Fallin' 'n Love 'n PARIS กลร้าย เกี่ยวรัก ณ ปารีส

ตอนที่ 5 : บทที่ 3 สะพานศิลป์ล็อกหัวใจ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 214
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    20 ก.ย. 57


Fallin' 'n Love 'n Paris

กลร้าย เกี่ยวรัก ณ ปารีส



 

บทที่ 3 สะพานศิลป์ล็อกหัวใจ

Pont des Arts, Paris

วันศุกร์ที่ 10 กุมภาพันธ์ ค.. 2012

แม้ว่าจะตอนนี้จะอยู่ในช่วงที่ควรจะถูกห้อมล้อมไปด้วยความเงียบเหงา แต่นี่ถือเป็นโชคดีของชาวปารีสและเหล่านักท่องเที่ยวที่วันนี้เมืองทั้งเมืองถูกอาบไปด้วยแสงแดด อันกระตุ้นความกระปรี้กระเปร่าได้เป็นอย่างดี เมืองปารีสในฤดูหนาวจึงพลุกพล่านไปด้วยผู้คนมากกว่าปรกติ แต่ก็ยังถือว่าพลุกพล่านน้อยกว่าลอนดอนในสายตาของเด็กหนุ่มชาวอังกฤษทั้งสามที่กำลังทำโปรเจคที่เกี่ยวข้องกับความชอบของพวกเขาอยู่ ณ จุดกึ่งกลางสะพาย โดยอาศัยความงามของแสงแดดในการเสริมสร้างองค์ประกอบที่สมบูรณ์แบบให้กับภาพถ่าย

วันแรกของการเดินทางมาในปารีสนี้ ไรอันได้กลายเป็นเหยื่อรายแรกที่ถูกเลือกขึ้นมาเป็นนายแบบ เจคเป็นคนตรวจสอบองค์ประกอบของการถ่ายภาพและมุมมองเพื่อช่วยลดภาระช่างภาพที่รับหน้าที่โดยฟลินน์

นายโพสท่าแข็งไปนะไรอัน” เจคยกมือขึ้นเท้าสะเอวข้างหนึ่งขณะที่อีกข้างหนึ่งใช้ชี้สั่งเพื่อนให้ขยับร่างกายอย่างมีชีวิตชีวามากขึ้น

หากไม่ได้แสงแดด ฉันจะแข็งมากกว่านี้อีก” ไรอันเอ่ยเสียงเฉื่อย ยกเลิกการโพส แล้วสลัดข้อมือข้อเท้าเพื่ออบอุ่นร่างกาย

นายเป็นนักกีฬานะไรอัน ทำตัวให้เหมือนชายแท้หน่อยซี่ บ่นอุบอิบเหมือนตุ๊ดอยู่ได้” เจคแซวทะเล้น

ฉันอยากจะเห็นนายเป็นชายชาตรีท่ามกลางความหนาวเหน็บกว่านี้เสียจริง” ไรอันประชด จากนั้นก็วิ่งกระโดดก้าวยาวๆ ไปมาสองสามรอบก่อนจะมาหยุดทรงตัวที่ปลายเท้าเบื้องหน้าฟลินน์

ฉันว่าแบบนี้ใช้ได้แล้ว” ฟลินน์ยกมือส่งสัญญาณบอกไรอันว่าเขาจะเล็งไปทิศทางไหน “แสงฝั่งนี้กำลังดี ฉันขอภาพตามแสงแบบธรรมก่อนนะ นายอาจจะเคืองตาหน่อย แต่ฉันอยากให้นายแสดงสีหน้าเหมือนไม่ได้รับผลกระทบจากแสงแดดที่ส่องเข้าตา”

