Dragon-blooded War God เทพสงครามสายเลือดมังกร (นิยายแปล)

ตอนที่ 36 : DBWG บทที่ 36

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,029
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 32 ครั้ง
    22 ก.ค. 60


DBWG บทที่ 36 : บุปผาฝันร้าย








ผู้ก่อตั้งตระกูลหยางกระพริบตาปริบๆและมองอย่างโง่งมไปที่ไป่จ้านซ่ง



เขารู้สึกว่าได้ฟังที่อีกฝ่ายกล่าวผิดไปแล้ว อย่างไรก็ตามในเวลานี้ ไป่จ้านซ่งได้ยื่นมือออกมาและตบหน้าของเขาแล้วหัวเราะเยาะ "ตาแก่ รสชาติของบุปผาฝันร้ายนี้ไม่เลวเลยใช่หรือไม่? ทำไมเจ้าไม่ลองพยายามที่จะหมุนเวียนปราณฉีของเจ้าตอนนี้และดูว่ามันเกิดอาการเจ็บปวดเสียดแทงลงไปถึงกระดูกหรือไม่?"



หลังจากที่ถูกตบหน้าแล้ว ผู้ก่อตั้งตระกูลหยางก็รู้ดีว่ามีบางสิ่งบางอย่างไม่ถูกต้อง ตามที่คาดไว้เขาได้ทำตามข้อเสนอแนะของไป่จ้านซ่ง เมื่อเขาพยายามที่จะหมุนเวียนปราณฉีของเขา ทันใดนั้นเขารู้สึกว่าตันเถียนทั้งหมดของเขาถูกดึงดูดราวกับว่าถ้าเขาจะใช้พลังเพียงเล็กน้อย ตันเถียนของเขาจะถูกทำลายอย่างสิ้นเชิง!



ผู้ก่อตั้งตระกูลหยางซึ่งอยู่ในอาการมึนงงจากการดื่มก่อนหน้า คืนสติขึ้นมาทันที ดวงตาของเขาจ้องมองด้วยสายตาเย็นชาและปลดปล่อยจิตสังหารไปที่ไป่จ้านซ่ง ผู้ซึ่งกำลังแสยะยิ้มอย่างสยดสยอง เขาจำได้ว่ามันต้องเป็นบุปผาฝันร้าย



มันเป็นบุปผาที่มีพิษชนิดหนึ่ง คุณสมบัติทางยาของมันมีประสิทธิภาพมากและหากกลีบบุปผาถูกกินโดยตรงก็จะทำลายตันเถียนและเส้นโลหิตมังกรของผู้ฝึกตน แต่ถ้านำมันไปผสมน้ำให้เจือจาง คุณสมบัติจะลดลงเล็กน้อย คนที่ถูกวางยาจะไม่เป็นอันตรายตราบเท่าที่พวกเขาไม่ได้หมุนเวียนปราณฉีของพวกเขา แต่เมื่อพวกเขาทำมัน มันจะทำให้ตันเถียนของพวกเขาระเบิดออก



อย่างไรก็ตาม บุปผาฝันร้ายถึงแม้ว่ามันจะเจือจางก็ตามก็คงจะมีกลิ่นหอมหวานอันเป็นเอกลักษณ์กระจายออกมา ผู้ก่อตั้งตระกูลหยางจำได้อย่างชัดเจนว่าไวน์ที่เขาดื่มก่อนหน้านี้มีกลิ่นแปลกๆ แต่เขาก็อยู่ท่ามกลางความสุข ดังนั้นทำไมเขาต้องเสียเวลากังวลเรื่องกลิ่นของไวน์?



คราวนี้ใบหน้าของสมาชิกตระกูลหยางทั้งหมดได้เปลี่ยนไปอย่างมาก พวกเขาค้นพบบางอย่างเมื่อพวกเขาใช้ปราณฉีของพวกเขา ตันเถียนของพวกเปลี่ยนเป็นอ่อนนุ่มและอ่อนแอราวกับเต้าหู้!



