Bittersweet เพียงแค่เธอจะรัก

ตอนที่ 4 : บทที่ 2 การรอคอยที่แสนยาวนาน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 218
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    14 ก.ย. 57




Austin Mahone : Shadow (Acoustic)






Bittersweet เพียงแค่เธอจะรัก

Winton & Rosemary

ทุกย่างก้าวของเขาสงบและเชื่องช้าดูสง่า

ในขณะที่เธอเดินเร็วพลางกระโดดโลดเต้นเหมือนม้าดีดกระโหลก

 



บทที่ 2 การรอคอยที่แสนยาวนาน

Monday 28th July 2014

(ความคิดถึงที่ร่วมเดินทางไปด้วยกัน)

ความคิดถึงทำให้หลายคนทำได้ทุกอย่าง ความคิดถึงอาจนำทางให้ใครคนหนึ่งสนใจโลกที่เธอไม่เคยสนใจมาก่อน ความคิดถึงอาจทำให้ใครคนหนึ่งฟังเพลงที่แตกต่างออกไปจากที่เคยฟังเป็นประจำโดยสิ้นเชิง ความคิดถึงอาจทำให้ใครคนหนึ่งอยากหัวเราะและร้องไห้ในเวลาเดียวกันขณะเดินผ่านเส้นทางที่ครั้งหนึ่งบุคคลที่เธอรักได้เคยเดินผ่านเป็นประจำ เส้นทางที่พวกเขาได้แบ่งปันใช้ร่วมกับใครอีกหลายๆ คนบนโลก มันทำให้เธออยากลิ้มลองในสิ่งที่ตนไม่เคยคิดจะลอง ความคิดถึงทำให้ให้โรสแมรี่...อยากรู้ว่ามันจะให้ความรู้สึกอย่างไรกับการเดินเข้าไปต่อแถวที่ยาวไปถึงประตูเพื่อรอซื้อกาแฟในทุกเช้าก่อนเข้าทำงาน เธอไม่ค่อยได้ทำแบบนั้นบ่อยครั้งนัก หรือจะบอกว่าไม่เคยเลยก็ว่าได้ เพราะตามปรกติแล้วเธอจะเป็นคนทำกาแฟให้ลูกค้าเหล่านั้นเสียมากกว่า แต่ที่เธอทำมากกว่ากาแฟก็คือเค้กและขนม เธอเป็นนักออกแบบขนมและดัดแปลงสูตรเค้กภายในร้านเบเกอร์รี่ที่เธอประจำอยู่ ในเมื่อเธอไม่รู้คำตอบว่าเมื่อไรจะมีโอกาสได้เจอเขาอีก ความคิดถึงที่มันอัดแน่นอยู่ในอกมันผลักดันให้เธออยากทำในสิ่งที่เธอ...ไม่เคยคิดจะทำมาก่อนในชีวิต

โรสแมรี่ยืนต่อแถวในร้านสตาร์บัคที่ยาวเหยียดจนล้นออกมานอกประตูร้าน เธอมองดูพนักงานคนหนึ่งในชุดยูนิฟอร์มสีดำผ้ากันเปื้อนสีเขียววิ่งรับออเดอร์ท่าทางวุ่นวายตั้งแต่เมื่อตอนที่เธอยืนอยู่ข้างนอกจนกระทั่งขยับเข้ามาถึงด้านใน โรสแมรีเริ่มสังเกตเห็นว่าทำไมพนักงานต้องวิ่งหายไปหลายต่อหลายครั้ง นั่นก็เพราะว่าพนักงานสาวจะต้องนำออเดอร์ที่เธอจดใส่ที่สวมแก้วไปส่งให้กับพนักงานที่ประจำอยู่บาร์อีกสองคน ที่กำลังวุ่นทำเครื่องดื่มโดยไม่ได้หยุดพักเลยแม้แต่วินาทีเดียว แต่ถึงอย่างนั้นพวกเขาก็พยายามที่จะสานบทสนทนาสั้นๆ กับลูกค้าทุกคน อาทิเช่นกล่าวอรุณสวัสดิ์และบอกลาด้วยการอวยพรให้พวกเขาเหล่านั้นโชคดี หรือมีวันที่ดี กับลูกค้าบางคนที่พวกเขาสนิทด้วยแล้ว บทสนทนาก็จะยาวกว่าคนอื่นๆ

