คุณบอดี้การ์ดที่รัก(ภาคสาม) ตอน My dear My darling (ภาคสุดท้ายจบเล่ม)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 1,192 Views

  • 0 Comments

  • 83 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    11

    Overall
    1,192

ตอนที่ 7 : My story of life

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 45
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    20 พ.ย. 61

หลังจากสงครามผักของคุณชายจบลง มานพก็ไปอาบน้ำพร้อมคุณชาย เสร็จแล้วพวกเขาก็กลับลงมาทานอาหารเช้าต่อ พออิ่มแล้ว มานพเลยพาคุณชายไปพบญาติผู้ใหญ่อีกสองท่าน คือ ปู่กับย่าของมานพ มานพพาคุณชายขับรถไปบ้านปู่กับย่า ตามถนนแนวชายหาด ทำให้คุณชายถูกอกถูกใจเป็นอย่างมาก ถามมานพตลอดว่า หาดนี้ชื่อะไร พามาเล่นน้ำได้ไหม และมานพก็ตอบทุกคำถามโดยไม่เบื่อที่จะตอบ กลับทำมานพมีความสุขทุกครั้งที่คุณชายถาม แล้วคุณชายก็เริ่มถามเรื่องส่วนตัวของมานพ

"ที่รักครับ แล้วคุณปู่กับคุณย่าของคุณ ท่านอายุเท่าไหร่เหรอครับ"
"คุณย่าอายุ 90 ส่วนคุณปู่ผม อายุ 91 ส่วนผมกับน้องชายปีนี้ 31 ครับ"
"ถามแค่อายุคุณปู่กับคุณย่า ครับ ไม่ได้ถามอายุคุณ ฮึ่ย เอ๋ คุณมีน้องชายด้วยเหรอครับ ทำไมผมไม่เคยรู้เลย"
"รู้สิ คุณรู้ว่าผมมีน้องชายฝาแฝด เพียงแต่คุณจำเขาไม่ได้ อ้อ จริงสิ คุณชาย ตอนนี้คุณจำเรื่องอดีตได้แค่ไหนแล้วครับ"

"ผมจำเรื่องครอบครัวผมได้ทุกอย่างเลยครับ"แล้วก็จำเรื่องของเราได้ทุกอย่างเลยละ จำได้แค่นี้แหละ อย่างอื่นจำไม่ได้เลย แต่ตอนนี้ผมกำลังพยายามคิดเรื่องน้องชายของคุณอยู่ แต่คิดไม่ออกเลย แล้วก็ปวดหัวตุ๊บ ๆ เลยละ"

พอมานพได้ยิน คุณชายบอกว่าปวดหัว มานพก็รีบจอดรถข้างทางทันที เพราะความเป็นห่วงแฟนเด็กของเขา

"คุณชาย ยาแก้เครียดคุณอยู่ไหนครับ "
"ผมลืมไว้ที่หัวเตียงบ้านคุณ แต่ไม่เป็นไรหรอกครับ ผมดีขึ้นมากแล้วละ เดี๋ยวพักสักหน่อยก็หายแล้วละครับ "
"คุณชายอะไรที่คุณจำไม่ได้ก็ไม่ต้องไปคิดให้มันมาก ให้รกสมองหรอกนะครับ แค่คุณจำครอบครัวคุณได้ และจำผมได้ ผมคิดว่ามันก็เพียงพอแล้วนะครับ เรื่องอื่นมันไม่สำคัญหรอกครับ เพราะผมจะอยู่เคียงข้างคุณและดูแลคุณตลอดไป"
"ขอบคุณครับที่รัก แต่ผมแค่อยากรู้เรื่องน้องชายคุณ และเรื่องของคุณที่ผมยังไม่เคยรู้มาก่อน คุณช่วยเล่าให้ผมฟังหน่อยได้ไหมครับ ผมอยากรู้"
"ได้สิครับ "


