Merry Winter ร้อนรักร้ายผู้ชายอันตราย

ตอนที่ 5 : 3. Motivation over You [100%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,283
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 7 ครั้ง
    5 มี.ค. 54

no.beer



 

 

เอ็ดเวิร์ดแรงซ์ได้โล่ =O=

 

 

3. Motivation over You

หลังจากตั้งสติได้เรื่องข่าวสารเกี่ยวกับเกริดา ผมก็นึกถึงใครคนหนึ่งขึ้นมาทันที หลังจากที่ไม่เคยนึกถึงมาร่วมปี ผมนั่งมองดูเบอร์ติดต่อของเขาคนนั้นบนแผ่นกระดาษขนาดเล็กที่ผมเกือบจะทิ้งมันลงถังขยะบ่อยครั้งแต่ไม่เคยทำ ผมไม่เคยเซฟเบอร์ของเขาในโทรศัพท์มือถือนับจากวันที่ผมย้ายออกจากบ้านมา แต่วันนี้...ผมกลับนึกถึงใครไม่ออก นอกจากเขา

มือข้างที่ถือโทรศัพท์ของผมสั่นเทา แท้จริงแล้วผมยังสั่นไปทั้งตัวด้วยความตกประหม่า โดยเฉพาะเวลาที่จินตนาการไปว่าเกริดาอยู่ร่วมกับชายอื่นอย่างไร ชั่ววินาทีหนึ่งที่น้ำตาของผมมันเอ่อล้นอยู่รอบดวงตา เหมือนมีก้อนแข็งๆ มาจุกอยู่ที่คอ ผมรู้สึกโกรธตัวเองมากกว่าหลายเท่าเมื่อยามที่นึกขึ้นได้ว่าสิ่งที่ตัวเองทำลงไปมันต่ำช้าเลวทรามเพียงใด

“โรเบิร์ต ไรช์” น้ำเสียงไร้อารมณ์บ่งบอกถึงความเบื่อหน่าย ความเหน็ดเหนื่อย และอายุที่เพิ่มขึ้น “ต้องการพูดกับใคร”

“พ่อ” ผมกัดฟันพูดอย่างยากลำบาก อีกครั้ง...ที่ผมยอมเรียกท่านแบบนี้หลังจากไม่ได้เรียกมาสักระยะ

“เอ็ดเวิร์ด” ท่านเอ่ยแล้วเงียบไปสักพัก “สบายดีรึเปล่า”

“ผมมีเรื่องสำคัญจะคุย...กับพ่อ”

“ฉันอยู่บ้านทั้งวัน ถ้าเราจะมาก็มาได้”

“อีกครึ่งชั่วโมงผมจะอยู่ที่นั่นทันที”

“เราจะกินอาหารเที่ยงด้วยกันรึเปล่า”

“ถ้าหากพ่อต้องการ...” ผมกลืนน้ำลายอย่างหนืดคอ หายใจแทบไม่ออก “...ผมจะอยู่รับประทานอาหารเย็นด้วย ผมจะค้างที่นั่น”

“ห้องเก่าเรา ฉันให้คนมาทำความสะอาดให้ประจำ”

“ถึงคุณพ่อไม่ทำแบบนั้น ผมก็เริ่มเรียนรู้ที่จะทำมันได้ด้วยตัวเองแล้ว” ผมบอก มองดูรูปรอยยิ้มสดใสของเกริดาที่จ้องมองผมตอบกลับมา นึกถึงสิ่งที่เธอเคยบอกสอนจนบางครั้งผมก็โต้กลับไปอย่างโมโหว่าเธอเป็นแม่ผมรึยังไงถึงต้องมาคอยสอนผมแบบนี้ ขนาดแม่แท้ๆ ของผมเองท่านยังไม่เคยมาพูดแบบนี้เลย ใช่...ท่านไม่เคยอยู่พูดหรือใส่ใจสิ่งนี้เลย ไม่เคยใส่ใจว่าผมจะทำอะไรกับห้องของตัวเอง จะสกปรกขนาดไหน เท่าที่ผมจำความได้ คุณพ่อจัดการเรื่องนี้ตลอด หากท่านไม่ทำเอง ก็มักจะหาคนอื่นมาดูแลให้ ดีเสียจนบางครั้งผมรู้สึกกระอักกระอวนต่อสิ่งที่ท่านพยายามจะปฏิบัติต่อผม ทำตัวเป็นพ่อและแม่ในเวลาเดียวกัน มันทำให้ผมเอียน จนต้องหาทางดิ้นรนออกมาจากบ้านเพื่ออยู่คนเดียว

 