โรสแมรีมองไปที่เคาน์เตอร์ ตรงนั้นก็มีพนักงานคิดเงินประจำเครื่องของตนอยู่สองคนเช่นกัน คิวที่เคยยาวมากมายลดลงอย่างรวดเร็วและลูกค้าจำนวนมากก็ไม่มีความจำเป็นต้องยืนรอเครื่องดื่มนานจนเกินไปนัก พวกเขาได้เครื่องดื่มในระยะเวลาที่รวดเร็วทันใจก่อนจะถึงเวลาเข้างาน โรสแมรี่เองก็เช่นกัน เครื่องดื่มของเธอเสร็จแทบจะทันทีที่เธอจ่ายเงินค่ากาแฟเสร็จ

โรสแมรี่ แกรนเด1ไวอเมริกาโน่ของคุณเสร็จแล้วครับ" เสียงประกาศอย่างสุภาพจากพนักงานที่อยู่ติดกับจุดส่งเครื่องดื่มประกาศขึ้นเมื่อโรสแมรีกำลังเดินจากพนักงานคิดเงินมา

ไวท์อเมริกาโน่ขนาดกลางไม่ใช่เครื่องดื่มที่โรสแมรี่โปรดปราน แท้จริงแล้วเธอไม่เคยโปรดปรานการดื่มกาแฟเลยด้วยซ้ำ เธอชอบดื่มชามากกว่า โดยเฉพาะชาเขียวไม่ปรุงรส

ขอบคุณค่ะ" เธอรับกาแฟมาพลางส่งยิ้มให้กับพนักงานราวกับต้องการจะบอกว่าเธอดีใจมากมายเพียงใดที่กำลังจะได้เสพคาเฟอีนจากกาแฟแก้วนี้ที่พนักงานได้ทำให้เธออย่างพิถีพิถันและว่องไว

ขอให้โชคดีนะครับ"

เช่นกันค่ะ"

เนื่องจากว่าเป็นช่วงเช้าที่พนักงานบริษัทส่วนใหญ่กำลังเตรียมตัวเข้างานกัน จึงไม่ค่อยมีใครนั่งดื่มเครื่องดื่มกันเท่าไรนัก โรสแมรีจึงมีตัวเลือกสำหรับที่นั่งเยอะเกินคาดหมาย อันที่จริงมันมันว่างเยอะพอๆ กับร้านเค้กที่เธอทำงานอยู่เลย ต่างกันก็ตรงที่ว่าจำนวนผู้คนที่เข้ามาซื้อกาแฟมีเยอะกว่าจำนวนคนที่เข้ามาซื้อเค้กในตอนเช้า

โรสแมรี่เลือกที่นั่งติดกระจกที่เธอสามารถมองออกไปด้านนอกได้ เธอสามารถมองเห็นที่ทำงานของเธอเองที่อยู่ฝั่งตรงข้าม เธอมองป้ายถนนเอนเดลล์ที่อยู่อีกมุมหนึ่ง เธอมองดูรถที่เลี้ยวโค้งลงไปตามถนนเอนเดลล์และบ้างก็วิ่งมาตามถนนลองเอเคอร์ก่อนจะเลี้ยงลงไปทางฝั่งซ้ายมือซึ่งนำไปสู่ถนนโบว์สตรีท (Bow Street) ที่เชื่อมกันอยู่ มองดูพนักงานบริษัทมากมายข้ามทางม้าลายด้วยท่าทางกระฉับกระเฉง หรือจะว่าไปแล้วพวกเขากำลังรีบวิ่งเพื่อให้ทันเวลาเข้างาน

