Merry Winter ร้อนรักร้ายผู้ชายอันตราย

ตอนที่ 11 : 9. Romantic Garden

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 670
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    1 เม.ย. 56



 
 

 

 

ถ้าหากหลายคนงงกับการสลับฉากปัจจุบันกับสิ่งที่เอ็ดเวิร์ดบอกเล่าเกี่ยวกับเรื่องราวในอดีตนาตก็ขอโทษด้วยนะคะ แต่พอดีเรื่องนี้สร้างพล็อตมาแบบนี้ บางทีฉากปัจจุบันก็จะขึ้นหน้าก่อน บางทีฉากปัจจุบันก็ลงท้ายเหมือนบทนี้ บางบทก็มีแค่ฉากเรื่องเล่าการเปลี่ยนแปลงในอดีต ยังไงก็ออกความเห็นกันได้ตามสบายเลยนะคะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานค่ะ แม้ว่าจะดองนานมากๆ ก็ตามที ToT

 5/10/11 ดูวันที่แล้วเพิ่งรู้ว่านาตดองนิยายเรื่องนี้ไว้ประมาณ 4 เดือนแล้ว 555 (ยังมีหน้ามาหัวเราะอีก น่าเตะ 555)

 

 

 

9. Romantic Garden

ผมเดินทางมาสวนอังกฤษด้วยรถไฟใต้ดินเพราะจะสะดวกกว่า รู้สึกหงุดหงิดใจเล็กน้อยเมื่อรู้ว่าตัวเองขึ้นรถผิดสายซึ่งทำให้ลงผิดป้ายแล้วต้องเดินทางค่อนข้างไกลกว่าจะมายังจุดนัดพบ จากจุดที่ผมเดินอยู่ สามารถมองไปยังศาลาที่ตั้งอยู่บนเนินเขาสูง เห็นเกริดายืนหมุนตัวไปรอบๆ เพื่อมองผม สักพักเธอก็หันมาเจอผมที่กำลังเดินมุ่งหน้าเข้าหาศาลา

“ฉันเกือบคิดว่าคุณจะไม่มาเสียแล้ว” เธอเอ่ยขึ้นทันทีที่ผมก้าวขาเข้าไปในศาลา

“วันนี้ผมขึ้นรถไฟใต้ดินมา ลงผิดที่เลยมาช้า” ผมสารภาพ “ขอบคุณที่รอ”

“ขอบคุณที่มาเช่นกันค่ะ” เธอบอกแล้วส่งถุงกระดาษขนาดเล็กให้ผม “นี่ของคุณ เดี๋ยวอีกครึ่งชั่วโมงฉันต้องไปแล้ว”

“นี่คุณเรียกผมมาเพื่อมาคุยครึ่งชั่วโมงเท่านั้นเหรอ”

“หนึ่งชั่วโมงค่ะเอ็ดเวิร์ด” เธอย้ำ น้ำเสียงเธอไม่ได้ตำหนิผม แต่ผมหงุดหงิดตัวเองที่มาช้า

“แล้วจะไปคุยอะไรรู้เรื่องภายในระยะเวลาครึ่งชั่วโมง” ผมบ่นอย่างหัวเสีย

“รู้เรื่องค่ะเอ็ดเวิร์ด” เธอยิ้มให้ผม “วันนี้ฉันแค่ต้องการตอบคำถามด้วยการบอกคุณว่า ฉันพร้อมที่จะเป็นแฟนคุณอย่างเป็นทางการแล้วนะคะ”

เกริดายังคงยิ้มให้ผมด้วยสีหน้าบริสุทธิ์จริงใจ แต่เธอดูร้อนรนเหมือนจะต้องรีบไปที่ไหนต่อ ในมือของเธอมีถุงแบบเดียวกันกับผม แม้จะรู้สึกโล่งพึงพอใจผมก็อดสงสัยตะหงิดใจเรื่องถุงที่เธอถือไม่ได้ว่าเธอต้องการจะนำมันไปให้ใครรึเปล่า เธอมีผู้ชายอื่นที่จะไปบอกว่าเธอพร้อมจะเป็นแฟนด้วยแล้วมอบถุงดังกล่าวนั่นด้วยรึเปล่า ผมสงสัยว่ามีอะไรอยู่ในถุงนั้น แต่ไม่อยากให้เธอคลาดสายตาราวกับพยายามจะจับพิรุธเธอ

