มาดามเพอร์รี่

ตอนที่ 1 : Chapter 1

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 9
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    18 พ.ย. 61

เสียงผู้คนในตลาดน่ารำคาญยิ่งกว่าเสียงจิ้งหรีด เธอผู้งดงามดั่งเจ้าหญิงไม่ควรคู่แก่สถานที่แห่งนี้ ชีวิตของเธอสวยหรูอยู่ในคฤหาสถ์ท้ายเมือง ชาวบ้านต่างรู้ดีว่าเธอทำอาชีพอะไร อาชีพที่ทุกคนรังเกียจ เดินไปใหนมาใหนมีคนมองท้ายด้วยสายตาเดียจฉันท์ แต่เธอพยายามทำเป็นไม่สนใจแล้วคอยพร่ำสอนตัวเองอยู่เสมอ ว่าอาชีพขายบริการทำให้เธอกลายเป็นคุณนายอย่างที่ตั้งใจใว้ มีบ้านหลังใหญ่ด้วยเงินทองที่ได้มาอย่างยากลำบาก เธอยอมทำทุกวิถีทางเพื่อได้รับเงินก้อนโต แต่สิ่งที่เธอซื่อสัตย์ต่อตัวเองอยู่เสมอคือไม่เคยคิดแย่งสามีใคร

เช้าวันศุกร์ มาดามเพอร์รี่เดินรับแสงอาทิตย์ในตลาดมิทซีว่า เธอวางแผนจะทำสเต๊กพริกไทยดำต้อนรับท่านเฟอร์นันโด เมื่อเร็วๆนี้ท่านส่งจดหมายมาบอกว่าต้องการพบเธอเป็นการส่วนตัว เธอรู้ได้ในทันทีว่าท่านหมายถึงอะไร นี่ก็นานมากแล้วที่ท่านไปปฏิบัติหน้าที่ที่อิรัก ท่านคิดไปเองฝ่ายเดียวว่าเธอรักท่าน มาดามเพอร์รี่รู้สึกกับท่านเพียงลูกค้าคนหนึ่งเท่านั้น ลูกค้ากลุ่มอาวุโสวัยห้าสิบปี และเป็นแขกอันดับต้นๆของเธอ

"มาดามคะ เราน่าจะทำพายแอปเปิ้ลด้วยนะคะ" แม่บ้านคนสนิทชื่อมาเรียอายุรุ่นคุณแม่ หยิบแอปเปิ้ลสีแดงขึ้นมาดูความละเอียดของเนื้อผิว

"ไอเดียดี จัดการเลย"

สายตาของแม่ค้าทุกคนไม่ต้อนรับมาดามเอาเสียเลย พวกหล่อนด่าเธอในใจ แต่เมื่อใดที่เธอออกมาจ่ายตลาดด้วยตัวเอง เมื่อนั้นแม่ค้าจะได้เงินเยอะหากเธอแวะเข้าร้าน และทุกครั้งที่เธอเดินจากไป เสียงซุบซิบนินทาก็ก่อตัวขึ้นตามมาทุกที


รถเก๋งยี่ห้อหรูปี1890 จอดลงที่หน้าคฤหาสถ์ของเพอร์รี่ แม่บ้านมาเรียถือตะกร้าวัตถุดิบเข้าไปในครัวเพื่อจัดเตรียมอาหาร อีกสามชั่วโมงท่านเฟอร์นันโดก็จะมาถึง มาดามขึ้นไปแช่น้ำนมอยู่บนห้องของตัวเอง ตามด้วยการอาบน้ำอุ่นที่สัมผัสแล้วรู้สึกผ่อนคลาย เธอเองก็เบื่อวิธีนี้เหมือนกัน อายุขึ้นเลขสามแล้ว ผิวพรรณไม่ได้เต่งตึงเหมือนเมื่อก่อน เธอเคยคิดอยากจะกลับไปใช้ชีวิตธรรมดา ติดตรงที่มันยากน่ะสิ เงินที่ใช้สอยแต่ละบาทล้วนมาจากการสนับสนุนของนายท่านทั้งหลาย เธอกลายเป็นดอกไม้อันเลอค่าของวงการไปแล้ว และนายท่านหลานเธอก็คงไม่พอใจหากรู้ว่าเธอออกไปเสียดื้อๆ

