Dragon-blooded War God เทพสงครามสายเลือดมังกร (นิยายแปล)

ตอนที่ 3 : DBWG บทที่ 3

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5,776
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 41 ครั้ง
    22 ก.ค. 60

DBWG บทที่ 3 : ชีพจรมังกร



ขณะที่หลงเฉินกำลังยืนอยู่นี่นั่นอย่างมึนงง ปราณฉีที่ปล่อยออกมาอย่างรุนแรงจากหยกลึกลับ ปรากฏอยู่ในตันเถียนของเขา



"ปราณฉีนี่มาจากไหนเป็นไปได้ไหมว่าจะเป็นพลังที่หยกลึกลับดูดซับมาจากพ่อของข้า"



ถึงแม้การฝึกร่างกายของหลงเฉินจะยอดเยี่ยมเพียงใด แต่ปราณฉีในปริมาณมากขนาดนี้ได้เกินความสามารถที่เขาจะควบคุมได้ ทันใดนั้นพลังงานได้ไหลออกมาจากแขนขาของเขา



คลื่นความร้อนแผดเผาพรั่งพรูอยู่เต็มหน้าอกเขา ทำให้หลงเฉินร้องออกมาด้วยความทุกข์ทรมาณ เขาก้มหน้า กัดฟัน เปียกโชกไปด้วยเหงือ!



ปราณฉีในตันเถียนของเขาตีกันอย่างรุนแรง และดูเหมือนพร้อมที่จะระเบิดได้ทุกเมื่อ ในกรณีนี้ ผลลัพธ์ของมันคือการตายโดยถูกแผดเผา ดวงตาของหลงเฉินกลายเป็นแดงก่ำ เมื่อเขาคิดว่าจะต้องตายในสภาพศพที่ไม่สมบูรณ์



"ข้าไม่ใช่คนที่จะมาตายอย่างง่ายดาย! ชีพจรมังกรตัดผ่านมันซะ!"



หลังจากฝึกฝนร่างกาย มาถึงขอบเขตชีพจรมังกรขั้นที่ 9 ผู้ฝึกตนจะสร้างปราณฉีขึ้นมา เมื่อมีการรวบรวมปราณฉีได้ในปริมาณที่เพียงพอ มันจะแปลงเป็นมังกรในตำนาน และทะลวงผ่านเส้นโลหิตมังกรขั้นแรกได้ และปริมาณฉีในตันเถียนของหลงเฉินในตอนนี้ มีมากเพียงพอแล้ว



"ทะลวง!"



กัดฟันของเขา เหงื่อหยดลงบนพื้น เขาเปล่งเสียงคำรามออกมา ภายใต้การจัดการอย่างชาญฉลาดของเขา ปราณฉีในตันเถียนของเขาเริ่มกลายเป็นมังกร เขาสูดลมหายใจเข้าลึก บุกเข้าไปในเส้นโลหิตมังกรอย่างต่อเนื่อง! พร้อมด้วยเสียงระเบิด เส้นโลหิตมังกรถูกเปิดออกโดยพลังฉีของเขา ปริมาณของปราณฉีไหลทะลักเข้ามาดั่งมหาสมุทรที่บ้าคลั่ง เสียงดังสนั่นเข้าไปในเส้นโลหิตมังกร ก่อนจะเสร็จสิ้น เส้นโลหิตมังกรขยายออกกว้างด้วยการจู่โจมของปราณฉี ตลอดขั้นตอนทั้งหมดนี้ ปราณฉีมังกรยังขยายออกต่อไปอย่างบ้าคลั่ง!



เผลาะ!



เส้นโลหิตมังกรขั้นแรก ภายในสี่ชั่วโมง ในที่สุดก็ตัดผ่านสำเร็จ ปราณฉีมังกรหมุนวนรอบเส้นโลหิตมังกรอยู่หลายครั้ง จากนั้นก็กลับเข้าไปในตันเถียน อย่างไรก็ตาม ปราณฉีทีกลับไปยังตันเถียนของเขาได้อาละวาดอย่างไม่หยุดยั้ง พลังฉีได้ขยายภายในตัวของหลงเฉิน ทำให้เข้ารู้สึกอึดอัดเป็นอย่างมาก!