ตอนนี้พวกเขาทั้งหมดตระหนักว่าตระกูลไป่ได้วางแผนต่อต้านตระกูลหยางและพวกเขาได้รับบาดเจ็บทั้งหมดโดยไม่รู้ตัว พิษในกลีบบุปผาฝันร้ายไม่ควรถูกมองข้าม มันมีชื่อเสียงความน่าหวาดกลัวฝังลึกลงไปในจิตใจของผู้คน แต่ก็ไม่มีใครสักคนคาดคิดว่าตระกูลไป่จะใช้มันกับตระกูลหยางที่มีความผูกพันใกล้ชิดกันฉันท์พี่น้อง!



อย่างไรก็ตามคนที่ตกตะลึงมากที่สุดคือผู้ก่อตั้งตระกูลหยาง เขาจ้องมองอย่างว่างเปล่าที่ไป่จ้านซ่ง แล้วจ้องไปที่ผู้นำตระกูลไป่และกล่าวด้วยความเกรี้ยวกราด "ไป่เฉิง? ทำไม? เป็นข้า หยางคังฉง ได้ปฏิบัติกับเจ้าอย่างโหดร้ายหรือ? "



ใบหน้าของผู้นำตระกูลไป่ซึ่งเป็นสีแดงก่อนหน้านี้ได้กลายเป็นดำคล้ำ เขาแสยะยิ้มอย่างเย็นชาและกล่าวว่า "ตรงกันข้าม ข้าอยากถามเจ้า ข้าเคยสงสัยจริงๆว่าเจ้าจะยังคงไร้เดียงสาอยู่หลังจากผ่านไปหลายปีแล้วหรือไม่? "



เขาชี้ไปที่ไป่จ้านซ่งโดยกล่าวว่า "ซ่งเอ๋อร์ ไปดื่มไวน์แลกเปลี่ยนเป็นพิธีระหว่างเจ้าสาวและเจ้าบ่าวก่อนที่จะพาหยางเสวี่ยฉิงมาที่นี่ วันนี้เราจะปล่อยพวกมันทั้งหมดตกตายพร้อมกันทั้งตระกูล"



เมื่อได้ยินผู้นำตระกูลไปได้กล่าวถึงคำว่า 'ตาย' สีหน้าของสมาชิกตระกูลหยางก็เปลี่ยนไปมาก!



แม้ว่าพวกเขาจะไม่สามารถหมุนเวียนปราณฉีได้ก็ตาม พวกเขาก็ยังไปรวมตัวกันอย่างรวดเร็วยกเว้นผู้ก่อตั้งตระกูลหยาง ทั้งหยางฉิงซวนและหยางหยุนเทียน ผู้ยืนอยู่หลังผู้ก่อตั้งพร้อมกับใบหน้าสีขี้เถ้า!



ด้านหลังผู้ก่อตั้งตระกูลหยางเป็นบุตรชายของเขาและแน่นอนว่าผู้อาวุโส สตรีที่อ่อนแอและรุ่นเยาว์ ขณะนี้หยางฉิงซวนกระซิบด้วยความโศเศร้ากับผู้ก่อตั้งตระกูลหยาง "ท่านพ่อ ผู้ที่มีปราณฉีทุกคนได้รับพิษจากบุปผาฝันร้ายนี้! ตระกูลไป่ไม่คิดว่าจะเป็นพวกสารเลวน่ารังเกียจเช่นนี้! "



ตอนนี้หัวใจของผู้ก่อตั้งตระกูลหยางสั่นสะท้าน คำกล่าวของผู้นำตระกูลไป่ก่อนหน้านี้ทำให้เขาพูดไม่ออก



เขาไม่เคยคิดเลยว่าพี่ชายคนนี้ของเขาที่เขาได้ยกย่อเป็นที่หนึ่งในชีวิตของเขา ได้กลายเป็นตัวตนที่เขาไม่สามารถคาดคิดได้ พี่ชายคนนี้กำลังใช้ความรู้สึกของเขาเหยียดหยามเขา หยางคังฉง!



ครู่ต่อมาหยางเสวี่ยฉิง ผู้ซึ่งทรงผมดูไม่เป็นระเบียบเรียบร้อยนักได้ถูกไป่จ้านซ่งลากตัวมาแล้ว พวกเขาทั้งคู่ยังคงสวมชุดแต่งงานสีแดงอยู่และหยางเสวี่ยฉิงที่สวมอาภรณ์สีแดงและแต่งหน้าอย่างสวยงามเช่นนี้ นางช่างดูงดงามอย่างแท้จริง อย่างไรก็ตามหลังจากได้เห็นบิดาผู้เป็นที่รักของนางและพี่น้องที่ถูกล้อมรอบและใบหน้าที่อ่อนแอของพวกเขา หัวใจของหยางเสวี่ยฉิงตกลงไปถึงหุบเหว!