เรื่องเล่าของมานพที่เล่าให้คุณชายฟัง

ครอบครัวของผมอาศัยอยู่ที่นี่ตั้งแต่ผมกับน้องผมเกิด จนพออายุได้สามขวบ พ่อแม่ก็ต้องพาผมกับน้องย้ายไปอยู่ กรุงเทพ ฯเพราะปู่กับย่าไม่ชอบแม่ผม ปู่กับย่าไม่อยากให้พ่อแต่งงานกับแม่ เพราะแม่ผมเป็นแค่แม่บ้านธรรมดา ไม่ได้มีฐานะอะไร แต่พ่อผมก็ไม่สนใจ พ่อของผมอยู่กินกับแม่ผมมาเรื่อย ๆ ทั้ง ๆ ที่ยังไม่ได้แต่งงาน อยู่ด้วยกันจนพ่อกับแม่มีผมกับน้อง ปู่กับย่าจึงยื่นคำขาดกับพ่อของผมว่า ให้พ่อเลิกกับแม่ของผม แล้วให้แม่ของผมไปจากที่นี่ซะ แล้วทิ้งผมกับน้องไว้ที่นี่ ปูกับย่าจะเป็นคนเลี้ยงดูผมกับน้องเอง แต่พ่อผมไม่ยอมครับ เพราะพ่อของผมรักแม่และรักลูก ๆ มาก พอพ่อไม่ยอมทำตามคำสั่งปู่กับย่า ปู่กับย่าก็เริ่มไม่พอใจ และก็ไล่พวกเราออกจากบ้านหลังนี้ไป แล้วก็ยังยึดทรัพย์สินของพ่อผมด้วยนะครับ

พ่อของผมเลยต้องพาครอบครัวไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่กรุงเทพ ฯ ด้วยเงินจำนวนไม่กี่ล้านบาท พ่อพาพวกเราไปซื้อบ้านหลังใหม่ที่ไม่ใหญ่อะไร แค่พออยู่ได้ ไม่มีแม้แต่สนามหญ้าหน้าบ้าน แต่พ่อบอกพวกเราว่าให้อดทนไปก่อน และพ่อก็เริ่มทำธุรกิจค้าขายอัญมณี แล้วพ่อก็ประสบความสำเร็จมากเลยละครับ ตอนนั้นพ่อเป็นที่รู้จักมาก มีนักธุรกิจมากมายอยากร่วมงานกับพ่อผม จนพ่อผมได้ทำธุรกินกับผู้มีอิทธิพลคนหนึ่ง แล้วก็เกิดการขัดผลประโยชน์กันขึ้น จนทำให้ครอบครัวของผมต้องแตกแยกจนถึงทุกวันนี้

วันนั้นพ่อกลับบ้านมาบอกผมว่า ต้องพาน้องไปอยู่ที่อื่นก่อน เพราะพ่อกลัวว่าจะโดนเก็บยกครอบครัว พ่อเลยพาน้องชายผมไปฝากไว้ที่สถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้าแห่งหนึ่ง ส่วนผม พ่อบอกว่าผม เป็นพี่ชายต้องเสียสละครับ ต้องไม่กลัวตายถ้าหากเกิดเรื่องไม่ดีขึ้น ผมรับปากพ่อทันทีว่าผมจะยอมเสียสละชวิตตัวเองเพื่อน้อง ทั้ง ๆ ที่ตอนนั้นผมอายุแค่แปดขวบ หลังจากพาน้องไปฝากไว้ที่อื่นแล้ว พ่อก็พาผมกับแม่ขับรถออกจากบ้านไป เพื่อไปดูบ้านหลังใหม่ แล้วระหว่างทางก็มีรถสี่ห้าคันขับไล่ หลังงรถพวกเรามาเรื่อย ๆ จนพ่อต้องขับรถหนีออกนอกเขตเมือง ออกไปไกลมากเลยครับ ไกลจนผมมองเห็นทะเล แต่ผมไม่รู้ว่าที่ไหน รู้แต่ว่าไกลจาก กรุงเทพ ฯ มากเลย พ่อขับรถไปตามแนวชายฝั่งทะเล บางครั้งก็มีหน้าผาสูงต่ำสลับกันไปเรื่อย ๆ จนในที่สุดก็มีรถอีกคันขับเบียบรถของพวกเราเข้ามา จนทำใหรถของพวกเราตกหน้าผาไป

