คุณบอดี้การ์ดที่รัก(ภาคสาม) ตอน My dear My darling (ภาคสุดท้ายจบเล่ม)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 1,200 Views

  • 0 Comments

  • 85 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    19

    Overall
    1,200

ตอนที่ 2 : Who are you

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 173
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    29 ม.ค. 62


โรงพยาบาล


พอหมออนุญาติให้มานพเข้าเยี่ยมคนรักได้ มานพก็รีบเข้าไปหาคนรักของเขาทันที พอเข้าไปถึง มานพก็นั่งลงข้าง ๆ เตียงแล้วก็จูบหน้าผากคนรักของเขาเบา ๆ แก้โรคคิดถึง เพราะมันเป็นโรคประจำตัวของมานพ ที่เวลาเขาไม่เจอคนรักนาน ๆ เขาจะเป็นโรคนี้คือ โรคคิดถึง เขาจึงต้องจูบคนรักเพื่อรักษาโรค

มานพมองสำรวจทั่วร่างกายของคนรัก และมองดูใบหน้าที่เซียดเซียวของคนรักด้วยแววตาห่วงใยและเจ็บปวด มานพมองดูบาดแผลตามร่างกายของคนรัก ก็ทำให้มานพเห็นว่าบาดแผลเริ่มตกสะเก็ดแล้วอย่างที่หมอบอกแล้ว แต่ตอนนี้มานพทำได้แค่มอง เพราะคนรักของเขายังหลับอยู่

แต่เพราะมานพคิดถึงคนรักของเขามาก เขาไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรเพื่อให้ดับความคิดถึงลงได้ เขาจึงเดินไปหยิบหนังสือนิยายจากชั้นหนังสือในห้องผู้ป่วยมาอ่านให้คนรักฟัง เพราะเขาคิดว่า...เผื่อว่าคนรักของเขาอาจจะได้ยิน

มานพหยิบหนังสือนิยายมานั่งลงข้าง ๆ เตียงของคนรัก แล้วมานพก็ถามคนรักของเขาว่า


"ที่รัก...คุณเจ็บมากไหมครับ? ผมคิดถึงคุณมากเลยนะ ผมอยากให้คุณตื่นขึ้นมาแล้วเจอผมเป็นคนแรก ผมจะนั่งอยู่ตรงนี้จนกว่าคุณจะตื่นนะครับ ผมจะนั่งเป็นเพื่อนคุณอยู่ที่นี่ และผมก็จะอ่านหนังสือให้คุณฟังด้วยนะครับ"

"..."

"ที่รัก...ผมจะอ่านหนังสือนิยายเรื่องคุณชายใจร้ายกับนายบอดี้การ์ดให้คุณฟังนะครับ คุณตั้งใจฟังนะครับ นิยายเรื่องนี้คุณชายใจร้ายมากเลยนะครับ คุณชายเกลียดบอดี้การ์ดของเขามาก และยังเกลียดแม้กระทั่งหมาของบอดี้การ์ดด้วยนะครับ คุณคิดดูว่าเขาใจร้ายขนาดไหน แต่ไม่ว่าจะเกลียดยังไง นายบอดี้การ์ดก็ยังรักคุณชายอยู่ดี คุณชายเลยถามบอดี้การ์ดว่า...ทำไมถึงรักคุณชายทั้งที่ก็ใจร้ายขนาดนี้ นายบอดี้การ์ดเลยตอบกลับไปว่า...เพราะรักไม่มีเหตุผลครับ คุณชายครับคุณชอบนิยายของผมไหมครับ? นิยายที่ผมอ่านสนุกไหมครับคุณชาย?"

"สนุกมากเลยล่ะ...ผมชอบมาก ๆ เลย"

"คุณชาย? คุณตื่นแล้วเหรอ? ผมดีใจจังเลยครับ ผมคิดถึงคุณมากเลย คุณยังเจ็บตรงไหนอยู่ไหมครับ? คุณหิวน้ำไหม? คุณอยากได้อะไร? ผมจะไปเอามาให้...บอกผมมาได้เลยนะครับ?"

"คุณคือใคร? คุณรู้จักผมเหรอครับ?"