“ในถุงนั่นมีเค้กที่ฉันทำอยู่ กินให้อร่อยนะคะเอ็ดเวิร์ด ฉันต้องไปจริงๆ แล้ว” เธอเดินเข้ามาหาผม เขย่งเท้าขึ้น ประทับจูบลงบนริมฝีปากผม ผมไม่กล้าแตะต้องตัวเธอ เกริดาผละตัวออกเอียงหัวมองดูผมเล็กน้อย ยกมือขึ้นมาทาบหน้าผมพลางขมวดคิ้วท่าทางสงสัย “คุณไม่สบายรึเปล่าคะ”

“อะไรทำให้คุณคิดว่าผมไม่สบาย” แค่หัวใจผมเต้นผิดจังหวะเพราะเธอไม่ใช่อาการที่บ่งบอกว่าผมไม่สบายสักหน่อย

“ไม่มีอะไรค่ะ” เธอยิ้ม “ถ้าคุณไม่เป็นอะไรฉันก็สบายใจ ดูแลตัวเองด้วยนะคะ”

“เดี๋ยว” ผมคว้ามือเกริดาเอาไว้ได้ทันก่อนที่เธอจะทันได้เดินลงจากศาลาไป มือเธอนุ่มบอบบางชนิดที่ผมไม่อยากจะปล่อยไป

“คะ” เธอหันกลับมา

“คุณจะไปไหน ทำไมถึงอยู่กับผมไม่ได้”

“ฉันได้งานพิเศษ รับจ้างดูแลคนแก่ค่ะ”

“ถ้าผมจ้างคุณให้อยู่...”

“เอ็ดเวิร์ด ฉันทำแบบนั้นไม่ได้หรอกค่ะ อย่าจ้างฉันให้อยู่กับคุณ เพราะมันจะทำให้ฉันรู้สึกอึดอัด” เธอบอก หน้าผมชาขึ้นมาทันที “ฉันเลิกงานประมาณหนึ่งทุ่ม เดี๋ยวฉันแวะไปหาคุณเย็นนี้แปลบนึงนะคะ”

“เดี๋ยวผมมารับ ฟ้าเริ่มมืดแล้วผมไม่อยากให้คุณเดินทางคนเดียว”

“เอ็ดเวิร์ด” เกริดาเม้มริมฝีปากแน่น

“คุณรังเกียจที่จะให้ผมไปรับใช่ไหม”

“ฉันไม่อยากให้คุณลำบาก” เธอบอก “จริงๆ นะคะ”

“ได้โปรด...” ผมเลื่อนมือขึ้นไปตามต้นแขนของเกริดาอย่างแผ่วเบา ขยับเข้าใกล้เธอขึ้นเรื่อยๆ อย่างอดใจไม่ไหว “...ให้ผมไปรับ ในฐานะแฟนของคุณ”

“เอ็ดเวิร์ด...” เธอยกมือขึ้นมาวางไว้บนแขนผมก่อนถอนหายใจออกมาเบาๆ “ก็ได้ค่ะ”

เกริดาสบตาผมอยู่พักใหญ่ จากนั้นเธอก็ล้วงกระดาษที่อยู่ในกระเป๋ามาส่งให้ เขย่งเท้าขึ้นมาเพื่อจูบผมแผ่วเบา เธอกำลังจะผละตัวออกแต่ถูกผมรวบตัวเอาไว้ ผมจูบตอบกลับไปอย่างดูดดื่ม ดันร่างของเธอเข้าหาจนติดกับตัวผม ผมรู้สึกได้ถึงความนูนของหน้าอกและหน้าท้องที่แบนราบของเธอ จากนั้นผมก็เป็นฝ่ายผละตัวออกก่อนที่เกริดาจะรู้สึกได้ถึงความปรารถนาในตัวเธอที่กำลังฉีดพล่านไปทั่วทั้งตัว

“แล้วเจอกัน...เย็นนี้” ผมบอก พยายามสูดหายใจเข้าเต็มปอด เกริดาวิ่งลงจากศาลาหันกลับมายิ้มให้ผมอีกรอบ

“แล้วเจอกันนะคะเอ็ดเวิร์ด”