หลังจากนั้น ผมก็ไม่รับรู้อะไรอีก จนมีชาวประมงคนหนึ่งช่วยชีวิตผมไว้ เขาบอกว่าเห็นผมนอนหมดสติ อยู่ชายฝั่งทะเล แล้วเขาก็พาผมไปส่งให้ตำรวจ แต่พอผมไปถึงสถานีตำรวจ เจ้าหน้าที่ก็ได้แจ้งผมว่า พ่อกับแม่ของผมชีวิตแล้ว ตั้งแต่วันที่รถตกเหว ผมเสียใจมากที่ได้รับรู้ว่าพ่อแม่ของผมจากผมไปแล้ว แต่ว่าในวันเดียวกันนั้น ปูกับย่าของผมก็มารับผมกลับไปอยู่ด้วย และปู่กับย่าก็ยังไปตามหา น้องชายผมที่สถานรับเลี้ยงเด็กด้วย แต่ว่าไม่พบเขาอีกเลย เพราะเขาหนีออกไปแล้

ส่วนผมก็กลับมาอยู่กับ ปู่กับย่า ครับ พวกท่านเลี้ยงดูผมเป็นอย่างดี ส่งผมไปเรียนต่างประเทศตั้งแต่เด็กเลย พอเรียนจบกลับมาแล้วปู่กับย่า ก็ให้ผมดูแลกิจการของที่นี่มากมาย มอบทุกอย่างให้ผมดูแล แต่ปู่กับย่าก็ยังพยายามตามหาน้องชายผมอยู่ แต่ก็ไม่เจอเขา ไม่รู้ว่าเขาไปอยู่ที่ไหน จนผมทนเห็นพวกท่านทุกข์ใจไม่ไหว ผมเลยอาสา ว่า ผมจะไปตาหาน้องชายผมเอง

วันนั้นก่อนที่ผมจะออกจากบ้านไปตามหาน้องชาย ผมนั่งอ่านหนังสือพิมพ์อยู่ในห้องรับแขก ผมก็ได้ยินแม่บ้านสองคนคุยกันเรื่อง ดารา วัยรุ่นมาแรงที่ชื่อ นิว แล้วพวกเขาก็เอานิตยสารฉบับหนึ่งที่ดาราชื่อนิว ลงปก มาลูบกอด จูบ ลูบ ด้วยความคลั่งใคล้จนออกนอกหน้า จนทำให้ผมรู้สึกหมั่นไส้มาก ผมเลยถามออกไปว่า

"นี่พี่ส้ม พี่จะบ้าดาราไปถึงไหน ผมเห็นดาราคนไหนดังหน่อย พี่ก็บ้าทุกคน แต่ไม่เคยเห็นว่าพี่ส้มจะบ้าถึง ขั้นเอารูปหน้าปก มานั่งกอด นั่งหอมแบบนี้นี่หน่า แล้วครั้งนี้มันต่างกันตรงไหน"

"ต่างมากเลยละค่ะนาย เพราะคนนี้หล่อมาก แถมพี่ชายของเขา ยังหล่อมาก ถึงมากที่สุดเลยละค่ะ ส้มนะ อยากให้คุณชายใหญ่ บ้านนวพล มาเป็นดารา เหมือนน้องชายเขาจังเลยค่ะ เพราะส้มชอบเขามากเลยล่ะค่ะ ถ้าเกิดว่าเขามาเป็นดารา ส้มพร้อมเพย์เลยล่ะค่ะ คิก คิก คิก"

