Lucifer หนึ่งรักจุมพิตร้อน

ตอนที่ 2 : บทที่ 2 ลูซิเฟอร์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 140
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    31 ม.ค. 62





บทที่ 2 ลูซิเฟอร์

ภายในพื้นที่ส่วนหนึ่งของมุมบ้านที่ถูกใช้สอยสำหรับตั้งโต๊ะอาหาร ซึ่งไม่ได้มีขนาดกว้างมากนัก หากแต่สามารถใช้รับแขกได้อยู่สักประมาณหกคน หากรวมเจ้าบ้านเข้าไปด้วยอีกสองก็เป็นแปด หญิงสาวผู้ถูกรับเชิญมาร่วมรับประทานอาหารมื้อเช้ากับเจ้าบ้านดูเหมือนจะสนใจหนังสือที่อยู่ในมือมากกว่าอาหารเช้าที่นำมาเสิร์ฟโดยเจสัน ผู้เป็นทั้งเจ้าบ้านและพี่ชายของหญิงสาวคนดังกล่าว ชายหนุ่มมีโครงสร้างโปร่งท่าทางภูมิฐาน เขาแต่งตัวสบายๆ ในชุดลำลองเรียบง่ายด้วยเสื้อเชิ้ตสีขาวและกางเกงเลย์ลายทางทรงตั้ง ที่ทำให้เขาที่เดิมทีสูงอยู่แล้วดูสูงมากขึ้นไปอีก

ดูเหมือนว่าวันนี้อาหารฝีมือพี่จะไม่สามารถดึงความสนใจของน้องออกจากหนังสือได้” ชายหนุ่มยิ้มบาง พลางทอดมองน้องสาวด้วยแววตาเอ็นดู เขามองเห็นเธอเป็นเด็กหญิงตัวเล็กตลอดเวลาไม่ว่าพวกเขาจะเติบโตขนาดไหนแล้วก็ตาม ปีนี้ชายหนุ่มจะมีอายุครบยี่สิบแปด ส่วนน้องสาวของเขาจะมีอายุครบยี่สิบห้าปี “พี่คิดว่าน้องอ่านหนังสือเล่มนี้จบไปตั้งแต่ปีก่อนแล้วเสียอีก”

อ่านจบหมดแล้วค่ะ แต่น้องไม่มั่นใจว่าตัวเองพลาดอะไรไปรึเปล่า” หญิงสาววางหนังสือไว้ข้างจานเปล่า ตวัดดวงตาคู่สีน้ำตาลของตนขึ้นมองดวงตาคู่สีฟ้าน้ำทะเลของพี่ชาย รอยยิ้มอบอุ่นสุขุมอันแสนสงบของเขานั้นทำให้สาวๆ อยากจะเหวี่ยงตัวเองขึ้นไปนอนรออยู่บนเตียงในชุดวันเกิดตั้งแต่เขาอายุได้ 16 ปีเสียด้วยซ้ำ แต่เธอเองยังไม่อาจเข้าใจได้เลยว่าทำไมพี่ชายของเธอถึงยอมปล่อยให้ตัวเองโสดมาได้นานถึงตอนนี้ โดยไม่ยอมคบหาสมาคมกับใครอย่างเป็นกิจจะลักษณะ ทว่าเขาก็ไม่ได้ปฏิเสธความสัมพันธ์เพียงชั่วข้ามคืนเสียทีเดียว

แล้วน้องพลาดอะไรไปไหมละ” ชายหนุ่มวางจานมันฝรั่งทอดลงบนโต๊ะ ก่อนจะตามมาด้วยเนยและชีสอีกจำนวนหนึ่ง

ไม่ค่ะ ไม่ได้พลาดเลยสักตัวอักษรเดียว เพียงแต่...”

เพียงแต่...” เจสันเงยหน้าขึ้นหลังจากตักไข่ดาวและไส้กรอกให้น้องสาวแล้ว

ไม่มีรายละเอียดเกี่ยวกับสิ่งที่หาอยู่ค่ะ”

ตอนนี้น้องหาข้อมูลเกี่ยวกับดอกไม้ชนิดไหนอีกล่ะ”

ลูซิเฟอร์ค่ะ โครคอสเมียลูซิเฟอร์”

มันหายากขนาดนั้นเลยเหรอ ไอ้ดอกโครคอสเมีย ลูซิเฟอร์เนี่ย” เจสันขมวดคิ้วแล้วตักมันฝรั่งยัดใส่ปาก ก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าตนลืมรินชาใส่ถ้วยให้ทั้งน้องสาวและตนเอง มือใหญ่จึงเอื้อมไปที่โถชาในเวลาต่อมา

รายละเอียดเกือบจะทุกอย่างมีอยู่ในนี้ค่ะ เพียงแต่ว่าน้องไม่สามารถหาความหมายแอบแฝงของดอกไม้ชนิดนี้ได้ นี่เป็นหนึ่งในดอกไม้ที่ไม่มีความหมายแอบแฝงที่ทำให้น้องรู้สึกแคลงใจที่สุดเลยก็ว่าได้”

เพราะมีเรื่องราวเกี่ยวข้องกับมันรึเปล่า”

