Blood Moon (แวมไพร์หลงยุค (เล่มที่หนึ่ง)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 497 Views

  • 1 Comments

  • 35 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    9

    Overall
    497

ตอนที่ 2 : ตึกร้างหลัง ม.

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 64
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    31 ต.ค. 61



ภายในห้องพักของนนท์ หลังอาบน้ำแต่งตัวเสร็จ เขาก็เดินวุ่นไปมาเพื่อเตรียมอาหารเช้า เก็บกระเป๋าเพื่อเตรียมตัวไปเรียน หน้าที่หลักของนนท์ในแต่ละวันทุกเช้าก่อนไปเรียน เขาจะเป็นคนเตรียมอาหารเช้าให้ปกรณ์เพื่อน   รัก   ของเขาด้วย และต้องคอยปลุกในทุกเช้าไม่ว่าจะมีเรียนหรือไม่ก็ตามเขาทำแบบนี้จนชิน ทุกวันนี้มันกลายเป็นชีวิตประจำวันของนนท์ไปแล้วละ ปกรตินนท์ก็ตื่นเช้าแบบนี้ทุกวัน อย่างวันนี้เหมือนกัน
นนท์ตื่นมาอ่านหนังสือตั้งแต่ตีห้ากว่า ๆ เพราะเมื่อคืนได้หลับเต็มอิ่ม เสร็จแล้วก็ทำภารกิจส่วนตัว จัดแจงอาหารเช้าแพ็คใส่กล่องเตรียมไว้ให้ปกรณ์ ถือเดินตรงไปที่ห้องของ
ปกรณ์     ก๊อกกก ๆ ...  ก๊อกกกก ๆ  ก๊อกกกก  เสียงเคาะประตูห้องสักสิบ
กว่าครั้งได้แต่เงียบ...


"เอ๋...  ปรกติไม่ได้เคาะนานขนาดนี้นี่ หรือว่า...  กรณ์ ๆ   ไอ้  กรณ์ ได้ยินไหมวะ?
นายเป็นอะไรรึเปล่า? "


นนท์เคาะประตูรัวพร้อมตะโกนเรียกเพื่อน สักพัก ก็มีเสียงปลดล๊อคประตูพร้อมแง้มออก
มาพอแสงลอดผ่านได้ นนท์รีบผลักประตูเข้าไปเพราะเป็นห่วงเพื่อน กลัวว่าจะไม่สะบาย
แต่ปกรณ์....กลับบ่นงึมงัม แล้วเดินกลับไปล้มตัวนอนลงบนเตียงเหมือนเดิม...


"โถ...  คุณนนท์... มาปลุกกูแต่เช้าเลย...ถ้าจะเช้าขนาดนี้คราวหลังไม่ต้องก็ได้นะครับ "

"แหม๊...คุณกรณ์...กูอุตส่าห์หวังดีกลัวมึงจะไปเรียนสาย...ถ้าจะกรุณาช่วยแหกตาดู
นาฬิก่อนเถอะครับ..."


ปกรณ์ปัดป่ายมือไปมาควานหานาฬิกาตั้งโต๊ะ... ที่วางอยู่บนหัวเตียงแล้วหยิบมาดูเวลา
เขาเพ่งมองดูเวลาพร้อมกับเด้งตัวลุกขึ้นจากเตียง...
 

"ฉิบหาย นี่มันจะแปดโมงแล้วเหรอวะ...นนท์นายช่วยดูอีกทีสิว่านาฬิกาถ่านหมดรึเปล่า"


พร้อมกับยื่นนาฬิกาให้นนท์....  นนท์หยิบนาฬิกาขึ้นมาแล้วเคาะลงบนหัวปกรณ์เบา ๆ 
สองทีพร้อมกับพูดว่า...  


