Merry Spring สาวน้อยฤดูใบไม้ผลิกับหนุ่มน้อยผู้โดดเดี่ยว

ตอนที่ 3 : 2. การเดินทางของสาวน้อยฤดูใบไม้ผลิ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,266
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    14 ต.ค. 54

K a e

เจ้าชายอัศวิน:::

 

สวัสดีค่ะ กลับมาอัพเดทเรื่องนี้แล้วนะคะ

นาตตัดสินใจแล้วว่าจะแต่งเรื่องนี้ต่อ ในรูปแบบที่นาตทำได้คือ...ไม่เปลี่ยนแปลงอะไรอีกแล้ว แต่งด้วยบุรุษที่ 3 (เขา เธอ มุมมองนักเขียนอธิบาย) และบุรุษที่ 2 (ฉัน หรือ ผม) สลับกันตามยะถามกรรมและความสามารถ นาตจะไม่พยายามเปลี่ยนแปลงเนื้อหาแล้วจะให้มันเป็นไปตามโครงเรื่องที่ควรเป็นค่ะ

ก่อนอื่นต้องขอโทษด้วยที่มาอัพช้า เพราะว่าหูตาเพิ่งสว่างค่ะ >O<

สอง ก่อนหน้านี้นาตเคยเขียนนิยายเรื่องนี้เป็นบุรุษที่สาม(มุมมองนักเขียน และมุมมองนักอ่าน) แต่ว่านาตได้เปลี่ยนสองบทแรกให้เป็น ฉัน ผม ไป แต่บทที่นี้แต่งไว้นานแล้วเหมือนกันเพราะไม่เคยอัพเลยไม่ได้เปลี่ยนสักที และก็เปลี่ยนไม่ได้ด้วย ก็เลยคิดว่าปล่อยไว้แบบนี้แหละ มาแก้ปัญหากับแฟนๆ อีกที กร๊ากก

หวังว่าทุกคนจะเข้าใจนะคะ มันมีบางมุมที่นาตอยากให้นักอ่านเดากันเอาเอง เพราะหากให้ตัวละครอธิบายเราจะรู้สึกได้หมด (แต่เอ้...อันไหนอธิบายก็รู้สึกหมดไม่ใช่เหรอ 555) เอาเป็นว่าเฉพาะบางเรื่องแล้วกันค่ะ

อวยพรให้เรื่องนี้จบด้วยเถอะค่ะ นาตจะรวบรวมอารมณ์กลับมาให้ได้เร็วๆไวที่สุด เพราะดันแคนจบไปเรื่องหนึ่งแล้วโล่งจัง >o<

รักและขอบคุณนักอ่านทุกคนที่อุตส่าห์รอคอย

 

 

 

2. การเดินทางของสาวน้อยฤดูใบไม้ผลิ

ถ้าเดินทางไปถึง เราจะทานอาหารกลางวันด้วยกันก่อน หลังจากนั้นอาจะพามาร์ชาไปดูบ้านของพ่อกับแม่นะ วินด์เวิร์ดมองดูหลานสาวผ่านกระจก

มาร์ชาพยักหน้าอย่างรับรู้แล้วมองออกไปนอกหน้าต่าง ดูต้นเรพซีด[1] ที่กำลังออกดอกสีเหลืองอร่ามเต็มท้องทุ่งกว้างบนเขาลูกเล็ก เมื่อมองสลับกับเขาสีเขียวบางลูกแล้วให้ความรู้สึกเหมือนจ้องมองพรมสีเหลืองสลับกับสีเขียว 

นาวินด์หนุนตักมาร์ชาอยู่ ทำให้เด็กสาวขยับตัวไปไหนไม่ได้ เธอใช้กระจกเป็นที่พิงหัว ก้มลงมองดูว่าเด็กน้อยนั้นนอนสบายอย่างไร เธอภาวนาอยู่ในใจให้เขาตื่นขึ้นมาเสียที