หญิงสาวมองภาพดังกลาวแล้วนิ่งไป ขณะที่เธอกำลังจับจ้องผู้คนเหล่านั้น ความคิดของเธอได้เดินทางไปไกลมากแล้ว ไปไกลโพ้น ไกลแสนไกลที่ตัวเธอเองก็ไม่สามารถรับรู้ได้เหมือนกันว่าที่ไหน ผู้คนหลายคนที่เดินผ่านมองต่างเริ่มเหลียวกลับมามองดูเธอ แววตาที่โศกเศร้า เลื่อนลอย มองผ่านกระจกออกไปด้านหน้าอย่างรอคอยและไร้ซึ่งการปกปิดความรู้สึก แววตาของเธอไม่ได้บ่งบอกว่าเธอกำลังเหงา เพราะเธอเองก็ไม่ได้รู้สึกเหงาด้วย หลายคนที่ยังพอจะมีความใส่ใจอยู่บ้างท่ามกลางเมืองใหญ่ที่ตามปรกติแล้วผู้คนจะไม่ค่อยใส่ใจใยดีใครเท่าไรนัก พวกเขาเหล่านั้นเริ่มคิดย้อนกลับไปหาตน บางคนก็มีคำถามว่าอะไรทำให้หญิงสาวผู้มีหน้าตาที่ติดจะสดใสต้องเศร้าหมองขนาดนี้ ในขณะเดียวกันนั้น ทุกคนต่างลงความเห็นว่า ถ้าเพียงแต่...เธอจะยิ้ม รอยยิ้มของเธอสามารถเปลี่ยนโลกทั้งใบให้กลายเป็นสีชมพูได้ในพริบตาได้อย่างง่ายดาย ซึ่งใช่ว่าทุกคนจะสามารถทำได้แบบนั้น พวกเขารู้สึกเสียดายสำหรับเช้าวันใหม่ที่ไม่มีโอกาสที่จะได้เห็นรอยยิ้มสดใสบนใบหน้าของหญิงสาว

โรสแมรีไม่รู้สึกตัวเลยสักนิด ว่าเธอถูกผู้คนจำนวนมากที่เดินผ่านไปผ่านมามองดูเธอด้วยความรู้สึกปรารถนาให้เธอยิ้มเพียงใด เธอไม่ได้รับรู้ว่าหลายนาทีที่ผ่านมาตอนที่เธอนั่งอยู่ตรงนี้ ผู้คนได้แสดงความเห็นใจและห่วงใยเธอด้วยสายตาโดยที่พวกเขาไม่กล้าแม้แต่จะเข้ามาใกล้ เพียงแค่ผ่านเธอไปและปรารถนาในสิ่งดีๆ ให้กับเธอในฐานะคนแปลกหน้า โรสแมรี่เปิดสมุดจดเล่มหนึ่งขึ้นมา ที่เธอเริ่มใช้มันในการจดบันทึกอย่างจริงจังเมื่อวันศุกร์ที่ 25 กรกฏาคม ที่ผ่านมา เธอมองดูหน้ากระดาษที่ว่างเปล่าจากตัวหนังสือ หากแต่ไม่ได้ว่างเปล่าจากภาพเขียนและจรดปากกาลงบนที่ว่างด้านบนสุด ในตำแหน่งที่เธอเห็นสมควรแล้ว


 

Bittersweet

Friday 14th February 2014

ฟรานเซสโก้กำลังตรวจสอบความเรียบร้อยภายในร้านตอนที่โรสแมรี่เข้ามา โรสแมรี่กล่าวทักทายเขา เอเรียน่า ตามมาด้วยเพื่อนร่วมงานอีกคนชื่อซิสแล้วหายไปหลังร้านทันทีเมื่อเห็นว่าจำนวนผู้คนที่มาต่อแถวเรียงรายจนล้นออกนอกร้านมากพอๆ กับร้านกาแฟฝั่งตรงข้าม โดยผู้คนส่วนใหญ่เข้ามายื่นรายการสั่งเค้กสำหรับช่วงเย็นเสียมากกว่า

พอเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จ โรสแมรี่เข้างานก่อนเวลาจริงเพราะรู้ว่าร้านต้องการเธอในตอนนี้ ตอนนั้นฟรานเซสโก้เองก็ได้กลับมาจากการทำความสะอาดโต๊ะและตรวจสอบความเรียบร้อยภายในร้านแล้ว เขาจึงสามารถช่วยเหลือลูกค้าจำนวนหนึ่งที่เข้ามารับเค้กที่สั่งไว้เมื่อวันก่อนได้ทันการพอดี ซิสกำลังรับออเดอร์ ส่วนเอเรียน่าประจำอยู่ที่เคาน์เตอร์สำหรับจ่ายเงิน หน้าที่ของโรสแมรี่คือตกลงเรื่องรายละเอียดเรื่องเค้กกับลูกค้าจำนวนหนึ่งที่ซิสได้ดำเนินการไว้บ้างแล้วเมื่อก่อนหน้า เมื่อลูกค้าเหล่านั้นมาหาเธอ โรสแมรี่ก็แค่ต้องรีบจัดการส่วนที่เหลือและจัดตารางเวลารับของให้พวกเขาอย่างระมัดระวังและต้องแน่ใจว่าพวกเขาจะได้รับของทันช่วงเย็นหลังเลิกงาน

