Lucifer หนึ่งรักจุมพิตร้อน

ตอนที่ 3 : บทที่ 3 จัสติน่า

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 86
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    31 ม.ค. 62




บทที่ 3 จัสติน่า

“...”

ฉันอยากรู้สถานภาพของคุณ เพราะคิดว่าฉันมีความจำเป็นต้องควบคุมพัฒนาการทางด้านความรู้สึกที่มีต่อคุณให้ดำเนินไปในทิศทางที่ถูกต้องค่ะ” เธอหายใจติดขัด รู้สึกไม่มั่นใจเพราะความเงียบของชายหนุ่ม แต่พยายามที่จะวางตัวให้มีเหตุมีผลมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ “ดอกไม้นั่น...ที่คุณซื้อไป”

ผมไม่ได้คบหาใครเป็นพิเศษ” เขาเอ่ยขึ้น “และผมก็ซื้อดอกไม้นั่นไปเพราะอยากซื้อเท่านั้นเอง”

“...” จัสติน่ากะพริบตาปริบๆ “แล้ววันนี้ที่คุณมาที่ร้านดอกไม้ของฉัน...”

ผมตั้งใจมาหาคุณ”

“...”

ผมสนใจคุณ” เขาบอกเสียงเรียบ จัสติน่าเลือกไม่ได้ว่าเธอควรนึกขำท่าทางของเขาหรือว่าเขินอายต่อคำพูดของเขาดี ความรู้สึกทั้งสองอย่างผสมปนเปกันไป เธอไม่คุ้นเคยกับท่าทางเฉยชาของฝ่ายชายเวลาพยายามจีบเธอแบบนี้ เขาเป็นคนที่แปลก ให้ความรู้สึกประหลาดเวลาอยู่ใกล้ เธอไม่ได้รู้สึกอึดอัดแต่กลับเหมือนถูกดึงดูดเข้าหาเขา ดวงตาของเขาเจ้าเล่ห์และฉายแววเศร้า เวลาที่เขายิ้มเพียงแค่นิดเดียว มันมีอิทธิพลมากพอที่จะทำให้เธอยอมทำทุกอย่างเพื่อให้ได้อยู่ใกล้เขาไปมากกว่าที่เป็น ขอบคุณที่เธอมีกาแฟนมอยู่ตรงหน้า เธอหยิบมันขึ้นมากรอกรวดเดียวจนหมดราวกับต้องการมอมเมาตัวเองด้วยสิ่งนั้น หากแท้จริงแล้วเธอกำลังรู้สึกเหมือนถูกมอมเมาด้วยดวงตาและการกระทำของเขา

ลูซิเฟอร์ ลูซิเฟอร์ ลูซิเฟอร์ ชื่อนี้ก้องอยู่ในหัวเธอทุกค่ำคืนตั้งแต่เขาก้าวเข้ามาในร้านเธอในวันนั้น ผู้ชายปริศนาที่เธอไม่พยายามแม้แต่จะสักถามความเป็นไปเกี่ยวกับตัวเขา หากแต่ต้องการรอคอยให้เขาเป็นฝ่ายพูดมันออกมาเอง เธอสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับตัวเขาอย่างผิวเผิน หากแต่ไม่เจาะลึกลงไปเหมือนกรณีที่เธอเคยเดทกับผู้ชายคนอื่นๆ ที่มักจะพูดคุยกันอย่างเปิดอกตั้งแต่วินาทีแรกของชั่วโมงออกเดท วันนี้เธอไม่ได้อยากรู้มากนักว่าเขามาจากที่ไหน ทำงานอะไร แต่เธออยากรู้ว่าเขาเป็นคนอย่างไร เธออยากรู้ว่าเมื่อไรเขาจะเลิกเอาแต่จ้องมองเธอแล้วทำอะไรก็แล้วแต่ที่จะทำให้เธอรู้สึกตื่นเต้นซาบซ่านเหมือนตอนที่เขากุมไหล่เธอเอาไว้ในตอนนั้น สัมผัสจากเขาแทบทำให้เธอหยุดลมหายใจ และในขณะเดียวกันมันก็ทำให้เธออยากจะกลายเป็นอมตะหากเพียงแค่เธอสามารถครอบครองเขาให้เป็นของเธอตลอดชั่วนิรันดร์นั้นเช่นกัน

ความคิดนี้เริ่มกวนใจจัสติน่าจนเธอคิดว่าแรงกดดันที่เธอพยายามยัดเยียดให้ตนปฏิบัติตัวอย่างเคร่งครัดในฐานะชาวคาทอลิกที่ดีมีส่วนทำให้เธอกลายเป็นคนแบบนี้ด้วยรึเปล่า แต่เธอด่วนสรุปว่าคงไม่ใช่ เพราะไม่เช่นนั้นเธอคงไม่ตัดสินใจที่จะออกจากการเป็นชาวคริสต์นิยายคาทอลิกมาอย่างแน่นอน เธอมีด้านมืดเหมือนกับคนอื่นๆ ทั่วไป จะเรียกว่าด้านมืดคงไม่ได้ เพราะแท้จริงแล้วมันก็เป็นแค่ความต้องการที่ไม่มีใครสามารถหลีกเลี่ยงมันได้เช่นกัน