ขอบคุณ ที่ยังมีคนนึกถึงฉันอยู่บ้าง” ไรอันจงใจประชดเจค

นายไม่ต้องห่วงไรอัน วันสุดท้ายฝนจะตก นายคงรู้สึกเหมือนได้แก้แค้นหมอนั่นเต็มที่” ฟลินน์เสริม เขารู้ว่าเจคไม่สะทกสะท้านต่อความหนาวหรือแม้แต่น้ำฝน ไรอันเองก็รู้กฏข้อนี้ดีจึงไม่ได้คิดว่ามันเป็นการแก้แค้นตามคำกล่าวของฟลินน์ ทว่าถึงอย่างไรเขาก็รู้สึกว่าตัวเองโชคดีที่ไม่ถูกเลือกให้ถ่ายแบบในวันสุดท้ายแม้ว่าเขาจะรู้สึกหนาวในวันนี้ก็ตาม ส่วนหนึ่งไรอันคิดว่ามาจากการที่ร่างกายของเขาได้พักผ่อนไม่เพียงพอในพักหลัง

ระหว่างที่ฟลินน์กำลังถ่ายภาพไปได้สักพัก สายตาของเขาที่ควรจะเพ่งสมาธิอยู่ในเลนส์กล้องและนายแบบผู้กำลังเข้าถึงอารมณ์การโพสต์ท่าได้อย่างสวยงามอย่างไรอัน เหลือบไปเห็นหญิงสาวคนหนึ่งที่แทบจะฝังร่างกับกรงเหล็กราวกั้นสะพานที่ถูกแขวนไว้ด้วยกุญแจหลายร้อยหลายพันอัน เธอกำลังจะเก็บภาพพวกกุญแจจำนวนหนึ่งที่อยู่เบื้องหน้าของเธอ ฟลินน์รู้ตัวว่าพวกเขาก็ฝังตัวอยู่กับที่เดียวนาน และก็รู้ด้วยว่าผู้คนมากมายเดินผ่านไปมาเริ่มสนใจพวกเขามากขึ้นเรื่อยๆ และในขณะเดียวกันพวกเขาเหล่านั้นก็ผ่านฟลินน์และเพื่อไปมากขึ้นเรื่อยๆ ด้วยเช่นกัน ทว่าหญิงสาวคนดังกล่าวที่อยู่ในเลนส์สายตาของเขาพอดี กลับจดจ่ออยู่กับการถ่ายภาพโดยไม่สนใจฟลินน์หรือใครๆ ที่อาจจะมองดูเธออยู่ อย่างเช่นฟลินน์

รอยยิ้มสวยหวานปรากฏอยู่บนใบหน้าของเธอ ผมสีเข้มที่ฟลินน์ระบุไม่ได้แน่ชัดว่าเป็นสีดำหรือน้ำตาลกันแน่ทอประกายภายใต้แสงแดดดูเงางาม เธอเปลี่ยนท่านั่ง และเลื่อนกล้องเข้าใกล้กรงขอบสะพาน เธอเอนหลังพิงเบาๆ แต่ไม่ได้ทิ้งน้ำหนักลงไปตรงนั้นแต่ทิ้งลงที่เท้าที่เธอนั่งทับอยู่

ฟลินน์ซูมกล้องไปยังหน้าของเธอ โดยถ่ายผ่านเพื่อนเขาไปอย่างไม่รู้ตัวว่าตัวเองกำลังทำอะไรลงไป แต่ว่าเจคผู้รู้จักคุ้นเคยกับฟลินน์เป็นอย่างดีและคอยออกคำสั่งอยู่เบื้องหลังสังเกตเห็นว่าฟลินน์เริ่มไม่มีสมาธิที่จะรับฟังคำสั่งของเขาเสียแล้ว หรือจะว่าไปฟลินน์ปฏิเสธคำสั่งของเขาไปเฉยๆ เจคจึงเลิกออกคำสั่งและมองดูว่าเพื่อนของเขากำลังเบนความสนใจข้ามหัวไรอันไปไกลถึงไหน และระหว่างที่ฟลินน์กำลังถ่ายรูปหญิงสาวคนดังกล่าวจนเพลินเขาก็ไม่ทันได้สังเกตเห็นด้วยว่าเจคกำลังเดินตัดหน้ากล้องของเขาเพื่อตรงเข้าไปพูดคุยทักทายหญิงสาวที่อยู่ในเป้าสายตาของเขา