บ้านคุณกับพ่อแม่มาร์ชาไม่ได้อยู่ใกล้กันหรือคะวินด์ นัฐญาถาม

บ้านผมตั้งอยู่ในหมู่บ้านแถวตีนเขา อยู่ในตัวเมืองพอดี แต่บ้านของมาร์โค อยู่บนเขาอีกหมู่บ้านหนึ่ง แต่ไม่ไกลจากตัวเมืองมากนัก ส่วนบ้านของนัทชา อยู่ไกลออกไปอีก ทางนั้นจะเป็นฟาร์มเสียส่วนใหญ่ พื้นที่ส่วนมากเป็นทุ่งกว้างสำหรับปลูกข้าวกับเรพซีด ข้าวสาลี หรือไม่ก็หญ้าสำหรับนำไปทำเป็นอาหารสัตว์ วินด์เวิร์ดอธิบาย

มาร์ชาตั้งใจฟังสิ่งที่เขาพูดพร้อมจินตนาการตามไปด้วย ก่อนจะจมดิ่งลงสู่ความหลังอันเลือนลางที่เธอพอจะจำได้บ้างเป็นครั้งคราว

ภาพเลือนลางของเด็กชายตัวเล็กวัยประมาณสองขวบวิ่งเล่นอยู่บนสนามหญ้าที่ไม่ไกลออกไปมีป่าสนเรียงรายอัดแน่น เงาที่ทอดลงมาเป็นร่มเงาให้พวกเขาในตอนกลางวันเมื่อยามแดดจ้า เสียงชายหนุ่มพูดคุยกับหญิงสาวถึงลูกๆ ของพวกเขาแทรกซึมเข้ามาในหัวมาร์ชาเป็นระยะๆ

โอ้ย...เมื่อไหร่จะถึงครับพ่อ ผมเหนื่อยจะแย่อยู่แล้ว คนที่เคยนอนหลับลุกขึ้นมาบิดขี้เกียจ เสียงของเขาทำลายความคิดมาร์ชาในเวลาเดียวกัน

นี่เรา นอนมาตลอดทาง ใช้ขาคนอื่นหนุนต่างหมอนตั้งสี่ชั่วโมงเต็ม ยังมีหน้ามาบ่นอีกเหรอว่าเหนื่อยน่ะหือ มาร์ชาจ้องเข้าไปในดวงตาสีเขียวของเด็กน้อย

เหนื่อยสิ ก็หมอนที่ผมหนุนทั้งแข็งกระด้างให้ความรู้สึกเหมือนเอาหัวพาดขอนไม้ ทั้งยังทำให้คอผมเคล็ดอีกต่างหาก คนช่างบ่นลุกขึ้นมาบิดกาย มือข้างหนึ่งนวดบริเวณท้ายทอย ก่อนแววตาซุกซนจะกรอกกลิ้งไปทางหมอนหนุนจำเป็นราวกับมีเรื่องจะขอให้ช่วย

มองพี่แบบนี้ จะหลอกใช้อะไรอีกล่ะ เด็กสาวจ้องเด็กชายอย่างไร้ซึ่งความไว้วางใจ

หลอกใช้ที่ไหนกัน นาวินด์เล่นหูเล่นตา ลากเสียงออดอ้อน ผมแค่จะขอให้พี่มาร์ชานวดท้ายทอยให้เท่านั้นเองนะ

เสียใจจ้ะ มาร์ชาตัดบทน้ำเสียงหนักแน่น ยกมือขึ้นมากอดอกนั่งเข่าชิดกัน แล้วเอียงกายหันหน้าเยื้องไปทางประตูฝั่งขวามือเธอ มองออกนอกหน้าต่างอย่างไม่ใยดีเด็กน้อยเจ้าเล่ห์ พลางบ่นอุบอิบ นอนทับเราจนตะคริวกินแล้วยังจะมาใช้งานกันอีก

ผมไม่เข้าใจเลยจริงๆ ว่าทำไมคุณพ่อถึงได้เอาผู้หญิงคนนี้มาเลี้ยงไว้ คุณพ่อไม่รู้มาก่อนหรอกเหรอครับว่าเธอน่ะขี้บ่นเหมือนคนแก่ คุณพ่อน่าจะหาผู้หญิงน่ารักๆ มาเลี้ยงเป็นพี่สาวผมนะครับ เด็กน้อยใช้วาจาก่อกวนความสงบ

