Bittersweet เพียงแค่เธอจะรัก

ตอนที่ 5 : บทที่ 3 ตามหาวันที่ฉันเริ่มรักคุณ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 158
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    14 ก.ย. 57






Boys Like Girl : Two is better than One







 



Bittersweet เพียงแค่เธอจะรัก

Winton & Rosemary

ทุกย่างก้าวของเขาสงบและเชื่องช้าดูสง่า

ในขณะที่เธอเดินเร็วพลางกระโดดโลดเต้นเหมือนม้าดีดกระโหลก






 

บทที่ 3 ตามหาวันที่ฉันเริ่มรักคุณ

Tuesday 5th August 2014

(ความสุขที่กำลังจะจากไป)

หนึ่งในห้าของต้นลิลี่ออฟเดอะวอลเล่ทีโรสแมรี่ปลุกมาสักระยะดูแย่กว่าเดิมในวันนี้ เธอไม่ทันสังเกตเห็นเลยว่ามันจะเปลี่ยนแปลงได้รวดเร็วขนาดนี้ เธอมองดูมัน แล้วหันกลับมามองดูสมุดจดบันทึกของเธอ เธอมองดูมันอีกครั้ง แล้วมองทะลุผ่านกระจกออกไปด้านนอก ยังต้นไม้ที่เกิดอยู่ด้านหลังตึกที่เธออาศัยอยู่ มันมีขนาดโตพอที่จะแผ่กิ่งก้านสาขาออกมาปกคลุมหน้าต่างราวกับผื่นม่านกั้นฉากระหว่างห้องของเธอกับอาคารฝั่งตรงข้ามที่ตั้งอยู่ห่างออกไปไม่มากนัก เธอมองดูกิ่งไม้นั่น เลื่อนสายตากลับมายังต้นลิลี่ออฟเดอร์วอลเล่ที่มีสภาพแย่ที่สุด แล้วหันกลับมามองดูตัวเธอเอง ความหวังของเธอจางหายไปไหน ในหัวใจของเธอมันสิ้นหวังไปครั้งที่เท่าไรแล้ว เธอไม่รู้เลยว่าเพราะอะไรเธอถึงต้องอดทนรอคอย แทนที่จะพยายามตัดใจ เธอมันงี่เง่าสิ้นดี เธอมันงมงาย จริงอยู่ว่าเธอไม่ได้รู้สึกเดียวดายหรือต้องการใครเป็นพิเศษ แต่ทำไม...ทำไมเธอถึงยังปล่อยให้การจากไปของเขามามีอิทธิพลต่อเธอ ทำไมเธอไม่ยอมตัดใจสักที

โรสแมรี่เอื้อมมือไปหยิบสมุดจดบันทึกทั้งห้าเล่มออกมาจากชั้นหนังสือของเธอ วางทั้งหมดทับลงบนเล่มที่เธอกำลังจดอยู่แล้วเริ่มเปิดดูหน้าแรกของสมุดบันทึกเหล่านั้นและหน้าสุดท้าย จากนั้นก็คัดพวกมันออกไปจากกองจนเหลือแค่สามเล่ม เธอเปิดดูทั้งสามเล่มที่เหลือทีละหน้า อ่านรายละเอียดที่อยู่ในนั้นอย่างระมัดระวังไม่ให้เธอพลาดอะไรไปทั้งสิ้น แล้วเธอก็ได้เจอในสิ่งที่ตามหา


 

February 2013

การเริ่มต้นเดือนใหม่ที่ได้ชื่อว่าเป็นเดือนแห่งความรัก พนักงานในร้านมิสเทลเบเกอรี่ถูกกำหนดให้ต้องสวมผ้ากันเปื้อนโทนสีฟ้าชมพูที่ติดจะน่าอายอยู่สักหน่อยสำหรับเด็กหนุ่มที่ทำงานท่ามกลางสาวๆ อย่างเชลตัน ซึ่งตอนนี้เป็นพนักงานหนุ่มเพียงคนเดียวภายในร้าน เขาอยากจะสาปแช่งคนจัดตารางงาน ที่ทำให้เขาต้องรวมงานกับผู้หญิงถึงสามคนภายในวันเดียว แต่แท้จริงแล้ว มันก็ไม่ได้เลวร้ายอะไร สิ่งที่ทำให้เขารู้สึกเลวร้ายคือผ้ากันเปื้อนต่างหาก

