[OS/SF] Because i love u #อูซอบ

ตอนที่ 2 : Lost smile

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 35
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    11 ต.ค. 61





         ‘อูจิน... เรากลับไปเป็นเหมือนเดิมเถอะนะ เหมือนตอนที่เรายังไม่รู้จักกัน กลายไปเป็นคนแปลกหน้า เราไม่รู้จักอูจิน อูจินก็ไม่รู้จักเราเหมือนกัน เราเลิกกันเถอะ’

         ประโยคเดิมๆที่พัคอูจินยังคงจำได้จนถึงวันนี้ นี่ก็ผ่านมา5เดือนแล้วที่อันฮยองซอบเลือกที่จะตัดความสัมพันธ์ลง

         เขาผิดเองที่โกหกฮยองซอบ ผิดเองที่ทำลายความเชื่อใจของอีกคน แถมยังทำร้ายจิตใจอีกฝ่ายโดยไม่รู้ตัวมาตลอด ตอนที่ฮยองซอบเลือกที่จะเดินจากเขาไป อูจินทำได้เพียงมองดูคนรักเดินจากไปโดยไม่รั้ง ไม่ใช่ว่าเขาไม่อยากรั้งอีกฝ่ายไว้ แต่เพราะเขาก็ไม่อยากให้ฮยองซอบต้องทนกับคนแบบเขาอีกแล้ว เขาควรปล่อยให้คนที่รักไปเจอคนที่ดีและพร้อมดูแลฮยองซอบมากกว่าเขา

         แต่นี่ก็ผ่านมา5เดือนแล้ว เขายังลืมฮยองซอบไม่ได้เลย ทุกคืนยังฝันว่าอีกคนยังอยู่ข้างๆกายและยิ้มให้เขาอย่างที่เขาชอบ แต่พอลืมตาตื่นขึ้นมาทุกอย่างก็หายไปและกลับมาสู่ความเป็นจริง

         ความจริงที่ว่า...ฮยองซอบไม่ได้อยู่ตรงนี้แล้วและรอยยิ้มนั่นก็ไม่ใช่ของเขาอีกต่อไป

         พัคอูจินยังคงส่องไอจี เฟสและทวิตเตอร์ของฮยองซอบอยู่เสมอ คนตัวเล็กดูสดใสขึ้นมาก สเตตัสต่างๆก็ไม่ใช่ที่เกี่ยวกับเขาอีกแล้ว ถึงแรกๆอีกคนจะดูแย่ไม่ต่างจากเขาเลย แต่ใช้เวลาไม่นานฮยองซอบก็ดูโอเคขึ้นเยอะ ต่างจากเขาที่หลังจากไม่มีกระต่ายตัวน้อยอยู่ข้างกาย เขาก็ไม่เคยอัพเดตอะไรเลย ไม่แม้แต่จะเพ้อถึง เพราะทุกอย่างเขาลงไปกับการดื่มเหล้าและระบายใส่เพื่อนไปหมดแล้ว

         ทุกคนต่างบอกว่าไม่ชินเลยสักนิดที่เขาเฮิร์ทหนักขนาดนี้ เพราะก่อนมาเจอฮยองซอบเขาก็มีแฟนมาหลายคนเหมือนกัน แต่เวลาแยกทางกันไปเขาก็เศร้าแค่วันเดียว วันต่อมาก็กลับมาเป็นปกติได้ แต่เคสนี้มันต่างออกไปตรงที่เวลาผ่านมาจะครึ่งปีแล้วแต่เขากลับลืมอันฮยองซอบไม่ได้เลยสักนิด

         ยังคงเห็นฮยองซอบนอนอยู่ข้างๆ ทำกับข้าวอยู่ในครัวหรือตอนที่อีกคนนั่งดูเขาเล่นเกมส์อยู่ข้างๆ ในทุกๆที่รอบตัวมีแต่อันฮยองซอบเต็มไปหมดจนเขาคิดว่าอีกไม่นานตัวเองต้องเป็นบ้าแน่ๆ

