คัดลอกลิงก์เเล้ว

ยอดวิวรวม

432

ยอดวิวเดือนนี้

2

ยอดวิวรวม


432

ความคิดเห็น


6

คนติดตาม


12
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  15 ก.ค. 62 / 19:33 น.
นิยาย [TWICE] PERFECT #MelodyOfMiChaeng [TWICE] PERFECT #MelodyOfMiChaeng | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้

“PERFECT”

 

#MelodyOfMiChaeng

 

เพลงที่เป็นแรงบันดาลใจสำหรับเรื่องนี้คือ ‘Perfect’  by  Ed Sheeran

 

 

 

 

 

* คำเตือน * นิยายสั้นจบในตอนเรื่องนี้ถูกแต่งขึ้นมาจากจินตนาการของผู้แต่งเอง โปรดใช้จักรยานในการอ่าน ขอบพระคุณค่ะ

 

เนื้อเรื่อง อัปเดต 15 ก.ค. 62 / 19:33


 

 

            - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -

 

 

          I found a love for me

Darling just dive right in

And follow my lead

Well I found a girl beautiful and sweet  

I never knew you were the someone waiting for me

 

 

เพราะความรัก ก็คือความรัก

 

แล้วความรักมันเป็นแบบไหนกันนะ?

 

สำหรับ เมียวอิ มินะ’ ความรักของเธอนั้นเกือบจะสมบูรณ์แบบ

 

 

ซนแชยองเป็นแฟนสาวที่เด็กกว่าเธอสองปี ทั้งสองคนเจอกันตอนที่แชยองไปเรียนต่อด้านศิลปะที่ญี่ปุ่น ในขณะที่เธอกำลังเรียนต่อปริญญาโทในมหาวิทยาลัยเดียวกัน

 

ทั้งคู่ตกหลุมรักกันและกันได้ไม่ยาก

 

 

.

.

.

 

 

“พี่มินะ วันนี้แชงติดประชุมงานกับลูกค้า กลับค่ำหน่อยนะคะ เย็นนี้พี่มินะทานข้าวก่อนได้เลยนะ”

เสียงใสของแชยองดังขึ้นจากข้างหลัง ทำเอามือสวยที่กำลังจัดข้าวกล่องอยู่ถึงกับชะงัก

“เอ๋?” มินะไม่ได้งงนานนัก ก็ได้รับอ้อมกอดที่แสนอบอุ่น แชยองสวมกอดเธอจากด้านหลังอย่างที่ชอบทำประจำพร้อมเขย่งมาหอมแก้มเธอฟอดใหญ่

“หัวหน้าเพิ่งส่งข้อความมาบอกเมื่อเช้านี้เองค่ะ ขอโทษที่ไม่ได้กลับมากินมื้อเย็นนะคะ วันหลังแชงพาไปเลี้ยงข้าวเนอะ”

“อื้ม... พี่ไม่เป็นไรหรอกค่ะ แชงเถอะ ระวังตัวด้วยนะคะ”

“แล้วจะรีบกลับนะคะ” แชยองคว้ากล่องข้าวกลางวันที่อีกคนมักจะตื่นมาทำไว้ให้เธอเสมอก่อนออกไป มินะยิ้มโบกมือลาจนกระทั่งอีกฝ่ายปิดประตูแล้วถึงได้ถอนหายใจออกมา

 

 

 

.

.

.

 

 

มินะพบแชยองครั้งแรกในโรงอาหารมหาวิทยาลัยศิลปะในเกียวโต ในขณะที่เธอยืนหันรีหันขวางหาที่นั่งเพื่อทานข้าว ผู้หญิงคนนึงก็ฉุดข้อมือให้เธอลงนั่งโต๊ะเดียวกัน

 

 

ผู้หญิงคนนั้นก็คือซนแชยอง

 

 

“คุณมาคนเดียวใช่ไหมคะ?” ภาษาญี่ปุ่นสำเนียงคันไซแบบแปร่ง ๆ ที่แสนน่ารักทำให้มินะสนใจ “ขอโทษที่ต้องดึงแขนคุณ ฉันเห็นคุณยืนถือถาดมองซ้ายมองขวาแบบนั้นมาสักพักแล้ว ฉันนั่งกินคนเดียว เก้าอี้ตรงข้ามยังว่าง คุณสามารถนั่งตรงนี้ได้นะคะ”

 

 

มิตรภาพที่เกิดขึ้นง่าย ๆ พัฒนาไปจนเป็นความผูกพัน และดูเหลือเชื่อที่มันกลายเป็น ความรัก

 

 

ช่วงเวลาสี่ปีที่แชยองอยู่ญี่ปุ่น ทุกอย่างสวยงามและง่ายดาย มินะเรียนจบโทพร้อมทำงานด้านกราฟฟิกดีไซน์ที่ชอบ แชยองเรียนศิลปะและรับทำงานเล็ก ๆ น้อย ๆ ไปด้วย  

 

 

            หากแต่.... ไม่มีอะไรง่ายไปทุกอย่าง

 

 

            แน่นอนว่าความรักนี้ คุณพ่อของมินะค้านหัวชนฝา ในฐานะลูกสาวคนเดียวของแพทย์มือทองระดับประเทศที่เขาฝากความหวังไว้ให้เป็นหน้าเป็นตาของครอบครัว แม้คุณแม่เธอจะช่วยพูดให้ แต่คุณพ่อก็ยังยอมรับแชยองไม่ได้อยู่ดี มินะกับคุณพ่อผ่านการทะเลาะกันนับครั้งไม่ถ้วนจนจบลงด้วยการหอบข้าวของย้ายประเทศมาอยู่เกาหลี อันที่จริงแชยองไม่เห็นด้วยที่เธอหนีทางบ้านมาแบบนี้หรอก แต่ก็ต้องเลยตามเลย..  

