Merry Winter ร้อนรักร้ายผู้ชายอันตราย

ตอนที่ 7 : 5. Obligation of Love

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,281
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 7 ครั้ง
    1 เม.ย. 56

แต่งไม่เร็วมากนัก แต่อยากบอกว่า...เอ็ด...น่าสงสารมาก แบบไหนนั้น รอดูแล้วกันค่ะ พ่อหนุ่มเจ้าปัญหาคนนี้

 

ป.ล. เม้นท์กันด้วยนะคะ

ขอบคุณค่ะ

 

 

5. Obligation of Love

หลังจากรับประทานอาหารเที่ยงคุณพ่อที่ดูเหมือนจะรู้จุดประสงค์ของการมาของผมไม่ได้ชวนเข้าเรื่องปัญหาที่ดึงผมกลับมาบ้านโดยทันที ท่านชวนผมเดินเล่นไปยังห้องใต้ดินที่เก็บไวน์ซึ่งท่านเคยได้มาจากทั่วทุกสารทิศจากการเดินทางไปทำงานและพบปะสังสรรค์ผู้คนตามงานสัมมานา หรือไม่ก็ได้มาจากช่วงที่พวกเราไปพักร้อนด้วยกันระหว่างที่ผมปิดเทอม คุณพ่อเปิดโอกาสให้ผมได้ชิมไวน์และแชมเปญครั้งแต่งตั้งแต่ผมอายุได้สิบขวบ ท่านบอกว่าผมยังเด็กก็จริงแต่ท่านเปิดโอกาสให้ผมได้เรียนรู้สิ่งเหล่านี้เต็มที่ ซึ่งท่านก็ไม่ได้ให้ผมชิมมากเท่าไหร่นัก คุณพ่อจะเป็นคนชิมก่อนแล้วกำหนดว่าผมควรดื่มไวน์หรือแชมเปญเหล่านั้นได้มากเท่าไหร่ ผมเรียนรู้จักเรื่องการเข้าสังคมจากคุณพ่อมาแต่เด็กเช่นกัน ท่านสอนผมตั้งแต่วิธีจัดโต๊ะอาหารในวันสำคัญต่างๆ หรือแม้กระทั่งอาหารที่ควรจะทำเพื่อนำมาเสิร์ฟในวันนั้นๆ โดยตรง คุณพ่อสอนแม้กระทั่งวิธีเอาอกเอาใจผู้หญิงและการวางตัวเป็นสุภาพบุรุษ รวมไปจนถึงการให้ความสำคัญกับคนในครอบครัว ซึ่งผมเคยถามตัวเองมาตลอดในใจว่าทำไมแม่ไม่เคยคิดจะอยู่กับพ่อต่อไปทั้งที่ท่านมีคุณสมบัติดีเลิศขนาดนี้ แต่ผมก็ไม่เคยเอ่ยปากถามเลย...อย่างน้อยก็ไม่เคยเอ่ยปากถามก่อนที่เราจะทะเลาะกันครั้งใหญ่ ตอนที่แม่หวนกลับมาหาพ่ออีกครั้ง แล้วท่านก็อ้าแขนรับคุณแม่ไว้ ผมกำลังอยู่ในช่วงวัยรุ่น การกลับมาของแม่ทำให้ผมประหลาดใจมาก ทว่าการมาของท่านไม่ได้ทำให้ผมรู้สึกไว้วางใจเสียทีเดียว ผมกลัวที่จะสูญเสียท่านไปอีกครั้ง ผมเกลียดที่จะต้องบอกตัวเองว่าจะไม่ร้องไห้ตามท่านเหมือนครั้งที่ผมยังเป็นเด็ก เพราะหลังจากที่ท่านทิ้งไปชีวิตของพ่อและผมก็ต้องใช้เวลาอย่างมากจนกว่าจะสามารถฟื้นตัวได้ เรามีความสุขกันมากหลังจากนั้น พอแม่กลับมาอีกครั้งผมก็ยังได้เห็นภาพคุณพ่อดูแลแม่ของผมเป็นอย่างดีเหมือนอย่างที่เคยทำทุกประการ ทุกอย่างดูสวยงาม เหมือนกับว่าครอบครัวเรากำลังจะกลับมาสมบูรณ์แบบอีกครั้ง นั่นคือสิ่งที่คุณพ่อเชื่อ จนกระทั่งวันหนึ่ง วันที่คุณพ่อต้องเดินทางไปต่างประเทศแต่ผมไม่ได้ไปด้วย ผมเลิกโรงเรียนกลับมาแล้วต้องการจะเข้าไปหยิบหนังสือของตนที่ลืมไว้ในห้องนอนคุณพ่อคุณแม่เมื่อหลายวันก่อน ด้วยความที่ผมคิดว่าคุณแม่คงไม่ได้อยู่ที่นั่น ผมจึงเปิดประตูเข้าไปในห้องทันที และภาพที่เห็นก็คือแม่ของผม นอนเปลือยเปล่าอยู่ใต้ร่างผู้ชายแปลกหน้าที่น่าจะมีอายุน้อยกว่าท่านอีกหลายปี โดยที่ร่างกายของพวกเขาได้ถูกหล่อหลอมเป็นหนึ่งเดียวกันไปเรียบร้อยแล้ว สีหน้าที่พึงพอใจในตอนแรกเปลี่ยนเป็นตกใจ แต่ท่านไม่ได้อยู่ในสถานภาพที่จะลุกขึ้นมาต่อกรกับผมได้ ความรู้สึกโกรธแค้นและเจ็บปวดก่อตัวแน่นอยู่ในอกของผมตอนที่ผมต้องกัดฟันเดินผ่านพวกเขาไปหยิบหนังสือบนหัวเตียงและทำเหมือนกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น

