Dragon-blooded War God เทพสงครามสายเลือดมังกร (นิยายแปล)

ตอนที่ 43 : DBWG บทที่ 43

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,353
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 33 ครั้ง
    25 ก.ค. 60


DBWG บทที่ 43 : สืบพันธุ์มังกร







จากสิ่งที่หยางหยุนเทียนเข้าใจเกี่ยวกับบุคลิกของหลงเฉิน เช่นวิธีที่เขารับมือกับตระกูลไป่ หยางหยุนเทียนรู้ว่าหลงเฉินเป็นคนที่ต้องการแก้แค้นแม้ว่าจะเป็นความขัดข้องใจเพียงเล็กน้อย



คราวนี้หยางหยุนเทียนเกือบจะทำให้เขาตาย หลังจากนั้นผู้ก่อตั้งหยางได้ให้หลงเฉินเป็นผู้ตัดสินเขา และหยางหยุนเทียนรู้ว่าชะตากรรมของเขาอาจจะน่าเศร้าไม่มากก็น้อย



หยางหยุนเทียนรู้ว่าคนอย่างหลงเฉินจะไม่ปล่อยให้ใครสักคนที่ต้องการชีวิตของเขามาอยู่ใกล้ๆตัวเขาเป็นอันขาด



อย่างไรก็ตาม คำกล่าวของหลงเฉินทำให้การคาดดการณ์ของเขาผิดไปอย่างสมบูรณ์



สมาชิกคนอื่นๆ ของตระกูลหยางถอนหายใจด้วยความโล่งอกหลังจากฟังคำกล่าวของหลงเฉิน หยางเสวี่ยฉิงมีรอยยิ้มแห่งความสุขและมองไปที่หลงเฉิน



เหตุผลที่หลงเฉินปล่อยหยางหยุนเทียนออกจากเบ็ดอย่างง่ายดายนั่น เหตุผลแรก: เมื่อหยางจ้านตกตาย แม้ว่าหลงเฉินไม่ได้มีเจตนาให้เขาฆ่าตัวตาย แต่หลงเฉินก็ยังเป็นสาเหตุหลักของการตาย การกระทำของเขาได้นำไปสู่การตายของบุตรชายของหยางหยุนเทียน จึงเป็นเรื่องปกติที่หยางหยุนเทียนจะต้องหาทางแก้แค้น



ดังนั้นหลงเฉินไม่คิดว่าการกระทำของหยางหยุนเทียนในปัจจุบันเป็นเรื่องที่น่ารังเกียจแต่อย่างใด



เหตุผลที่สอง: เพราะเขาเป็นบิดาของหยางหลิงฉิง ตอนนี้หลงเฉินมีความสัมพันธ์ที่ดีกับหยางหลิงฉิง เขามีความกังวลห่วงใยอย่างลึกซึ้งต่อลูกพี่ลูกน้องของเขา ดังนั้นเป็นเรื่องธรรมดาที่เขาจะไม่ทำร้ายบิดาของนางในเวลานี้



สำหรับเหตุผลที่สามและมันสำคัญที่สุด: ตั้งแต่วันนี้หยางหยุนเทียนไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเขาอีกต่อไป



เงยหน้าและมองไปที่หลงเฉิน หยางหยุนเทียนยังคงไม่เชื่อ ในขณะที่เขากล่าว"เจ้าแน่ใจหรือ? เจ้าต้องการใช้วิธีที่เรียกว่าเปิดหมวกลา?"



หลงเฉินพยักหน้าและกล่าว "ข้าแค่หวังว่าท่านจะรักษาสัญญาที่ให้ไว้ ข้าไม่ต้องการที่จะทนทุกข์ทรมานจากมือของท่านขณะที่ข้ายังคงอาศัยอยู่ในตระกูลหยาง มิฉะนั้นข้าจะดีกว่าถ้าสังหารท่านซะ"



เมื่อมองไปที่ผู้เยาว์คนนี้และจดจำได้ถึงการเปลี่ยนร่างที่มีความรวดเร็วและพลังรุนแรงของเขา หยางหยุนเทียนก็ยังไม่สามารถเชื่อในสิ่งที่เขาได้เห็น