 

 

            ความโชคดีอย่างแรกคือ คุณแม่ของแชยองเป็นคนที่เข้าใจ ท่านเข้าใจในสิ่งที่ลูกสาวเป็นและรักมินะเหมือนเป็นลูกสาวอีกคน และโชคดีอย่างที่สองคือ เมื่อรู้ว่าแชยองกับมินะจะอยู่ด้วยกันคุณแม่ก็ซื้อคอนโดให้อยู่กันสองคน โดยมีข้อแม้ว่าแชยองต้องหาเงินต่อจากนี้ด้วยตัวเองและต้องดูแลมินะอย่างดี

 

 

            ตกลงว่าคุณแม่รักลูกตัวเองมั้ยคะ.......

 

           

            การใช้ชีวิตร่วมกันเริ่มขึ้นตั้งแต่วันนั้น

 

 

            นี่ก็ใกล้จะครบสองปีที่มินะมาอยู่เกาหลีแล้ว...

 

 

            .

            .

            .

 

 

            “มินะ อาทิตย์หน้าก็ถึงงานแต่งพี่ซูจีแล้วนะ เตรียมชุดไว้ยัง?” เสียงจีฮโยเพื่อนสนิทร่วมแผนก...อันที่จริงเป็นหัวหน้าแผนก ดังขึ้นก่อนที่เจ้าตัวจะเดินมาให้เห็นหน้าเสียอีก

            “ก็แต่งตามธีมสีที่พี่เขาบอกไว้แหละ จะแต่งอะไรมาก เดี๋ยวสวยกว่าเจ้าสาวละแย่เลย”

            “เอ้า สวยก็ดีสิ เผื่อวันนั้นเพื่อนฉันจะได้โดนแฟนขอแต่งงานสักที ฮ่าๆๆๆ”

            “ถ้าแต่งได้แบบคนอื่นเขาก็ดีสิ........”

            “เอ้ย ฉันขอโทษมินะ ไม่ได้ตั้งใจ” จีฮโยเห็นเพื่อนทำหน้าเศร้าก็รีบปลอบ เพราะคำพูดไม่คิดของเธอแท้ ๆ เลย

            “แล้วมินะอยากแต่งมั้ยล่ะ? พี่พร้อมน้า แล้วจะรู้ว่าผู้ชายดียังไง” เสียงรุ่นพี่ผู้ชายที่เดินผ่านมาดังขึ้นจากอีกข้างของโต๊ะ

            มินะยังไม่ทันได้ตอบอะไร จีฮโยก็เดินมาคั่นพร้อมให้คำตอบแทน

            “ไม่เป็นไรค่ะพี่จองฮุน มินะเขาอยากแต่งงานกับคนที่เขารักค่ะ ไม่ใช่กับใครก็ได้เหมือนพี่”

            “เบาหน่อยคนสวย คิดว่ามีแฟนเป็นท่านประธานแล้วจะพูดแบบนี้ได้เหรอ? ความรักแบบพวกเธอมันจะไปยั่งยืนมั่นคงอะไรในประเทศนี้ สิทธิ์อะไรก็ไม่มี อีกคนจะทิ้งไปตอนไหนก็ไม่รู้ เธอก็ต้องคิดเผื่อไว้หน่อย นี่เป็นห่วงน้องนะเนี่ย”

            “ไม่ได้คิดแบบนั้นหรอกค่ะ” จีฮโยยกยิ้มมุมปาก “แต่ตอนนี้พี่ควรรู้ไว้ว่าท่านประธานยืนอยู่ข้างหลัง”

 

 

            แรงตบบนบ่าทำจองฮุนหน้าถอดสี

 

 

            “ที่คุณพูดมันก็ถูกบางส่วนนะคะ คุณจองฮุน แต่ฉันว่าทัศนคติของคุณอาจจะมีอะไรที่ต้องปรับนิดนึง เย็นนี้รบกวนพบฉันที่ห้องด้วยค่ะ นี่เป็นห่วงนะคะเนี่ย” ยูจองยอน ประธานบริษัทโฆษณาที่ตอนนี้เป็นที่รู้กันว่ารักกันอยู่กับหัวหน้าแผนกพัคจีฮโย เมื่อมินะเงยหน้าไปมองก็เจอจองยอนยิ้มแล้วขยิบตามาให้สองสาวหนึ่งทีก่อนจะหมุนตัวเดินกลับไป

 

 

            ลำบากหน่อยนะจองฮุน...

 

 

 


            .

            .

 



 

 

            “แชยองอา ช่วยแก้งานให้พี่อีกรอบสิคะ รอบสุดท้ายแล้วจริง ๆ นะ พี่ไหว้ล่ะ ลูกค้าจะกินหัวพี่แล้ว” อิมนายอนเดินมาเกาะเก้าอี้แชยองเขย่าจนไม่เป็นอันทำงานทำการ

            “พี่อ่ะ บอกว่ารอบสุดท้ายมาหลายครั้งแล้วนะคะ จนฉันจะsaveชื่อไฟล์ว่าสุดท้ายของสุดท้ายของสุดท้ายของสุดท้ายแล้วเนี่ย...”

