คนที่ฟ้ากำหนด [Fic หลวงสรศักดิ์ x แม่เกศสิริน]

ตอนที่ 13 : บทที่ ๑๒

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,350
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 103 ครั้ง
    30 พ.ค. 62

บทที่ ๑๒

นี่ก็หลายวันมาแล้วนับตั้งแต่ที่แม่เกศสิรินกลับมาอยู่ที่เรือนออกญาโหราธิบดีตามเดิม เธอไม่พูดถึงเรื่องว่าเกิดเหตุอันใดขึ้นพอมีใครถามบรรยากาศรอบๆ ตัวก็จะอึดอัดขึ้นมาทันที แม้ว่าแม่เกศสิรินพยายามทำตัวเข้มแข็งเพียงใดแต่ลึกๆ แล้วเธอรู้สึกเสียใจไม่ต่างกัน

แม้พ่อเดื่อจะแกล้งทำเป็นแวะมาบ้างแต่เธอไม่ยอมออกไปพบหน้าเขาแม้แต่น้อย หากเขาอยู่ที่โถงกลางเรือนเธอจะอยู่ที่หอนอน หากเขาอยู่ทานข้าวเย็นเธอก็ไม่ไปร่วมโต๊ะด้วย

ใช่ ต่างคนต่างอยู่ไปเถอะ...

“พี่หญิง วันนี้มีงานแข่งเรือพี่หญิงไปกันเถอะนะ” การะเกดมาชวนเกศสิรินที่กำลังนั่งอ่านตำราแพทย์อยู่ เธอเงยหน้าขึ้นจากตำราเห็นดวงตาใสของแม่การะเกดก็อดหัวเราะไม่ได้

“แค่แข่งเรือตื่นเต้นอะไรกัน มีอะไรดีนักหนา หื้อ” เกศสิรินถามกลับ การะเกดที่รีบตอบ

“พอแข่งเรือเสร็จก็มีงานวัดไง เราก็ไปเที่ยวงานวัดกันไง ไปกันเถอะนะๆๆ” การะเกดเข้ามาเขย่าแขนเกศสิรินไปมา จนเกศสิรินยกมือขึ้นอย่างยอมแพ้

“อ่ะๆ ไปก็ได้ ก็ดีเหมือนกันออกไปเปิดหูเปิดตามั่ง”

 

ใช่ เธอเป็นคนพูดเองว่าดีเหมือนกัน

แต่ตอนนี้เธออยากกลับเรือนมาก

ก็เพราะ...

“แม่เกศสิริน ดีใจจริงที่ออเจ้ามาดูข้าแข่งเรือด้วย” หลวงสรศักดิ์พูดด้วยน้ำเสียงดีใจเสียเต็มประดา เกศสิรินกรอกตาไปมาอย่างปลงๆ ก่อนจะหันหลังกลับพ่อเดื่อเลยคว้าแขนไว้ก่อน

“ประเดี๋ยวสิ ออเจ้าจักรีบไปไหนกันอีกประเดี๋ยวก็จะเริ่มแข่งแล้วหนา”

เกศสิรินมองมือพ่อเดื่อที่จับแขนเธออยู่ ก่อนที่เขาจะมองตามแล้วค่อยๆ ปล่อยมือออกแล้วหัวเราะแห้งๆ เกศสิรินมองเขานิ่งๆ จนพ่อเดื่อหุบยิ้มแทบไม่ทันก่อนจะเปลี่ยนเรื่องคุย

“ออเจ้าเป็นอย่างไรบ้าง สบายดีฤๅ”

“...ก็ยังไม่ตายง่ายๆ ดอกเจ้าค่ะ” เกศสิรินประชด

“แม่เกศสิรินออเจ้าจักพูดกับข้าดีๆ ไม่ได้เลยฤๅ” พ่อเดื่อกล่าวเสียงอ่อนนางน่าจะยังโกรธอยู่เขาต้องไม่ใช้อารมณ์

เกศสิรินแสยะยิ้มออกมา

“ถ้าหากข้าพูดแบบนี้ออกหลวงท่านจะตบข้าอีกฤๅเจ้าคะ”