วินาทีนั้นผมจึงเริ่มถามตัวเองว่า นี่หรือ...คือผลตอบแทนของการวางตัวเป็นสุภาพบุรุษและให้บริการผู้หญิงเป็นอย่างดี ไม่ว่าจะทางด้านการเงินและการดูแล เพราะสุดท้ายภรรยาของเขาก็จะต้องสวมเขาเขาอยู่ดี ผมปิดเรื่องนี้เป็นความลับโดยไม่บอกคุณพ่ออยู่ครึ่งปี ด้วยความหวังที่ว่าแม่จะรู้สึกละอายใจบ้าง จนกระทั่งผมเรียนจบมัธยมปลาย เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นอีกครั้ง ตอนนั้นแหละที่ผมเริ่มสติแตก เพราะคุณพ่อที่ได้เห็นเหตุการณ์ด้วยไม่พยายามจะเอ่ยปากพูดหรือแก้ไขอะไร ผมสารภาพกับท่านว่าไม่สามารถทนอยู่ในสภาพแบบนี้ได้ ต่อให้ผมรักแม่มากขนาดไหนก็ตาม แล้วเราก็เถียงกันเกี่ยวกับเรื่องของแม่ ส่วนผมกลับคำพูดทุกอย่างที่เคยให้สัญญากับพ่อเอาไว้ แล้วออกจากบ้านไปทันที ผมมารู้ภายหลังว่าคุณพ่อตัดขาดจากคุณแม่อย่างถาวรตอนที่ย้ายมาเรียนต่อได้หนึ่งปีเต็มแล้ว แต่นั่นไม่ได้ทำให้ความรู้สึกของผมที่มีต่อพ่อพัฒนาขึ้นไปในทางที่ดีได้อีกต่อไป ผมยังอคติต่อความโง่ของท่าน หรือจะพูดให้ดูดีอีกทีคือความใจกว้างของท่านที่มีต่อแม่ ผู้เป็นคนทำลายครอบครัวของเรากับมืออย่างไม่เห็นใจแม้กระทั่งผู้ชายที่ขึ้นชื่อว่าเป็นสามีหรือแม้แต่ลูกชายของเธอ

คุณชวนผมไปนั่งตรงเก้าอี้หัวมุม ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นมุมที่พวกเรานั่งดื่นไวน์ด้วยกัน ท่านยกขาขึ้นมาไขว่ห้างพลางเอนกายพิงพนักพิงหลัง พาดแขนไว้บนที่วางแขน

“ไม่ใช่ช่วงเวลาที่เหมาะสมสำหรับการจิบไวน์ การย้ายเข้ามาอยู่ในนี้เพื่อหลอกลวงตัวเองก็พอจะแก้ขัดกันได้ สักแก้วไหม...เอ็ดเวิร์ด” ท่านหยิบไวน์ที่อยู่ใกล้มือที่สุดออกมา แล้วเอื้อมไปหยิบแก้วที่แขวนอยู่ใกล้ๆ กันมาเป่าฝุ่นออกก่อนรินใส่แก้วตัวเอง

“สักหลายๆ แก้วเลยก็ได้” ผมบอกท่าน ทิ้งกายลงนั่งที่ของตัวเอง รู้สึกแปลกๆ เมื่อกลิ่นที่ผมคุ้นเคยลอยมาเตะจมูกอีกครั้ง บรรยากาศเกือบจะเหมือนในวันวาน เสียเพียงแต่ว่าผมไม่ใช่เด็กชายที่กระตือรือร้นและทุ่มเทความสนใจไปกับการเรียนรู้ในสิ่งที่พ่อจะแนะนำอีกต่อไปแล้ว ผมเคยสนุกกับชั่วโมงจิบไวน์ของพวกเราเป็นอย่างมาก แต่วันนี้ในใจของผมกลับมีเพียงแค่ความทรงจำอันปวดร้าวที่แทรกกลางชิ้นส่วนของความสุขที่ควรจะถูกติดแปะรวมกันเอาไว้

“ฉันดีใจที่มีโอกาสได้จิบไวน์กับเราอีกครั้ง” คุณพ่อยิ้มให้ผม หยิบแก้วมาเป่าฝุ่นออก รินไวน์ลงในนั้นเหมือนที่ทำในตอนแรกอีกครั้ง

เมื่อรินเสร็จ ผมและพ่อก็ยกแก้วขึ้นมาชนกันอย่างเป็นระบบเหมือนรู้ใจแต่ละฝ่าย ผมและพ่อสบตากัน ผมมองเข้าไปดวงตาคู่สีฟ้าของท่านมันยังคงเต็มเปี่ยมไปด้วยความรักและเอ็นดูเหมือนอย่างที่เคยเป็น ทำให้ผมรู้สึกเหมือนถูกกระชากกลับไปในอดีตเพียงครู่หนึ่ง วินาทีนี้ผมต้องสารภาพว่าผมมีความสุขกับมันมากขนาดไหน แต่ผมก็ยังตระหนักถึงหลักความเป็นจริงก็คือ...ปัจจุบันมันไม่ได้สวยงามเหมือนอย่างวันวานอีกต่อไปแล้ว

พวกเราจิบไวน์กันเงียบๆ จนกระทั่งแก้วของแต่ละฝ่ายว่าง ผมไม่บอกให้คุณพ่อหยุดเมื่อท่านต้องการจะเติมไวน์ให้ผมอีกรอบ แต่นั่งมองมันอย่างเหม่อลอย คิดถึงเธอ...คิดถึงเกริดา...จับขั้วหัวใจ เจ็บปวด...และอยากพาเธอมานั่งอยู่ตรงนี้ เพื่อแนะนำเธอ...หญิงสาวผู้แสนวิเศษ ให้กับพ่อผู้แสนวิเศษของผมได้รู้จัก หากเพียงแต่เธออยู่ตรงนี้ ผมคงจะไม่รู้สึกเจ็บปวดเรื่องคุณแม่ ที่ย้อนกลับเข้ามาในหัวเพียงชั่ววินาทีแต่ฝังใจได้เป็นระยะเวลานาน ผมคงจะไม่รู้สึกเหนื่อยขนาดนี้ หากเพียงแค่มีมืออุ่นๆ เรียวเล็กของเธอวางอยู่ในอุ้งมือของผม

“ลูกมีอะไรจะพูดกับพ่อ เอ็ดเวิร์ด” ท่านเกริ่นขึ้นในที่สุด น้ำเสียงอ่อนโยน

“ผมจะมาขอสืบทอดกิจการของพ่อ” ผมเอ่ยอย่างนอบน้อม ไม่สามารถวางตัวทะนงได้อีกต่อไป เพราะหัวใจที่เจ็บแปลบเพราะความบอบช้ำจากการสูญเสีย