อย่าทำหน้ามุ่ยไปหน่อยเลยเชลตัน นายเป็นสุภาพบุรุษที่ดูดีที่สุดในร้านเลยนะ”

ก็แน่สิ ผมกำลังถูกรายล้อมด้วยสุภาพสตรี ผมต้องดูดีที่สุดอยู่แล้วในฐานะสุภาพบุรุษ แต่ผมคงดูดิบเถือนมากหากคุณจะนับผมรวมกับสุภาพสตรีน่ะนะ” เขาเสยผมแล้วเดินผ่านเอเรียน่าไปท่าทางหัวเสียแบบนิ่งๆ ของเขา

นายไม่ได้ดูดิบเถื่อนหรอกน่า น่ารักจะตายไป” มินอา สาวน้อยชาวเกาหลีที่เป็นแฟนของเขาหัวเราะเบาๆ สำหรับเชลตัน เสียงหัวเราะนั่นเพิ่มน้ำหนักให้ความน่าเชื่อถือในคำชมของเธออย่างมากว่ามันไม่จริง

ผมเชื่อคุณอย่างมากเลย หวานใจของผม” เสียงล้อเลียนที่ติดจะเคร่งขรึมนั่นเรียกเสียงหัวเราะให้กับทุกคน

ถึงมันจะทำให้คุณดูอ่อนหวานไปหน่อย แต่สีฟ้าและสีชมพูไม่ได้เลวร้ายหรอกนะคะเชลตัน”

ผมจะพยายามเชื่อให้ได้ว่ามันเป็นอย่างนั้น คุณก็รู้ว่ามันไม่ง่ายเลยโรสแมรี่”

เชื่อเถอะค่ะ” โรสแมรี่หยิบกระจกเงาที่เคยถูกใช้เป็นของตกแต่งร้านขึ้นมาให้เชลตันส่อง เธอยิ้มให้เด็กหนุ่มอย่างเอ็นดู สังเกตเห็นว่าใบหน้าของเขากำลังขึ้นสี

มันก็ไม่เลวร้าย...สักเท่าไร” เขาบอกแล้วรีบเดินจากไป

หมอนี่เกลียดสีฟ้ากับสีชมพูจนเข้าไส้ เลยชอบทำตัวงี่เง่าไม่เข้าเรื่อง” มินอาหอบของตกแต่งมาวางไว้บนโต๊ะใกล้ๆ โรสแมรี่ เธอมองออกไปนอกหน้าต่างยังฝั่งตรงข้าม “ดูอย่างผู้ชายตัวสูงๆ คนนั้นสิ ที่ต่อแถวเป็นคนสุดท้าย ฉันเคยเห็นเขาสวมเสื้อเชิ้ตลายสก็อตสีฟ้าชมพูด้วย เขาหล่อเป็นบ้าเลย”

โรสแมรี่เงยหน้าขึ้นมองตามคำบรรยายไป มองดูแผ่นหลังกว้างของลูกค้าคนล่าสุดที่กำลังก้มหน้าก้มตานับเศษเหรียญในมือของตน เขามีผมสีน้ำตาลเข้ม จมูงโด่งเป็นสัน เมื่อเขาเงยหน้าขึ้นแล้วหันกลับมาทางเธอ โรสแมรี่จึงรู้ว่าโครงหน้าของเขาคมคาย สีผิวของเขาเข้มกว่าคนอื่นๆ เมื่อเทียบกับชาวอังกฤษอีกคนที่เดินมาเรียงคิวสมทบ โรสแมรี่ไม่ได้หลบสายตาคู่นั้นที่อยู่ห่างออกไป แต่เขาต้องเป็นฝ่ายหลบเองเพราะถูกเรียกจากพนักงานในร้านที่เคลื่อนตัวไปตามตู้แช่อาหารแล้วน้ำ

การได้มาทำงานในย่านธุรกิจแบบนี้รู้สึกดีจังเลย ได้มองหนุ่มๆ หน้าตาดีทุกวัน”

ชื่นใจเลยสินะ” โรสแมรี่หันไปแซวมินอาที่กำลังกุมมือหน้าเคลิ้มฝัน

ที่สุดเลยละโรสแมรี่ ฉันว่าสิ่งนี้คือจุดขายของลอนดอนเลยนะ”