ฟลินน์ชะงักเล็กน้อยเมื่อเห็นเพื่อนของตนไปปรากฏอยู่ตรงหน้าเธอ ทักทายเธอ พูดคุยกับเธอ เบี่ยงเบนความสนใจของเธอจากการถ่ายภาพกุญแจ เธอยิ้มให้เจค พูดคุยสนุกสนานท่าทางเป็นกันเอง เธอหัวเราะใส่มือตัวเองตอนที่เจคโน้มตัวเข้าไปใกล้เธอเหมือนกระซิบเรื่องบางอย่างที่ทำให้เธอสามารถร่วมสนุกและรู้สึกตลกไปด้วย ฟลินน์ลดกล้องลงต่ำจ้องไปยังฉากดังกล่าวอย่างไม่ปกปิดสีหน้านิ่งเฉยแอบแฝงไปด้วยความรู้สึกครุ่นคิด จนกระทั่งไรอันค้นพบว่าตัวเองไม่เพียงแต่ถูกมองข้ามไปจากสายตาของตากล้องเพียงอย่างเดียวเท่านั้น เขามองตามสายตาของฟลินน์ไปจนกระทั่งค้นพบว่าผู้กำกับตัวดีก็กำลังยืนตีซี้กับหญิงสาวชาวเอเชียที่ไรอันไม่อาจปฏิเสธได้ว่าเธอดูดีในระดับหนึ่ง และที่เขามองเห็นได้มากกว่านั้นซึ่งติดจะชัดเจนก็คือ ตากล้องของเขาสนใจเธออยู่ เพียงแต่ว่าคนที่คุยอยู่กับเธอนั้นดันไม่ใช่ตากล้องเสียด้วย

ไรอันกระดกยิ้มที่มุมปาก ไม่ได้เดินเข้ามาตบไหล่ฟลินน์หรือปลุกเขาให้ตื่นจากภวังค์แห่งความสงสัยครุ่นคิด ในเมื่อเขาถูกมองข้ามจากสายตาเพื่อนรักเสียขนาดนี้ เขามีความจำเป็นต้องดึงดูดความสนใจเหล่านั้นกลับมาให้ได้ ด้วยการเดินเข้าไปสบทบกับเจค ร่วมฟังบทสนทนาที่ทำให้พวกเขาดูสนุกสนานเสียจนน่าอิจฉา

จะว่าไปแล้ว ตั้งแต่พวกเราคุยกันมา ผมยังไม่รู้จักชื่อคุณเลยครับ” เด็กหนุ่มยื่นมือออกไปให้หญิงสาว “ผมชื่อไรอัน ยินดีที่ได้รู้จักครับ”

ฉันชื่อนันทวันค่ะ” เธอจับมือกับไรอัน จากนั้นก็หันมาทางเจคอย่างสนอกสนใจรอฟัง

ผมชื่อเจค” เจคยิ้มหน้าระรื่นเมื่อได้สัมผัสมือกับหญิงสาว สีหน้านั้นไม่ได้บ่งบอกถึงความเจ้าชู้ แต่ดูเหมือนลูกหมาตัวเล็กที่กำลังรู้สึกสนุกสนานที่ได้รับความรักความเอ็นดูจากเจ้าของ ฟลินน์ที่ยืนอยู่ไม่ไกลคาดหวังว่าเพื่อนของเขาจะช่วยปูทางให้บ้าง โดยการแนะนำเขา แต่เพื่อนทั้งสองกลับทำเป็นไม่เห็น และขณะที่ไรอันกับเจคกำลังจะเอ่ยประโยคอื่นเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจของหญิงสาว ฟลินน์ก็ไม่รีบพุ่งเข้าไปยื่นมือให้หญิงสาวทันที

ผมชื่อฟลินน์” เขารวบมือนันทวันเอาไว้อย่างรวดเร็วจนหญิงสาวเองตั้งตัวแทบไม่ติด ฟลินน์จึงรีบอธิบายสถานภาพของตัวเองต่อไปทันที “ผมเป็นเพื่อนของพวกเขาสองคน”

ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ ฟลินน์” เธอมองเขาด้วยสีหน้าเอ็นดู “ฉันนันทวันค่ะ เรียกว่าตะวันเฉยๆ ก็ได้”

ทาแวน”

ตะวันค่ะ” เธอยิ้มหวาน “แต่สำหรับคุณ เรียกชื่อเต็มอาจจะง่ายกว่านะคะ”

สำหรับเขาแล้ว จะเรียกชื่อเต็มหรือชื่อสั้นๆ ก็ดูเหมือนจะประสบความสำเร็จได้ยากครับคุณตะวัน” ไรอันหัวเราะเบาๆ เจ้าตัวเอ่ยชื่อของหญิงสาวได้อย่างชัดเจนไม่ขาดตกบกพร่อง ฟลินน์เกลียดพรสวรรค์ของไรอันที่สามารถเรียกชื่อของชาติอื่นได้อย่างไม่มีปัญหา ในขณะที่เขาไม่เคยประสบผลสำเร็จเลยแม้แต่ครั้งเดียวในชีวิต

สำหรับเจคก็เหมือนกัน เจคสามารถเรียนรู้มันได้อย่างง่ายดาย ต่างจากฟลินน์ ที่รู้ตัวดีว่าหากเขาจะพยายามเอ่ยชื่อของหญิงสาวอีกครั้ง มันก็จะเพี้ยนอีกครั้ง เขารู้สึกละอายแก่ใจเล็กน้อย จึงฉวยโอกาสที่ไรอันและเจคกำลังพูดคุยกับตะวันอยู่นั้นฝึกฝนเรียกชื่อเธอเบาๆ กับตัวเอง

ทะ...ทะ...แวน ทาแวน ทะ...”

ตะวันหมายถึงพระอาทิตย์ค่ะ ฉันอนุญาตให้คุณเรียกฉันว่าซันนี่ หากมันจะง่ายสำหรับคุณมากกว่า”

มะ...ไม่เป็นไรครับ” ฟลินน์หน้าร้อนฉ่าเมื่อรู้ตัวว่าถูกเธอจับได้ว่าความพยายามของเขาล้มเหลวไม่เป็นท่า “ผมจะพยายาม” ...จนถึงที่สุด เขาคิดอย่างนั้น

คุณมาเที่ยวคนเดียวหรือครับ” ไรอันไม่ได้มีความรู้สึกเขินอายกับการผูกมิตรกับใครเอาเสียเลย

ค่ะ แท้จริงๆ แล้วเหมือนมากับกลุ่มทัวร์ แต่พวกเราไม่มีความจำเป็นต้องไปไหนมาไหนร่วมกัน ฉันก็เลยแยกตัวออกมา”

คุณชอบเที่ยวคนเดียว” เจคสวนขึ้นพลางเลิกคิ้วสูง ไม่ได้สนใจเลยว่าฟลินน์เพื่อนของเขาก็อยากจะถามอะไรบ้างเหมือนกัน และตอนนี้เขาก็กำลังยืนอ้าปากค้างพลางกระพริบตาปริบๆ อยู่

ก็ไม่ใช่เสียทีเดียว แต่ฉันชอบปักหลักอยู่กับการถ่ายภาพสิ่งใดสิ่งหนึ่งมากเกินไป รู้สึกเกรงใจเพื่อนๆ ร่วมทัวร์ที่เขาอยากจะชมเมืองให้มากที่สุด เลยคิดว่านี่น่าจะเป็นทางออกที่ดีที่สุดแล้ว”

เหมือนพวกเรา” ไรอันพูด

พวกเราก็ชอบปักหลักในที่ๆ ใดที่หนึ่งเหมือนกัน” ฟลินน์รีบแทรกก่อนที่ใครจะแย่งเขาพูด มันโจ่งแจ้งจนคนฟังอดขำไม่ได้ คนที่ขำไม่ใช่ตะวันหรอกนะ แต่เป็นเพื่อนทั้งสองของเขาต่างหาก ตะวันเพียงแค่หันมามองเขาแล้วยิ้มเท่านั้น เธอสบตาเขาโดยไม่พยายามหลบเลย หากแต่ในแววตาคู่นั้นไม่ได้มีแสดงความรู้สึกอะไรพิเศษมากนัก ทว่าฟลินน์ก็ยังใจเต้นอยู่ดี