“ลูกจะรับสืบทอดกิจการของพ่อได้ยังไงกัน ก็ในเมื่อลูกไม่ได้เรียนต่อทางด้านนี้มา พ่อไม่มีปัญหาหากลูกจะทำงานตามสายที่จบมา และก็สามารถยอมรับได้ทุกอย่าง”

“แต่ผมไม่สามารถทนยอมรับตัวเองได้อีกต่อไป” ผมบอก “ผมต้องการ...ความมั่นคง”

“ลูกคิดว่าการสืบทอดกิจการของพ่อจะทำให้ลูกมั่นคงอย่างนั้นเหรอ โดยที่ลูกไม่มีความรู้เกี่ยวกับมันเลย”

“แต่ผมมีความรู้พื้นฐานที่เคยศึกษามาในระดับมัธยม มันยังคงอยู่ แม้ว่าผมจะไม่ได้ศึกษาอย่างลึกซึ้ง ผมคิดว่าผมทำได้”

“พ่อเชื่อว่าลูกทำได้เอ็ดเวิร์ด” ท่านถอนหายใจแผ่วเบา เหนื่อยอ่อน “แต่ลูกจะให้พ่อยกกิจการให้ลูกที่เคยสัญญากับพ่อไว้แล้วอยู่ดีๆ ก็กลับคำภายในระยะเวลาข้ามคืนได้อย่างไรกัน”

“หากพ่อเปิดโอกาสให้ผม ผมพร้อมจะยอมทำตามคำสั่งพ่อทุกอย่างโดยไม่มีข้อแม้ใดๆ ทั้งสิ้น”

“งั้นบอกพ่อหน่อยสิ อะไรทำให้ลูกต้องตัดสินใจแบบนี้เอ็ดเวิร์ด” ท่านเกริ่น “พ่ออยากฟังเหตุผลที่ชัดเจนกว่านี้”

“ผมเพิ่งถูกเธอทิ้งไป”

“เธอ” พ่อเลิกคิ้วสูง ท่านไม่เคยได้ยินเรื่องราวเกี่ยวกับเกริดามาก่อน เพราะผมไม่เคยฟัง แน่นอนว่าท่านไม่เคยได้ยินเกี่ยวกับเรื่องของอลิเซียด้วย

“ผมกำลังคิดว่าตัวเองจะสูญเสียเธอไป...เพราะความเลวของผมเอง ผมจึงอยากจะทำทุกสิ่งทุกอย่างให้มันดีขึ้น”

จากนั้นผมก็เล่าเรื่องทั้งหมดให้ท่านฟัง บอกว่าตัวเองรู้สึกชื่นชมพ่อขนาดไหน แต่ไม่เคยนำมันไปใช้กับเกริดา พร้อมให้เหตุผลกับท่านไปด้วยว่าทำไม ผมบอกท่านว่าอยากจะกลับตัวเป็นคนใหม่ เป็นผู้ชายที่แสนดี เป็นสุภาพบุรุษ ผู้ชายที่เพรียบพร้อมมีความเป็นผู้นำเหมือนอย่างที่พ่อเป็น อยากทำหน้าที่ของลูกให้เต็มที่ เพื่อทดแทนความเลวทรามทั้งหมดที่ผมได้กระทำลงไป จะพยายามแก้ไขชีวิตของตัวเอง แต่ตอนนี้ผมรู้สึกเหมือนจนหนทาง เพราะดูเหมือนว่าผมจะไม่มีความดีอะไรที่พอจะเป็นหลักประกันชีวิตของผมและเกริดาเอาไว้ได้เลย ผมต้องการที่รับผิดชอบทุกสิ่งทุกอย่าง รวมไปจนถึงตัวเธอด้วย ผมขอเวลาท่าน...ว่าหลังจากที่เจอตัวเกริดาแล้ว ผมจะทำหน้าที่ทุกอย่างให้ดีขึ้นให้ได้ ซึ่งท่านเองก็เคยเชื่อใจว่าผมจะสามารถทำมันได้ดีมาตลอด

“ลูกรักเธอรึเปล่าเอ็ดเวิร์ด”

“ผมรักเธอ...มาก”

“หากลูกจะมองข้ามทุกสิ่งทุกอย่างที่พ่อเคยสอนมา พ่อจะไม่คิดติดใจอะไรเลย แต่สิ่งที่ลูกได้ทำกับเธอในคืนนั้น เป็นสิ่งที่พ่อยอมรับไม่ได้” ท่านบอก “หากลูกของพ่อเป็นลูกผู้หญิง แล้วถูกผู้ชายหน้าไหนก็ไม่รู้ถูกกระทำแบบนั้น พ่อคงอยากจะฆ่ามันให้ตาย”

“พ่อไม่เคยคิดอยากฆ่าผู้ชายที่แม่ยุ่งด้วยเลยรึไง” ผมย้อน

“นั่นคือสิ่งที่แม่ของลูกตัดสินใจ มันคือความเต็มใจของเธอ แต่สิ่งที่ลูกทำกับเกริดา มันต่างกัน สิ่งที่ลูกทำมันไม่ใช่ความรักเอ็ดเวิร์ด มันคือความเห็นแก่ตัว และอารมณ์ชั่ววูบ”

ผมพูดอะไรไม่ออก รู้สึกว่างเปล่าโหวงเหวงกึ่งเจ็บปวดทรมาน มือผมเอื้อมไปหยิบแก้วไวน์มากระดกยกขึ้นดื่มทีเดียวรวด

“ผมเคยเป็นคนดีของพ่อมาก่อนไม่ใช่เหรอ”

“ลูกเป็นคนดีของพ่อเสมอ เพียงแค่ไม่ใช่กับผู้หญิงที่ลูกควรจะให้ความเคารพนับถือเท่านั้น” ท่านบอก “เอ็ดเวิร์ด สิ่งที่แม่ทำกับลูก สิ่งที่อลิเซียทำกับลูก มันไม่ได้เกี่ยวข้องกับเกริดา หากลูกไม่เหมารวมไปหมดแบบนั้น พ่อคิดว่าเรื่องพวกนี้จะไม่เกิดขึ้นเลยด้วยซ้ำ”

