คนที่ฟ้ากำหนด [Fic หลวงสรศักดิ์ x แม่เกศสิริน]

ตอนที่ 14 : บทที่ ๑๓

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,458
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 111 ครั้ง
    3 มิ.ย. 62

บทที่ ๑๓

เกศสิรินค่อยๆ ลืมตาขึ้นมาก่อนจะลองขยับตัวและพบว่าเธอถูกมัดไว้อยู่เธอจำได้ว่าขณะกำลังกลับเรือนระหว่างทางมีคนพายเรือมาหยุดข้างๆ ก่อนจะเข้ามาทำร้ายเธอและพวกบ่าวก่อนที่มันจะทำให้เธอสลบแล้วก็ไม่รู้สึกตัวกระไรเลย

เธอมองไปรอบๆ มันเหมือนเป็นเรือนร้างเก่าๆ แบบในหนังสยองขวัญไทยอย่างไรอย่างนั้น มันคือที่ไหนกันแน่เนี่ย

 “รู้สึกตัวแล้วฤๅแม่หญิงเกศสิริน” เกศสิรินหันไปมองทางต้นเสียงก็พบว่าเจ้าของเสียงคือหลวงสุรสาครกับขุนนางไทยคนหนึ่งที่เธอไม่รู้จัก

“หลวงสุรสาคร...”

“หึ ยังดีที่ยังจำข้าได้รู้สึกเป็นเกียรติมากเสียจริง”

“ต้องการกระไร” เกศสิรินถามอย่างไม่อ้อมค้อม หลวงสุรสาครเลิกคิ้วก่อนจะเหยียดยิ้มออกมา

“ข้าฤๅ...ข้าก็ต้องการตำแหน่งออกญาคลังอย่างไรเล่า แต่มันก็เป็นเพราะออเจ้า!” ฟอลคอนขึ้นเสียงดังใส่เกศสิรินจนเธอสะดุ้ง

“ข้าอุตส่าห์วางแผนให้เขาตายแต่ออเจ้าก็ดันเข้ามาแส่ไม่เข้าเรื่อง ทำให้ข้าอดได้ตำแหน่งออกญา!

“...แม้ว่าออกญาคลังจักเป็นผู้มีพระคุณกับท่าน ท่านก็ยังคิดจะกำจัดฤๅ ไม่ได้รู้ซึ้งถึงบุญคุณของคุณลุงขุนเหล็กเลยฤๅไร!

“เฮอะ บุญคุณไม่ได้ทำให้ข้ามีเงินทองมากมายไม่ได้มีอำนาจมากมายนักดอก”

ไม่อยากจะเชื่อว่าคำพูดนี้จะมาจากปากฝรั่งที่ไม่มีหัวนอนปลายเท้าแต่เพราะออกญาโกษาเหล็กเห็นแววจึงคอยสั่งสอนการงานให้ รักเหมือนลูกเป็นห่วงเป็นใยแต่สิ่งที่ออกหลวงสุรสาครคิดได้แค่เพียงต้องการอำนาจที่จะเป็นใหญ่ในแผ่นดินนี้เท่านั้นเอง

...ช่างน่าสงสาร

“ท่านนี้มัน...เลวซะยิ่งกว่าที่ข้าคิดไว้เสียอีก ท่านไม่คิดบ้างฤๅว่าต่อไปลูกหลานในกาลข้างหน้าเขาจะคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องที่ท่านทำว่าอย่างไร”

“ข้าไม่สนใจดอกเพราะเรื่องในวันนี้มีแค่ข้า เจ้า แล้วก็พระยาราชบังสันผู้นี้ที่รู้เห็น” หลวงสุรสาครยักไหล่อย่างไม่สนใจ แต่สิ่งที่เกศสิรินสนใจคือขุนนางอีกผู้ที่ยืนอยู่ พระยาราชบังสันพ่อของแม่รัตนาก็ร่วมมือกับเขาด้วย

“ท่านคือพระยาราชบังสันเหตุใดท่านถึง...” เกศสิรินยังไม่ทันถามจบพระยาราชบังสันก็ชิงตอบเสียก่อน

“เพราะพวกขุนนางไทยมันโง่อย่างไรเล่าข้าก็เลยคิดว่าหากมีการเปลี่ยนแปลงบ้านเมืองก็อาจจะดีขึ้น” พระยาราชบังสันตอบอย่างไม่สะทกสะท้านใดๆ ทำให้เกศสิรินอ้าปากค้างไม่อยากเชื่อว่าในยุคนี้ยังมีคนเห็นว่าการยกเมืองให้ฝรั่งมันเป็นเรื่องดี แถมคนที่คิดเป็นขุนนางชั้นผู้ใหญ่เสียด้วย

“ตะ—แต่ท่านจะได้กระไรละ นี่มันไม่ต่างจากขายบ้านเมืองเราให้ฝรั่งเลยนะ!