            “ก็ลูกค้าเขาขอแก้แบบอ้ะ...” เห็นพี่สาวคนสนิท(แกล้ง)ทำหน้าหงอยปากยู่ก็ต้องยอมแก้ให้อยู่ดี

            “ก็ได้ แต่พี่ต้องรอให้ฉันทำงานนี้เสร็จก่อนนะคะ ต้องใช้เย็นนี้ด้วย”

            “เย้~ แชยองคนดีที่หนึ่งเลย!! มามะจุ๊บที”

            “พอ หยุดดดดด” รีบเอาสองมือยันหน้าพี่ไว้ทันก่อนปากอีกคนจะถึงแก้ม

            “ทำไมล่ะ มินะไม่ว่าหรอกน่า คนกันเอง”

            “ฉันไม่ได้กลัวพี่มินะว่า แต่ฉันกลัวพี่ซานะจะเตะอ่ะดิ”

            “ซานะไม่ทำงั้นหรอก” นายอนยืนอมยิ้ม

            “เพราะฉันจะขอจุ๊บด้วยต่างหาก!!” เสียง มินาโตซากิ ซานะ แฟนสาวของนายอนที่อยู่คนละแผนกดังขึ้นข้างหลัง ก่อนที่แชยองจะรู้สึกตัวว่าโดนแขนของสองรุ่นพี่รัดไว้แน่น

 

 

          ไม่รอดแล้วล่ะซนแชยอง....

 

 

 

            “ถ่ายรูปตอนจุ๊บส่งให้มินะดูดีกว่า” นายอนเสนอ

            “ไม่นะ!! อย่าแกล้งพี่มินะสิคะ”

            “ล้อเล่นหรอกน่า” รุ่นพี่ทั้งสองคนยืนหัวเราะให้กับความซื่อของรุ่นน้อง

            “ชีวิตเธอสองคนดูเรียบ ๆ เงียบ ๆ เนอะ”

อยู่ดี ๆ ซานะก็โพล่งออกมา

            “หืม? ยังไงคะพี่ซานะ”

            “ก็วัน ๆ เห็นพวกเธอทำงาน กลับบ้าน ทำงาน กลับบ้าน เหมือนวนอยู่แค่นี้อ่ะ”

            “ตั้งแต่พวกเธอคบกันมานี่พี่ยังไม่เคยเห็นแชงสวีทกับมินะเลยสักครั้ง รู้ว่ารักกันแต่ไม่เคยเห็นแสดงออกบ้างเลย” นายอนมองหน้ารุ่นน้องนิ่ง

            “ก็......”

            “แชยองอา ในฐานะที่พี่รู้จักเธอตั้งแต่เด็ก พี่เป็นห่วงความสัมพันธ์ของเธอสองคนนะ”

            “ทำไมล่ะคะ?”

            “ชีวิตคู่ที่ไม่มีเรื่องตื่นเต้น ไม่มีกิจกรรมร่วมกัน ไม่มีเรื่องมาให้ได้ทบทวนความรู้สึกที่คนสองคนมีให้กันน่ะ อันตรายอยู่นะ”

            นายอนพูดอย่างจริงจังโดยมีซานะยืนพยักหน้ารับอยู่ข้าง ๆ

            “ถามจริงนะแชยอง ได้ไปเที่ยวกันมั่งมั้ย?”

           

 

            แชยองนั่งนึก ครั้งสุดท้ายที่ได้เที่ยวกันก็คือก่อนจะกลับมาทำงานที่เกาหลี วันนั้นเธอพามินะไปสวนสนุกที่โอซาก้า มินะชอบที่นั่นมาก เธอสองคนอยู่ด้วยกันหัวเราะกันทั้งวัน

 

 

            “เท่าที่นึกได้ก็นานอยู่นะคะ”

            “เนี่ย ไปเที่ยวบ้างก็ได้ ตั้งแต่เธอเข้าบริษัทมาพี่ก็เห็นเธอทำแต่งาน ไม่ไปไหนเลย”

            “ก็อยากไปนะคะ แต่ฉันก็อยากทำงาน อย่างน้อยพอมีเงินเก็บก็อยากซื้อของขวัญให้พี่มินะสักอย่าง”

“ที่ทำทุกวันนี้ก็เพื่อมินะล่ะสิ... เธอเนี่ยรักแฟนดีเหลือเกินนะ อิจฉามินะเลยอ่ะ”

            “อ้าว! เดี๋ยว! พี่นายอนคะ พูดแบบนี้แปลว่าฉันยังดีไม่พอใช่มั้ยอ่ะ?” ซานะเบะก่อนจะเดินหนีไป

            “เอ้ย! ไม่ใช่ ซานะ พี่ไม่ได้ตั้งใจหมายความว่าแบบนั้นสิ ซานะ เดี๋ยวก่อน”

 

 

            แชยองมองนายอนที่ออกวิ่งตามซานะไปแล้วเกาคางอย่างใช้ความคิด

 

           



 

            - - - - - - - - - - - - - - - - - - -

 

 

 



 

          “I found a woman, stronger than anyone I know

She shares my dreams, I hope that someday

I'll share her home

 

 

 

 

“พี่มินะคะ” เสียงเรียกดังขึ้นพร้อมเสียงกุกกักจากห้องเก็บของ “แชงรบกวนหน่อย พี่มินะหยิบไขควงตรงเคาท์เตอร์มาให้แชงที่ห้องเก็บของที”

“นี่ค่ะตัวเล็ก แล้วนี่ทำอะไรคะ?”