“ผมไม่ได้ต้องการให้มันเป็นแบบนี้” คำพูดของท่านให้ความรู้สึกเหมือนคมมีดที่กรีดแทงหัวใจ แต่สิ่งที่ผมได้ทำลงไปกลับเลวร้ายยิ่งกว่า มือไม้ผมสั่นรัวด้วยความรู้สึกโมโหตัวเอง รู้สึกไร้ความสามารถและเรี่ยวแรงจนต้องฟุบหัวลงบนโต๊ะ ปล่อยให้น้ำตาของลูกผู้ชายแตกทะลักออกมา น้ำตาแห่งการสูญเสียที่ผมไม่เคยจะเปิดโอกาสให้มันได้ออกมาเผชิญหน้ากับโลกเมื่อตอนที่แม่จากไป แต่การสูญเสียเกริดาจากการกระทำอันเลวทรามของผมที่นำมาซึ่งความเจ็บปวดทั้งมวลนี้ ทำให้ผมไม่สามารถเก็บกักและซ่อนมันได้อีกต่อไป

“ระหว่างที่ตามหาเธอ” ผมรู้สึกได้ถึงมือของท่านที่วางลงบนหัวไหล่ “ลูกจะต้องประสานงานกับลูกค้าให้พ่อโดยตรง หากลูกสามารถทำได้อย่างไม่ขาดตกบกพร่องต่อเนื่องกันเป็นระยะเวลาหนึ่งปี ทุกสิ่งทุกอย่างจะตกเป็นของลูก แต่หากลูกทำไม่ได้ พ่อก็ไม่สามารถมอบกิจการนี้ให้ลูกดูแลได้เอ็ดเวิร์ด พ่อไม่สามารถมอบความไว้วางใจให้กับบุคคลที่ไม่มีแม้แต่ความอดทนต่อคนรักของเขาเองได้”

 

คืนนั้นผมกลับมาบ้านได้เพราะความช่วยเหลือของอาร์เธอร์ เขาสังเกตเห็นว่าผมไม่อยู่ในงานแล้วเลยออกมาตามถึงที่รถ จึงรู้ว่าผมหมดสติไปในรถวันนั้น เขาเป็นคนขับรถผมกลับบ้านพามาส่งแล้วให้ริคมารับเขากลับไปที่งานปาร์ตี้ ตอนเช้าเขาถึงโทรมาถามว่าเกิดอะไรขึ้นกับผม ซึ่งผมไม่ได้อธิบายอะไรต่อไปยืดยาวมากนักนอกจากมีเรื่องนิดหน่อย เขาถามผมว่าเกริดาหายไปไหนผมจึงรายงานไปว่าเธอกลับบ้านไปแล้ว

ตอนนี้ร่างกายของผมระบมไปหมด จะขยับตัวไปไหนก็ไม่ค่อยได้ จะกินอะไรก็ไม่ลง ทำได้อย่างมากแค่นั่งๆ นอนๆ ดื่มชารอให้เวลาหมดทิ้งไปโดยเปล่าประโยชน์ ผมพยายามจะเอาหนังสือวรรณกรรมเก่าแก่มาอ่านเพื่อทำความเข้าใจ แต่ฤทธิ์ของแรงกระแทกยังส่งผลให้ผมรู้สึกปวดหัว งานเขียนข่าวอิสระให้กับนิตยาสารท้องถิ่นที่ผมรับมาก็ยังนอนรออยู่บนโต๊ะ ผมทำมันเกือบจะเสร็จแล้วแต่ยังมีหลายส่วนให้ต้องแก้ไข กำหนดส่งงานคือวันพรุ่งนี้ ผมจึงไม่สามารถนั่งจิบชาอย่างรีรอได้อย่างเป็นสุขอีกต่อไป ผมลากสังขารเข้าไปในห้องน้ำ ถอดเสื้อผ้าออกอย่างยากลำบากแล้วเดินไปยืนเอาหัวพิงกำแพง เปิดน้ำอุ่นรดหัวและตัวอย่างหมดสภาพ พยายามบีบนวดส่วนที่เจ็บให้พอบรรเทาลงบ้าง ทว่าหากผมบีบมากๆ อาจจะทำให้ร่างกายฟกช้ำกว่าเดิม จึงปล่อยให้เป็นหน้าที่ของน้ำอุ่นต่อไป เพื่อให้ช่วยผ่อนคลายความเจ็บปวดนี่

เมื่ออาบน้ำไปได้สักพัก ผมไม่รู้ว่าตัวเองอยู่ใต้ฝักบัวนั้นนานเท่าไหร่ ทว่าเสียงกริ่งที่ดังขึ้นได้ดึงผมออกมาจากตรงนั้น ผมเดินไปหยิบผ้าเช็ดตัวผืนใหม่ที่พับไว้เป็นระเบียบอยู่บนชั้นวางมาพันรอบเอว แล้วเดินไปเปิดประตู อาร์เธอร์ยืนอยู่ที่นั่น

“นายเป็นยังไงบ้าง” เขาถามพลางกวาดตาสำรวจผม

“ฉันยังหายใจได้อยู่” ผมบอกเขา “นายจะเข้ามาข้างในก่อนไหม จะดื่มอะไรรึเปล่า แต่จัดการเองนะ ฉันขอกลับเข้าไปในห้องน้ำต่อสักระยะ”

“ดูจากสภาพนายแล้วฉันคิดว่านายอยากพักผ่อนมากกว่า เอาไว้วันหลังฉันจะมาหาอะไรที่บ้านนายดื่มแล้วกัน ฉันแค่แวะเอาเสื้อคลุมเกริดามาส่ง กระเป๋าสตางค์และกุญแจของเธออยู่ในนั้นด้วย แต่ไม่มีที่อยู่ฉันเลยไม่รู้ว่าจะเอาไปคืนเธอยังไง ปล่อยไว้เป็นหน้าที่นายก็แล้วกัน” เขาส่งถึงกระดาษมาให้ผม