 วันนั้นผมพาเกริดาไปส่งยังที่พักของเธอ ทำให้ได้รู้ว่าเธออยู่ที่ไหน นั่นเป็นข้อดีสำหรับผม เพราะจะได้ไม่ต้องตามสืบให้ยากในกรณีผมเกิดนึกสนุกอยากจะลากเธอถึงบ้านขึ้นมาสักวัน แต่ดูเหมือนผมจะไม่ต้องลงมือทำแบบนั้น เพราะอย่างวันนี้ที่ผมเดินย้อนกลับมาที่นี่หลังจากระยะเวลาผ่านไปเป็นอาทิตย์กว่าๆ เมื่อเธอออกจากเขตรั้วบ้านพักมาแล้วหันมาเจอผม เธอก็เดินตรงเข้ามาหาพร้อมกับรอยยิ้ม

“คุณผ่านมาแถวนี้เหรอคะ” วันนี้เกริดาสวมกระโปรงสั้น เสื้อกล้ามโชว์หัวไหล่ขาวของเธอ ผมยังไม่มีโอกาสได้สัมผัสแต่พอจะเดาได้ว่ามันต้องเนียนนุ่มอย่างแน่นอน

“เปล่า” ผมบอกพล่างหรี่ตาลงสำรวจร่างกายของเธอ ถึงแม้ว่าเธอจะไม่ได้มีหุ่นนางแบบเหมือนออทัมแต่เอวเธอก็คอดกิ่วดูบอบบาง ขาเธอก็เล็กนิดเดียวจนดูเหมือนว่าเจ้าตัวจะไม่มีเรี่ยวแรงยามต้องวิ่งหนีอะไร เธอมีคุณสมบัติที่ดีและเหมาะสมจะมาเป็นเหยื่อสำหรับผมใช่ไหมล่ะ “ผมเพิ่งทำธุระเสร็จ เลยแวะมาหาคุณ”

“คุณคงจะแวะมาเรื่องรูปสินะคะ” เธอยิ้มร่า “ฉันเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าสัญญากับคุณเอาไว้เรื่องรูป”

“คุณขี้ลืมสินะ”

“ไม่ขนาดนั้นค่ะ แค่เรื่องเส้นทางที่ฉันจะขี้หลงขี้ลืมเป็นพิเศษในช่วงแรก เรื่องอื่นๆ ฉันลืมเป็นปรกติ”

“ปรกติของคุณนี่เป็นยังไงกัน”

“ก็ไม่บ่อยค่ะ แทบจะไม่ลืมเลย”

“ถ้างั้นอะไรที่คุณลืมได้ ก็คงจะเป็นสิ่งที่ไม่มีความหมายต่อตัวคุณเลย” ผมยิ้มที่มุมปาก มองดูเนินอกที่ขยับขึ้นลงเล็กน้อยตอนที่เกริดาหายใจเข้าออก “ผมอยากทำให้คุณลืมไม่ลงเลย”

“ฉันไม่ลืมคุณอย่างแน่นอนค่ะ เพียงแค่เรื่องรูป...วันนั้นมันมีอะไรเกิดขึ้นเยอะแยะและกระทันหันไปหมด ฉันก็เลยหลงลืมไปบ้าง แต่นั่นไม่ได้หมายความว่ามันไม่มีความหมายต่อฉันนะคะ โดยเฉพาะสัญญาที่ให้ไว้กับคุณ” เธอรีบอธิบายทันที

“เอาเถอะ” ผมยักไหล่ไม่แยแส “คุณไม่ได้สัญญากับผมนี่ คุณแค่บอกว่าจะเอาให้ผมดูเท่านั้น”

“ฉันกำลังจะไปร้านแมคโดนัลในตัวเมือง คุณอยากไปด้วยกันไหมคะ”

“ผมไม่ชอบอาหารที่นั่น”

“ปรกติแล้วฉันก็ไม่ค่อยเข้าเท่าไหร่เพราะคนเยอะประจำเลย แต่ไม่รู้ว่าวันนี้นึกยังไง ฉันถึงอยากไปที่นั่นมากเสียงั้น” เธอเอียงหัวเล็กน้อยพลางกลอกตาไปมาก่อนยักไหล่ “และฉันก็คิดว่าฉันต้องไปที่นั่นให้ได้ ตามความรู้สึกน่ะค่ะ”

“คุณชอบทำอะไรตามความรู้สึกเหรอ”

“ก็ไม่เชิง ฉันควรจะเรียกมันว่าแรงดลใจเสียมากกว่า”

“ผมก็ชอบทำอะไรตามความรู้สึก และตอนนี้ก็มีความรู้สึกอะไรบางอย่างที่ผมยังไม่มีโอกาสเหมาะๆ จะทำ” ผมมองเธอเชิงพิจารณา เกริดาแสดงสีหน้าตื่นเต้น

“เหรอคะ คุณรู้สึกอยากทำอะไร”

“ไปร้านแมคโดนัลกับคุณ” แท้จริงแล้ว...ผมหมายถึงการทำให้เธอกลายมาเป็นของผมต่างหาก

“งั้นตอนนี้ก็เป็นโอกาสที่เหมาะสมที่สุดที่คุณจะไปกับฉัน ไปด้วยกันนะคะ” เธอเอ่ยกระตือรือร้น