ผมยืนมองเกริดาวิ่งจากไป โดยไม่พยายามที่จะตามเธอ ยืนเคลิ้มไปกับภาพเรือนผมที่สะบัดพริ้วตอนที่เธอขยับกาย ดูงดงามและน่าหลงใหล เมื่อเกริดาพ้นสายตาไปแล้ว ผมเดินวนในศาลาแล้วมองไปรอบๆ ลมเย็นของฤดูใบไม้ร่วงลอยมาแตะจมูก แต่กลิ่นหอมของเกริดายังไม่จางหายไป ผมยืนมองดูคู่รักเดินเล่นด้วยกันอย่างสงบ พวกเขาสามารถหัวเราะขบขันด้วยกันได้เพราะบทสนทนาเรียบง่ายทั่วๆ ไป ไม่ว่าจะเป็นการกล่าวถึงสุนัขเกิดใหม่ ลูกแมวเจ้าปัญหา กระถางดอกไม้ที่พวกเขาซื้อมาผิด ทุกสิ่งทุกอย่างกลายเป็นเรื่องน่าขำได้อย่างง่ายดาย เป็นภาพที่ผมไม่เคยเห็นมันเกิดขึ้นกับตัวเองเลยในชีวิต ผมไม่เคยมีชีวิตที่ขบขันหรรษาเวลาใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับอลิเซีย พวกเราสนุกไปกับการสังสรรในงานปาร์ตี้ตามผับและบาร์ ผมชอบมองดูอลิเซียโยกย้ายส่ายสะโพกไปมาเวลาที่เสียงเพลงดังกระหึ่ม ผมรู้สึกเหมือนได้ขึ้นสวรรค์ทุกครั้งที่เราร่วมรักกันบนเตียง แต่ไม่เคย...ได้หัวเราะขบขันหรรษาไปกับเรื่องธรรมดาทั่วไปที่อยู่ห่างไกลจากคำว่าเซ็กส์ ทว่าผู้คนเหล่านี้ กลับมีวิธีชีวิตที่แตกต่างจากผมไปโดยสิ้นเชิง แม้ผมจะไม่สามารถบอกได้ว่าพื้นหลังการดำเนินชีวิตของพวกเขาจะเป็นอย่างไร อย่างน้อยวันนี้หูตาผมก็เริ่มสว่างมากขึ้นที่มองเห็นมัน

สุดท้าย...ก็เป็นเพราะเธอที่ทำให้ผมไม่สามารถกลับไปรอที่บ้านได้ ผมเลือกที่จะรอเกริดาอยู่ในร้านกาแฟขนาดเล็กอันแสนสงบแห่งหนึ่งที่อยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลจากที่ๆ เกริดาให้ที่อยู่ผมมามากนัก แล้วฆ่าเวลาไปกับการเขียนบันทึกต่อจากส่วนที่ค้างไว้ จำนวนหน้าที่เคยว่างเปล่ามาเป็นระยะเวลานานตอนนี้ถูกเติมเต็มไปบ้างแล้วจำนวนหนึ่ง และยังมีแนวโน้มว่าจำนวนหน้าที่เหลือจะถูกเติมเต็มต่อไปได้อย่างไม่มีปัญหาด้วยเช่นกัน

ผมก้มมองนาฬิกาบอกว่าผมมีเวลาอีกสามสิบนาทีจนกว่าเธอจะเลิกงาน ผมเก็บของแล้วเดินออกจากร้านกาแฟเพื่อเดินตามหาบ้านพักหลังดังกล่าวซึ่งเป็นอพาร์ทเมนท์สำหรับอาศัยอยู่หลายครัวเรือน ผมหยุดอยู่ด้านล่างมองดูเลขที่บ้านและกำลังจะกดกริ่ง แต่เหมือนมีอะไรบางอย่างหยุดความคิดนั้นเอาไว้ทำให้ผมตัดสินใจมองไปทางซ้ายมือของตน จึงได้เห็นหญิงชราในรถเข็นยิ้มสนุกสนานเริงร่าท่าทางมีความสุขกับหญิงสาวที่เป็นคนเข็นรถนั่นให้เธอ ใบหน้าของหญิงสาวบริสุทธิ์สดใสและจริงใจ สีหน้าที่ผมได้เห็นเป็นประจำแต่ไม่เคยคิดว่ามันคือความจริง เพราะลึกๆ ในใจ ผมยังไม่ค่อยกล้าที่จะไว้วางใจความบริสุทธิ์บนใบหน้าสวยหวานเท่าไหร่นัก ผมยืนมองภาพดังกล่าวจนกระทั่งเกริดารู้ตัวว่าถูกจับจ้อง เธอละสายตาจากหญิงชรามองมาที่ผม รอยยิ้มนั่นจางหายไป เหลือเพียงแววประหลาดใจ

ทำไม! การที่ผมมาเสนอหน้าอยู่ตรงนี้ถือเป็นการขัดจังหวะเธอรึไง เธอถึงต้องมองผมด้วยสีหน้าแบบนั้น มันทำให้ผมรู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาจนอยากจะ...