"มาดามคะ ชุดที่รีดใว้แขวนอยู่ที่เดิมนะคะ" สาวใช้นามเลอาถือเดรสยาวสีโอรสเข้ามาในห้อง เธอเทียบตัวเองกับชุดเดรสอยู่หน้ากระจกด้วยความรู้สึกอยากสวมใส่ เมื่อได้ยินเสียงมาดามตอบกลับมา เธอก็รีบแขวนเดรสใว้ที่หน้าตู้เสื้อผ้าแล้วเดินออกจากห้องไปทันที

หลังอาบน้ำเสร็จ มาดามลูบไล้ครีมอยู่หน้ากระจกบานใหญ่ ครีมกลิ่นกุหลาบที่หลายคนบอกว่าเข้ากับเธอ แต่อาจเป็นกุหลาบไร้หนาม ไร้ซึ่งสิ่งปกป้องจากภายนอก


และแล้วเวลานี้ก็มาถึง ท่านเฟอร์นันโดขับรถมาถึงหน้าคฤหาสถ์ ไม่มีใครรู้ว่าท่านมาที่นี่ คฤหาสถ์แห่งนี้อยู่ลึกจากตัวเมืองถึงสองกิโลเมตร และแขกของเธอก็มักเป็นผู้มีอันจะกิน มีรถขับ มีเงินพอที่จะนัดเจอกับเธอ

"โอ้เพอร์รี่! ผมคิดถึงคุณจัง" ท่านเฟอร์นันโดโผลกอดมาดามทันทีเห็นเธอต้อนรับอยู่หน้าประตู

มาดามกอดตอบ เธอมองเลยหลังของท่านเฟอร์นันโดไป มีชายอีกคนใส่ชุดเครื่องแบบยืนอยู่ข้างหลังท่าน "นั่นใครคะ?"

"อ้อ ทหารในกรมน่ะ เห็นบอกว่าขับรถเป็นก็เลยวานให้เขาช่วย"

ท่านเฟอร์นันโดกวักมือเรียกทหารนายนั้น เขาเดินมาด้วยบุคลิกภาพมาดเท่ ใบหน้าหล่อเหลาเอาการ มาดามประเมิณภายนอกได้ในทันทีว่าชายผู้นี้เป็นบุรุษที่ยังไม่เคยผ่านสตรีใดเลย หากคาดการณ์ไม่ผิด ผู้ชายคนนี้ก็น่าสนใจเป็นอย่างมาก

"ผมแอรอน โฮปส์ เป็นเกียริ์ตที่ได้พบคุณครับ" เขาตะเบ๊ะตามแบบฉบับทหาร

มาดามยื่นมือเป็นการทำความรู้จัก "ฉันเพอร์รี่ ไคล์"

แอรอนตอบรับมืออันแสนนุ่มของเธอ ทั้งสองสบตากันราวกับถูกชะตา มาดามรู้สึกร่านผ่าวอยู่ใต้รูขุมขน เด็กหนุ่มวัยกำลังดีน่าเอามาเป็นของเล่นยิ่งนัก

"ไปกันเถอะค่ะ อาหารเที่ยงพร้อมแล้ว" 

มาดามเดินนำหน้าเข้าไปก่อน แอรอนหมุนตัวกลับไปรอที่รถ แต่ท่านเฟอร์นันโดกลับเรียกให้เขาตามเข้าไป

แอรอนเดินตามท่านพลางมองความสวยหรูของการตกแต่ง เขาเงยหน้าชมเพดานสูงที่ประดับด้วยคริสตัลระย้า มันเหมือนกับโลกอีกใบเมื่อคริสตัลกระทบเข้ากับแสงอาทิตย์อ่อนๆจากบานหน้าต่าง

"นายไปหาอะไรกินในครัวก่อน ฉันจะอยู่ตามลำพังกับเพอร์รี่" ท่านเฟอร์นันโดกล่าว แอรอนตะเบ๊ะ เขากำลังมองหาห้องครัวที่อยู่ถัดออกไปจากห้องรับประทานอาหาร