"หลังจากข้าได้เปิดเส้นโลหิตมังกรเส้นที่หนึ่ง ข้าก็ได้ตัดผ่านขอบเขตชีพจรมังกรขั้นแรก! อย่างไรก็ตาม ปราณฉีในตันเถียนของข้ายังคงเติบโตก้าวหน้าเป็นพิเศษ ชีพจรมังกรขั้นที่ 2 ข้าจะต้องทำได้ในวันนี้!"



ภายในใจเขารู้ดีว่าเขาได้ตัดผ่านเส้นโลหิตมังกรเส้นแรกได้อย่างง่ายดาย และความสมดุลที่เขามีตอนนี้ เขาไม่สามารถปล่อยโอกาสนี้ไปได้ ขณะที่เขานั่งอยู่หน้าหลุมศพบิดา เขาขบฟันแน่นและพุ่งเข้าไปยังเส้นที่สองของเส้นโลหิตมังกร



ความยากลำบากในการตัดผ่านเส้นที่สอง และปริมาณปราณฉีที่ต้องการ เปรียบเทียบกันเส้นแรกแล้วต้องใช้เป็นจำนวนมากขึ้น จากนี้ จะเห็นได้ชัดว่ามันยากมากที่จะฝึกฝนในขอบเขตชีพจรมังกรขั้นที่ 2 ในเมืองไป่เห๋อหยาง แม้หลังจากที่ใช้ทรัพยากรไปเป็นจำนวนมากและความพยายามตลอดชีวิต มันยากมาที่จะก้าวสู่ขอบเขตที่อยู่หลังจากขอบเขตชีพจรมังกร!



เขาอีกครั้งที่เปลี่ยนปราณฉีของตนเป็นมังกรอันยิ่งใหญ่ วันนี้อยู่ต่อหน้าหลุมศพบิดาเขา  เขาขบฟันและตัดสินใจเดินหน้าต่อไป แม้ราคาที่ต้องจ่ายจะเป็นชีวิตของเขาเอง เขาบังคับปราณฉีจำนวนมหาศาลเดินหน้าเข้าไปยังเส้นโลหิตมังกรทีละนิดๆ การเปิดเส้นโลหิตมังกรเส้นที่สอง เป็นเรื่องยากกว่าครั้งแรก ถ้ามันล้มเหลว จากนั้นเขาต้องเริ่มใหม่ตั้งแต่ต้น



สี่ชั่วโมงต่อมา หลงเฉินเปิดมันได้กว้างเพียง 10 เซนติเมตร และในเวลานี้เขาหมดแรงแล้ว อย่างไรก็ตาม เมื่อเขาจำได้ถึงคำพูดของบิดาและน้ำตาที่ปรากฏขึ้นในดวงตาของชายชรา ก่อนที่ชายชราจะตาย หลงเฉินรู้สึกว่าความเจ็บปวดและความทุกข์ทรมาณที่เขาประสบอยู่ตอนนี้ มันช่างไรความหมายยิ่งนัก!



"ปีศาจคนนั้นต้องการให้ข้าแข็งแกร่ง และข้าก็เห็นด้วยกับคำขอของเขา ด้วยบุคลิกของข้า แม้ว่าข้าจะตายไป ข้าก็สามารถบรรลุภารกิจที่ท่านได้มอบหมายไว้ให้ได้ วันนี้ข้าจะตัดผ่านเส้นโลหิตมังกรเส้นที่สองนี้ และทำให้ท่านมองข้าใหม่!"



ในเวลาเดียวกัน เขายังคงนึกถึงคนที่ดูถูกเขาและหัวเราะเยาะเขา



"ลืมมันไปเถอะ ข้าไม่ใช่คนที่เย็นชาและโหดเหี้ยม บรรดาผู้ที่สร้างความอัปยศแก่ข้า ถ้าข้ากลายเป็นผู้แข็งแกร่งเหนือคนเหล่านั้น แล้วมันก็ยุติธรรมสำหรับข้าที่จะตอบแทนความเมตตานั่น!"