"ไป่จ้านซ่ง! ท่านกำลังทำอันใด?! มีคนในตระกูลของท่านโง่เง่าหรือไม่? "



โดยไม่ต้องใช้ปราณฉีของนาง หยางเสวี่ยฉิงโดยทั่วไปแล้วไร้อำนาจและอ่อนแอเมื่ออยู่ต่อหน้าไป่จ้านซ่ง ไป่จ้านซ่งดันมือของนางออกไป เขายื่นมือออกมาและตบหน้านางอย่างโหดร้ายก่อนที่เขาจะกล่าวอย่างเย็นชาว่า "เจ้าหุบปากไปซะ!"



จากนั้นเขาก็ผลักหยางเสวี่ยฉิงไปทางกลุ่มคนตรงที่ผู้ก่อตั้งตระกูลหนางยืนอยู่ หยางเสวี่ยฉิงกลิ้งอยู่บนพื้น อาภรณ์สีแดงและการแต่งหน้่ที่สวยงามทั้งหมดในตอนแรกเปลี่ยนไปมาก จุดสีแดงบนใบหน้าของนางน่าเกลียดอย่างยิ่ง!



ผู้ก่อตั้งตระกูลหยางประคองหยางเสวี่ยฉิงขึ้นมาอย่างรวดเร็ว เขาไม่ได้กล่าวสิ่งใดขณะที่เขาดึงนางไปอยู่ด้านหลังเขา



หลังจากเป็นหนึ่งในสองผู้นำเมืองไป่เห๋อหยางในช่วงหลายปีที่ผ่านมารูปลักษณ์อันยิ่งใหญ่ของผู้ก่อตั้งตระกูลหยางยังคงไม่อาจมองข้ามแม้ว่าเขาจะไม่สามารถใช้ปราณฉีได้ เขาเงยหน้าขึ้นและจ้องมองจากสายตาที่เฉียบคมเช่นเหยี่ยว เขาเหลือบมองคนจากตระกูลไป่อย่างเย็นชา ในที่สุดสายตาของเขาจับจ้องไปที่ผู้นำตระกูลไป่



ผู้นำตระกูลไป่ยิ้มเยาะและกล่าวว่า "ดูบุตรสาวของเจ้าในตอนนี้สิ! เมื่อสิบแปดปีก่อน นางทิ้งบุตรชายของข้าไปหาขยะไร้ประโยชน์และยามนี้ขยะไร้ประโยชน์ตกตายไปแล้ว ตอนนี้นางยังต้องการสร้างมันใหม่กับบุตรชายของข้า มันจะเป็นเรื่องที่ดีได้อย่างไร? นางยังคงเหมาะสมที่จะอยู่เคียงข้างบุตรชายข้า?"



ผู้ก่อตั้งตระกูลหยางยังคงไม่กล่าวสิ่งใด แต่ได้ยินคำพูดเหล่านี้ใบหน้าของหยางเสวี่ยฉิงซีดขาวในทันที นางได้คาดเดาแล้วว่าเกิดเรื่องอะไร แต่เมื่ออีกฝ่ายพูดเรื่องนี้ออกมาครั้งแรก มันเป็นความรู้สึกที่นางรู้สึกว่าไม่สามารถจะทนได้!



นางมองไปทางไป่จ้านซ่ง บุรุษที่ได้สัญญากับนาง ตอนนี้ไป่จ้านซ่งเมินเฉิยสายตาของนางและกล่าวว่า "การแต่งงานในวันนี้เป็นเพียงวิธีเดียวที่เราจะกำจัดตระกูลหยางของเจ้า ข้าไป่จ้านซ่งจะใช้ชีวิตอย่างอิสระ สตรีคนใดที่ข้าไม่สามารถครอบครองได้? ทำไมข้าถึงต้องการบุปผาที่แตกสลายเช่นเจ้า? ท่านพ่อ เราได้บรรลุเป้าหมายของเราแล้ว ดังนั้นเราควรเคลื่อนไหวในตอนนี้ก่อนที่คืนอันยาวนานนี้จะกลายเป็นเพียงความฝันอันยาวนาน... "