ตัวตนที่โดดเด่นของหลงเฉิน ได้เกินความคาดหมายของเขาแล้ว เขาจึงพยักหน้าและกล่าว "สิ่งที่ข้า หยางหยุนเทียนยอมรับ ข้าจะต้องทำมันอย่างแน่นอน"



ผู้ก่อตั้งหยางได้เฝ้าดูหลานชายคนนี้ด้วยความซาบซึ้งและพยักหน้าด้วยความเข้าใจ จากส่วนลึกในใจของเขา เขารู้สึกโล่งใจและเขากล่าว "ดีแล้ว เนื่องจากเรื่องนี้ได้รับการตัดสินแล้วตระกูลหยางของเราทั้งหมดต้องสนิทสนมกันเข้าไว้ในอนาคตและรวมพลังของทุกคนเพื่อต่อสู้กับตระกูลไป่ ถ้ามีใครในตระกูลของเรากำลังขัดขวางความพยายามนี้ของข้า ข้าจะเป็นคนแรกที่ลงโทษเขา! "



หลังจากหันไปมองรอบๆตัวเขาอีกครั้ง ผู้ก่อตั้งหยางก็ถอนหายใจก่อนที่เขาจะกล่าวว่า "ข้าเหนื่อยเล็กน้อย วันนี้ทุกคนควรกลับไปพักผ่อน ในช่วงสองสามวันนี้ ไม่มีใครสามารถออกนอกตระกูลหยางได้หากไม่ได้รับอนุญาตจากข้า พวกเจ้าเข้าใจหรือไม่?"



สมาชิกทั้งหมดได้พยักหน้ารับและขอตัวลา อย่างไรก็ตามหลงเฉินก็กล่าวว่า: "ท่านปู่รอสักครู่ ข้าต้องการกล่าวบางอย่าง"



เขามองไปที่หยางเสวี่ยฉิงเมื่อเขากล่าวเช่นนี้ แต่หยางเสวี่ยฉิงมีการแสดงออกที่น่าอึดอัดและน่าสมเพชในคืนนี้ เพราะนางไม่กล้าเงยหน้าขึ้น



ผู้ก่อตั้งหยางกล่าวอย่างเคร่งขรึม: "เฉินเอ๋อร์ ถ้าเจ้ามีสิ่งที่ต้องการกล่าว พวกเราทุกคนจะรับฟัง"



"ท่านปู่ ก่อนที่ท่านพ่อจะตายเขาบอกให้ข้าเปลี่ยนแซ่เป็นหลง ข้าต้องการให้ทุกคนเรียกข้าว่าหลงเฉินตั้งแต่วันนี้ไป ข้าหวังว่าท่านปู่จะช่วยให้ข้าทำตามความปรารถนาครั้งสุดท้ายของท่านพ่อ"



คำกล่าวของหลงเฉินทำให้ทุกคนกังวลใจเล็กน้อยโดยเฉพาะหยางเสวี่ยฉิง ร่างของนางสั่นเล็กน้อย แต่นางก็ยังไม่เงยหน้า



หลงเฉินไม่มีความแข็งแกร่งหรือพลังอำนาจในอดีต ดังนั้นเขาจึงไม่สามารถบอกได้ว่าหลงชิ่งหลานได้มอบความไว้วางใจให้เขา อย่างไรก็ตามความแข็งแกร่งของเขาได้เพิ่มขึ้นอย่างมากหลังจากเหตุการณ์ในคืนนี้และเขารู้ว่ามันถึงเวลาแล้ว



ผู้ก่อตั้งหยางมองเขาอย่างกังวล "เฉินเอ๋อร์ เจ้ากำลังจะบอกว่าเจ้าต้องการที่จะออกจากตระกูลหยาง? เจ้าตำหนิพวกเราเพราะพวกเราทำร้ายเจ้าใช่หรือไม่? "



หลงเฉินส่ายหน้าและกล่าวว่า "ข้าไม่มีความคิดเช่นนั้น โลหิตครึ่งหนึ่งในกายข้ามาจากตระกูลหยางและข้าจะอยู่ในตระกูลหยางเช่นเดิม ข้าแค่อยากจะทำตามความปราถนาสุดท้ายของท่านพ่อ โดยใช้แซ่ของท่านพ่อ"



