Blood Moon (แวมไพร์หลงยุค (เล่มที่หนึ่ง)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 495 Views

  • 1 Comments

  • 35 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    7

    Overall
    495

ตอนที่ 3 : มายากลขั้นเทพ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 53
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    30 พ.ย. 61

ชายหนุ่มปริศนาอุ้มปกรณ์มาส่งถึงเตียงนอน เขาค่อย ๆ วางร่างบอบบางของปกรณ์
ลงบนเตียงอย่างนุ่มนวลแผ่นเบา พร้อมห่มผ้าให้เรียบร้อย ก่อนจะหันมาทาง นนท์
ที่ยืน งง ในดงเลือดหมู อยู่หน้าห้องของปกรณ์


"ทำไมเจ้ายังไม่ไปอีก"

"ไป   ไปไหน ผมก็พักที่หอนี้เหมือนกัน จะให้ผมไปไหนไม่ทราบ"

"ไปชำระล้างสิ่งสกปรก"

"แล้วคุณล่ะ  ทำไมยังไม่ไปอีก มาส่งเสร็จแล้วก็ไปซะสิ "

"ข้าจะไปหรือไม่ เจ้าไม่มีสิทธิมาออกคำสั่ง"

"ถ้าคุณไม่ไป  ผมก็ไม่ไป  เข้าใจตรงกันนะ"


นนท์ไม่ยอมกลับไปที่ห้องของเขา เพราะเขากลัวว่าชายชุดดำคนนี้จะทำอะไร
ไม่ดีกับปกรณ์ นนท์เดินไปลากเก้าอี้มานั่งเฝ้าปกรณ์อยู่ข้างเตียง ส่วนชายหนุ่มลึกลับ
คนนั้น นั่งอยู่ที่ปลายเตียงของปกรณ์   ถ้ามีใครมาเห็นพวกเขาตอนนี้ ก็คงจะคิดประมาณว่า รักสามเศร้า ของเราสามคม ทำนองนั้นแหละ

นนท์คอยเฝ้าสังเกตุชายหนุ่มปริศนาเป็นระยะ ๆ อย่างเงียบ ๆ เขาพินิจดูแล้ว ชายคนนี้
หล่อเหลาก็จริง ข้อนี้ไม่เถียง แต่หน้าซีดขาวยังกับพวกแวมไพร์ในนิยายที่เขาเคย
อ่านเลย  เขาเพิ่งจะอ่านนิยายเรื่องหนึ่งเมื่อไม่นานมานี้  ชื่อเรื่องผีดูดเลือด
ในหนังสือบอกอธิบายลักษณะของ ผีดิบดูดเลือดเอาไว้ว่า   พวกนี้จะชอบอยู่ในห้องมืด ๆ
จะไม่ค่อยพูด  หน้าตาหล่อเหลาแต่ไร้เงา ใบหน้ามักจะซีดเผือดถ้าไม่ได้ดื่มเลือด
สายตาคมกริบ สามารถสังหารศัตรูได้ภายในพริบตา ผีดิบบางตัวสามารถงอกแขนขา
ได้ใหม่ด้วย  คิดมาถึงตรงนี้  นนท์ก็มองผู้ชายคนนั้นอย่างพิจารณาอีกครั้งอย่างละเอียด
มันตรงกับที่ในหนังสือระบุไว้เป๊ะ เลยทีเดียวแต่ก็ยังไม่แน่ใจ เพราะถ้าเขาเป็นผีดูดเลือด
ป่านนี้ ปกรณ์กับเขาคงกลายเป็นอาหารไปแล้วละ  แล้วเขาเป็นใครกันน้า หรือว่า 
เขาจะเป็นผีดูดเลือดจริง ๆ  นนท์เริ่มสับสนในความคิดตัวเอง

"เจ้ากำลังคิดว่า ข้าเป็นผีดูดเลือด"

"รู้ได้ไงอะ ยังไม่ถามเลย แค่คิดเฉย ๆ "

นนท์รู้สึกว่า คน ๆ  นี้ต้องไม่ธรรมดาแน่ๆ  เป็นใครกันแน่นะ

"ข้าจะเป็นใคร ก็ไม่เกี่ยวอะไรกับเจ้า"

"เอ่อ  นี่คุณอ่านใจผมออกเหรอ  ทำได้ไงอะ"  ถ้าไม่ใช่ผีดูดเลือด คงต้องเป็นนักมายากล
แน่ๆ อย่างที่พวกนักมายากลชอบอ่านใจคน เวลาถามว่าในกระเป๋ามีเงินอยู่เท่าไหร่ 
นักมายากลพวกนี้จะตอบถูก ตลอด