ถึงแม้ว่าร้านจะไม่ได้ยุ่งบ่อยนัก แต่พวกเขาสามารถจัดการกับสถานการณ์แบบนี้ได้อย่างรวดเร็ว ทำให้จำนวนลูกค้าลดลงอย่างรวดเร็วจนเหลือเพียงแค่สองสามคนพอประปราย ขณะนั้นลูกค้าขาประจำคนหนึ่งก็ได้เข้ามาพอดี เธอเป็นหญิงสาวชาวอินเดียเชื้อชาติอังกฤษที่มีมิตรสัมพันธ์ดีเยี่ยมกับทุกคน เธอและโรสแมรี่ได้มีโอกาสพูดคุยหยอกล้อกันบ่อยครั้งจนเกิดความคุ้นเคยไปเรียบร้อยแล้ว

เธอเป็นยังไงบ้างโรสแมรี่” หญิงสาวชาวอินเดียที่ตัวเล็กกว่าโรสแมรี่เพียงเล็กน้อยทักทายกระตือรือร้น

ฉันสบายดีจ้ะแอลลี่ วันนี้เป็นไงบ้าง เธอเพิ่งจะมาหรือจ้ะ”

ใช่ ฉันมาเร็วก่อนเวลาเข้างานนิดหน่อย จะได้มีโอกาสคุยกับเธอเยอะๆ ด้วย”

เธอไม่กลัวฉันเบื่อที่จะคุยกับเธอเลยนะ”

ไม่หรอก ฉันไม่อนุญาตให้เธอทำแบบนั้นอย่างแน่นอน”

มีบังคับกันด้วยนะ”

แน่นอน” แอลลี่หัวเราะเบาๆ “ให้กำลังใจฉันหน่อยสิโรสแมรี่ เย็นนี้ฉันชวนเพื่อนมาบ้านเพื่อกินอาหารเย็นร่วมกันด้วย”

ขอให้เธอโชคดี เธอทำอาหารเองหรือเปล่า”

ใช่ ฉันต้องทำเอง”

เธอจะทำอะไรบ้างละ เยอะไหม”

ก็คงจะเป็นจำพวกสลัดนอกเหนือจากนั้นยังคิดไม่ออกเลย”

เธอสมควรเรียกให้ใครมาช่วยเธอแล้วนะ”

นั่นสิ แต่ฉันคงพอทำได้อยู่ละ ว่าแต่ว่า...วันนี้เธอมีแผนการจะทำอะไรหรือเปล่าจ้ะ”

ฉันคิดว่าคงไม่มีอะไรพิเศษ...” โรสแมรี่หยุดพักไปชั่วขณะ เมื่อนึกถึงสิ่งที่เธอต้องทำก็คือการทดลองทำเค้กที่ต้องเตรียมการให้ทันสำหรับฤดูกาลใหม่ เธออยากจะบอกเรื่องนี้กับแอลลี แต่เธอรู้สึกได้ว่ามีลูกค้ามายืนรออยู่จึงต้องรีบตัดบทไป “มันก็แค่วันธรรมดาๆ อีกหนึ่งวันเท่านั้นเอง” น้ำเสียงของเธอเหมือนพูดปลอบใจตัวเองเสียมากกว่า แท้จริงแล้วเธออาจจะอยากให้มันไม่ใช่วันธรรมดาๆ อีกวันหนึ่ง และเมื่อหันไปเจอว่าใคร เป็นลูกค้าคนนั้น ที่กำลังยืนมองดูเธออยู่ โรสแมรี่ก็คิดได้ว่าเธอไม่น่าเอ่ยประโยคเมื่อหน้านี้ที่แสดงถึงความคาดหวังออกไปเลย

ถ้าอย่างนั้นฉันไปก่อนนะโรสแมรี่ ฉันกำลังจะสายแล้ว”

แล้วเจอกันจ้ะแอลลี่” โรสแมรีโบกมือลาแล้วหันกลับมาเผชิญหน้ากับชายหนุ่มที่กำลังทอดมองมาที่เธอด้วยแววตาที่ติดจะอบอุ่น หากแต่โรสแมรีไม่อาจมั่นใจได้เลยว่าภายในแววตานั้นจะมีความหมายอะไรซ่อนอยู่ มันบริสุทธิ์และไร้เดียงสาจนเธออ่านอะไรไม่ออก “สวัสดีค่ะวินตัน”