"คุณชาย! คุณจำผมได้ไหมครับ? ผมมานพของคุณชายไง คุณจำผมได้ไหมครับ? ผมคิดถึงคุณมากเลย ผมดีใจที่คุณตื่นขึ้นมาอีกครั้ง ผมรักคุณชายมากนะครับ"

"ไม่...ผมไม่รู้จักคุณ คุณออกไปก่อนได้ไหม? ผมไม่รู้จักคุณเลย แต่ผมรู้ว่าผมมีคนรักแล้ว ผมไม่ต้องการให้คุณมารักผม ผมรักแฟนผมคนเดียว คุณช่วยออกไปก่อนได้ไหม? "

"คุณชาย? ผมคือคนรักของคุณไงครับ "

"ไม่ครับ...ผมไม่เชื่อ! ออกไปก่อน! ไปเรียกพ่อแม่ผมมาหาผมหน่อย? ผมอยากเจอพ่อกับแม่ผม ผมอยากคุยกับพ่อแม่ผม"

"เอ่อ! คือ...คุณชายครับ? พ่อแม่คุณชายเสียไปนานแล้วนะครับ "

"เสียไปแล้ว? แล้วผมอยู่กับใครล่ะ? ไปตามใครก็ได้ที่อยู่บ้านเดียวกับผมมาให้หน่อยได้ไหม? ผมอยากคุยกับใครก็ได้ที่อยู่บ้านเดียวกับผม"

"เอ่อ! คือ...คนที่อยู่บ้านเดียวกับคุณ...ก็คือผมนี่แหละครับ คุณอยากถามเรื่องอะไร? ผมตอบได้หมดทุกเรื่องเลยครับ"

"แล้ว...คุณเป็นใคร? ชื่ออะไร? เป็นอะไรกับผม? ทำไมต้องอยู่บ้านเดียวกับผม?"

"เป็นคนขับรถ เป็นผู้ช่วย เป็นบอดี้การ์ด และเป็นทุกอย่างของคุณครับ"

"แล้วเมื่อไหร่ผมจะได้กลับบ้าน? ผมอยากกลับบ้าน ผมไม่อยากอยู่ที่นี่ ผมเหม็นกลิ่นยาฆ่าเชื้อ คุณคนขับรถช่วยพาผมกลับบ้านตอนนี้เลยได้ไหม? ผมไม่ชอบกลิ่นโรงพยาบาล ผมไม่ชอบกินยามันขม ผมไม่ชอบหมอ คุณช่วยพาผมกลับบ้านหน่อยได้ไหมครับ? ผมไม่อยากอยู่ที่นี่...นะครับ"

"โอ้ย...รัวเป็นชุดเลยนะครับ หายใจก่อนก็ได้ครับ"

"อะไรนะครับ? อะไรเป็นชุดเหรอครับ?"

"เปล่า ๆ ครับคุณชาย คือหมอยังไม่อนุญาติให้กลับนะครับ รออีกสักอาทิตย์ค่อยกลับนะครับ? ผมจะอยู่เป็นเพื่อนคุณที่นี่ อ่านนิยายให้คุณฟัง คุณจะได้ไม่เบื่อไง...นะครับ "

"ไม่...ผมไม่อยากฟังนิยายของคุณอีกแล้ว คุณช่วยบอกผมหน่อยว่าบ้านผมอยู่ไหน? คุณคนขับรถครับ...คุณช่วยเขียนที่อยู่ที่บ้านของผมให้หน่อยสิครับ? "

"อ้อ...ครับ ว่าแต่...คุณจะเอาที่อยู่ไปทำไมเหรอครับ? "

"ก็เอามาดูนะสิครับ ก็ผมไม่รู้ว่าบ้านผมอยู่ไหน เผื่อว่าผมอยากจะกลับบ้าน ผมจะได้กลับเองถูกไง "

"อ้อ...ครับ แต่ว่า...ถ้าคุณอยากกลับบ้าน ผมก็ต้องพาคุณกลับอยู่แล้ว เพราะผมเป็นคนขับรถ คุณไม่จำเป็นต้องกลับเองหรอก"

"เถอะน่า...นะครับ เขียนที่อยู่ให้ผมหน่อย? นะครับ...นะครับ เขียนให้ผมหน่อย? ผมอยากรู้ว่าบ้านผมอยู่ที่ไหน? ได้ไหมครับ? นะครับ"

"โอ้ย...เจอลูกอ้อน เขียนให้เลยดีไหมเนี่ย "

"อะไรนะครับ? ว่าอะไรนะครับ?"

"ครับ ๆ คุณชาย ผมจะเขียนให้เดี๋ยวนี้เลยครับ...รอสักครู่ครับ "

"ครับ...รีบเขียนมาเลย ผมไม่อยากรู้เรื่องอะไรทั้งนั้น ผมแค่อยากรู้ว่าบ้านผมอยู่ไหน? เสร็จยังครับ? เสร็จแล้วเอามาให้ผมเลยครับ?"

