Merry Winter ร้อนรักร้ายผู้ชายอันตราย

ตอนที่ 4 : 2. The Last Hope [100%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,416
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 7 ครั้ง
    5 มี.ค. 54

no. beer


 

  

 

 

2. The Last Hope

ปัจจุบัน

ผมกดหมายเลขโทรศัพท์บนสมุดจดบันทึกที่เกริดาลืมทิ้งไว้ในห้องผมเมื่อหลายเดือนก่อน ในนั้นมีที่อยู่บ้านน้าของเธอที่อยู่แถบตะวันตกของประเทศเยอรมัน เกริดาเป็นลูกครึ่งไทยจีน น้าของเธอที่แต่งงานกับชาวเยอรมันรับอุปถัมเธอตั้งแต่เธออายุได้เก้าขวบ ตั้งแต่นั้นมาเธอก็ย้ายมาอยู่ที่นี่และเติบโตอยู่ที่นี่ ไม่น่าเชื่อใช่ไหมว่าผมจะจดจำเรื่องราวของใครได้มากขนาดนี้ ผมเองก็ไม่เชื่อเหมือนกัน

“เอ็ดเวิร์ด ไรช์พูดสายอยู่ครับ ขอผมคุยกับน้าของเกริดาหน่อยครับ”

“ฉันนี่แหละจ้ะเป็นน้าของเกริดา เพื่อนของเกริดาเหรอจ้ะ” เสียงปลายสายถามกลับมา ทำให้ผมอดสงสัยไม่ได้ว่าเกริดาไม่เคยเล่าเรื่องเกี่ยวกับผมให้ท่านฟังบ้างเลยรึไง สักนิดก็ยังดี...ในเมื่อความสัมพันธ์ระหว่างเรามันมากกว่าเพื่อนเสียด้วยซ้ำ ผมคงไม่เคยสร้างความประทับใจใดๆ ให้เธอเลย จนเธอไม่เคยแม้แต่จะกล่าวชื่อผมและแนะนำให้น้าของเธอรับรู้ว่าผมคบกับเธอในฐานะแฟนมาจนครบหนึ่งปีจนย่างเข้าปีที่สอง ถูกต้องแล้ว...ผมไม่เคยสร้างความประทับใจใดๆ ให้เธอเลยทั้งสิ้น

“ครับ เพื่อนเกริดา”  

“เกริดาไม่ได้ให้เบอร์โทรเราไว้เหรอจ้ะ ถึงได้โทรกลับมาที่นี่”

“คือ...ผมขาดการติดต่อกับเธอสักระยะครับ”

“เป็นเพื่อนที่มหาวิทยาลัยรึเปล่าจ้ะ”

“ผมอาศัยอยู่ในมิวนิคครับ เรารู้จักกันโดยบังเอิญ...” ...หรืออาจจะเป็นโชคชะตาที่ลิขิตให้มันเป็นแบบนั้น ตามความเชื่อของเกริดา

“คงจะขาดการติดต่อช่วงที่เกริดากลับมาบ้านสินะ” น้ำเสียงปลายสายพึมพำ “เกริดาไม่ได้บอกเธอเหรอจ้ะว่าตอนนี้เธอย้ายไปอยู่สก็อตแลนด์แล้ว”

“สก็อตแลนด์...เหรอครับ” หน้าผมชาสมองผมหยุดทำการเมื่อได้ยินชื่อประเทศนี้ นี่เธอถ่อสังขารไปถึงสก็อตแลนด์เพื่อหนีผมโดยเฉพาะสินะ ทำไมผมถึงนึกไม่ถึงเลยว่าเธอจะไปที่นั่น

“จ้ะ เธอย้ายไปอยู่กับแฟนของเธอที่นั่นน่ะจ้ะ”

“แฟนของเธอเหรอครับ” หน้าผมร้อนวูบ สมองเบลอจนคิดอะไรไม่ออก น้าของเธอบอกว่าเธอย้ายไปอยู่กับแฟนที่สก็อตแลนด์ใช่ไหม ผมหูฝาดรึเปล่า จะเป็นไปได้ยังไง ก็ในเมื่อ...ผมต่างหากที่เป็นแฟนของเธอ ผมต่างหากที่เป็นเจ้าของตัวเธอ ผมต่างหากที่เธอมอบใจให้ ผม...คือคนที่เธอเคยมอบใจให้ และผม...ก็คือคนที่เธอกำลังหลบหนีอยู่

อกด้านซ้ายของผมเจ็บแปลบ รู้สึกเหมือนหัวใจถูกบีบรัด มือผมสั่นระริกจนเกือบจะทำโทรศัพท์หลุดมือ ผมกัดฟันแน่น ความโกรธเกรี้ยวบีบหัวผมจนแทบจะระเบิดแตกออกเป็นเสี่ยง อยากจะเขวี้ยงและขว้างปาทุกสิ่งทุกอย่างที่ขวางหน้าออกไปให้พ้นๆ อยากจะเห็นว่าคนที่เกริดาเรียกว่าแฟน มันเป็นใครกันแน่ และผมจะทำให้มันรู้ว่าเกริดาเป็นของผมทั้งตัวและหัวใจ

 

ย้อนกลับไปยังเหตุการณ์ที่ผมเล่าค้างไว้ตอนล่าสุด...