“...” จัสติน่าขมวดคิ้วเล็กน้อย จากนั้นก็เอื้อมมือไปหยิบขนมปังขึ้นมากัด มองหน้าพี่ชายนิ่ง เจสันเงยหน้าขึ้นมามองน้องสาวแล้วอดยิ้มพลางส่ายหน้าไปมาไม่ได้ เขารู้ได้ทันทีว่าเพราะอะไรเธอถึงทำพฤติกรรมแบบนี้ เธอไม่เคยเปลี่ยน ตั้งแต่เล็กยันโต

น้องสนใจแต่ความหมายแอบแฝงของดอกไม้ จนลืมไปแล้วสินะว่าบางทีน้องสามารถมองหาความหมายจากชื่อก็ได้” เจสันเสนอแนะ “ลองหาชื่อในตำนานดูสิ ถ้าหากว่าไม่มีใครบัญญัติความหมายแอบแฝงของดอกไม้ชนิดนี้ น้องก็ลองตั้งขึ้นมาเองโดยอ้างอิงจากสิ่งอื่นที่เกี่ยวข้องกับชื่อนี้เอง ภายใต้ชื่อโครคอสเมียอาจจะไม่เจออะไรมากนักนอกจากที่มาที่ไปถิ่นกำเนิด แต่ลูซิเฟอร์เป็นชื่อคน ที่น่าจะอิงมาจากตำนานของเทพเจ้า หรือแม้แต่เรื่องราวทางคริสตศาสนา” เขาเพ่งมองน้องสาวด้วยสีหน้าจริงจัง จัสติน่ามองเห็นท่าทางหยอกล้อของเจสันภายใต้ความแน่นิ่งของเขา และเขากำลังเล่นตลกกับเธอที่เคยนับถือศาสนาคริสต์นิกายคาทอลิกอย่างเคร่งครัด แต่เพิ่งจะเลิกนับถือไปด้วยเหตุผลบางประการที่เธอเองก็หาคำตอบไม่ได้ อาจจะเป็นเพราะว่าเธอไม่สามารถปฏิบัติตัวอย่างเคร่งครัดในรูปแบบนั้นอีกต่อไปแล้วก็ได้ โดยที่เธอเองก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าเดินไปสู่จุดนั้นได้อย่างไร ทั้งที่คนอื่นๆ ในครอบครัวเธอต่างไม่นับถือศาสนาอะไรเป็นพิเศษเลย

พี่น่าจะทำไข่กวนนะคะ วันนี้น้องอยากกินไข่กวน”

พี่ขอโทษด้วยจ้ะ ที่ไม่สามารถอ่านความคิดของน้องทันเวลาอยากกินได้” เขาเอ่ยแล้วหัวเราะอย่างชอบใจ ไร้ซึ่งความสะทกสะท้าน สีหน้าบึ้งตึงของจัสติน่าที่เกิดนึกอยากจะเอาแต่ใจขึ้นมาไม่ได้ทำให้เขารู้สึกโกรธเธอได้เลยสักครั้งเดียวในชีวิต ทว่าเขาก็ไม่ได้คิดจะตามใจเธอไปหมดทุกอย่างตลอดเวลาด้วยเช่นกัน ซึ่งเธอก็รู้กฎข้อนั้นดี หากแต่เจ้าตัวยังชอบก่อนกวนพี่ชายอยู่ร่ำไป “ไข่ดาวก็ไม่เลวนะ โรยชีสพาเมซานลงไปด้วยนี่แจ๋วเลย” เขาทำแบบนั้นจริงๆ

เชื่อเขาเลย” จัสติน่าเบ้ปาก ถึงเธอจะโปรดปรานอาหารอิตาลี่และชีสขนาดไหน เธอก็ไม่มีวันเอาชีสมาโรยหน้าไข่ดาวสำหรับอาหารมื้อเช้าของเธออย่างแน่นอน

น้องน่าจะลอง มันก็ได้อารมณ์เหมือนกับที่น้องผสมชาดำอังกฤษกับชาแดงจากแอฟริกาใต้นั่นล่ะ มันก็แค่อาหารน่ะ”

เอาเถอะค่ะ น้องไม่ลองจะดีกว่า”

 

จัสติน่าใช้ระยะเวลาในช่วงบ่ายของวันอาทิตย์ในห้องเพื่ออ่านหนังสือเล่นไปเรื่อยเปื่อย เธอกะจะตามใจตัวเองโดยใช้เวลาว่างที่เหลือของวันด้วยการผ่อนคลายภายใต้รังรักอันแสนอบอุ่นของพี่ชาย ซึ่งเป็นบ้านที่พ่อกับแม่เคยใช้เริ่มต้นชีวิตด้วยกันและเลี้ยงดูเธอกับพี่ชายที่นี่ ก่อนที่พวกท่านจะย้ายออกไปอยู่นอกเมืองหลังจากเกษียณอายุและยกบ้านให้เจสันไป ส่วนร้านดอกไม้ที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นกิจการเสริมข้างเคียงของแม่พวกเขาถูกยกให้จัสติน่า นับจากนั้นมาจัสติน่าก็ใช้ชีวิตอยู่ที่นั่นตลอดเวลา และจะแวะเวียนมาหาเจสันพี่ชายเป็นครั้งคราวแล้วแต่อารมณ์ แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็พยายามที่จะกลับมาที่บ้านหลังนี้ให้ได้อย่างน้อยอาทิตย์ละครั้งเพื่อฟังคำตัดพ้อจากผู้เป็นพี่ว่า เธอทำตัวเหมือนกับว่าเขาและเธอใช้ชีวิตอยู่คนละเมือง ทั้งที่แท้จริงแล้วพวกเขายังคงอาศัยอยู่ในหมู่บ้านเดียวกัน