คุณชอบเดินไหมคะ”

ผมเดินเล่นเป็นประจำครับ แต่บอกไม่ได้เหมือนกันว่าชอบรึเปล่า”

ปรกติแล้วคุณจะมักเดินเล่นที่ไหนคะ”

ผมมักเดินตามริมน้ำ ตามสวน หรือบางครั้งก็ผ่านตรอก และซอกตึกไปเรื่อย” ดวงตาคู่สีน้ำตาลของจัสติน่าที่เขากำลังทอดมองอยู่นั้นทำให้จินตนาการของเขาไม่อาจหยุดอยู่ได้แค่ในดวงตาของเธอ “คุณละครับ มีกิจกรรมยามว่างที่โปรดปรานรึเปล่า นอกเหนือจากการศึกษาเกี่ยวกับดอกไม้และจัดดอกไม้”

ฉันไม่ได้โปรดปรานอะไรเป็นพิเศษ แต่การเดินช่วยทำให้ฉันผ่อนคลายได้ แต่คงไม่พ้นที่ที่มีดอกไม้ละมั้งคะ บางอาทิตย์ฉันชอบไปเดินที่ถนนโคลัมเบียที่ตลาดดอกไม้ ฉันพยายามจะไปที่นั่นให้บ่อยที่สุดเพื่อดูดอกไม้ และน้อยที่สุดเพื่อหลบหลีกผู้คนจำนวนมาก” จัสติน่ามองไปยังถนนด้านนอกเพื่อมองดูผู้คนที่เดินผ่านร้านไปมาก่อนจะหันมาสบตาลูซิเฟอร์ “คุณล่ะคะ ชอบผู้คนมากๆ รึเปล่า กิจกรรมยามว่างของคุณคืออะไร”

ลูซิเฟอร์มักเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของผู้คนจำนวนมาก เขาไม่แน่ใจว่าเป็นเพราะชอบรึเปล่า หรือว่าเขาแค่เบื่อที่จะต้องอยู่คนเดียวในบางครั้ง เขาไปสังสรรค์กับเพื่อนร่วมงานอย่างโดยขาดความกระตือรือร้น เขาตอบรับข้อเสนอที่บรรดาหญิงสาวหยิบยื่นให้โดยปราศจากความดีใจ เขาเดินออกจากที่พักของพวกเธอทันทีที่พวกเธอหลับหลังจากสำเร็จภารกิจเหมือนไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้นระหว่างเขาและพวกเธอ เขาไม่ได้รู้สึกสนุกกับมันแต่เขาไม่พยายามที่จะหยุดมันเช่นกัน เขาทำเรื่องพวกนี้บ่อยมากจนแทบจะจัดอยู่ในกิจกรรมยามว่างได้ และนี่ก็เป็นเรื่องที่ไม่สมควรจะเล่าให้จัสติน่าฟัง ลูซิเฟอร์ไม่แน่ใจว่าวันๆ หนึ่งเขาทำอะไรบ้างที่เรียกว่าเป็นงานอดิเรก เขาไม่ดูฟุตบอล หรือสนใจกีฬาอะไรเป็นพิเศษ และไม่ได้รู้สึกเบื่อเวลาร่วมชมการแข่งขันกับผองเพื่อน เขาอ่านหนังสือบ้าง ออกไปวิ่งบ้าง การนึกถึงกิจกรรมยามว่างของตัวเองทำให้เขารู้สึกเหมือนกับว่าวันๆ หนึ่งเขาแทบจะไม่ได้ทำอะไรเป็นกิจจะลักษณะ อาจเป็นเพราะว่าช่วงระยะเวลาของเขาส่วนหนึ่งหมดไปบนโต๊ะอาหารที่เขากินอย่างอ้อยอิ่งกับหนังสือที่อยู่ในมือและเหม่อลอย หรือแม้แต่หลุดเข้าไปในเรื่องราวที่นักเขียนบรรจงสร้างขึ้นมา หากคิดดูดีๆ แท้จริงแล้วเขาเองก็ชอบเข้าร้านหนังสือเหมือนกัน ร้านหนังสือมือสอง เขาเคยยืนอ่านพวกมันเป็นชั่วโมง แต่เขาไม่ค่อยซื้อกลับมาเท่าไรนัก ลูซิเฟอร์ไม่ชอบเก็บอะไรไว้ในพื้นที่ส่วนตัวทั้งนั้น ห้องพักของเขาจึงว่างเปล่าจนไม่สามารถระบุความชอบที่ชัดเจนของเขาได้ ทว่าภายในใจของลูซิเฟอร์สามารถรับรู้ได้ว่าบนโลกนี้จะต้องมีความชอบนั้นอยู่แน่ๆ ความชอบที่เขาจะสามารถเอ่ยออกมาได้อย่างเต็มปากเต็มคำว่าไม่มีความชอบใดๆ ที่จะมาทดแทนมันได้ เขารู้สึกมันได้เต็มหัวใจ เขาแค่ต้องค้นพบมันให้เจอ