เกริดาไม่เอะใจแม้แต่น้อยไม่ว่าผมจะพาเธอเดินไปทางไหน เธอพูดคุยเกี่ยวกับมิวนิคอย่างชื่นชมว่ามันน่าหลงใหลเพียงใด เธออธิบายถึงเมืองที่เธอใฝ่ฝันอยากจะไปให้ผมฟังไม่หยุด ซึ่งผมไม่เคยจดจำรายละเอียดได้เลยในตอนนั้น แต่พอตอนนี้ ผมกลับนึกมันออกทุกชื่อ เกริดาอยากไปทวีปอเมริกาใต้ เธออยากไปชมมาชูปิกชู(Machu Pichu) เมืองที่เป็นที่รู้จักในชื่อเมืองสาบสูญ ซึ่งเป็นอารยะธรรมเก่าแก่ของชาวอินคา มีที่ตั้งอยู่บนเทือกเขาสูงของประเทศเปรู เธอบอกว่าอยากไปนิวยอร์ก ซึ่งผมคิดว่ามันแตกต่างจากไอ้สิ่งที่เธอต้องการจะชมอันแรกโดยสิ้นเชิง เธอสนใจเมืองปีซ่า และอยากจะไปถ่ายรูปกับหอเอนแต่เธอไม่เคยมีโอกาสไปที่นั่นเลย เธอชื่นชอบปารีสเพราะความเชื่อที่ใครก็บอกว่าที่นั่นเป็นเมืองแห่งความรัก ในขณะที่ผมแทบจะคายของเก่าออกมาทางปากเมื่อนึกถึงมัน เกริดาเคยบอกว่าสก็อตแลนด์เป็นประเทศที่น่าสนใจอยู่ไม่น้อย แล้วก็ออสเตรีย ส่วนสาธารณะรัฐเช็ค เกริดาบอกว่าอยากจะไปเดินข้ามสะพานที่กรุงปราก นอกจากนั้นเธอยังสนใจนกกีวี่ที่ประเทศนิวซีแลนด์อีกด้วย

“สักวันฉันจะไปให้ได้” เธอหันมาบอกผม “คุณอยากไปที่ไหนเป็นพิเศษรึเปล่าคะ”

“ผมอยากขึ้นสวรรค์” ผมบอกเธอ สวรรค์ในที่นี้มีความหมายสองแง่สองง่ามซึ่งเกริดาไม่มีวันเข้าใจมันได้ เธอไร้เดียงสาและอ่อนหัดสำหรับเรื่องพวกนี้เกินไป เมื่อเธอได้ยินผมพูดออกไปแบบนั้น คิ้วของเธอก็ขมวดเข้าหากัน แววตาของเธอสั่นระริกอย่างกับเห็นใจผม

“คุณต้องทำความดีมากๆ เลยนะคะถึงจะขึ้นสวรรค์ได้น่ะ ฉันไม่หวังหรอก เพราะฉันเคยทำความเลวมาเหมือนกัน”

“คุณเคยทำอะไรมา”

“ฉันฆ่าหนูค่ะ ตอนฉันอายุแปดขวบ ฉันทำตู้หนังสือล้มทับมันตายอย่างไม่ได้ตั้งใจ” หน้าเธอซีดเซียวเมื่อเอ่ยถึงเรื่องนี้ หากนั่นคือความเลวของเกริดาและเป็นต้นเหตุที่จะทำให้เธอไม่ได้ขึ้นสวรรค์ในจินตนาการอันสวยงามบริสุทธิ์ของเธอล่ะก็ ความเลวของผมคงทำให้ผมไม่สามารถไปผุดไปเกิดได้เลย ผมดีใจอยู่นิดๆ ที่ไม่ได้มีความคิดเกี่ยวกับสวรรค์ในรูปแบบของเธอ

“ผมคิดว่าผมคงได้ขึ้นสวรรค์ในไม่ช้า” ผมบอก...ยิ้มที่มุมปาก “แต่คงไม่ใช่ชั้นเจ็ด”

“คุณจะไม่เป็นอะไรใช่ไหมคะ” เธอถามสีหน้าวิตก

“ไม่ ผมไม่เป็นอะไรทั้งนั้น”

“โล่งอกไปที” เธอถอนหายใจออกมา จังหวะนั้นที่ลมร้อนพัดมาประทะใบหน้าของพวกเรา เรือนผมที่เคยปรกอยู่บริเวณลำคอของเกริดาปลิวว่อน เผยให้เห็นผิวขาวเนียนเรียบของเธอชนิดที่ผมเห็นแล้วอดกลืนน้ำลายไม่ได้ ผมมองเธออย่างพิจารณาอีกครั้ง เธอหันกลับมายิ้มอย่างไร้เดียงสาไม่คิดเอะใจอะไร

“ผมคิดว่าเมื่อก่อนหน้าที่ผมเห็นคุณอยู่ลานโอเดออน หากจำไม่ผิด...คุณเดินมากับผู้ชายคนหนึ่งใช่ไหม” ผมพยายามควบคุมตัวเองจากอารมณ์เกรี้ยวกราดโมโหหมอนั่นและออทัม คิดเสียว่ากำลังทำให้แกะน้อยตรงหน้าตายใจ

“ถ้าคุณหมายถึงชายหนุ่มผมสีน้ำตาลบลอนด์ตัวสูงๆ หุ่นดีๆ หน้าตาหล่อเหลาล่ะก็ ใช่ค่ะ”

“เขาเป็นอะไรกับคุณเหรอถ้าคุณไม่รังเกียจที่จะตอบคำถามผม”

“เป็น...คนที่โชคชะตานำเขามาให้ฉันได้เจอในร้านเช็คสเปียร์แอนด์คอมพานี ร้านขายหนังสือมือสองที่ทรงเสน่ห์สุดจะบรรยาย” เธออธิบายท่าทางเคลิ้มฝัน และดูเหมือนเธอจะไม่ได้เคลิ้มฝันหมอนั่นแต่เป็นร้านหนังสือต่างหาก “ฉันถ่ายรูปเอาไว้ด้วย มันวิเศษมากเลยค่ะ คุณอยากดูไหมคะ” เธอเน้นพลางเบิกตากว้าง