"อ้อ...ครับ ๆ นี่ครับ? เสร็จแล้ว"

"ขอบคุณครับ...งั้นผมกลับบ้านก่อนนะครับ? บายครับ"

"คุณชายยยย! เดี๋ยวก่อนครับ? คุณชายยยยย!"


พอคุณชายตัวร้ายได้ที่อยู่ ก็ไปเดินจ้ำอ้าวออกจากห้องคนไข้ไปเลย พร้อมกับถอดสายน้ำเกลือเรียบร้อย ไม่สนใจใคร เดินหน้าก้มมองที่อยู่ในกระดาษที่มานพพึ่งเขียนให้อย่างเดียว กรรมตกอยู่กับมานพทันที มานพรีบวิ่งตามออกไป เห็นหลังคุณชายของเขาไวไว แต่เท่าที่มานพสังเกตุดูแล้ว มานพคิดว่า คุณชายน่าจะตั้งใจจะกลับบ้านจริง ๆ เพราะชุดยูนิฟอร์มโรงพยาบาลก็ยังไม่ได้เปลี่ยน มานพได้แต่บ่นอยู่คนเดียวว่า คุณชายนะคุณชายทำไมดื้ออย่างนี้

มานพรีบวิ่งตามคุณชายไปอย่างไม่คิดชีวิต ถึงขนาดนั้นก็ยังเกือบจะไม่ทัน เพราะคุณชายเข้าไปนั่งประจำที่บนแท๊กซี่เรียบร้อยแล้ว มานพรีบวิ่งไปยืนขวางแท็กซี่เอาไว้เพื่อไม่ให้เคลื่อนรถ แล้ววิ่งไปดึงแขนคุณชายลากออกมา แล้วมานพก็พาคุณชายกลับเข้ามาในโรงพยาบาลเหมือนเดิม

แต่คุณชายก็ไม่ยอม เอาแต่โวยวายจะกลับบ้านอย่างเดียว จนหมอต้องยอมอีกตามเคย หมอเลยจัดยาแก้เครียด  ยาแก้อักเสบ และยาแก้ปวดให้ แล้วให้มานพพาคุณชายกลับบ้านได้ เพราะหมอก็ไม่อยากให้คนไข้เครียด ไม่อยากให้อารมณ์เสีย สรุปว่าหมอก็ยังต้องยอม ส่วนมานพไม่มีสิทธิ์ออกเสียง ต้องยอมอย่างเดียว

มานพพาคุณชายขับรถกลับบ้านทันทีหลังจากที่หมออนุญาติ และระหว่างขับรถกลับบ้าน คุณชายก็ไม่ได้ถามอะไรมานพ คุณชายมองข้างทางอย่างเดียว คล้าย ๆ ว่ากำลังจดจำทุกอย่างรอบตัว

และในที่สุดมานพก็พาคุณชายมาถึงบ้าน คุณชายมองดูคฤหาสน์หลังใหญ่ที่เขาเคยอยู่ แล้วก็ไม่พูดอะไร เขามองดูทุกคนในบ้าน อย่างงง ๆ คุณชายไม่รู้แม้กระทั่งว่า ห้องนอนเขาอยู่ไหน เขาไม่รู้จักใครสักคนในบ้าน

ส่วนเตเต้กำลังนั่งทำงานอยู่ในห้องทำงานของคุณชายพอดี พอเตเต้มองเห็นคุณชาย เตเต้ก็ตกใจว่าคุณชายออกจากโรงพยาบาลมาได้อย่างไร เตเต้จึงรีบวิ่งมาหาคุณชายของเขา แล้วเตเต้ก็วิ่งเข้าไปกอดคุณชาย และถามคุณชายว่า


"น้องนาย...ทำไมออกจากโรงพยาบาลมาเร็วอย่างนี้? คุณหมอให้ออกมาแล้วเหรอ?"

"คุณเป็นใคร? คุณรู้จักผมเหรอ? แล้วผมชื่อน้องนายเหรอ? ทำไมคุณเรียกผมว่าน้องนาย?"

