Blood Moon (แวมไพร์หลงยุค (เล่มที่หนึ่ง)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 496 Views

  • 1 Comments

  • 35 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    8

    Overall
    496

ตอนที่ 1 : พระจันทร์สีเลือด

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 113
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    31 ต.ค. 61



"บันทึกตำนานแวมไพร์เหมันต์"

"ตามประวัติของแวมไพร์ตนนี้  เขาชื่อ เหมันต์ มีนิสัยโอบอ้อมอารี ชอบช่วยเหลือมนุษย์
ซึ่งฟังดูตลกแต่คือเรื่องจริง เขาไม่เคยกัดคอมนุษย์เหมือนแวมไพร์ตัวอื่น
อายุของเขารวม ๆ แล้วประมาณสามร้อยปีได้ ประวัติที่น่าสนใจของเขายังมีเรื่องเกี่ยวกับ
คนรักของเขา ที่พลัดพลากจากกันเมื่อสามร้อยปีก่อน เพราะเกิดสงครามระหว่างเผ่าแวมไพร์ กับเผ่าปีศาจสุนัขขาว ระหว่างรบเขาได้พลัดหลงกับคนรัก นี่ก็ผ่านมาถึงสามร้อยปีแล้วหลังจากเหตุการณ์นั้น เขาไม่ได้พบกับคนรักอีกเลยตั้งแต่นั้นมา"

"นี่นนท์   นาย สนใจเรื่องแวมไพร์ตั้งแต่เมื่อไหร่"

"ฉันบังเอิญเจอหนังสือเล่มนี้ตอนไปค้นหางานวิจัยเมื่อวันก่อน ฉันเลยหยิบมา "

"ก็นั่นแหละเขาเรียกว่าสนใจ ทำไมต้องพูดอ้อมค้อม ชอบก็บอกว่าชอบสิ"

"จากที่ฉันอ่านให้นายฟังเมื่อกี้ ดูเหมือนนายก็สนใจไม่น้อยเลยน้าาาา"

"มันก็น่าสนใจนะ  แต่ฉันว่ามันน่ากลัวเกินไป"

"ในประวัติหน้าแรกเขาก็บอกไว้แล้วนี่  ว่าเป็นแวมไพร์นิสัยดี นายไม่ได้ฟังเหรอ"

"หนังสือเล่มนี้ที่นายกำลังอ่านอยู่นะ มันไม่มีที่มา มันไม่ได้อ้างอิงที่มา นั่นก็แปลว่ามัน
เชื่อถือไม่ได้  หัดใช้สมองคิดหน่อยสิ "

"เออ ใช่ ๆ มันไม่มีอ้างอิงจริงด้วย  นายรู้ได้ไงอะ"

"ฉันรู้สึกว่า เนื้อหาบางส่วนขาดหายไป"

"ว้าว กรณ์ นายนี่ยอดเยี่ยมไปเลย สมองของนายมันต้องดีขนาดไหนนะ ถึงวิเคราะห์ออกมาได้ขนาดนี้เนี่ย"

"พูดมากน่า รีบนอนเถอะ ปิดไฟให้ฉันด้วย"

"ได้เลยคร้าบ คุณ ปกรณ์ งั้นฉันกลับห้องแล้วนะ นายก็รีบนอนล่ะ ฝันดี"

"ฝันดี"


ปกรณ์กับนนท์เป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่เด็ก บ้านอยู่รั้วติดกัน เรียนด้วยกันจนตอนนี้ก็ยังเรียนด้วยกัน กับนนท์พวกเขาเรียนคณะแพทย์ปีสี่  ส่วนใหญ่จะไปเรียนพร้อมกัน กลับพร้อมกันแทบทุกวัน ยกเว้นวันไหนที่ปกรณ์กลับบ้านไปหาแม่...   

ชีวิตส่วนใหญ่ของเขาก็จะอยู่กับนนท์มากที่สุด  ส่วนแฟนของเขา น้ำตาล  เจอกันแค่เดือนละครั้งเท่านั้น...


