คุณบอดี้การ์ดที่รัก(ภาคสาม) ตอน My dear My darling (ภาคสุดท้ายจบเล่ม)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 1,190 Views

  • 0 Comments

  • 83 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    9

    Overall
    1,190

ตอนที่ 1 : New beginnings of life

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 286
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 11 ครั้ง
    29 ม.ค. 62


บทนำเข้าเรื่อง


ผมมักจะได้ยินประโยคหนึ่งอยู่บ่อย ๆ ประโยคที่หลาย ๆ คนชอบพูดเสมอว่า โชคชะตาฟ้าลิขิตชีวิตคน หลายคนเชื่อว่าชีวิตของคนเรานั้นได้ถูกกำหนดมาแล้วว่า ต้องเป็นแบบไหน ต้องเดินไปในทิศทางไหน ต้องใช้ชีวิตที่ถูกกำหนดเท่านั้นไม่อาจฝืน แม้เราจะไม่ต้องการก็ตาม จนทำให้หลาย ๆ คนต้องยอมจำนนต่อสิ่งที่เรียกว่าโชคชะตา และปล่อยชีวิตให้เป็นไปอย่างที่ถูกกำหนดเอาไว้ โดยไม่ต่อต้านอะไรเลย เพราะคิดว่าตัวเองไม่อาจเปลี่ยนแปลงโชคชะตาได้


แต่สำหรับผม ผมไม่รู้หรอกว่า ทำไมผมต้องเผชิญกับโชคชะตาที่แสนร้ายและแสนเจ็บปวดเหมือนที่เป็นอยู่ตอนนี้ ผมไม่รู้ว่าชีวิตของผมถูกกำหนดมาแล้วหรือไม่ แต่ผมไม่ได้สนใจคำว่าโชคชะตา ไม่ใช่ว่าผมไม่เชื่อเรื่องโชคชะตาหรอกนะ แต่เป็นเพราะว่า ผมจะไม่ยอมจำนน ผมจะไม่ยอมแพ้ต่อโชคชะตา ผมจะเป็นคนกำหนดโชคชะตาของผมเอง ผมจะเริ่มต้นชีวิตใหม่อีกครั้งด้วยการกำหนดชีวิตของผมให้เป็นไปในแบบที่ผมอยากจะเป็น ผมจะไม่ยอมจำนนต่อสิ่งที่เรียกว่าโชคชะตาอีกต่อไป ผมจะพิสูจน์ให้ทุกคนเห็นว่า ผมสามารถพลิกชะตาชีวิตของผมได้ โดยไม่จำเป็นต้องรอให้โชคชะตาเป็นผู้กำหนดอีกต่อไป


ถึงแม้ที่ผ่านมาผมจะร้องไห้จนไม่มีเสียง ผมเสียน้ำตาจนไม่มีน้ำตาให้ไหลอีกแล้ว แม้ว่าผมจะเฝ้าโทษโชคชะตา ว่าทำไมต้องขีดเขียนชีวิตของผมให้เป็นไปตามอำเภอใจ โชคชะตามีสิทธิ์อะไรที่ต้องมากำหนดผมให้ต้องเป็นแบบนี้ แต่ตอนนี้ผมได้ทิ้งคำนั้นไปแล้ว เพราะผมไม่ต้องการให้โชคชะตามากำหนดชีวิตผมตามอำเภอใจ ชีวิตของผมนับจากนี้ไป ผมจะเริ่มต้นใหม่และกำหนดเอง


ผมเคยร้องไห้อ้อนวอนต่อสิ่งศักดิ์สิทธ์ให้เห็นใจผม ให้คืนชีวิตคนรักของผม อย่าพรากคนรักของผมไป คืนเขากลับมาให้ผม และผมก็ไม่รู้ว่า ที่ผมได้มาในสิ่งที่ร้องขอ คือโชคชะตาหรือไม่ แต่วันนี้ผมได้คนรักของผมคืนกลับมาอีกครั้ง ผมจึงเริ่มขีดเขียนโชคชะตาของผมใหม่อีกครั้ง ด้วยการกำหนดโชคชะตาชีวิตให้ตัวเองในแบบที่ผมอยากจะเป็น และก้าวเดินไปข้างหน้าอย่างมั่นคง



มานพ......ผู้ไม่ยอมจำนนต่อโชคชะตา.