         ก็ได้แต่ถามตัวเองซ้ำๆว่าทำไมเขายังไม่ชินเสียที แต่ก็ยังตอบซ้ำๆว่าสำหรับการไม่มีฮยองซอบอยู่ข้างกาย เขาไม่เคยคิดอยากจะชินกับมันเลย ไม่รู้อะไรที่ทำให้พัคอูจินหวังว่าฮยองซอบจะกลับมาหาเขาทั้งๆที่ความเป็นไปได้มีแค่ศูนย์

         บ้าหรือไงพัคอูจิน ฮยองซอบเขามีชีวิตที่ดีแล้ว เขาคงไม่กลับมาหานายหรอก ไอโง่เอ้ย

         ถ้าสามารถส่งจดหมายไปยังอดีตได้ เขาจะด่าพัคอูจินในตอนนั้นให้มันสำนึกไม่ทันเลย แต่ประเด็นสำคัญไม่ใช่การด่าแต่เป็นการบอกให้ไอโง่นั่นได้รู้ว่ารักษาอันฮยองซอบไว้ให้ดีในตอนที่เขายังอยู่กับนาย ในตอนที่เขายังให้อภัยนาย แล้วนายจะเสียใจเหมือนฉัน ไอหน้าโง่เมื่อ5เดือนที่แล้ว!

         เขายังจำได้ดีในตอนนั้นที่เขาทำตัวเหลวไหล ไปเที่ยวกับเพื่อนแล้วทิ้งฮยองซอบไว้คนเดียวที่ห้อง พอกลับมาเจอฮยองซอบถามเขาก็โกหกว่าไปทำรายงานห้องเพื่อน แต่ความจริงคืออีกคนรู้อยู่แล้วว่าเขาไปไหนมาเพราะมีเพื่อนของเจ้าตัวอยู่ในร้านนั้นด้วย แต่เขาก็ดันทำโมโหกลบเกลื่อนแล้วพูดจาทำร้ายอีกฝ่าย เป็นแบบนี้มาหลายครั้ง จนวันนั้น วันที่กระต่ายน้อยของเขาเดินจากเขาไป

         “อูจินไปไหนมาหรอ กลับดึกเชียว” อันฮยองซอบนั่งอยู่ตรงปลายเตียงรอพัคอูจินกลับมาจนเวลาตีสาม

         อูจินตกใจเล็กน้อยที่ป่านนี้อีกคนยังไม่นอนอีก ทั้งที่ดึกขนาดนี้แล้วแท้ๆ

         “ไปช่วยไอจีฮุนมันทำงาน แล้วนี่ทำไมยังไม่นอนอีก” และเขาก็ยังคงโกหกเหมือนเดิมเพราะคิดว่าอีกคนคงไม่รู้แล้วชวนเปลี่ยนเรื่อง

         “เรารออูจินกลับมาไง เดี๋ยวนี้กลับดึกทุกวันเลย” แต่ถึงอูจินจะชวนเปลี่ยนเรื่อง คนตัวเล็กก็ยังคงวนกลับมาเรื่องเดิมอยู่ดี ทำให้คนตัวสูงหัวร้อนไม่น้อยที่ฮยองซอบพาวนเข้าเรื่องนี้เหมือนชวนทะเลาะ

         “ก็บอกแล้วไงว่าช่วงนี้ยุ่งๆ อย่าถามมากได้มั้ย แค่เรียนก็เหนื่อยจะแย่แล้ว” และเขาก็ยังคงใช้ลูกไม้เดิมคือการโมโหกลบเกลื่อน เพราะพอเขาทำเป็นโมโหฮยองซอบก็จะหน้าสลดลงแล้วขอโทษทันทีที่ทำเขาหงุดหงิด แต่ครั้งนี้กลับไม่ใช่...