"โถ...คุณชายของบ่าว จำบ่าวไม่ได้หรือเจ้าคะ? ไม่ได้ ๆ ปล่อยไว้แบบนี้ไม่ได้ บ่าวคงต้องพาทูลหัวของบ่าวเข้าห้องอบรมพิเศษแล้วนะเจ้าคะ มานพ...พี่ขอยืมตัวคุณชายนะ? เพราะคงต้องอบรมใหม่แล้วล่ะ"

"เอ่อ...พี่เตเต้ครับ? ให้ผมจัดการเองดีกว่านะครับ? นะครับ? ผมอยากดูแลเขาด้วยตัวเอง"

"งั้นก็ตามใจ? อย่ากดดันคุณชายเกินไปล่ะ? "

"ขอบคุณครับพี่เตเต้"

"อืม..."


แล้วมานพก็พาคุณชายเดินดูห้องทุกห้องภายในบ้าน แล้วก็แนะนำให้เขารู้จักคนงานทุกคนที่ทำงานอยู่บ้านนี้ แล้วก็พาไปส่งที่ห้องนอน เพราะคุณชายดูอ่อนเพลียมาก พอมาถึงห้องนอน คุณชายเดินไปยืนตรงริมระเบียงห้อง แล้วมองออกไปนอกหน้าต่างห้อง แล้วเขาเห็นไอ้ปีโป้วิ่งเล่นอยู่สนามหญ้าหน้าบ้าน คุณชายเลยถามมานพว่า


"คุณครับ? หมาตัวนั้นมันเป็นหมาของใครเหรอครับ? แล้วมันชื่ออะไรครับ?"

"มันชื่อปีโป้ครับ เป็นหมาของผมเอง มันไม่ค่อยชอบอาบน้ำหรอก คุณชายไม่ค่อยชอบมันเท่าไหร่ เพราะคุณชายขยะแขยงขนมัน "

".?"

"คุณชาย? เป็นอะไรรึเปล่าครับ?"


พอคุณชายได้ยินมานพเล่าเรื่องไอ้ปีโป้ให้ฟัง คุณชายก็คิดตาม แต่คุณชายไม่เข้าใจว่าทำไม มานพถึงบอกว่าเขาไม่ชอบไอ้ปีโปี ทั้ง ๆ ที่มันก็น่ารักขนาดนี้ คุณชายพยายามคิด แต่คิดเท่าไหร่ก็คิดไม่ออก จนต้องกลับมานั่งลงบนเตียง แล้วเอามือทั้งสองข้างกุมขมับ เพราะเริ่มปวดหัวมากขึ้นเรื่อย ๆ

มานพรีบวิ่งเข้าไปหาคนรักของเขาด้วยความเป็นห่วง และถามคนรักของเขาด้วยน้ำเสียงที่แสนห่วงใยว่า


"คุณชาย? เป็นอะไรไปครับ? เจ็บตรงไหนครับ? บอกผมได้นะครับ "

"เปล่า...ผมแค่ปวดหัวนิดหน่อย ผมแค่คิดไม่ออกว่าทำไมผมถึงไม่ชอบมัน

"คุณชาย? คิดไม่ออกก็ไม่ต้องคิด นอนเถอะครับ ผมจะนั่งอยู่เป็นเพื่อนคุณจนกว่าคุณจะหลับ"

"ครับ...แต่ตอนนี้ผมปวดหัวมากเลย ผมขอยาแก้ปวดหน่อยได้ไหมครับ?"

"ได้ครับ"

"..."

"ยาแก้ปวดครับ เดี๋ยวผมไปเอาน้ำมาให้นะครับ?"

"อืม"

"น้ำครับ"

"ขอบคุณครับ เอ่อ...คุณ? คุณชื่ออะไรนะครับ? "

"มานพครับ "

"อ้อ...ถ้างั้นคุณมานพคุณกลับไปพักผ่อนเถอะ ผมปวดหัว ผมอยากนอนพัก "

"คุณชาย? ถ้าคุณปวดหัวผมจะเป่าให้คุณจนกว่าคุณจะหลับนะครับ? "

"? "


มานพจัดหมอนให้คุณชายของเขา และช่วยประคองคุณชายให้นอนลงแล้วห่มผ้าให้ และบอกให้คุณชายของเขาหลับตาลง คุณชายเองก็ทำตามอย่างว่าง่าย แล้วมานพก็ลูบหัวของคุณชายเบา ๆ พร้อมกับใช้ปากเป่าลมออกมาเบา ๆ ลงไปบริเวณขมับทั้งสองข้างของคุณชายสลับไปมา จนในที่สุดคุณชายก็หลับไป ส่วนมานพนั้นก็ลุกไปหานิยายมาอ่านให้คุณชายฟังไปเรื่อย ๆ ทั้ง ๆ ที่มานพเองก็เริ่มจะปวดหัวและร่างกายอ่อนเพลียมาก เนื่องจากไม่ค่อยได้กิน ไม่ค่อยได้นอน เพราะมัวแต่เฝ้าห่วงคุณชาย



