Lucifer หนึ่งรักจุมพิตร้อน

ตอนที่ 1 : บทที่ 1 พิธีกรรม

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 318
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    30 ม.ค. 62







 

We the Kings – Secret Valentine
 


เขาไม่เคยทอดมองดูใครแล้วรู้สึกกระวนกระวายเมื่อไม่ได้แตะต้อง

แท้จริงแล้วเขาไม่เคยกระวนกระวายเพราะความอยากแตะต้องใคร

ทว่าการได้พบเธอทำให้เขารู้สึกกระวนวายอยากอยู่ใกล้จนแทบคลั่ง

 

บทที่ 1 พิธีกรรม

วันพฤหัสบดีที่ 1 พฤษภาคม ค.ศ. 2014 เป็นวันที่ลูซิเฟอร์จดจำได้ขึ้นใจ เพราะว่ามันควรจะเป็นวันหยุดของเขา วันที่เขาไม่ต้องออกไปไหน ทำตัวขี้เกียจอยู่ในห้องพักได้อย่างสบาย แต่เขากลับต้องลุกขึ้นมาแต่งตัวในเสื้อเชิ้ตที่รีดแล้วเพียงตัวเดียวที่หลงเหลืออยู่ในตู้ ผูกเนกไทด้วยมือข้างเดียวที่ว่างอยู่ คิ้วของเขาขมวดเข้าหากันขณะยัดตัวเองเข้าไปในกางเกงขายาว ใช้หัวไหล่หนีบโทรศัพท์มือถือกับโหนกแก้มเอาไว้เพื่อไม่ให้มันร่วงลงพื้น พลางสบถให้ตัวเองในใจที่ไม่ได้เลือกโหมดสปีกโฟนแล้วต้องมาตกอยู่ในสภาพแบบนี้

คุณบอกพวกเขารึเปล่าว่าผมนับถือนิกายโปรเตสแตนต์แองกลิคัน”

พวกเขาไม่สนหรอกว่าคุณจะมาจากนิกายไหน พวกเขาแค่ต้องการให้งานแต่งผ่านไปด้วยดีเท่านั้น เผลอๆ พวกเขาไม่นับถือศาสนาอะไรเสียด้วยซ้ำ”

พวกเขารู้ด้วยใช่ไหมว่าผมไม่ได้ทำหน้าที่บาทหลวงมานานแล้ว”

ลูซิเฟอร์” เสียงปลายสายเอ่ยอย่างอ่อนใจ “ผมรู้ว่าคุณไม่ชอบงานนี้อีกต่อไปแล้ว แต่คุณช่วยไม่พูดอะไรเกี่ยวกับเรื่องนั้นแล้วมาทำหน้าที่แทนบาทหลวงที่ล้มป่วยโดยแทนหน่อยได้ไหม”

ก็ได้” เขาบอกเสียงห้วน “อีกห้านาทีผมจะออกไปยังที่นัดหมาย”

ลูซิเฟอร์ดึงเข็มขัดให้เข้าที่เข้าทางแล้วเดินไปสวมรองเท้าของตนอย่างรวดเร็ว เขาเป็นชายหนุ่มร่างสูงผมสีน้ำตาลเข้ม นัยน์ตาสีเขียวของเขาในบางครั้งดูเศร้าหมองกึ่งเจ้าเล่ห์ ทว่าแท้จริงแล้วดวงตาเช่นนั้นสะท้อนถึงอาการเหม่อลอยของเขา ที่สาวๆ ทั่วไปมักเข้าใจผิดว่าเขากำลังหว่านเสน่ห์ให้พวกเธออยู่ แล้วเขามักจะถูกชักชวนไปยังที่พักของหญิงสาวเหล่านั้นเป็นประจำสม่ำเสมอ ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องดีสำหรับเขา ที่ไม่ต้องพาพวกเธอมาที่แฟลตของตน เพราะนั่นทำให้เขาสามารถหลบหนีพวกเธอออกมาได้โดยไม่ต้องมีพันธะ และไม่ถูกตามตัวให้ยุ่งยาก ถึงอย่างนั้น ล่าสุดเขาก็ยังพลาดอยู่ดี มีหญิงสาวคนหนึ่งมอมเหล้าเขาพลางหิ้วเขากลับมายังที่พัก เธอไม่ยอมหยุดความสัมพันธ์ระหว่างเธอและเขา ทั้งที่มันควรจะเป็นความสัมพันธ์แบบคืนเดียวจบ อีกทั้งยังมักจะแวะเวียนมายังที่พักของเขาอยู่บ่อยๆ แม้จะไม่ได้รับเชิญเลยก็ตาม และเมื่อเขาออกจากห้องมาได้สักพักก็เห็นหญิงสาวคนดังกล่าวก็เดินออกจากลิฟต์มาทั้งที่ยังก้มหน้าก้มตาควานหาสิ่งของในกระเป๋า ลูซิเฟอร์ใช้โอกาสนี้ในการหลบหนีไปยังทางหนีไฟเพื่อที่จะไม่ได้พบปะกับเธอพร้อมปิดเสียงมือถือเสร็จสรรพก่อนจะพาตัวเองออกไปจากที่นี่ ชายหนุ่มไม่ได้อยากไปทำหน้าที่บาทหลวงในการประกอบพิธีกรรมให้ใครจนต้องยิ้มออกมาด้วยความเริงร่า หากแต่เขารู้สึกดีใจไม่น้อยที่ตนตัดสินใจออกมาจากที่นั่นทันเวลาก่อนที่เขาจะต้องเผชิญหน้ากับหญิงสาวคนดังกล่าวที่เขาไม่เคยจำชื่อเธอได้เลยสักครั้ง