พระยาราชบังสันมองแม่หญิงเกศสิรินด้วยแววตาสมเพชก่อนจะแสยะยิ้ม

“ก็...ขุนหลวงอย่างไรเล่า”

อย่างไรเสียถ้าหากบ้านเมืองต้องตกเป็นของฝรั่งเศสจริงแต่คนสยามก็ต้องมีขุนหลวงที่เป็นคนสยามปกครอง ดังนั้นเขาจึงร่วมมือกับฝรั่งฟอลคอนที่จะช่วยให้กรุงศรีฯ เปลี่ยนมานับถือศาสนาคริสต์ทั้งหมดเขาจึงให้ลูกสาวแต่งงานกับขุนนางฝรั่งเพื่อแสดงให้กษัตริย์เมืองฝรั่งเศสเห็น

แต่แม่รัตนาก็ดันไปรักกับอ้ายลูกนอกคอกของขุนหลวงอย่างหลวงสรศักดิ์ที่เขาได้ยกให้กับออกพระเพทราชาเป็นคนเลี้ยงดู หากหลวงสรศักดิ์มีสิทธิ์ครองบัลลังก์เขาจะไม่ห้ามลูกสาวของเขาเลย แต่ใครๆ ต่างก็รู้ดีว่ามันไม่ใช่แบบนั้นคนที่ขุนหลวงรักและเอ็นดูและดูว่ามีสิทธิ์น่าจะขึ้นครองราชย์ต่อก็คือ พระปีย์ แน่นอนว่าไม่มีคนยอมรับดอกเพราะพระปีย์รูปไม่งามเป็นอ้ายเตี้ยขาเป๋ เขาไม่ยอมให้ลูกมาแต่งกับคนแบบนี้ดอก

“ท่านมันบ้า! ท่านมันเลวเสียยิ่งกว่าที่จะยกบ้านเมืองเราให้คนอื่น ท่านทำได้อย่างไร!” เกศสิรินตะโกนอย่างบ้าคลั่งทำไมคนพวกนี้ถึงน่ารังเกียจแบบนี้ ตัวเองเกิดที่ไทยแต่จะยกบ้านเมืองเราให้คนอื่น ส่วนอีกคนก็เนรคุณไม่รู้ถึงบุญคุณของผู้มีพระคุณ

เพียะ!

“เงียบซะนางตัวดี! ถ้าไม่ใช่เพราะออเจ้าขัดขวางการกำจัดสหายที่สำคัญของขุนหลวงแผนของข้าก็น่าจะสำเร็จไปแล้ว” ฟอลคอนตบหน้าเกศสิรินอย่างแรงที่นางมาขวางทางแผนการเขา หากท่านขุนเหล็กตายเขาก็จะได้ครองตำแหน่งโกษาธิบดีคลังที่นี้เรื่องต่างๆ ที่วางแผนก็จะง่ายขึ้นเพราะไม่มีคนคอยขัด

แต่ก็เป็นเพราะอีนางเกศสิรินคนเดียว!

เกศสิรินถุยเลือดออกเธอรู้สึกว่าความคิดของคนพวกนี้มันบิดเบี้ยวไปหมด ถึงไม่ใช่เพราะเธอรักษาคุณลุงขุนเหล็กคนพวกนี้ก็ไม่มีทางเป็นใหญ่ในกรุงศรีได้ดอก! โดยเฉพาะออกหลวงสุรสาครที่จะโดนออกหลวงสรศักดิ์...

เกศสิรินชะงักเมื่อคิดถึงคนอีกผู้ที่ไม่น่าจสนใจใยดีเธออีกแล้ว น่าขำชะมัดเวลาแบบนี้เธอก็ยังคิดว่าเขาจะโผล่มาช่วย ปานนี้คงมีความสุขกับความรักที่แท้จริงของเขาแล้ว น่าสมเพชชะมัดที่ดันไปรักคนแบบนี้เข้า

อั่ก! อั่ก! ตุ้บ!