เราเดินมาจนถึงที่พักของผม เกริดาก้มหน้าก้มตาหากล้องในกระเป๋า จากนั้นก็หยิบมันออกมา

“ผมคิดว่าผมพาคุณหลงทางแล้วแหละ เราคุยกันจนเพลินไปหน่อยผมเลยเผลอพาคุณมาที่บ้านพักผมตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้” ผมแกล้งตีหน้าไขสือ

เกริดาเงยหน้าขึ้นมาสบตาผมด้วยแววตาบริสุทธิ์ปราศจากความสงสัยใดๆ ทั้งสิ้น ก่อนจะย่นหน้าผากพลางเบ้ปาก

“ฉันก็เป็นแบบนี้ประจำเลย เพียงแต่โชคร้ายก็คือฉันมักหลงจนหาทางกลับบ้านไม่เจอ ฉันจะจำได้ก็ต่อเมื่ออยู่ที่นี่จนเกินหนึ่งเดือนแล้วเท่านั้น”

“คุณจะเข้าไปดื่มกาแฟด้านในด้วยกันก่อนไหม เดี๋ยวผมจะพาคุณไปส่งหลังจากนี้”

“ไม่ดีกว่าค่ะ ฉันมีธุระ...”

หมับ!

“มาเถอะ ผมชวน” ผมคว้าแขนเธอ ลากเข้าเขตรั้วบ้าน จูงเข้าไปในอาคารเดินขึ้นไปยังชั้นบน “คุณกำลังจะเอารูปที่คุณถ่ายมาให้ผมดูไม่ใช่เหรอ ผมสนใจมันมากเลยรู้ไหม”

เกริดาอ้าปากค้างพูดอะไรไม่ออก ผมพาเธอมาถึงห้องที่ชั้นบนสุดได้สำเร็จ ไขกุญแจ เธอกำลังจะพูดอะไรสักอย่าง ผมดันร่างบางเข้าไปด้านในแล้วจัดการลงกลอนใส่รหัสล็อคทันทีที่เธอเผลอ

“ฉันอยู่ได้ไม่นานนะคะ” เธอหันกลับมาบอก

“ผมก็ไม่ต้องการเวลานานเหมือนกัน” ผมบอก “สรุปว่าผู้ชายคนนั้นไม่เกี่ยวข้องกับคุณสินะ”

“ฉันให้เบอร์โทรเขาไป และหวังอยู่ลึกๆ ว่าเขาจะติดต่อกลับมาเรื่องหนังสือ ฉันซื้อหนังสือเล่มหนึ่งตัดหน้าเขามา เขาบอกว่าเขาไม่ได้สนใจหนังสือเล่มนั้น แต่ฉันมั่นใจร้อยเปอร์เซ็นต์ว่าเรามีความสนใจในเรื่องเดียวกัน เขาดูท่าทางเป็นมิตรและน่าจะเป็นเพื่อนที่ดีต่อทุกคนได้จากสันชาตญาณของฉันน่ะคะ แต่ว่าเรายังไม่เกี่ยวข้องอะไรกันทั้งนั้น”

“คุณคิดว่าเขาสนใจคุณรึเปล่า คุณพอจะรู้ไหมว่าเขาโสดรึเปล่า”

“เราเพิ่งเจอกันค่ะ ฉันไม่รู้หรอก แต่ดูเหมือนเขาจะสนใจฉันในฐานะบุคคลที่โชคชะตานำให้มาพบเจอในร้านหนังสือและไม่มีอะไรเกินไปกว่านั้น”

ผมผายมือให้เกริดานั่งบนโซฟา เธอนั่งลงท่าทางสบายๆ ไร้ซึ่งความเกรงกลัว ไม่มีทีท่าสงสัย ขณะที่ผมอดสงสัยไม่ได้ว่ายังมีคนประเภทนี้อยู่บนโลกอีกเหรอ บุคคลที่ไร้เล่ห์เหลี่ยมมารยาและมองโลกในแง่ดีจนแทบจะไม่เห็นพิษภัยที่อยู่ตรงหน้า เธอไม่รู้ด้วยซ้ำว่าผมเป็นอสรพิษร้ายสำหรับเธอได้เลย

“คุณนั่งรอผมสักพัก เดี๋ยวผมจัดเครื่องดื่มมาให้”

“ฉันขอน้ำเปล่านะคะ” เธอโพล่งออกมา “ฉันไม่ดื่มกาแฟ”

“ได้” ผมรับปากแล้วเดินเข้าไปในครัว หยิบแก้วมารินน้ำใส่ จากนั้นก็เปิดตู้เก็บของ ค้นหาบางสิ่งบางอย่างที่ซ่อนอยู่ด้านหลัง หยิบมันออกมามอง หากผมหยดสิ่งนี้ลงไปในน้ำดื่มของเธอแค่หยดเดียว เธอก็จะงอมอยู่มือผมแล้ว ผมเปิดฝาออก กำลังจะหยดมันลงในแก้วน้ำ แต่แล้วอยู่ดีๆ ผมก็เปลี่ยนใจขึ้นมา เก็บมันกลับคืนที่ๆ เคยอยู่เมื่อก่อนหน้านี้ จากนั้นก็นำกาแฟของตนที่เพิ่งทำเสร็จออกไปข้างนอกพร้อมกับน้ำสำหรับเกริดา

เธอเงยหน้าขึ้นมายิ้มต้อนรับผมเป็นอันดับแรกเมื่อผมเดินกลับมาในห้องโถง ยืนขึ้นเพื่อรับแก้วน้ำจากมือของผมทำให้มือเราสัมผัสกันอยู่ช่วงหนึ่ง ซึ่งทำให้ผมรู้สึกเหมือนถูกไฟช็อต

“ที่พักคุณดูดีมากเลยนะคะ”