 

ภายในพิธีแต่งงาน การจะควบคุมเจ้าสาวไม่ให้พุ่งความสนใจไปยังบาทหลวงหนุ่มกลายเป็นเรื่องยากไปแล้ว หากไม่ได้สายตาขุ่นเคืองของเจ้าบ่าวช่วยส่งเป็นสัญญาณเตือน เธอคงไม่คิดจะละสายตาไปจากลูซิเฟอร์ เช่นเดียวกับสาวน้อยแรกรุ่นไปจนถึงหญิงสาววัยยี่สิบตอนปลายจำนวนหลายคนที่ได้มาเข้าร่วมพิธีแต่งงาน ต่างมองมาที่เขาอย่างเปิดเผยว่าพวกเธอพึงพอใจขนาดไหนกับการที่ได้ทอดมองลูซิเฟอร์ที่ยืนโดดเด่นสง่าในชุดคลุมบาทหลวงบนแท่นพิธีด้วยสีหน้านิ่งขรึมจริงจัง ซึ่งติดจะดูเร้าใจสำหรับพวกเธอไม่น้อย จนกระทั่งบรรดาพ่อและแม่ของสาวน้อยสาวใหญ่ต้องเอื้อมมือไปหยิกลูกสาวของตนเป็นการเตือนให้เก็บอาการที่ไม่เหมาะสมเหล่านั้นเอาไว้ให้มิดชิด ทว่ามันไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับพวกเธอเลยสักนิดเดียว

ลูซิเฟอร์ประคับประคองพิธีแต่งงานในฐานะบาทหลวงให้ราบรื่นที่สุดเท่าที่จะทำได้ พยายามไม่แสดงอาการโล่งใจออกมาเด่นชัด เมื่อได้ยินเจ้าสาวยอมปฏิญาณตนพร้อมรับชายหนุ่มตรงหน้าเป็นสามีตามกฎหมาย เพราะบ่อยครั้งที่ลูซิเฟอร์เคยไปจัดพิธีแต่งงานให้กับบรรดาคู่รักที่คบหากันแบบเฉียบพลันและแต่งงานกันแบบเฉียบพลัน ผลที่ออกมามักจะกลายเป็นว่าเธอปฏิเสธเจ้าบ่าวเพราะความสนใจสุดโต่งในตัวบาทหลวงผู้จัดพิธีให้พวกเขา นั่นก็เป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่เขาพยายามหลีกเลี่ยงงานแต่งและไปประกอบพิธีกรรมอย่างอื่นเพียงอย่างเดียวแทน ก่อนที่การหลบหลีกงานแต่งจะเริ่มเป็นไปได้ยากมากขึ้นทุกที จนถึงขั้นเขาต้องถอนตัวเองออกจากหน้าที่บาทหลวงที่แท้จริงแล้วไม่เคยเป็นสิ่งที่เขาชอบเลยด้วยซ้ำ หากแต่เขาทำไปเพื่อใครคนหนึ่งที่มีความเชื่อว่าการที่ลูกชายของเธอได้เสนอตัวรับใช้พระเจ้าจะเป็นหนทางพาเธอไปสู่สรวงสวรรค์หลังจากความตาย ลูซิเฟอร์จึงได้ทำหน้าที่นี้ต่อมาเรื่อยๆ อีกสองปีหลังจากสูญเสียแม่ของเขาไปแล้ว ก่อนจะเลิกอย่างถาวรเพราะหน้าตาของเขาได้กลายเป็นอุปสรรคต่อการงานล้วนๆ