เสียงเอะอะโวยวายข้างนอกทำให้ทั้งสามหันไปมอง เกศสิรินพยายามขยับแก้เชือกที่มัดอยู่แต่ก็ไม่เป็นผลจนฟอลคอนเข้ามาจิกผมเธอ

“อยู่นิ่งๆ ถ้าไม่อยากตาย” ฟอลคอนพูดกับเกศสิรินก่อนจะหันไปสั่งพระยาราชบังสัน “ท่านออกไปดูทีว่าข้างนอกเกิดกระไรขึ้น”

“นี่ออเจ้าชักจะเหิมเกริมแล้วนะ! ข้าไม่ใช่ขี้ข้าที่ออเจ้าจะมาสั่งข้าได้นะ!” พระยาราชบังสันขึ้นเสียง

“ข้าต้องเฝ้านางนี่เผื่อมันหนี ท่านออกไปดูดีแล้ว เร็วเข้า” ฟอลคอนเร่งเมื่อเห็นพระยาราชบังสันยังไม่ยอมออกไปดู พระยาราชบังสันถอนหายใจอย่างหงุดหงิดก่อนจะยอมเดินออกไปดู

ยังไม่ทันเดินไปไหนก็มีคนบุกขึ้นมาบนเรือนจนพระยาราชบังสันต้องถอยหนี

“จะไปไหนเล่าท่านพระยาราชบังสัน” เป็นพ่อเรืองที่เอาดาบจ่อคอพระยาราชบังสันที่คิดจะหนี ก่อนที่พ่อเดช พ่อเดื่อ และหลวงศรียศที่เดินตามขึ้นมา

“ยะ—อย่าทำข้าเลยนะพ่อเรือง ข้าไม่รู้ไม่เห็นกระไรทั้งนั้น”

“มึงคิดว่ากูโง่ฤๅ! พวกกูได้ยินแผนชั่วที่พวกมึงพูดกันหมดแล้ว!!” เป็นพ่อเดื่อที่ตะโกนอย่างเหลืออด พวกเขาได้ยินแผนชั่วที่มันคิดจะทำหมดแล้วมันยังมีหน้ามาขอร้องให้ไว้ชีวิตเขาอีกฤๅ!

“แหมๆ ข้านึกไม่ถึงเลยว่าพวกท่านจะตามมาเจอเร็วถึงเพียงนี้ ข้ายังไม่ได้ทำความรู้จักแม่เกศสิรินเลย” ฟอลคอนที่เอามีดจ่อที่คอเกศสิรินแล้วลากออกมาให้พ่อเดื่อเห็น

เมื่อพ่อเดื่อเห็นแม่เกศสิรินที่มีรอยฟกช้ำและรอยแผลที่มุมปากทำให้เขารีบพุ่งเข้าไปหา แต่ฟอลคอนกดมีดเข้ากับลำคอของแม่เกศสิรินเขาจึงชะงักอยู่กับที่

“อย่าเข้ามาดีกว่านะออกหลวงท่าน ท่านก็รู้ว่าข้าขี้ตกใจถ้าท่านเข้ามาข้าอาจจะตกใจกดมีดเข้ากับลำคอเมียท่านก็ได้หนา” ฟอลคอนเอ่ยอย่างยียวน

“อ้ายฝรั่งไพร่!

“จุ๊ๆ อย่าพูดเยี่ยงนั้นซิขอรับออกหลวงท่าน ข้าทำจริงนะขอรับ หึๆ” มันว่าก่อนจะทำท่ากดปลายมีดเข้าจริงๆ เกศสิรินหลับตาปี๋ พ่อเดื่อเห็นแล้วแทบขาดใจก่อนจะทำใจเย็นลองคุยกับมันดู

“พวกมึงปล่อยแม่เกศสิรินไปซะเถิด”

“...ถ้าเช่นนั้นต้องมีข้อแลกเปลี่ยน”

“กระไร” พ่อเดื่อถามอย่างไม่สบอารมณ์ ฟอลคอนยกยิ้ม

“ปล่อยให้ข้าหนีไป”

“ไม่มีทาง มึงคิดว่ากูโง่ฤๅ!” พ่อเดื่อขึ้นเสียงใส่

“ท่านอาจจะลืมไปว่าข้าตัวประกันอยู่นะ” ฟอลคอนแสยะยิ้มเกศสิรินกลืนน้ำลายเมื่อเห็นว่ามีดยังจ่อคออยู่ พ่อเดื่อทำหน้าเป็นกังวลก่อนจะยอมอย่างไม่มีทางเลือก

“...ก็ได้ กูจะปล่อยให้มึงหนีแต่มึงต้องปล่อยแม่เกศสิรินไป”

“ได้ขอรับ แต่ข้าจะปล่อยนางก็ต่อเมื่อข้าไปถึงที่ท่าเรือแล้ว”