ตอนเช้าของวันใหม่


คุณชายงัวเงียตื่นขึ้นมาตอนเช้าด้วยความรู้สึกสดชื่น สมองปรอดโปร่งโล่งเบาสบาย จนทำให้คุณชายรู้สึกอารมณ์ดีเป็นพิเศษ คุณชายคิดว่าจะลุกออกไปสูดอากาศบริสุทธิ์สักหน่อย แต่พอกำลังจะลงจากเตียง คุณชายก็สะดุดใครบางคนจนหกล้ม พร้อมกับนอนราบลงไปทับอยู่บนตัวของคน ๆ นั้นที่นอนอยู่บนพื้นห้องข้าง ๆ เตียง

คุณชายรีบเงยหน้าขึ้นเพื่อมองดูว่าใคร แต่ตอนนี้คน ๆ นั้นก็กำลังมองสบตาคุณชายอยู่เหมือนกัน คุณชายตกใจรีบลุกขึ้น แต่คน ๆ นั้นกลับไม่ยอมปล่อย และกอดคุณชายเอาไว้แน่นด้วยความคิดถึง ไม่ว่าคุณชายจะดิ้นไปมาแค่ไหน เขาก็ไม่ปล่อย จนคุณชายต้องเอ่ยคำถามออกไปว่า


"มานพ? ปล่อยผมนะครับ คุณจะมากอดผมทำไม? ผมเจ็บนะครับ ปล่อยครับ!"

"ผมคิดถึงคุณ ผมคิดถึงคุณมาก ขอผมกอดคุณอยู่แบบนี้สักห้านาทีได้ไหมครับ? "

"มานพ? แล้วทำไมคุณต้องมาคิดถึงผม? ปล่อยผมก่อนได้ไหม? แล้วค่อยคุยกัน ผมเจ็บนะ ทำไมคุณต้องกอดผมแน่นขนาดนี้?"

"เพราะผมรักคุณ เพราะผมเป็นคนรักของคุณ ผมก็เลยคิดถึงคุณ ผมอยากกอดคุณ ผมคิดถึงคุณมากจริง ๆ "

"คุณพูดเรื่องอะไร? คุณจะเป็นคนรักของผมได้ยังไง? ในเมื่อคุณเป็นผู้ชาย ผมก็เป็นผู้ชาย คุณเสียสติไปแล้วเหรอ? ปล่อย!"

"คุณชาย? ไหนคุณเคยบอกว่า...ได้ยินเสียงคนรักเรียกหาคุณ ถ้าคุณได้ยินเสียงเขา แล้วทำไมคุณถึงจะจำผมไม่ได้? "

"เพราะเสียงคนรักของผม ไม่เหมือนเสียงของคุณ ไม่เหมือนเลยสักนิดเดียว เสียงของเขานุ่มนวลและอบอุ่น ผมจำเสียงของเขาได้ "

"คุณชาย? ถ้าคุณจำไม่ได้จริง ๆ อย่างน้อยคุณก็ต้องแยกเสียงออกสิว่า...เสียงคนรักของคุณเป็นเสียงของผู้หญิงหรือผู้ชาย"

"ผมไม่รู้ว่าเป็นเสียงของผู้หญิงหรือผู้ชาย ผมรู้แต่ว่า เสียงของเขาเศร้าโศก อ้อนวอน รัก คิดถึง และผมก็รักเขามาก แต่ผมมั่นใจว่าไม่ใช่เสียงของผู้ชายแน่นอน "

"ทำไมคุณถึงมั่นใจว่าไม่ใช่เสียงของผู้ชายเหรอครับ?"

"เพราะผมเป็นผู้ชาย ผมก็ต้องมีแฟนเป็นผู้หญิงสิ ผมจะปัญญาอ่อนไปมีแฟนเป็นผู้ชายแบบคุณทำไมกัน? เพราะถ้าเป็นแบบนั้นมันคงจะขนลุกน่าดู คุณปล่อยผมได้แล้ว? คุณเป็นเกย์ใช่ไหม? ผมจะขอเตือนคุณเอาไว้ว่า...ต่อไปนี้อย่าเข้าใกล้ผมอีก เพราะผมไม่ได้เป็นแบบคุณ เข้าใจไหมครับคุณมานพ? ปล่อยได้แล้วครับ? ผมเจ็บ"

"คุณชาย? ทำไมคุณต้องใจร้ายกับผมตลอดเลยครับ? บอกผมสิว่าทำไม?"