         “เราก็แค่ถามเองนะ ทำไมอูจินต้องใส่อารมณ์ด้วย”

         “นี่จะชวนทะเลาะใช่มั้ยฮยองซอบ”

         “เราไม่ได้ชวนทะเลาะ ก็แค่ถามเฉยๆ อูจินนั่นแหละ โกหกเราทำไม!” อันฮยองซอบยืนขึ้นแล้วเดินไปตรงหน้าอูจินพร้อมกดโทรศัพท์เปิดรูปที่ทำเอาคนที่ทำเป็นโมโหกลบเกลื่อนพูดอะไรไม่ออก

         “หลักฐานขนาดนี้ยังจะโกหกอะไรอีกมั้ย”

         “...” พัคอูจินตอนนี้เหมือนเกิดอาการปากชาจนพูดอะไรไม่ออก ในจอสี่เหลี่ยมนั่นคือรูปที่เขาไปเที่ยวผับกับเพื่อนเแล้วมีผู้หญิงนั่งตักอยู่ ในรูปเห็นหน้าเขาชัดมากจนแถอะไรไม่ได้แล้ว

         “เรารู้มาตลอดเรื่องที่อูจินไปเที่ยวกับเพื่อนแล้วไม่ยอมบอกเรา ทิ้งเราให้อยู่ห้องคนเดียวรออูจินกลับมาจนดึกดื่น แต่เราก็ไม่อยากว่าอะไรเพราะมันเป็นสิทธิ์ของอูจิน เราไม่ได้ห้ามให้อูจินไปเที่ยวไม่ได้ แต่เราไม่ชอบให้อูจินโกหกเรา แล้วครั้งนี้ยังมีผู้หญิงมาอีก อูจินคิดว่าเราไม่รู้หรอ เห็นเราโง่มากเลยหรือไง” คนตัวเล็กระบายความอัดอั้นออกมายาวจนเหนื่อยเพราะพูดจนลืมหายใจ วินาทีนี้ทั้งโกรธทั้งน้อยใจที่พัคอูจินทำลายความไว้ใจของฮยองซอบจนไม่เหลือชิ้นดี

         “ฮยองซอบ... เราขอโทษ แต่ฟังเราก่อนนะ ผู้หญิงคนนั้นเราไม่รู้จักและไม่รู้ว่าเขาคือใคร จู่ๆเขาก็เดินมานั่งตักเรา แต่เราก็ผลักเขาออก มันไม่มีอะไรจริงๆ” ที่เขาพูดออกไปคือเรื่องจริง ผู้หญิงคนนั้นเขาไม่รู้จักจริงๆ เธอน่าจะเป็นเพื่อนของผู้หญิงที่มากับไอจีฮุน แต่เธอมานั่งตักเขาได้แค่แปปเดียวแล้วเขาก็ผลักออกเพราะไม่อยากนอกใจฮยองซอบ แค่มาเที่ยวโดยไม่บอกก็ผิดต่ออีกคนมากแล้ว

         “เรื่องนี้เราจะเชื่อได้แค่ไหนก็ในเมื่อที่ผ่านมาอูจินก็โกหกเรามาตลอด ที่พูดออกมานั่นมีอะไรจริงบ้างมั้ย มีอะไรที่เราเชื่อได้บ้าง”

         “จริงหมดนั่นแหละ ถ้าไม่เชื่อก็ไปถามจีฮุนดู”

         “ไม่จำเป็นหรอก”

         “...”

         “เราเหนื่อย เหนื่อยที่ต้องคอยตามอูจิน ตอนจีบเราวิ่งตามอูจินไม่เคยรู้สึกเหนื่อยหรือท้อเลย แต่ทำไมตอนคบกันเรากลับรู้สึกเหนื่อยขนาดนี้ มันมีแค่เราคนเดียวหรอที่พยายามรักษาความสัมพันธ์ของเราเอาไว้ ที่ผ่านมาเราอดทนมาตลอดเพราะคิดว่าอูจินคงจะคิดได้ แต่เปล่าเลย ยิ่งเราปล่อยอูจินยิ่งได้ใจ หลังๆมาเริ่มใส่อารมณ์กับเรา พูดอะไรทำร้ายจิตใจเราตลอดแต่เราก็ต้องเป็นฝ่ายขอโทษเพราะไม่อยากทะเลาะกัน เรายังอยากมีอูจินอยู่ข้างๆ แต่เราเหนื่อยมากแล้วอูจิน เราคิดว่าบางที การไม่มีเราอูจินอาจจะเที่ยวได้สบายใจกว่าก็ได้” กระต่ายน้อยตรงหน้าเสียงเริ่มสั่นจากการกลั้นน้ำตาเอาไว้ แต่มันก็ไม่ได้ช่วยอะไรเพราะอีกไม่กี่วินาทีต่อมาน้ำตาที่กลั้นเอาไว้ก็ไหลลงมาอาบแก้มขาวทั้งสองข้าง