“ขอบใจ” ผมรับมันมา เปิดดูเสื้อคลุมที่อยู่ด้านใน

“ถ้างั้นฉันไปแล้วนะ” อาร์เธอบอกลา

ผมพยักหน้าเป็นคำตอบ ผมยกถุงขึ้นมามองใกล้ๆ เปิดมันออก กลิ่นหอมจากเกริดาลอยมาเตะจมูกผม ให้นึกย้อนกลับไปยังสถานการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อคืน ตอนที่ผมจูบเธอ ตอนที่ร่างกายกึ่งหลับกึ่งตื่นของเธออ่อนระทวยอยู่ในอ้อมแขนผม เวลาที่มือของผมสัมผัสถูกเรียวขาอ่อนนุ่มของเธอ ก่อนจะปิดท้ายด้วยหมัดและศอกแข็งๆ แถมด้วยพื้นและฝากระโปรงรถอย่างไม่ค่อยจะน่าประทับใจ เป็นตอนจบที่ไม่สวยงามเท่าไหร่นัก ผมเริ่มจะเชื่อแล้วแหละว่าเกริดาเป็นผู้หญิงที่โชคดีเหลือเกิน ขนาดเธอถูกผมหมายปองอยู่แท้ๆ แต่ก็ยังมีผู้พิทักษ์คอยคุ้มครองเธออยู่รอบด้าน ทว่าในสายตาผมแล้วผู้คนเหล่านั้นเป็นมารพจญชีวิตผมชัดๆ โดยเฉพาะออทัม อันที่จริงผมไม่ได้มองเธอเป็นมาร ถึงอย่างนั้นผมก็ติดจะหัวเสียอยู่มากที่เธอเข้ามาขัดขวางผม ทว่าก่อนอื่นเลย ตอนนี้ผมควรจะไปจัดการกับตัวเองและงานให้เสร็จสิ้น

ผมนำเสื้อเกริดาไปวางไว้ในห้องนอน จากนั้นก็กลับเข้าไปในห้องน้ำ เปิดน้ำรดตัวเองอีกรอบแล้วหมุนคออยู่ใต้ฝักบัว เหยียดกายให้กล้ามเนื้อคลาย แต่ยังไม่เท่าไหร่เสียงกริ่งก็ดังขึ้นอีกรอบ ผมคว้าผ้าเช็ดตัวแล้วกลับออกไป พ่นลืมออกจมูกอย่างรู้สึกเบื่อหน่าย

“ฉันลืมอะไรไว้ที่นั่นอีกล่ะ” ปากผมพลั้งออกไปทันทีพร้อมกับเปิดประตู ทว่าเมื่อเห็นบุคคลที่ยืนอยู่เบื้องหลังประตูแล้ว หน้าที่เคยชักสีสันแห่งความหงุดหงิดก็เปลี่ยนไป

หญิงสาวร่างบางในชุดลำรองง่ายๆ กำลังยืนอยู่เบื้องหน้าผม เรือนผมสีน้ำตาลอ่อนของเธอปล่อยราดลงมาตามหัวไหล่มล ใบหน้าที่ไม่ได้ตกแต่งทำให้เธอดูสะอาดกว่าที่เคยเป็นทั้งที่ปรกติแล้วเธอก็ดูสะอาดไร้มลทินจนแทบจะสรรหาคำมาอธิบายสรรพคุณของเธอไม่หวาดไม่ไหวอยู่แล้ว

“ฉันลืมเสื้อคลุมไว้ที่งานปาร์ตี้ คุณได้เก็บมันไว้ให้ฉันไหมคะเอ็ด” ริมฝีปากเรียวสวยอ่อนนุ่มของเธอที่ผมเคยจูบอย่างดูดดื่มมาหลายครั้งขยับถาม

ผมสูดหายใจเข้าเต็มปอด พลางนึกไปด้วยว่าเสื้อของเธออยู่ที่ไหน หรือว่าผมจะลวงล้อเธอมันตอนนี้ดี ไหนๆ เธอก็มาถึงที่นี่แล้ว ส่วนเสื้อของเธอก็อยู่ในห้องนอนผมด้วย ทว่าขณะที่ผมขบคิดอยู่นั้น แววตาบริสุทธิ์ของเกริดากลับทำให้ผมรู้สึกอยากปล่อยเธอไปสำหรับวันนี้

“มันอยู่ในห้องนอนผม วางไว้บนเตียง” ผมบอก ร่างบางสะดุ้งโหยง เบิกตากว้างเหมือนกลัว ผมนึกขำอยู่ในใจแต่ต้องเก็บซ่อนรอยยิ้มเอาไว้ “คุณเข้าไปหยิบเองได้เลย ผมจะขอตัวไปอาบน้ำต่ออีกสักหน่อย จากที่ดูสภาพผมแล้วคุณคงรู้นะว่ามาขัดจังหวะผมอาบน้ำพอดี”

ผมเดินไปค้ำมือไว้ที่กรอบประตู โน้มหน้าเข้าหาเกริดา ชี้มือใส่ตัวเองตั้งแต่หัวจรดเท้า แล้วผิวแก้มที่ขาวซีดของเธอก็ขึ้นสีเหมือนมีเลือดฝาดมาบำรุงภายในชั่วพริบตา

“ขอโทษค่ะเอ็ดเวิร์ด ฉันไม่ได้ตั้งใจจะมาขัดจังหวะคุณ” เธอบอก สบตาผมขณะที่พูด

“เอาเถอะ ผมเชื่อคุณ” ผมบอก พ่นลมออกจมูกอีกรอบ มีอะไรบางอย่างเกิดขึ้นกับหัวใจของผม ความรู้สึกแปลกๆ ขณะมองดูเธอจ้องตอบกลับมาด้วยแววตาไร้เดียงสานั่น “ปิดประตูให้ผมด้วยถ้าคุณออกจากห้องไปแล้ว”