บุตรชายคนที่สี่ ไป่จ้านเฟิงหัวเราะก่อนที่จะกล่าว: "ให้ข้าบอกพวกเจ้าบางอย่าง การแข่งขันล่าสัตว์ปีศาจน่าจะใกล้จบแล้ว แต่ปริมาณแก่นแท้พลังงานสัตว์ปีศาจที่รุ่นเยาว์ของพวกเจ้าจะได้รับทันจะเป็นศูนย์ เนื่องจากพวกมันไม่มีโอกาสได้สังหารสัตว์ปีศาจใดๆ ก่อนที่ไป่ชวี่เฉินและไป่ชวี่ฉือจะเรียกร้องชีวิตโง่เง่าของพวกมัน ฮ่าฮ่าฮ่า”



ไป่จ้านซ่งมองไปที่หยางเสวี่ยฉิงอย่างเย็นชา และกล่าวต่อว่า "บุตรชายคนแรกที่เจ้าได้ให้กำเนิด ถ้าวันนี้ไม่ได้เป็นวันที่เราสามารถกวาดล้างพวกเจ้าทั้งหมดได้ในวันเดียว ไอสารเลวบัดซบนั่นได้ตายไปนานแล้ว! เจ้าคิดว่าข้าจะทนจนถึงตอนนี้ได้อย่างไร? "



เมื่อได้ยินคำกล่าวของสองพี่น้อง ราวกับว่ามีสายฟ้าฟาดกลางใจของสมาชิกตระกูลหยาง!



หลังจากที่ได้ยินว่าบุตรชายและบุตรสาวของพวกเขาตกตายไปแล้ว สตรีสองสามคนได้จมลงไปในความเศร้าโศก คนเดียวที่แข็งแกร่งพอที่จะทนต่อการโจมตีทางจิตใจเช่นนี้ได้คือผู้ก่อตั้งตระกูลหยางและหยางฉิงซวน เมื่อคิดว่าหยางและคนที่เหลือได้ตกตายไปด้วยมือของฝ่ายตรงข้าม ผู้ก่อตั้งตระกูลหยางและคนที่เหลือรู้สึกราวกับว่าหัวใจของพวกเขาถูกฉีกกระชากเป็นชิ้น ๆ



จ้องมองอย่างดื้อรั้นไปที่รอยยิ้มน่าเกลียดและเยาะเย้ยของสมาชิกตระกูลไป่ สมาชิกชิกตระกูลหยางได้หายใจด้วยความโกรธ ทั้งหมดรวมทั้งหยางฉิงซวนที่มักจะมีอารมณ์ดีเสมอ สายตาของเขายังแดงก่ำในเวลานั้น! เส้นโลหิตบนคอของเขาปรากฏออกมา ถ้าไม่ใช่ผู้ก่อตั้งตระกูลหยางซึ่งยังเหลือเหตุผลบางส่วนและขวางเขาไว้ เขาต้องให้พวกมันได้ชดใช้ไปนานแล้ว!



หนึ่งต้องรู้ว่าสิ่งที่เขาสูญเสียคือลบุตรชายและบุตรสาว! พวกเขาเป็นคนที่หยางฉิงซวนได้ทำงานอย่างหนักและเสียสละมาตลอดชีวิต



"ตระกูลไป่พวกเจ้าทุกคนจะต้องตายอย่างน่ากลัว!"



หยางฉิงซวนในยามนี้คล้ายกับสัตว์ดุร้าย!



สำหรับหยางหยุนเทียนที่สูญเสียบุตรชายไปแล้ว ประสิทธฺภาพของหยางหลิงฉิงเมื่อเร็วนี้ไม่ได้เลวร้ายและเป็นเลือดเนื้อเชื้อไขของเขา เมื่อคิดว่าหญิงสาวที่ใจดีจะต้องจากไปเช่นนี้ หยางหยุนเทียนก็กลายเป็นสัตว์ที่ดุร้ายเช่นกัน!



"ไป่เฉิง ไป่จ้านซ่ง ไป่จ้านเฟิง และพวกเจ้า......ทุกคนเป็นสัตว์เดรัจฉาน!"