พี่เองก็อยู่บ้านไม่ค่อยเป็นเวลาเหมือนกัน มันทำให้น้องไม่รู้ว่าควรจะมาเวลาไหน ที่สำคัญ...น้องจะรู้ได้ยังไงคะว่าการมาที่นี่หลังเลิกงานจะไม่เป็นการขัดจังหวะความสัมพันธ์เพียงชั่วข้ามคืนของพี่กับใครเข้า” เธอยังไม่ยอมเงยหน้าขึ้นจากหนังสือ

ไม่ต้องห่วงเรื่องนั้นหรอก พี่ยังไม่พาใครมาสานสัมพันธ์ชั่วข้ามคืนที่บ้านของพวกเราหรอกนะ” เจสันยืนมองออกไปนอกหน้าต่างพลางยกชาขึ้นจิบท่าทางสบาย

พี่เชี่ยวชาญเรื่องหลบหลีกพันธะจังเลยนะคะ”

มันเป็นสิ่งที่ควรทำไม่ใช่เหรอ หากเราไม่ได้จริงจังกับใครคนนั้นน่ะ พี่ไม่อยากให้พวกเธอคิดเกินเลยไปไกลกว่าที่ควรจะเป็น”

พวกเธอ” จัสติน่าละสายตาจากหนังสือเพื่อจะมองไปยังแผ่นหลังของพี่ชายจนกระทั่งเขาหันกลับมา

ก็ดูเหมือนเราพยายามยัดเยียดให้พี่เป็นเพลย์บอยเสียเหลือเกิน” เขายักไหล่ก่อนจะเอียงกายพิงกรอบหน้าต่างพร้อมรอยยิ้มกรุ้มกริ่มบนใบหน้า “ว่าแต่เราเถอะ หารายละเอียดเกี่ยวกับลูซิเฟอร์ได้รึยัง”

น้องคิดว่าวันนี้จะเลิกหาไปก่อน” จัสติน่ากำขอบหนังสือเอาไว้แน่น หัวใจของเธอเต้นแรงอย่างประหลาด ราวกับว่าลูซิเฟอร์ที่พี่ชายเธอเอ่ยถึงนั้นคือชายหนุ่มคนดังกล่าวที่เพิ่งเข้ามาในร้านเธอเมื่อวันศุกร์ไม่ใช่ดอกไม้ที่เธอเพิ่งจะได้มาเพียงไม่กี่วันก่อนหน้านั้น ทั้งที่แท้จริงแล้วพี่ชายของเธอไม่ได้รู้เรื่องเกี่ยวกับเขาเลยก็ตาม

น่าแปลกนะ ที่น้องถอดใจกับดอกไม้ชนิดนี้เร็วกว่าที่พี่คิด” จัสติน่ามองเห็นพี่ชายของเธอเพ่งสายตาผ่านกระจกมองลงไปยังชั้นล่าง จากนั้นเขาก็ดันตัวออกห่างกรอบหน้าต่างเพื่อเหยียดตัวตรงพลางยกมือขึ้นมาขยับแว่นในจังหวะที่กริ่งประตูหน้าบ้านดังขึ้นพอดี “เดี๋ยวพี่มา”

ค่ะ” เธอเกือบจะก้มหน้าฝังไว้ในหนังสือตามเคย หากแต่ความระแคงใจบางอย่างพาเธอเดินไปยังหน้าต่าง มองผ่านบานกระจกลงไปยังประตูรั้วหน้าบ้านที่พี่ชายของเธอเพิ่งจะไปหยุดอยู่ตรงนั้นในเวลาต่อมา เขาหยุดโดยไม่ได้เปิดประตูทรงสูงเคียงเอวออกทันที หากแต่ยืนคุยอะไรบางอย่างอยู่ตรงนั้นกับแขกสาวผู้มาเยือน จัสติน่าพยายามเพ่งสายตามองไปยังหญิงสาวคนดังกล่าว อะไรบางอย่างบอกเธอว่า เธอรู้สึกคุ้นเคยกับหญิงสาวคนนี้มาก เหมือนกับว่าจัสติน่าเคยเจอเธอที่ไหนมาก่อนแต่จำไม่ได้แน่ชัด การพยายามทบทวนความทรงจำของจัสติน่าล้มเหลว สักพักพี่ชายเธอก็เปิดประตูให้หญิงสาวคนดังกล่าวที่ตอนนี้ดูเหมือนจะมีสีหน้าหงุดหงิดเดินเข้ามาในเขตบ้านของพวกเขา โดยที่เจสันผายมือให้เธอเดินนำเขาไป ขณะที่เจ้าตัวทิ้งท้ายไว้เบื้องหลังพลางอมยิ้มกรุ้มกริ่มเจ้าเล่ห์ ทันใดนั้นเองจัสติน่าก็นึกขึ้นได้ว่า หญิงสาวคนดังกล่าวคือ แอเรียล แอเรียลที่เคยชอบกลั่นแกล้งเจสันกับกลุ่มเพื่อนของเธอตั้งแต่อยู่ชั้นประถมจนถึงมัธยมปลาย แอเรียล ที่เจสันเคยปล่อยให้เธอแกล้งทั้งที่เขาไม่ได้อ่อนแอเกินกว่าจะสู้ได้ แอเรียลที่แม่ของเธอมาทำความสะอาดบ้านให้พี่ชายของจัสติน่าอย่างต่ำอาทิตย์ละสามครั้ง หากแต่เธอไม่เคยมาที่นี่เลยแม้แต่หนเดียว