         ถึงอูจินอยากจะยกมือขึ้นปาดน้ำตาให้คนตรงหน้าแล้วดึงเข้ามากอดแค่ไหนเขาก็ทำไม่ได้ เพราะคิดว่าตัวเองไม่มีสิทธิ์อีกแล้ว ถ้าฮยองซอบจะไปเขาก็คงไม่รั้งเอาไว้เพราะไม่อยากให้อีกคนต้องทนอยู่กับเขาอีกแล้ว

         “อูจิน... เรากลับไปเป็นเหมือนเดิมเถอะนะ เหมือนตอนที่เรายังไม่รู้จักกัน กลายไปเป็นคนแปลกหน้า เราไม่รู้จักอูจิน อูจินก็ไม่รู้จักเราเหมือนกัน”

         “เราเลิกกันเถอะ” พูดจบคนตัวเล็กก็เดินไปหยิบกระเป๋าเดินทางใบใหญ่แล้วเดินออกจากไป

         ในตอนนั้นเขารู้เลยว่าอีกคนตั้งใจจะไปตั้งแต่แรกแล้ว ฮยองซอบคงไม่อยากทนกับคนอย่างเขาอีกแล้วถึงได้เตรียมตัวเก็บของต่างๆไว้แล้วนั่งรอเจอเขาจนถึงตีสาม

         เสียงปิดประตูที่ไม่ได้ดังมากมันเงียบมากด้วยซ้ำเพราะฮยองซอบค่อยๆปิด แต่มันกลับดังมากสำหรับพัคอูจิน เขาไม่คิดที่จะวิ่งตามไปคว้ามือฮยองซอบไว้แล้วขอร้องให้กลับมา อูจินทำแค่เพียงยืนปล่อยให้น้ำตาไหลลงมาเรื่อยๆหลังจากประตูปิดลง ไม่มีแม้เสียงสะอื้น ในห้องสีเหลี่ยมแห่งนี้ดูเงียบและกว้างเกินไปสำหรับพัคอูจิน

         ในตอนนี้เขารู้แล้วว่า... เขาได้ทำรอยยิ้มของเขาหายไปแล้ว


         อูจินตบหน้าตัวเองอีกครั้งเพราะดันมองเหม่อดูเพราะจันทร์เพลินจนพาลไปนึกถึงเรื่องวันนั้นเข้า

         ตอนนี้เขาอยู่ที่ชายหาดแห่งหนึ่ง เพราะไม่รู้นึกบ้าจี้อะไรถึงได้หยิบกุญแจรถแล้วบึ่งรถมานั่งติสจิบเบียร์มองพระจันทร์อยู่ริมทะเล

         ฮยองซอบเป็นเด็กผู้ชายคนหนึ่งที่ชอบฟังเพลงมากๆ แล้วเพลงที่คนตัวเล็กชอบมากที่สุดคือเพลง รอยยิ้ม ของศิลปินที่เจ้าตัวชอบ เขาเองก็ชอบเหมือนกัน เพราะความหมายของเพลงช่างตรงกับอีกคนเหลือเกิน ฮยองซอบน่ะคือรอยยิ้มของพัคอูจิน แต่... ตอนนี้ไม่มีแล้ว