ฉันได้รับดอกไม้จากเจ้าสาวด้วย แต่ยังหาเจ้าบ่าวไม่ได้ หากคุณเลิกทำหน้าที่บาทหลวงเมื่อไรอย่าลืมรับฉันไว้ในพิจารณานะคะ” เด็กสาวยื่นกระดาษแผ่นหนึ่งมาเบื้องหน้าเขาทันทีที่เขาเดินออกจากประตูมา ลูซิเฟอร์กวาดตามองไปรอบๆ ก็เห็นว่าไม่มีใครอยู่แถวนี้อีกต่อไปแล้ว แต่ดูเหมือนว่าเด็กสาวคนนี้จะอดทนตั้งหน้าตั้งตารอเขาจนถึงที่สุด “ฉันชื่อแคลริตี้ พอดีบ้านฉันอยู่แถวนี้น่ะค่ะ คุณสนใจฉันไหมคะ”

เด็กสาวปีนขั้นบันไดขึ้นมาหาชายหนุ่ม ลูซิเฟอร์มองเข้าไปในดวงตาคู่สีน้ำตาลของเธอหน้านิ่ง ท่าทางเคร่งขรึมและสงบของเขาไม่ได้ดูเย็นชาไปเสียทีเดียว  และมันทำให้เด็กสาวที่พยายามยั่วยวนหน้าขึ้นสีระเรื่อ หัวใจของเธอเต้นรัว แค่เขาขยับกายเพียงหน่อยเดียวเธอก็เป็นฝ่ายถอยหลังออกห่างเขาเองเสียแล้ว

คุณเป็นคนสวย และน่ารักมาก ผมคงไม่ปฏิเสธ...หากผมไม่ได้มีความคิดที่ว่าจะจำศีลตลอดชีวิต” ลูซิเฟอร์ยิ้มให้เธอ “บ้านคุณอยู่ไหน ให้ผมเดินไปส่งไหมสาวน้อย”

คะ...คะ” เธอละล้ำละลักเบิกตากว้าง

เธออายุเท่าไร สิบหกรึยัง”

สิบห้าค่ะ”

ผมอายุยี่สิบหกแล้วนะ อายุมากกว่าคุณตั้งสิบเอ็ดปี อีกทั้งยังเป็นบาทหลวงอีก ผมไม่ได้เร้าใจเหมือนอย่างที่หน้าตาผมแสดงออกไปหรอกนะ”

คุณเป็นบาทหลวงที่ตลกและหน้าตาดีที่สุดเท่าที่ฉันเคยเจอมาเลยทีเดียว” แคลริตี้หัวเราะแล้วก้มมองช่อดอกไม้ก่อนจะตั้งท่าโยนมันทิ้ง หากแต่ลูซิเฟอร์คว้าข้อมือเธอเอาไว้

เก็บเอาไว้ใส่แจกันที่บ้านสิ นี่เป็นความทรงจำที่ดีนะ”

ไม่ล่ะค่ะ จริงๆ ฉันไม่ได้ชอบดอกไม้สักเท่าไร ฉันให้คุณแล้วกัน” เธอส่งมันให้ลูซิเฟอร์ “ค่าจ้างสำหรับพาฉันไปส่งที่บ้าน”

ขอบคุณ” ชายหนุ่มรับมา “ไหนเล่าให้ผมฟังหน่อยสิแคลริตี้ ผมมั่นใจว่าสาเหตุที่คุณมายืนรอจีบผมแบบนี้ไม่ใช่สิ่งที่คุณต้องการจริงๆ หรอกใช่ไหม คุณมีคนที่ชอบที่มีอายุรุ่นราวคราวเดียวกันกับคุณอยู่รึเปล่า”

คะ” แคลริตี้ก้มมองปลายเท้าของตัวเอง

เขาเป็นคนยังไง”

เขาเป็นเด็กเนิร์ด เรียนเก่ง ไม่ค่อยสนใจใคร แต่เขาดูฮอตเป็นบ้าเลย”

เป้าหมายน่าสนใจพอตัวเลยนะ” ลูซิเฟอร์ยิ้ม “เขาดูฮอตจริงๆ หรือว่าเป็นเพราะคุณตกหลุมรักเขาหัวปักหัวปำจนดูว่าฮอตกันแน่ล่ะ”