“แม่เกศสิริน!” พ่อเดื่อขึ้นเสียงเมื่อเห็นแม่เกศสิรินกำลังท้าทายเขาอยู่แต่เจ้าตัวก็ไม่ได้รู้สึกกระไรยังยิ้มท้าทายเขาอยู่

การะเกดกับพ่อเดชที่เห็นท่าไม่ดีกำลังจะวิ่งเข้ามา แต่ติดว่ามีเสียงหวานมาเรียกพ่อเดื่อเสียก่อน

“คุณพี่เดื่อ! อยู่ที่นี่เองฤๅเจ้าคะน้องหาตั้งนาน” แม่รัตนาได้ทีก็เข้ามาเกาะแขนพ่อเดื่อเหมือนปลิงก่อนจะแสร้งทำมาเห็นแม่เกศสิรินที่ยืนอยู่

“อ้าว พี่หญิงเกศสิริน ข้าไหว้เจ้าค่ะ ไม่เจอกันนานนะเจ้าคะสบายดีฤๅไม่” แม่รัตนายิ้มมุมปาก เกศสิรินเลิกคิ้วขึ้นก่อนจะตอบ

“ไม่ค่อยดอก พอดีกลับมาอยู่ที่เรือนเดิมไม่มีคนให้ตบเล่นเลย สงสัยว่างๆ ข้าคงต้องไปหาออเจ้าแล้วกระมังจักได้หายเบื่อ”

แม่รัตนากำมือแน่นก่อนจะนึกขึ้นได้ว่ามีคนมองเยอะเลยค่อยยิ้มออกมา

“ฮ่าๆ พี่หญิงนี่ชอบล้อเล่นอยู่เรื่อยเลย” แม่รัตนาแกล้งหัวเราะก่อนคิดในใจ กูจะฆ่ามึง!

พ่อเดื่อทำหน้าลำบากใจก่อนจะทำหน้าหงุดหงิดเมื่อเห็นอ้ายขุนรามเดินมาทางนี้

“แม่เกศสิรินไม่ได้ปะหน้าออเจ้านานโข สบายดีฤๅไม่” เมื่อไหว้ทุกผู้ที่อยู่กงนั้นเขาก็หันมาคุยกับเกศสิริน เจ้าตัวยิ้มก่อนจะตอบ

“สบายดีเจ้าค่ะ ขุนรามละเจ้าคะสบายดีฤๅไม่”

“สบายดี ออเจ้ามาให้กำลังใจออกหลวงท่านฤๅ”

เกศสิรินยังไม่ทันตอบแม่รัตนาก็แสร้งทำเป็นตอบเสียงดัง

“อ้าว นี่ออกขุนท่านไม่รู้ดอกฤๅว่าคุณพี่เดื่อกับแม่เกศสิรินมิได้เป็นคู่หมายกันแล้วหนา” ก่อนจะยิ้มอย่างผู้ชนะ

ขุนรามที่ฟังจบก็หันมามองเกศสิรินเจ้าตัวแค่ยักไหล่สบายๆ ราวกับเป็นเรื่องเล็กน้อย พ่อเดื่อเลยยิ่งไม่ชอบหนักเมื่อเห็นขุนรามยิ้มจนปากจะฉีกไปถึงรูหู

“เป็นเช่นนั้นฤๅแม่เกศสิริน ออกหลวงสรศักดิ์” ขุนรามถาม

“เจ้าค่ะ” แต่เป็นเกศสิรินคนเดียวที่ตอบ พ่อเดื่อมองหน้าเกศสิรินเขาอยากรู้ว่าเหตุใดไยนางถึงทำเหมือนไม่รู้สึกกระไรเลย นางไม่เคยรักเขาอย่างที่นางบอกจริงๆ ใช่ฤๅไม่

เมื่อคิดได้ดังนั้นเขาก็ขอตัวเพื่อไปเตรียมตัวแข่งก่อนที่แม่รัตนาจะเดินตามไปด้วย เกศสิรินมองแผ่นหลังหลวงสรศักดิ์ที่เดินหายไปด้วยสายตาที่โหยหา เธอยังคิดถึงเขาแต่พอคิดถึงภาพวันนั้นก็ลอยเข้ามา เขาทำเธอเจ็บทั้งกายและใจ ขุนรามมองแม่เกศสิรินที่ยังมองไปทิศที่พ่อเดื่อเดินไปเขาก็รู้ทันทีว่าทั้งสองยังรักกันอยู่ คงจะมีเรื่องเข้าใจผิดกันเวลานี้อาจจะถือเป็นโอกาสของเขาแต่ดูท่าทีแล้วคงไม่ง่ายขนาดนั้น