“หึ” ผมถอนหายใจออกมา กัดฟันแน่นอย่างพยายามข่มอารมณ์ ซ่อนหมัดไว้ในกระเป๋ากางเกง หูตาพร่ามั่วด้วยความโกรธที่ปะทุแน่นอยู่ในอกอย่างหักห้ามใจไม่ได้

“เอ็ดเวิร์ด” เสียงนุ่มอ่อนหวานของเธอ...ที่เรียกชื่อผม...มัน...

ทำให้หูตาของผมกลับมาสว่างได้อีกครั้ง รอยยิ้มบนริมฝีปากบอบบางของเธอ...

“เอ็ดเวิร์ดรึ” เสียงแหบแห้งเหมือนเหนื่อยล้ามีอิทธิพลต่อหัวคิ้วผมให้มุ่นเข้าหากันแทบจะทันที “ยังไม่หมดเวลางานแฟนเราก็รี่จะมาแย่งเราไปจากฉันเสียแล้วรึแม่สาวเทพธิดาของฉัน”

“เอ็ดเวิร์ด” เกริดาแสดงสีหน้าสำนึกกึ่งขำท่าทางของหญิงชราพลางยกไหล่ขึ้นก่อนพึมพำว่า “ฉัน...ขอเวลาอยู่กับคุณยายต่ออีกสักพักนะคะ”

“ฉันว่าเราไม่จำเป็นต้องขออนุญาตเขาหรอกมั้งเกริดา พ่อหนุ่มนี่เขาโตแล้วเขาย่อมเข้าใจอยู่แล้ว ใช่รึเปล่าพ่อเอ็ดเวิร์ด” ท่านบอก ขณะที่ผมกำลัง...ประหลาดใจ

ประหลาดใจในตัวเกริดา ประหลาดใจท่าทางของเธอ ประหลาดใจที่รู้สึก...พึงพอใจกับการที่เธอตั้งคำถามด้วยสีหน้าสำนึกผิด อ่อนโยน พร้อมด้วยแววตาที่อบอุ่นขณะทอดมองดูผม มองดูหญิงชราที่เธอดูแล

“ฉันขอเวลาพาคุณยายเข้านอนก่อนนะคะ” เธอขออนุญาตผมอีกครั้ง “เดี๋ยวฉันกลับมานะคะ”

ผมมองดูเธอกำลังจะให้คำตอบ แต่...

“หากเขาอยากจะส่งฉันเข้านอนเป็นเพื่อนเรา ฉันก็ไม่รังเกียจอะไรหรอกนะ” หญิงชราเอ่ยตัดหน้าผมขึ้นมาก่อน “เราจะมาส่งฉันเป็นเพื่อนเกริดารึเปล่า พ่อนักรัก”

ผมสบตาท่านนิ่ง โดยไม่ได้โต้ตอบอะไร ก่อนจะตวัดสายตาไปมองเกริดาด้วยท่าทางสงบ

“คุณจะมาด้วยกันไหมคะ...เอ็ด”