ฉันมีรูปของเขาด้วย” แคลริตี้ล้วงมือเข้าไปในชั้นในของเธอเพื่อดึงมือถือออกมา

เขาดูฮอตจริงๆ แล้วเขามีใครอยู่รึเปล่า”

ไม่ค่ะ เขาไม่สนใจใครเลย ไม่สนใจผู้หญิงแม้แต่คนเดียวในโรงเรียน แต่ฉันเคยเห็นเขากับหญิงสาวที่ติดจะอายุมากกว่าหลายปี” เธอเลื่อนอีกภาพให้ลูซิเฟอร์ดู เป็นภาพแอบถ่ายจากระยะไกล เด็กหนุ่มยืนคุยอยู่กับหญิงสาวผมสีน้ำตาลอ่อนที่หน้าร้านดอกไม้แห่งหนึ่ง “ฉันคิดว่าเขาชอบหญิงสาวมีอายุหน่อย มันทำให้อยากรู้ว่าการคบหาคนที่มีอายุมากกว่าหลายปีมันเป็นยังไง และคุณก็เป็นชายหนุ่มที่มีอายุมากกว่าคนแรกที่ฉันสนใจ”

ถือเป็นเกียรติอย่างมาก”

ฉันไม่มีเจตนาจะทำให้คุณต้องออกจากการถือศีลหรอกนะคะ”

แท้จริงแล้วผมเป็นโปรเตสแตนต์แองกลิคันน่ะ แต่มันคงไม่มีความหมายอะไรสำหรับคุณอยู่แล้ว”

คุณโกหกกันนี่นา คุณทำให้ฉันรู้สึกผิดที่ทำตัวไม่น่ารักยั่วยวนคุณและต้องมารู้ว่าคุณจะจำศีลตลอดชีวิต” เธอมุ่ยหน้า

แต่นั่นก็ทำให้คุณถอดใจจากผมไม่ใช่เหรอ” ลูซิเฟอร์ยิ้มบาง “เขาชื่ออะไร”

โรแวนค่ะ”

คุณรู้ความสนใจของเขา ลองเข้าไปชวนเขาคุยเรื่องดอกไม้สิ คงไม่เคยมีใครชวนเขาคุยเรื่องนี้ใช่ไหม” ลูซิเฟอร์แตะมือลงบนหน้าจอของเด็กสาวแล้วเลื่อนย้อนกลับไปอีกภาพ ทำให้เขามีโอกาสได้เห็นหน้าหญิงสาวคนดังกล่าวชัดเจนกว่าเก่า เขาจ้องมองดูภาพรอยยิ้มนั่นอยู่นานสักประมาณหนึ่ง จนกระทั่งลมหายใจของเขาหยุดนิ่งไปชั่วขณะ “ดูเหมือนเขาจะแค่สนใจเกี่ยวกับดอกไม้มากเท่านั้น และหญิงสาวคนนี้ก็เป็นคนเดียวที่พูดคุยกับเขาได้”

คุณคิดอย่างนั้นหรือคะ”

เขาไม่ได้สนใจหญิงสาวคนนั้นเป็นพิเศษหรอก แม้ว่าเธอจะสวยมากก็ตาม”

ใช่ค่ะ เธอสวยและอ่อนหวานน่ารักมากเสียจนฉันไม่รู้สึกอิจฉาเลยหากโรแวนจะชอบเธอจริงๆ”

เขาไม่ได้ชอบเธอหรอก”

บ้านฉันอยู่นี่ค่ะ ขอบคุณนะคะลูซิเฟอร์ที่มาส่งฉัน”

ด้วยความยินดีแคลริตี้” ลูซิเฟอร์ยืนเป็นเพื่อนเด็กสาวจนกระทั่งเธอเดินเข้าไปในบ้าน ในมือของเขายังถือช่อดอกไม้เอาไว้อยู่ จากนั้นเขาก็เริ่มออกเดินต่อไป