ปกรณ์ขยับตัวยุกยิก ค่อย ๆ ลืมตาตื่นนนท์รีบพยุงปกรณ์ลุกขึ้นพิงหัวเตียง  ปกรณ์หันไปรอบ ๆ ห้องแล้วยิ้มออกมาอย่างอ่อนโยนส่งให้เหมันต์

"เหมันต์  คุณช่วยผมไว้อีกแล้วใช่ไหม ผมคิดเอาไว้แล้วว่าคุณต้องมาช่วยผม"

"กรณ์  นายรู้จักเขาเหรอ"

"ก็เพื่อนใหม่ ที่ฉันเล่าให้นายฟังไง"

"อ๋อ  มิน่าละถึงรู้จักห้องนาย "

ปกรณ์ไม่ได้สนใจฟัง นนท์พูดเท่าไหร่ เพราะเขามัวแต่สนใจ เหมันต์ ที่กำลังมองมา
ที่เขาเหมือนกัน  พอนนท์เห็นปกรณ์ไม่สนใจตนก็พาลอารมณ์เสียใส่

"กูอยู่นี่  มองกูนี่ จะมองคนอื่นทำไมห๋า"

"ไม่อยากมอง"

"ทำไมวะ  กูว่ากูหล่อกว่าคุณ เหมันต์ อีกนะ"

" แว๊ะ...จะอ้วก...เหม็น...นี่มึงไปตกส้วมที่ไหนมาครับ คุณนนท์   โอ้...  โคตรเหม็น "
รีบไปอาบน้ำเถอะ...  ดูสภาพแล้ว รับไม่ได้วะ "

พอปกรณ์บอกให้นนท์รีบไปอาบน้ำ  นนท์ทำหน้าไม่พอใจ แต่ก็ยอมเดินออกไปพร้อม
ปิดประตูห้องเสียงดัง ปั๊ง....


ด้าน เหมันต์ ยังคงนั่งอยู่ที่ปลายเตียงนิ่ง ไม่ขยับตัวไปไหน แต่หันหน้ามองออกไปทาง
ระเบียงห้อง อย่างเคร่งเครียด...

"เหมันต์  คุณเป็นอะไรรึเปล่าครับ"

"ชู้วววว ๆๆๆๆๆ......." 
เหมันต์ขยับจากปลายเตียงมานั่งซ้อนหลังปกรณ์ที่นั่งอยู่ทางด้านหัวเตียงพร้อมใช้มือเย็นเฉียบของเขาอ้อมจากด้านหลังของปกรณ์มาปิดปากปกรณ์เอาไว้  เพื่อเป็นสัญญาณบอกให้เงียบก่อน   ปกรณ์ทำตามอย่างว่าง่าย ไม่ทักท้วงอะไร นั่งตัวตรง แข็งทื่อ
ปกรณ์ แค่สงสัยว่าทำไมมือเหมันต์เย็นเหมือนน้ำแข็ง  เขาไปตากฝนมาอีกแล้วรึเปล่า
เขาจะหนาวไหม

"ไม่ได้ตากฝน ข้าไม่หนาวหรอก"

"???   ผมแค่คิด ยังไม่ได้พูดออกมาแล้วคุณรู้ได้ยังไง"

"ชู้วววว.... "  เหมันต์เอานิวชี้ของเขาแตะที่กิ่งกลางริมฝีปากของตัวเองเพื่อบอกให้
ปกรณ์เงียบ ๆ ปกรณ์เริ่มกลัว แต่ก็ยังอยากรู้ อยากเห็น

"เหมันต์  มีอะไรอยู่ข้างนอกนั่นเหรอครับ? "

"เหล่าผู้ล่า กำลังป้วนเปี้ยนอยู่แถวนี้"

"ใครคือผู้ล่า?  ให้ผมไปจัดการให้ไหม"

"เจ้าช่างโง่เขลา เหมือนเมื่อก่อนไม่มีผิด คาร์เมน"

"???"