เผลาะ!



หลังจากผ่านไปสองชั่วโมง เส้นโลหิตมังกรเส้นที่สองถูกตัดผ่านได้ในที่สุด ปราณฉีสองสายอันยิ่งใหญ่ ไหลผ่านเส้นโลหิตมังกรทั้งสอง และผ่านร่างกายของเขา เสริมสร้างความแข็งแกร่งเพิ่มมากขึ้น ยิ่งไปกว่านั้นปราณฉีได้หมุนวนในตันเถียนของเขาและฝังรากที่นั่น



เมื่อปราณฉีไหลผ่านทวารทั้งเจ็ดของเขา เขารู้สึกถึงสิ่งรอบตัวได้ชัดเจนอย่างไม่คาดคิด แม้จะเป็นเวลากลางคืน เขาสามารถมองเห็นพื้นที่กว้างใหญ่ และเมื่อฟังอย่างตั้งใจ เขาก็ได้ยินเสียงนกและแมลงรอบตัวได้อย่างชัดเจนมากขึ้น



เมื่อเข้าสู่ขอบเขตชีพจรมังกร มันเหมือนกับว่าเขาได้เปลี่ยนไปอย่างมาก ตอนนี้เขารู้สึกว่าตัวเขาเบาเหมือนนก และยังครอบครองพละกำลังถึง 1000 จิน



(TL: 1000 จิน = 604.9 กิโลกรัม )



หลงเฉินยืนขึ้น รู้สึกสดชื่นและเต็มไปด้วยพลัง ใบหน้าของเขาเผยให้เห็นรอยยิ้ม



ตอนนี้เขาอยู่ในขอบเขตชีพจรมังกรขั้นที่ 2 แล้ว การใช้พลังฉีนี้ แม้จะหักต้นไม้ที่อยู่ด้านข้างเขาก็ไม่ยากเกินไปถ้าเขาใช้พลังเต็มแรง



และตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป เขาก็จะได้รับการพิจารณาให้เลื่อนไปอยู่ในฐานะผู้ฝึกตนที่แท้จริงแล้ว!



เมื่อมองไปที่หลุมฝังศพของหลงชิ่งหลาน หลงเฉินก็สบถเล็กน้อยอีกครั้ง



"ความสำเร็จมากมายในคืนนี้ทั้งหมดเป็นเพราะท่าน ก่อนหน้านี้ข้าเกลียดท่าน เพราะท่านไม่เคยให้อะไรข้าเลย แต่ตอนนี้ข้ายอมรับว่าข้าผิดพลาดเอง ท่านเป็นพ่อที่ดี"



ยืนอยู่สักพัก เขาก็ขับเกวียนกลับไปที่เมืองไป่เห๋อหยาง



"มีบางสิ่งผิดปกติ..."



หลงเฉินขมวดคิ้ว



"หยกมังกรนี้ แต่เดิมอยู่ในตันเถียนของพ่อข้า ตอนแรกข้าคิดว่ามันเป็นปรากฏการณ์ในจิตสำนึกของข้าที่ผิดปกติ แต่ตอนนี้คิดย้อนกลับไปอีกที มันมีโอกาส 80% ที่ตาแก่ของข้าจะรู้อยู่แล้วเกี่ยวกับเรื่องนี้ และจึงเร่งเร้าให้ขาเอามันออกมาจากตันเถียนของเขา หยกมังกรนี้เป็นปริศนาที่ลึกลับมาก และคำพูดของตาแก่ก็คลุมเครือมาก วิธีที่เขาพูดถึงทวีปแห่งมังกรและมหาอำนาจนั่นเป็นเรื่องที่ลึกลับมาก อาจเป็นไปได้ว่าตาแก่ของข้าอาจมีภูมิหลังบางอย่าง?"