ชายหนุ่มเดินทอดน่องไปตามเส้นทางที่เขาไม่รู้จัก อีกทั้งยังไม่ได้จดจ่อใส่ใจว่าตนกำลังจะเดินไปที่ไหน เขาก็แค่เดินไปเรื่อยๆ พร้อมกับช่อดอกไม้ที่ยังติดอยู่ในมือ กระดาษเล็กๆ ที่ติดอยู่บนช่อดอกไม้พัดไหวไปมาตามจังหวะการขยับเคลื่อนไหวของชายหนุ่ม ด้ายเล็กๆ สีแดงที่เคยผูกมัดแน่นกับช่อหลุดรุ่ยในเวลาต่อมา ชวนให้ชายหนุ่มหยุดกะทันหันเพื่อก้มมองดูนิ้วของตนที่ถูกระรานด้วยเส้นไหมขนาดเล็กน่ารำคาญนั่น เขามุ่ยหน้าเล็กน้อย เริ่มเข้าใจความรู้สึกของแคลริตี้ที่อยากจะเหวี่ยงมันทิ้งขึ้นมาเสียทันที  แต่ก็ไม่ได้ทำแบบนั้นและยกมันขึ้นมาดูแทน ระหว่างที่เขากำลังแกะ สายตาก็เหลือบไปเห็นชื่อบ่าวสาวบนกระดาษแผ่นเล็กโดยบังเอิญ เมื่อมันพลิกด้านกลับไปอีกทางเขาจึงมองเห็นอักษรสีเทาที่เกือบจะกลมกลืนไปกับสีกระดาษอ่านได้ว่า Justina Bouquet และเมื่อเขาเงยหน้าขึ้นมาก็เหลือบไปเห็นร่างบางของหญิงสาวคนหนึ่งซึ่งอยู่ห่างจากเขาไปเพียงไม่กี่ก้าว กำลังโอบอุ้มกระถางต้นไม้ขนาดเล็กจำนวนหนึ่งออกมาตั้งไว้บนเกวียนจำลองสีขาวขนาดเล็กที่อยู่เบื้องหน้าของตัวอาคาร ก่อนจะเดินตัดผ่านกลับเข้าไปด้านในไม่ได้ใส่ใจว่าใครกำลังยืนมองดูเธออยู่รึเปล่า

ลูซิเฟอร์ดึงไหมสีแดงออกจากนิ้วของตนได้สำเร็จ พลางก้มหน้ามองดูช่อดอกไม้ดังกล่าวอีกครั้งแล้วหันหลังให้กับภาพที่เขาเห็นเมื่อก่อนหน้านี้และกำลังจะเดินย้อนกลับไปยังทิศทางที่เขาเดินจากมา แต่กลายเป็นว่าเขากลับนำช่อดอกไม้ดังกล่าวไปวางซ่อนไว้หลังกระถางดอกไม้ของบ้านข้างเคียงที่อยู่ไม่ห่างพลางเก็บเส้นไหมสีแดงและป้ายชื่อบ่าวสาวที่เขาได้ทำพิธีให้เอาไว้ในกระเป๋ากางเกง ก่อนจะหันกลับไปมองดูป้ายที่ติดอยู่เหนือบานประตูของตัวอาคารที่หญิงสาวได้กลับออกมาข้างนอกอีกครั้งในเวลาต่อมาพร้อมกับกระถางดอกไม้ที่มีขนาดใหญ่เกือบจะเท่าตัวหญิงสาวที่อุ้มมันอยู่เสียด้วยซ้ำ เธอเดินโซเซเล็กน้อยตอนกลับออกมาด้านนอก หน้าของเธอถูกปิดบังด้วยใบว่านของดอกไม้พันธุ์ดังกล่าว ผมสีน้ำตาลยาวสลวยมีน้ำหนักกวัดแกว่งไปตามแผ่นหลังที่โอนเอนมาในทิศทางของลูซิเฟอร์ เขายืนมองดูเธอหมุนไปรอบตัวครบสามร้อยหกสิบองศาแต่ก็ไม่มีทีท่าที่เจ้าตัวจะตัดสินใจวางกระถางดอกไม้นั่นเอาไว้ที่ไหน จนกระทั่งเขาเองที่เดินเข้ามาอยู่ใกล้มาก ยังได้ยินเสียงถอนหายใจกับเสียงอุทานกรีดร้องเพียงเล็กน้อยในจังหวะที่เธอสูญเสียการทรงตัว หากแต่มือของเขาประคองร่างบางของเธอเอาไว้ได้

“...” มือใหญ่ที่กุมไหล่เล็กเอาไว้บีบเบาๆ โดยสัญชาตญาณที่เขาไม่อาจควบคุมได้ อกผึ่งผายและแข็งแกร่งของเขาถูกเปลี่ยนเป็นที่พิงให้แผ่นหลังอันบอบบางในเวลาต่อมา โดยที่บนใบหน้าและหัวของเขานั้นมีพวงดอกไม้สีแดงส้มเสียดสีอยู่จนทำให้เขาเริ่มรู้สึกคันขึ้นมา “ให้ผมช่วยไหม”