“แม่เกศสิรินเราไปนั่งดูเถิดการแข่งจะเริ่มแล้ว”

“อืม”

ขุนศรีวิสารวาจา แม่การะเกด แม่เกศสิริน แม่จันทร์วาด และขุนรามเดชะณรงค์ มานั่งที่ตั่งว่างที่เขาจัดเตรียมให้ชมการแข่งเรือไว้ ทั้งสามสาวเมื่อได้มาเจอกันก็คุยกันอย่างสนุกสนานจนลืมไปว่าเขาจะปล่อยตัวแล้ว

เรือของกรมการเมืองทั้งสามรีบพายจ้วงเอาๆ การะเกดและแม่จันทร์วาดลุกขึ้นให้กำลังใจขุนเรือง แม่เกศสิรินที่กำพัดในมือแน่นเพื่อให้กำลังใจหลวงสรศักดิ์จนขุนรามหันมาเห็นพอดีถึงครานี้เขาต้องตัดใจเสียที ในที่สุดเรือขุนนางของหลวงสรศักดิ์ก็เข้าเส้นชัยไปเป็นลำแรกการะเกดดีใจจนกระโดดตัวลอยก่อนจะกอดแม่หญิงจันทร์วาดด้วย เกศสิรินหัวเราะเล็กน้อยเมื่อเห็นการะเกดล้มมากอดพ่อเดชไว้จนบ่าวไพร่ที่อยู่กงนั้นปิดตากันเป็นแถว

ทั้งหมดกำลังยืนรอพ่อเรืองอยู่ เกศสิรินที่กำลังคุยกับขุนรามอย่างสนุกก็ต้องหุบยิ้มเมื่อเห็นหลวงสรศักดิ์ พ่อเรืองและแม่รัตนาเดินมา พ่อเดื่อสบตากับแม่เกศสิรินก่อนที่นางจะหันไปมองทางอื่น เขาถอนหายใจอย่างเหนื่อยอ่อน

“พวกเราไปก่อกองทรายกันที่วัดกันเถิดเจ้าค่ะ” การะเกดเอ่ยชวนทั้งหมดที่อยู่กงนั้นไปก่อกองทรายด้วยกัน

“ข้าขอตัว เหนื่อยมามากแล้ว” เกศสิรินตัดบท

“ไม่ได้นะพี่หญิง ไปก่อกองทรายด้วยกันเถอะนะๆๆ” การะเกดเดินมาเขย่าแขนเกศสิริน เธอถอนหายใจออกมา

“ถ้าพี่เกศสิรินไม่อยากไปก็อย่าไปบังคับเลยเจ้าคะแม่การะเกด พวกเราไปกันแค่นี้ก็พอ” แม่รัตนาพูดขึ้นมายิ่งทำให้แม่เกศสิรินรู้สึกเบื่อหน่ายอยากหนีไปจากกงนี้เดี๋ยวนี้ เพราะกลัวจะกระโดดถีบใครบางคนเข้า

“ถ้าออเจ้าจะกลับเรือนประเดี๋ยวข้าไปส่ง” เป็นพ่อรามที่เสนอตัวจะไปส่งเกศสิรินจนพ่อเดื่อทำหน้าไม่พอใจออกมา เกศสิรินยิ้มให้พ่อราม

“ขอบน้ำใจหนาแต่ไม่ต้องดอก ข้ากลับเองดีกว่าท่านไปสนุกกับพวกเขาเถิด ขืนข้าอยู่ข้าอาจจะกระโดดเตะปากหมาบางตัวแถวนี้ก็ได้” เกศสิรินยิ้มประชด