นอกจากเดินเล่นแล้ว...” เขาขยับตัวเล็กน้อยหลังจากนั่งนิ่งมานาน หากแต่ดวงตายังจับจ้องอยู่ที่เธอ “...ผมก็ชอบเข้าร้านหนังสือมือสอง” อย่างน้อยเขาก็ไม่ได้โกหก

คุณเป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องร้านหนังสือมือสองรึเปล่าคะ” จัสติน่าได้รับการส่ายหน้าเป็นคำตอบ เขายังคงนิ่งอยู่แต่ก็ทำให้เธอยิ้มได้อยู่ดี เธอรู้สึกว่าตัวเองยิ้มกริ่มและเผลอกัดริมฝีปากล่างเล็กน้อย การกระทำนั้นทำให้เธอเริ่มเขินอายพฤติกรรมตัวเองจนแทบไม่กล้าจะขยับตัว หากแต่เธอไม่สามารถปกปิดใบหน้าที่ร้อนผ่าวนั้นได้ต่อไปแล้ว เธอรู้มันเป็นอย่างดี มันช่วยไม่ได้ บางทีเธอก็อยากให้เขามองไปทางอื่นเพื่อให้เธอได้พักหายใจได้อย่างเป็นปรกติ โชคร้ายสำหรับเธอ เพราะดูเหมือนกับว่าจะไม่มีแรงจูงใจใดๆ ทำให้ลูซิเฟอร์ละสายตาไปจากใบหน้าของเธอ ท่าทางเขินอายของเธอ หรือแม้แต่พฤติกรรมกัดริมฝีปากล่างที่แสดงถึงความต้องการของเธอที่มีต่อเขา “แถวนี้มีร้านหนังสือมือสองอยู่ คุณอาจจะชอบหากคุณจะอนุญาตให้ฉันพาคุณไป”

ผมรู้สึกได้ว่าผมจะต้องชอบมัน” ดวงตาของเขาหรี่เล็กลง จ้องไปยังริมฝีปากของเธอ นั่นทำให้จัสติน่าหายใจไม่ทั่วท้อง โดยเฉพาะตอนที่เขาพึมพำต่อไปราวกับพูดคุยอยู่กับตัวเองมากกว่า “ผมจะต้องชอบมันอย่างแน่นอน”

วนิลาชีสเค้กนี่ อร่อยจริงๆ เลย” เธอตั้งใจจะมองไปยังเค้ก หากแต่ยังจ้องมองไปยังลูซิเฟอร์ หายใจติดขัดและเขินอาย โดยเฉพาะตอนที่เขายิ้มออกมาที่มุมปากพลางยกมือขึ้นค้ำคาง

ผมเชื่อว่ามันต้องอร่อยสำหรับคุณ” ท่าทางพยายามก้มมองดูจานเปล่าของหญิงสาวทำให้รอยยิ้มของเขาขยับกว้างขึ้นกว่าเดิม “คุณอยากได้เค้กเพิ่มไหม”

ไม่เป็นไรค่ะ เดี๋ยวเราออกไปเดินเล่นกันต่อดีกว่า” เธอรีบโพล่งออกมา “ถ้าคุณต้องการ ฉันลืมถามความต้องการของคุณไปเลย”

ผมต้องการ ผมต้องการอย่างนั้น” แววตาแน่วแน่ของเขาทำให้มือเธอสั่น ใจของเธอเต้นรัวไปกับการยืนยันที่ก้องกังวานอยู่ในโสตประสาทของเธอซ้ำแล้วซ้ำเล่า

 

จังหวะการเดินของเขานั้นสงบเชื่องช้าไม่เร่งรีบ จัสติน่าที่ติดจะสูงในระดับหนึ่งหากแต่ตัวเล็กกว่าเขาประมาณหนึ่งช่วงมือจึงไม่มีปัญหาเวลาเดินเคียงข้างเขา พวกเขาก้าวขาในจังหวะเดียวกัน ต่างฝ่ายต่างไม่ได้ตระหนักว่าตนเดินใกล้อีกฝ่ายมากขนาดไหน จนกระทั่งรู้สึกได้ถึงความชาไปทั้งตัวตอนที่ชายเสื้อของพวกเขาสัมผัสกัน หากแต่ไม่มีใครแสดงท่าทีอึดอัดและเดินต่อไปเหมือนไม่ได้รู้สึกอะไร หากจะว่าไปแล้ว ทั้งจัสติน่าและลูซิเฟอร์ต่างรู้สึกพึงพอใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น