ขณะที่เขากำลังเลี้ยวเข้าไปทางห้องครัว  เลอาที่กำลังรีบร้อนได้เดินออกมาพอดี ทั้งสองเดินชนกันอย่างไม่ระมัดระวัง คนหนึ่งรีบ คนหนึ่งเงอะงะ อุบัติเหตุจึงเกิดขึ้น

"โอ้ย!" แอรอนร้องขึ้นด้วยความแสบร้อน กาน้ำชาหกใส่เสื้อแขนยาวของเขา ทะลุเข้าไปถึงหนังกำพร้า

เลอาตกใจจนรีบวางถาดลงแล้วหันไปหยิบผ้าบรรจงเช็ดแขนให้เขา ตามด้วยว่านหางจระเข้แก้อาการพุพอง "ขอโทษค่ะ ฉันไม่ทันระวัง ว่านหางจระเข้ช่วยได้มาก ไม่ต้องห่วงนะคะ" เลอาร้อนรนจนไม่ได้มองหน้าเจ้าของแขนอันล่ำสันนี้

"ไม่เป็นไรครับ ผมซุ่มซ่ามเอง ต้องขอโทษด้วย"

เลอาเงยหน้ามองเจ้าของเสียงอันทุ้มต่ำ ความรู้สึกแรกเมื่อเห็นเขาคือรักแรกพบ ทั้งบุคลิกภาพ หน้าตา และการอ่อนน้อมของแอรอน ใจเธอเต้นตั้งแต่ครั้งแรกที่สบตา เขามีเสน่ห์บางอย่างซึ่งเดาไม่ถูกว่าคืออะไร แต่เธอถูกใจชายคนนี้เข้าให้แล้ว

"เอ่อ...ฉันต้องรีบไปเสิร์ฟน้ำชาแล้ว"

เลอาลุกไปหยิบกาน้ำชาสีหยกใบใหม่จากตู้มาแทน เธอตักชาอู่หลงที่ต้มอยู่ในหม้อใหญ่เทลงในกาน้ำอีกทีหนึ่ง ทุกการกระทำเธอจะหันมามองที่แอรอนแล้วส่งยิ้มให้ ขณะเดียวกัน แม่บ้านมาเรียเดินเข้ามาหลังเตรียมมื้อเที่ยงให้มาดามเสร็จ หล่อนเดินผ่านหน้าแอรอนไปโดยไม่ทันได้สังเกตุ ทันใดนั้นหล่อนก็หยุดชะงัก ค่อยๆหันหน้ามามองแอรอนแล้วถอนหายใจ

"คงเป็นคนขับรถคนใหม่สินะ?" มาเรียถามขณะเตรียมอาหารสำหรับหนึ่งที่

"เอ่อ เปล่าครับ ผมแค่อาสาขับรถมาให้"

ทุกอย่างเงียบ เลอารีบยกน้ำชาไปเสิร์ฟก่อนที่ท่านเฟอร์นันโดจะโมโห เธอยังคงยิ้มอ่อนๆให้เขาขณะเดินอย่างรีบร้อน

มาเรียจัดแจงอาหารสำหรับหนึ่งที่ให้แอรอน หล่อนยื่นถาดให้เขา เขารับมาอย่างงงๆพร้อมกล่าวคำขอบคุณ

"เธออาศัยอยู่ที่ใหนหรอ?"

แอรอนรีบกลืนขนมปังลงคอ "ผมเกิดที่วินไซด์คอน แต่ตอนนี้ย้ายมาที่มิทซีว่าเพราะต้องเข้ากรมทหาร"

"งั้นเธอก็ไม่รู้สินะว่าที่นี่คือที่ใหน?"

แอรอนเงียบทำท่าจะฟังคำตอบ มาเรียรินน้ำชาให้เขาคู่กับพายแอปเปิ้ลจานเล็ก "ที่นี่คือบ้านที่ผู้ชายพร้อมจะจ่ายเงินให้สตรี เธอรู้ใช่มั้ยว่ามันหมายถึงอะไร?"

"ผมพอจะเข้าใจครับ แล้วคุณบอกผมทำไม?"