"ใช่แล้ว ก่อนที่พ่อจะมาถึงเมืองไป่เห๋อหยาง ไม่มีใครรู้เกี่ยวกับอดีตของเขาเลย"



หลงเฉินขมวดคิ้วและกล่าวว่า "สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ ตาแก่ของข้าได้รู้ถึงต้นกำเนิดของหยกมังกรนี้แล้ว แต่กลับอนุญาตให้ข้าดึงปราณฉีของเขาจนกระทั่งเขาตาย ตอนนี้เขากำลังปล่อยให้ข้าสืบทอดมัน ความลึกลับนี้ มันมีเหตุผลอะไร?"



กลับเข้ามาในทะเลแห่งจิตสำนึกของเขา หยกมังกรลึกลับยังคงลอยอยู่อย่างสงบ แม้ว่าหลงเฉินจะมีอีกสิบสมองแต่เขาก็ไม่สามารถอธิบายได้ว่าทำไมมันถึงมาปรากฏอยู่ที่นี่



ทะเลแห่งจิตสำนึกของเขา เป็นที่ว่างแห่งความว่างเปล่าอย่างแท้จริง ดังนั้นถ้าเขาบอกคนอื่นเกี่ยวกับเรื่องนี้ อาจเป็นเหตุให้พวกเขาบุกเข้ามาในทะเลแห่งจิตสำนึกได้ ซึ่งก็เป็นเรื่องหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่ไม่มีใครเชื่อเขา



อีกครั้งหนึ่งที่ระดับความลึกลับของหยกมังกรยิ่งมากขึ้นไปอีก อย่างไรก็ตามในขณะนี้ หลงเฉินไม่คิดเลยว่าปราณฉีจากหยกมังกรยังคงไหลเข้าสู่ตันเถียนของเขา แม้ว่าจะไม่มากเท่าก่อนหน้านี้



หลงเฉินรู้สึกมีความสุข



"ปราณฉีของข้าเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งอาจจะมีความเร็วในหการบ่มเพาะมากกว่าคนอื่น ด้วยความเร็วนี้ การไล่ตามคนอื่นๆทัน คงไม่ยากเกินไป"



ก่อนหน้านี้เขาเคยคิดว่าชีวิตเขาเป็นได้เพียงมนุษย์ปกติ แต่ตอนนี้ในที่สุดเขาก็มีความหวัง



มองไปที่เมืองไป่เห๋อหยางที่อยู่ข้างหน้า นึกถึงงานที่หลงชิ่งหลานมอบให้แก่เขา



"การชุมนุมตระกูลหยางกับเหล่าศิษย์ที่โดดเด่นของพวกเขา.. พวกเขาทั้งหมดเป็นผู้เชี่ยวชาญและอัจฉริยะ ข้าไม่สามารถแข่งกับหยางจ้านได้ ตาแก่ของข้าต้องการให้ข้าเป็นผู้ชนะและได้รับทักษะ[ตราประทับมังกร] นี่เป็นเรื่องยากกว่าการขึ้นสวรรค์.. บรรดานักรบมังกรพวกนี้ พวกเขาสำคัญหรือเปล่า?"



มาถึงเมืองไป่เห๋อหยางก็ดึกมากแล้ว



หลงเฉินไม่ได้พักอาศัยอยู่กับตระกูลหยาง แต่เขาออกมาซื้อที่พักตรงศาลาตะวันออกอยู่คนเดียว ตั้งแต่โตขึ้นมา เขาต้องพบเจอแต่คนเลวร้ายหลายคน แต่ไม่มีคนสำคัญใดๆ ดังนั้น ถึงแม้เขาจะอยู่คนเดียว เขาก็ไม่ต้องเผชิญหน้ากับใคร



ตามกิจวัตรจำวันของเขาเมื่อกลับมาถึงบ้าน หลงเฉินจะอาบน้ำและเข้านอน แต่ตอนนี้เขายืนอยู่หน้าเตียง ทันใดนั้นเกิดประกายเย็นเยียบในดวงตาของเขา



"เตียงข้ากระจุยกระจาย หรือจะเป็นขโมย?"