ขณะจ้องไปเบื้องหน้าพวกเขามองเห็นอีกฝ่ายจากมุมสายตาของตัวเอง หันมาสบตากันและกันในบางครั้งเวลาพูดคุย มือของลูซิเฟอร์ทาบอยู่บนแผ่นหลังของหญิงสาวแผ่วเบากึ่งเว้นระยะบ้างจังหวะที่พวกเขาข้ามถนน จัสติน่าไม่อาจหยุดความคิดความต้องการให้เบื้องหน้าเธอมีถนนให้ข้ามอีกสักสิบแห่ง ทว่ามันไม่ได้เป็นไปอย่างนั้นเสียทีเดียว ร้านหนังสือดังกล่าวอยู่ไม่ไกลจากพวกเขาไปมากแล้ว ช่างเป็นเรื่องน่าเสียดาย...สำหรับเธอ แน่นอน...สำหรับเขาด้วย

ร้านนี้ไม่ได้มีหนังสือมากนัก แต่ก็มีเพียงพอในระดับหนึ่ง”

ผมคิดว่าน่าจะมีมากพอสำหรับวันนี้ ผมไม่คิดว่าตัวเองจะต้องการอะไรไปมากกว่านี้อีกแล้ว” เขามองเธอแน่วแน่ขณะกล่าว สังเกตเห็นแก้มของหญิงสาวเริ่มขึ้นสีระเรื่อแล้วเธอก็เป็นฝ่ายเบือนหน้าหลบเขาเอง ด้วยเหตุผลอะไรบางอย่างที่เขาไม่อาจรับรู้ได้ “ผมยังไม่มีเจตนาจะซื้อหนังสืออะไร แต่การได้มาที่นี่อาจเปลี่ยนใจผมก็ได้”

ฉันรู้ว่าตัวเองคงอดใจไม่ไหวตั้งแต่ตัดสินใจมาที่นี่แล้วค่ะ” เธออดใจไม่ไหวตั้งแต่เจอเขาแล้ว ไม่ใช่เรื่องหนังสือ หากแต่หลายๆ อย่าง ความไม่รู้จักพอก่อกวนใจเธอ ความต้องการที่จะฉุดรั้งเขาเอาไว้กับเธอให้นานที่สุด ความรู้สึกประหลาดที่เกิดขึ้นอย่างยากจะควบคุม

คุณชอบสะสมหนังสือด้วยรึเปล่า” ลูซิเฟอร์เปิดประตูให้จัสติน่าเดินเข้าไปด้านในก่อน

ฉันชอบสะสมหนังสือประมาณหนึ่งเลยทีเดียว ไม่ถึงกับมากนัก แต่พอมีบ้าง ทว่าพักหลังฉันพยายามอดใจไม่ซื้ออะไรแล้วไปหาอะไรอ่านที่ห้องสมุดของพี่ชายแทน ซึ่งมันก็ไม่ใช่แนวของฉันเสียทีเดียวแต่ก็พออ่านได้” เธอนึกถึงหนังสือแนวฆาตกรรมที่อยู่บนชั้นหนังสือของพี่ชายแล้วอดมุ่ยหน้าไม่ได้ “คุณชอบอ่านหนังสือแนวไหนคะ”

ผมไม่มีความชอบเกี่ยวกับหนังสือเป็นพิเศษ สนใจเรื่องไหนก็หยิบขึ้นมา มันไม่จำเพาะเจาะจงว่าต้องเป็นแนวไหนเป็นพิเศษรึเปล่า เรื่องล่าสุดที่ผมอ่านเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับเด็กชายที่เกิดมาในสภาพที่ไม่ปรกติอันเป็นผลมาจากความบิดเบือนทางพันธุกรรม”

เรื่อง 'WONDER ชีวิตมหัศจรรย์ของออกัสต์' ใช่ไหมคะ” จัสติน่าเบิกตากว้างท่าทางกระตือรือร้น “ฉันแค่ลองเดาดูเท่านั้น”

ใช่ครับ เกี่ยวกับเด็กชายวัยสิบขวบที่ชื่อออกัสต์นั่นละ”

ฉันก็เคยอ่านเรื่องนั้นค่ะ” เธอมาหยุดอยู่หน้าชั้นหนังสือที่อยู่ด้านใน “เป็นนิยายที่อ่านได้เรื่อยๆ ดี และทำให้ฉันคิดว่าได้ว่าตัวเองโชคดีขนาดไหนที่มีชีวิตวัยเด็กแสนจะสวยงามกว่าเขามาก”

ผมคิดว่าคุณคู่ควรกับมันอย่างที่สุด” ลูซิเฟอร์แทบไม่รู้ว่าตัวเองพูดอะไรออกไป เมื่อนึกขึ้นได้จึงรีบเสริมต่อไปว่า “ชีวิตที่สวยงาม”

คุณคิดอย่างนั้นหรือคะ”