เขาแค่อยากจะชวนคุณเที่ยวด้วยกันเท่านั้นน่ะครับ” เจคอธิบาย “แต่คุณคงเบื่อ พวกเราปักหลักถ่ายภาพกันและกันเอง มันนานกว่าคุณปักหลักถ่ายภาพสิ่งของเสียอีก”

ถ้าหากเรื่องเที่ยวด้วยกันมันเป็นไปไม่ได้ ผมอยากจะชวนคุณไปรับประทานอาหารกับพวกเราสักมื้อ” ไรอันบอก

ตะวันมองเด็กหนุ่มทั้งสามคนจนครบพลางยิ้มนิ่งๆ ฟลินน์แทบกลั้นหายใจระหว่างรอคำตอบ ดวงตาของเขาเบิกกว้าง หน้าเขานิ่งจริงจังมากจนติดจะดูเครียดไปสักนิด ตะวันหัวเราะออกมาเมื่อสบตากับฟลินน์

ก็ได้ค่ะ พวกเราจะไปรับประทานอาหารกันเมื่อไรดีคะ” เธอถามพลางก้มมองนาฬิกา หนุ่มๆ ต่างชะเง้อหน้ามองดูจอโทรศัพท์ของฟลินน์ที่ก่อนหน้านี้เป็นคนรีบหยิบมันขึ้นมาก่อนใครทั้งหมด

คุณหิวรึยังครับ” เมื่อเจคเอ่ยขึ้น ฟลินน์ก็กัดฟันแน่น รู้สึกเหมือนโดนแย่งคำถามที่มีอยู่เพียงน้อยนิดไป คนที่เผลอขัดจังหวะโดยไม่ได้ตั้งใจหัวเราะในลำคออย่างเจ้าเล่ห์กวนประสาทในสายตาเขานิดๆ

ตอนนี้ก็เริ่มหิวบ้างแล้วค่ะ” เธอยิ้มให้เจค หากฟลินน์เป็นคนถามคำถามนี้ คนที่เธอควรจะยิ้มให้คงเป็นเขา “แล้วหลังจากนั้น เราจะไปเที่ยวกันต่อก็ได้ หากพวกคุณจะไม่รำคาญหากมีผู้หญิงร่วมวงด้วย”

พวกเราจะยินดีเป็นอย่างมาก” ฟลินน์รีบบอกทันที ท่าทางกระตือรือร้นจนออกนอกหน้าของเขาเรียกเสียงหัวเราะของทุกคน เขาหน้าร้อนผาวเพราะความเขิน แต่มันก็คุ้มค่าที่จะดึงสายตาของตะวันให้จับจ้องมาที่เขา แม้ว่าแววตาคู่นั้นจะยิ่งทำให้เขาเขินจนทำอะไรแทบไม่ถูกก็ตาม

ฉันเชื่อแล้วค่ะ” รอยยิ้มของตะวันเปลี่ยนสีหน้าของฟลินน์จนแดงก่ำ “ขอบคุณมากนะคะฟลินน์ที่ชวนฉัน”

ด้วยความยินดีครับ” ไม่มีใครได้ยินเสียงของฟลินน์ ตะวันอ่านมันได้จากริมฝีปากของเขา

คุณมีร้านอาหารในดวงใจรึยังครับ ถ้ายังไม่มีอะไรเป็นพิเศษ ผมอยากจะแนะนำร้านหนึ่ง” ไรอันเอ่ยขึ้น “อาจจะต้องเดินหน่อย หากคุณไม่เหนื่อยที่จะเดิน แต่ถ้าคุณเหนื่อย ผมคิดว่าคงมีคนสมัครใจยอมให้คุณขี่หลังได้” เขาขยิบตาใส่บุคคลที่รู้ตัวเองดีว่าจะยอมสมัครใจตามข้อกล่าวหา