มือข้างเดียว มันเป็นความปรารถนาก่อนตายของหลงชิ่งหลาน และยังมีการยืนหยัดของหลงเฉินอีกด้วย ผู้ก่อตั้งหยางเป็นธรรมดาที่เขาไม่มีเหตุผลที่จะโต้แย้งตราบเท่าที่หลงเฉินไม่ได้ออกจากตระกูลหยาง เขาพยักหน้าและกล่าว "ถ้าเป็นความปรารถนาของหลงชิ่งหลานจากนั้น ข้าก็จะทำตามความปราถนาของเขา"



หลังจากทำตามความปราถนาของหลงชิ่งหลานได้ หลงเฉินก็พยักหน้าอย่างร่าเริง ส่วนคนอื่นๆในตระกูลค่อยๆขอตัวลากับผู้ก่อตั้งหยางและจากไป และ หยางฉิงซวนก็เป็นคนสุดท้ายที่ออกจากห้อง เขาหันหน้ากลับมาและกล่าวว่า "ท่านพ่อ ท่านเหนื่อยมากพอแล้ววันนี้ ท่านควรพักผ่อนบ้าง พรุ่งนี้ท่านยังคงต้องรับตำแหน่งเจ้าเมือง ตระกูลไป่อาจสร้างความวุ่นวายอีกเป็นได้ "



ผู้ก่อตั้งหยางส่ายหน้าและกล่าว "ขอให้ข้าสงบสติสักพักและปรับสภาพจิตใจของข้าให้เหมาะสม ซวนเอ๋อร์ เจ้าออกไปก่อน"



หยางฉิงซวนสามารถเห็นด้วยเพียงอย่างเดียวโดยไม่มีทางเลือก



คืนนี้ถูกกำหนดให้เป็นคืนอันยาวนาน



หลังจากที่หลงเฉินได้ขอตัวออกไป เขาก็เดินต่อไป แต่หลังจากนั้นไม่นานเขาก็พบว่าหยางเสวี่ยฉิงได้ข้ามกำแพงออกไป ก่อนหน้านี้ผู้ก่อตั้งหยางได้ออกคำสั่งว่าห้ามใครออกจากตระกูลหยางโดยไม่ได้รับอนุญาตและเขาไม่เคยคิดว่าคนผู้นี้ หยางเสวี่ยฉิง จะไม่สนใจคำสั่งนั้นเลย



ความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่หลงเฉินได้รับในวันนี้ คือการที่เขาสามารถทำให้สตรีคนนี้มองเขาด้วยสายตาที่เปลี่ยนไปจากอดีตได้



หลังจากที่ถูกแยกห่างจากนางเป็นเวลาสิบหกปี หลงเฉินรู้สึกว่าเลือดย่อมข้นกว่าน้ำอย่างแท้จริง นี่เป็นข่าวที่ยอดเยี่ยมมาก ตอนนี้หยางเสวี่ยฉิงได้ออกจากตระกูลหยาง หลงเฉินยังคงห่วงใยความปลอดภัยของนางและเดินตามนางไป



"ซีน้อย เจ้าสามารถบอกได้หรือไม่ว่านางจะไปที่ใด?"



"เจ้าเป็นคนโง่เง่า ข้าไม่อยากพูดกับเจ้า!"



หลงเฉินหลั่งเหงื่อ ก่อนหน้านี้เขากลัวว่านางจะทำร้ายตัวเองและเสี่ยงชีวิตของตัวเองเพื่อปกป้องเขา ดังนั้นเขาจึงกล่าวคำรุนแรงกับนาง แต่เขาไม่เคยคิดว่าสาวน้อยคนนี้จะยังคงรู้สึกไม่พอใจ หลงเฉินทำได้เพียงเกลี้ยกล่อมนางเท่านั้น: "เจ้าเป็นสตรีที่ยอดเยี่ยม ก่อนหน้านี้ปากของข้าพ่นคำไร้สาระ เจ้าเพียงแค่ปฏิบัติต่อข้าราวกับข้าเป็นลาโง่เง่า ดีหรือไม่? โฮ่งๆๆ!"