--------------------------------------------------------------------------------------------


ที่โรงพยาบาล


"คุณหมอครับ? คนรักของผมเป็นยังไงบ้างครับ? ผมได้ยินเสียงของเขาคุยกับผม ผมได้ยินเสียงเขาร้องเรียกหาผม แต่เขาไม่ยอมลืมตาตื่น คุณหมอครับ? ผมอยากรู้ว่าคนรักของผมจะฟื้นขึ้นมาไหมครับ? คุณหมอครับโปรดช่วยชีวิตของคนรักของผมได้ไหมครับ? คุณหมอครับคุณอยากได้เงินเท่าไหร่ผมจะหามาให้ แค่ให้คุณหมอช่วยคนรักของผม ผมจะหามาให้เท่าไหร่ผมก็ยอม "


"คุณมานพครับ...หน้าที่ของหมอคือช่วยชีวิตคนนะครับ หมอไม่ได้ทำเพื่อเงิน ไม่ว่าคุณจะมีเงินเท่าไหร่ มันก็ไม่ได้ช่วยอะไรหรอกนะครับ ผมเป็นหมอ ผมช่วยชีวิตของคนสุดความสามารถอยู่แล้ว และไม่ได้หวังว่าจะต้องได้เงินไหม แค่คนไข้ปลอดภัยหมอก็ประสบความสำเร็จในหน้าที่แล้วครับ คุณสบายใจได้ ผมจะทำเต็มที่นะครับ "


"แล้วตอนนี้คนรักของผมเป็นยังไงบ้างครับ? เขายังร้องเรียกหาผมอยู่เหมือนเดิมไหม? หรือว่าเขา...จากผมไปแล้ว?"


"คุณมานพครับ...ผมยินดีด้วยนะครับ คนรักของคุณปลอดภัยแล้วนะครับ เขาเข้มแข็งมากนะครับ และคุณเองก็เข้มแข็งมากเหมือนกันนะครับ ผมยินดีกับคุณจริง ๆ ตั้งแต่ผมเป็นหมอมากว่ายี่สิบปี ผมเพิ่งจะเคยเห็นคนไข้ที่เหลือโอกาสรอดเพียงหนึ่งเปอร์เซ็น แล้วยังสามารถฟื้นขึ้นมาได้ และสามารถลืมตาตื่นขึ้นมาอีกครั้ง มันเหมือนปาฏิหาริย์เลยนะครับ หมอขอตัวไปดูคนไข้ก่อนนะครับ"


"คุณหมอครับ? ผมจะได้เจอคนรักของผมตอนไหนครับ? เมื่อไหร่ผมถึงจะสามารถเข้าเยี่ยมเขาได้? ผมขอเจอเขาตอนนี้เลยได้ไหม? ผมคิดถึงเขามาก ผมอยากเจอเขา ได้ไหมครับ?"


"ใจเย็น ๆ นะครับคุณมานพ หมอขอตรวจร่างกายของเขาให้แน่ใจก่อน เพราะถึงเขาจะฟื้นแล้ว แต่หมอยังต้องตรวจเช็คร่างกายเขาให้ละเอียดอีกครั้ง เพราะเท่าที่ผมได้พูดคุยกับเขาเมื่อสักครู่ ดูเหมือนว่าเขาอาจจะไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว คุณควรทำใจยอมรับให้ได้นะครับ"


"ไม่เหมือนเดิม? ทำไมถึงไม่เหมือนเดิมครับ? เขาเป็นอะไรครับ? หมอครับคนรักของผมเป็นอะไรครับ?"