ฉันยังไม่มีร้านอาหารในดวงใจที่ชัดเจนค่ะ”

La Palette รึเปล่าที่นายกำลังพูดถึง” เจคถาม

ใช่”

ถามความสมัครใจของคุณผู้หญิงก่อนบ้างก็ได้นะ”

คุณเคยได้ยินเกี่ยวกับร้านนี้มาบ้างรึยังครับตะวัน” ไรอันหันไปถาม

ไม่เลยค่ะ บอกตามตรง ฉันแทบไม่มีความรู้เรื่องร้านอาหารเลยจริงๆ”

ร้านนี้เป็นร้านกาแฟเก่าแก่ดั้งเดิม ผมอ่านเจอในหน้าเวปเพจเขากล่าวเอาไว้ว่า เหล่านักศึกษาศิลปะมักจะมาฝังรากอยู่ที่ร้านนี้จนกลายเป็นวัฒนธรรมกันเลยทีเดียว” ฟลินน์เริ่มอธิบายเมื่อเห็นว่าเจคพยักเผยิดหน้าเปิดทางให้เขา และไรอันก็เงียบไปอย่างเป็นใจ อ่านปากเพื่อนๆ ได้ว่า 'วางตัวให้เป็นธรรมชาติและอย่าเกร็ง' เขาอยากจะโต้กลับไปว่า 'มันไม่ง่ายเลยที่จะทำแบบนั้น' แต่ต้องดึงสมาธิมาจดจ่ออยู่กับสิ่งที่ตนกำลังจะกล่าวถึง

น่าสนใจมากค่ะฟลินน์ ฉันคิดว่าฉันตัดสินใจถูกแล้วที่มากับพวกคุณ รู้สึกเหมือนมีไกด์นำเที่ยวผู้เชี่ยวชาญคอยมอบความรู้ให้ได้ดีเลยทีเดียว”

ผมหวังว่าเขาจะไม่ทำให้คุณรำคาญจนเกินไป” เจคแทรกขึ้นกวนๆ “บางทีหมอนี่ก็ทำตัวน่าเบื่อด้วยการยัดเยียดข้อมูลให้พวกเราเยอะเกินไป”

ไม่เลยสักนิดค่ะ” ตะวันหัวเราะอย่างเห็นใจฟลินน์

เราไปกันเลยไหมครับ” ไรอันชวน

ฉันเห็นด้วย ก่อนที่เจ้าพ่อประวัติศาสตร์ของเราจะพ่นเกร็ดความรู้ออกมาเยอะจนเกินไป ทำให้ความน่าตื่นเต้นในการเผชิญหน้ากับสิ่งที่เราไม่เคยเห็นและอยากจะเห็นลดน้อยลงไป”

จะถือเป็นเรื่องน่ายินดีอย่างมาก หากนายจะเลิกบ่นเหมือนนกแก้วขี้โมโหนะเจค” ฟลินน์โต้กลับอย่างเผ็ดร้อน ยกมือขึ้นปรามเมื่อเห็นเจคกำลังจะอ้าปากพูดระหว่างเดิน “ฉันรู้ว่านายไม่ได้โมโห แต่เวลานกแก้วบ้านนายมันหงุดหงิด มันพูดในสิ่งที่ไม่น่าฟังมากเกินไปทุกที”

ฉันมั่นใจว่ามันเรียนมาจากเขา” ไรอันเสริม

ฉันเห็นด้วย” ฟลินน์บอก สายตาจับจ้องอยู่ที่ตะวัน ซึ่งกำลังหัวเราะร่วมไปกับพวกเขา ฟลินน์อยากจะแปลงกายเป็นราวกั้นให้เธอจับขณะก้าวขาลงบันได หรือไม่ก็ยื่นมือให้เธอจับ

เฮ้ อย่ารุมกัดกันแบบนี้สิ”

น่าเสียดายที่คุณตะวันไม่ช่วยพวกเราเลย” ไรอันยังไม่เลิก

คุณตะวันสมควรจะช่วยเหลือฉันมากกว่า ใช่ไหมครับ” เจคหันไปทางตะวัน

ฉันก็อยากจะช่วยหรอกนะคะ แต่ฉันคงสู้อีกสองหนุ่มไม่ไหวจริง” ทุกคนต่างหัวเราะ

เธอกำลังบอกพวกนายแบบเป็นนัยว่า...”