“ได้สิ” ...หลังจากนี้เราไปต่อที่โรงแรมดีไหม “ผมต้องรีบคว้าโอกาสนี้ไว้เสียแล้ว”

“คุณคิดยังไงคะหากฉันจะขอถ่ายรูปคุณ” เธอถาม “ฉันชอบคุณจัง”

“หึ” ผมหัวเราะในลำคอก่อนพึมพำ “คุณคิดยังไงหากผมจะขอนอนกับคุณ”

“อะไรนะคะ” เธอเงยหน้าขึ้นมาจากกล้อง

“ผมบอกว่า ไม่มีปัญหา”

“ขอเป็นรูปของเราสองคนได้ไหม” เธอถามอีกรอบ ผมเลิกคิ้วสูง

“ทำไมคุณถึงอยากได้รูปเราสองคน”

“บอกตามตรง” เธอเอ่ยท่าทางขัดเขิน แก้มเธอขึ้นสีระเรื่อ ผมอดยิ้มออกมาไม่ได้ “ฉันไม่คิดหรอกนะคะว่าจะได้เจอคุณอีก แต่มันต้องเป็นโชคชะตาแน่ๆ ที่ทำให้เราได้เจอกันในวันนั้น”

หากไม่ใช่ติดแหงกอยู่ในความคิดของตัวเองที่เผลอยิ้มเพราะอาการหน้าแดงของเธอผมคงจะบอกเธอไปว่าไร้สาระสิ้นดี

“เอ็ดเวิร์ด” ผมสะดุ้งเพราะเสียงเรียกของเธอ “ถ้าคุณไม่อยากถ่ายรูปคู่กับฉันก็ไม่เป็นไรนะคะ เราไปร้านแมคโดนัลกันเลยไหม”

“ผมแค่แปลกใจน่ะที่คุณบอกว่าชอบผม” ผมบอก เกริดายิ้มท่าทางดีอกดีใจเหมือนเด็กสามขวบ “ผมต้องทำตัวยังไง”

“คุณยืนอยู่เฉยๆ ก็ได้ค่ะ” เธอเดินเข้ามาหาผมถือกล้องด้วยมือซ้าย เขย่งกายข้างๆ ผมพลางหมุนกล้องใส่เราทั้งคู่ เธอเซเล็กน้อยไม่มั่นคง แต่เจ้าตัวไม่ยอมเกาะแขนหรือแตะต้องตัวผมเลย “ยิ้มนะคะ”

หมับ!

ผมรวบเอวเธอไว้ เอื้อมดึงกล้องมาจากมือของเธอ

“ให้ผมเป็นคนจัดการดีกว่าไหม” ผมบอกเธอ เกริดาเบิกตากว้าง หน้าแดงก่ำ ผมยกกล้องขึ้นสูงเหนือหัวเราสองคนโดยจัดให้เลนส์กล้องมองมาทางเรา “ผมชอบถ่ายแบบนี้มากกว่า”

เมื่อเธอเงยหน้าขึ้นมองเลนส์กล้องผมก็ทำในสิ่งเดียวกัน จากนั้นก็กดถ่ายภาพของเราไว้ กลิ่นหอมจากตัวและเรือนผมของเธอลอยมาเตะจมูกผม ผมก้มมองดูเธอยิ้มกว้างให้กับกล้องโดยไม่ได้กดชัตเตอร์ จนกระทั่งเกริดาเงยหน้าขึ้นมามาสบตากับผม

เธอเม้มริมฝีปาก มันเรียวบางกว่าเดิม ดูเหมือนเธอจะไม่ได้ทำอะไรกับมันเลย สีชมพูที่ปรากฏอยู่บนริมฝีปากของเธอเป็นไปตามธรรมชาติ ไม่มีลิปสติกหรืออะไรแต่งแต้มทั้งนั้น แก้มของเธอมีเพียงแป้งบางๆ ทาทับอยู่ เธอเกือบจะดูซีดเซียวหากไม่ได้สีสันจากริมฝีปากและพวกแก้มเข้าช่วย

“คุณถ่ายรูปบ่อยไหมคะ” เธอถาม “ดูคุณเชี่ยวชาญจัง”

“หึ” ผมพ่นลมออกจมูก “ผมไม่ชอบถ่ายรูปหรอก ที่สำคัญ...ผมเชี่ยวชาญเรื่องอื่นมากกว่า”

“เรื่องอะไรคะ” เธอถาม ดวงตาเบิกกว้าง ใสซื่อไร้พิษสง

“เรื่องที่ผมคิดว่าคุณคงไม่อยากรู้หรอก” ผมบอก โน้มหน้าเข้าไปใกล้เธอ “รึว่าคุณอยากรู้ว่าเรื่องอะไร”

“ฉะ...ฉัน...” เธอหน้าแดงก่ำ “ไม่อยากก้าวก่ายเรื่องของคุณถ้าคุณไม่ต้องการจะบอก”