หลิงซีระเบิดเสียงหัวเราะแล้วก็ชี้ไปที่เขา กล่าวว่า "นั่นเป็นเสียงเห่าของสุนัข เจ้าโง่ ลาทำเสียงนี้ ฮี้-ฮ่า"



"หือ? เช่นนั้นแท้จริงแล้วเจ้าเป็นลา?! "



"เจ้า.....ไปตายซะ!"



"ท่านหญิงผู้สูงศักดิ์ โปรดไว้ชีวิตข้าด้วย! ฮ่าฮ่าฮ่า"



ในที่สุดหลังจากมีช่วงเวลาที่ลำบากในการเกลี้ยกล่อมหลิงซี หูของหลงเฉินก็ไม่ต้องถูกทรมานอีกต่อไป หลิงซีได้เปลี่ยนจากดาบหลิงซีเป็นตุ้มหูอีกครั้งและติดหูของเขาเพื่อที่นางจะทรมานเขาได้ตลอดเวลาที่นางต้องการ



แต่ในขณะนั้นเขาเห็นว่าหยางเสวี่ยฉิงได้เดินออกจากเมืองแล้ว หลงเฉินรีบไล่ตามนาง



หลังจากเดินไปได้ไกลพอสมควร เขาก็รู้สึกว่าเส้นทางนี้ค่อนข้างคุ้นเคย จริงๆแล้วเส้นทางนี้ไม่ใช่ทางไปหลุมฝังศพของหลงชิ่งหลานหรอกหรือ?



หลงเฉินไม่เคยพาหยางเสวี่ยฉิงมาที่แห่งนี้สักครั้ง แต่นางกลับรู้ว่าอยู่ที่ไหน ด้วยอำนาจของนางในตระกูลหยางการหาหลุมฝังศพนอกเมืองเป็นงานที่ง่ายมาก



ในไม่ช้า หยางเสวี่ยฉิงก็กำลังยืนอยู่หน้าหลุมฝังศพของหลงชิ่งหลาน นางยืนอยู่ที่นั่นด้วยความงุนงง หลงเฉินจ้องเขม็ง เฝ้าดูนางจากระยะไกล



เขาไม่รู้ว่าหยางเสวี่ยฉิงมาที่นี่เพื่ออะไร



อย่างไรก็ตาม หยางเสวี่ยฉิงไม่ได้กล่าวสักคำและเพียงแค่นั่งลงบนพื้น พักผ่อนบนหลุมฝังศพนางจ้องมองไปที่ดวงดาวปกคลุมท้องฟ้ายามราตรี ในลักษณะที่เคลิบเคลิ้ม ด้วยแสงดาวแวววาวสะท้อนอยู่ในดวงตาและแก้มสีขาวบริสุทธิ์มันทำให้นางดูมีสเน่ห์น่าหลงใหลถึงที่สุด



เมื่อเห็นภาพมารดาของเขาพิงหลุมฝังศพของบิดาขณะที่นางเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้า หลงเฉินรู้สึกถูกกระตุ้นเล็กน้อย ความอ่อนหวานและอ่อนโยนนี้เป็นภาพที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน



"นางพูดพึมพำกับตัวเอง" หลิงซีกล่าวอย่างกระทันหัน



"นางกำลังพูดอะไร?" หลงเฉินรีบถาม



หลิงซีฟังสักพักแล้วเลียนแบบเสียงและคำกล่าวของนาง



"......ถ้าท่านไม่ปฏิบัติกับข้าอย่างเลวร้ายก่อนหน้านี้ ข้าจะไม่เกลียดท่านและเกลียดบุตรชายของข้าเอง หลงชิ่งหลาน ในสายตาของข้า ท่านเป็นคนวิกลจริต... "



หลงเฉินตกใจ ดังนั้นตลอดเวลาในสายตาของหยางเสวี่ยฉิง หลงชิ่งหลานเคยเป็นคนวิกลจริต? ทำไมนางคิดเช่นนี้? หลงเฉินเคยคิดเสมอว่าเป็นเพราะหยางเสวี่ยฉิงได้รังเกียจหลงชิ่งหลานที่กลายเป็นขยะไร้ประโยชน์จึงเป็นเหตุผลที่นางทิ้งทั้งสามีและบุตรชาย เรื่องนี้มีเหตุผลที่แท้จริงบางอย่าง?