“ต่อชั้นเก็บของค่ะ รู้สึกของมันเยอะเกินไปหน่อย พอวางกอง ๆ กันแล้วมันก็ยิ่งหายาก ทำชั้นวางไว้ อย่างน้อยก็เก็บง่ายหยิบง่าย”

“แล้วไม่เรียกพี่ล่ะ พี่ก็ช่วยได้นะ”

“แชงเห็นพี่อ่านหนังสือไม่กล้ากวนอ่ะ แต่เมื่อกี้แชงจับไม้อยู่ทิ้งไม่ได้เลยต้องเรียกพี่ ขอโทษทีนะ”

“ไม่เห็นเป็นไรเลย ไหน เดี๋ยวพี่ช่วยจับ” แชยองรับไขควงไปก่อนที่มินะจะขยับไปจับแผ่นไม้ไว้ให้แทน

“พี่มินะหนักก็บอกแชงนะ”

“ไม่สักนิด” มินะส่ายหน้ารัว ๆ อย่างน่ารักจนคนเด็กกว่าต้องก้มไปหอมสักฟอด

“คนเก่งของแชง”

“แล้วนี่ทำงานเสร็จแล้วเหรอคะ? เห็นตื่นมาเปิดคอมฯทำงานตั้งแต่เช้าแน่ะ”

“ยังไม่ 100% หรอกค่ะ แต่เสร็จไปหลายส่วนแล้ว ขอพักทำงานบ้านหน่อย ปล่อยพี่ทำคนเดียวเดี๋ยวพี่เหนื่อย” แชงยืดตัวขึ้นหลังจากจัดการชั้นเก็บของเสร็จแล้ว “อย่างน้อยก็ให้แชงใช้เวลากับแฟนบ้าง”

“ปากหวานนะเรา”

“ชิมบ่อยเลยสิ” แชยองยักคิ้วก่อนใช้สองมือโอบเอวคนรักแล้วดึงเข้ามากอดไว้

“แพรวพราวขึ้นนะคะเดี๋ยวนี้ เสือน้อยจอมซึนหายไปไหนแล้ว”

“พี่นายอนกับพี่ซานะสอนมาค่ะ”

“อย่าไปเอาอย่างคู่นั้นมากนะคะ เวลาได้ยินสองคนนั้นจีบกันแล้วขนลุก” มินะหัวเราะ

“แล้วให้แชงทำไงดีอ่ะ? บางทีแชงก็ไม่รู้จะทำยังไงให้พี่มินะรู้สึกดี แชงกลัวเหมือนกันนะว่าแชงจะทำให้พี่มินะเบื่อ กลัวพี่มินะไม่มีความสุข”

 

มินะยกมือลูบแก้มคนตรงหน้าเบาๆ

 

“ก็เป็นแชง ซนแชยอง เป็นคนที่ดีเสมอต้นเสมอปลายกับพี่แบบนี้ ตั้งแต่วันแรกที่รู้จักกันจนถึงตอนนี้ คือทั้งหมดที่พี่พอใจค่ะ และการได้อยู่กับแชงแบบนี้พี่ก็มีความสุขมาก ๆ แล้ว  อย่าคิดมากนะคะเด็กน้อย”

“แชงไม่ใช่เด็กน้อยแล้วนะ ทำงานแล้ว และจะดูแลพี่ให้ได้ด้วย”

“แชงพูดผิดแล้ว” มินะยิ้ม “ไม่ใช่แชงดูแลพี่สักหน่อย เรา ดูแลกันและกัน ต่างหาก”

ทั้งสองคนระบายยิ้มออกมาบาง ๆ ก่อนจะเลื่อนหน้าเข้าหากัน

 

 

 

ขอแค่เรามีกันและกันแบบนี้ไปเรื่อย ๆ เลย

 


 

.

.

.

.





 

 

ภาพซูจีในชุดเจ้าสาวแสนสวยยังคงติดตามินะอยู่ แม้ตอนนี้เธอจะเดินออกมาจากงานแล้วก็ตาม ใบหน้าที่เปื้อนรอยยิ้มตั้งแต่วินาทีแรกของงานจนถึงตอนที่บอกลาแขกเพื่อเดินควงแขนเจ้าบ่าวเข้าไปนั้นทำให้มินะประทับใจ

 

 

คนที่ได้อยู่ในชุดแต่งงานดูมีความสุข

 

 

อันที่จริงตอนนี้เธอเองก็มีความสุข

 

 

แต่เธอกลับรู้สึกเหมือนยังขาดอะไรไปอีกเล็กน้อย มันถึงจะสมบูรณ์

 

 

มินะนั่งใจลอยไม่นานนักเสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น

 

 

มินะจางงงงงงงงงงงงงง เสียงอันเป็นเอกลักษณ์ของเพื่อนสนิทดังลั่นทันทีที่กดรับ

“ว่าไงจีฮโย”

จองยอนบอกว่าที่เธอลางานไว้สี่วัน เขาบอกให้เธอหยุดวันจันทร์เพิ่มอีกวันนึงนะ เพราะวันจันทร์จองยอนว่าจะให้บริษัทหยุดพอดี

“งั้นเหรอ ขอบใจที่โทรบอกนะ”

ไปเที่ยวให้สนุกนะ ฝากบอกแชยองว่าขอของฝากด้วย

“จองยอนบอกล่ะสิ” มินะหัวเราะ “ไม่มีปัญหา ฉันจะบอกให้นะ”

เจอกันอาทิตย์หน้า เดินทางปลอดภัยนะ

“จ้า~ เจอกัน”

 

.