ค่ะ” เสียงหวานนั้นแผ่วเบาจังหวะที่ฝ่ามือใหญ่ทาบลงบนหลังของเธอ เขาผละออกแล้วอ้อมไปด้านหน้าเพื่ออุ้มกระถางด้วยมืออีกข้างที่ว่างอยู่ ขณะเดียวกันนั้นเธอก็มีโอกาสได้ช้อนตาขึ้นมามองผ่านช่องว่างระหว่างกิ่งก้านและช่อดอกไม้ไปยังใบหน้าคมเข้มของชายหนุ่มและดวงตาคู่สีเขียวที่จ้องตอบกลับมาที่เธออย่างสงบแน่นิ่ง

ลูซิเฟอร์มองเข้าไปในดวงตาคู่สีน้ำตาลอยู่ครู่ใหญ่ ก่อนจะตวัดมองดูใบหน้าหญิงสาวอย่างรวดเร็วตอนที่เธอก้มหน้าลงเล็กน้อยในจังหวะที่มือของลูซิเฟอร์วางลงบนหลังมือของเธอเพื่อรับกระถางดอกไม้มา

ขอโทษนะคะ ที่เดินชนคุณเข้า” เธอเงยหน้าขึ้นมา พยายามชักมือกลับโดยไม่เร่งรีบมากนักเพื่อให้มั่นใจว่ามือใหญ่และอบอุ่นของเขาพร้อมที่จะรับน้ำหนักสิ่งของที่เคยอยู่ในอ้อมแขนเธอแล้วจริงๆ

จะให้ผมเอามันวางไว้ตรงไหนดีครับ”

ตรงนี้ก็ได้ค่ะ” เธอชี้ไปยังพื้นที่ว่างด้านหลังของเธอในจุดที่ลูซิเฟอร์เคยยืนอยู่ พลางหลีกทางให้เขาก่อนจะยกมือขึ้นมาเก็บผมที่หลุดออกมาด้านหน้าขึ้นไปทัดหูเอาไว้ขณะทอดมองดูชายหนุ่มร่างสูงบรรจงวางกระถางดอกไม้ลงบนพื้นอย่างระมัดระวัง

ผมหวังว่าจะไม่ได้เข้าใจผิดเรื่องตำแหน่งวางนะ”

ไม่ค่ะ ที่เหลือเดี๋ยวฉันจัดการเอง ขอบคุณมากนะคะ” หญิงสาวส่งยิ้มให้ชายหนุ่มโดยไม่ได้กล่าวอะไรต่อไป ในขณะที่บุคคลที่อยู่เบื้องหน้าเธอก็ไม่แสดงทีท่าว่าจะไปไหนด้วยเช่นกันพลางจ้องหน้าเธอตอบกลับไปอย่างสงบแน่นิ่ง “คุณ...จะรับชาสักถ้วยไหมคะ”

แน่นอน” เขาเอ่ยแล้วหันไปมองดูกระถางดอกไม้ที่ตนเพิ่งจะวางมันลงไป

ต้นโครคอสเมียค่ะ อีกชื่อหนึ่งเรียกว่าลูซิเฟอร์” เธออธิบายเพราะคิดว่านั่นคือสิ่งที่เขาทอดมองมันด้วยแววตาที่ต่างไปจากเมื่อก่อนหน้านั้น “ต้นกำเนิดอยู่ประเทศแอฟริกาใต้ มันกลายเป็นดอกไม้โปรดของฉันไปแล้ว”

“...”

คุณจะดื่มชาอะไรดีคะ ชาดำอังกฤษ หรือว่าชาแดงรอยบอสจากแอฟริกาใต้ดีคะ” เธอเดินนำเขาเข้าไปในร้านโดยไม่ได้เอะใจกับความเงียบงันเฉียบพลันของชายหนุ่ม อ้อมไปหลังเคาน์เตอร์เพื่อหยิบม้านั่งทรงสูงมาวางไว้เบื้องหน้าแทน พลางผายมือเชิญให้ลูซิเฟอร์รับรู้ว่าเป็นที่สำหรับเขา “เชิญนั่งรอก่อนนะคะ นอกจากนั้นแล้วฉันยังมีชาเขียวด้วยเหมือนกัน ถ้าคุณสนใจ”

ผมขอชาแดงกับนมแล้วกันครับ”