เหมันต์ยังคงนั้งซ้อนหลังปกรณ์อยู่เหมือนเดิม  ตายังคงสอดส่องออกไปนอกระเบียงห้องคำพูดของเหมันต์ยิ่งสร้างความสับสนงุนงงให้ปกรณ์เพิ่มขึ้น  ปกรณ์ไม่รู้ว่า เหมันต์กำลังคิดอะไรอยู่ แล้วใคร คือผู้ล่า? ใคร คือคาร์เมน?  แล้วเหล่าผู้ล่า พวกเขากำลังล่าใครอยู่?


"พวกเขากำลังล่า มนุษย์อย่างเจ้านั่นแหละ คาร์เมน"

"คุย  กับผมเหรอครับ?"

"มีเพียงข้ากับเจ้าอยู่ตรงนี้ แล้วเจ้าคิดว่าข้ากำลังคุยกับใครล่ะ?"

"แล้วทำไมเหล่าผู้ล่า ต้องล่ามนุษย์ด้วยละครับ?"

"คาร์เมนของข้า ช่างไร้เดียงสาอะไรอย่างนี้  เจ้าลืมอดีตไปหมดสิ้นแล้วเหรอ?"




ยิ่งฟัง ก็ยิ่งงง นั่นคือสิ่งที่ปกรณ์คิด  ตกลงว่าเขาชื่อ คาร์เมนเหรอ   


"เจ้าคิดถูกแล้วล่ะ  นั่นแหละคือตัวตนของเจ้า"

"เอ๋ เหมันต์คุณนี่อ่านใจผมได้จริง ๆ ด้วยแฮะ  ว้าว!  สุดยอดไปเลย  
ผมอยากอ่านใจคุณได้บ้างจัง  เอางี้  ช่วยสอนผมหน่อยได้ไหม?"

"เจ้าทำได้อยู่แล้ว ทำได้ดีเสียด้วยซ้ำ"

"ไม่!  ไม่เลย ผมไม่เคยทำ  ไม่เคยเรียนมายากลมาก่อนเลย"


เหมันต์ไม่ตอบโต้บทสนทนา แต่สายตาที่สอดส่องออกไปทางระเบียง ดูเหมือนว่า
เขาจะกำลังเครียดและกังวลกับบางสิ่งที่ดูเหมือนนกขนาดใหญ่  มีปีกบินโฉบเฉี่ยว
ใกล้เข้ามาทางระเบียงห้องมากขึ้นเรื่อย ๆ  แล้วเขาก็ตัดสินใจลุกขึ้นไปเปิดประตู
ทางระเบียงห้องออกพร้อมกับกระแทกปิดประตูกลับเข้ามาอย่างแรง  
ประตูระเบียงปิดสนิทแล้ว  เหมันต์ยืนอยู่ริมระเบียงหันหน้ามองออกไปเหมือนกำลัง
ใช้ความคิด 

ส่วนปกรณ์ ร้องโวกเหวกโวยวาย กระโดดไปมาอยู่ที่หลังประตูด้านใน เพราะเขาอยากออกไปข้างนอกกับ เหมันต์  แต่ เหมันต์ปิดประตูล๊อคขังปกรณ์ไว้ ทำให้ปกรณ์ไม่สามารถเปิดออกได้ จึงได้แต่ยืนมองเหมันต์จากด้านใน ปกรณ์มองเห็น เหมันต์กำลังคว้าจับ
นกยักษ์ขนาดใหญ่ และหักคอ หักปีก แล้วปาซากของนกยักษ์ลงไปข้างล่าง ตัวแล้วตัวเล่า  ปกรณ์เห็นนกเหล่านั้นนอนตายเกลื่อนถนนเต็มไปหมด ถนนด้านล่างเต็มไปด้วย
เลือด และ ซากศพที่นอนตายเกลื่อนกลาดทับถมกันอย่างสยดสยอง  ปกรณ์ได้แต่ยืน
มองเงียบ ๆ พร้อมกับเอามือปิดปากตัวเองไว้ไม่ให้มีเสียงเล็ดลอดออกไป

ดูเหมือนว่าสงครามระหว่าง เหมันต์ กับ เหล่านกยักษ์ที่ ปกรณ์อ้างถึง จะจบลงแล้ว
ทุกอย่างหยุดเคลื่อนไหว  เงียบสงบ ไม่มีแม้แต่เสียงลมพัด หรือเสียงจิ้งหรีดร้องอีก
ต่อไป

แต่มันยังไม่จบแค่นั้น  เหล่านกยักษ์ ที่นอนตายเกลื่อนเต็มถนนเมื่อครู่นั้น ได้กลับฟื้น
คืนชีพขึ้น แล้วค่อย ๆ บินหนีหายไปในความมืดทีละตัว จนไม่เหลือสักตัว  