นี่นาวินด์ หาว่าใครขี้บ่นเหมือนคนแก่ฮะ คนถูกกล่าวหาหันกลับมาถลึงตาใส่คนปากดี

ดุก็ดุ นาวินด์เสริมต่ออย่างไร้ซึ่งความเกรงกลัว อย่างกับแม่มดแหนะ

นาวินด์ คนเป็นแม่เรียกชื่อลูกชายเสียงเข้ม ก็เราไปว่าพี่เขาอย่างนั้น จะไม่ให้พี่เขาไม่ดุได้ยังไง นอนหนุนตักเขามาตลอดทางยังไม่รู้จักสำนึกอีกนะเรา

โธ่ คุณแม่ก็ ผมล้อเล่นหน่อยเดียวเอง เด็กชายตัดพ้อ

ล้อพี่มาร์ชาเขาบ่อยๆ โดนพี่เขาจับโยนเข้าเตาผิงพ่อกับแม่จะไม่ช่วยเลย ผู้เป็นแม่ชี้นิ้วใส่ลูกชายตัวดี

คุณแม่ถามคุณพ่อแล้วเหรอครับ ผมว่าคุณพ่อต้องช่วยผมอยู่แล้ว เด็กน้อยเข้าข้างตัวเอง มาร์ชาที่นั่งอยู่ใกล้ๆ ยิ้มออกมาอย่างรู้สึกขำ

ไม่ต้องถามอาวินด์ก็ต้องเข้าข้างพี่อยู่วันยังค่ำ มาร์ชาเอ่ยขึ้น

ไม่จริงหรอก เด็กน้อยเถียงก่อนจะขอความเห็น คุณพ่อจะเข้าข้างผมใช่ไหมครับ

เออ... ผู้เป็นพ่อลังเล หันไปทางภรรยายิ้มออกมาหวาดๆ ถ้าพ่อเข้าข้างนาวินด์ พ่อก็โดนแม่กับพี่มาร์ชาจับโยนเข้าเตาผิงกันพอดี ลูกก็รู้ไม่ใช่เหรอว่าสองสาวเขาดุขนาดไหน

วินด์เวิร์ด/อาวินด์คะ สองสาวร้องเรียกชื่อชายหนุ่มเสียงแหลมสูงพร้อมเพรียงกัน ก่อนรถทั้งคันจะคับแน่นไปด้วยเสียงหัวเราะของสมาชิกทั้งสี่ที่อยู่ภายใน คนที่ชอบอกชอบใจมากที่สุดคงจะเป็นใครอื่นไปไม่ได้ หากไม่ใช่นาวินด์ เด็กชายวันสิบเอ็ดปีที่ถอดความกวนมาจากพ่อของเขาออกมาราวกับแกะ ซึ่งกำลังแสดงความพึงพอใจออกมาอย่างโจ่งแจ้ง มากเสียจนมาร์ชาอดรู้สึกหมั่นไส้ปนเอ็นดูไม่ได้

 

เมื่อรถแล่นเข้าตัวเมืองเล็กๆ อันไม่เป็นที่คุ้นเคยต่อสามบุคคลผู้ร่วมเดินทางสักเท่าไหร่ มีเพียงวินด์เวิร์ดที่ยังจดจำเสน่ห์ของเมืองเล็กๆ อันเป็นบ้านเกิดของเขาแห่งนี้ได้อย่างแม่นยำ แม้เวลาจะผ่านไปหลายต่อหลายปี และเขาเองก็ไม่ได้กลับมาเหยียบที่นี่อีกเลยนับแต่วันที่เขาจากไปก็ตาม  ชายหนุ่มปลายหางตามองไปทางฝั่งซ้าย  คือแม่น้ำนาโกลด์ที่ไหลผ่านใจกลางเมือง เมื่อตวัดตากลับมาทางฝั่งขวามือคือบ้านเก่าโบราณที่ก่อตัวติดกันราวกับตึกแถว สีสันที่ดั้งเดิมควรจะสดใส กลายเป็นสีเขม่าควันรถส่อให้รู้ว่าไม่ได้รับการดูแลจากผู้พักอยู่อาศัยเท่าที่ควร ทำให้ม่านที่ควรจะเป็นสีขาวดูหมองหม่นเพราะกระจกไม่ได้คงความใส เพื่อเผยให้เห็นสีเนื้อผ้าที่แท้จริง