รอสักครู่นะคะ” หญิงสาวเดินหายไปอีกห้องหนึ่ง ลูซิเฟอร์กวาดตามองไปรอบๆ จากนั้นก็เดินไปนั่งบนเก้าอี้ตัวดังกล่าว จ้องไปยังกระถางดอกไม้ชนิดเดียวกันกับที่หญิงสาวยกออกไปนอกร้านเมื่อก่อนหน้านั้นเป็นระยะเวลานาน จนกระทั่งหญิงสาวเดินออกมาพร้อมกับถาดที่มีโถน้ำชาและถ้วยชาสองถ้วยพร้อมกับคุกกี้จำนวนหนึ่งในจานขนาดเล็ก “คุณจะเก็บกระถางนี้เอาไว้ด้านในหรือครับ”

ค่ะ ฉันอยากเอากระถางหนึ่งไว้ด้านนอก เพื่อให้ลูกค้าที่สนใจมีโอกาสได้เห็นมัน ส่วนกระถางนี้ สำหรับฉันค่ะ” เธอยิ้มตลอดเวลา “มันต้องอยู่เป็นเพื่อนฉันอย่างเลี่ยงไม่ได้” เธอวางถาดลงบนเคาน์เตอร์

คุณชอบอะไรเกี่ยวกับแอฟริกาใต้รึไง เคยไปที่นั่นมาหรือครับ”

เปล่าค่ะ ฉันไม่เคยไป ที่นั่นแค่เคยเป็นเป้าหมายของฉันเท่านั้นค่ะ” เธอหันไปยิ้มให้กับต้นโครคอสเมีย “และคุณเข้าใจถูก ฉันชอบอะไรที่เกี่ยวข้องกับแอฟริกาใต้ ทว่าฉันไม่ใช่พวกสะสมข้าวของหรืออะไรที่เกี่ยวกับที่นั่นหรอกนะคะ ทั้งบ้านฉันมีของอยู่สองสิ่งที่เกี่ยวข้องกับที่นั่นก็คือ ชารอยบอสและเจ้าต้นโครคอสเมียนี่เท่านั้นล่ะค่ะ ฉันไม่รู้ว่าทำไมถึงชอบมัน แท้จริงแล้วความชอบหลักของฉันจะพุ่งตรงไปที่พวกเขาเสียมากกว่า” เธอชี้นิ้วไปทั่วร้านที่ถูกตกแต่งเติมเต็มไปด้วยดอกไม้นานาพันธุ์ ลูซิเฟอร์ไม่เคยเห็นใครเอ่ยถึงสิ่งของที่พวกเขาชื่นชอบราวกับว่าพวกมันเป็นสิ่งมีชีวิตมาก่อน เขาจ้องมองดูเธอตลอดเวลา แม้กระทั่งจังหวะที่เธอรินชาและนมใส่แก้วให้เขา

“...”

คุณต้องการน้ำตาลในชาไหมคะ”

ไม่ครับ” ชายหนุ่มสังเกตเห็นว่าหญิงสาวก็ไม่ได้ใส่น้ำตาลลงในถ้วยของเธอเช่นกันตอนส่งชาให้เขาแล้ว อีกทั้งยังหย่อนถุงชาอีกถุงที่เคยวางอยู่ข้างๆ ลงในถ้วยของตัวเอง

บางครั้งฉันก็ชอบเอาชาแดงกับชาดำมาผสมกันแล้วใส่นมตามภายหลัง”

ผมไม่เคยเห็นใครทำอะไรแบบนี้มาก่อน”

คนรอบข้างมักเอ่ยคำนี้กับฉันเสมอ แต่ฉันเชื่อว่าที่มุมใดมุมหนึ่งของโลกจะต้องมีใครสักคนที่เกิดความคิดอยากทำในสิ่งเดียวกันกับฉันแน่ๆ” เธอดึงถุงชาขึ้นแล้ววางไว้ในจาน “คุณอยากลองไหมคะ เดี๋ยวฉันเอาชาดำมาให้”

อืม” เขาไม่ได้อยากจะลองจนถึงขึ้นต้องตอบตกลง ทว่าปฏิเสธไม่ได้ว่าการเคลื่อนไหวของเธอนั้นทำให้เขารู้สึกเพลิดเพลินขนาดไหน อีกทั้งตอนที่หญิงสาวกลับออกมาพร้อมกับชาซองใหม่ที่อยู่ในมือ ก็ดูเหมือนว่าเขาจะได้ชาอังกฤษใส่ลงไปในถ้วยของตัวเองเป็นที่เรียบร้อยแล้ว นั่นทำให้หญิงสาวถึงกับอึ้งเล็กน้อย “ผมขอโทษที่เสียมารยาท แต่ผมไม่อยากจะใช้ชาของคุณเปลืองจนเกินไปในฐานะคนแปลกหน้า ถุงเก่าของคุณยังใช้ได้อยู่”