         ใจจริงเขาอยากจะทักไปหาฮยองซอบมากๆ ไปบอกว่าขอโทษกลับมาอยู่ด้วยกันเหมือนเดิมได้มั้ยเพราะอีกฝ่ายยังไม่บล็อคเขาเลยสักช่องทาง จะว่าดีก็ดีที่ทำให้เขายังสามารถส่องอันฮยองซอบมาได้จนถึงทุกวันนี้ แต่ก็ไม่ดีตรงที่เขายังคงกดเข้าไปส่องในทุกๆนาทีจนทำให้กลับไปคิดถึงวันเวลาเก่าๆในตอนที่เรายังรักกันดีอีกครั้ง อีกใจก็แอบคิดนะว่าทำไมไม่บล็อคเขาไปซะจะได้เลิกส่องเสียที แต่เขาก็ได้คำตอบแล้วว่า ถึงอันฮยองซอบจะบล็อคเขา ยังไงเขาก็ใช้ของเพื่อนไปส่องได้อยู่ดี

         จะว่าไปวันนี้พระจันทร์สวยจริงๆนั่นแหละ อยากจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายเก็บเอาไว้แต่ก็ลืมไปว่าถ่ายพระจันทร์ด้วยกล้องไอโฟนกากๆคงได้มาแค่จุดกลมๆสีเหลืองที่ซูมจนภาพแตกแค่นั้นแหละ อย่างว่าที่ของบางอย่างดูด้วยตาเปล่าจะสวยกว่า

         “รอยยิ้มของเธอเพียงครั้งเดียว ทำฉันให้ลืมเรื่องราวที่ผ่านมา~” เสียงร้องเพลงเบาๆจากทางด้านซ้ายทำให้พัคอูจินตกใจจนหันไปมอง ตอนแรกเขาก็คิดว่าผีหลอกแต่พอรู้ว่าคนข้างๆคือใครมันยิ่งกว่าผีหลอกเสียอีก

         ลมอะไรหอบอันฮยองซอบมาอยู่ตรงนี้!

         หรือว่านี่จะเป็นภาพหลอน ต้องใช่แน่ๆ เขาคงคิดถึงอันฮยองซอบมากไปจนทำให้เห็นอีกคนมานั่งอยู่ข้างๆแล้วร้องเพลงเสียงหวานขนาดนี้ แถมยังเป็นเพลงโปรดของเขาและคนข้างๆด้วย หรือว่าเขาเมา ไม่พัคอูจินก็คงเป็นบ้าไปแล้วแน่ๆ

         พัคอูจินยกมือขวาที่ยังว่างขึ้นมาตบหน้าตัวเองซ้ำๆหวังให้ภาพตรงหน้าหายไปกลายเป็นพื้นทรายที่ว่างเปล่า แต่มันกลับไม่เป็นอย่างที่คิดเพราะสิ่งที่เขาคิดว่าเป็นภาพหลอนก็ยังไม่ได้หายไปไหน แถมอีกฝ่ายยังหัวเราะกับท่าทางตลกๆของเขาอีกด้วย

         “สภาพดูไม่ได้เลยนะอูจิน ทำไมเป็นถึงขนาดนี้เนี้ยหะ” ไม่พูดเปล่าอีกคนยังขยับมาใกล้ๆแล้วยื่นมือขึ้นมาประครองแก้มทั้งสองข้างของเขาเอาไว้ พัคอูจินคิดว่าถ้านี่เป็นภาพหลอน ความฝันหรืออะไรก็แล้วแต่ แต่ตอนนี้เขามีความสุขมากจนเหมือนมันเกิดขึ้นจริงๆ

         อูจินยื่นมือขวาข้างที่เพิ่งตบหน้าตัวเองไปเมื่อครู่ขึ้นมากุมมือเล็กของฮยองซอบไว้แล้วเอนศรีษะซบเข้ากับไออุ่นจากมือนุ่มของคนที่เขาคิดถึงมาตลอดห้าเดือน

         “อูจินอย่าร้องไห้ซิ เป็นผู้ชายห้ามขี้แงนะรู้มั้ย” ตอนนี้เขาไม่สนอะไรแล้ว จะเป็นภาพลวงตาหรืออะไรก็ช่าง