ส่วนด้านหยางเสวี่ยฉิง นางยังอยู่ในสภาพที่ไม่เชื่อ!



นางไม่กล้าที่จะเชื่อทุกสิ่งทุกอย่างที่กำลังเกิดขึ้นจริงๆ ไป่จ้านซ่งไม่เคยรักนาง การแต่งงานที่นางปรารถนาคือแผนการที่จะกำจัดตระกูลของนาง



หยางเสวี่ยฉิงกลายเป็นคนบาปของตระกูลหยาง เพราะความโง่เขลาของนาง!



จากช่วงเวลาแห่งความสุขนี้ไปสู่สถานการณ์เศร้าสลด การเปลี่ยนแปลงของความรู้สึกของพวกเขาเป็นเรื่องใหญ่มาก สมาชิกตระกูลหยางพบว่ามันยากสำหรับพวกเขาที่จะหายใจ!



ในเวลานี้เองหยางเสวี่ยฉิงคิดถึงความตาย เพียงความตายเท่านั้นที่นางจะสามารถหลบหนีสถานที่นี้ได้ นางไม่จำเป็นต้องตำหนิตัวเองและด้วยวิธีนี้นางจะปราศจากความทุกข์ทรมาณนี้!



นี่เป็นทางเดียวสำหรับนางในวันนี้และเป็นทางเดียวที่นางต้องใช้!



หลังจากถูกวางยาพิษด้วยบุปผาฝันร้ายแล้ว หยางเสวี่ยฉิงรู้ว่าการใช้ปราณฉีของนางจะทำให้ตันเถียนนางระเบิด แต่ตอนนี้มันสอดคล้องกับความต้องการของนาง!



หยางฉิงซวนและหยางหยุนเทียนสูญเสียทั้งบุตรชายและบุตรสาวของพวกเขา ผู้ก่อตั้งตระกูลหยางได้ขวางทางพวกเขาโดยเฉพาะและปล่อยหยางเสวี่ยฉิงไว้โดยไม่ต้องใส่ใจ ตระกูลไป่มองดูพวกเขาราวกับเฝ้าดูละครลิง ดังนั้นพวกเขาจึงไม่ได้สังเกตหยางเสวี่ยฉิงในเวลานั้น ใบหน้าของนางแสดงออกถึงหนทางรอดจากความทรมาณนี้



ตอนนี้นางคิดถึงหลายสิ่งหลายอย่างในชีวิตของนาง ความฝันของนางเมื่อตอนที่นางยังเยาว์วัย รัศมีเปล่งประกายของหลงชิ่งหลานเมื่อเขาได้ปรากฏตัวครั้งแรก นางเคยมีความสุข แต่มันก็จากไปอย่างรวดเร็วและหายไปอย่างสมบูรณ์ นางเกลียดหลงชิ่งหลานรวมทั้งเลือดเนื้อเชื้อไขที่มาจากหลงเฉิน



นางไม่แน่ใจว่าทำไมนางถึงเกลียดเขามาก นางรู้สึกเพียงว่าหลงเฉินมีความคล้ายคลึงกับหลงชิ่งหลาน ร่างกายของเขานางจะไม่มีปัญหาถ้าเป็นเพียงแค่รูปลักษณ์ แต่กิริยาท่าทาง สายตา ความดื้อรั้น ความคิดและจิตวิญญาณของเขา ทั้งหมดเหมือนกับหลงชิ่งหลานโดยสมบูรณ์



แม้ว่าเขาจะเป็นบุตรชายของนางเอง แต่ไม่มีอะไรในร่างของหลงเฉินที่คล้ายกับนาง หยางเสวี่ยฉิงมีความเกลียดชังที่นางเก็บงำไว้ต่อหลงชิ่งหลาน ผู้ซึ่งทำลายชีวิตของนาง ความเกลียดชังนี้ได้ขยายไปที่หลงเฉินเช่นกัน



โดยเฉพาะเมื่อความแข็งแกร่งของหลงเฉินได้เพิ่มขึ้นอย่างน่าอัศจรรย์และวิธีที่เขาแสดงความกล้าหาญของเขาก็เหมือนกับหลงชิ่งหลานในวัยเยาว์!