“นั่นสินะ ถึงเวลาคุณก็รู้เองนั่นแหละว่าอะไร” ผมผละตัวออก ไม่ค่อยแน่ใจว่าเธอจะอ่านความคิดผมออกรึเปล่าหรือเธอแค่รู้สึกเขินอายที่ผมขยับเข้าใกล้ขนาดนั้น

“ฉันคิดว่าแรงดลใจกำลังเรียกเราให้เดินทางไปที่ร้านแมคโดนัลเดี๋ยวนี้” เธอละสายตาจากผม เดินนำหน้าไป ลืมกล้องของตัวเองไปเรียบร้อยแล้ว ทั้งเส้นทางที่เธอเลือกเดินยังไม่ใช่หนทางที่ใกล้ที่สุดอีกด้วย ผมคิดว่าเธอกำลังหลงอีกตามเคย หรือไม่ในหัวก็คงจะคิดอะไรเพลิน บางทีเธออาจจะเข้าใจความหมายและไม่ได้อ่อนหัดอย่างที่ผมคิดก็ได้ ถ้าเป็นแบบนั้นก็ถือว่าดีไปอีกแบบ ผมจะได้ไม่ต้องมานั่งตอบเวลาเธอตั้งคำถามว่า คุณกำลังจะทำอะไร มันคงไม่ค่อยสนุกเท่าไหร่นักหรอกจริงไหม

“คุณจะเดินเล่นก่อนเหรอ” ผมเปรยขึ้นเชิงสะกิดให้เธอรู้ตัวเมื่อวิ่งมาหยุดอยู่ข้างเธอ ส่งกล้องให้

“ขอบคุณค่ะ ฉันลืมสนิทเลย” เธอหน้าแดงอีกรอบ “ดีนะที่เป็นคุณ”

“ใช่ ดีที่เป็นผม” ผมพยักหน้า “นอกจากนั้นแล้ว...ทางที่คุณจะเดินไปนี่ไม่ใช่ลัดหรอกนะ มันเป็นทางอ้อม”

“ทางอ้อมเหรอคะ”

“เราต้องไปอีกทาง” ผมบอกอย่างพยายามทำใจเย็นเข้าไว้

“สงสัยวันนี้ฉันคงต้องนั่งจ้องแผนที่สักสามชั่วโมงเสียแล้ว”

“อาการหนักนะคุณนี่”

“นั่นสิคะ” เธอยิ้มร่า ไม่รู้เลยว่าผมพูดจากระทบ

ผมพาเกริดาเดินย้อนไปอีกทางที่ใกล้กว่า อันที่จริงหากเราขึ้นรถจะใกล้กว่านี้ แต่เกริดายืนยันที่จะเดิน เธอพูดอะไรไปเรื่อยเปื่อยที่ผมฟังบ้างไม่ฟังบ้าง เออออไปอย่างขี้เกียจ จนกระทั่งเรามาถึงร้านแมคโดนัลที่เธอเรียกว่าแรงจูงใจชักพาเธอมา

ผู้คนในร้านยังคงแน่นเหมือนเคยตอนที่เราเข้าไปด้านใน พนักงานวิ่งกันจนหัวหมุน ผมมองไปยังเคาน์เตอร์เห็นชายหนุ่มหน้าตาคุ้นตายืนรับออเดอร์จากลูกค้าอยู่ เมื่อเพ่งมองดูดีๆ ผมจึงรู้ว่าเขาเป็นแฟนของออทัม ผมตวัดสายตาไปทางเกริดาที่กำลังแหงนหน้าขึ้นมองดูเมนูโดยไม่ได้สังเกตเห็นบุคคลที่เธอเชื่อว่าโชคชะตานำพาเขาให้มาพบเจอเธอในร้านเช็กสเปียร์แอนด์คอมพานีย์งี่เง่านั่น แต่ตอนนี้ผมกลับคิดว่ามันงี่เง่ายิ่งกว่าที่เธอดันไปยืนต่อแถวตรงเคาน์เตอร์ที่หมอนั่นทำงานอยู่

“คุณจะทานอะไรไหมคะเอ็ดเวิร์ด” เธอหันมาถามผม แถวที่เคยยาวเหยียดสั้นลงภายในชั่วพริบตาราวกับผู้คนถูกเสกให้หายไปจากตรงนั้น แล้วไดม่อนก็มองเห็นเกริดา เขายิ้มพลางชะเง้อคอมองดูเธอทั้งที่ยังไม่เห็นผมส่วนเธอยังมองไม่เห็นเขา

“เมนูหมายเลขห้า” ผมตอบส่งๆ ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเมนูอะไรเพราะไม่ได้มองชัดเจนเท่าไหร่นัก

Happy Meal เหรอคะ” เกริดายิ้ม ผมรีบตวัดสายตาขึ้นมอง จึงเห็นว่ามันเป็นเมนูเด็กชัดๆ กำลังจะหันไปปฏิเสธ เกริดาก็ยิงคำพูดใส่หมอนั่นโดยไม่ได้มองหน้าเขาทันที “ขอแฮปปี้มีลหนึ่งชุด แล้วก็เบอร์เกอร์กุ้งขนาดใหญ่...คุณจะเอาของเล่นอะไรคะเอ็ดเวิร์ด”