"ผมว่าผมบอกคุณชัดเจนแล้วนะครับ ว่าผมไม่ได้เป็นแบบคุณ ปล่อย! แล้วออกไปจากห้องผมได้แล้วครับ"

"คุณชาย? คุณป่วยอยู่ ถ้าผมออกไปแล้วใครจะดูแลคุณ? ผมเป็นห่วงคุณ"

"ผมแค่จำอะไรไม่ได้ แต่ผมไม่ได้เป็นง่อยนะครับ ไม่ต้องมาคอยดูแลผมหรอก ต่อไปนี้ผมจะดูแลตัวเอง ผมจะเริ่มต้นชีวิตใหม่ ผมจะเลิกคิดเรื่องอดีต เพราะมันทำให้ผมปวดหัว "

"คุณชายไหนคุณบอกผมว่าคุณรักแฟนคุณไง? คุณบอกว่าคุณได้ยินเสียงเขาเรียก แล้วคุณก็รักเขา แล้วทำไมคุณถึงไม่อยากจำอดีต?"

"เพราะผมรู้สึกว่าเรื่องในอดีตมันเจ็บปวด ผมเลยไม่อยากจำ ส่วนคนรักของผมถ้าเขายังมีชีวิตอยู่ สักวันผมคงเจอได้เขา สักวันเขาต้องมาหาผม เขาต้องไม่ทอดทิ้งผม เพราะเสียงของเขาฟังดูเหมือนเขารักผมมาก แต่ผมคิดว่าเขาอาจจะไม่มีชีวิตอยู่บนโลกนี้อีกแล้ว บางทีผมคงต้องเก็บความรู้สึกที่มีต่อคนรักของผมไว้ในความทรงจำ แล้วเริ่มต้นนับหนึ่งใหม่ มันอาจจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดก็ได้"

"คุณไม่รู้สึกรัก รู้สึกผูกพันธ์กับผมสักนิดเลยเหรอครับ? ตอบผมมาตามตรงได้ไหมครับ?"

"ไม่รู้สึกครับ ผมบอกคุณไปแล้วว่าผมไม่ใช่เกย์ ผมไม่ได้ชอบผู้ชายครับ ปล่อยผมครับ! ผมเจ็บ!"

"ไม่! ผมไม่ปล่อย!"

"ปล่อยสิ! อุ๊บบบบ!"


มานพจัดการปิดปากคุณชายทันทีที่คุณชายบอกว่าไม่ได้คิดอะไรกับเขา มานพจูบคุณชายด้วยความรักและคิดถึง ส่วนคุณชายก็ต่อสู้ดิ้นรนอยู่ในอ้อมกอดของมานพ คุณชายทั้งผลักทั้งตบมานพหลายครั้ง จนมานพหน้าชาไปหมด แต่มานพก็ไม่หยุด มานพยังคงพยายามระดมจูบคุณชายไม่หยุด


ในที่สุดคุณชายก็ตัดสินคว้าโคมไฟที่หัวเตียงฟาดลงบนหัวของมานพอย่างแรง เพื่อให้หลุดจากพันธนาการ และก็ได้ผล เพราะมานพล้มลงไปกองกับพื้น พร้อมกับเลือดที่กำลังไหลอาบออกมาเหมือนก๊อกน้ำ ทำให้มานพน้อยใจและเสียใจมาก แล้วมานพก็ถามคุณชายว่า


"คุณชาย...ถ้าคุณจำผมไม่ได้ คุณก็ฆ่าผมเถอะ อย่าทำร้ายจิตใจผมอีกเลย ผมเจ็บปวดพอแล้ว ฆ่าผมสิ! ฆ่าผมเลย! "

"เอ่อ! คุณมานพ ผม...ผม ขอโทษนะครับ คุณเจ็บมากไหม? เดี๋ยวผมจะพาคุณไปทำแผลก่อนนะครับ? แล้วค่อยคุยกันนะครับ"

"ไม่ต้องครับ! ปล่อยไว้แบบนี้แหละ! เจ็บดี! ผมบอกคุณแล้วไงว่าให้คุณฆ่าผมซะ? ผมจะได้ตาย ๆ ไปซะที จะได้ไม่ต้องทรมานใจอยู่แบบนี้"

"เอ่อ! คือ...คือ คือผม...ผมขอโทษ ผมไม่ได้ตั้งใจจะทำร้ายคุณนะ แต่ว่าคุณทำผมตกใจ ผมก็เลยกลัว คือว่าผม...."