ผมบอกแล้วเดินกลับเข้าไปในห้องน้ำ ทำธุระของตัวเองจนเสร็จ ไม่ได้ฟังเสียงอะไรอีกเลยนอกจากเสียงคำถามที่ก้องอยู่ในโสตประสาทว่า ผมกำลังจะปล่อยเธอไปเฉยๆ ทั้งที่ยังไม่ได้ทำอะไร หรือรับรู้ว่าเธอจะตอบตกลงเป็นแฟนผมไหมอย่างนั้นน่ะเหรอเพราะเธออาจจะจำเรื่องเมื่อคืนได้ และรู้ว่าการกระทำของผมนั้นคือเจตนาล้วนๆ เธออาจจะไม่อยากเข้าใกล้ผมอีกก็ได้ แต่ว่าทำไมอยู่ดีๆ ผมจะต้องมาวิตกกังวลเรื่องนี้ด้วย เกริดาไม่ได้มีความหมายต่อผมมากเกินไปกว่าผู้หญิงที่ผมต้องการนอนด้วยเพื่อเอาชนะใจตัวเองก่อนจะไปเผชิญหน้ากับอลิเซีย

เมื่อเช็ดตัวทำอะไรเสร็จแล้ว ผมก็เดินกลับออกมาข้างนอก คิดว่าอาการระบมส่งผลต่อสภาพจิตใจผมอย่างแน่นอน และเมื่อผมต้องการจะเดินไปที่ห้องของตัวเอง ก็สะดุดตากับภาพหญิงสาวที่นั่งหลังเหยียดตรงอย่างสงบนิ่ง ตาจ้องไปยังจอโทรทัศน์ราวกับว่ามันมีอะไรน่าสนใจให้เธอดูทั้งที่ปิดอยู่ ผมขมวดคิ้วด้วยความประหลาดใจ เกริดาหันกลับมายิ้มให้ผมบางๆ

“ให้ฉันทำแผลให้คุณนะคะ” เธอเอ่ย

ประโยคนี้สะกดผมเอาไว้ สะเทือนไปถึงหัวใจ เธอยื่นข้อเสนอ...จะทำแผลให้ผม ทั้งที่รู้ว่าผมต้องการตัวเธออย่างนั้นเหรอ เธอโง่รึบ้ากันแน่ ผมไม่คิดว่าจะเห็นเธอนั่งอยู่ตรงนี้แล้วด้วยซ้ำเมื่อกลับออกมา แต่เธอกลับทำ

 






 


 

 

สปอยล์ บทนี้เอ็ดเวิร์ดใช้เวลาอยู่กับพ่อเยอะมาก เพื่อเปิดโอกาสให้สาวๆ ได้เห็นด้านหนึ่งของเขาสักที แต่คิดว่าบทนี้คงยาวเหมือนบทที่แล้วอย่างแน่นอน 150% เลย 5555 ไม่รู้เป็นอะไร จับเอ็ดเวิร์ดทีไรมันจะยาวทุกที เรื่องอื่นจับแล้วก็ยาวเหมือนกันแต่อย่างน้อยก็ได้ขึ้นบทใหม่ตามที่กำหนด

 น้อง peat_peach ความเห็นยาวได้ใจมาก 555 อยากบอกว่าพี่เองก็มีความเห็นตรงกันกับน้อง peat เพราะแม้หมอนี่จะหื่นเกินคำบรรยายพี่กลับรู้สึกผูกพันธ์และคิดว่าเขามีเสน่ห์อะไรอยู่ในตัวที่ทำให้พี่เองยังรู้สึกว่าเขาสมควรหื่นต่อไป เอ้ย ไม่ใช่ละ 555 โคตรมั่วเลย พี่หมายความว่า...เขาเปรียบเสมือนเวทมนต์ที่ตรึงตาตรึงใจเราให้รู้สึกหลงใหลแกมหมั่นไส้แต่ก็ติดจะน่าเอ็นดูเป็นบางครั้ง 555 (น่าเอ็นดูรึเปล่า) อ้าย...เมาแล้ว เอาเป็นว่าชอบความรู้สึกที่หนูถ่ายทอดออกมาให้ตาเอ็ดมาก โดยเฉพาะประโยค “บริการ,ขอบเขต,แรงขยับกับอะไรที่เร้าใจนั่นมันอะร๊ายยย~~นายมันปีศาจพันธุ์หื่น!!อ่านแล้วฮาดี 555 เห็นภาพเลย ตอนเอ่ยชมเขาอย่าง “เขาหื่นจัด แถมความคิดแต่ละอย่างนี่ !!! แต่เหมือนมีออร่าบางอย่างที่ทำให้เขาน่าสนใจถ้าอ่านไปเรื่อยๆนี่ท่าทางว่าจะตกหลุมผู้ชายคนนี้แล้วขึ้นยาก” กลับน่าประทับใจแทนเอ็ดเวิร์ดจริงๆ 555 (แต่จะไปหลายคนคงกลายเป็นโรคจิตเล็กๆ สำหรับตอนที่แล้ว เวลาที่เอ็ดโดนยำ) ที่สำคัญออทัมน่ารักมากเลย

น้องแมวบ้า หลงเขาหน่อยก็ได้ ออกจะน่ารัก น่าฟัดให้กระจุย หนูไม่เห็นด้วยเหรอคะ

น้องเตย หื่นกามแต่หนูก็หลงเสน่ห์เขาแล้วใช่ไหมล่ะ สารภาพออกมาเถอะว่าพ่อหนุ่มคนนี้ก็มีอะไรดีๆ ทำให้น้องเตยรู้สึกติดใจอยู่เหมือนกัน ><

น้องนัน โหดร้ายจังเลยค่ะ เห็นหน้าตาใสๆ ไร้เดียงสา แหม...ไม่ต้องแสดงความสะใจเสียงดังขนาดนั้นก็ได้ 555 แต่จริงๆ แล้วพี่ชอบมากเหมือนกันเวลาหนูเป็นโรคจิตนิดๆ ตอนสะใจเอ็ดโดนกระทืบ 555