“นี่พี่หญิงว่าข้าเป็นหมาฤๅ!” แม่รัตนาร้อนตัวขึ้นมา เกศสิรินแค่ปรายตามามอง

“อ้าว ข้ายังไม่ได้เอ่ยชื่อใครเลยอยากรับก็รับไปซิ”

แม่รัตนากำมือแน่นอย่างโมโห เกศสิรินไม่สนใจจึงขอเดินทางกลับเรือนพ่อเดื่อทำท่าจะรั้งไว้แต่แม่รัตนาก็ลากออกมาจากที่กงนั้นเสียก่อน แม่รัตนามองแผ่นหลังของแม่เกศสิรินก่อนจะคิดแผนบางอย่างขึ้นมา

 

แม่การะเกดกับแม่จันทร์วาดช่วยกันก่อกองทรายด้วยกัน ส่วนแม่รัตนาตอนแรกก็ขอให้พ่อเดื่อมาช่วยก่อด้วยกันแต่พ่อเดื่อปฏิเสธบอกว่าขอยืนดูบรรยากาศดีกว่า จนพ่อเดื่อหันไปเห็นหลวงศรียศเขาสบตากับพ่อเดช พ่อเรืองก่อนจะขอตัวไปหาหลวงศรียศเพื่อคุยธุระสำคัญ

“ว่าอย่างไรหลวงศรียศ” พ่อเดื่อถาม หลวงศรียศทำหน้าลำบากใจก่อนจะตอบ

“จำอ้ายโจรที่มาทำร้ายแม่เกศสิรินได้ฤๅไม่”

ทั้งหมดพยักหน้าหลวงศรียศเลยพูดต่อ

“มันตายแล้วขอรับ”

“กระไรนะ!” พ่อเดื่อว่าก่อนจะกระทุ้งไม้ตะพดกับพื้นแรงๆ พ่อเดชทำหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออก

“และที่สำคัญกว่านั้น มันตายยกครอบครัวเลยหนา” หลวงศรียศกล่าวต่อมันเป็นเรื่องที่น่าหดหู่ใจอย่างมาก

“เวรกรรมของมันแท้ๆ” พ่อเรืองพูด พ่อเดชพยักหน้าเห็นด้วยก่อนที่พ่อเดื่อจะถาม

“แล้วนางบ่าวหญิงนั้นเล่า ออเจ้าจับมันได้ฤๅ”

หลวงศรียศพยักหน้า

“ใช่ มันชื่อคลาร่าเป็นบ่าวในเรือนออกหลวงสุรสาคร พอข้าสอบสวนมันเสร็จวันต่อมาก็มีคนเข้ามาปลิดชีพมัน” ทันทีที่หลวงศรียศพูดจบทุกคนที่อยู่กงนั้นก็เข้าใจเรื่องทั้งหมดในทันที

“แสดงว่าที่มันอยากฆ่าแม่เกศสิรินเป็นเพราะนางเป็นคนรักษาออกญาคลังจนหาย ทำให้มันอดได้ตำแหน่งกระนั้นสินะ” พ่อเดชพูดสรุปความทั้งหมด

“ถ้าเช่นนั้นนางก็ตกอยู่ในอันตรายมากเลยหนา” พ่อเรืองกล่าว พ่อเดื่อทำหน้าไม่สบายใจหลวงศรียศเห็นดังนั้นจึงเอ่ยเรื่องที่สำคัญที่เขาไปสืบมาได้

“แต่ยังมีอีกคนที่จ้องจะทำลายแม่เกศสิรินอยู่อีกคนและมันยังร่วมมือกับอ้ายฝรั่งผู้นี้อีก”

“ใคร! มันเป็นใครบอกข้ามาหลวงศรียศ!” พ่อเดื่อพูดเสียงดังอย่างโมโห หลวงศรียศมองหน้าทุกคนก่อนจะตอบทันทีที่ตอบคนที่ตกใจมากที่สุดคงไม่พ้นออกหลวงสรศักดิ์

“...แม่รัตนาขอรับ”

 