“เอ็ดเวิร์ด” ผมพึมพำกับตัวเองยืนรอเธอต่อพยางค์สุดท้ายของชื่อให้จบ แต่เกริดาไม่ได้ทำแบบนั้น เธอยืนยิ้ม สบตาผมอย่างอ่อนโยน ขณะที่ผมยืนเบิกตากว้างมองดูเธอ ฟังเสียงผู้หญิงที่ผมเคยรักก้องอยู่ในหัว หรือจะพูดให้ถูกอีกทีก็คือ...เสียงผู้หญิงผมต้องยอมรับว่ายังรักอยู่ แม้ว่าจะไม่รู้เลยว่าเธอยังรักผมอยู่ไหม ลูกจะมาด้วยกันไหมจ้ะ...เอ็ด ภาพอันลางเลือนของเด็กชายตัวเล็กฉายวกวนอยู่ในหัวพร้อมกับเสียงเล็กที่ประกาศก้องดังฟังชัดว่า ไม่ครับแม่ ผมจะไปกับพ่อ เด็กชายผู้มีความเต็มเปี่ยมไปด้วยความกระตือรือร้น ดวงตาของเขาฉายแววสนุกสนาน ไม่ได้เอะใจกับความหมายที่แอบแฝงอยู่ในคำพูดเหล่านั้น ลูกไม่รักแม่เหรอจ้ะ เด็กชายส่งยิ้มกว้างให้ท่าน ผมรักแม่ครับ จากนั้นท่านก็เดินจากไป เด็กน้อยไม่เคยเอะใจ ไม่เคยรู้ว่าแม่ของเขาไปที่ไหน เขาแค่ใช้ชีวิตมีความสุขกับพ่อของเขาต่อไปในตอนนั้น แต่ทุกวันนี้เขารู้มันดีมากแล้ว และเขาก็รู้ซึ้งถึงความรู้สึกสูญเสียนั้นดีกว่าสิ่งอื่นใด ทว่าคราวนี้เขาจะไม่เปิดโอกาสให้ใครทำให้เขารู้สึกสูญเสียอีกต่อไปแล้ว ไม่มีวัน...เว้นเสียแต่ว่าเขาจะทำให้ใครสักคนรู้สึกเหมือนเป็นฝ่ายสูญเสียเอง

ผมเดินไปจับรถเข็นหญิงชรา สบตากับเกริดา เธอส่งยิ้มละมุนละไมตอบกลับมา นั่นทำให้ผมรู้สึกพึงพอใจอยู่ไม่น้อย

“แน่นอนอยู่แล้ว สุดที่รักของผม”

“จะหว่านเสน่ห์ทั้งทีเกรงใจคนแก่บ้างก็ได้นะพ่อนักรัก ฉันยังไม่อยากหัวใจวายตายเร็วเกินไปเวลาต้องทนฟังคำพูดหวานเลี่ยนของเรา”

“คุณไม่ตายหรอกครับ เกริดาจะเป็นภูมิคุ้มกันให้คุณได้เป็นอย่างดี”

“เอ็ด” เป็นครั้งแรก...ที่ผมมีโอกาสได้เห็นเกริดาถลึงตาใส่ผมเชิงตำหนิเล็กน้อย และก็เป็นครั้งแรก...ที่แทนที่ผมจะโกรธ ผมกลับยิ้มออกมา แม้ว่าจะถูกเธอตีเข้าที่ต้นแขน “ทำไมพูดแบบนี้กับคุณยายล่ะคะ”

“ท่านไม่ถือสาผมหรอก” ผมบอก “จริงไหมครับคุณยาย”

เสียงหัวเราะของหญิงชราบงบอกชัดเจนอยู่แล้วว่าท่านไม่คิดติดใจอะไร และดูเหมือนจะชอบต่อกรกับผมเสียมากกว่า เกริดาถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยอ่อน มองดูผมเชิงดุในแบบที่ผมมองแล้วไม่รู้สึกสะทกสะท้านอะไร เพราะใบหน้าและแววตาของเธอมันอบอุ่นเกินไป

ผมเข็นรถหญิงชราเข้าไปในลิฟท์ เกริดาเดินไปหยุดอยู่เบื้องหน้าคุณยาย ย่อตัวลงพร้อมกับเอื้อมไปจับมือท่านขึ้นมาเพื่อบีบนวด

“รู้สึกดีขึ้นบ้างไหมคะ” เธอถามพลางยิ้ม

“สบายมากเลยต่างหากล่ะแม่เทพธิดาตัวน้อยของฉัน” ท่านเอื้อมมือไปลูบเรือนผมของเธอแผ่วเบา เรือนผมยาวสรวยอ่อนนุ่มที่ส่งกลิ่นหอมอยู่ตลอดเวลาของเกริดา