"นาฬิกาถ่านยังไม่หมด....  แต่นายแบ็ตเตอร์รี่เริ่มอ่อนแล้วช่วยชาร์จด้วย... ให้ไว"

"เออ ๆ...   เอ๋... เหมันต์... เขากลับไปแล้วเหรอ...  นนท์เมื่้อกี้นายเข้ามาเห็นเขาไหม"

ปกรณ์พูดพร้อมกับเดินหา... เหมันต์ ทั่วห้อง ห้องน้ำ ห้องครัว ห้องนั่งเล่น ระเบียง
แต่ไม่มี...
  

"ไปไม่ลา....  มาไม่บอก....  เหมันต์....  คุณทำตัวลึกลับเกินไปแล้ว" 

ปกรณ์บ่นอุบอิบอยู่คนเดียว โดยมีนนท์มองตามอย่างงง ๆ 

"เหมันต์?....  ใครกัน"

"อ๋อ....  เพื่อนนะ..... เมื่อคืนฝนตกเขาเลยนอนค้างที่นี่"

"นายยังมีเพื่อนคนอื่น..... นอกจากฉันอีกเหรอ? "


ปกรณ์เล่าเรื่องที่เขาเจอมาเมื่อคืน ให้นนท์ฟัง  นนท์รู้สึกแปลกใจกับเรื่องที่ได้ฟังจากปกรณ์ เขารู้สึกว่าเขาเคยได้ยินได้ฟังชื่อนี้มาก่อน รู้สึกคุ้น ๆ แต่เขาจำไม่ได้ว่าเคยได้ยิน
มาจากไหน..... 

---------------------------------------------------------------------------------------------

ในห้องแล็ปวันนี้ นนท์กับ ปกรณ์นั่งฟังอาจารย์อธิบายหัวข้อหลักในวันนี้  ปกรณ์
นั่งสัปหงก  จนนนท์ต้องเอาศอกสะกิดอยู่หลายต่อหลายครั้ง 

"กรณ์...  ตั้งใจฟังหน่อยสิ  "

"อ่อ...  ถึงไหนแล้ว?"

"ถึงไหน?  อะไรสรุปได้ฟังที่อาจารย์พูดไหม?"


ปกรณ์นั่งเอานิ้วเคาะโต๊ะ  ก๊อก ๆ  ๆ  อย่างใช้ความคิด แน่นอนว่าเขากำลังคิดเรื่องของ
บุรุษย์หนุ่มรูปงาม ที่พึ่งรู้จักเมื่อคืนนี้ 


"อ่อ... นนท์ขากลับ...  นายพาฉันไปซื้อต้มเลือดหมูเจ้าเก่าที่ท้ายตลาดได้ไหม?"

"เอ๋...  ปรกตินายไม่ชอบกินนี่... ขนาดฉันเอาไปฝากตู้เย็นนายไว้ นายยังบ่นเลยว่าไม่อยากให้ฉันฝากอยู่เลย  นายแอบกินเมื่อคืนนี้ใช่ไหมล่ะ  มิน่าล่ะเมื่อเช้าฉันเปิดตู้เย็นนายแล้วถุงต้มเลือดหมูฉันหายไป  ฉันบอกแล้วว่ามันอร่อย"

ปกรณ์เกาท้ายทอยยิ้มแห้ง ๆ ให้กับนนท์ เหมือนหัวขโมยโดยตำรวจจับได้ 
จริง ๆ แล้วเขาไม่ได้ชอบหรอก ไอ้ต้มเลือดหมูเนี่ย  แต่เมื่อคืนเขาเห็น เหมันต์กิน
อย่างเอร็ดอร่อย เขาก็เลยแกล้งพูดไป ว่าเขาก็ชอบเหมือนกัน  เพราะเขาอยากหาเรื่องคุยกับ เหมันต์เท่านั้นเอง...
  