ชายหนุ่มหน้าตาดีนะหรือ”

ใช่ มันทำให้หัวใจของฉันกระชุ่มกระชวย”

แฟนเธอก็หน้าตาดีแล้วนะ คนนั้นยังไม่ทำให้กระชุ่มกระชวยอีกหรือยังไง”

โถ่ โรสแมรี่ ตอนคบใหม่ๆ มันก็กระชุ่มกระชวยดีหรอก แต่พอรู้จักนิสัยกันแล้วความน่ากระชุ่มกระชวยมันก็ลดลงไปตามกาลเวลา สิ่งเดียวที่จะทำให้หัวใจของมนุษย์ยังคงอยู่ได้คือการลอบมองหนุ่มๆ หล่อๆ ที่เราไม่ได้ครอบครองยังไงล่ะ”

เธอว่าอะไรนะมินอา” เชลตันที่ออกมาจากหลังประตูมองดูแฟนของเขาพลางส่ายหน้า

ฉันกำลังสอนวิธีทำให้หัวใจกระชุ่มกระชวยอยู่ตลอดเวลาให้กับคุณโรสแมรี่ยังไงล่ะ”

ยัยเจ้าชู้ เธอเจ้าชู้อย่างนี้แล้วยังกล้าสอนคนอื่นเขาอีกรึไง”

มันเป็นหนึ่งในวิธีเอาชีวิตให้อยู่รอดดำรงณ์ต่อไปอย่างอิ่มเอมนะเชลตัน”

มันใช้ได้ผลดีกับฉันนะ อย่าบอกนะว่านายไม่มองดูใครบ้างเลยนะ ผู้หญิงขาสวยๆ อกอึ๋มๆ ที่แตกต่างกับมินอาโดยสิ้นเชิงน่ะ” เอเรียน่าแซว

เขามองเป็นประจำเลย” มินอาเสริมให้

ฉันไม่ได้มองสักหน่อย ฉันไม่จำเป็นต้องมองหรอก ก็บอกแล้วไงว่าฉันชอบผู้หญิงร่างเล็ก”

แต่นายดันโชคร้ายมาได้ยัยกระปุกหน้าแถมหน้ายังกลมเหมือนพระจันทร์อย่างฉันสินะ ฮ่าๆๆๆ”

ไม่ขำเลยนะ” เชลตันส่ายหน้า

ฉันบอกแล้วไงคะ ว่าหนุ่มๆ ฝั่งตรงข้ามมีความจำเป็นอย่างยิ่ง” มินอาอธิบายพลางทำตาโต โรสแมรี่อดขำท่าทางจริงจังไร้เดียงสาของเธอไม่ได้

ฉันจะเก็บไว้พิจารณานะมินอา ถ้าหากฉันรู้สึกเหมือนชีวิตแห้งเหี่ยวขาดความกระชุ่มกระชวยเมื่อไรละก็...ฉันอาจจะลองดูเหมือนกัน” โรสแมรี่ยกกล่องของตกแต่งเพื่อจะเดินไปอีกมุม เธอเหลือบมองออกไปด้านนอกแล้วเห็นชายหนุ่มคนดังกล่าวกำลังมองไปยังฝั่งซ้ายมือของเขาก่อนจะเดินข้ามถนนอย่างเชื่องช้า แต่เพราะว่าเขาเป็นคนสูงมาก เพียงไม่กี่ก้าวเขาก็ข้ามมาถึงอีกฝั่่งแล้ว เขาเงยหน้าขึ้นมา สบตากับโรสแมรี่แล้วเดินผ่านไป โรสแมรี่ยืนนิ่ง เธอกำลังยืนฟังเสียงหัวใจของตัวเองอยู่ มันไม่ได้เต้นตัวหรือผิดปรกติอะไร เธอก็แค่รู้สึกแปลกๆ กับแววตาที่ทอดมองมาเมื่อก่อนหน้านี้เพียงเท่านั้น


 

Saturday 9th August 2014

(ชีวิตที่ดำเนินต่อไป โดยมีเธออยู่ในใจ)