จัสติน่าปิดหนังสือที่อยู่ในมือทันควัน เธอรีบเดินลงไปชั้นล่างด้วยความรวดเร็วพอที่จะทันเวลาที่แอเรียลและเจสันจะเดินเข้ามาด้านในพอดี หากแต่ยังไม่ได้สานต่อบทสนทนาใดๆ ทั้งสิ้น อีกทั้งใบหน้าของฝ่ายหญิงก็ยังคงบูดบึ้งเหมือนเคย

สวัสดีค่ะ ฉันจัสติน่า” ไม่ว่าเปล่า จัสติน่าก็ยื่นมือไปเบื้องหน้าเพื่อกล่าวทักทายกับหญิงสาว “ฉันเป็นน้องสาวของเขา คุณอาจจะจำฉันไม่ได้ แต่เราเคยอยู่โรงเรียนเดียวกัน”

ฉันจำคุณได้ค่ะ ถึงฉันจะพยายามลืมบุคคลที่ฉันเคยกลั่นแกล้ง แต่ฉันไม่เคยพยายามลืมคุณเลย” ดูเหมือนว่าแอเรียลเองก็อยากจะเป็นมิตรกับจัสติน่า หากแต่ความขุ่นเคืองที่มีต่อเจสันทำให้เธอไม่สามารถยิ้มออกมาได้ จัสติน่ารู้ได้ทันทีว่าเมื่อก่อนหน้านั้นพี่ชายของเธออาจจะไปพูดเกี่ยวกับพฤติกรรมแสนเกเรในวัยเด็กของหญิงสาวเข้า เพราะในตอนนี้เขาดูอารมณ์ดีจนจัสติน่าผู้เป็นน้องสาวเองยังรู้สึกหมั่นไส้เล็กน้อย แต่ถึงอย่างไรแล้วเธอก็ตัดสินใจแล้วว่า เธอจะต้องไปจากที่นี่ให้เร็วที่สุด

ฉันดีใจที่ได้ยินอย่างนั้นค่ะ ยินดีที่ได้พบคุณอีกครั้งนะคะแอเรียล วันนี้ฉันคงต้องขอตัวก่อน” จัสติน่าบอกแล้วเงยหน้าขึ้นสบตาพี่ชายที่ตอนนี้ขมวดคิ้วมองดูเธอสีหน้างุนงง “น้องไม่แน่ใจว่าลืมถอดปลั๊กเตารีดรึเปล่า อีกทั้งเมื่อวานยังลืมรดน้ำต้นไม้อีกด้วย แล้วก็ซักผ้าทิ้งเอาไว้อีก มีงานบ้านเหลือให้จัดการเยอะแยะไปหมดเลย”

อยากจะไปแล้วใช่ไหม” เจสันพ่นลมหายใจออกมา พลางส่งสัญญาณบอกด้วยสายตาว่าไม่ต้องพยายามโกหกให้เยอะจนดูเกินจริงก็ได้ เขารู้แล้วว่าเธอทำแบบนี้อยู่เพราะอะไร และเขาก็ไม่ปฏิเสธสิ่งที่เธอกำลังสงสัยเกี่ยวกับตัวเขาด้วย “เดี๋ยววันศุกร์พี่จะไปหาน้องที่ร้านนะ”

เจอกันวันศุกร์ค่ะ” จัสติน่าโผกอดพี่ชายแล้วรีบเดินออกจากบ้านมาทันที เธอไม่รู้ตัวว่ากำลังยิ้ม หากแต่รอยยิ้มนั่นปรากฏอยู่บนใบหน้าเธอได้ไม่นาน มันก็จางหายไป เธอชักไม่แน่ใจแล้วสิว่านี่จะเป็นความคิดที่ดี ที่เธอปล่อยแอเรียลไว้กับพี่ชายของเธอเพียงลำพังหลังจากนึกทบทวนกลับไปว่าเมื่อสมัยยังเด็กแอเรียลทำอะไรกับเขาเอาไว้บ้าง และตอนนี้พี่ชายของเธอจะทำอะไรได้บ้างหากเขาคิดจะเอาคืนในสิ่งที่ถูกกระทำ