คุณคู่ควรแก่สิ่งดีๆ” ความรู้สึกบอกเขาแบบนั้น จากที่เขาได้สัมผัส จัสติน่ามีจิตใจที่บริสุทธิ์ และเธอดูงดงามเหลือเกินในสายตาเขา ใช่เลย...เธอคู่ควรกับสิ่งที่ดีอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ฉันก็ปรารถนาให้มันเป็นอย่างนั้น” เธอจ้องมาที่เขาไม่ลดละ ลูซิเฟอร์เห็นดวงตาคู่สีน้ำตาลกำลังกวาดมองไปทั่วใบหน้าของเขา เขาไม่ได้รู้สึกเขินอายต่อมัน หากแต่หัวใจของเขาพองโตราวกับว่าความปรารถนาที่เธอกำลังเอ่ยถึงนั้นเป็นเขา เขาปรารถนาให้เธอต้องการเขา เหมือนอย่างที่เขาต้องการเธอ “หากคุณอยากเดินดูหนังสือ ตามสบายเลยนะคะ ฉันขอเวลาดูหนังสือทางฝั่งนี้ก่อน”

ลูซิเฟอร์พยักหน้ารับ มองดูรอยยิ้มของเธอจนกระทั่งเธอหันไปสนใจสิ่งอื่นที่ไม่ใช่เขา นั่นคือชั้นหนังสือที่อยู่เบื้องหน้าเธอ เขาถอยหลังออกห่างจากเธอมา เพื่อทอดมองดูเธอในระยะที่ไม่ใกล้จนเกินไป เขาเดินอ้อมไปด้านหลังชั้นที่ตั้งอยู่กึ่งกลางห้อง ดึงหนังสือหนึ่งเล่มออกมาเพื่อทอดมองผ่านช่องว่างระหว่างชั้นไปยังใบหน้าของหญิงสามขณะเลือกหนังสือด้วยท่าทางมีความสุข เธอคงจะมีความสุขมากถึงขนาดมอบรอยยิ้มให้พวกมันได้ทุกเล่มที่เธอเปิดอ่าน ภาพดังกล่าวทำให้เขามีความสุขด้วยเช่นกัน ความสุขที่ก่อตัวภายในใจเขายิ่งทำให้เขาสามารถมองเห็นความสวยของเธอได้มากขึ้นกว่าเดิม หรือไม่ก็เป็นเพราะว่าเธอสวยมากจริงๆ หากแต่เขาไม่สามารถรับรู้มันได้ทันทีตอนที่เห็น บางทีอาจจะเป็นเพราะว่าความปรารถนาของเขามีมากกว่าที่เขาจะสามารถมองดูเธอด้วยแววตาและหัวใจ

หัวใจอย่างนั้นหรือ ลูซิเฟอร์ยกมือขึ้นกุมอกด้านซ้ายของตนแล้วสอดหนังสือกลับเข้าไปในชั้น มันเต้นแรงจนน่าทึ่ง นานเท่าไรแล้วที่เขาไม่ได้รู้สึกถึงอัตราการเต้นของหัวใจที่รุนแรงขนาดนี้ หากแต่มันเต้นแรงไปในทิศทางที่นำพามาซึ่งความรู้สึกดีๆ ไม่เหมือนกับตอนที่เขาต้องรู้สึกกลัวการสูญเสีย ก่อนที่มันแทบจะหยุดเต้นเมื่อเขาไม่สามารถหลีกเลี่ยงความสูญเสียที่ต้องเกิดขึ้นได้ในอดีตที่ผ่านมา ใช่แล้ว...ตั้งแต่ตอนนั้นหัวใจของเขาก็ไม่เคยเต้นรัวกับใครอีกเลย มันผ่านมาสองปีแล้วสินะ ช่วงระยะเวลาแห่งการอาลัยอาวรณ์กำลังจะหายไปใช่ไหม เขากำลังจะกลับมามีชีวิตชีวาได้เหมือนเคยรึเปล่า หากเขาได้ครอบครองเธอ...เขาจะมีโอกาสได้กลับมามีชีวิตอีกครั้งไหม

จัสติน่าหยิบจับหนังสือแต่ละเล่มออกมาพร้อมกับรอยยิ้ม สายตาของเธอเลื่อนลอยไปในห้วงแห่งความคิดไม่ได้จดจ่ออยู่ที่เนื้อหาบนหนังสือสักเท่าไร เธอชอบความรู้สึกตอนที่ฝ่ามือใหญ่ของเขาสัมผัสกับแผ่นหลังของเธอย่างแผ่วเบาและระมัดระวัง เธอไม่เคยได้รับกลิ่นกายของเขาเวลาอยู่ใกล้ หากแต่รู้สึกอยากเอียงหัวเข้าไปซบไหล่ของชายหนุ่มทุกครั้งที่ได้เข้าใกล้ เธอเอื้อมมือไปหยิบหนังสือเล่มแล้วเล่มเล่า ไม่กล้าที่จะหันไปมองดูเขาเลยสักนิดแม้ว่าเธอจะอยากทำแบบนั้นมากขนาดไหนก็ตาม แค่คิดถึงเขาแก้มของเธอก็แดงและร้อนอย่างยากจะควบคุม รอยยิ้มของเธอเองก็เหมือนกัน แทบจะกลายเป็นสิ่งที่เธอไม่สามารถสังมันให้หุบลงได้อีกต่อไปแล้ว