สวัสดีครับ”

คุณสบายดีนะคะ”

ผมสบายดี คุณล่ะ”

เช่นกันค่ะ” เธอมองเข้าไปในดวงตาของเขา รอยยิ้มบางประดับอยู่ที่ริมฝีปาก หน้าของเขาไร้ซึ่งการแสดงอารมณ์ใดๆ ทั้งสิ้น แต่ใช่ว่าจะไม่เป็นมิตร โรสแมรี่พยายามที่อ่านมัน เพื่อเตือนตัวเองว่านั่นไม่ใช่ภาพลวงตา

ผมขอไวท์อเมริกาโน่ขนาดกลางครับ” เสียงที่ทุ้มต่ำและแผ่วเบาของเขาคือความเป็นจริงที่เธอปฏิเสธไม่ได้ว่ามันน่าฟังขนาดไหน

 

 

รับอาหารเช้าเพิ่มไหมคะ”

ไม่ครับ”

คุณมีแผนการสำหรับเสาร์อาทิตย์นี้รึเปล่าคะ” โรสแมรี่ถามอย่างไม่ค่อยมั่นใจเท่าไรนัก

ผมคงพักผ่อนตามปรกติ” เขายิ้มบาง หากว่าในดวงตาของเขาไม่ได้แสดงความเป็นมิตรออกมา คงดูไม่ออกว่านั่นคือรอยยิ้ม

ดูแลตัวเองด้วยนะคะ”

แล้วเจอกันครับ” เขากล่าวแล้วเดินออกจากร้านไป โรสแมรีแทบตั้งสติไม่อยู่ตอนต้องรับหน้ากับลูกค้าคนอื่นๆ เธอพยายามทำทุกอย่างให้เป็นปรกติ แม้ว่าจะไม่ง่ายเลยก็ตาม

สายตาจากบรรดาเพื่อนร่วมงานกำลังจับจ้องมาที่เธอเมื่อร้านเงียบลง

แล้วเจอกันนะครับ” เอเรียน่าเลียนแบบเสียงทุ้มต่ำพลางทำท่าทางประกอบก่อนจะขมวดคิ้ว “ให้ตายสิ...ทำไมเธอไม่ชวนเขาออกเดทไปเลย”

เธอจะบ้ารึยังไง ฉันจะทำแบบนั้นได้ยังไงกัน” โรสแมรี่ประท้วง

พวกคุณเหมาะสมกันดีนะ” ฟรานซิสโก้หัวเราะลั่นอย่างไม่ปกปิด

นี่ผมพลาดอะไรไปรึเปล่า” ซิสมองหน้าเพื่อนร่วมงานทั้งสามคนสลับกันไปมาอย่างไม่รู้เรื่องรู้ราว

เธอพลาดอย่างหนักเลยซิส” เอเรียน่าตบไหล่ซิสเบาๆ จากนั้นทุกคนก็แยกย้ายกลับไปทำหน้าที่ของตนโดยไม่กล่าวอะไรอีกต่อไป ปล่อยให้ซิสสงสัยต่อไป ส่วนโรสแมรี่ทำงานไปพร้อมกับรอยยิ้มที่ประดับอยู่บนใบหน้าคิดถึงวินตันแทบทุกวินาที


 

ในห้องทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าโทนสีครีมขนาดเล็ก ภายใต้อาคารเก่าแห่งหนึ่งในใจกลางกรุงลอนดอน ตู้เสื้อผ้าและเตียงนอนได้กินพื้นที่จำนวนหนึ่งของห้องไปมากพอ และก็โต๊ะเขียนหนังสือที่บนเก้าอี้ในตอนนี้ไม่ได้ว่าเปล่าเพราะหญิงสาวได้กลับมานั่งอย่างสงบเพื่อบันทึกขีดเขียนเรื่องราวของเธอสักพักใหญ่แล้ว ข้างโต๊ะเขียนหนังสือมีนิตยสารสไตลิสท์จำนวนมากมายมหาสารซึ่งกองทับกันอยู่ บ่งบอกให้รู้ว่าเธอคือนักสะสมกระดาษตัวยง