.

 

 

หลายวันก่อน ระหว่างกลับจากบ้านพักพิงของหมาแมวจรจัด อยู่ดี ๆ แชยองก็บอกเธอว่าจะไปเที่ยวกัน ขอให้เธอลางานสักสี่วัน แล้วเจ้าตัวก็ออกไปหาซื้อเตรียมของใช้อย่างตื่นเต้น ปล่อยให้เธอยังงง ๆ กับชีวิตว่าจะพาเธอไปไหนอะไรยังไง

 

 

เห็นอีกคนดูตื่นเต้นและมีความสุขขนาดนั้นเธอก็ไม่คิดจะไปขัดเขาหรอก

 

 

“แชงคะ”

“ขา?” เสียงขานรับโดยที่เจ้าตัวยังไม่เงยหน้าออกมาจากกระเป๋าเดินทาง

“ตกลงว่าเราจะไปไหนกันคะ? ไม่บอกพี่สักที จะเดินทางวันพรุ่งนี้แล้วเนี่ย”

“ญี่ปุ่น โอซาก้า” เสียงใสตอบพร้อมเงยหน้ามาส่งยิ้มแป้นแล้นให้

“ห๊ะ?!!

“ไปสวนสนุกที่โอซาก้าไงคะ ที่เราไปกันเมื่อสองปีก่อน แล้วแถวนั้นถิ่นพี่ซานะ เขาแนะนำมาเยอะแยะเลย”

“เอ่อ..........” มินะเงียบไปจนแชยองลุกขึ้นมานั่งข้าง ๆ

“พี่ไม่อยากไปเหรอ? งั้นเดี๋ยวเปลี่ยนไปที่อื่นก็ได้ ที่ ๆ พี่อยากไป”

“ทำไมแชงไม่บอกพี่ตั้งแต่แรกคะ?”

“แชงแค่อยากให้พี่ตื่นเต้น” คนเด็กกว่าทำหน้าหงอย “พี่ชอบเที่ยวสวนสนุก แต่ว่าตั้งแต่เรามาเกาหลีแชงยังไม่เคยพาพี่ไปไหนเลย และครั้งล่าสุดที่เราไปกันสองคนคือที่โอซาก้า มันก็สองปีมาแล้ว แชงอยากพาพี่กลับไปเที่ยวที่นั่น.... คือแชงขอโทษ แชง---”

 

แชยองพูดไม่จบประโยคเพราะปากโดนปิดไว้ด้วยปากนุ่มของอีกคน 


เพียงชั่วครู่ก่อนจะผละออกมาแล้วจับมือกันไว้แน่น

 

“พี่ก็ขอโทษ พี่รู้แล้วว่าที่ ๆ จะไปมีความหมายกับแชง มีความหมายกับพี่”

มินะส่งยิ้มที่เต็มไปด้วยความรักให้คนตรงหน้า “เราไปเที่ยวกันนะคะ”

 

 


.

.

 


 

แชยองดูตื่นเต้นมากจริง ๆ ที่จะได้ไปเที่ยวกันสองคน เขานั่งเปิดนั่นจดนี่หลังจากที่ถามซานะมาแล้วว่าไปเที่ยวไหนดี เพื่อนสาวชาวโอซาก้าของเธอก็ใจดีมาก ร่ายยาวมาเป็นหางว่าวจนคิดว่าแค่สี่ห้าวันอาจจะไม่พอ....

อันที่จริงมินะเองก็ตื่นเต้น การไปญี่ปุ่นมันก็เหมือนเธอได้กลับบ้าน แม้จะไม่ได้กลับบ้าน.....ที่เป็นบ้านจริง ๆ ของเธอก็ตาม

 

 




 

 

สองวันแรกพวกเธอสองคนแทบหมดพลังไปกับสวนสนุกและเดินไหว้ศาลเจ้า มินะจำไม่ได้ว่าเธอกับแชยองไม่ได้หัวเราะเต็มที่แบบนี้มานานแค่ไหนแล้ว

 

วันที่สามแชยองมีแพลนจะพาเธอไปเที่ยวพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำก่อนจะต่อด้วยชิงช้าสวรรค์ยักษ์ มินะแอบสังเกตว่าอีกคนแต่งตัวเรียบร้อยกว่าปกติและดูกังวล

 

 

“ร้อนแบบนี้ใส่สูททับเสื้อยืดเหรอคะ?” ระหว่างนั่งกันอยู่ในคาเฟ่แถว ๆ พิพิธภัณฑ์ มินะยื่นมือไปช่วยจัดปกเสื้อให้เข้าที่ “หรือนัดใครไว้?”