“คุณเลือกมาเถอะ”

“เอาก็อซซิลล่าสำหรับเซ็ตแฮปปี้มีลนะคะ เฮ้...ไดม่อน” เธอเบิกตากว้าง ร้องทักทายเขาอย่างสนิทสนม “คุณเองเหรอคะนี่”

“ผมคิดว่าคุณจะไม่เห็นผมเสียแล้ว เล่นสั่งอาหารไม่มองหน้าพนักงานแบบนี้” เขายิ้มให้เธอด้วยแววตาอ่อนโยนเป็นมิตร ผมพยายามจับผิดเขาเดินไปยืนอยู่ข้างเกริดาแล้วล้วงเงินออกมาจากกระเป๋าวางไว้บนเคาน์เตอร์เพื่อจ่ายค่าอาหาร

ไดม่อนหันมาทางผม รอยยิ้มของเขาหายไปชั่วขณะ จากนั้นก็จ้องตาผมแน่นิ่ง เช่นเดียวกันกับผมที่จ้องตาเขา เขามองดูเกริดาท่าทางสงสัย ในขณะที่เธอกำลังสาธยายเรื่องพรหมลิขิตบ้าบออะไรนั่น ที่เธอปักใจเชื่อว่ามันชักพาเธอให้มาพบเขา โดยไม่รับรู้เลยว่าคนที่เธอกำลังพูดด้วยอยู่นั้นไม่ได้รับฟังเธออย่างเต็มร้อยเปอร์เซ็นต์

ผมโอบเอวเกริดาแล้วแนบตัวของผมกับด้านข้างของเธอ เกริดาไม่ทันรู้สึกตัวและยังพูดต่อไปอย่างสนุกสนานด้วยความดีใจ ไดม่อนละสายตาจากผมแล้วหันไปทางเกริดาบ้าง

“คุณแทบจะทำให้ผมปักใจเชื่อแล้วว่าพรหมลิขิตมีจริง”

“ผมคิดว่านั่นเป็นเรื่องไร้สาระมากกว่า” ผมเอ่ยขึ้นหลังจากที่เขาเอ่ยจบ

“คุณคิดว่ามันไร้สาระเหรอคะ” หญิงสาวตวัดสายตาขึ้นมามองดูผมสีหน้าผิดหวัง เธอช่างเหมือนเด็กน้อยที่ปักใจเชื่อว่าเจ้าชายขี่ม้าขาวมีอยู่บนโลกก่อนจะค้นพบว่าแท้จริงแล้วมันมีเพียงแค่ในเทพนิยายเท่านั้น

“ผมไม่คิดว่ามันมีจริง โชคชะตาหรือพรหมลิขิตอะไรนั่น” ผมบอก “มันมีแค่ความจงใจมากกว่า”

อาทิเช่น...ตัวผมเอง ที่จงใจกลับมาหาเธอถึงที่บ้าน ส่วนก่อนหน้านั้นผมจงใจพาเธอหลงทาง พาเธอมาส่งบ้าน ทุกสิ่งทุกอย่างผมกำหนดเองอยู่คนเดียว

“ฉันหวังว่าจะได้เจอคุณอีกครั้งนะคะไดม่อน” เธอบอกแล้วยกถาดอาหารขึ้นมา เดินตรงไปที่โต๊ะเพื่อหาที่นั่ง จากนั้นเธอก็หยิบบิลจ่ายอาหารขึ้นมาดูแล้วนับเงินให้ผม

“คุณเก็บเอาไว้เถอะ ผมจ่ายให้เอง”

“อย่าสละเงินของคุณมาให้บุคคลที่มีความเชื่อในสิ่งที่คุณคิดว่าไร้สาระเลยค่ะ คุณเก็บมันเอาไว้เถอะ” เธอบอกแล้วยกเบอร์เกอร์ก้อนโตขึ้นมากัดท่าทางไม่พึงพอใจแบบเด็กๆ ซอสครีมสีขาวติดอยู่ที่แก้ม แต่เธอก็ยังตั้งหน้าตั้งตากินต่อไป ผมเลิกคิ้วสูงเชิงมองเธออย่างพินิจพิจารณา แววสดใสเปลี่ยนเป็นบึ้งตึงเล็กน้อย ผมยกมือขึ้นมาค้ำคาง แสดงให้เธอเห็นว่าผมจงใจนั่งจ้องเธออยู่ ไม่ได้สนใจแฮปปี้มีลกับก็อซซิลล่าตัวสีฟ้าที่เธอเป็นคนสั่งให้เมื่อก่อนหน้านี้ จนกระทั่งอดใจไม่ไหวอีกต่อไป

หมับ!