โรสแมรี่ไม่สามารถทนมองดูใครก็ตามที่มีรูปร่างสูงโปร่งเหมือนกับวินตันได้ ทันทีที่เลนสายตาของเธอมองเห็นใครก็ตามที่มีลักษณะเหมือนกับวินตัน เธอจะมุ่งความสนใจไปที่สมุดจดบันทึกทันที แม้เธอจะไม่รู้เลยว่าเธอจะจดอะไรลงไปก็ตาม เธอกลัวที่จะต้องมองเห็นใครที่เหมือนเขา ไม่ใช่เพราะเธอกลัวว่าจะตกหลุมรักใครง่ายๆ แต่เป็นเพราะว่าเธอกลัวความคิดถึงเขา เพราะเธอคิดถึงเขาสุดหัวใจอยู่แล้ว

เธอนั่งอยู่ในรถไฟใต้ติดสายนอร์เทิร์นไลน์ (Northern Line) ที่เธอขึ้นมาจากสถานีย์แองเจิล (Angel Station) ซึ่งกำลังมุ่งหน้าไปยังมอร์เดน (Morden) เมื่อการจดบันทึกช่วยเหลือโรสแมรี่ไม่ได้ เธอจึงเลือกที่จะฟังเพลง Don't Leave Me (Ne Me Quitte Pas) ของ Regina Spektor แล้วหลับตาลงพลางดื่มด่ำไปกับจังหวะที่สนุกสนานของเพลง จนกระทั่งรถไฟเดินทางมาถึงสถานีย์เอเลแฟนแอนด์คาสเซิล (Elephant & Castle) ที่เธอต้องลง เพลง Don't Leave Me ยังคงบรรเลงต่อไปซ้ำแล้วซ้ำเล่า ขณะที่เธอเดินผ่านอุโมงค์ไปรอขึ้นลิฟท์เพื่อขึ้นไปยังด้านบน เพลงวนจบไปอีกรอบ เธอเดินไปยังป้ายรถบัสรอสาย 12 ที่กำลังจะมาภายในอีกสองนาที เพลง Don't Leave Me กำลังจะจบไปอีกรอบแล้วตอนที่เธอเดินขึ้นรถไป

ขณะอยู่บนรถ โรสแมรี่มองดูข้างทาง ไม่มีอะไรน่าสนใจเลยสักนิดสำหรับเธอ และเธอก็เริ่มหิวตะหงิดๆ จนอยากจะแอบแกะกล่องโดนัทน้ำตาลที่เธอซื้อมาตั้งใจนำไปฝากเพื่อน หรือว่าเธอจะแกะกล่องช็อกโกแลตมัฟฟินดี อะไรก็ตาม เธอแกะไม่ได้ทั้งนั้น ของฝากก็คือของฝาก เธอจะต้องมองหาอะไรสักอย่างที่จะหยุดความหิวของเธอให้ได้ ซึ่งไม่มีเลย

โรสแมรี่นั่งกุมท้องมาจนถึงจุดที่เธอต้องลงจากรถ นึกขอบคุณสวรรค์ที่ขนมยังอยู่ครบ เธอเดินตามหาอัลบานีมิวส์คอร์ท (Albany Mews Court) โชคดีที่มันอยู่ไม่ไกลออกไปมากนักจากถนนหลัก เมื่อเดินเข้าไปในเขตดังกล่าว โรสแมรีเงยหน้าขึ้นมองตึกทรงเตียสีขาวเป็นแนวยาวทั้งสามมุมเพื่ออ่านหมายเลขต่างๆ ที่ติดอยู่บนบานประตู บนหน้าต่างในส่วนของแฟลตหลังหนึ่งมีแมวตัวเล็กๆ สีเทาเขายื่นหน้าออกมามองดูเธอพลางขยับตัวเล็กน้อย หูของมันตั้งชัน มองตามเธอไปทุกจังหวะที่เธอก้าวเดิน

ว่าไงแมวน้อย ยัยน่ารัก...อยากลงมาเล่นกับฉันล่ะสิ มาเลย...มาสิ ฉันจะกอดแกให้แน่นเลย”

เมี้ยว”

อยากเล่นจริงๆ สินะ”

เมี้ยว”