“เอ่อ......” แชยองยิ้มแห้งพร้อมเหงื่อแตกพลั่ก ไม่รู้ตื่นเต้นหรือร้อนกันแน่ “ปิดพี่ไม่เคยได้เลย จริง ๆ ก็นัดไว้ค่ะ”

“นั่นไง นัดซานะหรือนัดใครไว้คะ?”

“ไม่ใช่พี่ซานะหรอกค่ะ และคนที่นัดก็มาถึงแล้วด้วย” แชยองยืนขึ้นมองไปทางประตู ทำให้มินะหันตามไป

 

 

วินาทีนั้นเหมือนโลกทั้งใบของมินะหยุดลงไปแวบนึง

 

 

ภาพคุณพ่อกับคุณแม่ของเธอกำลังเดินเข้ามาในร้านมันกลายเป็นภาพสโลว์ในหัว ถ้าจะพอนึกภาพออกน่ะนะ สองปีที่เธอแทบไม่ได้ติดต่อกลับไป ด้วยทิฐิและความเจ็บปวดในใจที่มีต่อคุณพ่อ มีเพียงส่งข้อความหาคุณแม่ในนาน ๆ ครั้ง แต่ไม่เคยกลับบ้านมาพบหน้าพวกท่านสักที

 

 

จนในวันนี้

 

 

“ซนแชยอง!” ทันทีที่ตั้งสติได้ มินะหันไปเรียกอีกคนเบา ๆ แต่ไม่กี่อึดใจคุณพ่อคุณแม่ก็เดินมาถึงพวกเธอ

“มินะ” เป็นคุณแม่ที่เอ่ยเรียกชื่อเธอก่อน สิ้นเสียงอบอุ่นที่คุ้นเคย มินะโถมตัวเข้ากอดผู้หญิงตรงหน้าก่อนจะปล่อยโฮออกมา ทั้งรู้สึกผิด ทั้งคิดถึง ทุกความรู้สึกที่ตกตะกอนอยู่ในใจมันชัดเจนขึ้นมาทันที

 

 

ส่วนที่ยังไม่สมบูรณ์

 

 

“ดูดีกันนะ” เสียงของผู้เป็นพ่อเอ่ยขึ้น เมื่อมินะมองไปก็พบว่าคุณพ่อไม่ได้กำลังมองเธอ หากแต่กำลังมองไปที่แชยอง

“คุณพ่อ....” เสียงเรียกที่เบาจนแทบจะกลืนหายไปกับสายลม มินะขยับตัวไปอยู่ระหว่างทั้งสองคนเผื่อจะเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้น

 

 

แล้วก็เป็นแชยองที่เดินเข้ามาหาก่อนจะคุกเข่าคำนับคุณพ่อคุณแม่ของเธอ

 

 

มินะตกใจมาก เมื่อขยับตัวไปหาแชยอง คุณแม่เธอกลับดึงไว้พร้อมส่งยิ้มมาให้

 

 

“อย่างที่คุณพ่อคุณแม่ได้รับรู้มาตลอด และวันนี้ ฉันจะขออนุญาตจากคุณพ่อคุณแม่อย่างเป็นทางการค่ะ” สำเนียงภาษาญี่ปุ่นที่มินะไม่ได้ยินแชยองพูดมานาน มันน่ารักเสียจนเธอแอบเห็นคุณพ่อหลุดยิ้มมุมปาก

 

 

 

แต่....เดี๋ยวนะ

 

 

 

“เดี๋ยวค่ะ” มินะโพล่งขึ้นมาก่อนที่คุณพ่อเธอจะพูดอะไร “เมื่อกี้แชงบอกว่ารับรู้มาตลอด หมายความว่ายังไงคะ?”

“บอกมินะเถอะลูก ยังไงก็ต้องบอกที่มาที่ไปอยู่ดี” คุณแม่ผู้ใจดีหันไปบอกแชยอง

“คือว่า” แชยองกลืนน้ำลายอึกใหญ่ “ก่อนที่พี่มินะจะไปเกาหลี ฉันได้คอนแทคไว้ติดต่อกับคุณแม่ก่อนแล้ว”

มินะหรี่ตามอง

“ฉันรู้ว่าพี่ไม่ได้ติดต่อคุณพ่อคุณแม่เท่าไหร่ ฉันเลยคอยส่งรูปคอยรายงานความเป็นอยู่เวลาพี่อยู่กับแชงให้คุณแม่รับรู้ แล้วคุณแม่ก็เอาไปบอกคุณพ่ออีกที”

“ที่จริงตอนแรกพ่อเขาก็ไม่อยากรู้ ไล่แม่ตลอด” คุณแม่เสริม “พอนาน ๆ เข้าเขาก็คิดถึงลูกมาก คอยมาถามหารูปลูกจากแชงตลอด เขาเริ่มเปิดใจ”

“ตอนที่แชงจะพาพี่มาเที่ยว แชงก็คิดว่าอยากพาพี่กลับบ้าน” แชยองยิ้มก่อนจะหันไปมองหน้าคุณพ่อของเธอ “แชงอยากทำให้ถูกต้อง อยากให้พี่มีความสุข”

“ที่จริงพ่อต้องบอกว่า....พ่อขอโทษ...” เสียงทุ้มที่อบอุ่นดังขึ้นหลังจากเงียบฟังอยู่นาน “พ่อขอโทษนะ มินะ