ผมคว้าแขนเกริด้าเอาไว้ โน้มตัวเข้าหาร่างบาก หน้าของเราอยู่ห่างกันแค่คืบ เธอแทบหยุดหายใจ แก้มขึ้นสีอีกระรอก

“ผมไม่ต้องการเงินของคุณหรอกรู้ไหม” ผมกระซิบบอก “สิ่งที่ผมต้องการ คือเพื่อนออกงานต่างหาก”

เกริดายังนั่งนิ่งไม่ยอมกระพริบตา แต่แทนที่ผมจะหงุดหงิดอยู่ดีๆ ผมก็นึกขำเธอขึ้นมา ก็หน้าของเธอน่ะสิ ดูเหมือนกบที่กำลังตกใจทั้งยังมีซอสราดอยู่บนนั้นอีกด้วย

“เพื่อนผมชวนไปงานปาร์ตี้อาทิตย์หน้า คุณช่วยไปเป็นเพื่อนผมหน่อยได้รึเปล่า เพื่อตอบแทนที่ผมพาคุณไปส่งบ้าน แล้วก็พาคุณมาที่นี่ ส่วนอาหารมื้อนี้ที่ผมเสนอจ่ายให้ คิดเสียว่าเป็นค่าปากเสียของผมก็แล้วกัน”

“มันทดแทนกันไม่ได้หรอกนะคะ กับการที่คุณดูถูกความคิดของคนอื่นแบบนี้” เธอขมวดคิ้ว เอ่ยเสียงตะกุกตะกักท่าทางไม่มั่นใจ

“คุณเป็นคนอื่นสำหรับผมที่ไหนกัน โชคชะตาทำให้คุณได้เจอกับผมนะ ผมอาจจะปากเปราะไปบ้าง แต่คุณจะปล่อยให้คนปากร้ายผู้น่าสงสารไปร่วมงานปาร์ตี้โดยปราศจากหญิงสาวไว้ควงรึไง”

“คุณควงเพื่อนคุณไปก็ได้นี่คะ”

ผมผละออกจากตัวเธอ รู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาบ้างแล้วแหละที่เธอทำหัวแข็งกับเรื่องแบบนี้ แต่ต้องทนสะกดอารมณ์เอาไว้อย่างยากลำบาก

“ผมนึกอยู่แล้วว่าคุณต้องไม่ไปกับผม” ผมแกล้งตีหน้าเศร้า “เอาเถอะ ผมไปคนเดียวก็ได้ อย่างน้อยก็แค่โผล่ไปให้คนพวกนั้นจิกกัดเล่นๆ ถ้าผมหาผู้หญิงได้สักคนมันคงไม่กล้าทำเท่าไหร่นัก”

เกริดานั่งนิ่ง ในหน้างอง้ำเล็กน้อย เธอเคี้ยวเบอร์เกอร์อีกคำแล้ววางมันลงพลางพ่นลมหายใจออกมาแรงๆ

“เฮ้...ผมเอง...ก็ชอบคุณเหมือนกันนะ สาวน้อยแห่งโชคชะตา” ผมเลื่อนหน้าเข้าใกล้เธออีกครั้ง แตะลิ้นที่ริมฝีปากเธอ จุดที่มีซอสติดอยู่ จากนั้นก็จูบริมฝีปากเธอเบาๆ มันมีรสชาติดีกว่าที่คิด “ผิวของคุณมีกลิ่นสตรอว์เบอร์รี่”

“คะ...ครีมทาผิวตัวใหม่น่ะ ฉะ...ฉันเพิ่งซื้อมาเมื่อวานนี้” เธอตอบ ลมหายใจอุ่นๆ เป่ารดจมูกของผม มือเธอสั่น หายใจถี่รัว

ตื่นตูมเสียจริง...แม่กระต่ายน้อย

“ผมแนะนำให้คุณใช้มันต่อไปแล้วกัน” ผมบอก ชั่ววินาทีหนึ่งที่ผมมองผ่านกระจกออกไปด้านนอก เห็นออทัมกำลังจ้ำเท้าเดินออกห่างร้านแมคโดนัลไปเรื่อยๆ ผมตวัดสายตากลับมามองเกริดาอีกครั้ง รีบดึงนามบัตรออกมาส่งให้ “นี่เบอร์โทรผมสำหรับติดต่อกลับ คืนวันเสาร์ หนึ่งทุ่มตรง ผมจะเอารถไปรับคุณที่บ้าน สวยให้เต็มที่เลยนะ สุดที่รัก เพราะคืนนั้น...”  จะเป็นคือพิเศษสำหรับสองเรา

“คืนนั้นทำไมคะ” เธอโพล่งออกมา หน้าแดงก่ำ “ฉันไม่ได้ตอบตกลงว่าจะไปนะ แล้วคะ...คุณ...จูบ...”