หลงเฉินยังคงสงสัยและตรวจสอบอยู่สักพัก แต่ก็ไม่พบสิ่งผิดปกติใดๆ



หลงเฉินหัวเราะและนอนลงบนเตียง เหตุการณ์หลายอย่างที่ได้เกิดขึ้นในวันนี้ ตัดผ่านเส้นโลหิตมังกร และเข้าสู่ขอบเขตชีพจรมังกรขั้นที่ 2 ขณะนี้พลังงานของเขาอยู่ในระดับสูงสุด ดังนั้นจึงยากสำหรับเขาที่จะหลับลงได้



ตอนนี้เป็นเวลาเที่ยงคืนแล้ว ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ผู้คนนอนหลับสนิท ผู้ฝึกตนคนใหม่ 'หลงเฉินได้ขัดเกลาสัมผัสของเขาเป็นอย่างดี เขารู้สึกได้ว่ามีคนกำลังเข้ามาใกล้ห้องของเขา



เขารีบเปิดใช้กลไกที่ซ่อนอยู่ใต้เตียงและเข้าสู่ชั้นใต้ดิน ในส่วนของเตียงยังคงสภาพเดิมไว้อยู่


หลงเฉินมองขึ้นไปและสังเกตอย่างเงียบๆผ่านรอยแตกเล็กๆบนพื้นห้อง



เขาสูดลมหายใจเขาลึก มีชายสองคนสวมผ้าคลุมหน้าสีดำเข้ามาในห้องของเขา และเมื่อพวกเขามองเห็นผ้าห่มที่โป่งพองเหมือนมีคนอยู่ข้างใน พวกเขาก็ไม่ได้พูดอะไร และใช้ดาบตัดผ่านไปยังเตียงของเขา เตียงถูกผ่าออกเป็นสองส่วน



"เอ๊ะเจ้าตูดไร้ประโยชน์นั่นจริงๆแล้วไม่ได้อยู่ที่นี่ไม่ใช่ว่าพวกเราเห็นมันเข้ามาก่อนหน้านี้หรือ?"



"เขาอาจจะตรวจพบเราและหลบหนีไป!"



"หึ! แม้ว่ามันจะหนีไปได้ในวันนี้ แต่พรุ่งนี้มันไม่รอดแน่ วันพรุ่งนี้เราจะกลับมาอีกครั้ง และด้วยความสามารถของพวกเรา แค่จัดการกับเจ้าเด็กไร้ประโยชน์นั่น มันจะไม่เป็นเหมือนชิ้นส่วนเค้กหรือ?"



ชายสองคนรีบออกไป



แม้ว่าเขาจะเข้าสู่ขอบเขตชีพจรมังกรขั้นที่ 2 แต่ก็ยังมีบุคคลจำนวนไม่น้อยที่แข็งแกร่งกว่าเขามาก หลงเฉินไม่กล้าประมาท มือสังหารสองคนก่อนหน้านี้ให้ความรู้สึกถึงอันตรายอย่างมาก คิดเกี่ยวกับทักษะของพวกมันแล้วก็ไม่เลวเลย ถ้าหลงเฉินเผชิญหน้ากับพวกมัน เขาจะมีจุดจบที่เลวร้านแน่นอน



"โชคดีที่ข้ามีไหวพริบ แอบติดตั้งกลไกบนเตียงของข้าอย่างลับๆ ถ้าไม่เช่นนั้น คืนนี้ไม่ต้องคิดเลยว่าข้าจะกลายเป็นศพอยู่ที่นี่"



สายตาของเขาจ้องมองไปอย่างเย็นชา



"ในเมืองไป่เห๋อหยาง มีคนส่งมือสังหารมาสังหารข้าคนไร้ประโยชน์เช่นข้า มีค่าพอที่จะให้ความสนใจ?"