ปกรณ์ปากอ้าตาค้างไปชั่วขณะหนึ่ง  แล้วพยายามเคาะกระจกประตูระเบียง เป็นเชิง
บอกให้ เหมันต์เปิดประตูให้   เหมันต์หันกลับมาเห็นปกรณ์โบกมือไปมาเรียกเขาอยู่
เขาจึงเปิดประตูให้ปกรณ์  ปกรณ์รีบฉุดดึงแขน เหมันต์ เข้าห้องไป พร้อมกับซักไซร้ 
ไม่หยุด พร้อมกับปรบมือ แป๊ะ ๆ อย่างชอบใจ

"ว้าว! เหมันต์ คุณนี่ยอดเยี่ยมสุด ๆ ไปเลย  โชว์นี้มันไม่เลวเลยละ  ปลายเดือนนี้ที่ท้าย
ตลาดจะมีงานฉลองตลาดครบร้อยปี  ผมจะพาคุณไปเปิดหมวก  คุณสนใจไหม
แต่เอ๋   นั่นเสื้อคุณเปื้อนเลือดนี่  นั่นไงผมจับโกหกคุณได้แล้ว คุณแอบไปเอาเลือดหมูที่ไหนมาใส่ไว้ในเสื้อตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย   อันนี้ไม่เนียนเลยน้าาา  แต่ไม่ต้องกังวลไปแค่นี้ผมก็อึ้งแล้วละ   มาผมเช็ดเลือดให้"

เหมันต์ขยับตัวออกห่างปกรณ์ พร้อมกับใช้มือข้างหนึ่งของเขาลูบไปตามแนวเสื้อที่เปื้อน
เลือด แล้วรอยเปื้อนนั้นก็หายไป  ปกรณ์เห็นดังนั้นก็ไม่อยู่เฉยรีบวิ่งเข้าไปจับตัว เหมันต์
หมุนไปมาเพื่อสำรวจ

"ว้าว  โชว์นี้ผมยกให้เป็น  มายากลขั้นเทพ ไปเลย มันเจ๋งจริง ๆ ผมคิดไม่ผิดจริง ๆ
ที่คบคุณเป็นเพื่อน  คราวหน้าอย่าลืมสอนผมด้วยน้าาาา"

"แล้วข้าจะตรองดูอีกที"

"จริงด้วยสิเมื่อตอนบ่าย ผมไปซื้อต้มเลือดหมู ผมกะจะเอามาแช่ตู้เย็นไว้ เผื่อวันไหนคุณ
มา ผมจะได้อุ่นให้คุณทาน  แต่ว่าตอนนี้  เพื่อนของผม ไอ้นนท์  มันเอาไปมาร์คตัวหมดแล้วล่ะ " ปกรณ์พูดพร้อมทำหน้าเศร้าประกอบฉาก ทำนองว่าเสียดายของสุด ๆ


"ไม่เป็นไรข้ายังไม่หิว  วันนี้ข้าต้องไปแล้ว แล้วพบกันใหม่ ฝันดี  ลาก่อน"

"เดี๋ยวก่อน   พรุ่งนี้ คุณจะมาอีกไหมครับ"

"ถ้าเจ้าต้องการข้าเมื่อไหร่ ตอนไหน ข้าจะมา"

"ผมจะรอ  ที่นี่ เวลาเดิม"

"ตกลง"


พูดจบ เหมันต์ก็เปิดประตูระเบียงแล้วกระโดดลงจากระเบียงหายไปในความมืด
ปกรณ์ได้แต่คิดชื่นชมอยู่ในใจ  ว่ามายากลของ เหมันต์ โครตเทพ
เขาจะต้องพา เหมันต์  ไปเปิดหมวกให้ได้  นั่นคือความตั้งใจของปกรณ์


------------------------------------------------------------------------------------



ไรท์เตอร์คุยกับประชาชน  แต่ประชาชนไม่ตอบ  ขอบคุณน้าา



Sundog...










 





































ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

1 ความคิดเห็น

  1. #1 nn-girlwhite (@nn-cool) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2561 / 15:42
    สู้ๆคะ
    #1
    1
    • #1-1 Dogofthesun (@Dogofthesun) (จากตอนที่ 3)
      22 ธันวาคม 2561 / 20:56
      ขอบคุณน้าาา สู้โว้ยยยยย
      #1-1