“นี่มึง! พ่อเดื่อพุ่งเข้าหาแต่ก็ต้องชะงักเมื่อฟอลคอนเอามีดจ่อใกล้ๆ คอแม่เกศสิริน เขาทำท่าขัดใจที่เห็นมันได้เปรียบ ฟอลคอนแสยะยิ้ม

“อย่าคิดตามมานะขอรับ ไม่เช่นนั้นท่านจะได้เห็นหัวกับลำตัวแม่เกศสิรินขาดออกจากกันอย่างแน่นอน”

ฟอลคอนยิ้มชั่วร้ายก่อนจะลากแม่เกศสิรินให้ลงเรือนไปกับเขา พ่อเดื่อทำท่าจะเดินตามไปแต่พอฟอลคอนเห็นก็เอามีดจ่อใกล้ๆ คอแม่เกศสิรินจนเมื่อทั้งสองหายไปจนลับสายตาแล้วพ่อเดื่อก็หันมาสั่งพ่อเดช พ่อเรืองและหลวงศรียศ

“ข้าจะไปช่วยแม่เกศสิรินพวกท่านคอยดูอ้ายพระยาชั่วนี่ไว้ไม่ให้มันหนี”

“ข้าไปด้วย” พ่อเดชอาสา พ่อเดื่อพยักหน้าก่อนจะหันมากำชับพ่อเรืองและหลวงศรียศ

“ไม่ต้องห่วงดอก รีบไปช่วยแม่เกศสิรินเถิด” หลวงศรียศพูดพ่อเดื่อพยักหน้าก่อนจะรีบตามอ้ายฝรั่งไป

 

ฟอลคอนพาเกศสิรินเดินเข้ามาในป่าเพราะเรือนร้างที่จับเธอมาขังมันอยู่กลางป่า แต่เหมือนยิ่งเดินยิ่งรู้สึกลึกเข้าไปเรื่อยๆ แถมได้ยินเสียงสัตว์แปลกๆ อีก

“นี่ ให้ข้าพักซักหน่อยเถิดเราเดินกันมามากพอแล้ว ข้าเหนื่อย” เกศสิรินพูดขึ้นเมื่อเห็นว่าเดินมาไกลมากแล้วและเธอก็เหนื่อยมากด้วย

“อย่ามาใช้มารยาเลย ข้ารู้ว่าออเจ้าแกล้งถ่วงเวลาเพื่อให้คู่หมายของออเจ้ามาช่วย คิดว่าข้าโง่นักฤๅ” ฟอลคอนบีบแขนนางแน่นจนเกศสิรินเบ้หน้า

“เขาไม่มาดอก...แต่ข้าอยากพักจริงๆ” เกศสิรินพึมพำก่อนประโยคหลังจะหันไปพูดกับฟอลคอน

ฟอลคอนมองเกศสิรินก่อนจะถอนหายใจออกมา

“ได้ แค่ชั่วครู่เท่านั้น” เขาว่าก่อนจะฉุดให้นางนั่งลงข้างๆ

เกศสิรินมองซ้ายขวาอย่างระวังก่อนจะคิดหาทางที่จะหนี

ฟุ่บ!

จู่ๆ ก็มีเสียงเหมือนมีตัวกระไรอยู่หลังพุ่มไม้ทั้งเกศสิรินกับฟอลคอนต่างลุกขึ้นยืนหันไปมอง ฟอลคอนเผลอปล่อยมือจากเกศสิรินเธอจึงใช้โอกาสนี้ในการหนี!

“หยุดประเดี๋ยวนี้นะนังเกศสิริน!!” ฟอลคอนตะโกนเสียงดังก่อนจะวิ่งไล่ตามแม่เกศสิรินที่วิ่งหนีทั้งๆ ที่มืออยู่ถูกมัดอยู่

 

เกศสิรินรีบวิ่งเต็มฝีเท้าเธอวิ่งเข้ามาลึกมากและไม่รู้ว่าต้องไปทางไหนรู้แต่ว่าต้องวิ่งเท่านั้น เธอหยุดหอบหายใจเมื่อไม่ได้ยินเสียงกระไรแล้วแต่ยังไม่ทันจะวิ่งต่อก็มีคนเข้ามาล็อคคอเธอจากด้านหลัง!

“กรี๊ดด!! ปล่อยข้านะ!!

“ฤทธิ์เยอะนักนะมึง!!” ฟอลคอนพูดเสียงเหี้ยม เกศสิรินพยายามดีดแต่เขาก็ฟาดมือเข้าที่หน้าเธออย่างแรงจนเธอล้มไปกองกับพื้น

เพียะ!