โรสแมรี่วางปากกาข้างสมุดบันทึก เธอหลับตาลงแล้วทาบมือขวากับอกซ้ายของตัวเอง พยายามถามตัวเองว่ารู้สึกอย่างไรกับสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมด เธอรู้สึกได้ถึงความสุข ความสุขของการได้แอบรัก จากคนที่เธอไม่เคยสนใจมาก่อน เข้ามาครอบงำหัวใจของเธอให้รู้สึกห่วงใย เธอจำไม่ได้ว่าความห่วงใยเหล่านั้นเกิดขึ้นเมื่อไร และความสุขจากการได้ทอดมองเขามันมาจากไหนหรืออย่างไร เธอจำไม่ได้เลยว่าครั้งแรกที่เธอเห็นเขาเธอรู้สึกอย่างไร เธอสนใจเขาทันทีเลยรึเปล่า จากนั้นความเจ็บปวดก็กลืนกินหัวใจของเธอ โรสแมรี่เริ่มไม่เข้าใจตัวเองเลยว่าเธอกำลังรอคอยอะไรอยู่ เธอไม่รู้ว่าเธอโง่หรือว่าเธอบ้าไปโดยปริยายอย่างหาคำอธิบายไม่ได้ มันผ่านหลายเดือนแล้ว นับจากวันที่เธอได้สารภาพความต้องการของตนกับเขา แล้วเขาก็หายไปจากชีวิตเธอ ไม่มีแต่เงา โรสแมรี่เป็นบุคคลที่ต้องการเหตุผลสำหรับทุกเรื่อง เธอพยายามหาเหตุผลให้กับสิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้น ที่มาที่ไปของความรู้สึกของเธอต่อวินตัน เธอหาคำตอบไม่ได้ และถ้าเธอหาคำตอบให้กับเรื่องนี้ไม่ได้ เธอก็หาเหตุผลที่จะหยุดรักวินตันไม่ได้ แม้ว่าเขาจะเป็นฝ่ายเดินจากเธอไปในความเงียบก็ตาม


 


 


 


 


 

 

1Grande อ่านว่า แกรนเด ชื่อเรียกแก้วเครื่องดื่มขนาดกลางของร้านสตาร์บัค โดยขนาดเล็กจะเรียกว่า Tall อ่านว่า ทอล และขนาดใหญ่สุดคือ Venti อ่านว่า เวนตี้

 

Takls:

ลุ้นจัง...ไม่ได้ลุ้นที่เนื้อเรื่อง แต่ลุ้นตอนขึ้นจบนี่ละ ที่เขียนวันที่ไว้แต่ว่าไม่ทำอะไรต่อไปเลย

นอกจากนั้นแล้ว...ขอบคุณนะคะ ที่ชื่นชอบและสนใจนิยายของพี่ตลอด เรื่องนี้เขียนไม่ง่ายเหมือนเคย แม้ว่าเนื้อหาจะดูเหมือนไม่มีอะไรเลยก็ตาม แต่การเรียงลำดับมันทำเอาปวดหัวกันเลยทีเดียว หวังว่าวันที่ปัจจุบันกับข้อมูลจากความทรงจำจะไม่ทำให้สับสน พยายามจัดตำแหน่งเอาไว้คนละที่

ขอให้สนุกกับการอ่านนะคะ

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

87 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 6 สิงหาคม 2557 / 00:09
     < รักตัวนะ
     < ส่งกำลังใจให้
    < รู้ว่านิยายแลกมาด้วยความเจ็บปวดของคนเขียน แต่อ่านแล้วก็รู้สึกอย่างเงี่ย อยากอ่านต่อ
    < ช่วยนวดๆ
    < ยังไม่เขียนต่ออีกเรอะ
     < ลงแส้ 555555555
     < ส่วนเค้านอน ก่อน zZZ
    #9
    0
  2. #8 merryspring (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2557 / 01:08
    เวลามันไม่เรียงลำดับกันแต่ก็ไม่งงหรอกนะ

    ซึบซับแค่ความสุขจาการอ่านอะนะ 555
    #8
    0
  3. วันที่ 30 กรกฎาคม 2557 / 10:04

    ฟังเพลงอยู่นานกว่าจะเริ่มอ่าน 
    อ่านแล้วอยากจะเข้าไปนั่งคุยกับแมรี่จัง อยากเห็นเธอยิ้ม :)
    #7
    0