“มันต้องเป็นอย่างนั้นอยู่แล้ว” ผมจิบกาแฟ กวาดตามองเรือนร่างเธอ ชั่ววินาทีหนึ่ง ผมเห็นว่าดวงตาของเกริดากระตุกท่าทางตกใจ

“ฉันคิดว่าคงต้องกลับแล้วแหละค่ะ” เธอบอก วางแก้วลงบนโต๊ะ หยิบกล้องขึ้นมาใส่กระเป๋า “เอาไว้คราวหลัง หากเราเจอกันฉันจะเอารูปให้คุณดูนะคะ ขอบคุณมากสำหรับน้ำค่ะ”

เกริดามุ่งหน้าจะเดินออกจากห้องโถงอย่างเดียว ไม่ยอมแม้แต่จะสบตาผม ผมรีบวางถ้วยกาแฟแล้วเดินไปขวางทางเธอไว้ เกริดาเงยหน้าขึ้นมามองผมท่าทางผวาตกใจ ตกประหม่า รอยยิ้มเจือนบนใบหน้า ผมถอดเสื้อตัวเองออก เดินเข้าไปหาเธอที่พยายามถอยหลังออกห่างจนชนฝาผนัง ผมใช้แขนทั้งสองข้างค้ำกำแพงขนาบร่างของเธอเอาไว้ไม่ให้หนีไปไหนได้ เกริดาตื่นตูมกว่าเดิม ไม่พูดอะไรออกมาสักคำ ขณะที่ผมกำลังจะเอื้อมมือไปแตะชายเสื้อเธอ มือเรียวเย็นเฉียบก็ประกบลงบนแผ่นออกของผม นั่นถึงกับทำให้ผมรู้สึกแปลกใจอยู่ไม่น้อย

เธอจะยอมผมเหรอ...

“คุณบาดเจ็บ” ดวงตาคู่นั้นเพ่งไปยังหน้าอกของผมด้วยท่าทีวิตก “คุณถูกแมวข่วนเหรอคะ”

ผมก้มลงมองดูบาดแผลจากกรงเล็บของอลิเซียที่ฝากผมเอาไว้เมื่อเร็วๆ นี้บนแผ่นอกของตัวเอง แล้วก็ต้องขมวดคิ้ว พลางส่ายหน้าอย่างเอือมระอา หมดอารมณ์ที่จะทำในสิ่งที่ตั้งใจไว้ในตอนแรก ความต้องการที่จะย่ำยีผู้หญิงสักคนเพื่อระบายอารมณ์หายไปในพริบตา แต่ใช่ว่าผมจะเลิกมีอคติกับพวกเธอเสียเมื่อไหร่

“ให้ฉันทำแผลให้ไหมคะ” เธอเงยหน้าขึ้นมา

“ไม่ต้อง” ผมปัดมือเธอออก “คุณจะไปไหนก็ไป รีบออกไปจากห้องผมได้แล้ว”

“ฉันพอมีพลาสเตอร์อยู่ในกระเป๋า” เธอ...ไม่ได้ฟังที่ผมพูดเลยเหรอ ทั้งยังก้มหน้าก้มตาหาสิ่งที่ต้องการอย่างขมักเขม้นอีกต่างหาก ผมลดแขนอีกข้างลงจากกำแพง ยืนนิ่งมองดูเธองมหาพลาสเตอร์ “คุณไม่ควรเปิดแผลไว้แบบนี้นะคะ แม้จะดูเหมือนไม่ได้ร้ายแรงมากนักแต่แผลเล็กๆ แบบนี้อาจติดเชื้อได้ โดยเฉพาะช่วงฤดูร้อนแบบนี้”

สิ่งที่เธอห่วง...มีอยู่แค่นี้รึไง เธอดูไม่ออกรึไงว่าผมกำลังจะทำอะไรเธอ ไม่สงสัยบ้างเลยรึไง สักนิดก็ยังไม่มี ทั้งที่ก่อนหน้านี้เธอเองก็มีทีท่าตระหนกตกใจ แล้วอยู่ดีๆ ทำไมเธอถึงได้มาให้ความสนใจกับบาดแผลของผมแบบนี้

“หากจะติดเชื้อเพราะแผลแค่นี้ ผมคงฆ่าตัวตายไปแล้ว”

“คุณมีน้ำยาฆ่าเชื้อไหมคะ” เธอเมินคำพูดผมอีกระรอก เงยหน้าขึ้นมาถามเบิกตากว้าง

“ไม่” ผมพ่นลมออกจมูก

“ถ้างั้นฉันเอาครีมฆ่าเชื้อแล้วกัน” เธอล้วงหลอดยาออกมา ตั้งใจป้ายมันลงบนบาดแผลจากรอยขีดข่วนของอลิเซีย

“กระเป๋าคุณเป็นเครื่องปฐมพยาบาลรึไง”

“เพิ่งเริ่มเป็นวันนี้ค่ะ” จากนั้นเธอก็ก้มหน้าลง ชี้ไปยังหัวเข่าของตัวเอง “เมื่อเช้าฉันล้มเข่าแตก เลยพกยาติดมาด้วย”

ผมมองเรียวขาขาวของเธออย่างอยากจะลิ้มลองด้วยปาก ไม่ได้สนใจหัวเข่าที่ถูกปิดไว้ด้วยพลาสเตอร์เท่าไหร่นัก จากนั้นเธอก็แปะพลาสเตอร์ลงบนบาดแผล มือนุ่มที่สัมผัสกับผิวหนังให้ความรู้สึกแปลกๆ อย่างที่ผมไม่เคยรู้สึกได้จากใครมาก่อน