“คุณจะตอบตกลง” ผมแทรกขึ้นก้มลงหอมแก้มเธอ เกิดความรู้สึกอยากทำมากกว่านั้น อยากเลื่อนริมฝีปากให้ต่ำไปจนถึงลำคอ ตามผิวขาวอ่อนหอมหวานบนลำตัวเธอ “อย่าฝืนพรหมลิขิตซี่”

“...ฉันทำไมคะ” เสียงของเกริดาแผ่วเบาตอนที่ผมจากมา  ผมไม่มีเวลาจะหยุดคิด เพราะกำลังพยายามที่จะตามออทัมอยู่ ทว่าเมื่อผมออกมาจากร้านได้ออทัมก็หายไปจากเลนส์สายตาผมแล้ว ผมไม่รู้ว่าเธอหายไปที่ไหน เธอคงจะมาที่นี่สินะ มาหาแฟนของเธอ

เรื่องนี้ทำให้ผมร้อนรุ่มไปทั้งตัวอีกครั้งด้วยความโมโหฉุนเฉียว นึกถึงเกริดาขึ้นมา ผมรอวันเสาร์ไม่ไหวแล้ว ผมไม่มีความจำเป็นต้องรอให้ถึงคืนวันเสาร์เลยจริงไหม มันจะเกิดขึ้นภายในวันนี้

ผมย้อนกลับไปที่แมคโดนัล เกริดาหายไปจากตรงนั้นแล้ว เธอมีเบอร์โทรผม แต่ผมลืมที่จะขอเบอร์เธอไว้เพื่อติดต่อหา ให้มันได้อย่างนี้สิ...ผมคิดว่าจูบนั่นจะทำให้เธอหวั่นไหวจนใจอ่อนได้ มันไม่ได้ผล ถึงอย่างนั้นผมก็มองเห็นความสนุกของเรื่องนี้มากขึ้นเรื่อยๆ แล้วแหละ ผมเริ่มรู้สึกสนุกกับมัน

เกริดา...ออทัม...พวกคุณท้าทายผมมาก

 

 

ภาษาไทยเขาบอกว่า... “โลภมาก ลาปหาย” นะตาเอ็ด =_= นายจะไปทำอะไรออทัม เธอฉลาดทันความคิดนาย จัดการเธอไม่ได้หรอกตาคนปั่นป่วน

 

สาวๆ ขา...อ่านแล้วเม้นท์กันด้วยนะ >_< ขอ Kiss สอง Kiss ก็ยังดี

 

สาวๆ คนไหนที่ใจดีเสมอต้นเสมอปลาย อยู่เป็นเพื่อนและเม้นให้สม่ำเสมอ ขอบคุณมากนะคะ หากวันเสาร์พี่นาตไปเปลี่ยนบรรยากาศจะเก็บรูปสวยๆ มาฝาก(ถ้ามันสวยให้นะคะ)555 กลัวมันจะไม่สวยนี่แล กล้องเล็กทำงานไม่ดีเท่ากล้องตัวเดิม ตอนนี้บรรยากาศที่เยอรมันหดหู่มากเลยค่ะ ToT

 

 

 

 

 

 

 

 

 
 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 7 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

198 ความคิดเห็น

  1. #137 idiotpwx. (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2554 / 17:00
    ชอบชิงชิง :3
    #137
    0
  2. #136 2anyone★ (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2554 / 22:23
    เอ็ดเวิร์ดร้ายกาจ นี่พระเอกจริงๆ ใช่มั้ยคะ
    สงสารเกริดาจริงๆ >_<
    #136
    0
  3. #135 Elnin-Yimm (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2554 / 13:47
     สนุกแบบจริงจัง :3
    น่าลุ้นจัง ว่างานวันเสาร์จะเป็นยังไง 
    #135
    0
  4. #134 popoja (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2554 / 23:18
    โอวววเจ๊นาตคร้า เอ็ด หื่นมากกกกกกกกกกกก
    เจ๊แพร่เชื้อแรงไปป่าวคร้า 55555555555555
    กร้ากกกกก เอ็ดจะทำไรออทัมม เทอออกจะเฟี้ยวว5555
    อากาศที่เยอรมันไม่ดีคือมันหนาวหรอคร้าเจ๊จร้า
    จ้วบบบบ
    #134
    0
  5. #133 poidon (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2554 / 15:24
    พระเอกเราถ่ายทอดมาจากพี่นาตชัดๆๆ หื่นอย่างร้ายกาจ >
    #133
    0
  6. #132 Macize (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2554 / 06:39
    ตั้งแต่อ่านมา 90% ในความคิดของพระเ้อกมีแต่เรื่องอย่างว่าทั้งนั้นเลย>0<
    แล้วอย่างนี้นางเอกแสนซื่อจะรอดมัยเนี้ย คบกันตั้ง2ปี
    #132
    0
  7. #131 ผัดผักรวมมิตร (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2554 / 22:56

    รออ่านๆๆๆๆ

    #131
    0
  8. #130 Rubbish-T (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2554 / 23:56
    อ๊ายยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย
    kissssssssssssss
    555+
    กรี๊ดที่สุด เอาใช่ช่วยเกลิดาT^T
    #130
    0
  9. #129 fene_sun (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2554 / 21:54
    แรงจริงอะไรจริง เอ็ดเอ๋ย - -
    รีบร้อนมาก หุๆๆๆๆๆ