ฉันไม่มีปัญญาอุ้มแกลงจากหน้าต่างด้วยสิ มันสูงเกินไป” เธอมาหยุดอยู่หน้าบานประตูที่มีหมายเลขเจ็ดติดอยู่ เธอกดกริ่ง ได้ยินเสียงเห่ามาจากด้านใน นั่นทำให้เธอมั่นใจว่าเธอไม่ได้มาผิดบ้านแน่ๆ เพื่อนของเธอที่นัดเธอมาวันนี้บอกว่าที่บ้านมีหมาสองตัว ถึงแม้ว่าจะมีเสียงเห่าแค่จากตัวเดียว มันก็ทำให้เธออุ่นใจขึ้นเยอะจริงๆ “ฉันรู้ ฉันรู้ ว่าเธอสนใจฉัน แต่เธอไม่จำเป็นต้องขยับออกมาขอบหน้าต่างมากนักก็ได้ยัยเหมียว เดี๋ยวถ้าเธอร่วงลงมามันจะเป็นฝันร้ายของฉันเอา”

โรสแมรี่ยิ้มให้แมวน้อยที่ร้องเหมียวตอบกลับมาทุกครั้งที่เธอพูดกับมัน จากนั้นก็กดกริ่งอีกครั้ง ฟังเสียงสุนัขจากด้านในเห่าเธออีกครั้ง ยังไม่มีใครออกมาเปิดประตู เธอยืนรอ แล้วเลือกที่จะใช้ห่วงเหล็กสำหรับเคาะประตูแทน มันใช้ได้ผลกว่ามาก หญิงสาวตัวเล็กผมสั้นที่ปัดเฉลียงไปทางขวามือโผล่ออกมาจากด้านหลังประตู สวมกอดโรสแมรี่ทั้งที่ขาของเธอยังหนีบหัวของสิ่งมีชีวิตบางอย่างเอาไว้ระหว่างขา

เธอบอกว่ามันไม่ดุไม่ใช่หรือ”

ไม่ ไม่ดุ แต่ฉันก็อยากให้มั่นใจว่ามันจะไม่ทำอะไรเธอจริงๆ เท่านั้น” แฟนนีดันหัวหมาเข้าไปในบ้านของมัน “ก็แค่ขู่เล็กน้อยแต่แท้จริงแล้วมันขี้อายมาก มันจะไม่ทำอะไรเธอหรอก”

มันชื่ออะไร”

ไชน์”

เฮ้ ไชน์ ที่แปลว่าส่องแสงหรือว่าขี้อายนะเรา” โรสแมรี่ย่อตัวลงแล้วค่อยๆ ยื่นมือเข้าไปหาไชน์ ลูบแผงคอมันเบาๆ “อีกตัวล่ะ”

มันอยู่ข้างบน” แฟนนี่บอกพลางมองออกด้านนอก “ดูสิ คนอื่นๆ มาแล้วเหมือนกัน”

เฮ้ ว่าไงโรสแมรี่ เธอเพิ่งมาถึงหรือไง”

ใช่เทเลอร์” เทเลอร์เป็นชาวออสเตรเลีย โรสแมรี่เคยเห็นเพื่อนของแฟนนี่คนนี้มาบ่อยครั้งแล้วในงานเลี้ยงฉลองวันเกิด นอกจากเทเลอร์แล้วยังมีเบธและนิคที่มาด้วยกัน “ไงเบธ นิค พวกเธอสบายดีนะ” โรสแมรี่สวมกอดพวกเขาทีละคน จากนั้นแฟนนี่ก็นำพวกเขาทั้งสี่คนขึ้นไปชั้นบนของบ้าน ที่มีหมาพันธ์ไซบีเรียนฮัสกี้กำลังนอนรอพวกเขาอยู่ตรงหัวมุมบันได อันที่จริง...มันกำลังนอนแทะกระดูดไม่มีทีท่าว่าจะสนใจใคร บรรดาเพื่อนของแฟนนี่ทั้งสี่คน ซึ่งรวมโรสแมรี่ด้วยแล้ว พุ่งใส่มันราวกับเห็นว่าเป็นของเล่น นิคแทบจะล้มตัวลงนอนข้างมันในขณะที่เบธเกาแผงคอมันเบาๆ เทเลอร์เอามือจิ้มหูดูปฏิกิริยาของสุนัข โรสแมรี่นั่งมองรอว่าเมื่อไรจะมีช่องว่างให้เธอแทรกเข้าไป เมื่อเห็นว่าเธอคงไม่มีโอกาสแน่ โรสแมรี่จึงหันไปทางแฟนนี่แทน