ไม่ต้องพูดเลย” ไรอันกับฟลินน์ร้องขึ้นพร้อมกระโจนเข้าใส่ ขยุ่มคอเสื้อเจคคนละข้าง ไรอันเสริมต่อไปว่า “ถ้าไม่อยากให้ฉันเตะก้นนายจนแหว่ง”

โอ้ย ฉันกลัวโดนเตะก้นแหว่งแทบตาย” สองหนุ่มขับไล่กันข้ามถนนไปอีกฟากแล้ว ฟลินน์หันกลับมาเห็นตะวันกำลังข้ามตามมาอย่างขำขัน เขาชะลอฝีเท้าเพื่อรอเธอ จนกระทั่งพวกเขาเดินอยู่ในระดับเดียวกัน

พวกคุณจะอยู่ปารีสกี่วันคะ”

สี่วันครับ” ฟลินน์ซ่อนมือไว้ในกระเป๋า เนื่องจากกลัวว่าจะเผลอเอื้อมไปจับมือเรียวสวยที่แกว่งอยู่ข้างกายหญิงสาวเพราะขาดการควบคุม

ฉันก็เหมือนกัน ที่สำคัญฉันไม่ได้วางแผนการท่องเที่ยวไว้ดีเท่าไรนัก ไม่รู้ว่าจะได้เห็นทุกอย่างที่อยากเห็นครบรึเปล่า เพราะดูเหมือนเวลาจะมีจำกัดจริงๆ”

นี่เป็นการมาปารีสครั้งแรกของคุณหรือครับ”

ใช่ค่ะ”

ถ้าอย่างนั้นคงไม่พอสำหรับเยี่ยมชมภาพและปฏิมากรรมทั้งหมดในพิพิธภันฑ์ลูฟว์ (Louvre Museum) อย่างแน่นอน” ฟลินน์ยิ้ม

ถูกของคุณ เรื่องนั้นฉันทำใจไว้แล้วค่ะ” ตะวันยิ้มตอบกลับมา

นอกเหนือจากนั้น ก็คงขึ้นอยู่กับคุณว่าอยากจะเห็นอะไรบ้าง” แค่นึกถึงตรงนี้เขาก็ใจหาย คงจะเป็นการดีหากเธอจะตัดสินใจทำความรู้จักปารีสร่วมไปกับพวกเขา แต่นั่นคงทำให้เธอพลาดอะไรไปหลายอย่างเลยทีเดียว

ไม่มีอะไรเฉพาะเจาะจงเป็นพิเศษ เพราะถึงปารีสจะเป็นเมืองในฝันของใครหลายๆ คนแต่ที่นี่ก็ไม่ถึงกับเป็นความฝันของฉันเสียทีเดียว ฉันแค่มาเที่ยวตามโอกาสค่ะ เพราะฉะนั้นสิ่งที่ฉันอยากเห็นจึงไม่เฉพาะเจาะจงมากนัก และที่สำคัญ ฉันพอมีตัวช่วยอยู่ค่ะ”

ตัวช่วย” ฟลินน์เลิกคิ้วสูง

ฉันเก็บแผนการท่องเที่ยวปารีสได้ในร้านหนังสือ ในนั้นจดรายละเอียดแนะนำสถานที่สำคัญๆ ไว้ให้หมดแล้ว ฉันอ่านมันผ่านๆ ตอนอยู่บนรถไฟ น่าสนใจมากเลยทีเดียว และโชคดีที่แผนที่แจกฟรีนี่ตอบทุกโจทย์ความต้องการของนักท่องเที่ยวที่มีเวลาน้อยไว้หมดแล้ว” เธอชูแผนที่ท่องเที่ยวปารีสที่นักท่องเที่ยวสามารถหยิบมาได้โดยไม่ต้องเสียค่าบริการจากศูนย์บริการนักท่องเที่ยว