ผมรู้สึกเหมือนมีอะไรมาสะกิดใจกับสรรพนามที่หญิงชราใช้เรียนเธอ แม่เทพธิดาตัวน้อย เทพธิดา...ผมได้แต่หวังว่าภาพดังกล่าวไม่ใช่เพียงมารยาหญิงเพียงเท่านั้น ไม่ว่าจะเป็นความบริสุทธิ์ผุดผ่องบนใบหน้าของเธอ รอยยิ้มอ่อนหวานละมุนละไม มันคงไม่มีอะไรซ่อนอยู่ใช่ไหม แต่ต่อให้มีอะไรซ่อนอยู่ ผมก็คิดว่าไม่มีความจำเป็นที่จะต้องใส่ใจไม่ใช่เหรอ ทำไมผมต้องใส่ใจ ก็ในเมื่อคราวนี้ผมมีสิทธิ์ที่จะทำอะไรกับเธอก็ได้หากเธอจะกลายเป็นนางมารร้ายขึ้นมา ผมมีสิทธิ์ที่จะทำให้เธออยู่บนสวรรค์ หรือว่าจะลงนรกก็ได้

 

ผมจดจำวันที่ตัวเองเคยมีความคิดหยิ่งผยองได้เป็นอย่างดี ผมจดจำมันได้ขึ้นใจ ผมเคยเข้าใจว่า ผมมีสิทธิ์ที่จะทำให้เธออยู่บนสวรรค์ หรือว่าจะลงนรกก็ได้ แต่ตามหลักความเป็นจริงแล้ว บุคคลคนนั้นคือเธอต่างหาก เธอมีสิทธิ์ทุกอย่างในตัวผม เธอมีสิทธิ์ทุกอย่างต่อหัวใจของผม และเธอก็คือคนที่จะทำให้ผมรู้สึกเหมือนได้ขึ้นสวรรค์หรือลงนรกก็ได้ แน่นอนว่าช่วงระยะเวลาที่ผมอยู่กับเธอมันคือสวรรค์ สวรรค์ที่ผมมองข้ามมันไปตลอด สวรรค์ที่ผมไม่เคยรับรู้จนกระทั่งมันแปรผันกลายเป็นนรก

ผมรู้สึกเหมือนตกนรกทั้งเป็นด้วยความทรมานกับการตามหาเธอโดยไม่รู้ว่าเธออยู่ที่ไหน ผมรู้สึกเหน็ดเหนื่อยท้อใจกับการเข้าใจผิดซ้ำๆ ซากๆ ว่าที่อยู่ที่ตนได้มาคือที่อยู่ของเธอ ผมรู้สึกผิดหวังทุกครั้งกับการรอคอยบุคคลที่เดินออกมาจากที่พักต่างๆ นับห้าสิบครัวเรือนเมื่อค้นพบว่าบุคคลที่อาศัยอยู่ที่นั่นไม่ใช่เธอ ผมอยากมีเวลาสำหรับการตามหาเธอในแต่ละวันให้มากกว่านี้ แต่ผมไม่มี...เพราะหน้าที่ผมได้รับมอบหมายมาคือความรับผิดชอบอันใหญ่หลวง ความรับผิดชอบที่มาพร้อมกับโอกาสที่คุณพ่อได้มอบให้ และผมก็ไม่สามารถละทิ้งมันไปได้ เหมือนกับที่ผมไม่สามารถละทิ้งเกริดาได้ ความเจ็บปวดที่เกิดขึ้นกับผมในตอนนี้ที่มีมากกว่าตอนที่ผมสูญเสียแม่ไป ได้บอกให้ผมรู้แล้วว่าผมรักเธอมากขนาดไหน และมันยิ่งเจ็บปวดมากขึ้นเป็นอีกเท่าตัวเมื่อผมคาดหวังว่าจะได้เจอเธออีกครั้งแต่มันกลับไม่เกิดขึ้น