คุณช่วยฉันยกกระถางดอกไม้นะคะ แค่ชาถุงเดียวยังตอบแทนคุณได้ไม่เพียงพอเลยด้วยซ้ำ”

บวกน้ำร้อนกับนมนี่เข้าไปก็เพียงพอแล้วครับ” ปากเขาพูดอย่างนั้น แต่มีอะไรบางอย่างกำลังบอกเขาว่ามันไม่พอ เขามีความต้องการบางอย่างที่ติดจะเป็นเรื่องน่ากวนใจไม่น้อย เพราะมันเป็นสิ่งที่เขาเรียกร้องไม่ได้เสียทีเดียวในฐานะคนแปลกหน้า

คุณเพิ่งย้ายมาอยู่แถวนี้รึเปล่าคะ” เธอเอนกายพิงเคาน์เตอร์เบื้องหน้าเขาทั้งที่ยังยิ้มอยู่ “หรือว่าแค่แวะผ่านมาเท่านั้น”

ผมแค่แวะผ่านมา” เขาตอบแล้วจ้องไปยังต้นโครคอสเมีย “หลังจากเป็นสักขีพยานให้กับคู่บ่าวสาวในงานแต่ง”

คุณเป็นแขกของงานหรือคะ”

ผมเป็นบาทหลวงจำเป็นเท่านั้น”

อ้อ”

ผมเป็นโปรเตสแตนต์แองกลิคัน”

ฉันเคยเป็นคาทอลิก” ในขณะที่ใบหน้าลูซิเฟอร์ยังนิ่งสงบเหมือนเคย เห็นได้ชัดว่าหญิงสาวตรงหน้ายิ้มเก่งกว่าพวกดอกไม้ประดับที่อยู่ในร้านของเธอเสียอีก

คุณเคยเป็นคาทอลิก”

ที่เคร่งครัดอย่างมาก” เธอเสริมพลางยกชาขึ้นจิบ มองไปยังต้นโครคอสเมียด้วยเช่นกัน จังหวะนั้นลูซิเฟอร์ฉวยโอกาสหันกลับมามองดูเธอ หญิงสาวมองดูต้นไม้ดังกล่าวหน้านิ่ง ทว่าเธอรู้สึกได้ถึงการจับจ้องของฝ่ายชาย หากแต่ยินยอมที่จะให้เขาจ้องเธอต่อไปแบบนั้นก่อนจะตัดสินใจหันมาสบตากับเขาในที่สุด “ตอนนี้ฉันไม่ได้นับถืออะไรทั้งนั้น”

ผมเป็นโปรเตสแตนต์แองกลิคันในยามคับขัน” เขาเอ่ยเสียงเรียบ “เฉพาะเวลาที่โบสถ์ต้องการเรียกตัวผมไปช่วยทำหน้าที่ในสถานการณ์ฉุกเฉินน่ะ ผมไม่ได้เป็นบาทหลวงประจำ และก็พูดไม่ได้ด้วยว่าแท้จริงแล้วผมไม่ได้นับถืออะไร”

ฉันจะเก็บเรื่องของคุณเอาไว้เป็นความลับ อย่างมิดชิดเลยค่ะ”

คุณใจดีมาก”

ฉันชื่อจัสติน่าค่ะ” เธอยื่นมือมาให้เขา “แนะนำตัวอย่างเป็นทางการ”

ลูซิเฟอร์ครับ” เขาสังเกตเห็นว่าเธอมองไปยังดอกไม้แล้วหันกลับมาที่เขา “นั่นชื่อผม”

ยินดีที่ได้รู้จักค่ะลูซิเฟอร์” 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

47 ความคิดเห็น

  1. #4 Abel's Lady (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 26 มกราคม 2558 / 12:47

    แอร๊ย อ่านจนได้ 
    เว็บเด็กดีนี่มันนะ555
    แกล้งกันนี่ 


    #4
    0
  2. #3 Abel's Lady (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 24 มกราคม 2558 / 20:12
    บรรยากาศสงบดีจัง ต่างจากนาร์ซิสซัสตอนพบเฟลอร์ครั้งแรก 55



    #3
    0
  3. #2 Abel's Lady (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 23 มกราคม 2558 / 21:23
    จริงๆตั้งชื่อเธอว่าแนตตี้ก็ไม่มีใครว่านะ55555
    #2
    0
  4. #1 Abel's Lady (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 23 มกราคม 2558 / 08:07
    ยินดีที่ได้รู้จักกันอย่างเป็นทางารค่ะ ลุงลูซิเฟอร์
    #1
    0