ทั้งหมดรีบวิ่งมาที่ก่อกองทรายเพื่อมาเค้นหาความจริงกับแม่รัตนาแต่ก่อนจะถึงตัวนาง นางจวงนางจิกที่น่าจะกลับเรือนไปพร้อมแม่เกศสิรินกำลังร้องไห้กับบ่าวคนอื่นๆ โดยมีแม่การะเกดและแม่จันทร์วาดทำหน้าไม่สบายใจ พ่อเดื่อได้แต่หวังว่าอย่าเป็นอย่างที่เขาคิดเลย

“นางจวงนางจิก ข้าคิดว่าออเจ้ากลับเรือนไปพร้อมแม่เกศสิรินเสียแล้วเหตุใดมาอยู่ที่นี้” พ่อเดชถามแต่นางบ่าวสองคนยังคงร้องไห้ไม่หยุด การะเกดที่ทำหน้ากังวลใจจึงตอบแทน

“พี่หญิง...พี่หญิงเกศสิริน” แต่มันทำใจยากที่จักพูด พ่อเดื่อตรงเข้ามาบีบแขนแม่การะเกดโดยพ่อเดชคว้าตัวไว้ก่อน

“มีกระไร เกิดกระไรขึ้นกับนาง!

แม่การะเกดสะดุ้งกับน้ำเสียงเกรี้ยวกราดของออกหลวงหนุ่ม ก่อนจะสูดหายใจเข้าลึกๆ แล้วตอบ

“พี่หญิงถูกลักพาตัวไปเจ้าค่ะ”

“กระไรนะ!” ทั้งพ่อเดช พ่อเรือง และพ่อเดื่อต่างตะโกนออกมาพร้อมกัน

แต่นาทีนั้นหลวงศรียศเห็นว่าแม่รัตนากำลังจักเดินหนีเขาเลยวิ่งไปดักหน้านางทัน ก่อนจะลากแขนนางมา

“จักรีบไปไหนเล่าออเจ้า” หลวงศรียศถาม แม่รัตนาเบ้หน้าด้วยความเจ็บจากการโดนบีบแขนก่อนจะหันไปบีบน้ำตาเมื่อเห็นพ่อเดื่อกำลังเดินตรงมาหานาง

“คุณพี่เดื่อ ช่วยน้องด้วยเจ้าคะหลวงศรียศจู่ๆ ก็เข้ามากระชากแขนน้อง น้องยังไม่ทำกระไรเลยนะเจ้าคะ”

พ่อเดื่อมาหยุดอยู่กงหน้าหญิงสาวพอดีก่อนจะใช้มือไล้ไปที่ใบหน้าของนางแม่รัตนายิ้มออกมา แต่ทันใดนั้นพ่อเดื่อก็เปลี่ยนเป็นบีบคอนางแทน!

“อั่ก...อั่ก...คุณ...พี่” แม่รัตนาตกใจพยายามแก้มือพ่อเดื่อออกจากคอแต่เขามองเธอด้วยสายตาที่พร้อมจะฆ่าเธอให้ตายคามือโดยง่าย พ่อเดื่อจ้องแม่รัตนาก่อนจะถามเสียงเย็นชาน่ากลัว

“แม่เกศสิรินอยู่ไหน”

“อั่ก...ปล่อย” แม่รัตนาพยายามดิ้นแต่ก็ไม่เป็นผล พ่อเดื่อเลยตะคอกถามอีกครั้ง

“ข้าถามว่าแม่เกศสิรินอยู่ที่ไหน!

พ่อเดชกับพ่อเรืองเห็นท่าไม่ดีจึงรีบเข้ามาห้าม พ่อเดื่อเลยยอมปล่อยมือออกจากคอนางแต่หลวงศรียศก็ยังคงบีบแขนนางไว้อยู่ แม่รัตนาไอแรงๆ สองสามทีก่อนจะตะโกนถามพ่อเดื่อเสียงดัง

“คุณพี่เป็นบ้าไปแล้วฤๅเจ้าคะ มาบีบคอน้องไว้ใยกัน!

“ก็ข้าถามว่าแม่เกศสิรินอยู่ไหน ออเจ้าก็ตอบข้ามาซิ!” พ่อเดื่อตะคอกกลับไม่แพ้กันจนแม่รัตนาสะดุ้ง

“ข้าไม่รู้ดอกเจ้าคะ ก็เห็นกลับไปตั้งนานแล้ว...”