จัสติน่ากัดริมฝีปากเบาๆ เธอห่อไหล่เล็กน้อยและปราดตามองไปยังชั้นหนังสือเพียงครู่หนึ่ง หลับตาลงแล้วหยิบหนังสือที่อยู่เบื้องหน้าออกมาพร้อมกับจังหวะที่ยัดเล่มที่เคยอยู่ในมือกลับเข้าไปในชั้น เธอก้มมองหน้าปกพร้อมกับความรู้สึกเหมือนกับลมหายใจแทบหยุดลง ไม่ใช่เพราะหนังสือที่เธอถืออยู่ แต่เป็นเพราะการรับรู้ได้ถึงรังสีความอบอุ่นที่กำลังแผ่ซ่านอยู่เบื้องหลังของเธอขึ้นมากะทันหันอย่างตั้งตัวไม่ติด

อืม 'จังหวะรักหวนคืน' คุณชอบอ่านหนังสือแนวนี้หรือ” เสียงทุ้มต่ำดังอยู่เหนือศีรษะของเธอ ดวงตาของหญิงสาวเบิกกว้างเมื่อเธอมองเห็นภาพที่อยู่บนปกอย่างชัดเจนมากกว่าเมื่อก่อนหน้านั้น ภาพหญิงสาวบนปกหนังสืออยู่ในชุดเดรสย้อนยุคสีฟ้าที่เปิดเผยหัวไหล่มาจนถึงทรวงอก กระโปรงทรงพองยาวไม่ได้คุมเรียวขาเนียนขาวของเธอเอาไว้เนื่องจากว่ามือใหญ่ได้แทรกแซงเข้าไปใต้นั้น โดยชายหนุ่มร่างกายกำยำเจ้าของมือที่สวมเพียงแค่กางเกงตัวเดียว ร่างกายส่วนบนที่เปลือยเปล่าของเขาบ่งบอกถึงความแข็งแกร่งที่ครึ่งหนึ่งของเรือนร่างเหมือนจะกลืนหญิงสาวที่อยู่บนตักเขาเข้าไปอยู่แล้ว

ฉะ...ฉัน...” เธอส่ายหน้ารัวพลางยัดมันกลับเข้าไปในชั้นตามเดิม รีบหันกลับมาเผชิญหน้ากับลูซิเฟอร์ “ไม่เคยอ่านอะไรแบบนี้ ฉันหมายถึง...ฉันไม่อ่านนิยายโรมานซ์แบบย้อนยุค”

แต่คุณคงเคยอ่านแบบร่วมสมัยมาบ้าง ใช่ไหม” เขาเลิกคิ้ว รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏที่มุมปาก มันทำให้เธอเขินอายแต่ไม่ได้อยากหลบสายตาของเขาไปเลยสักนิดเดียว เธอชอบแววเจ้าเล่ห์บนใบหน้าของเขาในตอนนี้ เขาดูมีความสุขกว่าวันแรกที่พวกเขาเจอกันด้วยซ้ำ และเธอก็รักที่จะมองดูมัน ความสุขเบื้องหลังแววตาอันเศร้าโศกของเขา

ค่ะ แต่มันก็ไม่ได้มีอะไรแบบนั้นมากมายนัก”

คุณชอบหนังสือของใคร โรมานซ์ร่วมสมัยที่ว่า” เขาทอดมองดูเธอด้วยแววตาใคร่อยากรู้ “ฟิฟตี้เชดส์ออฟเกรย์ รึเปล่า”

โอ้ไม่นะ ฉันได้ยินชื่อเสียงเกี่ยวกับมันมาแล้ว แต่ฉันไม่ได้อ่านมันหรอกนะ คุณอ่านเหรอคะ”

เปล่าครับ ผมแอบได้ยินเรื่องราวคร่าวๆ จากสาวๆ ในที่ทำงานมาอีกที” เขาไม่รู้ว่าสิ่งที่พูดออกไปทำให้จัสติน่ารู้สึกอิจฉาพวกเธอเหล่านั้นที่ได้อยู่ใกล้เขา พวกเธอคงจะจินตนาการชายหนุ่มเป็นคริสเตียน เกรย์ ไปแล้วอย่างไม่ต้องสงสัย

โรมานซ์ร่วมสมัยที่ฉันอ่าน เขียนโดย คริสติน่า ดอดด์ ค่ะ ฉันไม่ได้อ่านหนังสืออ่านเล่นแนวนี้มากนัก เธอจึงเป็นนักเขียนนิยายแนวโรมานซ์คนเดียวที่ฉันนึกออกในตอนนี้”