“นางสารเลว! กูกะจะไม่ฆ่ามึงแต่ในเมื่อมึงทำให้กูโมโหก็อย่าอยู่เลย!” ฟอลคอนเดินเข้ามาหาแม่เกศสิรินที่ล้มอยู่หมายจะฆ่าเธอให้ตาย

แต่ทั้งสองก็ต้องหยุดนิ่งเมื่อเห็นเสือตัวหนึ่งเข้ามาใกล้พวกเขาทั้งเกศสิรินและฟอลคอนต่างนิ่งไม่ไหวติง เสือตัวนั้นหยุดนิ่งที่กงหน้าของฟอลคอนก่อนจะกระโดดเข้าขย้ำฟอลคอนทันที!

“อ๊ากกกกก! ช่วยด้วย...ช่วยข้าด้วยย!” เสียงฟอลคอนร้องขอความช่วยเหลือเกศสิรินมองภาพกงหน้าด้วยความหวาดกลัวเธอไม่มีแม้แต่แรงที่จะร้องออกมาหรือวิ่งหนีไปจากที่กงนี้ เธอไม่เคยเห็นคนถูกฆ่าในระยะเผาขนมาก่อนเธอไม่รู้จะทำอย่างไร อยากจะร้องไห้ก็ร้องไม่ออก อยากจะวิ่งหนีก็ไม่มีแรง เธอจึงเบนหน้าหนีจากภาพกงหน้าที่น่าสยดสยอง

เสียงฟอลคอนเงียบไปพร้อมกับร่างที่ขาดเละไม่เป็นท่า เมื่อเสือตัวนั้นจัดการกับฟอลคอนเสร็จมันก็หันมามองแม่เกศสิรินที่กำลังมองมันด้วยใบหน้าที่มีน้ำตาคลอเบ้า มันค่อยๆ เดินเข้ามาช้าๆ เกศสิรินพยายามเขยิบหนีแต่มันก็มาหยุดอยู่กงหน้าเธอเสียก่อน ใบหน้าของมันคละคลุ้งไปด้วยเลือดและเศษซากจากศพของฟอลคอน เกศสิรินเลยหลับตาอย่างหวังว่าเธอจะไม่ตายทรมานมากนัก

แต่

ก็ไม่มีกระไรเกิดขึ้นแถมเธอยังรู้สึกเหมือนมีกระไรมาสัมผัสที่หน้าเธอ เกศสิรินค่อยๆ ลืมตาขึ้นมองดูก่อนจะตกใจมากเมื่อเห็นเสือกำลังเลียใบหน้าเธออยู่

“เดี๋ยวๆ นี่มัน...อะไรอย่างไร...” เกศสิรินงุนงงกับสิ่งที่เกิดขึ้นมากเธอเห็นกับตาว่าเสือตัวนี้ฆ่าฟอลคอน แต่ตอนนี้มันกลับมาเลียหน้าเธอเล่นราวกับมันคิดว่ามันเป็นหมาน้อยที่บ้านอย่างนั้น

เจ้าเสือเมื่อเลียเสร็จก็จ้องแม่เกศสิรินก่อนจะทำท่ากระโดดไปซ้ายแล้วก็ไปทางขวาเหมือนเมื่อตอนเด็กๆ ที่เล่นกับแม่เกศสิริน

เกศสิรินมองท่าทางที่เจ้าเสือทำก่อนจะตาเบิกกว้างด้วยความตกใจ

“เจ้าตัวเล็กเหรอ!” เกศสิรินพูดขึ้นมาเจ้าเสือตัวนั้นเลยหยุดก่อนจะโผเข้ามาแต่มันคงลืมไปว่าบัดนี้มันไม่ใช่เจ้าเสือตัวเล็กอย่างที่แม่เกศสิรินจะอุ้มมันได้ เธอเลยล้มไปนอนกองกับพื้นก่อนจะหัวเราะอย่างอารมณ์ดีเมื่อเห็นว่าเจ้าตัวเล็กพยายามมาเล่นกับเธอ

“โตขึ้นเยอะเลยนะเนี่ยมาอยู่ที่นี้เองเหรอ” เกศสิรินพูดกับเจ้าตัวเล็กแน่นอนเธอไม่ได้หวังให้มันตอบกลับมาหรอก(ถ้าตอบเธอคงเผ่นแล้ว) แต่เหมือนกำลังหาเพื่อนคุยมากกว่า

“รู้ทางออกจากป่าไหมเจ้าตัวเล็ก” เจ้าตัวเล็กเลิกเล่นก่อนจะเดินนำหน้าแม่เกศสิรินเธอจึงเดินตามไป