จัสติน่าเดินเม้มริมฝีปากมาตลอดทาง จนกระทั่งเธอมาถึงฝั่งตรงข้ามร้านดอกไม้ของตน ภาพที่เห็นทำให้เธอไม่สามารถก้าวข้ามถนนไปได้ทันที หากแต่หยุดเธอเอาไว้ตรงนั้นเพื่อทอดมอง ยืนดู...อย่างเงียบๆ ราวกับจะซึมซับความรู้สึกและบรรยากาศที่กำลังเกิดขึ้นกับเธอในตอนนี้

เบื้องหน้าร้านดอกไม้ที่ถูกปิดอยู่ ร่างสูงของชายหนุ่มเจ้าของเรือนผมสีน้ำตาลเข้มกำลังมองดูป้ายชื่อร้านโดยไม่รู้ตัวเลยว่าเขากำลังงถูกจับจ้องจากฝั่งตรงข้าม เพราะกำลังจมดิ่งอยู่ในความคิดของตัวเอง เขาต้องใช้ระยะเวลาค่อนข้างนานในระดับหนึ่ง จึงจะสามารถดึงตนออกมาจากจุดนั้นได้ และรับรู้ถึงการจับจ้องที่ไกลออกไปอีกฟากฝั่งในเวลาต่อมา

ลูซิเฟอร์รู้ดีว่าดวงตาที่กำลังจับจ้องเขาจากระยะไกลมีสีอะไร เช่นเดียวกันกับเจ้าของดวงตาคู่นั้นที่รู้ว่าดวงตาของเขามีสีอะไร มีเพียงสิ่งหนึ่งที่พวกเขาสองคนไม่รู้ก็คือว่า พวกเขาถูกตรึงอยู่ในท่านั้นนานเกินกว่าที่คนรอบข้างจะมองเห็นมันเป็นเรื่องปรกติได้ แน่นอนว่าผู้คนที่เดินผ่านไปผ่านมาต่างมีความสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้น ทว่าคำตอบที่พวกเขาได้รับจากแววตาของชายหนุ่มและหญิงสาวที่กำลังจับจ้องกันและกันนั้นชัดเจนจนทำให้ไม่อยากจะเข้าไปขัดช่วงระยะเวลาของพวกเขาทั้งคู่ จนกระทั่งจัสติน่าเป็นฝ่ายเดินข้ามถนนไปฝั่งตรงข้ามแทน

ฉันลืมบอกคุณว่าร้านฉันปิดทุกวันอาทิตย์ วันเสาร์เปิดแค่ครึ่งวันตอนช่วงเช้าทุกสองสัปดาห์เท่านั้นค่ะ”

ผมโง่เองที่ไม่ได้อ่านวันเวลาปิดเปิดของร้านคุณ”

วันนั้นฉันผิดเองที่เอากระถางดอกไม้ไปขวางทางป้ายเอาไว้ ทำให้คุณมองไม่เห็นมัน”

เขาเห็นมัน เพียงแค่ว่าเวลาเปิดปิดร้านที่จัสติน่าเอ่ยถึงนั้นดูเหมือนจะไม่เข้าไปอยู่ในความทรงจำของเขาเอาเสียเลย ช่วงหลังสมองของเขาทำงานแปลกๆ ร่างกายเขาก็เหมือนกัน มันพาเขาไปในที่ที่จิตวิญญาณของเขาคาดการไม่ถึง เพียงแต่เขามักค้นพบความพึงพอใจนั่นทุกครั้ง เหมือนอย่างเช่นวันนี้

แถวนี้...มีร้านดอกไม้อื่นไหมครับ” นั่นหรือคำถามที่เขาอยากถามเธอ เยี่ยมไปเลยลูซิเฟอร์ นั่นไม่ใช่สิ่งที่เขาอยากรู้เลยสักนิด

มีค่ะ” รอยยิ้มบนใบหน้าของหญิงสาวบริสุทธิ์สดใส มันทำให้เขาอุ่นใจขึ้นมาบ้างเล็กน้อย

แต่หากแถวนี้มีร้านกาแฟ ก็แทนกันได้เหมือนกัน”

ฉันรู้จักร้านกาแฟน่านั่งที่อยู่ห่างจากที่นี่ไปหน่อย” จัสติน่าไม่พยายามทำให้ชายหนุ่มเขิน แม้เธอจะรู้สึกว่า ร้านกาแฟ ไม่น่าจะแทนร้านดอกไม้ได้เลยก็ตาม เพราะเหตุผลที่เขามาร้านเธอก็คงมาจากความต้องการซื้อดอกไม้กลับไปให้แฟน หรือใครก็ตามที่เขาเคยซื้อไปให้เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา “หากฉันบอกวิธีเดินทาง คุณคงพอจะไปที่นั่นเองได้ใช่ไหมคะ”

วันนี้คุณว่างรึเปล่า” เขาโผลงขึ้นมาแทบจะทันที

คะ”

วันนี้คุณว่างไหมครับ”

ว่างค่ะ”