 

หลังคำขอโทษนั้น มินะก็ร้องไห้แล้วกอดคุณพ่อไว้แน่น อ้อมกอดที่เธอคิดถึงที่สุด คนที่เธอคิดว่าเขาใจดีกับเธอที่สุด จนถึงวันที่เธอคิดว่าเขาใจร้ายกับเธอที่สุด ในวันนี้เธอเข้าใจแล้วว่าสิ่งที่เธอรู้สึกว่าหายไปคืออะไร

 

 

 

คำว่าครอบครัวได้กลับมาเกือบสมบูรณ์แล้ว

 

 

เกือบ

 

 

เพราะมันยังต้องมีอะไรอีกนิดนึง

 

 

 

- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -

 

 

 

หลังจากใช้เวลาพูดคุยกับคุณพ่อคุณแม่อยู่หลายชั่วโมง ท่านทั้งสองก็กลับไปพร้อมคำสัญญาของแชยองว่าจะให้มินะกลับบ้านบ่อย ๆ และแชยองยังชวนให้คุณพ่อคุณแม่ไปเกาหลีบ้าง ซึ่งทั้งสองท่านก็รับปาก

 

“ยิ้มอะไรคะ?” มินะหันไปถามคนตัวเล็กที่ยืนยิ้มค้างอยู่ข้าง ๆ

“มีความสุขก็ยิ้มไงคะ”

“ไม่ต้องเลย เดี๋ยวกลับไปต้องคิดบัญชีหน่อย แอบถ่ายรูปพี่ แอบส่งข่าวพี่เป็นปี ๆ ได้ยังไง แล้วนี่แอบอะไรพี่ไว้อีกรึเปล่า?”

“ไม่มีแล้วค่ะ ไม่มีอะไรแอบซ่อนไว้แล้ว สาบานเลย กลับไปแชงยอมให้พี่ทำโทษก็ได้ แต่อย่างน้อยแชงก็ทำให้พี่คืนดีกับคุณพ่อคุณแม่ได้แล้ว จะทำโทษได้ลงคอเหรอคะ?”

“ต้องทำโทษค่ะ ต้องทำตามคำสั่งพี่ทั้งอาทิตย์แบบห้ามเถียง โอเคนะ”

“ห....ห้ามเถียง”

“ใช่ ห้ามเถียง”

“ก็ได้” เสือน้อยคอตก

“น่ารักมาก” ได้แกล้งคนรักมินะก็อารมณ์ดี “แล้วแชงจะพาพี่ไปไหนต่อดีคะ นี่ก็เย็นจนฟ้าจะมืดแล้ว”

“ไปค่ะ” คนตัวเล็กกว่าเงยหน้ามากุมมือเธอไว้แน่น “แชงจัดการไว้แล้ว ไปกันเถอะ”

 

 

 

ใกล้ ๆ กับชิงช้าสวรรค์ยักษ์ก็มีตึกสูงชมวิวได้ บรรยากาศดีใช้ได้อยู่

 

 

 

“ซานะแนะนำที่นี่เหรอคะ รู้จักที่ดี ๆ เหมือนกันนะเนี่ย”

“ช่ายยยย พี่ซานะเขาเคยมาก่อนแล้วตอนพาพี่นายอนมาขอ.. เอ้ย! มาเที่ยวกันน่ะ”

“อะไรนะคะ” มินะได้ยินไม่ชัด “ซานะพาใครมา เดี๋ยวไปฟ้องพี่นายอน”

“ก็พี่นายอนแหละค่ะ” แชยองหัวเราะ “พี่ซานะเขาจริงจังกับพี่นายอนคนเดียวนะคะ อย่าไปทำครอบครัวเขาแตกแยกสิ”

“แล้วแชยองล่ะคะ?” มินะนั่งเท้าคางมองคนตรงหน้า

“คะ? แชงเหรอ?” เด็กน้อยทำหน้าเหวอ ก่อนจะหัวเราะใส่อีกรอบ “หลายปีที่ผ่านมาแชงก็จริงจังนะ กับพี่คนเดียวเลย แชงมีพี่คนเดียวนะคะ”

 

 

แชยองสูดลมหายใจลึก ๆ ก่อนจะพ่นออกมาช้า ๆ

 

 

เอาวะ แชงเว้ย ไทม์มิ่งมันได้ ต้องตอนนี้แหละ

 

 

 

“และ” แชยองเดินอ้อมโต๊ะไปคุกเข่าอีกครั้ง ข้าง ๆ มินะ “แชงก็จะขอมีพี่คนเดียวตลอดไป”

กล่องสีเขียวมิ้นท์ถูกหยิบขึ้นมาจากไหนมินะก็ไม่ทันได้มอง แต่ข้างในคือแหวนวงเล็ก ๆ ที่เรียบง่ายแต่ประดับได้สวยงาม

 

น้ำตาของมินะที่เหมือนจะแห้งไปเมื่อตอนบ่ายก็เอ่อขึ้นมาอีกครั้ง

 

 

“ ♪ We are still kids, but we're so in love

Fighting against all odds

I know we'll be alright this time

Darling, just hold my hand.  