"รสชาติมันก็ไม่ได้แย่สักหน่อย... ฉันชักจะติดใจแล้วล่ะ... ปะ... ไป... กันเถอะนนท์
ลุกเร็ว " 

"เออ ๆ...  ไป ก็ ไป"

พวกเขาเดินลัดเลาะตามแนวรั้วออกไปจนถึงตลาด... จนมาถึงหน้าร้านต้มเลือดหมูเจ้าประจำของนนท์   ปกรณ์สั่งสิบถุง.... จน.... นนท์ต้องหันไปถามปนดีใจ

"โห!  กรณ์...  ที่จริงนายไม่ต้องซื้อเผื่อฉันหรอก  เยอะขนาดนั้นฉันกินไม่หมดหรอกนะ"


นนท์คิดว่า กรณ์ซื้อเผื่อเขา หัวใจของนนท์กระโดดโลดเต้น จนรู้สึกว่ามันจะทะลุเสื้อออกมาเต้นระบำอยู่ข้างนอก  ความดีใจนี้  ของนนท์ไม่สามารถปกปิดมันได้อีกต่อไป
มันก็ช่วยไม่ได้  เพราะเขาแอบหลงรัก ปกรณ์มานานแล้ว แต่ไม่กล้าบอกได้แต่คอย
ดูแลเขาไปวัน ๆ ได้แต่แอบรัก แอบมอง ก็ปลื้มใจแล้ว เขาไม่เคยฉวยโอกาสกับปกรณ์
เลยแม้แต่ครั้งเดียว แม้บางครั้งพวกเขาจะดื่มด้วยกันจนเมาแอ๋ หลับคาห้องแต่นนท์ก็ไม่
เคยคิดที่จะแตะต้องหรือฉกฉวยโอกาสสักครั้ง  แม้จะมีโอกาสก็ตาม...   


"งั้นฉันคืนนายถุงนึงแล้วกัน...  เมื่อคืนฉันแอบจิ๊กของนายไป"

"??? แล้วที่เหลืออะ?"

"ที่เหลือ... ของฉัน"  ปกรณ์พูดพลางยิ้มอ่อน นึกถึงใครบางคน คน ๆ นั้น เหมันต์

---------------------------------------------------------------------------------------


ขากลับพวกเขามัวแต่เดินดูนั่นดูนี่ตามตลาดเพลินจนลืมเวลา ทำให้ตอนนี้เริ่มบ่ายแก่แล้ว พอคิดได้พวกเขาก็รีีบเร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้น เพราะขากลับต้องเดินผ่านตึกร้างหลังมอ. ตึกร้างแห่งนี้ตอนกลางคืนจะไม่มีคนเดินผ่านเลย แม้แต่ตอนกลางวันถ้าเลี่ยงได้ คนก็จะไม่เดินผ่านมาทางนี้แน่นอน  แต่เพราะใกล้มืดแล้วพวกเขาจำเป็นต้องเดินผ่านตึกร้างเพราะมันเป็นทางลัดไปหอพักได้สะดวกที่สุด  หากพวกเขาเดินตามถนนจะต้องใช้เวลาราวหนึ่งชั่วโมง  ปกรณ์จึงเสนอว่าให้เลือกเดินมาทางลัดผ่านตึกร้างมันจะได้ย่นระยะทางลงราวครึ่งชั่วโมง  

ในที่สุดพวกเขาก็เดินมาถึงหน้าตึกร้าง พวกเขาแหงนหน้ามองตั้งแต่ชั้นล่างสุดจนถึงชั้นบนสุด  มันเป็นตึกร้างที่มองดูแล้วทำให้คุณขนลุกซู่ ๆ บนตึกมีเก้าชั้น สาเหตุที่ตึกแห่งนี้ร้างเพราะตอนก่อสร้าง คนงานได้เสียชีวิตอย่างไม่ทราบสาเหตุทุกวัน  สร้างความหวาดกลัวให้กับคนงาน  จึงทำให้ทุกคนลาออกไปหมด ไม่มีใครกล้าที่จะมารับเหมาต่อ   
จนทำให้กลายเป็นตึกร้างถึงทุกวันนี้  ที่มีตำนานเล่าขานต่อกันมายาวนาน  บ้างก็บอกว่าคนตายเพราะโดนฆาตกรรม  บ้างก็บอกว่าตายเพราะโดน  ผีดิบผีดูดเลือด   