เจ้าตัวเล็กพาเธอเดินมาเรื่อยๆ ก่อนที่เกศสิรินจะขอหยุดพักเพราะตามร่างกายเธอมีแต่แผลเต็มไปหมด เจ้าตัวเล็กมองแผลเหล่านั้นก่อนจะใช้ลิ้นเลียเหมือนตอนที่มันได้รับบาดเจ็บ เกศสิรินยิ้มกับสิ่งที่เจ้าตัวเล็กทำก่อนจะหันไปมองเมื่อได้ยินเสียงเหมือนมีคนเดินมาเจ้าตัวเล็กเตรียมพร้อมที่จะโจมตี

“แม่เกศสิริน!” เป็นพ่อเดื่อที่วิ่งมาพร้อมกับพ่อเดชก่อนจะชะงักเมื่อเห็นเสืออยู่กับแม่เกศสิริน เขารับดาบมาจากพ่อเดชกำลังจะตรงเข้ามาฆ่าเจ้าเสือตัวนี้ แต่แม่เกศสิรินก็เอาตัวเข้ามาขวางไว้ก่อน

“อย่านะเจ้าคะ นี่มันเจ้าตัวเล็กเองมันช่วยข้าจากออกหลวงสุรสาครนะเจ้าคะ” พ่อเดื่อเลยลดดาบลง

“แล้วอ้ายฝรั่งนั้นอยู่ที่ใด” พ่อเดชถาม

“...” เกศสิรินไม่ตอบก่อนจะมองไปที่เจ้าตัวเล็กที่ใบหน้าของมันยังมีเลือดติดอยู่ทั้งพ่อเดชและพ่อเดื่อก็เข้าใจทันที

พ่อเดื่อเดินเข้ามาตัดเชือกที่มัดมือแม่เกศสิรินก่อนจะสวมกอดหญิงกงหน้าอย่างแนบแน่น เกศสิรินเลยกอดเขาตอบอย่างโหยหาเขาลูบหัวเธออย่างอ่อนโยน พ่อเดชที่มองภาพนั้นก็ยิ้มออกมา

เจ้าตัวเล็กเมื่อเห็นเจ้านายทั้งสองมาเจอกันก็กำลังเดินหายกลับเข้าไปในป่า แต่แม่เกศสิรินเรียกไว้ก่อน

“เจ้าตัวเล็ก” เกศสิรินเดินเข้าไปกอด “ขอบคุณนะ”

เมื่อพูดจบเจ้าตัวเล็กก็วิ่งหายเข้าไปในป่าทันที พ่อเดื่อเข้ามาประคองแม่เกศสิริน

“กลับเรือนกันเถิด”             

 

 

หลังจากเรื่องวุ่นวายที่เกิดขึ้นทำให้พระยาราชบังสันและครอบครัวถูกสั่งประหารเจ็ดชั่วโคตร ส่วนออกหลวงสุรสาครหลังจากที่พบซากศพทางครอบครัวก็ถูกนำไปจำไว้ เพราะแม่มะลิไม่ได้มีส่วนรู้เห็นเรื่องกระไรเธอยังเข้ามาขอโทษแม่เกศสิรินกับเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมด เธอจะขอร้องให้คุณลุงขุนเหล็กช่วยซึ่งแน่นอนว่าท่านเต็มใจช่วยอย่างแน่นอน แม่มะลิและพวกบ่าวในเรือนจึงถูกเอาตัวไปจำแค่สามวัน เมื่อออกมาก็ไม่สามารถกลับไปอยู่ที่เรือนได้เพราะถูกริบเรือน ขุนหลวงทรงเห็นว่าแม่มะลิมีความสามารถในการทำขนมจึงให้มาทำงานที่ครัวในวัง พวกขุนนางฝรั่งเศสก็ถูกขับไล่ออกจากกรุงศรีฯ ทั้งหมดแต่ยังคงทำการค้ากันอยู่

เหมือนเรื่องทุกอย่างจะผ่านไปด้วยดีติดกงที่มีใครบางคนยังไม่ได้ปรับความเข้าใจกันเสียที

วันนี้พ่อเดื่อมาหาแม่เกศสิรินที่เรือนท่านออกญาโหราธิบดีเหมือนเคยแต่ติดที่ว่านางยังไม่ยอมมาพูดคุยกับเขา

“มาหาพี่หญิงฤๅเจ้าคะออกหลวงท่าน” แม่การะเกดเอ่ยขึ้นเมื่อเห็นออกหลวงหนุ่มขึ้นมาบนเรือน