“ตอแหล! มิใช่ออเจ้าดอกฤๅที่ร่วมมือกับอ้ายฝรั่งไพร่ให้มาลักพาตัวแม่เกศสิริน!

แม่รัตนาตกใจก่อนจะแกล้งทำเป็นไม่รู้ไม่เห็น

“ข้า...ข้าไม่ได้ทำนะเจ้าคะ ข้าไม่รู้ว่าคุณพี่พูดกระไร”

“ออเจ้าอย่าโกหกเลยนะแม่รัตนา พวกเรารู้ความจริงหมดแล้ว” พ่อเดชพูด แม่รัตนาได้แต่มองซ้ายขวาไปมาอย่างไม่รู้จะทำอย่างไรก่อนจะค่อยๆ หัวเราะราวกับคนบ้า

“ฮ่าๆๆๆๆ ใช่ เป็นข้าเองแหละที่ร่วมมือกับฝรั่งฟอลคอนเพื่อกำจัดนางนั่น!

แม่การะเกดกับแม่จันทร์วาดตกใจกับความจริงจากปากแม่รัตนาเธอไม่คิดเลยผู้หญิงคนนี้เหตุใดถึงมีความคิดชั่วร้ายขนาดนั้น

“...ทำไม” พ่อเดื่อถาม

“ก็เพราะมันแย่งคุณพี่ไปจากข้าไง แค่ข้าต้องไปที่บางกอกนางนั่นก็เข้ามาแย่งคุณพี่ไปจากข้า...”

“แต่ออเจ้าแต่งกับขุนนางฝรั่งแล้วมิใช่ฤๅ” หลวงศรียศพูดขึ้นตามเรื่องที่เขาสืบมา ว่าเรื่องจริงแล้วนางไปบางกอกเพราะพ่อของนางยกนางให้ขุนนางฝรั่งเศสที่ร่วมมือกับฟอลคอน

แม่รัตนาเบิกตากว้างอย่างตกใจก่อนจะเค้นหัวเราะ

“เฮอะ...แล้วอย่างไรถ้าข้าไม่ได้คุณพี่ก็อย่าหวังว่าใครจะได้เลย”

พ่อเดื่อเริ่มหมดความอดทนกับแม่รัตนาแล้วเขาจึงเข้ามากระชากแขนแม่รัตนาอย่างแรงก่อนจะบีบไว้แน่นราวกับจะหักแขนเธอมา

“ข้าจะถามเป็นครั้งสุดท้าย...แม่เกศสิรินอยู่ที่ไหน”


_______________________________________________________________________________________

#มาแล้วค่ะ ใกล้ถึงตอนจบของเรื่องแล้วค่ะ

#กว่าจะขุดร่างมาแต่งต่อได้เหนื่อยมากๆ ค่ะ เพราะตอนสอบเอาพลังเราไปหมดเลย

#ขอบคุณที่ยังรอเราอยู่นะคะ


B
E
R
L
I
N
 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 103 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

91 ความคิดเห็น

  1. #81 Jitlada Jakthong (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2562 / 01:04

    เตรียมตัวลงหม้อซ่ะนังบ้า ฮ่าฮ่าฮ่า แค่กๆสงสัยจะหัวเราะเยอะเกินเจ็บคอ



    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 25 เมษายน 2563 / 02:14
    #81
    0
  2. #57 ParichadLongsamu (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2562 / 22:45

    อีรัตนา!!! ค้างสุดๆเจ้าค่ะ555
    #57
    2
    • #57-1 ElizabethQueen(จากตอนที่ 13)
      30 พฤษภาคม 2562 / 22:55
      จะมาต่อเร็วๆ นี้แน่นอนค่ะ เพราะใกล้จบแล้วไม่อยากให้ค้างกัน รอติดตามด้วยนะ
      #57-1
  3. #56 Paone (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2562 / 22:43

    อีรัตนา มาให้ข้าตบสักทีสองทีหน่อย
    สิเจ้าค่ะ
    #56
    1
    • #56-1 ElizabethQueen(จากตอนที่ 13)
      30 พฤษภาคม 2562 / 22:56
      น่าโดนก้านคอมากเจ้าค่ะ
      #56-1