"หมอยังไม่แน่ใจร้อยเปอร์เซ็นหรอก แต่เท่าที่สังเกตุอาการเบื้องต้น จากที่ผมได้พูดคุยกับคุณชาย ดูเหมือนเขาจะสับสนอะไรบางอย่าง เพราะเขาไม่รู้ว่าเขาชื่ออะไร? เขาไม่รู้ว่าเขาเป็นใคร? เขาถามหมอแค่ว่า...คนรักของผมอยู่ที่ไหน ผมได้ยินเสียงเขาเรียกผมให้กลับมา" แต่ตอนนี้คุณไปทำแผลก่อนนะครับ เสร็จแล้วไปทานข้าว เพราะคุณไม่ได้ทานอะไรมาสามวันแล้ว คุณควรใส่ใจดูแลสุขภาพของตัวเองด้วย แล้วกลับมารออยู่หน้าห้องนี้นะ หมอขอเวลาไม่นาน หมอเข้าใจคุณ อีกไม่เกินหนึ่งชั่วโมง หมอจะแจ้งผลอีกทีนะครับ"


"ครับ...ผมจะไปทำแผล แล้วไปทานข้าว แล้วก็จะมานั่รออยู่ที่นี่"


"ครับ...แล้วเจอกันครับ"


-------------------------------------------------------------------------------------------


ด้านหน้าห้องฉุกเฉิน


เตเต้ร้องไห้ปานใจจะขาด แล้วเตเต้เดินเข้ามากอดมานพและตบหลังมานพ เบา ๆ เป็นการให้กำลังใจกันและกัน จากนั้นเตเต้ก็พามานพไปทำแผล พาไปทานข้าว เสร็จแล้วเตเต้ก็ขอตัวกลับไปทำงาน เพื่อไปดูแลทุกอย่างแทนคุณชาย และเตเต้ยังบอกกับมานพด้วยว่า...ไม่ว่าคุณชายจะเป็นยังไง ถึงจะไม่เหมือนเดิมก็ไม่เห็นต้องเสียใจอะไรอีกแล้ว ขอแค่ให้เขากลับมาอีกครั้ง เราจะเริ่มต้นใหม่และก้าวไปพร้อม ๆ กัน


หลังจากเตเต้กลับไปแล้ว มานพก็กลับมานั่งรอหมออยู่หน้าห้องตรวจเหมือนเดิม มานพนั่งบีบมือตัวเองอยู่นานเพื่อให้กำลังใจตัวเอง และบอกกับตัวเองว่า...ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เขาก็จะไม่ยอมแพ้ต่อโชคชะตาอีกแล้ว เขาจะเดินหน้ากำหนดชะตาตัวเอง ไปพร้อม ๆ กับคนรักของเขา นับจากนี้ไป


แล้วเวลาที่มานพรอคอยก็มาถึง เมื่อคุณหมอเปิดประตูออกมา และเรียกมานพให้ตามคุณหมอไปอีกห้องหนึ่ง ที่ดูเหมือนจะเป็นห้องทำงานส่วนตัวของคุณหมอ คุณหมอได้บอกมานพเกี่ยวกับ รายละเอียดเกี่ยวกับผลการตรวจร่างกายของคนรักของเขาที่ออกมาแล้วว่า


"คุณมานพ...สิ่งที่ผมจะแจ้งให้คุณทราบต่อไปนี้ อาจจะทำให้คุณสะเทือนใจ แต่หมอขอให้คุณตั้งสติและตั้งรับให้ได้นะครับ หมอให้เวลาคุณทำใจสักครู่ ถ้าคุณพร้อมเมื่อไหร่ค่อยบอกหมออีกทีนะครับ"


"ผมพร้อมตอนนี้เลยครับ บอกผมมาเลย ผมทำใจไว้แล้วทุกทาง ไม่ว่าเขาจะพิการ ตาบอด หูหนวก เดินไม่ได้ ผมก็จะไม่ทอดทิ้งเขา ผมจะดูแลเขา คุณหมอบอกผมมาได้เลย ผมไม่ต้องการเวลาทำใจ เพราะผมไม่อยากรอ ผมอยากเจอเขา"


"คุณชายความจำเสื่อมครับ และอยู่ในระดับที่รุนแรงมากที่สุด เขาไม่สามารถจำอะไรได้เลยนะครับ เขาจะต้องเริ่มต้นจดจำทุกคนรอบตัวใหม่ เริ่มเรียนรู้ใหม่ แต่มันก็ไม่ได้หมายความว่า...ความทรงจำของเขาจะหายไปถาวรหรอกนะครับ เพียงแต่ว่าอาจจะต้องใช้เวลานานหน่อย ผมก็บอกไม่ได้ว่านานแค่ไหน คุณมานพครับ...คุณฟังผมอยู่ไหมครับ? คุณครับ?"