คืนนี้พระจันทร์เต็มดวงส่องสว่างมากเป็นพิเศษ แถมสีของพระจันทร์คืนนี้มันออกไปทางสีแดงหม่น หน่อย ๆ มันให้ความรู้สึกขนลุกยังไงบอกไม่ถูก แต่ปกรณ์ก็ยังชอบอยู่ดีมองเพราะมันดูน่าค้นหาและมีเสน่ห์อย่างประหลาด เขาเดินไปยืนมองดูพระจันทร์ที่ระเบียงห้องนอน ทอดสายตามองตามแสงพระจันทร์ที่ทอประกายลงมาบนต้นไม้ บนพื้นดิน บนหลังคาบ้าน มองออกไปเรื่อย ๆ จนสายตาของเขาไปสะดุดกับคน ๆ หนึ่งยืนอยู่ข้างล่างไม่ไกลจากระเบียงห้องมากนัก ห้องเขาอยู่ชั้นสี่ ถ้ามองจากชั้นสี่เขาจะสามารถมองเห็นรูปร่างของคนคนนั้นอย่างชัดเจนแต่จะเห็นหน้าไม่ชัด  แล้วผู้ชายคนนั้นมายืนทำอะไรที่นี่ ดึกขนาดนี้ ปกรณ์ถามตัวเองว่า ควรลงไปถามดีไหมว่าต้องการความช่วยเหลือ
อะไรรึเปล่า.........

ปกรณ์ยืนเฝ้ามองผู้ชายคนนั้นอย่างพินิจพิเคราะห์อยู่นาน  รูปร่างสูงโปร่ง ดูลึกลับ ดูจากเงาของพระจันทร์ที่ทอแสงตกกระทบที่ใบหน้าเขาแล้ว แม้จะเห็นไม่ชัด ก็ยังรู้ว่า จมูกโด่งเป็นสัน รับกับปากได้รูป องค์ประกอบทุกอย่างบนใบหน้าช่างหล่อเหลา จนหาที่ติไม่ได้
ช่างเหมือนกับว่า พระเจ้าได้จงใจสร้างสรรค์ปั้นแต่งอย่างปรานีต ดูแล้วอายุน่าจะประมาณ 25 ปี  นั่นคือการวิเคราะห์จากรูปลักษณ์ที่เห็นในขณะนี้ ของว่าที่นายแพทย์ปกรณ์ ...

แต่มีเพียงอย่างเดียวที่ปกรณ์สงสัยคือ ทำไมชายหนุ่มรูปงามคนนั้น ถึงไม่มีเงา
ทั้งที่แสงจันทร์ส่องสว่างขนาดนี้ ปกรณ์จึงพยายามเพ่งมองดูอีกครั้ง ก็ยังไม่เห็นมีเงาสะท้อนของร่างกายเขาคนนั้นเลย  ปกรณ์ไม่เชื่อสายตาตัวเองจึงเริ่มมองตั้งแต่ใบหน้า
ลงมาจนถึงเท้าอีกครั้ง และ อีกครั้ง แต่ครั้งนี้ปกรณ์ได้สบตาเข้ากับดวงตาของอีกฝ่าย
ของอย่างจังโดยบังเอิญ  ปกรณ์นิ่งมองสบตาอย่างไม่ยอมแพ้แม้ว่าดวงตาคมกริบนั่น
จะดูน่าเกรงขามเพียงใด และปกรณ์ก็ไม่อาจละสายตาไปได้ เพราะดวงตาที่งดงามนั้นก็กำลังมองมาที่เขาอย่างไม่วางตา...เช่นกัน

ในที่สุดปกรณ์ก็ตัดสินใจเดินลงไปหา ชายหนุ่มคนนั้น...แต่พอเขาลงมาถึงด้านล่าง
นั้น  ชายหนุ่มลึกลับก็เดินหนีไปแล้ว ด้วยความสงสัยปกรณ์จึงแอบตามไปเงียบ ๆ
โดยที่คิดว่าอีกฝ่ายไม่รู้ ... ทันใดนั้นก็มีกิ่งไม้หักลงมาในตำแหน่งที่ปกรณ์ แอบอยู่
พอดี ปกรณ์คิดว่าถ้าเกิดมันทับเขา เขาจะต้องตายทันทีเพราะมันใหญ่เท่าต้นมะพร้าว
เลยทีเดียว... ด้วยความที่มันเกิดขึ้นเร็วมากเขาคิดว่ายังไงก็หลบไม่ทัน เขาคงต้องตาย
แน่ ๆ คราวนี้ ปกรณ์หลับตาลงพร้อมกับกลั้นหายใจเพื่อให้ตัวเองได้ตายอย่างสงบ

แกร็ก.... ตุ๊บ ...... เสียงกิ่งไม้หักกระทบพื้นแล้วแต่เขาไม่รู้สึกเจ็บเลย เกิดอะไรขึ้น
ดวงตาที่ยังปิดสนิท  คิดว่าทำไมเขาไม่เป็นอะไร