"ไม่เป็นไร...คุณไม่ต้องขอโทษผมหรอก ผมยินดีที่จะรับความเจ็บปวดเอาไว้คนเดียว อะไรที่คุณต้องการบอกผมมาได้เลย ผมจะทำเพื่อคุณ"

"คุณ! ลุกขึ้นเถอะ เดี๋ยวผมจะทำแผลให้คุณนะครับ?"

" อุ๊บบบบ"


มานพลุกขึ้นมาและดึงคุณชายเข้าไปกอดไว้อีกครั้งด้วยความคิดถึง พร้อมกับระดมจูบไปทั่วไม่หยุด ไม่ว่าคุณชายจะดิ้นรนขัดขืนแค่ไหน มานพก็ยังไม่หยุดและยังคงบังคับให้คุณชายหันมารับจูบของตัวเอง จนสุดท้ายคุณชายก็ตบมานพอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ทำให้มานพทรุดลงกับพื้นทันที แล้วก็หมดสติไปเลย จนทำให้คุณชายตกใจมาก คุณชายรีบวิ่งเข้าไปประคองมานพขึ้น แล้วคุณชายรู้สึกได้ว่ามานพตัวร้อนมาก คุณชายประคองกอดมานพเอาไว้ในอ้อมกอดด้วยความรุกรี้รุกรน แล้วคุณชายก็รีบร้องตะโกนให้คนมาช่วย


"คุณ? ทำไมคุณตัวร้อนขนาดนี้ ผมควรทำยังไงดี? ผมจะทำยังไงดี? ช่วยด้วยครับ? ใครอยู่ข้างล่างช่วยผมที? ช่วยด้วยครับ"


พอทุกคนได้ยินเสียงของคุณชาย ทุกคนที่อยู่ในบ้านรีบพากันวิ่งขึ้นไปที่ห้องนอนคุณชายทันที ลุงสมาน ชานนท์ เตเต้ อาทินกร และแม่บ้านอีกสามคนพร้อมใจกันวิ่งตรงมาที่ห้องคุณชาย แล้วทุกคนก็ต่างตกใจกับภาพที่เห็น

คุณชายนั่งกอดมานพอยู่บนพื้นห้อง และมานพหัวแตกเลือดไหลอาบเลอะเต็มหน้าไปหมด เตเต้รีบผลักทุกคนออก แล้ววิ่งไปช่วยคุณชายประคองมานพขึ้นไปนอนบนเตียง แล้วบอกให้แม่บ้านรีบไปเอากล่องปฐมพยาบาลมาทำแผลให้มานพ หลังจากนั้นเตเต้ก็หันมาหาคุณชายที่ยังยืนตลึงมองดูมานพอยู่ตลอดเวลา เตเต้เข้าไปถามคุณชายว่า


"น้องนาย? มันเกิดอะไรขึ้น? ทำไมถึงต้องเลือดสาดกันขนาดนี้? ไหนบอกพี่เตเต้สิ?"

"คือ...คือ ผมไม่ได้ตั้งใจนะครับพี่ แต่เขาทำร้ายผมก่อน ผม...ผม เลยป้องกันตัว ผมไม่ได้ตั้งใจจริง ๆ นะครับ"

"แล้วเขารังแกอะไรน้องนาย? ไหนบอกพี่เตเต้สิ? เดี๋ยวพี่จะจัดการให้"

"คือ...คือ เขา...จะ...จูบ...ผม ผมเลยกลัว เขาน่ากลัวมาก ผม...ผมกลัว"


พอเตเต้ได้ยินที่คุณชายบอก เตเต้ก็ดึงคุณชายมากอดไว้ในอ้อมกอดอย่างรักใคร่และเอ็นดู แล้วลูบหัวคุณชายเบา ๆ เป็นการปลอบประโลมใจ เตเต้คิดว่าทุกคนไม่ควรกดดันอะไรคุณชายตอนนี้ แต่มานพอาจจะใจร้อนเกินไป สร้างความกดดันให้คุณชายมากเกินไป จนทำให้เกิดเหตุการณ์เลือดสาดเกิดขึ้น คุณชายเองก็กอดเตเต้เหมือนกัน คล้ายกับว่ากำลังหาที่พึ่ง

เมื่อเตเต้เห็นว่าคุณชายกำลังกลัว เตเต้ก็พูดปลอบใจคุณชายต่อไปว่า


"โถ...คุณชายของบ่าว ขวัญเอ้ยขวัญมา บ่าวรักคุณชายมากนะเจ้าคะ บ่าวทำงานกับคุณชายมาเกือบยี่สิบปีแล้ว บ่าวรักและเอ็นดูคุณชายมาก ถ้าคุณชายกลัว...บ่าวจะเป็นคนปลอบขวัญคุณชายเอง คุณชายต้องการอะไรบอกบ่าวได้ทุกเรื่อง บ่าวจะรีบหามาให้"

"เอ่อ...พี่ครับ? พี่ดูละครหลังข่าวมากเกินไปรึเปล่าครับ?"