ความภาคภูมิใจของหลงเฉินได้สั่นสะเทือนความนับถือตัวเองของนาง



แต่ตอนนี้นางรู้ว่านางเป็นคนเดียวที่หลงละเมอ มันเป็นเรื่องตลกจริงๆ เมื่อรู้ว่านางได้ทำร้ายตระกูลหยาง ก่อนที่นางจะตายนางก็คิดถึงบุตรชายคนนี้และทุกสิ่งทุกอย่างของเขา



ความทระนงของบุตรชายหัวแข็งคนนี้มากเกินไป เมื่อหยางเสวี่ยฉิงไม่สนใจเขาและหลงชิ่งหลานก็ทำเช่นเดียวกัน เขาไม่เคยจะพยายามเรียกร้องการดูแลและความเป็นห่วงจากพวกเขาสักครั้งเดียว



แม้ว่าเขาจะเกิดตระกูลหยางและไม่ต้องกังวลเรื่องอาหารและเสื้อผ้า แต่เขาก็มีชีวิตอยู่ด้วยตัวเองตั้งแต่เด็กๆ ราวกับว่าเขาเป็นสุนัขจรจัดที่อยู่อาศัยในตระกูลหยาง



ไม่มีใครดูแลเขา ไม่มีใครให้คำแนะนำใดๆแก่เขา และร่างกายของเขาปรากฏรอยแผลใหม่ๆอยู่ตลอดเวลา



ครั้งแรกที่นางบอกกับเขาว่านางกำลังจะแต่งงานกับไป่จ้านซ่ง ทิฐิของเขา แผ่นหลังที่โดดเดี่ยวอ้างว้าง สายตาที่ไม่ย่อท้อเมื่อเขาทุบตีหยางหลิงเยว่บนเวที ภาพเหล่านั้นได้ฝังแน่นในสายตาของนาง



จนกระทั่งถึงจุดที่นางอยากจะล้มลงและร้องไห้



เมื่อถึงจุดนี้ ความฝันทั้งหมดของนางแตกสลาย นางก็รู้ว่านางได้พ่ายแพ้บุตรชายหัวแข็งของนาง



แต่ตอนนี้มันก็สายเกินไปเพราะหลงเฉินตายไปแล้ว ในมือของตระกูลไป่


"เด็กน้อย ไม่ต้องกลัวหรอก ข้าจะตามเจ้าไปทันทีและใครจะรู้ บางที่อยู่ในนรกพวกเราสามคนอาจจะสามารถสร้างครอบครัวที่สวยงามด้วยกัน ...... "



"ความเสียใจของเจ้าในชีวิตนี้ ถ้ามีโอกาสข้าจะชดใช้ให้กับเจ้า!"



"แต่ตอนนี้...... "



นางค่อยๆเงยหน้าของนางขึ้น สายตาของนางตกลงบนร่างไป่จ้านซ่ง ผู้ดูเหมือนจะพอใจในตัวเองและกล่าวพึมพำว่า "ข้าไม่ต้องการที่จะตายด้วยความอัปยศเมื่อข้าเจอเจ้า เช่นนั้นอย่างน้อยข้าต้องสังหารปีศาจนี่......"



ฝูงชนต่างส่งเสียงดังเอะอะ เนื่องจากหยางเสวี่ยฉิงได้ตั้งใจที่จะโจมตีไป่จ้านซ่ง และกำลังสร้างตราประทับบนมือของนาง สิ่งที่นางวางแผนจะใช้สังหารเขา ตราประทับมังกรลึกล้ำขั้นสูง!



ปัง!



อ๊ากกก



ในเวลาเดียวกันประตูไม้ขนาดใหญ่ที่ถูกปิดไว้ก็ระเบิดออกเป็นเศษชิ้นเล็กชิ้นน้อยและลอยเข้าไปในห้องโถง มีผู้คุ้มกันไม่กี่คนที่ถูกส่งเข้าไปในห้องโถงด้วย และร้องออกมาด้วยความทรมาน!




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 32 ครั้ง

146 ความคิดเห็น

  1. #140 Tuolek (@0925808689) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 20 สิงหาคม 2560 / 16:20
    ตายซะเมิงงงงงงงง
    #140
    0
  2. #63 sutad3352 (@sutad3352) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2560 / 23:58
    Excellent 
    #63
    0