"เฮ่ย พี่ส้มครับ แล้วผมไม่หล่อเหรอครับ ทำไมถึงไม่พร้อมเพย์ ผมบ้างนะ ห๊า "
"นายหัว หล่อมากเลยละค่ะ แต่ว่า ส้มไม่กล้า พร้อมเพย์ หรอกค่ะ ส้มกลัวโดนนายหัว สั่งเก็บ อ้อ นายหัว จะดื่มอะไรดีคะ ส้มจะไปเอามาให้"
"โกโก้ร้อนครับ"
"..."
"โก้โก้ร้อนมาแล้วค่ะ คุณมานพ แต่ส้มลืมเอาที่รองแก้วมา คุณมานพช่วยถือไว้ก่อนได้ไหมคะ เดี๋ยวส้มไปเอาที่รองแก้วก่อน"
"ไม่ครับ ผมไม่ว่าง ผมอ่านหนังสือพิมพ์อยู่ พี่ส้มหาอะไรมารองแทนไปก่อนสิ เอานิตยสารดารา ที่พี่ชอบมารองก่อน เร็ว"
"ไม่ได้นะคะ จะให้ส้มเอารูป นิว มาวางรองแก้วโกโก้ร้อน ก็เปื่อยหมดสิคะ ไม่ได้เลยค่ะ"
"เถอะน่า เอามาเถอะ เปิดหน้าอื่นมารองก่อนก็ได้ เร็ว ๆ "
"อ้อ ค่ะ เดี๋ยวนะคะ ต้องหาหน้าที่ไม่รูป นิว และ รูป นาย อ้อ เจอแล้วค่ะหน้านี้เลย วางเลยค่ะนาย"

พอแม่บ้านส้ม เปิดหน้านิตยสาร ประมาณหน้ากลางของเล่ม มาวางรองแก้วโกโก้ร้อนของผม แล้วแม่บ้าน ก็รีบวิ่งไปหาที่รองแก้วในครัว จากนั้นผมก็หันมา ยกแก้วโกโก้ของผมขึ้นมาดื่ม แต่สายตาของผมเหลือบไปเห็็นรูปเล็ก ๆ อยู่ตรงมุมของนิตยสาร ผมเลยหยิบขึ้นมาดู เพราะผมรู้สึกว่าเขาน่าสนใจมาก ดูดีมาก และผมก็ไล่อ่านประวัติของเขาที่มีเพียงน้อยนิด มีแค่ชื่อ กับไลฟ์สไตล์ สั้น ๆ กับรูปถ่ายขนาดเท่ารูปถ่ายหนึ่งนิ้ว แต่มันกลับทำให้หัวใจของผมสั่นสะเทือนมากเลยละ หัวใจของผมเริ่มเต้นไม่เป็นจังหวะ เมื่อผมได้รู้จักคน ๆ คนนั้นในนิตยสารเพียงคร่าว ๆ

หลังจากนั้น ผมก็ออกจากบ้านไปเพื่อตามหาคนที่หัวใจผมเรียกร้องหา จนผมลืมตามหาน้องชายตัวเองไปเลย เพราะพอผมได้เจอคน ๆ นั้นแล้ว ทำให้ผมหลงรักเขาจนถอนตัวไม่ขึ้น เพราะเขา น่าหลงใหลมาก หล่อมาก น่ารักมาก ถึงเขาจะเอาแต่ใจ พูดไม่เพราะกับผม และเกลียดผมมาก แต่ผมก็ยังรักเขามาก รักมากจนถึงทุกวันนี้ นี่แหละคือประวัติคร่าว ๆ ของผม...



"คุณชาย... คุณชาย... คุณกำลังร้องไห้เหรอครับ อย่าร้องไห้นะครับ ผมไม่อยากเห็นน้ำตาของคุณ"
"ก็ผมสงสารคุณนี่ครับ ชีวิตของคุณมีแต่เรื่องให้เสียใจ โดยเฉพาะผม... ผมดุด่าคุณสารพัด แล้วทำไมถึงยอมทน ให้ผมทำแบบนั้น คุณนี่มัน โง่จริง ๆ เลย นะครับ "
"โง่เพราะรัก ก็ไม่เห็นเป็นไรเลยนี่ครับ หืม... อย่าร้องไห้เลย นะครับ ผมไม่ชอบให้คุณชายของผมร้องไห้ นะครับ นะครับ"
"ครับ... ผมจะไม่ร้องอีกแล้วละ"
"ดีมาก เชื่อฟังสามี นี่ดีนะครับ มา มาให้สามีกอดให้ชื่นใจหน่อยเร็ว"
".?."

แล้วมานพก็กอด คุณชายของเขาเอาไว้ในอ้อมกอด ด้วยความรักใคร่ คุณชายเองก็กอดสามีในอนาคตของเขาไว้แน่น ด้วยความรักที่เปี่ยมล้น ไม่แพ้กัน...
-----------------------------------------------------------------------------------------
sundog

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

0 ความคิดเห็น