เรื่องที่คุณอ่าน เป็นยังไงบ้าง”

ก็น่ารักดีค่ะ” เธอมองดูลูซิเฟอร์พลิกกระดาษอ่านสิ่งที่อยู่ด้านในทั้งที่รอยยิ้มเจ้าเล่ห์นั่นยังไม่หายไปจากใบหน้าของเขา “มีปมบ้างแต่ไม่ซับซ้อน อ่านง่ายและเพลิดเพลิน บุคลิกนางเอกทำให้ฉันรู้สึกสบายใจเวลาอ่าน”

คุณมีพระเอกในดวงใจรึเปล่า” ไม่เคยมีใครถามเธอแบบนี้มาก่อน เธออยากจะโต้กลับไปทันทีว่าเขายืนอยู่ตรงหน้าเธอแล้ว

ไม่มีค่ะ ฉันหมกมุ่นอยู่กับดอกไม้จนไม่สามารถมอบความสนใจให้พระเอกได้เต็มที่นัก” เธอสังเกตเห็นรอยยิ้มที่มุมปากของลูซิเฟอร์ อดไม่ได้ที่จะกัดริมฝีปากเบาๆ ขณะทอดมองเขาอย่างเคลิบเคลิ้ม การได้จูบรอยยิ้มนั่นจะทำให้เธอรู้สึกอย่างไรนะ

ผมชอบการใช้ภาษาของเธอ” เขามองไปยังชั้นแล้วดึงหนังสือออกมาอีกสองเล่ม “มันเป็นนิยายชุดสามเล่ม คุณคิดยังไง”

คะ” หญิงสาวเบิกตากว้าง เอื้อมมือไปรับหนังสือที่เขายื่นมาให้แทบไม่ทัน

ผมเห็นคุณยืนมองมันท่าทางสนใจมาก” เขายิ้มกริ่ม

ก็...มันน่าสนใจมาก” ใบหน้าของเธอร้อนผ่าวเมื่อดูปกที่ติดจะวาบหวิวของแต่ละเล่ม ทว่าปฏิเสธไม่ได้ว่าบนความวาบหวิวเหล่านั้นดูงดงามจนทำให้เธอด่วนสรุปตัดสินมันจากหน้าปกแทบจะทันที และความคิดที่ผุดเข้ามาในหัวก็ทำให้ท้องไส้ของเธอปั่นป่วน

ในห้องหนังสือของคุณยังมีพื้นที่ว่างสำหรับพวกมันรึเปล่า”

ก็...พอมีค่ะ” หญิงสาวไม่สามารถบอกเขาไปได้ว่าเธอไม่ได้รู้ตัวเลยว่าหยิบอะไรขึ้นมาดูบ้างแต่แรก เพราะทุกลมหายใจเข้าออกของเธอขณะหยิบจับพวกมันขึ้นมานั้นมีเพียงลูซิเฟอร์ไปเสียหมด เธออยากจะบอกเขาเสียเหลือเกินว่าเธอเกือบจะไม่ได้สนใจพวกมันเลย หากแต่ท่าทางของลูซิเฟอร์ทำให้เธอล้มเลิกความคิดนั้นแล้วเออออไปกับความคิดของชายหนุ่ม แม้ว่าจะเป็นเรื่องเข้าใจผิดก็ตาม

ผมเอาทั้งหมดสามเล่มนี้เลย” หลังจากหยิบมันไปจากมือของจัสติน่า เขาก็วางหนังสือลงบนเคาน์เตอร์ด้วยท่าทางสบายไม่ได้สนใจสายตาของเด็กสาวแรกรุ่นที่กำลังขยับแว่นมองดูเขากึ่งหน้าแดงขณะบอกราคาหนังสือทั้งหมด ลูซิเฟอร์จ่ายเงินแล้วรับมันมายื่นให้จัสติน่าในเวลาต่อมา

คุณซื้อให้ฉันหรือคะ”

จะเป็นอะไรไหมหากผมจะขอยืมอ่าน แล้วให้คุณเก็บพวกมันเอาไว้” เขาโน้มหน้าต่ำลงมาในระดับสายตาของหญิงสาว “แต่ผมคงอ่านได้ไม่เร็วนัก”

คุณต้องการระยะเวลาในการอ่านนานเท่าไร”

ไม่แน่ใจเหมือนกัน แต่ผมอยากพยายามอ่านให้จบภายในหนึ่งอาทิตย์”

หนึ่งอาทิตย์ถือว่าเป็นระยะเวลาที่ดีสำหรับฉันด้วยเหมือนกัน”

ผมกลับมาหาคุณในวันศุกร์ได้ไหม”