นอกเหนือจากพวกเราแล้ว จะมีใครมาอีกไหม”

คงจะมีอีกสองสามคน” แฟนนี่ตอบแล้วต้องรีบหันหนีทันทีเมื่อมือใครคนหนึ่งในสามเกือบจะถูกดาราประจำบ้านงับเข้าให้ “นิค หมาฉันมันเป็นมิตรนะ แต่ถ้าหากเธอยื่นมือเหนือระดับสายตา โดยสัญชาตญานแล้วมันต้องปกป้องตัวเองเพราะคิดว่าเธอจะทำร้ายมัน”

ฮ่าๆ ฉันลืมน่ะ หมาบ้านฉันจะจับตรงไหนก็ได้ ยื่นมือไปจากมุมไหนก็ได้”

ฉันเคยโดนมันงับเหมือนมาแล้วนะเมื่อทำแบบนั้น” แฟนนี่เตือน คนอื่นๆ ต่างนึกขำ “เธอชอบสูดอากาศบริสุทธิ์ใช่ไหมโรสแมรี่ เธอสามารถขึ้นไปดาดฟ้าชั้นบนได้นะ”

มีดาดฟ้าด้านบนด้วยหรือไง”

มีสิ เธอไม่เห็นรูปในเพจเชิญมาร่วมงานรึไง” นิคแทรกขึ้น

ไม่จ้ะนิค นายให้หมางับมือนายต่อไปเถอะ อย่ามาตอกย้ำความเซ่อของฉันเลย” โรสแมรีลุกขึ้นแล้วตรงไปที่บันได ค่อยๆ เดินขึ้นไปด้านบนอย่างระมัดระวังเพราะบันไดค่อนข้างแคบ

หลังคาด้านบนของตึกบ้านโรสแมรี่ถูกแปรสภาพให้เป็นจุดพักผ่อน มีม้านั่งทรงยาวเรียบขนาบข้างหนึ่งของพื้นที่ อีกข้างหนึ่งเป็นบ่อปลา มีต้นไม้ในกระถางหลากหลายชนิดทำให้ดูน่านั่งพัก โรสแมรี่ยืนมองได้สักพักก็ได้ยินเสียงคนเดินขึ้นบันไดมา เธอละสายตาจากทุกสิ่งทุกอย่างที่เคยสนใจแล้วหันไปสบตากับชายหนุ่มที่ยิ้มให้เธอบางๆ เธอไม่รู้สึกคุ้นเคยกับรอยยิ้มนั่นเอาเสียเลย แต่เธอก็อดตื่นเต้นดีใจที่ได้เห็นมันไม่ได้

คุณหนีมาหรือ” รอยยิ้มนั้นกว้างกว่าเดิม นัยน์ตาสีฟ้าทอประกาย

เชลตัน” โรสแมรี่รู้สึกว่าเธอหายใจออกมาแรงมาก ด้วยความดีใจ ความดีใจที่เธอไม่อาจเก็บซ่อนเอาไว้ได้

คุณจะยืนอยู่เฉยๆ อย่างนั้นหรือยังไง” ชายหนุ่มยิ้มกรุ่มกริ่ม “ผมรู้ว่าคุณดีใจที่ได้เจอผม คุณกอดผมได้นะ” ลำแขนที่ดูแข็งแกร่งเปิดกว้าง รอคอยให้หญิงสาวทะยานเข้าสู่อ้อมกอด แต่เธอกลับยืนนิ่งไปพักใหญ่ ทำให้เจ้าของวงแขนเริ่มขาดความมั่นใจตามไปด้วย จนต้องทิ้งแขนทั้งสองลงข้างลำตัว

จะกอดแล้วนะ” โรสแมรี่โผเข้าใส่เชลตันทันทีขณะพูด “ดีใจที่ได้เจอกันอีกครั้ง”

ผมก็ดีใจที่ได้เจอคุณ”

นี่เรา...ดูเปลี่ยนไปนะ” โรสแมรี่ผละออก หรี่ตามองพลางสำรวจเชลตันตั้งแต่หัวจรดเท้า “ดูเป็นหนุ่มใหญ่ และภูมิฐานมากเลย ฉันไม่คุ้นเคยกับภาพลักษณ์แบบนี้ของนายเลย”