ตำรวจก็ไม่สามารถหาเบาะแสได้  มีเพียงบันทึกประจำวันที่ระบุไว้ว่า  ที่คอมีรอยเขี้ยวสองเขี้ยวเท่านั้น  ส่วนอื่นของร่างกายไม่มีบาดแผลใด ๆ 


"กรณ์...  รีบไปกันเถอะ ที่นี่มันให้ความรู้สึกหดหู่ วังเวง ยังไงไม่รู้  นายว่าไหม?"

"ฉันก็คิดเหมือนกัน...  แต่เดี๋ยวก่อนนนท์  
นายเห็นที่ชั้นสามนั่นไหมเหมือนจะมีคนอยู่ในนั้นนะ"

"จะคนหรืออะไรก็ช่างเถอะน่า   เร็วเข้ามืดแล้ว "

พวกเขารีบเร่งเดินผ่านตึกร้างออกไปอย่างรวดเร็ว  จนมาถึงต้นไม้ใหญ่ที่ปกรณ์ตามเหมันต์ออกมาเมื่อคืนก่อน ปกรณ์หยุดเดินมองหากิ่งไม้ที่หักลงมาคืนก่อนนั้น พลันสายตาก็ไปสะดุดเข้ากับเงาของคนที่เคลื่อนไหวไปมาอยู่หลังพุ่มไม้ มันแว็บไปมา แต่ก็ยังเห็นว่านั่นคือคน...

"นนท์นายเห็น อะไรแว็บ ๆ ไหม?"

"เห็น"

"นายว่ามันคืออะไร?  เราตามไปดูกันไหม?"


นนท์กับปกรณ์คิดจะตามไปดูให้เห็นกับตาว่าใครมาเล่นซ่อนหาอยู่แถวนี้ตอน ค่ำ ๆ อย่างนี้  พวกเขากำลังจะเดินเข้าไป อยู่ ๆ ก็เกิดมีพายุหมุนเป็นวงใหญ่ขึ้น และกำลังมุ่งตรงมาที่พวกเขา แรงลมที่พัดกระหน่ำ สามารถที่จะรื้อหลังคาบ้านให้ปลิวออกมาได้อย่างสบาย  นนท์คว้ามือของปกรณ์มากุมไว้ เพื่อไม่ให้ปกรณ์ปลิวไปกับแรงลม เพราะปกรณ์เป็นคนร่างผมบางอยู่แล้ว  แต่ในที่สุดมือของพวกเขาก็หลุดออกจากกัน  นนท์ทำปกรณ์หลุดมือหายไปกับแรงลมซะแล้ว   นนท์ได้แต่ตะโกนเรียกหาปกรณ์แข่งกับลมที่กำลังพัดกระหน่ำอย่างรุนแรงและบ้าคลั่ง...

เปรี้ยง ๆ  ๆ  เสียงฟ้าผ่าดังสนั่นจนทำให้แผ่นดินสั่นสะเทือน  นนท์รีบเอามือทั้งสองข้างวางไว้ที่ท้ายทอย แล้วหมอบลงกับพื้นให้ต่ำที่สุด พอสิ้นเสียงฟ้าผ่า ทุกอย่างกลับเข้าสู่ภาวะปรกติเหมือนกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น ท้องฟ้าสดใส มองเห็นดาวระยิบระยับ และดวงจันทร์ที่ถึงแม้จะแหว่งไปนิดหน่อย แต่ก็ยังคงความสว่างสดใสเหมือนเดิม แต่ต้มเลือดหมูที่ปกรณ์อุตส่าห์เสี่ยงตายไปซื้อ  ตอนนี้มันสลายกลายเป็นสสารไปแล้ว