สามบุคคลผู้ร่วมเดินทางมาด้วยเพลิดเพลินอยู่กับการชายตาสำรวจเมืองเล็กที่ให้ความรู้สึกสงบแตกต่างจากเมืองใหญ่ ไม่ปริปากพูดอะไรมาตลอดทาง จนกระทั่งรถแล่นขึ้นเนินเขาเล็กๆ แล้วหักเข้าโค้งวนไปตามตีนเขาที่มีหมู่บ้านและเขตกำแพงเก่าตั้งอยู่

หวังว่าผมจะไม่เหี่ยวเฉาตายนะ ที่นี่ไม่มีอะไรน่าสนใจเลยสักนิด ความรู้สึกอย่างกับเมืองร้างแหนะ นาวินด์มุ่ยหน้า ถอนหายใจออกมาอย่างรู้สึกเบื่อหน่าย

แต่แม่ว่าที่นี่น่าอยู่ดีออก ไม่วุ่นวายเหมือนในเมืองใหญ่ นัฐญาทอดสายตามองลงไปในหุบเขา ดูถนนที่รถแล่นผ่านมาก่อนหน้านี้

ผมว่าเมืองนี้คงมีแต่คนแก่อาศัยอยู่เสียมากกว่า ผมไม่เห็นเลยว่าน่าจะมีโรงเรียนอยู่แถวนี้ด้วย เด็กชายไม่อาจหยุดติได้

พี่ว่าที่นี่สงบดี ให้ความรู้สึกเหมือนกับ... มาร์ชาหยุดพูดพลางหลับตาลง จมดิ่งลงในความคิดของตัวเอง เมืองที่เขาอยู่เลย

ใครว่าพ่อจะส่งเราไปโรงเรียนล่ะ พ่อจะส่งเราไปเป็นนักบวชต่างหาก เห็นยอดโบสถ์นั่นไหม แค่เดินลงบันไดที่อยู่ข้างบ้านพ่อลงไปสองนาทีก็ถึงแล้ว วินด์เวิร์ดชี้นิ้วไปยังยอดโบสถ์ดังกล่าว

อี้ ฆ่าผมให้ตายไปเลย ดีกว่าจะให้ผมไปเป็นนักบวช เด็กชายประท้วงแสดงทีท่ารังเกียจเดียจฉัน

อะไรกัน มาร์ชาแทรกขึ้นพร้อมหัวเราะ เราน่ะ เหมาะกับอาชีพนักบวชจะตายไป

เฮ้อ นาวินด์นอนแผ่เหมือนคนใกล้ตายราบไปกับเบาะรถ พ่อพูดเล่นใช่ไหมครับ

พ่อพูดเล่นน่ะ วินด์เวิร์ดหัวเราะพล่างหักรถเข้าไปในโรงจอดที่ดูเหมือนโรงจอดลอยฟ้าอยู่ ถึงแล้ว นี่แหละบ้านพ่อ

สาบานได้ว่าเสาไม้นี่สามารถแบกรับน้ำหนักรถของพวกเราได้จริง แล้วจะไม่หักหล่นลงไปทับบ้านของใครสักคนที่อยู่ข้างล่างนั่น

นาวินด์กระโจนออกจากรถมาเกาะราวไม้ ก้มมองลงไปยังเบื้องล่าง ดูบ้านเรือนที่สร้างแทรกไปกับเนินเขา เฉกเช่นเดียวกันกับบ้านของเขา ที่ดูเหมือนมีที่จอดลอยฟ้าติดอยู่ข้างตัวบ้าน ส่วนหนึ่งของครึ่งตัวบ้านถูกฝังไปกับหิน อีกส่วนหนึ่งโผล่ออกไปยังสวนที่มีพื้นเทลาดต่ำลงไปเรื่อยๆ 