Sasima ด้วยความยินดีนะคะเรื่องพูดคุยโต้ตอบกับแฟนนิยาย จริงๆ คนแต่งมีความสุขกับตรงนี้ด้วยค่ะมันสนุกดี เหมือนได้พูดคุยกัน พยายามจะออกความเห็นร่วมๆ ไปกับแฟนๆ 555 (เหมือนได้มีส่วนร่วม+แสล๋นไปในตัว) มันก็ทำให้รื่นเริงครื้นเครงดี ขอบคุณ Sasima มากที่ตามมาอ่านผลงานเรื่องนี้และออกความเห็นให้ จะพยายามสร้างผลงานดีๆ ให้ทุกคนได้อ่านต่อไปเรื่อยๆ (ตามสะดวก)นะจ้ะ หากบางครั้งนาตไม่ได้โต้ตอบหรือยังไงแสดงว่า “งานหล่นทับ” ช่วงนี้ยังลัลล้าได้แต่เดือนหน้านังนาตเตรียมน็อคละคะ 555 (ย้ายบ้าน) ตอนนั้นอาจจะได้ตอบน้อยลงหน่อย หากเห็นเงียบๆ ไปก็อย่าน้อยใจกันนะคะ ไม่ได้หลงลืมแต่ว่า...งานคงรัดตัวจริงๆ จนไส้กิ๋วถึงไม่ตอบ

น้องไอซ์ Macize พี่เกรงว่าน้องไอซ์จะอ่านตอนที่แล้วไม่ครบ เพราะว่ามันโดนตัดแหะตอนพี่เข้ามาดู หนูลองกลับไปอ่านดู หรือเปิดดูอีกทีนะคะ จะได้ไม่งงและตามเรื่องได้ถูก

นอกจากนั้นแล้วสำหรับตอนนี้ หากใครงง หรือไม่เข้าใจเรื่องการตัดฉากของนาตก็เตือนๆ กันได้นะคะ นักอ่านเงาที่ไม่เคยออกความเห็นและยังชื่นชอบที่จะติดตามผลงานอยู่ ช่วยมอบหัวใจ หรือรอยยิ้มเพื่อบ่งบอกว่าพวกคุณยังรักและชื่นชอบพวกเขาบ้างหน่อยก็ยังดีค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงาน 

ป.ล. นาตยังไม่มีเวลาเช็คคำผิด หากพลาดตรงไหนขอโทษด้วยค่ะ 
 


 

 

 





 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 7 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

198 ความคิดเห็น

  1. #154 Elnin-Yimm (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2554 / 13:43
     น่านๆๆ เอ็ดเวิร์ดหื่นได้อีก >[]<
    สงสารเกริดา ผู้ไร้เดียงสา

    ยังดีที่ออทัมมาทันนะเนี่ย...จะเป็นยังไงต่อไปน้า ตื่นเต้นๆ ^^
    #154
    0
  2. #153 เด็กชำร่วย (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 27 มีนาคม 2554 / 20:17

    ชอบพระเอกมากกกกก
    จริงๆนะ....หื่นบ้างอะไรบ้าง นี่แหละผู้ชาย  ฮ่าๆ

    #153
    0
  3. #152 peat_peach (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 5 มีนาคม 2554 / 23:10

    เข้ามาตอน 150 เปอร์พอดีเลยค่ะ
    เพื่อนๆของเอ็ดแต่ละคน เหอะๆ
    ประเภทเดียวกันทั้งนั้น = =

    ปลื้มนะที่เอ็ดหวงเกริดาบ้าง
    แต่พอเจอความหื่นเข้า
    กลายเป็นความหมั่นไส้แทน -O-

    จูบ.. ที่เหมือนจะช่วย
    แต่จริงๆแล้วคือฉวยโอกาสชัดๆ เหอะๆๆ

    บริการ,ขอบเขต,แรงขยับกับอะไรที่เร้าใจนั่นมันอะร๊ายยย~~
    นายมันปีศาจพันธุ์หื่น!!!

    อ่านตอนนี้แล้วรู้สึกว่าไอความหื่นของเอ็ดน่ะ
    มาจาก Sex Drive ของตัวเฮียแกเองล้วนๆ
    ไม่ใช่เพราะอยากระบายหรือความคิดแค้นอะไรของเฮียหรอก
    (ไม่รู้มาจากอคติส่วนบุคคลจากความหื่นเกินลิมิตเกินวัยของเฮียแกรึเปล่านะ -_-)

    ดีใจที่เกริดารอดมาได้
    อ่านตอนนี้แล้วรักออทั่ม >O<

    ตอนเอ็ดโดนจับฟาดกับฝากระโปรง
    รู้สึกเหมือนตัวเองโรคจิตนิดๆนะ
    เพราะอยู่ๆมุมปากมันก็กระตุกยิ้มเหมือนสะใจเล็กๆ(?)
    แอบหวังให้ตาสว่างบ้าง
    แต่สุดท้ายก็ไปแค้นเขาอีก
    เฮ้อ!
    เกินเยียวยาแล้วมั้งเนี่ย~

    ทั้งที่เอ็ดเป็นแบบนี้
    แต่ก็รู้สึกเหมือนมันมีอะไรบางอย่างดึงดูด
    จริงๆนะ
    เขาหื่นจัด แถมความคิดแต่ละอย่างนี่ !!!
    แต่เหมือนมีออร่าบางอย่างที่ทำให้เขาน่าสนใจ
    ถ้าอ่านไปเรื่อยๆนี่ท่าทางว่าจะตกหลุมผู้ชายคนนี้แล้วขึ้นยาก
    อันตรายจริงๆ
    เหอะๆๆๆ

    ยังไงก็รออ่าน+เป็นกำลังใจให้พี่นาตนะคะ >///<

    ปล.เห็นคำผิดอยู่คำสองคำค่ะ ใสหัว >> ไสหัว กับ เกียรติ์ >> เกียรติ ^^

    #152
    0
  4. #151 แมวบ้าเฉยๆ (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 3 มีนาคม 2554 / 08:21
     ตาคนนี้นี่เป็นพระเอกที่ไม่น่าหลงไหลเอาซะเลย
    = =

    แต่ก็จะอ่านต่อไป
    พี่นาตสู้ๆๆๆ
    #151
    0
  5. #150 แมวเหมียว (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 2 มีนาคม 2554 / 23:22
    เอ็ดเวิร์ดน่าเตะมากกก ย๊ากกก back kick ซักสองที ทำงี้กับเกริดาได้ไง กร๊าซซซซ พ่นไฟ
    ไมเคิลน่าจะเอาให้น่วมกว่านี้ ตาหื่นเอ็ดเวิร์ดเอ้ยย มอมเหล้าหญิงได้ไง มันต้องเต็มใจเซ่ -___-
    ออทัมพานางเอกหนีตาหื่นนี่ไปไกลๆ เลยนะ ร้ายกาจมาก ..