 นนท์เห็นปกรณ์ ยืนซบอกของชายชุดดำคนหนึ่งที่อยู่ห่างจากเขาประมาณห้าเมตร นนท์รีบเดินเข้าไปใกล้ ๆ ๆ  ใกล้จนเห็นหน้าชายหนุ่มชุดดำอย่างชัดเจน


"คุณ   ปล่อยเพื่อนผมเลย"  
นนท์พูดพร้อมกับพยายามแกะมือของชายชุดดำออกจากปกรณ์  

"เขาหลับอยู่"

"หลับอยู่ คุณก็ปล่อยเขาได้แล้ว  ผมจะดูแลเขาเอง ส่งเขามาให้ผม ผมจะพาเขากลับ" 

"เจ้ากลับไปก่อน...  ส่วนเขาข้าจะพากลับเอง"

"ไม่ได้...   ผมไม่ไว้ใจคนแปลกหน้า...  แถมพูดจาประหลาด"

"งั้นก็ตามใจเจ้า"


พูดจบชายปริศนาก็ช้อนร่างของปกรณ์ขึ้นมาอุ้มในท่าเจ้าสาว แล้วเดินมุ่งหน้าไปทางหอพักของปกรณ์ แต่นนท์ ก็ยังไม่ลดละความพยายามที่จะขัดขวาง  พยายามพูดถ่วงเวลา ให้ได้นานที่สุด


"เดี๋ยวก่อน   นายชื่ออะไร  เป็นใคร ทำงานที่ไหน  แล้วบ้านอยู่ที่ไหน มีนามบัตรรึเปล่า แล้วมีเบอร์โทรศัพท์ติดต่อไหม?"

นนท์พูดรัวเป็นชุด... แต่ผู้ชายคนนั้นก็ไม่หยุดเดิน ยังอุ้มปกรณ์เดินไปเรื่อย ๆ ช้า ๆ 
อย่างใจเย็น เหมือนจงใจแกล้งยั่วโมโห นนท์...

"นี่ผมถามอยู่... ทำไมไม่ตอบ...  หรือว่าโดนฟ้าผ่า...  ใบ้แดกไปแล้ว "

"ช่วยหุบปากหมา... ของเจ้าจะได้ไหม?"

"โอ้โห้... นี่หาว่าผมปากหมาเหรอ  ด่าพ่อผมยังไม่โกรธขนาดนี้เลยนะ  ส่งปกรณ์มาให้ผม ผมจะดูแลเขาเอง  "

"เจ้าควรดูแลตัวเองให้ได้ก่อนนะ"  

"ผมดูแลตัวเองได้ดีอยู่แล้ว"

"ยังงั้นเหรอ? เจ้าลองสำรวจดูสภาพของเจ้าตอนนี้สิ... มันช่างทุเรศสิ้นดี"

"โอ้โห... ทุเรศเลย   ปากคอเราะร้าย ด่าแม่ผมยังไม่โกรธ ขนาดนี้เลยนะ"


ว่าแล้วนนท์ก็หยุดเดินเพื่อมองสำรวจตัวเอง  พอเห็นสภาพตัวเองแล้วมันดูไม่ได้อย่างที่เขาบอกจริง ๆ  อื้อหือ  กลิ่นเลือดหมูนี้  คละคลุ้งขึ้นมาทันที ที่แท้ต้มเลือดหมูของปกรณ์ มันโดนพายุหมุนมากองรวมอยู่ที่ตัวเขานี่เอง ตั้งแต่หัวจรดเท้ามองยังไงก็ไม่ต่างจากหมาตกส้วมดี ๆ นี่เอง  อาบน้ำสักร้อยรอบมันจะหายเหม็นรึเปล่าก็ยังไม่รู้

-------------------------------------------------------------------------------------------

Sundog....
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

0 ความคิดเห็น