคะมั้ง
    ขอบคุณสำหรับฟิคดีๆนะคะ
    #10
    0
  9. #9 ลูกแมวน้อยสีคราม (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 20 เมษายน 2559 / 16:56
    กรี๊ดดดดดดด ฟิน <3 เราสายเดียวกันค่ะไรท์เตอร์~! >w< ดีใจจุงที่มีฟิคมาให้อ่านนนน แต่งอีกเยอะๆนะ
    #9
    0
  10. วันที่ 18 เมษายน 2559 / 22:27
    แต่งดีจังเลย เราชอบ  จบได้น่ารักดีนะคะ  
    #8
    0
  11. วันที่ 10 เมษายน 2559 / 00:29
    หาเจไซยากมากกกก ในที่สุดก็เจอดีใจที่มีคนแต่งซักทีเห้อมมมม ฟินค่ะฟิน
    #7
    0
  12. #6 jun
    วันที่ 7 เมษายน 2559 / 23:14
    หว๊าา ดีใจที่มีคนไทยแต่งค่ะ หายากมากจริงๆT-T

    ขอบคุณน้าา

    #6
    0
  13. วันที่ 15 มีนาคม 2559 / 19:54
    ฮื่ออออ ดีใจหลายๆคะคุณหญิงพี่T_Tหาอ่านยากมากเลยคะฟิค เจไซ เนี้ยกว่าจะเจอก็แทบใจจะขาดตายทำไมถึงทำกับฉันได้~ แอบฟินบทพูดของทั้งสองและแอบอิจฉาเซ็นเซย์ที่มีหมาน้อยอย่างจีนอสเสียจริงคะT^T
    #5
    0
  14. #4 Hong22
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2559 / 11:09
    ยากมากนะเนี่ยที่จะเจอ เจไซ เรามาสายนี้เหมือนกันเลยค่ะ 
    หาอ่านยากมากกTToTT
     
    อ่านแล้วฟินมากกกกกกเลยยยยยย
    ซึ้งมากค่ะ อ่านแล้วเขินแทนเฮียไซเลย>//<
    #4
    2
    • ความเห็นย่อยนี้ถูกลบแล้ว :(
    • #4-2 Erakise
      9 กุมภาพันธ์ 2559 / 22:19
      หาอ่านยากจริงๆ ค่ะ TvT
      อย่าว่าแต่ฟิคเลย คนในสายเดียวกันยังน้อยจนแทบจะหาคนผลิตไม่ได้ โฮฮฮฮฮ //กอดเพื่อนร่วมชะตากรรม
      คราวหน้าก็ลองแต่งมาบ้างนะค-----

      ดีใจที่ชอบนะคะ แอออออ
      บางทีก็อิจฉาเซนเซย์นิดๆ ที่โชคดีมีหมาน้อยอย่างเจนอสคอยดูแลอยู่ไม่ห่างเนี่ย ฟฟฟฟฟ
      #4-2
  15. #3 อวยไซจีแบบบ้าคลั่ง
    วันที่ 2 มกราคม 2559 / 14:51
    ฟวาฟขฟฟส้หบฟรฟ้ผ่แสป่ฟาฟจฟาฟฟาฟ่ฟร่กก ด //0/////
    #3
    0
  16. #2 มินะเรย์ (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2558 / 22:35
    เหมือนกันเลย เราสายเจไซ เหมือนกันค่ะ แต่งได้ฟินมากกกก อ๊ากกก -////- เอามาลงอีกน่ะค่ะ ชอบอ่ะ หาอ่านยุเหมือนกันคู่นี้ไม่ค่อย ไม่มีให้อ่านเลย แต่งมาให้อ่านอีกนะค่ะ รอยุค่ะ
    #2
    1
    • #2-1 Erakise(จากตอนที่ 1)
      30 ธันวาคม 2558 / 00:42
      ขอบคุณค่าาา แออออ ;///////;
      ความจริงฟิคคู่นี้เยอะนะคะ แต่ไปเยอะที่ต่างประเทศ ต้องอาศัยสกิลอิ้งกับสกิลญี่ปุ่นในการอ่าน orz
      ส่วนมากเจไซจะมีคนผลิตเยอะที่ต่างประเทศค่ะ ทั้งแฟนอาร์ต นิยาย โด มีให้เสพเยอะพอๆ กับไซเจเลย
      แต่ที่ไทยมีแต่ไซเจ แงงง 55555555 แล้วสายเจไซในไทยส่วนมากก็มีแต่ซุ่มอยู่ในมุมมืด(?) ต้องมีคนออกมารายงานตัวก่อนถึงจะตามมากันพวกๆ //เราก็เป็นหนึ่งในนั้น ฟฟฟฟฟ

      ไว้สูดกาวได้เยอะกว่านี้แล้วเราจะมาแต่งอีกนะคะ //โค้ง
      #2-1
  17. #1 X.U.
    วันที่ 29 ธันวาคม 2558 / 22:30
    อยากอ่านคู่นี้มานานแล้ว ฟินอ่ะไรท์ >///<
    #1
    1
    • #1-1 Erakise
      30 ธันวาคม 2558 / 00:43
      ขอบคุณค่าาาา
      ถ้ามีคนอยากอ่านแบบนี้ดีใจมากค่ะ ซึ้งงงง ฟฟฟฟฟฟฟฟ
      ไว้มีกาวมาสูดอีกเมื่อไหร่จะแต่งเพิ่มอีกนะคะ :D
      #1-1