    แต่ถึงจะรีบขนาดไหนก็ยังช้ากว่านางเอกไปหน่อยนึงแล : P
    #129
    0
  10. วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2554 / 17:57
    เกริดาเป็นนางเอกที่โชคร้ายที่สุดเเล้วละดันได้พระเอกเเบบเอ็ดเวิร์ด=..=
    ความคิดพี่แกเกินจะเอ่ยเลยจริงๆ=..=
    คิดแต่เรื่อง.....เนอะ ตอนนี้ก็เริงร่าไปก่อนเถอะ
    คอยดูกรรมที่มันกำลังจะตามมาเถอะ อิอิ

    ออทัมกับเกริดาไปท้าทายนายตอนไหนยะ คิดไปเองอะคุณพระเอกแสนเลว=..=

    รู้สึกโรคจิตจริงๆ แหละยุพี่นาตไม่เลิก
    อืม เอ็ดไม่เจ็บปวดเจียนตายไม่เลิกหรอก
    จะยุมันทุกเม้นท์อย่างนี้แหละ555

    ไดม่อน กรี๊ดกร๊าดสุดหล่อ(แหมออกนิดเดียว)

    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 9 กุมภาพันธ์ 2554 / 18:06
    #128
    0
  11. #127 popoja (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2554 / 22:28
    ว้ากกกกก
    เอ็ด นายเเรงส์จริงไรจริงคร้า5555555
    เจ๊นาตตต นี้ไง ไปถ่ายรูปกับหนุ่มอย่างงี้โล้ดดดดดดดด
    เอ๊ะหรือเรื่องจริงเจ๊ทำไปแร้วววววว0.0
    555555555เจ๊นาตอยากเหนรูปหนุ่มน้อยยย ไปทำแบบเกริดาเร้ยยยย55555555
    พ่อเอ็ด ดีมากกกก เกริดาเทอจะใสไปไหนคร้า5555
    #127
    0
  12. #126 peat_peach (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2554 / 04:59

    ทำตามความรู้สึกที่เรียกว่าแรงดลใจงั้นเหรอ?
    เกริดานี่อารมณ์ศิลป์ได้อีก หุหุหุ
    (จริงๆแล้วคุ้นกับคำว่าแรงบันดาลใจมากกว่านะเนี่ย)

    ลากเข้าโรงแรมรึ?
    เอาจริงหรือเปล่าเนี่ย!?!
    อย่านะเอ็ด~~~

    อ่านเรื่องนี้แล้วนึกถึงทฤษฎี
    "ผู้ชายคิดถึงเรื่องแบบนั้นเกือบทุกนาที" จริงๆ
    เหอๆๆ
    เรื่องอื่นๆเห็นไม่ชัดหรือเพราะเรื่องนี้เอ็ดหื่นจัดกันแน่
    555+

    #126
    0
  13. #125 แมวเหมียว (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2554 / 01:03
    อิพระเอก ความคิดติดลบนะเนี่ย ฮึ่่ย ร้ายกาจ ....แต่ชอบ เอ๊ะ ยังไง เตยก็งงตัวเอง กร๊ากกก
    เอาเป็นว่า ..สรุปง่ายๆ "ชอบเอ็ดเวิร์ด" กร๊ากก เลวได้อีกมั๊ยพี่น้อง TOT กรีดร้อง

    ท่านลูค เอิร์ลหลุยซ์ หลบไป ..เมื่อพี่เอ็ดมา ..อะไรจะขนาดนั้น ในหัวของพระเอกมีแต่เรื่องแบบว่า...ไม่ไหวแล้ว ...สงสารเกริดา
    เปลี่ยนกับเตยไหม ให้เตยแสดงแทน ฮ่าๆๆ ล้อเล่น ..
    เอะอะๆ ก็จะลากเข้าโรงแรม ไม่รู้ว่าอยากแก้แค้นจริงๆ หรือหลงเสน่ห์สาวน้อยเกริดากันแน่ ..

    ปล. ไม่งงกับการตัดฉาก สลับไปมานะคะ เข้าใจดี อิอิ เป็นกำลังใจให้พี่นาตเสมอค่า ^[]^
    #125
    0
  14. #124 ตุกตาแมวว (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2554 / 05:21
    นางเอกใสสื่อ เป็นคนดีเกิน



    แต่อ่านแล้วต้องติดตามต่อ หุหุ
    #124
    0
  15. #123 poidon (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2554 / 18:44
    มันซับซ้อนขึ้นเรื่อยๆๆ -0-

    แต่รู้สึกได้พระเอกของเราเจ็บช้ำไม่น้อยย
    #123
    0
  16. วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2554 / 08:43
    มีอดีตที่แสนเจ็บปวดหรือนี่
    คุณพ่อแสนดีจัง>_<

    น้ำตาแทบร่วงแล้วเอ็ดเวิร์ด5555
    แค่เอ่อล้นไม่สะใจ ต้องร้องไห้โฮ555
    #122
    0