ผมหวังว่าคุณจะชอบกินเค้ก” เขาเอ่ยหน้านิ่ง

ชอบค่ะ” จัสติน่ายิ้มบาง เธอไม่อยากจะแสดงสีหน้าประหลาดใจออกมาให้ชัดเจนมากนัก

ร้านกาแฟที่คุณแนะนำ เราไปด้วยกันได้ไหม”

คุณกำลังชวนฉันออกเดทหรือคะ”

“...” เธอไม่ได้รับคำตอบ ทว่าชายหนุ่มไม่ได้ละสายตาไปจากเธอด้วยเช่นกัน รอยยิ้มบนใบหน้าของหญิงสาวไม่ได้จางหายไป

ฉันล้อเล่นน่ะ” เธอเอ่ยขึ้นในที่สุด “ด้วยความยินดีค่ะลูซิเฟอร์”

ผม...” เขาไม่เคยขอสาวออกเดท และเล่าให้เธอฟังไม่ได้ด้วยว่าเคยมีแต่สาวเป็นฝ่ายเข้าหาเขา เขาจึงไม่แน่ใจว่าสิ่งที่เขากำลังทำอยู่กับเธอนี้มันใช่การขอออกเดทไหม “...แค่สนใจคุณ”

แค่สนใจ อืม...ฟังดูเย็นชาจังเลยนะคะ” การพูดของชายหนุ่มไม่ได้ให้ความรู้สึกเหมือนอย่างที่จัสติน่าพูดเสียทีเดียว ถึงแม้ว่าในน้ำเสียงของเขาจะไม่ได้อ่อนโยนในรูปแบบฉบับที่ผู้หญิงหลายคนบนโลกปรารถนาที่จะได้ยินเลยก็ตาม การพูดของเขาไม่ควรทำให้เธอใจเต้นได้ แต่มันสำเร็จโดยที่ลูซิเฟอร์ไม่ต้องพยายามเอ่ยมันออกมาให้ฟังดูโรแมนติกไปมากกว่านี้อีกแล้ว

ผมสนใจคุณ” เขาเอ่ยด้วยโทนเสียงที่ทุ้มต่ำกว่าเดิม ความพยายามในครั้งนี้ทำให้หญิงสาวใบหน้าขึ้นสี

ฉันก็สนใจคุณค่ะ ลูซิเฟอร์”

 

ภายในร้านกาแฟขนาดเล็กแห่งหนึ่งที่แองเจิลอิสลิงตัน (Angel-Islington) จัสติน่าเอ่ยทักทายคนในร้านอย่างเป็นกันเอง บ่งบอกให้เห็นอย่างชัดเจนว่าเธอสนิทกับพวกเขาเหล่านั้นในระดับหนึ่ง ในขณะที่ลูซิเฟอร์กลับยืนเงียบสงบอยู่ด้านหลังพลางสบตาทุกคู่ที่มองมาอย่างรอคอยให้จัสติน่าแนะนำเขาให้พวกเธอได้รู้จัก หากแต่หญิงสาวสนุกกับบทสนทนาเกินไปจนไม่ได้ใส่ใจความใคร่อยากรู้อยากเห็นเหล่านั้น เธอสั่งชีสเค้กรสวนิลาที่เธอโปรดปราน สังกาแฟลาเต้ง่ายๆ ให้ตัวเอง ก่อนจะหันไปทางลูซิเฟอร์ที่เลือกสั่งอเมริกาโน่โดยไม่สั่งขนมใดๆ ทั้งสิ้น จากนั้นพวกเขาก็ไปนั่งที่โต๊ะหลังจากที่พนักงานในร้านเปิดโอกาสให้พวกเขา

คุณมาที่นี่บ่อยหรือเปล่าครับ”

ในบางโอกาสค่ะ แต่พวกเรารู้จักกันมานานมากแล้ว เรารู้จักกันก่อนที่พวกสาวๆ จะเข้ามาทำงานในร้านกาแฟนี่เสียอีก บรรยากาศการพูดคุยกับพวกเธอทำให้สถานที่แห่งนี้กลายเป็นร้านโปรดของฉันไปเลยทีเดียว” ลูซิเฟอร์มองตามรอยยิ้มของหญิงสาวไปยังพนักงานสองสามคนที่ทำหน้าที่ของพวกเธอด้วยสีหน้ายิ้มแย้มสนุกสนานไปกับบทสนทนาหัวข้อใหม่ที่พวกเธอเริ่มต้นขึ้น “คุณล่ะคะ ลูซิเฟอร์ มีร้านกาแฟร้านโปรดรึเปล่า”

ไม่ครับ ผมไม่มีร้านกาแฟร้านโปรด”

ปรกติคุณซื้อกาแฟจากที่ไหน”

ทุกทีๆ ผมเดินผ่าน” เขาไม่ได้สารภาพว่าเขาชอบออกไปดื่มที่ผับมากกว่าเข้าร้านกาแฟ แม้ว่าเขาจะต้องไปที่นั่นคนเดียว หรือว่าไปกับเพื่อนก็ตาม “ผมไม่ค่อยจำสักเท่าไร แต่ส่วนมากผมไม่ค่อยชอบเข้าร้านกาแฟใกล้ๆ ที่พักสักเท่าไร”