หากมีอะไรที่ผมพอจะช่วยคุณได้ ได้โปรดอย่าเกรงใจที่จะขอความช่วยเหลือนะครับ” ฟลินน์กัดริมฝีปากแน่นหลังจากเอ่ยคำนั้นออกไป เขาเก็บอาการเขินอายไม่อยู่จนไม่รู้ว่าจะแสดงสีหน้าแบบไหนแล้ว เขามองไปทางอื่นทั้งที่อยากจะสบตาเธอแทบคลั่ง ตะวันลอบมองดูภาพดังกล่าวแล้วอดยิ้มออกมาไม่ได้ เธอรู้สึกขำกึ่งเอ็นดูเด็กหนุ่มและความพยายามของเขา

แน่นอนค่ะฟลินน์ และก็ขอบคุณที่ไม่รังเกียจที่จะให้ฉันมาร่วมกินมื้อเที่ยงกับคุณและเพื่อนๆ”

ผมรู้สึกขอบคุณที่คุณมา” เขารีบตอบกลับ

ค่ะ” เธอยิ้มกับตัวเองแล้วเงยหน้าขึ้นสบตบฟลินน์ในความเงียบ เด็กหนุ่มรู้สึกหายใจติดขัดในช่วงแรกก่อนจะหลุดไปในอีกโลกหนึ่งที่เขาไม่เคยเห็นมันมาก่อน


 

 

ครบแล้วนะคะ หลังจากไม่ได้อัพเดทมานาน (ก็นานตลอดนั่นละ) ขอโทษที่ปล่อยให้รอนะคะ พยายาม (เห็นพยายามเรื่อย) ที่จะกลับมาแบบเต็มตัว แต่ทำไม่ค่อยได้ อยากให้การกลับมาในครั้งนี้เป็นการกลับมาอย่างถาวรจริงๆ ชีวิตขาดนิยายไปนานเท่าไรแล้วไม่รู้ เหมือนจะนานเกินไปด้วยซ้ำ

ขอบคุณนะคะสำหรับการรอคอยและติดตาม

ขอบคุณสำหรับความไว้วางใจค่ะ

 

=พี่นาต= (เรียกป้าก็ได้นะ เป็นป้าได้แล้วตอนนี้)

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

49 ความคิดเห็น

  1. #40 Merryspring (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2557 / 09:02
    น้องฟลินน์หลุดไปอยู่โลกไหนอะลูก >\\<



    อ่านไปเขินไป เขินไปกับฟลินน์นะ

    คนอะไรขี้อายขนาดนี้ 5555

    หนูเป็นผู้ชายนะฟลินน์ กล้าๆ หน่อยสิ >_
    #40
    0
  2. #36 สาวน้อยฤดูร้อน (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2557 / 09:20
    น้องฟลินน์ทำไมขี้อายอย่างนี้ละ
    ใจละลายผู้ชายขี้อาย
    >////<
    #36
    0
  3. #35 fene_sun (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2556 / 17:26
    อ่านแล้วอมยิ้ม คิดแล้วอบอุ่นอ่ะ
    พระเอกน่ารักกกก ;3 แอ๊มอยากไปปารีสขึ้นมาทันที
    (ความจริงก็อยากไปฝรั่งเศสนานแล้ว)
    #35
    0
  4. #34 Mr.Wadge's Bride (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2556 / 22:57
    ฟลินน์ดูขี้อายกว่าอมาเดโอเยอะนะ555
    เพราะงี้เลยต้องมีตัวช่วย ฮา
    #34
    0
  5. #32 Mr.Wadge's Bride (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2556 / 17:44
    อ๊าย เจค ทำอะไรของนายอะ5555
    ตัดหน้าฟลินน์เหรอ

    มานิด ก็ชื่นใจมาก <3
    #32
    0
  6. #31 fene_sun (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2556 / 00:12
    สามหน่อนี้โปรในการถ่ายรูปมากจริงๆ ;3
    #31
    0