หลงเฉินได้มองไปที่ความรู้สึกเศร้าและทรมานของ หยางเสวี่ยฉิง ในขณะนั้นหลิงซียังคงกล่าวซ้ำในสิ่งที่นางได้ยิน: "...หลังจากมองไปทั่วอาณาจักรและเมืองนับไม่ถ้วน ท่านก็พบสตรีคนหนึ่งเช่นข้าที่ตรงกับความต้องการของท่านเพียงเพื่อสร้างทายาท ข้ารู้ว่าท่านอยู่สูงเกินกว่าจินตนาการของข้า แต่ท่านยังคงไม่มีสิทธิ์ที่จะเหยียบย่ำความรู้สึกของข้า... "



"วันนี้ เฉินเอ๋อร์ท้ายที่สุดเขาก็กล่าวว่าเขาต้องการเปลี่ยนแซ่เป็นหลง ไม่ว่าเรื่องใดข้าก็ยังไม่ใช่คู่ต่อสู้ของท่าน บางทีในสายตาของท่าน เพียงสตรีธรรมดาอย่างข้า ไม่คู่ควรกับผู้ที่สูงส่งอย่างท่าน "



คำกล่าวของหยางเสวี่ยฉิง ทำให้หลงเฉินประหลาดใจอย่างสิ้นเชิง



เพียงวันนี้ที่หลงเฉินได้เรียนรู้เหตุผลของหยางเสวี่ยฉิง ไม่ใช่ว่าตัวตนปกติของนางจะเย็นชาและไม่แยแส แต่กลับเป็นหลงชิ่งหลานที่ทำให้นางเสียใจมากเกินไป



หลงเฉินรู้อยู่แล้วว่าหลงชิ่งหลานมาจากสถานที่อันน่าเหลือเชื่อ สถานะของเขาต้องสูงมาก ความแข็งแกร่งหลงชิ่งหลานก่อนหน้านี้เป็นสิ่งที่ยืนยันได้อย่างแน่นอน มันไม่ใช่สิ่งที่ทุกคนคาดคิดได้ว่าเขาจะอยู่ในขอบเขตชีพจรมังกรขั้นที่ 8 เมื่อตอนที่เขาอยู่ที่เมืองไป่เห๋อหยาง เขาเพียงแค่แกล้งทำเป็นอ่อนแอเท่านั้น



หลงเฉินสามารถคาดเดาเหตุผลสำหรับเรื่องนี้ได้ การบ่มเพาะของหลงชิ่งหลานถูกทำลายโดยจี้หยกรูปมังกรลึกลับ แต่เขาไม่ต้องการให้มันจบสิ้นลงเช่นนี้ ดังนั้นเขาจึงคิดว่าจะสร้างทายาทของเขาที่สามารถใช้จี้หยกรูปมังกรลึกลับได้และจากนั้นเขาก็พบกับหยางเสวี่ยฉิง



สิ่งที่เกิดขึ้นต่อไปคือเหมือนกับที่หยางเสวี่ยฉิงได้อธิบายไว้ เป็นเพียงเพราะหลังจากที่หยางเสวี่ยฉิงรู้ความจริงแล้ว นางไม่สามารถยอมรับความจริงที่ว่านางเป็นเพียงเครื่องมือสำหรับการสืบพันธุ์เท่านั้น



หลงเฉินเป็นเลือดเนื้อเชื้อไขของหลงชิ่งหลาน แต่สำหรับหยางเสวี่ยฉิงเขาเป็นคนที่ขโมยความสุขและความรู้สึกของนาง ยิ่งนางรักหลงชิ่งหลานมากเท่าใด ความเกลียดชังที่นางรู้สึกต่อหลงเฉินยิ่งมากขึ้นเท่านั้น



ผลลัพธ์ของสถานการณ์ทั้งหมดในวันนี้ ทำให้หยางเสวี่ยฉิงค้นพบว่านางยังคงพ่ายแพ้หลงชิ่งหลาน เมื่อหลงเฉินผู้เหลวไหลและไร้เป้าหมายใดๆ ได้เปิดเผยความสามารถของเขา