คุณชอบดื่มกาแฟดำหรือคะ อเมริกาโน่ไม่ใส่นม” จัสติน่าทอดมองดูเขาด้วยความใคร่อยากรู้อยากเห็นด้วยแววตาที่ผสมผสานระหว่างความไร้เดียงสาในวัยเด็กและอ่อนหวานของความเป็นหญิงสาว ก่อนจะเปลี่ยนเป็นแน่นิ่งจริงจังระหว่างรอคอยคำตอบอย่างอดทนและไม่เร่งรัด ราวกับจะเปิดโอกาสให้ลูซิเฟอร์ได้ชื่นชมความงดงามของเธอ

ปรกติแล้วผมใส่นมในกาแฟเหมือนกับการดื่มชา” เขาอธิบาย แต่ด้วยเหตุผลอะไรบางอย่างวันนี้เขาไม่ได้ต้องการอะไรมาช่วยดับความขมในกาแฟของเขาเลย “วันนี้ผมอยากลองเปลี่ยนดู เท่านั้นเอง”

ปรกติฉันไม่ค่อยสั่งกาแฟมาดื่ม และดื่มชาเป็นหลักเสียมากกว่า ทว่าวันนี้ฉันรู้สึกเหมือนอยากลองดื่มกาแฟที่ผสมนมเยอะๆ ดู” เธอยกแขนออกจากโต๊ะเมื่อพนักงานนำเครื่องดื่มและของหวานมาเสิร์ฟ “ขอบใจนะจ๊ะ”

ด้วยความยินดีจ้ะ” พนักงานเสิร์ฟบอกแล้วจัดวางเครื่องดื่มไว้เบื้องหน้าพวกเขา วางเค้กไว้ตรงกลางพร้อมกับส้อมขนาดเล็กสองอันที่ขนาบข้างไว้

คุณไม่ชอบกินของหวานหรือคะ” จัสติน่าถามแล้วยกลาเต้ขึ้นจิบ

ผมชอบเป็นบางอย่างครับ”

ของหวานที่คุณชอบ คืออะไรคะ”

ชารอยบอสเครมบรูเล่”

ของหวานตระกูลพุดดิ้งสินะ” จัสติน่ายิ้ม เป็นรอยยิ้มที่กว้างและเปิดเผยกว่าชายหนุ่มตรงหน้าเสียอีก ความสดใสของเธอทำให้เขาดูน่าเบื่อไปโดยทันที

ผสมชารอยบอสอย่างเดียวเท่านั้น”

คุณดูเป็นคนกินยากอยู่นะคะ”

เฉพาะเรื่องของหวานเท่านั้นครับ” เขาอยากจะยิ้มเมื่อเห็นเธอยิ้ม แต่มุมปากของเขาไม่สามารถขยับได้ ราวกับว่าเขาต้องอาศัยสมาธิจำนวนมากในการทอดมองดูเธอเพื่อจดจำทุกรายละเอียดบนใบหน้าสวยหวานนั้น

มีของหวานอย่างอื่นที่คุณชอบไหมคะ”

ผม...” เขาขมวดคิ้วอยู่พักใหญ่ กำลังครุ่นคิดทั้งที่ไม่มีความจำเป็น “ผมไม่รู้ครับ เพราะผมพยายามหลีกเลี่ยงของหวานทุกชนิด...มาตั้งแต่เด็กแล้ว”

นับเป็นเรื่องแปลกมากเลยนะคะที่คุณยอมแตะชารอยบอสเครมบรูเล่”

เพราะผมไม่อยากพลาดโอกาสที่จะได้ลิ้มลองสิ่งนั้นไป” จัสติน่าแทบหายใจไม่ทั่วท้องเมื่อมองเข้าไปในดวงตาคู่สีเขียวที่จับจ้องมาที่เธออย่างมุ่งมั่น มีอะไรบางอย่างอยู่ในนั้นที่เธอไม่สามารถอ่านออกได้กำลังทำให้ร่างกายของเธอปั่นป่วน “เพราะตอนนั้นผมกลัวว่ามันจะเป็นโอกาสสุดท้ายที่ผมจะได้ลอง ผมโชคดีที่ได้กินชารอยบอสเครมบรูเล่นั่น”

ฉันชอบกินชีสเค้ก” เธอไม่ได้อยากพูดมากจนต้องรีบเอ่ยขึ้นมา แต่สิ่งที่หมุนเวียนอยู่ภายในร่างกายของเธอมันทำให้เธอรู้สึกปั่นป่วนเกินไปแล้ว “...ทุกชนิด แต่ฉันชอบยิปซีชีสเค้กที่สุดเลยค่ะ” เธอสังเกตเห็นว่าตัวเองไม่สามารถสบตาชายหนุ่มได้อีกต่อไป อันตรายเกินไปแม้กระทั่งในที่สาธารณะ เกิดอะไรขึ้นกับเธอกันนะ