    พี่นาตต้องสั่งสอนพระเอกคนนี้หนักๆ เลยนะคะ ปล่อยให้ลอยนวลไม่ได้เชียว ฮ่าๆๆ

    อ่านไปฟังเพลงหน้าเว็บเรื่องนี้ไป เพ้อ...อยากเห็นพระเอกร้องเพลงนี้เสียที ความคิดช่างร้ายกาจเหลือเกินเอ็ดเวิร์ด
    ฮ่าๆ อ่านแล้วแค้นตาเอ็ด ..น่าจับตีก้นจริงๆ
    #150
    0
  6. วันที่ 1 มีนาคม 2554 / 23:30
    หนุ่มน้อยผู้โดดเดี่ยว< My.iD >
    ฉากจูบนั่น ฉวยโอกาสอย่างเห็นได้ชัดสิคะนั่น
    เอ็ดเวิร์ดติดใจสาวน้อยผู้ใสซื่อคนนี้เข้าอย่างจัง
    ไม่เห็นเหรอ...เธอทำอสูรร้ายให้นึกขำได้
    "งดถือศีลห้าหนึ่งวัน" จริงๆ แล้วใครมันจะไปถือศีลได้ครบนะ 555

    poidon
    เป็นค่ะ อาการหนักด้วยตอนนี้ 555

    sasima
    < My.iD >
    ไม่เป็นไรค่ะ (นักเขียนเสนอหน้านักแหละ ถ้าพอมีเวลานะคะ)
    มันสนุกดีกว่าการนั่งอ่านความเห็นแฟนนิยายเฉยๆ
    หากเราได้อ่านคอมเห็นเขาแล้วเลยชอบตอบๆ ไปด้วย
    เหมือนได้พูดคุย(หาเพื่อนร่วมกรี๊ดกันไปค่ะ)
    ขอบคุณมากเลยค่ะที่ติดตามผลงานนะึคะ >O<

    Macize
    < My.iD >
    พี่นาตจะเปลี่ยนชื่อให้เป็นตาจอมหื่นแล้ว 555




    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 2 มีนาคม 2554 / 04:12
    #149
    0
  7. วันที่ 1 มีนาคม 2554 / 22:43
    ไมเคิลแตะให้คว่ำเลย แตะเพื่อด้วย
    ร้ายกาจมากกล้าทำแบบนี้กับเกริดาของฉันได้ยังไง=..=
    มันน่านักนะนั่น ฆ่าให้ตายเลยดีไหม

    กรี๊ดไรพี่กรี๊ดไม่ออกเลย
    อยากจะอัดเอ็ดอย่างเดียว555
    อะ ล้อเล่นน่า หนูละอยากจะกรี๊ดฉากจูบให้ลั่น
    โอยนั่นกำลังปกป้องเกริดาหรือฉวยโอกาสกันแน่ยะ อ๊ายยยยยย
    #148
    0
  8. #147 poidon (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 1 มีนาคม 2554 / 17:18
    เอ็เวิร์ดเปนตาแก่ตัณหาแน้ๆเลย ><

    #147
    0
  9. #146 Macize (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 1 มีนาคม 2554 / 05:55
    คุณพ่อน่ารักมาก
    เอ็ดเวิร์ดหื่นได้ทุกตอนจริงๆ >0<
    เกริดาลดความไว้ใจคนหื่นๆนี้ลงมาสักนิดจะดีมาก
    #146
    0
  10. #145 สาวน้อยฤดูร้อน (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2554 / 12:12
    กร๊าก ตายแล้วเกริดา เสือ สิง กระทิง แรด ครบแก๊งเลยเธอ555
    สาวน้อยผู้บริสุทธิ์จะรอดไหมเนี่ย=..=

    หือ เอ็ดไม่น่าเชื่อ
    โอยคิดไม่ออกเลยเนอะถาเอ็ดมันเขียนหนังสือสักเรื่อง55

    เกริดาแอบเปรี้ยว>///<
    เอ็ดหื่น=..=

    กร๊าก เอ็ดเวิร์ดมันหึงเกริดาหรือเปล่าเนี่ย
    ถ้าทางหมันเขี้ยวเกริดาน่าดู555
    น่ารัก>O<
    เกริดาทำเอาเอ็ดประสาทจะกิน555
    #145
    0
  11. #144 แมวเหมียว (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2554 / 20:35

    คุณพ่อเอ็ดน่ารักจริงๆ เลย เตยเปลี่ยนใจได้ป่าว ><
    เป็นเพอร์เฟคแมนมาก เอ็ดเวิร์ดนะเอ็ดเวิร์ด ทำคุณพ่อเสียใจซะได้
    น่าจับตีก้น ..ฮึ่มๆ

    ปล. พี่สาวหนู ขอให้มีความสุขกับอังกฤษนะคะ ..ฝากตามหาเจ้าชายเผื่อด้วยค่ะ อิอิ

    #144
    0
  12. วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2554 / 00:58
     เดี๋ยวคุณพ่อจะเอาคืน 555
    สะใจ (คนแต่งโรคจิตไปแล้ว)
    #143
    0
  13. #142 สาวน้อยฤดูร้อน (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2554 / 23:57
    สงสารคุณพ่อสุดหัวใจTOT
    ทำไมถึงได้ทำตัวแบบนี้ยะ
    รู้เเล้วว่าเจ็บปวด แต่พ่อก็เจ็บปวดไม่เเพ้กันหรอก
    เข้าใจพ่อเขาบ้างเซ่=..=
    #142
    0
  14. วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2554 / 18:08
    ขอบคุณสำหรับนิยายที่เธอพยายามเขียนและสร้างเขาเหล่านั้นขึ้นมาด้วยความรัก
    #141
    0
  15. วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2554 / 17:53
     ขอบคุณทุกคนที่ติดตามผลงานนะคะเดี๋ยวกลับมาจัดการเรื่องนี้ค่ะ
    #140
    0