Be my girl, I'll be your man

I see my future in your eyes ♪ 

 

 

เพลงโปรดของเธอทั้งสองคนถูกขับขานออกมาจากปากของแชยอง

 

ก็รู้หรอกว่าคนรักของเธอร้องเพลงเพราะ แต่ไม่เคยคิดว่าจะเพราะขนาดนี้

 

 

ในตอนนี้

 

 

“เราสองคนก็อยู่ด้วยกันมานานแล้วเนอะ อยู่ด้วยกันเกือบจะตลอดเวลาเลย แชงมีความสุขมาก ๆ นะคะที่เราได้อยู่ด้วยกัน แต่มีอย่างนึงที่มันติดค้างในใจแชงมาตลอด วันนี้แชงได้ทำสำเร็จไปแล้วอย่างนึงก็คือการทำให้คุณพ่อของพี่ยอมรับแชงได้ และอย่างที่สองคือสิ่งที่แชงอยากทำเมื่อแชงได้เป็นที่ยอมรับ....”

 

แหวนวงสวยถูกหยิบออกมาจากกล่องและยื่นออกมาอยู่ด้านหน้ามินะ

 

 

“พี่เป็นทั้งอดีต และปัจจุบันของแชง” มือนุ่มถูกอีกคนประคองขึ้นอย่างทะนุถนอม “และรบกวนพี่ช่วยเป็น อนาคต ของแชงด้วยนะคะ”

 

 

“แต่งงานกันนะ”

 

 

 

 

มินะไม่รู้หรอกว่าตอนนี้หน้าเธอสภาพเป็นยังไง มันต้องดูไม่ได้เอามาก ๆ เพราะเธอรู้สึกว่าตัวเองเบะแล้วเบะอีก กลายร่างเป็นคนขี้แง น้ำตาแห่งความสุขไหลเป็นน้ำตก ตอนโดนขอแต่งงานก็พูดไม่ออก ได้แต่พยักหน้าใส่แชยองไปรัว ๆ ก่อนที่เขาจะรวบตัวไปกอดไว้แน่น

 

“แหวนวงนี้แชงออกแบบเองเลยนะ วงเดียวในโลกให้พี่คนเดียว ชอบมั้ยคะ?”

คนขี้แงพยักหน้ารัว ๆ อีกครั้ง โดยที่ใบหน้ายังซุกอยู่ในอ้อมกอดแชยอง

“แชงรักพี่นะคะ”

“พี่ก็รักแชงค่ะ”

 

 

มินะตอบด้วยเสียงอู้อี้ก่อนที่แชยองจะโน้มใบหน้าเข้ามามอบจุมพิตที่แสนหวานให้

 

 

 

Now I know I have met an angel in person

And she looks perfect

I don't deserve this

You look perfect tonight

 

 

.

.

 

 

ความรักเป็นแบบไหนกันนะ?

 

 

เชื่อว่าแต่ละคนมีคำตอบในใจอยู่แล้วล่ะ

 

 

เพราะความรัก ก็คือความรักยังไงล่ะ

 

.

.

.

 


"แด่ทุกความรักบนโลกใบนี้"  -Empty_Nj-

 

 




- THE  END -










ขอขอบคุณทุกคนที่เข้ามาอ่านนะคะ 

หวังว่าจะทำให้บันเทิงได้บ้าง ติชมได้ตามสะดวก 


ขอบคุณมาก ๆ ค่ะ


ผลงานอื่นๆ ของ Empty_NJ

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

6 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 17 กรกฎาคม 2562 / 18:55

    อุแงงงงงงงงงงงงงง อบอุ่นและหวานซึ้งมากๆเลยค่ะ

    อะไรที่เหมือนจะเพอร์เฟ็คแต่มันก็ยังขาดหาย

    สุดท้ายก็ได้เติมเต็มเสียที สมกับชื่อเพลงที่เป็นแรงบันดาลใจค่ะ

    ฟิคละมุนมีครบทุกรส (เว้นบู๊ 5555555555) ตามสไตล์ไรเตอร์เลยค่ะ

    ขอบคุณสำหรับมิแชงอุ่นๆเรื่องนี้นะคะ

    ปล. อยากอ่านจองจีค่ะ กรี๊ดดดดดดดดดด ><

    #6
    0
  2. #5 Pikajuukambee
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2562 / 09:09

    มีครบทุกรสเลยค่ะ เป็นความสมบูรณ์จริง ๆ

    #5
    0
  3. วันที่ 14 กรกฎาคม 2562 / 23:04

    ช่วงกลางเรื่อง แอบกลัวจะดราม่าเบาๆ แต่โดดมาก็สดใสขึ้นไปอีกหลังพากันไปหาพ่อแม่มินะ ฮือออ น่ารักกกกกก สนุกมากเลยค่ะไรท์ ><

    #4
    0
  4. #3 TaTRV (@taorvv44) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2562 / 22:05
    อหหหหหหหหหหหหหหหหหหดีมากกกก ฟุ้งมากก อบอุ่นไปหมดด ฮือออ
    #3
    0
  5. #2 TaTRV (@taorvv44) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2562 / 22:04
    อหหหหหห มู้ดฟุ้งๆนี่มันอะไรรรร ให้ฟิลอบอุ่นไปหมดดด ดีมากก ฮืออออออ
    #2
    0
  6. วันที่ 14 กรกฎาคม 2562 / 22:00
    ขอบคุณที่แต่งเรื่องราวน่ารักๆออกมานะคะ
    #1
    0