ผมยืนมองที่อยู่ในสุดท้ายในลิสต์ เป็นที่อยู่ร้านอาหารที่ผมคาดว่าจะตามหาเบาะแสเกี่ยวกับเกริดาได้ ผมอยากจะไปที่นั่นตอนนี้ แต่อีกไม่กี่นาทีก็จะถึงเวลานัดสำคัญ ผมต้องตัดใจจากแล้วเริ่มสตาร์ทรถ มองดูทางว่าโล่งรึเปล่า กำลังจะเคลื่อนตัวรถออกตอนที่มองผ่านกระจกหลัง แล้วสายตาของผมก็ไปสะดุดกับร่างอันบอบบางของหญิงสาวคนหนึ่งที่กำลังจะก้าวขึ้นรถเมย์ที่จอดอยู่ที่ป้ายซึ่งอยู่ห่างจากรถผมไปอีกประมาณสองร้อยเมตร ผมกระโดดลงจากรถเพื่อจะวิ่งออกไปมอง หัวใจของผมเต้นแรงด้วยความรู้สึกลุ้นระทึก รถเมย์ค่อยๆ เคลื่อนตัวใกล้เข้ามาเรื่อยๆ ผมพยายามที่จะมองดูผู้โดยสารที่นั่งอยู่บนรถตอนที่มันขยับใกล้เข้ามา แล้วภาพหญิงสาวที่นั่งเอาหัวพิงกระจกเหม่อมองไปเบื้องหน้าก็สะกดผมเอาไว้ หัวใจของผมแทบหยุดเต้นด้วยความรู้สึกตื้นตันกับการค้นพบ น้ำตาแห่งความโล่งไหลออกมาโดยที่ผมไม่รู้ตัว ผมก้มมองนาฬิกา ผมมีเวลาน้อยกว่าเดิมเข้าไปอีก และถ้าหากผมพลาดนัดครั้งสำคัญ ทุกอย่างอาจจบสิ้น ผมมองย้อนกลับไปยังป้ายรถเมย์ดังกล่าว เช็ดน้ำตาออกจากใบหน้าแล้วกระโดดขึ้นรถของตัวเอง มุ่งหน้าตรงยังจุดนัดพบทันที ปล่อยให้รถเมย์คันนั้นเคลื่อนออกจากสายตาหายไปอย่างง่ายดาย และตอกย้ำความรู้สึกให้ผมว้าวุ่นใจได้อย่างง่ายดายด้วยเช่นกัน

“เกริดา...ผมนึกอยู่แล้วว่าผมต้องเจอคุณ ขอบคุณสวรรค์ที่ผมสามารถตามหาคุณเจอจนได้” ผมไม่สามารถหยุดน้ำตาของตัวเอง แต่ในขณะเดียวกันผมกลับสามารถยิ้มได้อย่างมีหวัง สามสี่เดือนที่ผ่านมานี้ทำให้ผมรู้สึกเหมือนกับว่าผมเสียเธอไปนานร่วมปี และหากคราวนี้ผมได้ตัวเธอกลับมา ผมจะไม่เปิดโอกาสให้เรื่องเลวร้ายระหว่างเราเกิดขึ้นอีกต่อไป ผมจะไม่เปิดโอกาสให้มันอีกต่อไปเลย

 

 

 



 

  

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

198 ความคิดเห็น

  1. #187 dark-diamond (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 18 เมษายน 2554 / 17:41

    เนื้อเรื่องเหมือนไม่ครบขาดๆหายๆTTOTT

    #187
    0
  2. #186 สาวน้อยฤดูร้อน (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 16 เมษายน 2554 / 22:45
    ได้ถ่ายรูปมาไหม แต่คิดว่าพี่ไม่น่าพลาด55 อยากเห็นชนบทดงคนชรา555

    กะเกือบแล้ว เกือบแล้ว หล่อแหลมจริงๆๆๆ
    ความบริสุทธิ์ของเธอเกริดาT^T

    ว่าแต่เอ็ดเถอะ สับสนกับชีวิตเหลือเกิน=..=
    เดี๋ยวคิดดี เดี๋ยวคิดร้าย
    เดี๋ยวน่ารัก เดี๋ยวน่าเตะ
    อ๊ากกกกกก สับสนกับชีวิตเหมือนเอ็ดเลยTOT

    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 16 เมษายน 2554 / 22:48
    #186
    0
  3. #185 แมวเหมียว (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 16 เมษายน 2554 / 22:15
    ตาเอ็ดเวิร์ดดดด อ๊ากกก น่ารักใหญ่แล้วเนี่ย ทำไมตาคนนี้ถึงมีเสน่ห์แบบร้ายกาจอย่างนี้
    T-T

    อยากเป็นเกริดา ฮือออ
    #185
    0
  4. #184 fa-iboat (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 16 เมษายน 2554 / 21:48

    อ่านไม่รู้เรื่องเลยอ่ะค่ะ
    เนื้อเรื่องมันไม่ต่อเนื่อง  ขาดๆหายๆT_T

    #184
    0
  5. #183 เด็กชำร่วย (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 16 เมษายน 2554 / 18:54

    เอ็ดลูก..........จัดการ เกธิดาน้อยไปเลยลูก อย่ามัวคิดมาก ฮี่ๆ


    รอรอรอรอรอ >.<

    #183
    0