“เสร็จแล้วค่ะ” เธอบอกท่าทางภาคภูมิใจในผลงานของตัวเอง

ผมผละออก เดินไปปลดรหัสประตู หันไปหาเธอ

“คุณควรไปได้แล้ว”

เกริดายืนนิ่งไปชั่วขณะเมื่อได้ยินผมพูดแบบนั้น ก่อนจะเดินมายังประตูที่เปิดกว้าง เธอหันกลับมามองผมเมื่อพ้นกรอบประตูไปแล้ว

“หวังว่าเราจะได้เจอกันอีกนะคะ” เธอยิ้ม บอกแล้วเดินลงบันไดไป

เมื่อเธอไปได้สักพักผมจึงนึกถึงสิ่งที่เธอบอกไว้เมื่อก่อนหน้าเรื่องชอบหลงทาง จึงคว้าเสื้อและกุญแจห้องวิ่งตามลงไป วิ่งออกไปที่ถนนมองซ้ายมองขวา ร่างบางอยู่ไกลออกไป เธอยังก้มหน้าก้มตามองดูแผนที่เหมือนอย่างเคย ผมรีบวิ่งตามเธอไป

“คุณมาผิดทาง” ผมบอก หายใจเข้าออกถี่รัว เกริดาหยุดชะงักเลิกคิ้วสูง “ผมจะไปส่งคุณ...จนกว่าจะถึงที่พัก”

เกริดายิ้มบาง มองดูผมตาไม่กระพริบก่อนจะเปลี่ยนเป็นทอประกายระยับ เธอยิ้มกับตัวเอง มองไปเบื้องหน้าราวกับตกอยู่ในห้วงความคิด

“คราวนี้เราหลงทางไม่ได้แล้วนะคะ” เธอหันมาบอก

“ผมจะพาคุณไปส่งถึงที่พักโดยไม่หลงไปที่ไหนอีก”

“ขอบคุณค่ะ เอ็ดเวิร์ด” น้ำเสียงของเธออบอุ่น อ่อนโยน เหมือนดวงตาของเธอ ชั่ววินาทีหนึ่งที่ผมคิดถามตัวเองขึ้นมาว่า  ผมต้องการย่ำยีเธอจริงเหรอ แต่แล้วก็ต้องส่ายหน้ารัว ถึงเธอจะแตกต่างจากผู้หญิงที่ผมเคยรู้จักมา ถึงอย่างนั้นเธอก็เป็นผู้หญิง นี่อาจจะเป็นมารยาของเธอก็ได้

ผมขบฟันแน่นเมื่อความคิดต่างๆ ตีกันอยู่ในหัว ความปรารถนาจะทำลายผู้หญิงสักคนยังคงอยู่ และเธอก็ยังเป็นคนที่ผมจะเลือกมาเป็นเหยื่อ ทว่า...ผมจะยังไม่ทำมันวันนี้หรอก ผมจะรอเวลา ที่ผมจะเข้มแข็งพอจะทำร้ายเธอได้ โดยไม่เปิดโอกาสให้มารยาในทางที่ดีของเธอมาขัดขวาง ริมฝีปากคู่นั้นจะต้องถูกบดขยี่ ร่างบางจะต้องอยู่ใต้ร่างของผม ลำคอนั่นสมควรจะถูกมาร์กไว้ด้วยรอยจูบเร่าร้อนสักสองสามจุด เนินอกนั่น...ควรได้รับทั้งสองอย่าง เอาอย่างไหนก่อนดี คิสมาร์ก หรือว่าการถูกบดขย่ำ สักวันผมจะหลอมตัวเองให้กลายเป็นหนึ่งเดียวกับตัวของเธอ ผมนึกออกแล้ว...เธอเป็นเหยือที่เหมาะสมและง่ายที่สุดที่ผมจะหาได้ในตอนนี้ แทบอดใจรอดูเธอทรมานไม่ไหวแล้วสิ แต่ถึงผมจะเล็งเธอเอาไว้ ผมก็ยังไม่เลิกที่จะนึกถึงออทัมหรอกนะ สักวันผมจะทำกับเธอในสิ่งเดียวกันที่ผมกำลังวางแผนจะทำกับเกริดา มันคงสะใจน่าดูเลย กับการได้มองดูว่าพวกเธอเหล่านี้ทุกข์ทรมานเพียงใด

เมื่อผมสามารถทำร้ายพวกเธอได้ และสุขภาพจิตใจแข็งแกร่งพอที่จะไปเผชิญหน้ากับอลิเซีย ผมจะจัดการเธอเป็นรายสุดท้าย จะทำให้เธอรู้ว่า...ผมไม่ใช่ผู้ชายที่เธอควรมองข้ามไป  นังผู้หญิงบ้าเซ็กส์นั่น ผมเกลียดเธอสุดขั้วใจ

 

 

 

































 

 

มีน้อยแต่อยากอัพ อยากเขียนต่อหมดทุกเรื่องเลยแต่ทำการบ้านอยู่ เดี๋ยวทำอังกฤษกับคณิตเสร็จจะมาต่อ >_<

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 7 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

198 ความคิดเห็น

  1. #121 2anyone★ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2554 / 21:59

    เอ็ดเวิร์ดดูร้ายกาจจริงๆ ส่วนเกริดาก็ใสซื่อเหลือเกิน
    อารมณ์เวลาอ่านเรื่องนี้แตกต่างจากเรื่องออทัมกับไดม่อนเลย แต่สนุกมากเลยค่ะ
    เกริดาน่ารักมากกก ชอบผู้หญิงคนนี้จัง

    #121
    0
  2. #120 Elnin-Yimm (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2554 / 17:42
     เกริด้าผู้ใสซื่อ