มาเรียหัวเราะอย่างอดไม่ได้ "เธอช่างไสซื่อจริงๆ ที่ฉันบอกเพราะไม่อยากให้เธอไปปากโป้งกับใครว่ามาที่นี่ แต่เห็นอย่างนี้ก็สบายใจขึ้นมาหน่อย"

แม้แอรอนจะไม่เข้าใจว่ามาเรียพูดแบบนั้นทำไม แต่เขาก็ตั้งใจฟังจนจบ ความเสงี่ยมและความไสซื่อของเขาทำให้แมรี่รู้สึกเอ็นดูอย่างบอกไม่ถูก

ผ่านไปสามชั่วโมง ท่านเฟอร์นันโดพร้อมจะกลับบ้านไปหาลูกเมียแล้ว ท่านใช้ทุกช่วงเวลาอย่างมีความสุข แอรอนบอกลามาเรียและเลอาก่อนจะขับรถไปส่งท่าน


ภายในครัว เลอายิ้มตลอดเวลาที่ล้างจาน มาเรียสังเกตุอยู่นานแล้ว อาจเป็นเพราะพ่อหนุ่มหน้าคมคนนั้นก็เป็นได้ อย่างว่าล่ะ สาวใช้อายุน้อยอย่างเลอาไม่เคยพบปะกับบุรุษคนใหน เมื่อได้เจอคนที่ดูดีทั้งภายนอกและกิริยาก็ต้องหวั่นไหวเป็นธรรมดา

"ชอบพ่อหนุ่มคนนั้นล่ะสิท่า?"

มาเรียสะดุ้ง เธอหันมาจริงจรังกับการล้างจานและทำเป็นไม่ได้ยินสิ่งที่หล่อนพูด

"ฮ่าๆ เธอน่ะเดาออกง่ายจะตาย"

"คุณแม่บ้านพูดอะไร? ฉันไม่เห็นเข้าใจเลย"

"อย่าทำเป็นตีหน้าซื่อ ถ้าชอบก็บอกชอบสิ จะอายทำไม"

เลอาหน้าแดง "ก็มันน่าอายนี่คะ เพิ่งเจอกันไม่กี่ชั่วโมงเอง"

วันนี้ดูเหมือนจะเป็นวันที่มีเรื่องคุยมากกว่าวันอื่นๆ ปกติพวกหล่อนจะง่วนอยู่กับการทำงานบ้านจนแทบไม่มีเวลาคุยกัน เมื่อแอรอนเข้ามาในนี้ เขาทำให้เลอาหน้าแดง เลอาทำให้ทุกอย่างดูมีชีวิตชีวาขึ้น นี่แหล่ะช่วงเวลาของวัยหนุ่มสาว


หลังจากแอรอนไปส่งท่านเฟอร์นันโด้ที่บ้าน เขากลับไปยังที่พักของตัวเองที่อยู่ใกล้กับตลาดมิทซีว่า ท่านเฟอร์นันโดออกค่าที่พักให้สำหรับหนึ่งคืน พอวันรุ่งเขาจะกลับไปรับท่านเฟอร์นันโดพร้อมเข้าประจำการที่กรมทหาร

แอรอนนอนอยู่บนเตียงพลางคิดถึงกลิ่นน้ำหอมที่มาดามฉีด ไม่สิ อาจเป็นกลิ่นครีมก็ได้ การบานสะพรั่งของดอกกุหลาบเมื่อยามรับรส เขาอยากได้กลิ่นนี้อีกสักครั้ง แม้จะเดินตามหลังท่านเฟอร์นันโดไป แต่เขาก็ยังได้กลิ่นทุกที่ที่มาดามเดินผ่าน ครั้งแรกที่ได้กลิ่น เขาคิดว่าตัวเองตกอยู่ในห้วงของฤดูกุหลาบแย้ม เขาไม่เคยได้กลิ่นนี้มาก่อน เป็นกลิ่นที่วิเศษมากๆ รวมถึงมือบางๆที่อ่อนนุ่มนั่นอีก อา... เขาไม่เคยคิดถึงผู้หญิงคนใหนมาก่อนเลย

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

0 ความคิดเห็น