         พัคอูจินดึงอีกคนเข้ามากอดแล้วซุกหน้าลงกับไหล่เล็ก ปากก็พร่ำพูดแต่คำว่าขอโทษซ้ำๆ

         ฮยองซอบเองก็กอดตอบอูจินแล้วลูบหลังเบาๆ เขาเองก็ไม่คิดว่าอูจินจะเป็นหนักถึงขนาดนี้ ตอนแรกก็คิดว่าอูจินคงจะลืมเขาได้แล้วไปเที่ยวให้หนำใจ แต่เมื่อวานเขาบังเอิญไปเจอจีฮุนที่ผับตอนไปเที่ยวกับเพื่อน จีฮุนบอกว่าหลังจากอูจินเลิกกับเขาไปเจ้าตัวก็ไม่ได้ออกมาเที่ยวกับเพื่อนๆเลย มีแต่ซื้อเหล้าไปดื่มที่ห้อง วันๆก็บ่นคิดถึงเขาอย่างเดียว จนวันนี้จีฮุนบอกว่าอูจินหายออกไปจากห้อง กะจะไปหาแต่ไม่มีใครออกมาเปิด โทรไปก็ไม่รับ เขาเลยตัดสินใจออกตามหาพัคอูจินบ้าง แล้วก็ลองไปสถานที่ที่เขาเคยไปกับพัคอูจิน โชคดีที่เขาเลือกมาที่นี่เป็นที่แรก จึงได้เจอตัวคนที่หายไปจนทำให้เพื่อนๆหากันให้วุ่นมานั่งอินดี้ดืมเบียร์ชมแสงจันทร์อยู่ที่นี่

         “ซอบ นี่เราไม่ได้เมาใช่มั้ย หรือว่าเราฝันไปเองว่าซอบมาหาเราแล้วกอดเราอยู่” เสียงอู้อี้ของอูจินที่ซุกหน้าอยู่กับไหล่ของเขาทำให้ฮยองซอบเผลอหลุดยิ้มออกมาจนได้ งอแงเหมือนเด็กไม่เปลี่ยนเลยเจ้าหมาตัวนี้

         “ไม่ได้ฝันไปหรอกนี่เราอันฮยองซอบตัวเป็นๆเลย”

         อูจินผละออกมามองหน้าฮยองซอบให้แน่ใจอีกครั้งแล้วยิ้มออกมาทั้งน้ำตา บอกตรงๆว่าตอนนี้เขาดีใจจนบอกไม่ถูก ไม่อยากจะเชื่อเลยว่านี่คือเรื่องจริง อันฮยองซอบตัวจริงมาอยู่ตรงหน้าเขาแล้ว

         “ไม่ต้องร้องแล้วคนเก่ง เรากลับมาหาอูจินแล้วนี่ไง” มือเล็กยกขึ้นมาเกลี่ยน้ำตาจากแก้มของคนขี้แยให้เบาๆ พร้อมกับยิ้มไปด้วยความเอ็นดูที่อูจินร้องไห้เหมือนเด็กๆ

         “ซอบจะกลับมาอยู่กับเราเหมือนเดิมจริงๆใช่มั้ย”

         “ใช่ เราอยากได้รอยยิ้มของเราคืน :)”

         วันนี้พัคอูจินได้รอยยิ้มที่หายไปกลับคืนมาแล้ว...






---------

เพราะนี่คือนิยายไม่ใช่เรื่องจริง อะไรจะเกิดก็เกิดได้ แม้กระทั้งการกลับมาคืนดีกันแบบงงๆ55555

#เพราะรักอูซอบ
T
B
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2 ความคิดเห็น

  1. #2 Poonimlovelove (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2561 / 14:06
    น้ำตาไหลเลยอ่ะ คิดว่าจบไม่สวยแน่ๆ เจ็บปวดหัวใจมาก 555555555555 ขอบคุณที่ยังปราณีให้จบสวย
    #2
    0