พ่อคิดว่าต้นวอลนัทในสวนคงมีความสามารถมากพอจะรั้งรถเราเอาไว้ได้ วินด์เวิร์ดว่าแล้วลากกระเป๋าลงจากรถ

บ้านคุณอาสวยดีนะคะ แปลกดีด้วย มาร์ชายังไม่เคยเห็นบ้านที่สร้างอยู่ติดกับภูเขาแบบนี้เลย เด็กสาวยิ้มอย่างเริงร่ากับสถานที่พักแห่งใหม่นี้

อาหวังว่าหลานจะชอบ วินด์เวิร์ดลูบหัวเด็กสาวอย่างเอ็นดูก่อนบอก เก็บของที่จำเป็นเข้าไปในบ้านก่อนเถอะ ที่สำคัญพ่อขอแนะนำให้เราลงไปอยู่ข้างล่างสักระยะ เพราะของใช้ที่เหลือที่กำลังตามมานั้นเราคงจะต้องเก็บมันไว้ชั้นบนก่อน กว่าจะจัดการอะไรเข้าที่เข้าทาง พวกเราก็อาจจะต้องใช้เวลากันหน่อย

วินด์เวิร์ดลากกระเป๋าเดินทางใบใหญ่สองใบตรงไปยังประตูบ้านที่นัฐญาไขประตูเปิดไว้รอเรียบร้อยแล้ว นาวินด์รีบเดินตามมาตัวเปล่าปลิวแซงหน้ามาร์ชาที่หอบข้าวของพะรุงพะรังอย่างจงใจแกล้ง

มาร์ชาถลึงตาใส่เชิงขู่ หากแต่เด็กชายกลับเดินลอยหน้าลอยตาเข้าไปในบ้านอย่างสบายใจเฉิบ

นาวินด์จ้ะ นัฐญาที่ตามสถานการณ์อยู่รั้งลูกชายตัวแสบที่ตั้งท่าจะเดินลงบันไดไปข้างล่างเอาไว้ มาร์ชาหยุดเดินเพราะนัฐญาขวางทางอยู่

ช่วยแม่ถือของหน่อยสิ เธอหันกลับมาดึงข้าวของออกจากมือมาร์ชาแล้วยัดใส่มือลูกชาย

แต่... เด็กชายทำท่าจะประท้วง

ไม่มีแต่ ขนของลงไปข้างล่างเดี๋ยวนี้เลยนะจ้ะ แล้วลูกต้องกลับขึ้นมาขนของออกจากรถต่ออีก หญิงสาวยืนยันคำขาด

นาวินด์ไม่มีโอกาสแม้แต่จะอ้าปากค้านออกมา ได้เพียงแต่ส่งสายตาวิงวอนมาทางมาร์ชาอย่างสิ้นหวัง เพราะเด็กสาวแสร้งเฉหน้ามองไปทางอื่นก่อนที่ดวงตาสองคู่จะได้มีโอกาสสบกันเสียอีก เนื่องจากเธอรู้ดีว่าเธอมักใจอ่อนยอมเสียรู้ให้นาวินด์ทุกครั้งที่ต้องมองเข้าไปในดวงตาไร้เดียงสา ที่เขาสร้างขึ้นมาหลอกใช้เธอ

เมื่อนาวินด์เดินลงบันใดไป นัฐญาหันกลับมาสบตาเด็กสาว

น้าคิดว่าหนูต้องชอบที่นี่แน่ๆ เธอยิ้มให้มาร์ชาอย่างเอ็นดู และตอนนี้สาวน้อยผู้สดใสคนนี้ก็คงมีคำถามมากมายเกี่ยวกับเมืองนี้อย่างแน่นอน เธอทาบมือลงบนแก้มเด็กสาวอย่างอ่อนโยน

คุณน้ารู้ทันมาร์ชาประจำเลย เด็กสาวยิ้มหัวใจพองโต เธอรู้ว่าคนตรงหน้าต้องการจะเสนออะไรให้เธอ

ก็ดวงตากลมโตคู่สวยนี้มันฟ้องนี่จ้ะ เธอหยิกแก้มเด็กสาวเบาๆ รีบไปเถอะ ก่อนที่นาวินด์จะขึ้นมา

 