“ใช่ แล้วก็มาหาออเจ้าด้วย”

แม่การะเกดทำหน้าไม่เข้าใจก่อนจะยิ้ม

“ถ้าเช่นนั้นเราไปคุยที่ข้างล่างดีกว่านะเจ้าคะ” การะเกดลุกขึ้นก่อนจะเดินลงเรือนตามด้วยพ่อเดื่อที่ตามไป

เมื่อมาถึงศาลาท่าน้ำการะเกดรินน้ำชาให้พ่อเดื่อก่อนจะถาม

“ออกหลวงท่านอยากคุยกับข้าเรื่องกระไรเจ้าคะ”

พ่อเดื่อยกน้ำชาขึ้นดื่มก่อนจะหยิบแผ่นกระดาษใบหนึ่งขึ้นมา การะเกดมองกระดาษแผ่นนั้นก่อนที่พ่อเดื่อจะส่งกระดาษแผ่นนั้นให้ เธอรับมาอย่างงงๆ พ่อเดื่อเลยอธิบาย

“เมื่อครั้งที่แม่เกศสิรินไปอยู่เรือนข้า ข้าขอให้นางวาดรูปให้ข้าแล้วนางก็วาดให้นะ แต่นางไม่ให้ข้าดู”

“ทำไมละเจ้าคะ”

“นางบอกว่าไว้เปิดดูตอนที่เราไม่ได้อยู่ด้วยกัน”

การะเกดพยักหน้าก่อนจะแซวพี่สาวตัวเองในใจ แหม เห็นเงียบๆ แต่ความหวานเพียบนะเนี่ย

“อ่า...แล้วท่านได้เปิดดูฤๅยังเจ้าคะ”

“อืม ข้าเปิดดูเมื่อวานแต่ข้าไม่รู้ว่านางวาดรูปกระไรให้ข้า ข้าเลยคิดว่ามาถามออเจ้าน่าจะเป็นการดีเพราะออเจ้าฉลาดหลักแหลม”

“ถูกต้องเลยเจ้าคะ” การะเกดทำท่าทางประหลาดที่พ่อเดื่อไม่เข้าใจ เธอเลยหัวเราะแห้งๆ ก่อนจะเปิดกระดาษดูเมื่อเห็นภาพวาดที่แม่เกศสิรินวาดก็ทำให้อดยิ้มเขินไม่ได้

“ว่าอย่างไรเล่าแม่การะเกด ออเจ้ารู้ฤๅไม่”

“ออกหลวงท่านรู้สึกอย่างไรกับพี่หญิงเจ้าคะ”

“รัก...รักมาก ออเจ้าถามไปไย” พ่อเดื่อขมวดคิ้ว

การะเกดคลี่แผ่นกระดาษที่เกศสิรินวาดแล้วยื่นให้พ่อเดื่อ เขารับมางงๆ

“มันคือรูปหัวใจเจ้าค่ะ” การะเกดยิ้ม พ่อเดื่อมองรูป ♥ ที่อยู่กลางกระดาษก่อนจะมองแม่การะเกด

“หัวใจฤๅ”

การะเกดพยักหน้า พ่อเดื่อยิ้มอย่างอารมณ์ดีถ้าเมื่อเป็นแบบนี้แล้วแสดงว่า แม่เกศสิรินก็รักเขาเช่นกันสิหนา

“ขอบน้ำใจออเจ้ามาก” พ่อเดื่อพูดทิ้งไว้ก่อนจะเดินขึ้นเรือนไปหาแม่เกศสิริน การะเกดมองพ่อเดื่อก่อนจะเอาใจช่วยอยู่ห่างๆ

 

“แม่เกศสิริน” พ่อเดื่อเรียกแม่เกศสิรินก่อนที่เจ้าตัวจะเดินหนีเขาอีก เธอหันมามองเขาอย่างงงๆ

“มีกระไรเจ้าคะ” เธอถามเสียงห้วน

“ออเจ้ารักข้าฤๅไม่” พ่อเดื่อถามในสิ่งที่เขาอยากได้ยินจากปากแม่เกศสิริน เธอเลิกคิ้วขึ้น

“...ก็อาจจะรัก แต่ก็ไม่ได้รักขนาดนั้นกระมังเจ้าคะ” เธอตอบไม่ตรงคำถาม พ่อเดื่อเลยเค้นถามอีกรอบ

“สรุปว่ารัก...”