"เจ้าไม่เป็นอะไรใช่ไหม?" ปกรณ์ได้ยินเสียงใครสักคน เขาจึงลืมตาขึ้นและก็ต้อง
ทำให้เขาตกใจยิ่งขึ้นเพราะ ชายหนุ่มที่เขาแอบเดินตามมาห่าง ๆ ด้วยความห่างถึงประมาณร้อยเมตรได้  แล้วตอนนี้เขามายืนอยู่ข้างหน้าประกรณ์ได้ยังไง 
อะไรจะไวขนาดนั้น ถ้าจะเร็วขนาดนี้ต้องไม่ใช่เดินหรือวิ่งมาแล้วละ  ต่อให้มีปีกเหมือน
นกก็ไม่เร็วขนาดนี้แน่ ๆ ปกรณ์ได้แต่เก็บความสงสัยเอาไว้ในใจ...

"คุณช่วยผมไว้เหรอ? ขอบคุณนะครับ...  คุณ......?"

"เหมันต์"

"เหมันต์เหรอครับ?  เหมือนผมเคยได้ยินชื่อนี้มาก่อนนะครับ  
แล้วทำไมคุณถึงออกมาเดินคนเดียว? ดึก ๆ แบบนี้มันอันตรายนะครับ"

"แล้วเจ้าล่ะ? ทำไมมาเดินคนเดียว ดึก ๆ แบบนี้ ไม่กลัวเหรอ?"

"มันก็ จะขนลุกหน่อย ๆ นะครับ  ว่าแต่คุณพักอยู่แถวนี้เหรอครับ"

"เปล่าหรอก ข้าไม่ได้พักแถวนี้"

"ถ้าไม่พักแถวนี้ งั้นคุณมาทำอะไรแถวนี้เหรอครับ? ที่นี่เป็นหอพักนักศึกษาคณะแพทย์
ปรกติคนที่ไม่ใช่นักศึกษา หรือ อาจารย์จะไม่ได้รับอนุญาติให้เข้ามาบริเวณนี้นะครับ
แล้วคุณเข้าได้ยังไง?  รปภ.  ไม่ว่าเหรอครับ?"

"ข้ามาแถวนี้เป็นประจำอยู่แล้ว รปภ. ไม่ว่าหรอก"


"แล้วดึกดื่นขนาดนี้คุณ มาทำอะไรครับ? หรือว่า... อย่าบอกนะว่ามาอาบแสงจันทร์" 

ปกรณ์พูดไปตาก็พยายามมองหาเงาของ เหมันต์ไป แต่ก็ไม่มี แล้วอยู่ ๆ ฝนก็ตกกระหน่ำลงมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ในขณะที่ท้องฟ้ายังคงสว่างไสว แสงจันทร์นวลผ่องยังคงสาด
ส่องลงมากระทบกับเม็ดฝนห่าใหญ่  เหมันต์ดึงตัวของ ปกรณ์เข้าไปกอดไว้แล้วใช้แขนเสื้อคลุมของเขาบังฝนให้ปกรณ์  ปกรณ์ตกใจเล็กน้อยแต่ไม่ขัดขืน กลับรู้สึกอบอุ่น
ปลอดภัย อย่างประหลาดเมื่ออยู่ใต้เสื้อคลุม และอ้อมอกของเหมันต์...

"เหมันต์...  คุณเปียกฝนหมดแล้วนะครับ เอางี้เราไปพักที่ห้องผมก่อนนะครับ
เรายืนหลบอยู่แบบนี้.. คุณจะไม่สะบายเอานะครับ"

"มีเจ้าอยู่ข้าง ๆ ข้าก็ไม่กลัวหรอก"

"รีบไปเถอะครับ "

"หลับตาสิ "

"'ละ... หลับตาแล้วจะกลับได้ยังไงครับ"

"หลับตา... แล้วกอดข้าไว้ให้มั่น"

เหมันต์มองสบตาไร้เดียงสาของปกรณ์นิ่ง  หน้าของพวกเขาอยู่ใกล้มากจนได้ยินเสียง
ลมหายใจของกันและกัน ยามที่มองสบตากันปกรณ์เหมือนต้องมนต์สะกด 
เมื่อได้มองหน้าเหมันต์ใกล้ ๆ เขางดงามจริง ๆ เขาคือชายในอุดมคติของผู้หญิง
หลาย ๆ คน  ในที่สุดปกรณ์ก็ยอมหลับตาลงจนปิดสนิทพร้อมกับกอดเหมันต์ไว้อย่างมั่นคง...