    น่ารักจริงๆ ><" 55

    นี่เธอไม่เอะใจเลยหรอ ว่าเอ็ดเวิร์ดจะทำอะไร กรี๊ดดด
    เอ็ดเวิร์ด แอบซาดิสอ่า 
    #120
    0
  3. #119 noname (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 7 มีนาคม 2554 / 21:10
    อ่ะ ยังไงต้องติดตาม
    #119
    0
  4. #118 sasima (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2554 / 02:48
    i like the main girl she so nice <3 thats a kind of girl i like
    #118
    0
  5. #117 poidon (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2554 / 18:39
    พระเอกซาดิส ToT และดูเลวมาก~ แต่ก้น่าสงสารอยู่



    แต่นางเอกก้ดีมากๆๆ เช่นกัน TT





    ปล. พี่นาตหื่นจริงๆด้วยTT
    #117
    0
  6. #116 ทาโร่ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2554 / 03:26
    พระเอกแลดูเลวจัง ส่วนนางเอกเป็นคนดีได้อีก



    แต่เรื่องอ่านแล้วน่าติดตามมากค่ะ^^
    #116
    0
  7. #115 popoja (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2554 / 20:46
    มาอ่านอีกรอบ เพื่อกดดันเจ๊ กร้ากกกกกกก
    รออ่านความเลวและหุ่นน่ากินของพระเอกอยู่น่ะจ๊ะเจ๊555555555555555555
    #115
    0
  8. วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2554 / 04:09
    ขอบคุณมากนะคะ namrin-namrin
    ที่แอ็ดนิยายไว้และติดตามผลงาน
    ทั้งยังใจดีออกความเห็นให้อีกด้วย
    จะพยายามมาอัพต่อให้เร็วที่สุดค่ะ



    คำชมเหรอคะ หนุกหนาน
    พระเอกเราสะดุ้งใหญ่แล้ว 555
    "เลวดี" (น่าสงสารเนาะ)

    #114
    0
  9. #113 namrin-namrin (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2554 / 23:47
    พระเอกกกกกสุดยอดดดดดดด.....มาอัพอีกนะค่ะ
    #113
    0
  10. #112 หนุกหนาน (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2554 / 18:44
     พระเอกเลวดีค่ะ!!!
    #112
    0
  11. วันที่ 28 มกราคม 2554 / 23:26
    เกิดเป็นคนหล่อเล วช่างรันทดน่าสงสาร
    โดนแฟนนิยายประนามกันใหญ่ 555
    คำก็เล ว สองคำก็เล ว พระเอกมีแต่ความคิดเล วๆ
    (ใครเขียนเนี่ย) 555 ตอนนี้หุ่นพระเอกยังน่าฟัดอยู่ไหมน้องจ๋า 555

    น้องนันนี่ยุให้พี่ทำร้ายพระเอกจริงๆ
    หนูรู้รึเปล่าว่านั่นเป็นบทที่พี่ชอบเขียนมากๆ
    (ทรมานพระเอก) 5555 ยิ่งหนูยุ...
    เอ็ดก็จะเจอหนักนะนั่น 555 (ล้อเล่นค่ะ)
    เรื่องนี้เหมือนจะเศร้าเลยเนาะ
    แต่ยังไม่เศร้าเพราะว่าอารมณ์อยากฆ่าพระเอก
    มีมากกว่านั้น >_<
    #111
    0
  12. #110 popoja (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 28 มกราคม 2554 / 21:16
    ว้ายยยยยยยยยยยยยย ยิ่งอ่านนายยิ่งดูเลว แต่แอบเหนความเศร้าในใจเอดอ่ะเจ๊นาต
    โดนผู้หญิงทำร้ายมา นางคนนั้นแย่ม้ากกทำร้ายคนหล่อได้ไง(ใจเริ่มเอนเอียงคร้า555ความหล่อลดความเลวลงได้นินนึง)กร้ากกกกกกกกกกกก55555555
    อัพน่ะจ๊ะเจ๊
    เกริดาน่าร้ากอ่าเจ๊ เทอดูใสซื่อม้ากอ่า
    #110
    0
  13. วันที่ 28 มกราคม 2554 / 19:53

    โหยยิ่งอ่าน ยิ่งร้าย ยิ่งเลว อีหื่น=..=
    เขานิสัยดี ไร้เดียงสา ดันหาว่าเกริดามารยาอีก มองโลกในแง่ร้ายจริงคุณเอ็ดเอ๊ย!!!

    เกริดาทำถูกแล้วที่หนีไป555
    หนีไปไกลๆ อย่าให้ตามเจอน้า^^

    เอาคืนได้เมื่อไหร่ ต้องเล่นให้หนัก555

    #109
    0
  14. #108 popoja (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 27 มกราคม 2554 / 23:42
    ว้ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
    ทำไมนาย เ ล ว อย่างงี้เนี่ยเอดดดดดดดดดดดดดดดด
    ว้ากกกกกก สงสารเกริดาอ่าเจ๊นาตตตตต
    ชิชะ โกรธเคืองแทน555
    ร้ายมากอ่าเจ๊วันเดียวจะลากไปปล้ำ ซะแร้ว555555
    สมแร้วที่เกริดาหนีไป(อินในอารมณ์คร้า555)
    #108
    0
  15. #107 เจ้าหญิงดอกไม้ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 27 มกราคม 2554 / 19:48
    วันนี้ฉันเลิกเรียนมาด้วยความเหน็ดเหนื่อย