“ก็รัก...แต่ก็ไม่อาจทำใจให้รักมากเท่าเดิม” พ่อเดื่อขมวดคิ้วสงสัย

“หมายความว่าอย่างไรฤๅ”

“คนรักกันต้องเชื่อใจกัน แต่พอเรื่องแม่รัตนาท่านกลับเชื่อนางมากกว่าข้า ทั้งๆ ที่ข้าอยู่กับท่านมาก็นานท่านยังไม่รู้ฤๅว่าข้าเป็นคนอย่าง...” เกศสิรินยังไม่พูดจบพ่อเดื่อก็เข้ามากอดเธอทันที เกศสิรินตกใจไม่รู้จะวางตัวอย่างไรเลยยืนเฉยๆ

“ข้าขอโทษ...ข้าจะไม่ทำอีกแล้ว ข้าสัญญา”

เธอลอบยิ้มก่อนจะนึกอยากแกล้งเขาต่อ

“ท่านตบข้าด้วยหนา”

“ผู้ชายตบแม่หญิงก็เห็นเป็นเรื่องธรรมดานี่”

“ไม่ใช่กับข้าเจ้าค่ะ ถ้าท่านตบข้าข้าจะเตะท่านคืน”

“ออเจ้าไม่กล้าดอก”

เกศสิรินผลักพ่อเดื่อออกก่อนจะทำท่าเดินหนีแต่พ่อเดื่อคว้าไว้

“ก็ได้ๆ...ข้ายอมแล้ว ข้ายอมออเจ้าทุกอย่าง” เกศสิรินยิ้มอย่างพอใจที่เห็นเสือสิ้นลายก่อนจะหัวเราะออกมา

“ท่านนี่มัน...ฮ่าๆๆ ทำให้ข้าเกลียดไม่ลงจริงๆ นะเจ้าคะ”

พ่อเดื่อยิ้มทันทีที่เห็นแม่ตัวดีอารมณ์ดีขึ้นมาบ้างแล้ว

“ถ้าเช่นนั้น...แม่เกศสิริน ออเจ้าจะมาอยู่ร่วมเรือนข้าในฐานะเมียเอกของข้าได้ฤๅไม่” เกศสิรินเลิกคิ้ว

“หื้อ...ข้าไม่ยอมเป็นเมียของคนที่มีเมียเต็มเรือนเช่นท่านดอก”

“ข้ามีแค่ออเจ้าคนเดียว”

เกศสิรินยิ้ม “ให้มันจริง...”

“ว่าอย่างไรเล่าออเจ้า”

“...แน่นอนสิเจ้าคะ” เกศสิรินตอบตกลงพ่อเดื่อได้ทีก็สวมกอดก่อนจะหอมแก้มนาง ทำให้เธออดหัวเราะไม่ได้ก่อนจะหันไปเห็นพวกคนบนเรือนที่แอบดูอยู่ ก็ดีรู้แล้วก็ดีจะได้ไม่ต้องถามอีกเธอเขิน

พ่อคะ แม่คะ เจ้าต้นตัวแสบ พี่จะแต่งงานแล้วนะ



________________________________________________________________________________________________________

#เจ้าตัวเล็ก = พระเอกที่แท้ทรู

#ตอนหน้าก็จบแล้วค่ะ ฝากติดตามด้วยนะคะ


B
E
R
L
I
N
 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 111 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

91 ความคิดเห็น

  1. #82 Jitlada Jakthong (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2562 / 01:15

    อย่าลืมเชิญไปงานด้วยน้าาา

    #82
    0
  2. #59 xjploy (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2562 / 00:22
    เจ้าตัวเล็กน่ารักเวอร์555+ ตอนจบนี้จะหวานไปไหน โอ้ย!!!ชอบๆ
    #59
    1
    • #59-1 ElizabethQueen(จากตอนที่ 14)
      5 มิถุนายน 2562 / 13:22
      ความจริงพระเอกก็คือเจ้าตัวเล็กนี้แหละค่ะ 5555
      #59-1
  3. #58 ladiitia (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2562 / 20:56
    แจ้งเตือนปุ๊บมาปั๊บเลยจ้าาา เซอร์ไพส์เจ้าตัวเล็กมากๆน่ารักที่สุด พูดถึงตอนจบอล้วก็ใจหายเราต้องคิดถึงคุณพี่แล้วก็แม่เกศสิรินมากแน่ๆ ฮึกๆ
    #58
    1
    • #58-1 ElizabethQueen(จากตอนที่ 14)
      3 มิถุนายน 2562 / 21:10
      น่ารักที่สุดเลยยย >3<

      ตอนหน้าถ้าเร็วสุดก็วันพุธนะ ถ้าช้าก็วันพฤหัส รอติดตามด้วยนะคะ
      #58-1