"ถึงแล้ว... ลืมตาสิ"

"ว้าว... คุณนี่ยอดเยี่ยมจริง ๆ เลยครับ คุณเป็นนักมายากลด้วยเหรอครับเนี่ย  
เอ๋... แล้วคุณรู้ได้ไงว่าห้องผมอยู่ที่นี่?"

"ข้าเห็นเจ้า... ยืนอยู่ระเบียงห้องนี้"

"จริงด้วยสินะ...  เอ๋... คุณเปียกฝนนี่ครับ...  รีบเปลี่ยนเสื้อผ้าเถอะครับเดี๋ยวเป็นหวัด"


ปกรณ์ รีบจัดแจงหาชุดสำรองและผ้าขนหนูมาให้ เหมันต์
เหมันต์มองดูเสื้อผ้าในมือของปกรณ์นิ่ง แต่ไม่ยอมหยิบไป จนปกรณ์ต้องจัดการเอง


"เหมันต์ คุณมานั่งตรงนี้ก่อนมา...  เดี๋ยวผมจะเช็ดผมให้คุณก่อน"

เหมันต์เดินไปนั่งลงที่เก้าอี้ตามที่ ปกรณ์บอกอย่างว่างาย และปกรณ์ก็บรรจงเช็ดผม
ที่เปียกชุ่มของเหมันต์ จนมั่นใจว่าแห้งสนิทแล้ว  หลังจากนั้นปกรณ์ก็ช่วยเหมันต์เปลื่ยน
เสื้อผ้าชุดใหม่เสร็จสรรพ์... 

"เหมันต์  คุณหน้าซีดมากเลย คุณไม่สบายรึเปล่า" 
ปกรณ์พูดพร้อมกับใช้หลังมืออังหน้าผากของเหมันต์ เพื่อวัดไข้ แต่ก็ตัวไม่ร้อน
เหมันต์จับมือของปกรณ์กุมไว้ที่หน้าผากของตัวเอง แล้วจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของอีกฝ่าย 

"ตัวคุณก็ไม่ร้อนนี่ครับ....  แต่ทำไมหน้าซีดจัง.... แปลกจัง"

"ถ้าร่างกายขาดเลือด... ก็จะซีดแบบนี้แหละ"

"คุณชอบกินเลือดเหรอครับ?  ใช่สิคุณอาจจะหิวก็เลยหน้าซีด.. ผมลืมไป...ผมมีต้มเลือดหมูอยู่ในตู้เย็น คุณจะกินไหม... ผมจะอุ่นให้"

เหมันต์ไม่ตอบแต่พยักหน้าขึ้นลง ปกรณ์จึงไปจัดการอุ่นต้มเลือดหมู พร้อมเสริฟวางไว้
บนโต๊ะด้านของหน้าเหมันต์ .... 

"นี่ครับ...  ต้มเลือดหมู  ค่อย ๆ ทานนะครับ... มันร้อน" 

เหมันต์มีความสุขกับการกิน เขาไม่เคยกินต้มเลือดหมูมาก่อน  เขาตักเลือดหมูเข้าปาก
ทีละชิ้น จนหมดถ้วย....

"อร่อยไหมครับ...  ผมก็ชอบนะอร่อยดี... เจ้านี้ผมซื้อประจำ...  เอาไว้วันหลังถ้าผม
ผ่านไปร้านนั้นอีก... ผมจะซื้อมาฝากนะครับ"

"ขอบคุณเจ้ามาก...  แต่ข้าต้องกลับแล้ว"

"กลับยังไง? ฝนตกหนักขนาดนั้น...เหมันต์คืนนี้คุณก็ค้างที่นี่เถอะ เตียงผมใหญ่พอ
ที่จะนอนได้สองคน... พรุ่งนี้ค่อยกลับ "

"ได้... ถ้าเจ้าต้องการอย่างนั้น"

"ครับต้องการอย่างนั้นแหละ...  ก็ฝนยังตกอยู่... นอนเถอะครับ"

ปกรณ์ปิดไฟ แล้วล้มตัวลงนอนและไม่ลืมที่จะห่มผ้าให้... เหมันต์ที่นอนอยู่ข้าง ๆ 
ปกรณ์นอนหลับสนิทอย่างง่ายดายเพราะตอนนี้เป็นเวลาตีห้าใกล้จะสว่างแล้ว...
ตรงกันข้ามกับ... เหมันต์ที่ยังลืมตา และคอยจ้องมองปกรณ์อยู่ตลอดเวลา....

---------------------------------------------------------------------------------------
So far so good.
Sundog...







ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

0 ความคิดเห็น