ได้ค่ะ” เธออยากจะต่อไปว่าเขาจะกลับมาวันไหนก็ได้ ก่อนวันศุกร์ก็ได้ มาหลายๆ วันก็ได้ แต่เธอพอจะเข้าใจว่าเขาเองก็คงไม่ได้มีเวลาว่างขนาดนั้น “ว่าแต่ทำไมคุณถึงทำแบบนี้คะ คุณเก็บหนังสือไว้เองก็ได้”

ผมอยากให้คุณ” เขาเอ่ยเสียงเรียบ หันกลับมามองเธอด้วยสีหน้าจริงจัง แววตาของเขามันดูเจ้าเล่ห์อยู่ดี “และก็แค่อยากอ่าน...ในสิ่งที่คุณอ่าน ผมอยากรู้ว่ามันเป็นยังไง”

ฉันไม่เคยเห็นผู้ชายอ่านนิยายรักของผู้หญิง” เธออดยิ้มออกมาไม่ได้

ผมก็ไม่เคยอ่านเหมือนกัน” เขาสารภาพ

เราควรเริ่มอ่านตั้งแต่วันนี้เลยไหมคะ ในร้านกาแฟสักแห่ง” เธอยื่นข้อเสนอขณะกวาดตามองไปรอบๆ เมื่อออกจากร้านมา “หากคุณต้องการ และยังพอมีเวลาเหลือ”

แน่นอน” เขาหันมายิ้มให้เธอ “ผมต้องการแบบนั้น จัสติน่า”

จัสติน่า จัสติน่า จัสติน่า เขากำลังจะฆ่าเธอทางอ้อมด้วยโทนเสียงทุ้มต่ำอันแสนอบอุ่นและแววตาเจ้าเล่ห์น่าดึงดูดนั้นที่ทอดมองมาที่เธอ อีกทั้งเธอและเขากำลังจะเริ่มต้นอ่านนิยายแนวโรมานซ์เรื่องเดียวกันโดยที่เธอไม่อาจจินตนาการได้เลยว่าจะมีอะไรอยู่ในนั้นบ้าง แค่คิดถึงตรงนี้มันก็ทำให้เธอรู้สึกเขินอายล่วงหน้าไปก่อนแล้ว เพียงแต่เธอไม่สามารถปฏิเสธได้เลยว่าเริ่มสนใจมันขึ้นมาเมื่อได้รู้ว่าเขาจะอ่านพวกมันไปพร้อมๆ กับเธอด้วย ไม่เคยมีใครทำเรื่องแบบนี้มาก่อน ไม่เคยมีผู้ชายคนไหนซื้อนิยายให้เธอแล้วขอยืมไปอ่านด้วย เพื่อที่เขาจะได้กลับมาเอาเล่มต่อไปในอาทิตย์ถัดมา แล้วเวียนอ่านจนกว่าเธอและเขาจะอ่านมันจบทั้งชุด เธอรู้สึกเสียดายที่นิยายชุดนี้มีน้อยเกินไป แค่สามเล่มเอง พวกเขามีเวลาสามอาทิตย์ในการอ่าน เธอรู้สึกต้องการมากกว่านั้น มากกว่าสามอาทิตย์ อาจจะเป็นหกอาทิตย์ก็ได้ หรือเจ็ด แปด เก้า เพื่อให้เวลาเธอได้ซึมซับความแปลกและแตกต่างในตัวเขาได้นานขึ้นไปอีก ตอนนี้เธอรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นเด็กสาววัยสิบสามไม่รู้จักพอเมื่อตกหลุมรักครั้งแรกยังไงชอบกล ทว่าจัสติน่าวัยสิบสามที่เธอรู้จักคงวางตัวไม่ถูกกับสถานการณ์แบบนี้  หากแต่จัสติน่า หญิงสาววัยยี่สิบห้ากลับพร้อมที่จะพุ่งเข้าหามันโดยไม่ยั้งคิดเลยทีเดียว

 

 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

47 ความคิดเห็น

  1. #11 Abel's Lady (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2558 / 19:30
    มุกจีบสาวของลูซิเฟอร์ ทำเอาอยากจะกรี๊ดสลบบบบบบบบบบบบบบบบ 
    โอ้ยนะ ถ้ามีใครสักคนมาทำแบบนี้ เขิน ตา ยแน่นอน 555


    #11
    0
  2. #10 Abel's Lady (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2558 / 05:15
    ไปยืนอ่านแต่ไม่ซื่้อ งกอะ555 จัสติน่าปั่นป่วนใหญ่แล้ว >_<
    #10
    0
  3. #9 Abel's Lady (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2558 / 20:56
    รู้สึกเขินอายอย่างประหลาด ทั้งๆ ที่ลูซิเฟอร์ยังไม่ได้ทำอะไรนอกจากตีหน้านิ่งๆ 
    และความคิดจัสติน่าได้ใจมากค่ะ โอยถ้าแฟนจะหล่อแบบนี้ใครๆ ก็อยากจะเป็นอมตะ 5555
    #9
    0