ในท้ายที่สุด นางก็คือสตรีที่เป็นไข้ใจและน่าสงสารเพียงเท่านั้น



ในเวลานี้ความเกลียดชังของหลงเฉินที่มีต่อหยางเสวี่ยฉิงก็ลดลงในที่สุด



หลงเฉินถึงช่วงที่เขาสามารถรู้สึกผ่อนคลายได้แล้ว ในตระกูลหยางปัญหาขัดแย้งอันยิ่งใหญ่ทั้งสองของเขาคือหยางหยุนเทียนและหยางเสวี่ยฉิงได้รับการแก้ไขแล้ว เขาไม่จำเป็นต้องมีชีวิตเหมือนก่อนหน้า ที่ทุกคนสร้างความรู้สึกอัปยศแก่เขาเท่านั้น ตอนนี้ด้วยทุกคนในตระกูลมีความสัมพันธ์ที่แนบแน่น ร่วมมือกันเพื่อปัดเป่าศัตรู ความรู้สึกนี้ที่หลงเฉินปรารถนาเขาสามารถรู้สึกถึงมันได้แล้ว



"ท่านพ่อ ข้ารู้ถึงความทะเยอทะยานของท่าน แต่ท่านยังมีส่วนที่ท่านกระทำผิดต่อนางและปล่อยให้นางล้มลง"



"ไม่เป็นไร ข้าจะช่วยท่านแก้ไขความผิดพลาดของท่าน"



ผลสะท้อนจากทั้งชีวิตของหยางเสวี่ยฉิง ดวงตาของหลงเฉินเต็มไปด้วยน้ำตา นางน่าสงสารจริงๆ ครั้งแรกเมื่อนางตกหลุมรักบุรุษ นางไม่คิดว่านางเป็นเพียงแค่เครื่องมือในการสืบทายาทของเขา ครั้งที่สองเมื่อนางคิดว่านางจะได้รับความสุขในที่สุด นางก็ถูกหลอกและมันก็ส่งผลให้เกิดการทำร้ายบิดาและพี่ชายของนาง



หลังจากที่คิดย้อนกลับไปว่า เขาปฏิบัติกับนางอย่างไรก่อนหน้านี้ หลงเฉินรู้สึกว่าเขากระทำผิด



"นางร้องไห้อย่างน่าสงสาร หลงเฉิน ข้า ข้ายังรู้สึกอยากร้องไห้...... "



ภายใต้แสงจันทร์ หยางเสวี่ยฉิงได้ก้มหน้าลงและร้องไห้ การร้องไห้ที่อ่อนแอและน่าสงสารของนางทำให้หลิงซีเห็นอกเห็นใจนาง หลงเฉินกำหมัดไว้แน่นและถอนหายใจ



"มันขึ้นอยู่กับเวลาเท่านั้น ที่ข้าจะสามารถลดความเกลียดชังของข้าที่มีต่อนาง...... "





ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 33 ครั้ง

146 ความคิดเห็น

  1. #118 pypojibsaowbrpen (@pypojibsaowbrpen) (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2560 / 22:41
    เศล้าแปบ
    #118
    0
  2. #100 คนติดนิยาย (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2560 / 12:13
    เศร้าจังตอนนี้
    #100
    0
  3. #99 peace_at (@peace_at) (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2560 / 10:02
    พ่อของแม่ต้องเรียกว่า"ตา"ถึงจะถูก
    #99
    0
  4. #98 Tababuya (@Tababuya) (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2560 / 07:23
    ตอนนี้เศร้าจัง
    #98
    0
  5. #97 AekkalagJanta (@AekkalagJanta) (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2560 / 01:33
    ตอนนี้เล่นเอาจนน้ำตาแตกเลยอะ
    #97
    0
  6. #96 The-O (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2560 / 00:27
    เวรกรรม โคตรน่าสงสารเลย ชีวิตมีปมนี่หว่า ถูกใช้เป็นแค่เครื่องมือผลิตลูก -*-
    #96
    0
  7. #95 Nazarynn (@Nazarynn) (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2560 / 00:22
    เกลียดพ่อ แต่มาลงกับลูก ลูกไม่ได้ผิดอะไรเลย สงสารไม่ลงอ่ะ น่าสมเพชมากกว่า -_-
    #95
    0