ยิปซีชีสเค้ก” มุมปากของชายหนุ่มขยับเล็กน้อยตอนทอดมองไปยังวนิลาชีสเค้กที่จัสติน่าตักไม่ถูกสักที เขาเอื้อมมือไปเพื่อใช้ส้อมอีกอันตักมันขึ้นมา การกระทำของเขาดึงความสนใจเธอจากชีสเค้กนั้นได้ไม่ยาก เธอมองตามมือของเขาที่ค่อยๆ ยื่นเข้าไปหาเธออย่างระมัดระวัง “ผมไม่เคยได้ยินเกี่ยวกับมันมาก่อน” เขาพยักหน้าเป็นสัญญาณบอกให้เธอกินเค้กจากช้อนส้อมที่เขาตักให้

เป็นสูตรที่ฉันดัดแปลงด้วยการเปลี่ยนส่วนผสมเพียงอย่างเดียวเท่านั้นเองค่ะ ฉันเลยตั้งชื่อมันขึ้นมาแบบนั้นเพราะมันทำให้ฉันนึกถึงยิปซีทาร์ตที่ฉันเคยกินแต่ไม่เคยประสบความสำเร็จเรื่องการทำ” เธอโน้มหน้าเข้ามารับเค้กนั่นไปจากชายหนุ่ม รู้สึกได้ถึงความร้อนที่ผุดขึ้นมาบนใบหน้า เธอเคี้ยวแทบไม่เป็นเมื่อต้องสบตากับเขา จึงยกมือขึ้นมาบังไว้พลางยิ้มให้ชายหนุ่มท่าทางเขินอาย “คุณไม่อยากลองดูบ้างหรือคะ มันไม่ได้หวานมากนัก หากคุณไม่ชอบของหวาน”

ผมกำลังคิดอยู่เหมือนกัน” เขาละสายตาจากเธอแล้วตักเค้กขึ้นมาใส่ปาก แล้วเคี้ยวมันเบาๆ เชื่องช้า เขาไม่ได้มีท่าทางเขินอายเวลาถูกจ้อง หากแต่จ้องตอบกลับไปด้วยแววตาแน่วแน่เหมือนเคย

เป็นยังไงคะ” หญิงสาวพยายามบังคับเสียงไม่ให้สั่น แกล้งทำเหมือนกับไม่รู้ว่าส้อมที่เขาใช้นั้นเพิ่งจะเข้าปากเธอไปเมื่อก่อนหน้านั้น

ผมว่าลิ้นผมตายด้านไปแล้ว” คำตอบของเขาทำให้หญิงสาวระเบิดเสียงหัวเราะออกมา น้ำใสๆ ปริ่มอยู่รอบดวงตาของเธอ

คุณไม่รู้รสเลยหรือคะ”

ผมคิดว่าไม่ เพราะก่อนหน้านี้คงจะรีบดื่มกาแฟเร็วไปหน่อย มันค่อนข้างร้อน”

แต่คุณนิ่งมากเลย จนฉันไม่รู้ว่าคุณดื่มเข้าไปได้ยังไงโดยไม่สะทกสะท้านอะไร” เธอจ้องไปยังถ้วยกาแฟของเขา ลูซิเฟอร์ยิ้มให้หญิงสาวในที่สุด

เพราะตอนนั้นผมก็ไม่รู้ตัวเหมือนกัน” เขาไม่รู้ว่ามันเกิดขึ้นเมื่อไร หากแต่เขาจดจำรอยยิ้มของเธอได้หมดทุกรูปแบบโดยไม่รู้ตัว

ลูซิเฟอร์คะ” จัสติน่าเหยียดตัวตรงในที่สุด มองเขาด้วยสีหน้าจริงจัง “นี่อาจจะเป็นการละลาบละล้วงอยู่สักหน่อย แต่ฉันสงสัยว่า...คุณมีแฟนแล้วใช่ไหม”

“...”

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

47 ความคิดเห็น

  1. #8 นัน (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2558 / 17:44
    จะตอบยังไงดีละ

    ตอบความจริงเถอะนะ เดี๋ยวจะยุ่ง5555



    ว่าแต่ลูซิเฟอร์อยากรู้รสจัสติน่าใช่ไหม ชิมช้อนก่อน555
    #8
    0
  2. #7 Abel's Lady (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2558 / 21:54

    คือลูซิเฟอร์นิ่งจริงๆ หรือกำลังอยู่ในสภาวะมึนๆ แบบยังไม่รู้จะไปต่อยังไงดีหรือเปล่า 555555555

    ของหวานบางอย่าง แฝงนัยอะไรไหมนะ 555



    #7
    0
  3. #6 Abel's Lady (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 28 มกราคม 2558 / 07:47
    ทำไมรู้สึกว่าเจสันฮอตจนลืมลูซิเฟอร์ไปเลย555 ใส่แว่นอีกต่างหาก กรี๊ดหนุ่มแว่น ลืมๆ ไปแล่วว่าใครพระเอกเรื่องนี้
    #6
    0
  4. #5 Abel's Lady (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 27 มกราคม 2558 / 21:59
    เป็นคู่พี่น้องที่น่ารัก จัสติน่าดูเหมือนจะแอบดื้อ >_<

    ชอบเวลาพี่เขียนเกี่ยวพี่น้อง อบอุ่นหัวใจ

    #5
    0