    วิ่งหน้าตั้งลงบันไดและวิ่งขึ้นเนินอย่างร้อนรน

    เพราะกลัวว่าจะไม่ทันรถบัส เนื่องจากว่า

    อีกไม่นานรถก็จะออกแล้ว เมื่อฉันสามารถนำสังขาร

    ขึ้นไปนั่งบนรถบัสได้ ฉันหายใจหอบถี่รัว

    เหน็ดเหนื่อย ทรมานและหน้ามืด แต่ฉันก็ยัง

    ดันทุรังล้วงโทรศัพท์มือถือออกมาจากกระเป๋า

    เพื่อเข้าเวปไซต์ Merry Luxurious

    เพื่อดูความคืบหน้า ฉันเห็นตัวเลขคอมเม้นท์

    เพิ่มขึ้นมาสองคอมเม้นท์ รอยยิ้มปรากฏขึ้นบนใบหน้าฉันทันที

    แต่เมื่อฉันเลื่อนต่ำลงมาดูคอมเม้นท์ดังกล่าว

    ปากฉันกว้างกว่าเดิมเป็นสามเท่า มันทั้งเยอะ

    ทั้งน่าอ่านจุใจจนฉันอดห้ามใจไม่ไหว

    ฉันเริ่มต้นอ่านคอมเม้นท์อันแรกจนจบ

    ปลาบปลื้มภาคภูมิใจจนลืมไปเลยว่าคำว่า "เหนื่อย" คืออะไร

    ฉันเลื่อนขึ้นเพื่ออ่านความเห็นอันที่สองอย่างสุขใจ

    พออ่านจบฉันหายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้ง ในที่สุด

    คำตอบที่ค้างคาในหัวของฉันเกี่ยวกับความประทับใจ

    ของเธอที่มีต่อนิยายของฉันก็ปรากฏขึ้น มันทำให้ฉันรู้สึกดี

    จนบอกไม่ถูก ฉันไม่อาจหยุดยิ้มได้เลย

    ฉันยิ้มทั้งที่อยู่บนรถบัส ที่สาธารณะที่ใครอาจจะมอง

    ว่าฉันบ้าก็ได้ แต่ฉันไม่ใส่ใจ ยิ้มต่อไปด้วยความเป็นสุขมากมายเหลือล้น

    ฉันไม่สัญญากับเธอหรอกว่าจะแต่งนิยายให้อ่านได้เร็วๆ

    แต่ฉันสัญญาว่าจะสานและสร้างผลงานที่เริ่มไว้

    อย่างต่ำก็ตระกูล Merry และ Cleev Family

    ให้จบ เพื่อให้เธอไ้ด้อ่านได้ติดตามอย่างแน่นอน

    ขอบคุณสำหรับความจริงใจและความพยายามออกความเห็น

    ที่เธอมอบให้ฉันอย่างเต็มใจ ฉันรู้สึกประทับใจอย่างเหลือล้น



    ดีใจที่เราได้รู้จักกัน

    วินาทีนี้ฉันได้แต่ภาวนาให้ Merry Spring ที่รัก

    ของพวกเราผ่านการพิจารณา ฉันอยากเห็นมาร์ชา

    และอมาเดโอโลดแล่นอยู่บนหนังสืออย่างสุดซึ้ง

    ขอให้ความปรารถนาของเราทั้งสองคนกลายเป็นจริง



    ฉันรักการมีตัวตนของเธอสุดหัวใจ "แกมแก้ว"



    #107
    0
  16. วันที่ 27 มกราคม 2554 / 16:43

    ขอต่ออีกนิดนะ

    รู้สึกผิดต่อหลุยส์ชอบกลเเฮะ
    หลุยส์ไม่ร้ายขนาดนี้เลย
    ทำไมไปอคติกับหลุยส์จังวะหนูเนี่ย

    ขอโทษนะหลุยส์นะ
    จนถึงวันนี้ก็แอบหมั่นไส้อยู่ดี
    คิดแล้วก็ขำตัวเองคงเป็นเพราะโชคชะตา พรมลิต ที่ทำให้คิดแบบนั้น(เกี่ยวเหรอ เกี่ยวไหมๆๆๆ 555)
    ชะตาลิตขิตให้รักเอ็ดเวิร์ดผู้โคตรเลว แต่ไม่รักหลุยส์ผู้เลวนิดๆๆ555

    ออคิดได้แล้วว่าทำไมตัวเองชอบเห็นพี่นาตเปิดเรื่องใหม่ๆ
    แปลกประหลาดมากที่ครั้งนี้เธอคิดออก เพราะปกติเธอมักจะหาเหตุผลให้กับตัวเองไม่ได้

    นั่นเพราะหนูชอบที่จะทำความรู้จักกับตัวละครใหม่ๆ นั่นเอง
    บางตัวละครปลื้มน้อย ปลื้มมาก แตกต่างกันไป ไม่ชอบก็ยังมี555
    เสน่ห์ของตัวละครพี่นาตมันน่ากลัว เพราะทำให้ถึงขั้นเพ้อเลยด้วยซ้ำ55
    เป็นเอามาก ไม่ไดเพ้อถึงเอ็ดเวิร์ดนะ ถึงจะชอบ แต่แบบนี้ไม่เอาค่ะ!!
    ชอบอบอุ่นสุดหัวใจอย่างอมาเดโอเหลือเกิน>///<(พูดถึงแล้วก็เคลิบเคลิ้มอย่างห้ามไม่ได้)
    อยากรุ้จักตัวละครใหม่ๆ เรื่อยๆ แหละ
    เพราะฉะนั้น จริงๆ แล้วไม่เคยโกรธเลยสักนิดเวลาดองเรื่องหนึ่งแล้วไปเขียนอีกเรื่อง555(จะโดนแฟนคลับพี่คนอื่นเตะเอาไหมเนี่ย)