คิดเกี่ยวกับเรื่องนี้ หลงเฉินขมวดคิ้วอีกครั้ง แม้จะคาดเดาถึงรายชื่อบุคคลที่น่าสงสัย แต่เขาก็ยังไม่สามารถที่จะรู้ได้ถึงคนบงการ



"ตระกูลหยาง ขณะที่พวกเขาผลักไสข้า มันก็ยังไม่ถึงขั้นที่จะส่งผู้เชี่ยวชาญมาเพียงเพื่อสังหารข้า"



"ภายใน น่าจะมีการสมรู้ร่วมคิดที่ข้าไม่รู้ โอ้.. ดี ข้าจะย้ายกลับเข้าไปอยู่ในลานที่พักของตระกูล ข้อแรก.. สามารถรับประกันความปลอดภัยของข้าได้ ข้อสอง.. ข้าอยู่ที่ขอบเขตชีพจรมังกรขั้นที่ 2 โดยขาดทักษะการต่อสู้ แม้ว่าข้าจะเผฃิญหน้ากับใครบางคนที่อยู่ในขั้นแรก แต่ข้าก็ยังไม่ได้เปรียบใดๆ ตระกูลหยางมีห้องทักษะการต่อสู่ และตอนนี้ข้าก็ยังเป็นคนในตระกูลอยู่ ข้าก็ควรที่จะสามารถเข้าไปได้"



"ด้วยทักษะที่ดี มีความเป็นไปได้ที่มันจะเพิ่มความสามารถในการโจมตีของข้าได้หลายเท่า.."



ย้อนกลับไปในอดีต เขาได้เห็นคนในตระกูลใช้ทักษะการต่อสู่ และประสิทธิภาพของมันไม่ได้อ่อนด้อยเลย!



ในที่พักอาศัยของตระกูลหยาง มีที่พักอาศัยของหลงเฉินอยู่ แต่เขาอาศัยอยู่เพียงไม่กี่ปีเท่านั้น เมื่อดวงอาทิตย์ขึ้นสู่ฟากฟ้าแล้ว เขาก็เก็บสัมภาระจำนวนมากกลับไปยังที่พักอาศัยของตระกูลหยาง



คฤหาสน์ของตระกูลหยาง มีพื่นที่กว้างขวางมาก ไม่ว่าหลงเฉินจะกลับไปหรือไม่ มันก็ไม่ได้สร้างความสนใจใดๆ



เมื่อจัดห้องเสร็จเรียบร้อยแล้ว หลงเฉินทำให้การบ่มเพาะของเขามั่นคง หลังจากเมื่อคืน ปราณฉีของเขาได้เพื่มขึ้นอีกครั้ง ภายในอนาคตอันใกล้นี้ เขาจะสามารถก้าวไปสู่ขอบเขตชีพจรมังกรขั้นที่ 3 ได้แล้ว



แน่นอนว่าปัจจุบันเป็นสิ่งสำคัญ เขาไปที่ห้องฝึกศิลปะการต่อสู่และได้รับทักษะการต่อสู้



กฎของตระกูลหยางคือ ตราบเท่าที่สมาชิกในตระกูลหยางได้เข้าสู่ขอบเขตชีพจรมังกรขั้นที่ 1 พวกเขามีคุณสมบัติที่จะเข้าสู่ห้องโถงศิลปะการต่อสู้และเลือกทักษะการต่อสู้ ตอนนี้ หลงเฉินมีความพึงพอใจกับกฎดังกล่าว



ระหว่างทาง สาวใช้และยามมองเขาอย่างเย็นชา หลงเฉินเคยชินกับเรื่องที่คนเหล่านี้นินทาเขาอยู่เบื้องหลัง ความทรงจำของเขา ช่วยเขาได้มา แม้ว่าเขาจะเคยเห็นห้องโถงศิลปะการต่อสู้เพียงครั้งเดียวแต่เขาก็สามารถหาเส้นทางที่ถูกต้องได้ ห้องโถงศิลปะการต่อสู้ เป็นพื้นที่ต้องห้ามของตระกูลหยาง เฉพาะสมาชิกในตระกูลเท่านั้นที่สามารถเข้ามาได้ ไม่ต้องกล่าวถึงแม่แต่สาวใช้และยามก็ไม่สามารถเข้าไปใกล้ได่ หลงเฉินมองเห็นประตูหินอยู่เบื้องหน้าภายในป่า และมีเจดีย์สูงอยู่หลังประตูนั้น มันเป็นห้องโถงศิลปะการต่อสู้