พอดีผมต้องไปพบเอเจนซีมาน่ะ” เชลตันยิ้มกริ่ม “คุณชอบไหมละ”

ดูดีมากเชลตัน” โรสแมรี่ยิ้มตอบ “แต่นายแต่งตัวแบบไหนก็ดูดีทั้งนั้นละ”

คุณคิดอย่างนั้นหรือ ขอบคุณครับ”

เราสองคน ไม่ได้เจอกันมาเกือบปีแล้วนะ”

ใช่ ผมขอโทษที่ไม่ได้แวะไปที่ร้านเลย”

แล้วนายกับมินอาเป็นยังไงบ้าง”

เราเลิกกันได้สี่เดือนแล้วครับ”

ฉันขอโทษ ฉันเสียใจด้วยนะ พวกเธอดูไม่เหมือนคู่รักที่จะเลิกกัน ฉันรู้สึกแย่จริงๆ ที่มันเกิดขึ้น และอยากรู้อยากเห็นเรื่องของพวกเธอจนเกินสมควร”

ไม่เป็นไรครับ ไม่เกินสมควรเลย ที่สำคัญ...สาเหตุของการเลิกมันมาจากผมเอง”

โอ้” โรสแมรี่คิดหาคำพูดโต้ตอบไม่ออก

มินอาเป็นฝ่ายขอเลิก เพราะเธอรู้ว่าหัวใจของผมมีคนอื่นอยู่” เชลตันสบตาโรสแมรี่ในความเงียบราวกับพยายามค้นหาอะไรในนั้น เขาเจอความเห็นใจและห่วงใย แต่ไม่ใช่สิ่งที่เขาตามหา ในตาของเธอ...เขามองมันได้ทะลุไปถึงหัวใจ “แต่เรายังเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันอยู่ คุณไม่ต้องเป็นห่วงนะ พวกเราติดต่อกันอยู่เหมือนเดิม และมินอาก็มีคนใหม่ที่เหมาะสมกับเธอมากกว่าผู้ชายที่ไม่มั่นคงต่อเธออย่างผม”

ฉันดีใจที่ได้ยินอย่างนั้น พวกเธอเข้ากันได้ดี ดีมาก”

ใช่ เรายังเข้ากันได้ดีอยู่ พวกเราแทบจะเหมือนเดิม แค่ไม่มีความรู้สึกแบบนั้นอีกแล้ว อาจจะเป็นเพราะว่าความสัมพันธ์ระหว่างเราสองคนเหมือนเพื่อนแต่แรก เราเข้าใจกันทั้งคู่ด้วย เลยไม่มีปัญหาอะไรในการเลิกลาระหว่างสองเรา”

ผู้หญิงที่โชคดีคนนั้นเป็นใครจ้ะ คนที่ได้ครอบครองหัวใจของนาย”

เธอเป็นคนน่ารักมาก เธอจริงจังเวลาอยู่กับผม เธออบอุ่น จริงใจ และมีแววตาที่ห่วงใยใส่ใจทุกคนจริงๆ บางครั้งเธอเหมือนไม่สนใจใคร แต่เธอก็จดจำรายละเอียดเกี่ยวกับทุกคนได้ นอกจากนั้นแล้วเธอยังขี้เล่นกับคนอื่นในบางเวลา และเธอก็ไม่รู้ว่าผมรักเธอ”

พวกคุณไม่ได้คบกันอยู่หรือ”

ไม่ครับ เธอรักคนอื่นอยู่ หัวใจของเธอมีคนอื่นอยู่ ผมเลยไม่เคยสารภาพรักกับเธอ” เชลตันยิ้มขณะพูด เห็นแววตาของโรสแมรี่สั่นรัวเล็กน้อย เธอก้มหน้าลงและเชลตันก็รู้สึกได้ว่าเธอเสียใจแทนเขาจริงๆ “ผมรู้ว่าเรื่องหัวใจ มันบังคับไม่ได้สำหรับคนบางคน เพราะผมเป็นหนึ่งในนั้น”

ฉันรู้...ว่ามันเป็นยังไง” โรสแมรี่พึมพำทั้งที่ก้มหน้าแล้วเงียบไปสักพัก ก่อนจะเงยขึ้นมาสบตาเชลตัน “บังคับหัวใจตัวเองไม่ได้”