"ครับ ๆ ผมกำลังฟังอยู่ หมอพูดจบแล้วเหรอครับ?"


"ต่อเลยนะครับ...ข้อนี้ตั้งใจฟังนะครับ อันนี้จะเป็นวิธีดูแลบำบัดคนไข้นะครับ พวกคุณต้องไม่พยายามที่จะรื้อฟื้นความจำของเขาในตอนนี้นะครับ เพราะจะทำให้เขาเครียด ถ้าเขาเครียด เขาจะพยายามคิด ถ้าเขาคิดไม่ออก มันจะส่งผลกับตัวเขามากเลยนะครับ อาจทำให้เขาซ๊อคหมดสติทันที และแย่ที่สุดถึงขนาดเสียชีวิตเลยนะครับ เพราะฉะนั้น...อย่าพยายามรื้อฟื้นอะไรตอนนี้ ปล่อยให้เขาผ่อนคลาย ปล่อยให้เขาค่อย ๆ จำไปที่ละอย่างไปเรื่อย ๆ คุณมานพครับ...คุณได้ฟังที่ผมพูดไหมครับ? คุณครับ?"


"ผมฟังอยู่...มีอะไรอีกไหมครับ?"


"สำหรับอาการบาดเจ็บทางร่างกาย...ก็จะมีที่กระสุนฝังในห่างจากตำแหน่งหัวใจเพียงหนึ่งเซ็นติเมตร แต่ว่าก็ไม่ต้องห่วงทีมแพทย์ของเราฝีมือผ่าตัดเยี่ยมทุกคน และสามารถผ่าตัดเอากระสุนออกมาได้แล้ว ถึงแม้จะกินเวลายาวนานถึงแแปดชั่วโมง แต่เขาก็ปลอดภัยแล้ว ไม่มีอาการแทรกซ้อนอะไร แล้วก็บาดแผลจากรอยขีดข่าวตามร่างกาย อันนี้ก็ไม่ต้องห่วง แผลเริ่มตกสเก็ดแล้วครับ แล้วก็จะมีบริเวณศีรษะของเขาที่ได้รับการกระทบกระเทือนอย่างรุนแรง จากการกระแทกกับของแข็ง อันนี้ทำให้สมองในส่วนที่หน้าที่เกี่ยวกับการเก็บความทรงจำได้ถูกทำลายไป จึงทำให้เขาจำอะไรเกี่ยวกับอดีตไม่ได้ ต่อไปหมอจะแจ้งข้อควรระวังในกรณีที่คนไข้มีอาการปวดหัว หมดสติ เป็นลม หมอจะมียาให้ และก็จะมียาคลาดเครียดให้ด้วย ถ้าคุณปฏิบัติต่อคนไข้ตามที่หมอสั่ง คนไข้ก็จะค่อย ๆ ดีขึ้นเรื่อย ๆ และจะค่อย ๆ จดจำอดีตได้ คุณครับ? ฟังอยู่ไหมครับ? "


"ครับผมฟังอยู่ ผมเข้าใจแล้วครับ ผมขอเข้าไปเยี่ยมคนรักของผมได้ไหมครับ? ผมคิดถึงเขา ผมอยากเจอเขา"


"ได้ครับ...ตามสบาย แต่เขาหลับอยู่นะ ผมพึ่งให้ยานอนหลับเขาไป เพราะเขาเอาแต่ถามว่า...คนรักของผมอยู่ที่ไหน ผมได้ยินเสียงเขา หมอก็เลยต้องให้ยานอนหลับ เพื่อที่เขาจะได้พักผ่อนเยอะ ๆ จะได้หายเร็ว ๆ "


"ครับ...ผมเข้าใจแล้วครับ ผมขอตัวนะครับ? ขอบคุณคุณหมอมากที่ช่วยคนรักของผม?"


"ด้วยความยินดีครับ"


---------------------------------------------------------------------------------------


Sundog









ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 11 ครั้ง

0 ความคิดเห็น