ก่อนที่เขาจะก้าวเข้ามาใกล้ประตู ก็ได้มีใครบางคนมาขวางเส้นทางเขาไว้



ไม่ใช่ใครอื่นนอกจากเฉินหลิวที่ถ่มน้ำลายใส่หลงเฉินก่อนหน้านี้ อายุของเฉินหลิวคล้ายกับหลงเฉิน และยังมีระดับการบ่มเพาะอยู่ในขอบเขตชีพจรมังกรขั้นที่ 2



เมื่อเห็นหลงเฉินได้มาที่ห้องโถงศิลปะการต่อสู้ เฉินหลิวก็รู้สึกหงุดหงิด ไม่นานหลังจากนั้นมันแสดงท่าทางเยาะเย้ยและกล่าวว่า "ปรากฏว่าเป็นนายน้อยเฉิน ทำไมวันนี้ถึงได้มาห้องโถงศิลปะการต่อสู้ข้าได้ยินมาว่าเศษขยะของตระกูลหยางอันรุ่งเรืองได้ลงไปนอนจูบพื้นเมื่อวาน แต่ทำไมนายน้อยเฉินถึงได้มาที่นี่แทนที่จะไว้ทุกข์?"



หลงเฉินย่อมเข้าใจการถากถางนั่น แต่คำพูดของเฉินหลิวได้สร้างความอัปยศแก่เขา ได้ฟังอีกในวันนี้ทำให้หลงเฉินรู้สึกโกรธอีกครั้ง อย่างไรก็ตามเขาอยู่ต่อหน้าห้องโถงศิลปะการต่อสู้ ก่อนที่จะได้รับทักษะใดๆ เขาไม่ต้องการสร้างปัญหา เขาจึงอดทนอีกครั้งและเดินอ้อมเฉินหลิวไปที่ห้องโถง



อย่างไรก็ตาม เฉินหลิวยังคงกลั่นแกล้งและขวางเส้นทางเขาอีกครั้ง มันหัวเราะอย่างเย็นชาและกล่าวว่า "นายน้อยเฉินคงจะหูหนวก และไม่ได้ยินที่ข้าพูด?"



"ข้าได้เข้าสู่ขอบเขตชีพจรมังกรแล้ว นอกจากนี้ข้าจะเข้าหรือไม่ แล้วมันเกี่ยวอะไรกับคนนอกอย่างเจ้า?"



เขาเงยหน้าจ้องไปยังเฉินหลิวอย่างเย็นชา



แม้จะไร้พลังอย่างแท้จริง หลงเฉินก็อาศัยปะปนอยู่รอบเมืองไป่เห๋อหยางมาเป็นเวลาหลายปี ดังนั้นอำนาจของเขาอยู่ที่นั่นเป็นมั่นเป็นเหมาะ นอกจากนี้ ตอนนี้เข้าได้เข้าสู่ขอบเขตชีพจรมังกรขั้นที่ 2 แล้ว ดังนั้นการจ้องมองดังกล่าวทำให้เฉินหลิวหวาดกลัว ก้าวถอยหลังไปอย่างไม่คาดคิด



"อะไรข้าได้ยินผิดหรือไม่เจ้าไม่ได้ที่จะเข้ามาโดยการกล่าวอ้างว่าเข้าสู่ขอบเขตชีพจรมังกรอย่างไรก็ตาม วันนี้ข้าว่างมาก ดังนั้นข้าจะได้เห็นถึงความแข็งแกร่งที่แท้จริงของนายน้อยเฉิน!"

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 41 ครั้ง

146 ความคิดเห็น

  1. #146 nongrak1997 (@nongrak1997) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 30 เมษายน 2561 / 16:23
    ซัด-คนปากดีสักหน่อยสิ
    #146
    0
  2. #34 sutad3352 (@sutad3352) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2560 / 15:32
    Excellent 
    #34
    0