เมื่อเดินไปคว้าเป้ในรถมาแล้ว มาร์ชาเดินออกจากบ้านมาอย่างเริงร่า เธอกระโดดไปหยุดอยู่กลางถนนโล่งแล้วหมุนตัวสูดอากาศบริสุทธิ์เข้าเต็มปอด ยืนหลับตานิ่งอยู่กับที่เพื่อลิ้มรสความสงบของเมืองเล็กๆ แห่งนี้ จากนั้นเธอก็มองไปรอบเพื่อหาลู่ทางเดินไปยังใจกลางเมือง เพื่อออกตามหาต้นไม้ประจำเดือนพฤษภา ซึ่งคาดว่ามันน่าจะยังตั้งอยู่ที่ใดสักแห่งในตัวเมือง และความเมื่อยล้าก็ทำให้เธอเลือกที่จะเดินเรียบไปตามถนนที่ลาดต่ำไปเรื่อยๆ แทนที่จะลงบันได จนกระทั่งสุดอยู่ที่สวนเล็กๆ ปลายทางที่สร้างขึ้นเป็นครึ่งวงกลม แบ่งเป็นขั้นๆ โดยมีลานยื่นออกไปอย่างเพียงสำหรับเดิน และมีม้านั่งอยู่ทุกชั้น

นายมานั่งทำอะไรอยู่ตรงนี้ นี่วันศุกร์นะพ่อยอดชาย

คำแซวดึงดูดความสนใจมาร์ชา ทำให้เธอหันไปมองยังที่มาของเสียง เห็นเด็กสาวผมสีน้ำตาลแดงยืนเท้าสะเอวมองเด็กหนุ่มผมสีน้ำตาลบลอนด์ที่กำลังนั่งอยู่บนม้านั่ง แล้วเขาก็ปิดสมุดลงทันทีแล้ววางมันลงข้างกายเงยหน้าขึ้นมาทักทายเธอ

ไง เขาทักเด็กสาวอย่างเป็นกันเอง

นั่นนายกำลังเขียนอะไรอยู่ เธอเอื้อมมือจะไปหยิบสมุดนั่นมา แต่มือใหญ่ผลักหนีเชิงบอกเป็นทางอ้อมว่าเธอไม่ควรยุ่งกับของๆ เขา เด็กหนุ่มแสดงความต้องการความเป็นส่วนตัวออกมาอย่างชัดเจน

เธอยังไม่กลับบ้านเหรอ เขาถาม

แล้วนายล่ะ เลิกเรียนมาได้สักพักแล้วนะ ไม่กลับบ้านรึไง เด็กสาวทัก

ฉันมีอะไรต้องทำอีก เธอกลับไปเถอะ เขาบอกแล้วรวบรวมข้าวของอื่นๆ ที่วางอยู่บนม้านั่งมายัดลงในกระเป๋าตั้งท่าจะลุกขึ้น

กลับด้วยกันเลยสิ เด็กสาวสวมกอดรอบแขนเด็กหนุ่ม

เธอกำลังจะทอดสะพานให้ฉันเหรอบาร์บี้ อย่าพยายามเลย ฉันไม่อยากมีใครตอนนี้ คำตัดรอนทำให้เด็กสาวแสดงสีหน้าเอือมระอาออกมา แต่ไม่ได้มีทีท่าเขินอายต่อคำปฏิเสธสักเท่าไหร่นัก เธอเพียงแค่ผละตัวออกแล้วเดินลงขั้นบันไดจากเด็กหนุ่มไป

เมื่อเด็กสาวลับตาไปแล้ว เด็กหนุ่มทิ้งกระเป๋าของตัวเองลงบนม้านั่งอีกครั้ง เขาถอนหายใจออกมาแล้วเอามือขึ้นมาประสาทอยู่บริเวณท้ายทอย อิงกายกับพนักพิงอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะรื้อสมุดออกมาเปิดแล้วหยิบกระดาษที่ซ่อนอยู่ในนั้นมาวางไว้บนปกสมุด ก่อนจะลงมือเขียนต่อ