    รักเธอเสมอ>O<

    #106
    0
  17. วันที่ 27 มกราคม 2554 / 16:29

    ชะ ชะ ชั่วที่สุดเลยคนอะไรเนี่ย=..=
    เลวกว่านี้ได้อีกไหมคุญเอ็ดเวิร์ด(ได้ข่าวว่าจะเลวกว่านี้อีกนี่น่า)
    ความคิดเลวร้ายมาก ถึงมากที่สุด เลวร้ายสุดในบรรดาพระเอกของพี่นาตเลยนะเนี่ย
    ร้ายโดยนิสัยอย่างไม่เกรงใจใครเลย
    ท่านหลุยส์ท่านลูคัสชิดซ้ายชิดขวาติดกำงแพงเป็นแทบๆ
    เทียบไม่ติดเอ็ดเวิร์เลยสักนิดดดดดดเดียว=..=

    เกริดาที่รักของฉันดีเกินไปแล้วนะ
    มองโลกในแง่ดีเกินไปจริงๆ ลิมิตในการมองโลกในแง่ดีนะมีไหม
    เกือบไปแล้วไหมละ ดีที่เอ็ดเวิร์ดมันดันเปลี่ยนใจ(แต่เอ๊ะอะไรทำให้มันเปลี่ยนใจหว่า)
    แต่เธอช่างน่ารักสดใส น่ารักที่สุดเลย>////<
    ชื่นชม ปลาบปลื้ม หลงรัก

    เอ็ดเวิร์ดมันเลวเนอะ แต่หนูไกลียดอีตานี่นะ^^
    ความชอบมันเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ อย่างบอกไม่ถูก
    แค่นี้ก็เริ่มเอาใจช่วยให้เอ็ดเวิร์ดตามเกริดาไปอะ
    อยากให้คืนดีกันซะงั้น
    แต่ก่อนจะคืนดีก็อยากจะให้ได้รับบทเรียนอย่าสาสมที่สุดที่เจ้าตัวไปก่อกรรมไว้กับเกริดา(แม้กรรมนั้นจะยังไม่เเสดงออกมา แต่คาดว่าน่าจะเยอะอยู่จนไม่น่าให้อภัย)
    ชอบอยู่จนถึงขั้นอาจชอบนายคนนี้ม๊ากมาก และเเม้จะชอบมากแต่กลับอยากเห็นหมอนี่เจ็บปวดแบบสุดๆๆ
    ชนิดที่ว่าเสียน้ำตาลูกผู้ชายกันไปเลย
    เล่นงานให้หนักเลยพี่นาต ไม่สงสารสักนิด(ตอนนี้นะ อนาคตไม่รู้555)
    เกริดานี่ไม่ต้องบอกให้พี่เล่นงานใช่ไหม เธอก็บอบบช้ำจนหอบสังขารหนีไปแล้วTOT

    ก็อย่างว่าเกริดาแสนดีขนาดนั้นเอาเอ็ดเวิร์ดมาทำแฟนทำไมฟะ
    คงต้องรอให้เธอมาตอบเองแหละ
    แต่ยัยคนนี้คิดว่า สาวน้อยคนนี้ของพี่นาตคงจะดันไปบังเอิญเห็นความดีที่อยู่ลึกสุดๆ ของเอ็ดเวิร์ดหรืออย่างไร
    หรือเธอรัยรู้ได้ว่านายแสนเลวร้ายคนนี้เป็นพรมลิขตของเธอTOT
    เทวดาตนใดดลใจละนั่น555

    ก็ไม่ได้ลำเอียงหรือรักใครมากกว่าหรอกนะ อยากให้ปั่นทุกเรื่องแหละ555(แล้วพูดทำไม)
    โรคจิตเมือนคนแต่งอะ ชอบเปิดเรื่องใหม่โดยที่เรื่องเก่ายังไม่จบ คนอ่านก็พอกันชอบอ่านเรื่องใหม่โดยที่ยังอ่านเรื่องเก่าไม่จบ (เอ๊ะมันเหมือนกันไหมวะเนี่ย555)

    เฮ้ วันนี้รู้สึกดีแบบชุดไม่อยู่
    อาจเพราะตกหลุมรักนายแสนเลวกับยัยแสนดีคู่นี้แบบเต็มๆ เเล้วละ
    รู้สึกว่านิ้วมันหยุดพิมพ์ไม่ได้555
    อะไรกันเนี่ย ไม่นะ ไม่นะ ยังไม่อยากหยุดพิมพ์เลย555

    รักพี่นาตหมดใจ
    รักเกริดาหมดใจเช่นกัน
    แต่เอ็ดเวิร์ดเอาไปแค่ครึ่งเดียวก่อนแล้วกัน
    ความประพฤติยังไม่น่าให้หมดทั้งใจ555

    แอบรู้สึกดีตอนเอ็ดเวิร์ดบอกว่าอกซ้ายเจ็บแปลบ^^

    #105
    0
  18. วันที่ 27 มกราคม 2554 / 04:34
    กร๊ากกก ถามได้ดีมากน้องนัน
    อันนี้ต้องให้เกริดามาตอบเอง
    โชคดีที่วันนี้พี่นั่งจดพล็อตเขียนคำตอบ
    อันนี้ไว้พอดีเลย 555 คิดแล้วว่านันจะต้องสงสัย
    >_< ชอบพระเอกอบอุ่นน่ารัก
    หมอนี่มาไม่น่ารักเลย
    #104
    0
  19. #103 สาวน้อยฤดูร้อน (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 27 มกราคม 2554 / 03:11

    ก็ยังไม่รุ้ว่าตอนนั้นเอ็ดเวิร์ดพาเกริดาไปไหนละนั่นO_O

    พี่แกจะตามไปไหมเนี่ย
    สงสัยต้องสำนึกก่อนถึงจะตามไปละมั้ง555

    ไม่เคยสร้างความประทับใจให้เกริดา
    แล้วนางเอกผู้เเสนดีเอามาทำแฟนทำไมกัน=..=

    ไม่ตามไปจะตามไปบีบคอเอ็ดเวิร์ดเลย=..=

    #103
    0