"ไม่นะ...บ่าวไม่ชอบดูละครหรอก ที่บ่าวพูดไปทั้งหมด...เพราะบ่าวรู้สึกแบบนั้นจริง ๆ คุณชายไม่ต้องกังวลอะไรทั้งนั้น บ่าวจะช่วยคุณชายเองนะเจ้าค่ะ อะไรที่คุณชายจำไม่ได้ก็ไม่ต้องไปพยายามคิด "

"ครับ...เอ่อ...พี่ครับ ถ้าพี่อยากช่วยผมจริง ๆ พี่ช่วยหางานให้ผมทำได้ไหมครับ? คือ...ผมไม่อยากให้สมองผมว่าง ผมอยากมีอะไรทำ ผมอยากทำงาน"

"คุณชาย...อย่างคุณชายไม่ต้องไปทำอะไรหรอก นอนอยู่บ้านเฉย ๆ ก็หรูแล้วจ๊ะ ส่วนเรื่องงาน....บ่าวจะเป็นคนทำแทนคุณชายเอง คุณชายพักผ่อนให้สบายเถอะ ไม่ต้องกังวลหรอกเจ้าค่ะ"

"แต่ผมอยากทำงานครับ ผมรู้สึกว่าผมชอบทำงาน พี่ครับพี่ช่วยหางานให้ผมทำหน่อยได้ไหมครับ?"

"งานของน้องนายคือผู้บริหารเท่านั้นนะ น้องนายจะรับไหวเหรอ? มันกดดันมากนะ พี่เตเต้ไม่อยากให้น้องนายของพี่กดดันตัวเองเลย"

"ไม่เป็นไรครับ งานผู้บริหารผมก็คิดว่าผมน่าจะทำได้"

"พี่รู้ว่าน้องนายทำได้ดีอยู่แล้ว เอาเป็นว่าแล้วพี่จะปรึกษาทุกคนดูก่อนนะ เพราะพี่เตเต้เป็นห่วงน้องนายมาก"

"ครับ...ขอบคุณครับ เอ่อ...พี่เตเต้ครับ แล้วคืนนี้ผมจะนอนที่ไหนครับ? คือ...เขา ยึดเตียงผมไปแล้ว "

"ก็นอนเตียงเดียวกันก็ได้นิ? ไม่เห็นเป็นไรเลย"

"ไม่ครับ! ผมกลัว! เขาน่ากลัวเกินไปสำหรับผม แต่ไม่เป็นไรครับ ผมไปนอนข้างล่างก็ได้ ผมนอนห้องรับแขกข้างล่างก็ได้ครับ"

"ไม่ได้นะน้องนาย! ไม่ได้เด็ดขาดเลย! จะไปนอนห้องรับแขกไม่ได้! ที่นี่มีห้องนอนตั้งยี่สิบกว่าห้อง ไม่จำเป็นต้องไปนอนห้องรับแขก เดี๋ยวพี่จะจัดการให้ พี่จะหาห้องใหม่ให้ ตกลงตามนี้นะ?"

"ครับ"


เตเต้จัดการหาห้องนอนใหม่ให้คุณชาย พร้อมกับพาคุณชายไปเรียนรู้งานฝ่ายบริหารที่ห้องทำงานของคุณชาย โดยมีอาทินกรกับชานนท์ช่วยคุณชายเทรนงานคร่าว ๆ ทุกคนไม่มีใครเห็นด้วยที่จะให้คุณชายกลับมาทำงาน มันเร็วเกินไปสำหรับคุณชาย แต่คุณชายไม่ฟังใคร เขายืนยันที่จะเรียนรู้งานและยืนยันที่จะทำงาน ทุกคนก็เลยต้องตามใจคุณชาย เพราะไม่อยากขัดใจ...

-------------------------------------------------------------------------------------------------------

sundog..















ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

0 ความคิดเห็น