ลมฤดูใบไม้ผลิพัดหวิว ก่อนจะกระชากหนักหน่วงขึ้นเรื่อย จนสามารถผลัดใบไม้ที่เพิ่งผลิออกมาลงจากต้นให้ปลิวพริ้วร่วงลงสู่ผืนดิน ทั้งยังทำเอากระดาษที่เคยอยู่ในมือของเด็กหนุ่มหลุดลอยขึ้นสูงให้ปลิวมาตกอยู่ตรงหน้าเด็กสาวที่ยืนอยู่ลานกว้างสุดขอบถนนเดินรถของอีกฝั่ง

มาร์ชาก้มลงเก็บกระดาษขึ้นมา สายตาก็เหลือบไปเห็นข้อความที่เขียนอยู่เหนือกระดาษอย่างไม่ได้ตั้งใจ

 

วันที่ 5 พฤษภาคม ค.ศ.xxxx

ที่อยู่ :

ต้นไม้ใหญ่หมายเลข 7

xxxx หมู่บ้านป้อมปราการเก่า

 

ฉันไม่เคยเขียนจดหมายถึงคนแปลกหน้ามาก่อน เคยแต่เขียนจดหมายหาต้นไม้ ซึ่งเธออาจจะคิดว่ามันงี่เง่าพอกัน

หมับ!

แรงกดบนข้อมือทำให้ร่างบางสะดุ้งเฮือก เธอละสายตาจากจดหมายดังกล่าว ตื่นจากความคิด เงยหน้าขึ้นมองโครงหน้าของเด็กหนุ่มอย่างตกตะลึง

เธอยืนอ่านจดหมายของฉันซึ่งๆ หน้าแบบนี้ ไม่รู้สึกละอายแก่ใจบ้างเลยหรือไง เด็กหนุ่มใช้มืออีกข้างดึงกระดาษไปจากมือมาร์ชา ทั้งที่มืออีกข้างยังกำข้อมือเล็กไว้แต่พอหลวม นัยน์ตาสีฟ้าเทาหยั่งลึกเข้าไปในดวงตาของคู่กรณี

เธอกำลังเขียนจดหมายหาต้นไม้เหรอ มาร์ชาถามอย่างอยากรู้ ในหัวของเธออัดแน่นไปด้วยคำถามต่างๆ นานา หัวใจเต้นผิดจังหวะไปกับการรอคอยคำตอบที่เธอคาดหวังอยากให้เขาบอกว่า ใช่ เขาเคยแต่เขียนจดหมายหาต้นไม้ เหมือนอย่างข้อความในจดหมายฉบับแรกที่เธอได้รับจากคนแปลกหน้าระบุเอาไว้

เธอนี่เป็นพวกเสียสติรึเปล่า นึกยังไงถึงได้คิดว่าฉันจะสติเฟื้องไปทำเรื่องบ้าๆ พันธ์นั้นด้วยฮะ เด็กหนุ่มหัวเราะเยาะ มีบางสิ่งบางอย่างแฝงอยู่ในแววตาที่เขาทอดมองเด็กสาวที่กำลังแสดงสีหน้าผิดหวังหวั่นวิตก

เหรอ ฉันคงคิดไปเอง มาร์ชาพยายามฝืนยิ้มให้เขา ขอโทษนะ ฉันไม่จงใจจะอ่านจดหมายเธอหรอก แค่ตั้งใจนิดๆ เธอเอ่ยทะเล้น ก่อนจะหมุนตัวเตรียมกลับบ้านเพราะเธอไม่มีกระจิตกระใจจะไปตามหาต้นไม้แห่งเดือนพฤษภาคมอีกต่อไป เพราะความผิดหวังมันอัดแน่นอยู่ในอก

เดี๋ยว เสียงทุ้มรั้งให้เด็กสาวหันกลับไป เธอชื่ออะไร เขาถามสีหน้าจริงจัง

มาร์ชา เธอตอบด้วยใบหน้ายิ้มแย้มไม่แสดงปฏิกิริยาเศร้าหมอง แล้วเธอล่ะ ชื่ออะไร

มาร์ชา ชื่อเธอน่ารักดี แต่เธอเสียมารยาทไปหน่อยที่อ่านจดหมายของฉัน เขาตำหนิ

ขอโทษแล้วกัน มาร์ชากระตุกคิ้ว ทำหน้านิ่วก่อนยืนยัน มันจะไม่เกิดขึ้นอีก เธอเอียงกายหันหนีเขา

ฉันชื่อไดม่อน เด็กหนุ่มประกาศบอก

ยินดีที่ได้รู้จักนะ ไดม่อน ชื่อเธอน่ารักดี แต่เธอหยาบคายกับฉันจัง

ชะงัก!