คุณสบายดีไหมโรสแมรี่ เรื่องของคุณกับชายหนุ่มคนนั้น ก้าวไปถึงขั้นไหนแล้ว คุณสมควรจะสารภาพรักกับเขาได้แล้วนะ” เชลตันเอียงตัวเล็กน้อยพลางเอามือล้วงกระเป๋าเตะเท้าไปมา โรสแมรี่มองดูอาการนั้นโดยไม่เอะใจอะไรเลย เพราะคำถามนั้นกรีดหัวใจของเธอเหมือนกัน ทว่าใบหน้ายิ้มแย้มของเธอที่ทำไปในตอนนี้ มันเป็นเพียงรอยยิ้มที่เก็บซ่อนความเจ็บปวดเอาไว้ข้างใน และดูเหมือนว่าเชลตันจะอ่านมันออกหลังจากเงยหน้าขึ้นมามองดูเธอ “คุณสารภาพไปแล้ว”

ใช่ ฉันสารภาพไปแล้ว” โรสแมรี่ยังยิ้มอยู่ “และเขาก็ไปแล้ว หายไปเลย ไม่กลับมาอีกแล้ว”

เชลตันดึงโรสแมรี่เข้ามากอด เธอเก็บซ่อนความรู้สึกไม่ได้อีกต่อไป ร้องไห้ในอ้อมแขนของเขาอย่างขาดการควบคุม เธอกำเสื้อเชิ้ตของเชลตันเอาไว้แน่นตอนที่ซุกหน้าลงบนแผ่นอกนั้น พวกเขาสองคนไม่ได้กอดกันบ่อยนักตอนที่เคยทำงานร่วมกัน จะว่าไปพวกเขาไม่เคยกอดกันเลย แต่มันไม่ได้แปลกอะไรที่อดีตเพื่อนร่วมงานที่คุ้นเคยกันและที่กำลังประสบปัญหาแบบเดียวกันจะกอดกันในสายตาของโรสแมรี่ในตอนนี้ ที่สำคัญ...เธอเจ็บปวดจนแทบจะยืนทรงตัวไม่ไหว เธอจึงต้องพึงเชลตันในตอนนี้

ขณะที่โรสแมรี่พยายามสงบอารมณ์ภายในอ้อมอกของเชลตัน ชายหนุ่มซุกหน้ากับเรือนผมอ่อนนุ่มของเธอ ความคิดมากมายวิ่งวนอยู่ในหัวของเขา คำถามมากมายก็เช่นกัน เขาอยากจะรู้มันทุกเรื่อง ตั้งแต่เธอสารภาพไปเมื่อไร หมอนั่นหายไปนานเท่าไรแล้ว หายไปยังไง พูดอะไรกับโรสแมรี่เอาไว้บ้าง เธอถึงต้องกลายเป็นแบบนี้ เขาอยากรู้...แต่ก็ถามเธอไม่ได้


 


 

Talks: บางครั้งคนที่บาดเจ็บก็ต้องการเพื่อนสักคนช่วยประคับประคองนะคะ

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

87 ความคิดเห็น

  1. #13 MERRYSPRING (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2557 / 07:05
    ขอบคุณนะที่มาต่อลมหายใจกันแต่เช้า

    เชลตันน่ารักจัง

    แต่ก็นะความรักไม่เข้าใครออกใคร



    ขอบคุณสำหรับกำลังใจและนิยายค่ะ

    เราจะรักกันตลอดไปนะ

    จูบๆๆๆๆ
    #13
    0
  2. #12 MERRYSPRING (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2557 / 23:39
    ขอบคุณค่ะ



    อ่านมาถึงช่วงท้าย ดีใจตามอะที่เชลตันโผล่ 555
    #12
    0
  3. #11 MERRYSPRING (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2557 / 22:07
    เหมือนแมรี่เป็นพี่ภาคที่สงบหรือวันที่พี่เหงาๆ ซึมๆ แล้วมินอาเป็นพี่ภาคร่าเริงสดใจ วันที่พี่ลัลล้าอะ 555

    #11
    0
  4. #10 MERRYSPRING (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 9 สิงหาคม 2557 / 22:54
    รัก รัก รัก
    #10
    0