เด็กหนุ่มยืนตะลึง เด็กสาวเดินจากมา เหลือไว้เพียงความสงสัยที่ปรากฏอยู่บนใบหน้าเรียวสวยตามมาตรฐานชาวยุโรป

 

:::เจ้าชายอัศวิน

 

 



[1] Rapeseed (Brassica napus) พืชตระกูล Brassicaceae (mustard or cabbage) ชนิดหนึ่งใช้สำหรับเลี้ยงสัตว์หรือสกัดเอาน้ำมันจากเมล็ด มีดอกสีเหลือง

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

511 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 14 ตุลาคม 2554 / 22:46
    ไดม่อนคงเหงามากเลยนะ
    พอๆ กับนิชาละ
    เขียนจดหมายหาต้นไม้=O=
    แอบเหงาอยู่คนเดียวแหง
    ตอนนั้นทำไมไมนึกสงสารไดม่อนนะ
    ตอนนี้รู้สึกสงสารละTT

    ว่าแต่วินด์เวิร์ดน่ารักเหมือนเดิมเลย555
    แอบคิดถึง><
    #466
    0
  2. #324 น้ำค้างพร่างพราว. (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2553 / 21:27
    นางเอกแรง
    555
    #324
    0
  3. #319 ~L'obscurit~ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2553 / 03:35

    มาร์ชา ...ประโยคสุดท้ายถูกใจมาก  หุหุ  ^O^

    #319
    0
  4. วันที่ 1 มกราคม 2553 / 12:00
    ไดม่อนความจริงเจอมาร์ชาก่อนอมาเดโอทุกครั้งเลยนะเนี่ย ทั้งตอนส่งจดหมายแล้วก็ตอนนี้ด้วย แต่เสียดายนายไม่ใช่พระเอกนี่น่า555 รักเท่ากันนะอมาเดโอ ไดม่อนอะ
    #172
    0
  5. #83 กาแฟ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2552 / 00:00
    กริ๊ดๆ ๆ ไดม่อนค่ะ >///////////<  (แล้วไดม่อนเป็นใครเนี่ย ^?^*)

    ผู้ฟังทั้งหลาย : อ้าว !  O0O
    #83
    0
  6. #68 0oollก้มป่oงoo0 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2552 / 18:53

    Dee ka  snook muk muk ka
    ดีค่ะ เพิ่งอ่านเนี่ยก็สนุกๆๆสุดๆๆเลยน่ะค่ะ สู้ๆๆๆน่ะค่ะ

    #68
    0
  7. #32 Who am I ? (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 24 กันยายน 2552 / 18:27

    ว้าววววว  ในที่สุดก็อัพแล้ว  รออ่านตั้งนานแน่ะ  

    เรื่องนี้ตั้งใจจะอ่านมากเลย ชอบโครงเรื่อง

    #32
    0
  8. #31 แกมแก้ว (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 24 กันยายน 2552 / 17:09

    กลับมาอ่านจนจบแล้วนะค่ะ

    ไดม่อนจะใช่คนในจดหมายไหม( แอบลุ้น  ลุ้น)

    ป.ล.หนูรออ่านตอนต่อไปอยู่นัค่ะ รักพี่นาตค่ะ

    #31
    0
  9. #30 แกมแก้ว (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 24 กันยายน 2552 / 05:45
          ดีใจจังพี่นาตมาแต่งต่อเเล้ว  แต่ตอนนี้เพิ่งตื่นนอน ต้องไปอาบนำเตรียมตัวไปโรงเรียนก่อน  เดี๋ยวตอนเย็นจะกลับมาอ่าน

    ป.ล.มีความสุขมากมายค่ะ
    #30
    0